ได้ข่าวมาว่าทางฮอลลีวู้ดกำลังจะนำอมตะเทพนิยายอย่าง สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7 มาจัดสร้างเป็นหนังใหญ่อีกครั้ง จึงนึกขึ้นได้ว่าเรื่องราวที่มาจากนิยายพื้นบ้านรัสเซียเรื่องนี้ ประกอบด้วยระบบสัญลักษณ์และความหมายต่าง ๆ ที่ซับซ้อนทับถมกันอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางปรัมปราคติ ดาราศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงวัยของเด็กสาว ภาวะการขาดมารดา ไล่ยาวไปถึงปรัชญากรีก ซึ่งเป็นปกติของเรื่องราวมุขปาฐะที่สะสมความหมายต่อกันมาเรื่อย ๆ ผ่านกาลเวลามายาวนานจะพึงมี จึงอยากนำมุมมองทางด้านศาสนาคริสต์ที่ทับซ้อนอยู่ในเรื่องออกมาคลี่ขยายความหมายดูบ้างว่า นิทานโบราณเรื่องนี้ซ่อนความหมายแบบคริสเตียนอะไรไว้บ้าง

เจาะเทพนิยายดิสนีย์ มีสัญลักษณ์ใดของ ‘ศาสนาคริสต์’ ซ่อนไว้ในสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7
Rachel Zegler ผู้กำลังจะรับบท Snow White รับบทนางเอกใน West Side Story (2021) 
ภาพ : https://vancouver.broadway.com

โดยปกติถ้าท่านใดมีความคุ้นชินกับคริสต์ศาสนามาก่อน จะพบว่าศาสนานี้เต็มไปด้วยเครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ เต็มไปหมด พระเยซูคริสต์เองก็ตรัสสอนด้วยเรื่องนิทานอุปมาเป็นหลัก ชาวตะวันตกจึงคุ้นเคยกับการอุปมาและการแกะอุปมาและสัญลักษณ์ 

เวลาเราหยิบการ์ตูนเรื่อง สโนว์ไวท์ ขึ้นมาดู ก็มักจะเกิดคำถามขึ้นในใจเสมอ ๆ เช่น ทำไมคนแคระต้องมี 7 คน ทำไมนางเอกต้องผิวสีขาว ทำไมต้องปากสีแดง ทำไมนางเอกจะต้องถูกแม่มดยั่วยวนให้กินแอปเปิ้ล ทั้ง ๆ ที่จะกินอะไรก็ได้ แล้วการกลับคืนชีพของสโนว์ไวท์ทำให้เรานึกถึงอะไรนะ บางท่านก็คงคุ้น ๆ กับเรื่องราวแบบนี้ เราลองมาพิจารณากันทีละเรื่องทีละตอนดู

เจาะเทพนิยายดิสนีย์ มีสัญลักษณ์ใดของ ‘ศาสนาคริสต์’ ซ่อนไว้ในสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7
ภาพ : theconversation.com

ความหมายของสี : ชีวิตและการเปลี่ยนแปลง

เริ่มจากชื่อของนางเอกของเรื่อง – สโนว์ไวท์ ลักษณะหน้าตาผิวพรรณของเธอนั้นถูกบรรยายออกมาว่า ‘ขาวเหมือนหิมะ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามบริสุทธิ์แบบเด็ก ๆ ชวนให้นึกถึงความบริสุทธิ์ของมนุษย์คู่แรกคืออาดัมกับเอวาในสวนเอเดน ส่วนปากของเธอนั้นเป็นสีแดง หมายถึงชีวิต ความทรมาน (สีของเลือด) และวัยสาวสะพรั่งที่กำลังมาถึง (Coming of Age) ซึ่งเป็นความหมายหลักที่ซ่อนไว้ของนิทานเรื่องนี้ 

นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กเข้าสู่วัยสาวที่พร้อมจะแต่งงาน และต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และจะต้องเรียนรู้ระบบศีลธรรมแบบผู้ใหญ่คริสเตียน ส่วนผมของเธอนั้นเป็นสีดำขลับ หมายถึงความตายที่จะปรากฏในท้ายเรื่อง

ความจองหอง : ปฐมมลทินของมนุษยชาติ

มารดาของสโนว์ไวท์นั้นตายในวันที่เธอเกิด พระราชาผู้บิดาจึงแต่งงานใหม่กับแม่มด พล็อตนี้เป็นปมทั่วไปของนิทานโบราณที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และสร้างความเห็นอกเห็นใจของผู้ฟัง ช่วยเสริมความรู้สึกว่าการขาดมารดาทำให้ชีวิตในวัยเด็กไม่สมบูรณ์ (โดยเฉพาะพัฒนาการทางอารมณ์และทางจริยธรรม) เพราะในอดีต หน้าที่การเลี้ยงลูกสาวก็ย่อมาจากทางฝั่งมารดามากกว่าบิดา แม่มดเองก็เน้นย้ำความชั่วร้ายแบบคริสเตียนที่เด็กผู้หญิงที่กำลังจะเติบโตไปเป็นสาวโดยขาดมารดาต้องเผชิญ 

สัญลักษณ์ของแม่มดนั้นเห็นได้ชัดเจนหลายประการ โดยเฉพาะการครอบครอง ‘กระจกวิเศษ’ พูดได้ (หมายถึงโต๊ะเครื่องแป้ง-สัญลักษณ์ของความฟุ้งเฟ้อลุ่มหลงตัวเอง และดูย้อนแย้งมากที่กระจกควรจะเป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงที่สุด กลับสร้างความลุ่มหลงมากกว่าการตระหนักรู้แจ้ง)  

เจาะเทพนิยายดิสนีย์ มีสัญลักษณ์ใดของ ‘ศาสนาคริสต์’ ซ่อนไว้ในสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7
ภาพ : lithub.com

กระจกนั้นคอยชมนางแม่มดอยู่ตลอด ว่าสวยสะคราญยิ่งกว่าใครในพิภพโลกา ตอกหมุดย้ำบาปแรกของชาวคริสต์ คือ Pride หรือความเย่อหยิ่งจองหองถือว่าตนดีกว่าชาวบ้าน ซึ่งเพราะบาปนี้ จึงทำให้นางแม่มดยังมีบาปอีกหลายประการตามมาอีกเป็นพรวน ได้แก่ ความอิจฉาริษยา ความสนใจแต่ตัวเอง ความโหดร้ายทารุณ มากมายมหาศาลจนนางทนเห็นใครดีกว่าไม่ได้ ต้องหาทางกำจัดลูกเลี้ยงไปเสีย

แม่มดจึงจ้างนายพรานออกไปฆ่าสโนว์ไวท์ แต่นายพรานเกิดสงสารจึงปล่อยเธอไป แล้วเอาหัวใจของหมูป่ามาถวายราชินีแม่มด นางจัดการกัดกินหัวใจบริสุทธิ์นั้นอย่างตะกละตะกราม-ตรงนี้อธิบายได้ว่า บาปหรือความชั่วร้ายนั้นย่อมกัดกินความดีงามในจิตใจ โดยใช้หัวใจจริง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวของความชั่วให้สมจริงสมจัง

เจาะเทพนิยายดิสนีย์ มีสัญลักษณ์ใดของ ‘ศาสนาคริสต์’ ซ่อนไว้ในสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7
ภาพ : originalvintagemovieposters.com 

การเป็นผู้ใหญ่ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์และเรียนรู้ระบบศีลธรรม

สโนว์ไวท์ต้องร่อนเร่ไปในป่า เธอได้พบบ้านของคนแคระทั้ง 7 ซึ่งตามชื่อของการ์ตูนวอลดิสนีย์ คือ Dopey, Grumpy, Doc, Happy, Bashful, Sneezy และ Sleepy นั้น เห็นได้ชัดมากว่าตั้งตาม ‘อารมณ์ 7 ประการ’ ของมนุษย์ คนแคระจึงเป็นอุปมา หมายถึง ความต่ำต้อยตามสภาพธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะคล้อยไปตามอารมณ์ต่าง ๆ 7 แบบ คนแคระจึงต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะถูกจองจำด้วยอารมณ์มากกว่าการใช้ปัญญา เหมือนกับอาดัมและเอวาที่ถูกพระเจ้าสาปให้ต้องทำงานหนัก หลังจากถูกขับไล่จากสวนเอเดน อย่างไรก็ตาม การทำงานก็ยังเป็นสัญลักษณ์ถึงการชำระบาปตามพระคัมภีร์เดิมและอุดมการณ์ ตามแบบชาวคริสเตียนยุคกลางที่เชื่อมั่นในคุณธรรมของการทำงานหนัก

สโนว์ไวท์พบว่าบ้านของคนแคระนั้นทั้งรกและสกปรกโสโครก นางจึงจัดการทำความสะอาดให้ อุปมาถึงมนุษย์ผู้รู้ตัวมีสติ มีคุณธรรมย่อมแลเห็นความไม่สมบูรณ์ของอารมณ์ตัวเอง การจัดการอารมณ์ให้คงที่และเป็นระเบียบอยู่เสมอ จึงเป็นสัญญาณของการก้าวจากวัยเด็กเจ้าอารมณ์ ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในร่องในรอย คนแคระจึงอนุญาตให้สโนว์ไวท์อาศัยอยู่ด้วยได้อย่างเป็นมิตร 

การช่วยเหลือดูแลคนแคระจึงตรงกันข้ามกับบาปมหันต์ 7 ประการของแม่มด นั่นคือสโนว์ไวท์เป็นผู้ประกอบด้วยคุณธรรมศักดิ์สิทธิ์ 7 ประการ ได้แก่ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความบริสุทธิ์ ความพอประมาณ การกุศล ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ความเมตตา ทั้งหมดนี้เป็นคุณลักษณะของสโนว์ไวท์

แอปเปิ้ลแดง กระจกวิเศษ หัวใจหมูป่า นอกจากความสนุกแบบดิสนีย์ นิทานโบราณเรื่องนี้ซ่อนความหมายแบบคริสเตียนอะไรไว้บ้าง
ภาพ : www.usmagazine.com

การฟื้นคืนชีพ : สโนว์ไวท์ ‘ตาย’ และฟื้นคืนชีพ

ต่อมาเมื่อราชินีแม่มดทราบความจริงว่า สโนว์ไวท์ไม่ตายจริง แต่โดนพรานหลอก เธอจึงปลอมตัวเป็นหญิงชราถือแอปเปิ้ลมายั่วยวนให้สโนว์ไวท์กิน แม้ว่าบรรดาคนแคระจะสั่งไว้แล้วว่าไม่ควรไปยุ่งกับคนแปลกหน้าที่ไม่น่าไว้วางใจ 

พล็อตเรื่องตอนนี้ชัดเจนมากว่า นิทานเรื่องนี้คงจะพัฒนามาจากเหตุการณ์ในคัมภีร์ปฐมกาล ตอนที่งูปีศาจมาหลอกลวงให้เอวากินแอปเปิ้ล เอวาหรืออีฟกับสโนว์ไวท์จึงมีภาพลักษณ์ที่ทับซ้อนกันอยู่ ในด้านความอ่อนไหวทางอารมณ์ของมนุษย์เพศหญิง ซึ่งในสมัยโบราณถูกมองว่าเป็นเพศที่อ่อนแอและหวั่นไหวถูกหลอกลวงได้โดยง่าย เมื่อสโนว์ไวท์กินแอปเปิ้ล เธอจึงต้องตาย เหมือนกับปฐมบิดรมารดาของมนุษยชาติ ที่ถูกพรากความเป็นอมตะไปเพราะไม่เชื่อฟังพระเจ้า 

เมื่อเธอตาย บรรดาคนแคระต่างหดหู่ใจและนำร่างเธอใส่ไว้ในโลงแก้ว จนในที่สุดเจ้าชายองค์หนึ่งก็มาจุมพิตเธอ หรือในบางเวอร์ชันก็ว่าเอาโลงของเธอบรรทุกรถม้าไป แล้วพอรถกระแทก แอปเปิ้ลที่ติดขัดอยู่ในคอของสโนว์ไวท์ก็หลุดออก ชวนให้เราคิดถึง ‘ลูกกระเดือก’ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘แอปเปิ้ลของอาดัม’ เจ้าชายจึงเปรียบเสมือนพระเยซูคริสต์ผู้เข้ามาเอาแอปเปิ้ลที่ติดคอ ซึ่งหมายถึงบาปแรกในปฐมกาลออก แล้วเธอก็กลับคืนชีพ ซึ่งก็เป็นเค้าโครงเดียวกับการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์นั่นเอง

แอปเปิ้ลแดง กระจกวิเศษ หัวใจหมูป่า นอกจากความสนุกแบบดิสนีย์ นิทานโบราณเรื่องนี้ซ่อนความหมายแบบคริสเตียนอะไรไว้บ้าง
ภาพ : www.cosmopolitan.com

หลังการกลับคืนชีพของสโนว์ไวท์ เธอก็ได้แต่งงานกับเจ้าชาย เรื่องตรงนี้ให้ภาพลักษณ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งงานศักดิ์สิทธิ์ในสวรรค์ ปรากฏในหนังสือวิวรณ์ว่า มนุษย์จะเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ ในขณะเดียวกัน ก็ตอกย้ำการผ่านเข้าสู่วัยสาวที่พร้อมจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ สำหรับสโนว์ไวท์นั้น เธอได้ผ่านจากความเป็นเด็กเข้าสู่หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน โดยผ่านบททดสอบคุณธรรมและความชั่วร้ายต่าง ๆ จนเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ ตามหลักความคิดศีลธรรมแบบคริสต์ศาสนา

ทั้งหมดจึงเป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ซ่อนเอาไว้ในนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ เราเชื่อว่าแต่เดิมนั้น ผู้ใหญ่คงใช้สอนใจเด็กสาวที่กำลังก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ว่าจะต้องมีคุณธรรมสมบูรณ์พร้อมผ่านทางเครื่องหมายต่าง ๆ 

อันที่จริงนิทานเรื่องนี้ก็ยังตีความต่อไปได้อีกหลายแนวทาง ตามแต่ว่าจะใช้หลักการจากศาสตร์แขนงใดมาพิจารณา แต่สำหรับคอลัมน์ที่เกี่ยวกับคริสต์ศาสนา แนวนี้คงจะเห็นได้ชัดเจนและสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

Writer

ปติสร เพ็ญสุต

เป็นนักรื้อค้นหอจดหมายเหตุ ชอบเดินตรอกบ้านเก่าและชุมชนโบราณ สนใจงานศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเภท รวมทั้งคริสตศิลป์ด้วย ปัจจุบันกำลังติดตามธรรมาสน์ศิลปะอยุธยาและเครื่องไม้จำหลักศิลปะอยุธยา เคยคิดจะเป็นนักบวช แต่ไม่ได้บวช

ครุ่นคริสต์

เรื่องสนุกเกี่ยวกับคริสตศาสนาในประเทศไทย

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 เกิดอุทกภัยใหญ่ในภาคกลาง น้ำเหนือไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีน ทุ่งข้าวสีทองของสุพรรณบุรีกลายสภาพเป็นทะเลหลวง เมื่อผิวน้ำโดนลมหนาวกระหน่ำใส่ก็เกิดคลื่นแรงราวกับอยู่ริมทะเล ผมหวั่นใจว่างานแห่แม่พระทางน้ำของชุมชนคาทอลิกญวนแห่งอำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี จะจัดได้ตามปกติหรือไม่ เมื่อได้รับคำยืนยันจาก คุณแต๊บ เจ้าหน้าที่ของวัดแม่พระประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมลว่า ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเริ่มทรงตัวแล้ว ก็ค่อยคลายใจ ชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าพระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงปกปักหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ พระมารดามารีย์ยังสามารถเสด็จเยี่ยมเยือนชาวคริสตังในชุมชนโดยการแห่ทางเรือได้ตามปกติ

แห่แม่พระมารีย์ทางน้ำ ประเพณีคริสตังญวน อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

ชุมชนญวนแห่งสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ สูงมาก ทั้งชาวไทย ลาว จีน กะเหรี่ยง มอญ เขมร ไทยดำ และชุมชนญวน เนื่องจากสมัยโบราณ มีการอพยพย้ายถิ่นและกวาดต้อนผู้คนจากดินแดนต่าง ๆ เข้ามาทำมาหากินในพื้นที่ภาคตะวันตกแห่งนี้ และประกอบร่างสร้างตัวตนขึ้นเป็นชาวไทยในปัจจุบัน ชุมชนญวนแห่งสองพี่น้องก็เช่นกัน เกิดจากการขยายตัวของชุมชนคริสตังแห่งสามเสน หรือ ‘ค่ายนักบุญฟรังซิสเซเวียร์’ ซึ่งแต่เดิมเป็นชุมชนชาวเวียดนามคาทอลิกที่อพยพหลบหนีการเบียดเบียนศาสนาในรัชสมัยพระเจ้ามินมาง จักรพรรดิแห่งเวียดนามผู้ไม่ไว้วางพระทัยในบรรดามิชชันนารี

เมื่อเกิดสงครามอานัมสยามยุทธขึ้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ขุนนางคริสตังไปเกลี้ยกล่อมชาวญวนเหล่านี้ ที่อพยพหนีการเบียดเบียนศาสนามาถึงชายแดนเขมรแล้ว ให้เข้ามาทำมาหากินในดินแดนสยาม โดยรับรองสิทธิในการนับถือศาสนาคริสตังได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม ชุมชนสามเสนก็เล็กและแคบเกินไปเมื่อชุมชนขยายตัวออก ชาวญวนผู้มีอาชีพทำประมงเป็นหลัก จึงเดินทางอพยพขึ้นเหนือไปหากินตามลำน้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปถึงเจ้าเจ็ด บ้านแพน เกาะใหญ่ อยุธยา นครสวรรค์ เกิดชุมชนคริสตังญวนขึ้นตลอดลำแม่น้ำมากมาย เกือบทุกแห่งยังรักษาขนบธรรมเนียมญวนไว้ได้ โดยเฉพาะอาหารการกิน ประเพณี งานศพ หรือคำเรียกในครอบครัว

แห่แม่พระมารีย์ทางน้ำ ประเพณีคริสตังญวน อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

อำเภอสองพี่น้องก็เช่นกัน ชุมชนญวนไม่กี่ครอบครัวที่อพยพมายังท้องทุ่งสุพรรณแห่งนี้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น เมื่อลงหลักได้มั่นคงแล้วก็เชิญบาทหลวงจากโบสถ์ที่นครชัยศรี (ปัจจุบันคือวัดนักบุญเปโตร สามพราน) ขึ้นมาดูแลประกอบศาสนกิจ

“ญวนสองพี่น้องเขาศรัทธามาก ตื่นก็สวด กินข้าวก็สวด ก่อนนอนก็สวด ลงไปอาบน้ำในท่าก็สวด ไม่กลัวจระเข้กินบ้างเนาะ” ผมนึกถึงคำของชาวบ้านที่สามพราน เมื่อเขาพูดถึงคริสตังแห่งสองพี่น้องด้วยน้ำเสียงติดตลก ในสมัยท่านสังฆราชปัลเลอกัวซ์ ท่านอภิบาลชาวคริสต์ในสยามด้วยความเคร่งครัด มีการแต่งบทสวดสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ทั้งกินข้าว เข้านอน หรือแม้แต่กินหมาก เพื่อเพิ่มความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ความศรัทธาเหล่านี้ช่วยประคับประคองชุมชนคาทอลิกเล็ก ๆ นี้ให้เติบโตท่ามกลางชนต่างศาสนามาได้นานกว่า 150 ปี

แห่แม่พระมารีย์ทางน้ำ ประเพณีคริสตังญวน อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
แห่แม่พระมารีย์ทางน้ำ ประเพณีคริสตังญวน อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

แม่พระประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมล

บ้านญวนแห่งนี้ได้ชื่อว่า ‘บ้านแม่พระประจักษ์’ ซึ่งมาจากชื่อเต็ม ๆ ว่า ‘แม่พระประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมล’ ชื่อนี้มาจากสมญานามของกลุ่มนักบวชแห่งภูเขาคาร์แมลในอิสราเอล ซึ่งแต่เดิมเป็นนักรบครูเสดที่เสร็จสิ้นภารกิจและรวมตัวกันถือพรตกันโดยสันโดษในภูเขาคาร์แมล หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งประกาศกเอลียาห์เคยมีชัยชนะเหนือนักบวชศาสนาบาอัลในยุคพันธสัญญาเดิม โดยพระเป็นเจ้าทรงส่งไฟจากฟ้าลงมาเผาเครื่องบูชาของเอลียาห์ เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้แต่พระองค์เดียว 

นักรบครูเสดที่เข้าไปบำเพ็ญพรตในอารามแห่งนี้ ต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็นคณะนักบวชนาม ‘คาร์เมไลท์’ ซึ่งมีจำนวนมากในประเทศไทยของเราด้วย ในบรรดานักบวชเหล่านี้ นักบุญซีมอน สต๊อก (St. Simon Stock) ได้พบกับพระนางมารีย์ พระมารดาทรงประจักษ์มาพบท่านที่เขาคาร์แมลในศตวรรษที่ 13 และประทานเสื้อพิเศษและ ‘สายจำพวก’ (สายคล้องคอขนาดเล็ก ชาวคาทอลิคเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายของการมอบตนให้อยู่ในความคุ้มครองของพระเป็นเจ้าและพระแม่มารีย์ และใช้เพื่อระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา) ให้กับท่าน เป็นเครื่องหมายในการอุทิศตนรับใช้พระเป็นเจ้าและเป็นคำสัญญาของพระนางว่าจะช่วยเหลือให้พวกเขาเอาชนะบาปผิดต่าง ๆ ในชีวิตได้ และแม้ว่าวัดสองพี่น้องแห่งนี้จะไม่เคยถูกปกครองโดยคณะนักบวชคาร์เมไลท์ แต่ความศรัทธาต่อพระนางมารีย์แห่งภูเขาคาร์แมลคงแพร่หลายมากในช่วงรัชกาลที่ 4 – 5 จึงมีการนำนามนี้มาตั้งเป็นนามอุปถัมภ์ของวัดสองพี่น้องด้วย

แห่แม่พระมารีย์ทางน้ำ ประเพณีคริสตังญวน อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
งานแห่แม่พระทางน้ำของชุมชนคาทอลิกญวนแห่งอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ประเพณีที่เกิดหลังสงครามอานัมสยามยุทธ

เมื่อแม่พระเสด็จเยี่ยมชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน

น้ำเจิ่งนองไปทั่วทั้งทุ่งสองพี่น้อง บ้านสองชั้นกลายเป็นบ้านชั้นเดียว หลายหลังเหลือแต่หลังคาและเรือกลายเป็นพาหนะหลักในการเชื่อมบ้านกับถนนสายหลัก แต่ชุมชนคริสตังก็ยังเปี่ยมด้วยพลัง ทุกบ้านเตรียมแท่นบูชาขนาดเล็ก ๆ หน้าตาไทย ๆ จำพวกโต๊ะหมู่บูชาที่เราเห็นตามวัดพุทธ แต่ตั้งรูปแม่พระ ปักดอกไม้ใส่แจกันกับเชิงเทียนสีขาวไว้ที่ชานเรือนหันหน้าลงสู่แม่น้ำท่าจีน ครอบครัวพร้อมหน้ารอคอยให้เรือแห่ของวัดค่อยล่องช้า ๆ นำหน้าขบวนแห่ด้วยเรือประดิษฐานไม้กางเขน พาพระรูปพระแม่มาอวยพรพวกเขา-ปีละครั้ง-ถึงหน้าบ้าน เสียงสวดบทวันทามารีอาดังไปทั่วคุ้งน้ำ ค่อย ๆ แห่จากวัดแม่พระประจักษ์ไปถึงตลาดบางลี่ และทวนกลับไปถึงวัดสองพี่น้อง (วัดพุทธ) ซึ่งมีบ้านคริสตังตั้งกระจัดกระจายไปตลอดทาง

ผมทราบมาว่า เรือที่ใช้แห่นั้น ทางวัดก็ได้รับความช่วยเหลือให้หยิบยืมมาจากวัดพุทธสองพี่น้อง นับว่าเป็นความร่วมมือกันอย่างน่ารักระหว่างต่างศาสนิก

งานแห่แม่พระทางน้ำของชุมชนคาทอลิกญวนแห่งอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ประเพณีที่เกิดหลังสงครามอานัมสยามยุทธ

ธรรมเนียมการแห่แม่พระทางน้ำนั้น คงจะติดมาจากสมัยโบราณที่การคมนาคมส่วนใหญ่ของสยามยังอยู่บนสายน้ำ โบสถ์อื่น ๆ ก็เคยมีประเพณีนี้ เช่น โบสถ์ลำไทร แต่เลิกไปเมื่อถนนกลายเป็นทางสัญจรหลัก เมื่อรถยนต์เข้ามาแทนเรือ บ้านเรือนคริสตังจำนวนมากก็โยกย้ายออกไปตั้งตามถนน การแห่ทางน้ำก็เลิกราไปในราว พ.ศ. 2530 จนกระทั่งได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในช่วง พ.ศ. 2561 เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชุมชนบ้านแม่พระประจักษ์เป็นตัวแทนชุมชนจากตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้องเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากชุมชนญวนแห่งนี้ก็มีผลิตภัณฑ์หลักจากท้องถิ่นที่แพร่หลายจำนวนมาก เช่น ปลาหมำแบบญวน เปลญวนที่ใช้ผักตบชวาเป็นวัตถุดิบเสริม เพราะแม่น้ำท่าจีนมักจะตื้นเขินลงเสมอจากการระบาดของผักตบชวา ประเพณีแห่แม่พระทางน้ำจึงถูกฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกครั้ง

งานแห่แม่พระทางน้ำของชุมชนคาทอลิกญวนแห่งอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ประเพณีที่เกิดหลังสงครามอานัมสยามยุทธ
ภาพถ่ายเก่าขบวนแห่แม่พระของวัดพระวิสุทธิวงศ์ ลำไทร ในปี 1950
ภาพ : สารสาสน์ เล่มที่ 30 ฉบับวันที่ 12 ธันวาคม 1950

การจัดพิธีกรรมยังคงดำเนินการด้วยรูปแบบดั้งเดิม เราเห็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในชุดอ๋าวหย่ายสีสันสดใส ตั้งรูปแม่พระแห่งลาวาง-เวียดนาม ในชุดอ๋าวหย่ายอุ้มพระกุมารเยซูอยู่หน้าวัดเช่นกัน ความภาคภูมิใจในเชื้อสายเวียดนามยังคงเป็นเสาหลักที่ยึดโยงชุมชนแห่งนี้เข้าด้วยกัน หลังจาก 1 ชั่วโมงกลางทุ่ง แวะโบกไม้โบกมือทักทายกับชุมชนสองฝั่งน้ำแล้ว ทางวัดก็ยังเตรียมโรงทานให้เราทานกันฟรี ๆ หมูหันแบบญวนตัวใหญ่หนังกรอบกับหอยทอดคือเด็ดมาก ไอศกรีมกะทิแบบกะทิล้วน ๆ มันจัดกลมกล่อมมาก มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจำพวกปลาร้า ปลาหมำ เมี่ยงคำ ตะกร้าสานด้วยนะ

ก่อนจะลาจากชุมชนแห่งนี้ ผมเดินไปสวัสดีนักบุญซีมอน สต๊อกกับพระแม่มารีย์ในโบสถ์ หวังว่าปีหน้าจะได้พบกันอีก พร้อมทั้งขอพรให้ทุกครอบครัวปลอดภัยจากอุทกภัยครั้งนี้ด้วย

งานประเพณีแห่แม่พระทางน้ำจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม ติดตามข่าวสารได้จากเฟซบุ๊ก วัดแม่พระประจักษ์ สองพี่น้อง

ขอบคุณคุณแต๊บ แอดมินของเพจวัดแม่พระประจักษ์ที่ช่วยเหลือในการลงเรือแห่แม่พระ

Writer & Photographer

ปติสร เพ็ญสุต

เป็นนักรื้อค้นหอจดหมายเหตุ ชอบเดินตรอกบ้านเก่าและชุมชนโบราณ สนใจงานศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเภท รวมทั้งคริสตศิลป์ด้วย ปัจจุบันกำลังติดตามธรรมาสน์ศิลปะอยุธยาและเครื่องไม้จำหลักศิลปะอยุธยา เคยคิดจะเป็นนักบวช แต่ไม่ได้บวช

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load