พฤศจิกายน 2545

ณ อิมพีเรียล ลาดพร้าว วัยรุ่นนับร้อยชีวิตต่อแถวยาวเหยียด เพื่อรอรับแจกซีดีเพลง ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้ ซิงเกิลผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมงาน Fat Festival ครั้งที่ 2 หลังจากหนึ่งในบทเพลงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกนี้ ทำสถิติติดอันดับเพลงยอดนิยมของคลื่น 104.5 ต่อเนื่องนานถึง 38 สัปดาห์

สำหรับใครหลายคน นี่คือปรากฏการณ์แรกที่ฝังอยู่ในความทรงจำ เมื่อพูดถึง Smallroom ค่ายเพลงเล็กๆ ที่เติบโตมาตั้งแต่กระแสอินดี้ครองเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวจนมาถึงสู่ยุคโซเซียลมีเดียที่ใครๆ ต่างก็ทำเพลงเองได้

จากวันนั้นถึงวันนี้ พวกเขาได้ปลุกปั้นศิลปินที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ สี่เต่าเธอ, Armchair, Death of a Salesman มาจนถึง Slur, Tattoo Colour, Polycat, The Richman Toy, Somkiat หรือเลือดใหม่อย่าง DEPT

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Smallroom หยัดยืนข้ามกาลเวลา ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ชักชวน รุ่ง-รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ พี่ใหญ่ของค่าย มาร่วมหาคำตอบผ่านเรื่องราวและความทรงจำที่มีต่อห้องเล็กๆ แห่งนี้ตลอดสองทศวรรษ

รุ่ง-รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์, เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

01

‘..ห้องเล็กนะคะ..’

หลงใหลดนตรี ชื่นชอบความเท่ น่าจะเป็นคำจำกัดความตัวตนผู้ชายคนนี้ได้ชัดเจนสุด

เดิมที Smallroom ไม่ได้วางบทบาทเป็นค่ายเพลง แต่ตั้งใจเป็นมิวสิกโปรดักชันเล็กๆ รับจ้างผลิตเพลงเท่านั้น

เพราะเมื่อ พ.ศ. 2537 รุ่งเคยทำวงดนตรีชื่อ Crub ซึ่งถือเป็นต้นแบบแนวเพลง BritPop ของเมืองไทย แต่ปรากฏว่า 4 เดือนขายได้ทั้งหมด 20,000 ม้วน เจ๊งสนิท วงดนตรีแรกจึงต้องปิดฉากลงอย่างเงียบๆ

ปีถัดมาเขาหันมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ศิลปินน้องใหม่ สี่เต่าเธอ ถึงจะมีเพลงฮิตอยู่บ้าง แต่พอหักกลบลบหนี้ก็ยังไม่คุ้มทุนอยู่ดี จากนั้นก็มาทำค่ายเพลงชื่อ Subdisc ผลิตงานออกมา 2 อัลบั้ม คือ Suharit กับ EMELY แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนทุกอย่างจะสลายตัวไปพร้อมวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง

แม้ชีวิตบนถนนสายดนตรีจะลุ่มๆ ดอนๆ จนต้องกลับมาทำงานตกแต่งภายใน แต่รุ่งกลับไม่เคยหยุดฝัน

เมื่อเทคโนโลยีถูกลง มีการใช้ Hard disk recording ซอฟต์แวร์สำหรับอัดเสียงมาช่วยทำเพลง เขาจึงรวมกลุ่มกับ พิซซ่า-ชัยบรรฑิต พืชผลทรัพย์, แจ๊ค-นิตินาท สุขสุมิตร และ เจ-เจตมนต์ มละโยธา สามสมาชิกวงพราว เพื่อนร่วมภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ เชาวเลข สร่างทุกข์ อดีตนักแต่งเพลงจาก Bakery Music สร้างทีมทำเพลงในฝัน รับผลิตเพลงโฆษณาแก่บริษัทต่างๆ

รุ่ง-รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์, เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

ประสบการณ์ครั้งใหม่ ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้การผลิตงานเพลงที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะการสร้างงานตามโจทย์ รู้จักการผสมผสานความเป็นไทยอย่างพอเหมาะ และเริ่มเห็นเส้นทางอาชีพจริงจัง

พ.ศ. 2542 ทั้งหมดจึงตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ Smallroom โดยได้ไอเดียมาจากคำทักทายเชิงปรามาสจากศิลปินหญิงแถวหน้าคนหนึ่ง ซึ่งมาอัดเพลงโฆษณาว่า “..ห้องเล็กนะคะ..” 

แต่การทำเพลงโฆษณาไม่ได้เป็นฝันเพียงอย่างเดียว พวกเขายังอยากปล่อยของ อยากนำแรงบันดาลใจที่ได้จากการฟังเพลงต่างประเทศ มาต่อยอดสร้างสิ่งใหม่ๆ และนั่นเองที่นำมาสู่การหวนคืนสู่ตลาดเพลงไทยอีกหน

Smallroom 001 what happens in this smallroom วางแผงในวันคริสต์มาสปีเดียวกัน โดยเลข 001 มีต้นแบบมาจาก SARAH Records ค่ายเพลงระดับตำนานของอังกฤษ ซึ่งมีรหัสกำกับอัลบั้มแต่ละชุด ตั้งแต่ SARAH 1-100

ส่วนศิลปินในอัลบั้ม ประกอบด้วย สี่เต่าเธอกับวงดนตรีหน้าใหม่อีก 9 วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมงานและเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกันดี อาทิ แจ๊ค วงพราว ฟอร์มทีมกับนักร้องสาวเสียงใสคนหนึ่งในชื่อ Groovy Airline, เจ วงพราว เรียกตัวเองว่า Penguin villa รวมถึง ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ที่มาร่วมสนุกโดยใช้นามแฝง Bonus

“พี่เต็ดนี่เรารู้จักมาตั้งแต่อยู่ Atime แล้ว แกเคยบอกว่า รุ่ง..กูเรียกมึงว่าเจ้าพ่อ Un-Pop นะ คือไม่ป๊อปเลย เราก็อยากเอาชนะ พอเขาจั่วหัวแบบนี้ เลยชวนมาทำ 001 โดยตอนนั้นเราอยากได้วงแบบนักร้องเสียงใหญ่ อย่าง Orange Juice ซึ่งเสียงพี่เต็ดน่าจะไปทางนั้นได้ จนออกมาเป็นเพลงขวัญใจ

“ส่วนเหตุผลที่ทำเป็น Compilation เพราะสมัยนั้นมีค่ายเพลงจากฝรั่งเศส จากเยอรมัน นำเพลงใหม่ของศิลปินมารวมกันวงละเพลงสองเพลง เราจึงอยากทำบ้าง โดยตกลงกันว่าจะไม่ใช่เครดิตเก่าเลย คิดชื่อวงใหม่ เพราะอยากรีเฟรช ไม่อย่างนั้นจะถูกมองว่าเป็นอัลเทอร์เนทีฟแบบไทยๆ แต่ Taxi ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย มองว่าผิดหลัก คุณควรใช้เครดิตเก่าในการขาย แต่เราก็แรง เพราะอยากให้มันแตกต่าง สุดท้ายเขาเลยขอแปะสติ๊กเกอร์ว่ามาจากอดีตวงอะไรแทน” 

ผลงานแรกของพวกเขาประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

เพลงแต่งงานของ moor เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงรุ่นใหม่ โดยเฉพาะแฟนคลับช่อง Channel [V] Thailand เช่นเดียวกับเพลงจิตรกรรมของ Groovy Airline ซึ่งภายหลังถูกเปิดใน Fat Radio จนขึ้นอันดับ 1 นานถึง 4 สัปดาห์ แต่ที่สำคัญกว่าคืองบการผลิตอัลบั้มต่ำกว่าสมัยทำค่ายแรกเกือบเท่าตัว ทำให้เขามีเงินเหลือแจกผู้ร่วมงานแต่ละคน

“เอาตรงๆ เรารู้แค่ว่ามีคนชอบอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่าเยอะแค่ไหน อีกสิ่งที่เรารู้ คือเราจะทำทิศทางอย่างนี้ และจะไม่ลงทุนสูง ทำให้ง่ายสุด สิ้นเปลืองน้อยสุด เพราะเราเจ็บมาเยอะแล้ว”

สูตรการทำงานช่วงต้นจึงเป็นการนำเงินที่ได้จากเพลงโฆษณามาหมุนเพื่อสร้างงานที่อยากทำ โดย 3 ปีแรกมีผลงานทั้งหมด 3 ชุด คือ Smallroom 001, Smallroom 002 และ The Love Boat ของสี่เต่าเธอ

ทว่าใน พ.ศ. 2544 นัดดา บุรณศิริ จาก Universal Music (ประเทศไทย) ได้ชักชวนให้รุ่งมาช่วยดูแลแผนกเพลงไทย เขาจึงส่งศิลปินในมือ อย่าง Armchair, Kaijo Brothers, บัวหิมะ และ ปุ๊ย-คืนสิทธิ์ สุวรรณวัฒกี มาออกอัลบั้มที่นี่แทน

“ทุกอัลบั้มที่เราส่งไปจะมีการผสมผสานให้ถูกใจคนไทยมากขึ้น แต่ยังคงความเท่ไว้ด้วย เช่น Armchair ชุด Pastel Mood มีความเป็น Café del Mar เป็น International Pop สูงมาก พอเป็นอัลบั้ม Design ก็ถูกทำให้เท่อีกแบบ มีความเป็น Electro ขึ้น คือแทนที่อ้วน (อธิษว์ ศรสงคราม) จะเป่าฟลุตก็หันมาเล่นคีย์บอร์ด แล้วเราก็อยากทำให้แอกทีฟขึ้น เพราะชุดแรกไปเล่นสดแล้วนิ่ง เป็นความเท่ต่อเนื่องกันไป โดยเราได้แรงบันดาลใจมาจาก blur ซึ่งเปลี่ยนทุกชุด คือโอเควงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ออกกี่ชุดก็เหมือนเดิม เราก็ชอบ แต่ตอนนั้นรู้สึกว่า blur เท่มาก

“อย่างปุ๊ยก็เช่นกัน เราอยากทำอัลบั้มให้เป็นลูกทุ่ง Big Beat อารมณ์เหมือนให้ Fatboy Slim มาทำเพลงลูกทุ่ง เรียกว่าเป็นจินตนาการที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย คือทุกอัลบั้มที่เราทำจะมีการกำหนดทิศทางว่าอยากให้เป็นยังไง เพราะถึงจะไม่ใช่เงินเรา แต่เราก็อยากรับผิดชอบให้ทุกชุดประสบความสำเร็จที่สุด ซึ่งทุกวันนี้เราก็ยังเป็นแบบนี้อยู่”

แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Smallroom จะไม่ได้ลงทุนผลิตงานเองเลย เพราะหากศิลปินวงไหนที่ผสมความเป็นไทยได้ไม่มาก แต่งานแปลกใหม่น่าสนใจ อาทิ Death of a Salesman พวกเขาก็ยินดีที่จะเสี่ยงเช่นกัน 

ทั้งหมดนี้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลงานที่เกิดจากห้องเล็กๆ แห่งนี้ โดดเด่น มีสไตล์ และเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเท่ท่ามกลางยุคที่กระแสเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย 

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

02

ห้องเล็กที่ไม่เล็กอีกต่อไป

หลังอยู่เบื้องหลังคอยผลิตงานป้อนสังกัดอื่นมาพักใหญ่ ใน พ.ศ. 2547 Universal Music (ประเทศไทย) ประกาศปิดแผนกเพลงไทย ส่งผลให้ศิลปินอย่าง Armchair กลายเป็นวงไร้สังกัด 

รุ่งกับทีมจึงตัดสินใจเปลี่ยน Smallroom เป็นค่ายเพลงเต็มตัว อัลบั้มต่างๆ เริ่มหลั่งไหลออกมาต่อเนื่อง อาทิ Stylish Nonsense, Penguin Villa, Montonn Jira รวมถึง Suberbaker เจ้าของเพลงความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้ โดยเมื่อ พ.ศ. 2548 เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งใจจะผลิตอัลบั้มให้ได้สัก 25 ชุด

2 ปีนี้จึงเป็นช่วงที่พวกเขาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง อาทิ Smallworld ค่ายเพลงที่แนะนำศิลปินอินดี้จากทั่วโลกมาให้ชาวไทยได้รู้จัก เปิดแผนกการตลาดและแผนกประชาสัมพันธ์จริงจัง รวมถึงโปรเจกต์ Muchroom ซึ่งหวังเป็นค่ายย่อยผลิตศิลปินที่มีกลิ่นดนตรีต่างจากค่ายหลัก แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็พับไปก่อน โดยหนึ่งในศิลปินอย่าง ขอนแก่น ได้โยกมาออกผลงานในสังกัด Smallroom แทน

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย
เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

ขอนแก่นถือเป็นวงดนตรีที่รุ่งมักหยิบยกมาพูดถึงอยู่เสมอ เพราะเป็นครั้งแรกที่ถูกแฟนเพลงวิจารณ์อย่างหนักว่า ‘ไม่แนวเลย’ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผลงานทั้ง 12 เพลงจากอัลบั้มกรุงเทพฯ นี้ถือเป็นสิ่งที่ช่วยกรุยทางให้ค่ายเล็กๆ แห่งนี้สร้างศิลปินที่แหวกขนบเดิมๆ ตามมาอีกหลายวง 

“ช่วงนั้นคนจะงงมากว่าทำไมเราทำป๊อป เราถูกด่าเยอะมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าเราไม่ผิด เพราะการทำค่ายนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ชอบเพลงป๊อปหรือวงร็อกไทย เราฟัง Bodyslam ฟัง Big Ass เหมือนกัน ที่สำคัญคือขอนแก่นเป็นวงที่ดี เสียงแบบขอนแก่น เมโลดี้แบบขอนแก่นไม่เหมือนใคร น่าเสียดายที่วงไม่ดัง ณ ตอนนั้น”

ทว่าทั้งหมดนี้นับเป็นช่วงทดลองเท่านั้น เนื่องจากการผลิตงานส่วนใหญ่ยังอาศัยทุนจากเพลงโฆษณาเป็นหลัก 

กระทั่ง พ.ศ. 2549 Smallroom จึงเข้าสู่ระบบค่ายเพลงเต็มรูปแบบ หลังมีเครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่รายหนึ่งมาเป็นแหล่งทุนในการผลิตอัลบั้มเพลงทุกชุด โดยเฉพาะ 6 ศิลปินเลือดใหม่ อย่าง Lemon Soup, Slur, Tattoo Colour, Yarinda & Friends, กิ-กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร และ บอล-จารุลักษณ์ ชยะกุล

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย
เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

“ปีนั้น Armchair ออกจากค่ายพอดี แต่เราดันขายสปอนเซอร์ไว้แล้ว เลยถามเขาตรงๆ ว่า Armchair ไม่อยู่แล้ว คุณติดไหม เขาบอกไม่ติด ซึ่งเราดีใจมาก ถือเป็นจุดเปลี่ยนเลย เพราะเราไม่ต้องเอาเงินจากเพลงโฆษณามาทำแล้ว โดยช่วงนั้นไฟแรงมาก บ้าพลัง รับเด็กมาเพียบ

“อย่าง Tattoo Colour ตอนนั้นไปเป็นกรรมการประกวดเพลง มันก็เลยถือโอกาสส่งเดโม่ด้วยเลย หรือ ญารินดา ตอนที่ส่งงานมาตกใจนะ เขาอยู่แกรมมี่นี่ พอเรียกเข้ามาก็ถูกจริตเลย ส่วนบอล ตอนเจอกันมีแค่ร้องกับกีตาร์โปร่ง แต่เพลงที่เขาแต่งตุนไว้ดีมากๆ ขณะที่กิเอาตรงๆ เราชอบ DOJO แล้วบังเอิญได้คุยกัน บวกกับช่วงนั้นฟัง Kahimi Karie เยอะเลยคิดว่าน่าจะทำสไตล์นี้ได้ แต่สุดท้ายอัลบั้มเดียวของกิก็ไม่ได้ทำเป็นญี่ปุ่นแบบนั้น”

แต่ถึงอะไรๆ ใน Smallroom อาจไม่เหมือนเดิม หากกระบวนการสร้างสรรค์งานกลับไม่เคยเปลี่ยนตาม รุ่งยังคงสนุกกับการได้ดึงความเท่หรือความน่าสนใจของศิลปินแต่ละวง โดยที่รักษาตัวตนของพวกเขาให้ได้มากที่สุด

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

“หลักคิดง่ายๆ ของเราคือ ในค่ายไม่มี แล้วในประเทศยังไม่มี อย่าง Lemon Soup เราตั้งใจทำเป็น College Sound แบบที่สมัยเราฟัง Lemonheads อยากให้เป็นกลิ่นแบบนั้นทั้งชุด เช่นเดียวกับ Tattoo Colour เราคงไม่ไปบอกเขาให้แต่งเพลงให้ฟังดูยากขึ้น เพราะเราชอบเพลงที่เขาแต่งซึ่งฟังง่าย เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เท่ขึ้น ถือเป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อ 

“ประสบการณ์จากเพลงโฆษณาทำให้เราคิดว่า ต้องทำอัลบั้มให้เป็นรูปธรรมที่สุด อย่างบอล ตอนนั้นเราตั้งใจจะทำเป็น R&B ที่เท่สุดใน พ.ศ. นั้น แต่เราคงบอกไม่ได้ว่าจะฮิตทันทีหรือไม่ หลายคนมักพูดว่า ค่ายนี้ชอบมาก่อนเวลา ซึ่งเราเกลียดคำนี้มาก เราไม่ได้อยากมาก่อน อยากมาพร้อมกันนี่แหละ” บอสใหญ่แห่งห้องเล็กกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

คงเพราะแนวคิดแบบนี้เอง ทำให้ตลอดหลายสิบปีมานี้ Smallroom กลายเป็นแรงดึงดูดคนรุ่นใหม่ นักดนตรีหลายคนใฝ่ฝันจะร่วมงานกับที่นี่ เช่นเดียวแฟนเพลงซึ่งพากันยกให้เขาเป็นเจ้าพ่อเด็กแนวคนหนึ่ง

แต่พี่รุ่งของน้องๆ กลับมองต่างออกไป 

“เราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในกระแสเลย แม้แต่ตอนที่พจน์ อานนท์ ทำหนังเรื่อง สมอลล์รูกูแนว ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาหมายถึงเรา หรือช่วง a day ดังๆ ที่ทุกคนต้องถือ a day สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Smallroom เราก็ไม่ได้ถูกพ่วงไปด้วย บางทีอาจเพราะเราอยู่แต่บริษัทจึงไม่ได้มองสถานการณ์ภายนอกมากนัก เอาความสนุกของตัวเองเป็นที่ตั้งเท่านั้น”

สิ่งเดียวที่ชายผู้นี้คาดหวัง คือความสำเร็จของสมาชิกในค่าย เขาอยากให้ทุกคนใช้ดนตรีเลี้ยงชีพได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำงานที่ตัวเองไม่อยากทำ จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมเขาถึงยอมยุบ Smallworld เพื่อนำเงินมาปั้นเด็กไทย หรือไม่ยอมรับศิลปินหน้าใหม่นานหลายปี ด้วยต้องการให้ทุกคนโด่งดังเสียก่อน เพราะทั้งหมดถือเป็นความรับผิดชอบในฐานะหุ้นส่วนทางดนตรี

“เรารู้สึกเสียใจทุกครั้งเวลาวงที่อยู่กับเราแล้วไม่สำเร็จ อย่างขอนแก่นก็ควรจะดัง Spoonfulz ก็ควรดังมากๆ แม้แต่ Polycat ก็ควรดังตั้งแต่เพลง ถ้าเธอคิดจะลืมเขา ไม่อย่างนั้นชีวิตคงดีไปนานแล้ว หรือบางเพลงต้องผ่านไปเป็นสิบปีถึงดัง ทำให้วงเหล่านั้นหากินไม่ได้หรือต้องไปอยู่ข้างนอก”

ตลอด 21 ปีในโลกของดนตรี แม้หลายคนมองว่า Smallroom เป็นพี่ใหญ่แห่งวงการอินดี้ แต่รุ่งยืนยันว่า ที่นี่ยังคงเป็นห้องเล็กๆ ที่อยากถ่ายทอดทางเลือกใหม่ๆ สู่สังคมเพลงไทยไม่เปลี่ยนแปลง

03

ห้องเรียนของ ‘พี่รุ่ง’

“ไม่เคยเผด็จการเลย เรานี่โคตรประชาธิปไตย” รุ่งเอ่ยขึ้นเมื่อถูกถามว่าเขาครอบงำศิลปินหรือไม่

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าในฐานะผู้นำค่าย เขาย่อมมีอิทธิพลทางความคิดต่อสมาชิกในสังกัดไม่มากก็น้อย

หากแต่การครอบงำกับการกำหนดทิศทางนั้นเป็นคนละเรื่องกัน..

“สมมติศิลปินส่งเดโม่หรือเล่นสดให้เราฟัง เสร็จแล้วเราบอกว่า ‘มึงเหมือนวงนี้กูไม่เอา แบบนี้ไม่เรียกครอบงำ’ แต่เราต้องการชี้ว่า จะไปเหมือนเขาทำไม เอาง่ายๆ อย่าง Tattoo Colour ชุดแรก ถ้าปล่อยไปโดยไม่ทำอะไรเลยจะเหมือน Good September เลย ซึ่งความจริงงานเขาดีนะ แต่ไม่มีประโยชน์ที่ Tattoo Colour จะเป็น Good September อีกวง

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย
เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

“แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น เด็กมักบอกเราว่าไม่เห็นเหมือนเลย เราก็ตอบว่า อย่างนั้นเอาให้คนในออฟฟิศฟังว่าเหมือนไหม เพราะฉะนั้นเผด็จการกับ Intention ไม่เหมือนกัน เราเป็นคนมีเป้ามีจุดของเรา สมมติย้อนกลับไปฟังขอนแก่น ถามตัวเองว่านี่คือ Bodyslam หรือ Big Ass เหรอ ไม่ใช่เพราะเสียงไอ้แดน (อภิเชษฐ์ พัจนสุนทร) ไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนที่ขอนแก่นออกมา ไม่เหมือนใครเลย แต่พอขอนแก่นหมดไปแล้ว ถึงจะมีวงที่เหมือนขอนแก่นออกมา”

ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง รุ่งจะพยายามถ่ายทอดความคิดและประสบการณ์ต่างๆ ของตัวเอง ให้กับศิลปินและคนเบื้องหลัง เพื่อเปิดโลกดนตรีให้กว้างขึ้น เพราะเขาเชื่อว่าทุกคนไม่ต่างจากคู่หูหรือครอบครัว จึงควรแบ่งปันเรื่องราว ทัศนคติ มุมมองความคิดซึ่งกันและกัน

โดย Smallroom มีกติกาให้วงดนตรีต่างๆ ยืดถือ คือศิลปินแต่ละคนต้องเป็นตัวของตัวเอง เพราะรุ่งเชื่อว่า หากปราศจากความมั่นใจแล้วคงยากที่จะสร้างงานดีๆ ขึ้นได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคิดเสมอว่าตัวเองไม่เก่ง เพราะเมื่อไม่เก่งจะได้ขยัน และหากมีข้อสงสัยขอให้ถาม สุดท้ายคือเชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งก็หมายถึงรุ่ง ในฐานะผู้ควบคุมการผลิตงาน 

“เราทำงานเหมือนบัดดี้ คือวงห้าสิบ ค่ายห้าสิบ เราเชื่อว่าวงดนตรีต้องสร้างงานเรื่อยๆ อย่าหยุด ถ้าเมื่อไหร่ที่แต่งเพลงน้อยลง มีเพลงใหม่น้อยลง ถือว่าผิดแล้ว ค่ายมีหน้าที่กระตุ้น เพราะฉะนั้นกว่าที่อัลบั้มหรือเพลงใหม่จะออกมาได้ วงก็ต้องบิวต์พลังกันเองสุดๆ พลังตรงนี้จะถูกส่งมาถึงค่าย ค่ายก็มีหน้าที่ครีเอตว่า หนังเรื่องนี้ออกมาอย่างไรดี

“อย่าง DEPT อยากเป็นวงยุค 2020 ที่เท่แบบนี้ มีทัศนคติแบบวงรุ่นใหม่แบบนี้ พอเขาส่งพลังเข้ามา ค่ายต้องรู้แล้วควรปิดงานแบบไหน เราเคยคุยกันถึงขั้นที่ DEPT อยากให้เราทำอะไรที่ไม่ซ้ำแนวกันเลย คือเราคุยกันหมดทุกเรื่อง อยากให้ค่ายเราหลากหลายยังไง เพราะเราอยู่กันแบบหลายวงกันจริงๆ ไม่ใช่อยู่เป็นเอกเทศ ทุกวงต่างเชื่อมโยงกัน”

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย
เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

แต่แน่นอน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อศิลปินชัดเจนกับตัวเองมากพอว่าต้องการไปในทิศทางใด ยกตัวอย่างเช่น Polycat ถ้าสังเกตจะพบว่า อัลบั้มที่ 2 80 Kisses ต่างจากอัลบั้มแรก 05:57 แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

“ชุดแรกเรียกว่าไม่สำเร็จเลย พอชุดสองเขาก็เลยคุยกันเองว่าจะไปยังไงต่อ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะเป็น EDM หรือย้อนยุคดี แต่สุดท้ายก็เลือกย้อนยุค จากนั้นเขาก็เข้ามาคุยกับเรา เราก็มีหน้าที่ให้ข้อมูลไปว่ามีแบบไหนบ้าง เราโตมากับวงประเภทไหน เพราะพวกนี้มันเกิดไม่ทัน ก็เหมือนเข้าคลาสกับพี่รุ่ง แต่เราจะเลือกเฉพาะที่เกี่ยวกับเขา ซึ่งพอย้อนยุคมันหนีไม่ได้ไกล เพราะหากจะทำ Synth-Pop ต้องเป็น 8os ไม่ใช่ 70s แน่ๆ และคงไม่ใช่ 90s เพราะยุคนั้นไม่ได้มี Synth มากนัก

“จากนั้นก็มาคุยกันว่ายุค 80s เป็นอย่างไร นักแสดงยุคนั้นมีใครบ้าง เขาต้องเสยผมแบบไหน เหมือนสร้างบรรยากาศให้ตลบอบอวล ฟุ้ง เป็นอุปทานหมู่ จำได้ว่าเรายกตัวอย่าง River Phoenix ดาราที่เสียชีวิตไปแล้วให้ นะ (รัตน จันทร์ประสิทธิ์) ซึ่งรู้สึกว่ามันก็เข้าใจ และเอาไปใช้กับตัวเอง”

เพราะฉะนั้น การทำงานระหว่างวงกับค่าย จึงไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดร่วมกัน

แน่นอนว่าการปะทะทางความคิดเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกอย่างย่อมมีทางออก หากมีเหตุผลที่ดีมากพอ อย่างเพลง ร้อนของ ซิงเกิลล่าสุดของ Tattoo Colour ซึ่งรุ่งยอมรับว่าเขากับ รัฐ พิฆาตไพรี โปรดิวเซอร์และมือกีตาร์ประจำวงมีความเห็นสวนทางกันบ้าง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี  

“เราเคยพูดกับรัฐว่าเปียโนตอนขึ้น อยากให้กระแทกกว่านั้น แต่ท้ายสุด รัฐก็ไม่กระแทก ก็โอเคเรื่องนี้ อาจอยากเปิดมาแบบติ๋มๆ แล้วค่อยตูม แม้เราจะมองว่าเพลงนี้เปิดมาแล้วต้องตูมเลยก็ตาม ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนเราอาจไม่ยอม แต่ตอนนี้เรายอมเพราะมันไม่ซีเรียสขนาดนั้น เป็นมุมมองที่ขัดกันเฉยๆ หรือท่อนโซโล่ ตอนแรกไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนได้ยิน แต่อันนี้รัฐยอมเรา บอกพี่รุ่งคิดมาเลยแล้วกัน เราก็คิดให้ แต่ตอนเสร็จถามไปว่า ‘มึงเป็นมือกีตาร์ทำไมมึงไม่คิด’

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

“อย่าง Slur ก็เหมือนกัน ซิงเกิลล่าสุด ไอ้บู้ (ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์) อยากปล่อยเพลงช้า เพราะบอกว่าไม่มีใครฟังเพลงเร็วแล้ว แต่เราบอกว่ายิ่งไม่มีคนฟัง ยิ่งต้องทำเพลงเร็ว คือยืนกันคนละฝั่ง สุดท้ายต้องโหวต คือวงกับทีมโปรดักชันในบริษัท สรุปเป็นเพลงเร็ว ที่สำคัญคือคนแต่งทุกเพลง คือไอ้เย่ (จักรพันธ์ บุณยะมัต) นักร้องนำก็เลือกเพลงเร็ว”

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับที่ช่วยให้ชายผู้นี้นำพาห้องเล็กๆ แห่งนี้มาอยู่ในใจคนฟังเพลงรุ่นแล้วรุ่นเล่ามาไม่เสื่อมคลาย

04

ก้าวต่อไปในห้องเล็กๆ

ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา Smallroom มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

หลังทำค่ายมาได้ปีกว่า พิซซ่ากับแจ๊คถอนตัวไปทำกิจการส่วนตัว พอ พ.ศ. 2557 เชาวเลขก็ขอลาออกไปทำค่ายของตัวเอง เช่นเดียวกับวงดนตรีอย่างสี่เต่าเธอ, Armchair, The Yers หรือ Lomosonic ที่แยกย้ายไปค้นหาฝันตามทางที่เลือก

สำหรับรุ่งแล้ว นี่เป็นธรรมดาของโลก ซึ่งคงไม่ต่างจากการที่เขากับเจยังเลือกผลักดันค่ายเล็กๆ แห่งนี้ต่อไป

หากแต่ในยุคโซเซียลมีเดีย ปัจจัยบางอย่างไม่เหมือนเดิม ศิลปินรุ่นใหม่อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาค่ายอีกแล้ว ในเมื่อมีช่องทางมากมายที่จะประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้ Smallroom ต้องปรับตัวเองไม่น้อย

“เด็กรุ่นใหม่เขาไม่ได้มองเครดิตว่าอยู่มานานไหม บางทียิ่งอยู่นานอาจเป็นผลลบด้วยซ้ำ เพราะเขาจะมองว่า มึงแก่แล้ว นี่ไม่นับศิลปิน เพราะท้ายที่สุดวงอย่าง Tattoo Colour หรือ Slur ก็จะมีอายุเยอะขึ้น เราคิดว่าบางทีหากเริ่มใหม่อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ เหมือนตอนที่ทำ Smallroom 001 ซึ่งเราเลือกไม่ใช้เครดิตเลย

เรื่องราว 20 ปีของ Smallroom สัญลักษณ์แห่งความเท่ยุคเด็กแนวเบ่งบานในวงการเพลงไทย

“แต่สิ่งสำคัญมากกว่าคือ เราต้องรีเซ็ตตัวเองตลอดเวลา เรายังฟังเพลงใหม่ๆ จากสตรีมมิ่งทุกวันศุกร์ สัปดาห์หนึ่งเป็นร้อยอัลบั้ม หรือใน Album of the year ก็เข้าไปอ่านรีวิว ไปลองฟัง ซึ่งพอฟังก็จะเกิดอาการหมั่นเขี้ยว เฮ้ย แบบนี้เมืองไทยยังไม่มี ข้อเด่นอย่างหนึ่ง คือเราเป็นมนุษย์ที่ทำไม่หยุด ซึ่งโดยอัตโนมัติมันก็จะส่งพลังไปให้วงต่างๆ ไม่หยุดตาม”

ในทศวรรษที่ 3 Smallroom จึงเริ่มรับศิลปินใหม่เข้ามาเสริมทัพ ทั้ง PETITE, IMAGE, DEPT หรือ Daynim หลังจากไม่ได้รับมานาน ซึ่งแต่ละวงต่างเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ และน่าจะเข้ามาช่วยเติมเต็มวงการเพลงไทยให้มีสีสันได้ดี

สำหรับรุ่งแล้ว เขาเชื่อสุดใจว่าค่ายเพลงยังจำเป็นอยู่สำหรับสารบบเพลงไทย เพราะนอกจากช่องทางการเผยแพร่ผลงาน สิ่งที่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งต้องการ คือประสบการณ์และคนชี้ทางที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของวงให้แข็งแกร่งขึ้น

ส่วนก้าวต่อไปของค่ายเพลงแห่งนี้ รุ่งเผยถึงแผนในใจที่วางไว้นานหลายปี คือการส่งไม้ต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในค่าย ซึ่งหากวันนั้นมาถึง Smallroom ก็คงไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็มั่นใจว่า ดีเอ็นเอการทำเพลงที่ถ่ายทอดมาตลอดหลายปีจะยังคงอยู่และถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

“คงเหมือน Tim Cook กับ Steve Jobs หรือบริษัทญี่ปุ่นที่อายุเป็นร้อยปี ซึ่งมีหลายบริษัทโยนแล้วยังอยู่ได้ แต่ก็มีที่เจ๊งเหมือนกัน แต่ถึงยังไงเราก็ยังเชื่อในทีมโปรดักชันของเราว่าจะทำให้บริษัทนี้อยู่ต่อไปได้หลายสิบปี” ผู้นำค่ายห้องเล็กทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

ข้อมูลประกอบการเขียน

  • สัมภาษณ์คุณรุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563
  • นิตยสาร DDT ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2548
  • นิตยสาร DDT ปีที่ 2 ฉบับที่ 22 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2549
  • นิตยสาร a day ปีที่ 1 ฉบับที่ 9 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2544
  • นิตยสาร a day ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552

Writer & Photographer

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา

เพจเล่าเรื่องที่เชื่อว่าคนธรรมดาทุกคนต่างมีความเป็นยอดมนุษย์อยู่ในตัว

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา

เรื่องของผู้อยู่เบื้องหลังงานดีๆ ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ในสังคมไทย

“ตกรอบแรก 100 เปอร์เซ็นต์”

คือสิ่งที่ The Straits Times หนังสือพิมพ์รายวันยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม 2535 ประเมินทีมชาติไทยชุดใหม่ที่เพิ่งรวมตัวได้เพียงเดือนเศษ เพื่อเข้าแข่งขันฟุตบอล Aiwa Merlion Cup 1992

ไม่ผิดหรอกที่พวกเขาจะคาดการณ์เช่นนั้น เพราะนี่คือทีมที่ไร้ซูเปอร์สตาร์ ไม่มีนักเตะยอดฝีมือ แทบทุกคนต่างเป็นพวกโนเนมที่เพิ่งได้รับโอกาสให้ลงสู้ศึกในสนามใหญ่เป็นครั้งแรก

ผลการแข่งขันสุดท้ายไม่ต่างจากที่คาด เพราะพวกเขาตกรอบแรก แต่ผลคะแนนก็เป็นไปอย่างสูสี

หากสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง คือจากทีมเกรด D ในวันนั้นพัฒนาขึ้นเป็นทีมอันดับ 1 ของอาเซียนในอีกไม่กี่ปีต่อมา และเป็นผู้จุดประกายกระแส ‘ฟุตบอลฟีเวอร์’ ให้กลับคืนมาหลังจากวงการลูกหนังเมืองไทยซบเซาไปนานหลายปี

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ขอพาทุกคนย้อนอดีตถึง ‘ดรีมทีม’ ทีมฟุตบอลระดับตำนาน ผู้เปลี่ยนความเชื่อของคนจำนวนมากว่า ฟุตบอลไทยก็สามารถไปไกลกว่าที่คิดได้

ฟุตบอลไทย

 

1

รวมดาวกระจุย

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล, วัชรพงศ์ สมจิตร, พัฒนพงศ์ ศรีปราโมทย์, โกวิทย์ ฝอยทอง และนักเตะชั้นนำของเมืองไทยอีกหลายคน อาจเป็นใครก็ไม่รู้ในวันนี้ หากวันนั้นพวกเขาไม่ได้อยู่ในทีมฟุตบอลที่ชื่อ ‘ดรีมทีม’

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 หากพูดถึงสถานการณ์ฟุตบอลไทยเวลานั้นต้องถือว่าลุ่มๆ ดอนๆ พอสมควร เพราะห่างหายจากความสำเร็จมานาน ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือเหรียญทองซีเกมส์ครั้งสุดท้ายที่ทีมชาติไทยคว้ามาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2528 แถมยังมีข้อครหาเต็มไปหมด ทั้งการพนัน การล้มบอล

แต่การเข้ามาของชายชื่อ ‘บิ๊กหอย’ ธวัชชัย สัจจกุล กลายเป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่

ฟุตบอลไทย

แม้ธวัชชัย หรือชื่อปัจจุบัน วนัสธนา สัจจกุล จะเคยเป็นแชมป์ฟุตบอลเยาวชนแห่งประเทศไทย แต่หลังจากต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวแทนคุณพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต เขาก็วางมือจากสายกีฬาและทุ่มเทให้งานธุรกิจเต็มที่ จนกลายเป็นเศรษฐีที่มีรายได้นับพันล้านบาทต่อปี

ผมมีงานอดิเรกคือตีกอล์ฟ แต่เป็นตีแบบไทยๆ ที่มีการพนันด้วย ปรากฏว่าผมเป็นคนตีกอล์ฟไม่เก่ง เล่นไปก็มีแต่เสีย รวมแล้วเป็นสิบล้าน ครั้งสุดท้ายที่ผมเสีย ผมเขียนเช็ค 560,000 บาทภายในวันเดียว ตอนนั้นรถญี่ปุ่นคันเดียวแสนหนึ่ง หลังจากนั้นผมก็มาตามข่าวกีฬาจึงทราบว่า หากใครอยากเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลต้องจ่ายเงินเอง แทนที่จะมาเสียให้กอล์ฟ ก็มาเสียให้ฟุตบอลแทนดีกว่า เพราะเราก็ชอบเหมือนกัน และเสียแล้วชาวบ้านเขาก็มันไปด้วย”

พอดีเขารู้จักกับ อ.วิจิตร เกตุแก้ว เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขณะนั้น จึงขอโอกาสทำฝันให้กลายเป็นจริง โดยได้รับภารกิจแรกคือตำแหน่งผู้จัดการทีมเยาวชนอายุ 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อเดือนเมษายน 2535 แม้ไม่ได้เลือกนักเตะเอง แต่ทีมชุดนี้ทำผลงานในรอบคัดเลือกได้ดีเกินคาด ผ่านไปแข่งรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สำเร็จ แต่นัดแรกกลับถูกเกาหลีใต้ถล่มยับ ด้วยสกอร์ 8-1 และแพ้อีก 2 นัดซ้อน จนมีคำครหาว่าล้มบอลแน่นอน หลังกลับมาเมืองไทยทีมนักเตะดาวรุ่งชุดนี้จึงสลายตัวไปโดยปริยาย

ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง แต่เหตุการณ์นี้ทำให้บิ๊กหอยเกือบถอดใจ ถึงกับไปคุยกับ อ.วิจิตร ว่าต้องการถอนตัว แต่เลขาธิการสมาคมฯ ก็โน้มน้าวให้สู้ต่อ พร้อมมอบหมายให้ทำทีมฟุตบอลชุดใหม่เพื่อสู้ศึกกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 26 ณ เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ในปี 2539

ทีมนี้เองที่กลายเป็นทีมประวัติศาสตร์ซึ่งคนไทยจดจำได้จนถึงทุกวันนี้ โดยเขาได้รุ่นน้องสวนกุหลาบอย่าง ‘บิ๊กกร๊อง’ วิรัช ชาญพานิชย์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม และ ‘น้าชัช’ ชัชชัย พหลแพทย์ โค้ชทีมชุด 19 ปี ซึ่งตัดสินใจทิ้งงานประจำที่มั่นคงในธนาคารกรุงเทพ มาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชเต็มตัว

ความตั้งใจของบิ๊กหอยคือการทุ่มเงินกว่า 10 ล้านบาท เพื่อรวบรวมนักเตะยอดฝีมือ อายุระหว่าง 19 – 21 ปีจากสโมสรต่างๆ มาฝึกซ้อมร่วมกันเป็นระยะเวลา 18 เดือน โดยมีเงินเดือนให้เริ่มแรกคนละ 5,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงต่างหากวันละ 200 บาท

เมื่อก่อนเวลาจะแข่ง เขาก็เรียกตัวดังๆ มาแล้วให้ค่าเบี้ยเลี้ยง 50 บาทต่อวัน เราก็รู้สึกว่าทำแบบนี้จะไปชนะเขาได้อย่างไร ก็ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกับพวกมาเลย์ สิงคโปร์ ต้องมีทีมเวิร์กกว่านี้ ต้องฟิตกว่านี้ ดังนั้น ให้มาเก็บตัวอยู่กับเราเพื่อจะได้ให้เทคนิคพิเศษ พอถึงเวลาจริงๆ ไม่มีคนมา เนื่องจากสโมสรต่างๆ ไม่ให้มา”

บิ๊กหอยยังจำได้ถึงคำพูดของบิ๊กท่านหนึ่งในวงการฟุตบอลที่ว่า “คุุณหอยอย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้าอยากทำฟุตบอลก็ไปฝึกเอาเอง อย่าไปเที่ยวเอาเด็กของสโมสร เขาฝึกกันมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเป็นการชุบมือเปิบ”

เขาจึงเปลี่ยนแผนมาฝึกเด็กเอง เด็กเกือบทั้งหมดเป็นพวกไร้ชื่อเสียง ส่วนใหญ่เป็นตัวสำรองของสโมสรต่างๆ หรือบางคนก็ไม่เคยแข่งขันชิงถ้วยใดๆ เลย เช่น สุชิน พันธ์ประภาส โดยมีตัวแทนทีมชาติชุดเยาวชนอายุ 16 ปีเช่น ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้ามาเสริมทีม

บิ๊กหอยเรียกทีมในฝันแบบขำๆ ว่า ‘ทีมรวมดาวกระจุย’

ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย

ตอนแรกเราตั้งใจจะให้เบี้ยเลี้ยง 500 บาท แต่พอเห็นเด็ก ผมก็เลยบอกชัชชัยว่า อย่าเพิ่งให้นะ ชัชชัยก็บอกว่า ไม่เป็นไรครับพี่ ให้มัน 200 บาทก็พอ จากนั้นเราก็มาเก็บตัวอยู่ที่ออฟฟิศเก่าของผมแถวรามคำแหง”

แต่บุคคลที่เป็นผู้จุดประกายชื่อ ‘ดรีมทีม’ กลับเป็นนักข่าวชื่อดัง เทพไชย วิโนทัย ผู้สื่อข่าวสายกีฬาของ เดลินิวส์ และบิดาของนักเตะชื่อดัง ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

ช่วงนั้นโอลิมปิก 1992 เขาอนุญาตให้นักบาสอาชีพมาเล่น พวกตัวดังๆ ของอเมริกาก็เลยมารวมตัวกัน ปรากฏว่าวันหนึ่งเทพไชยเขาก็มาถามผมว่า พี่หอยเป็นไงบ้าง ทีมปั้นดินให้เป็นดาวเหรอ ผมก็บอกว่า แล้วแต่พวกคุณเถอะ เขาก็บอกว่า เอาอย่างนี้แล้ว โอลิมปิกคราวนี้พี่หอยอยากให้ไปใช่ไหม ทีมบาสอเมริกาตั้งชื่อกันแล้วว่าดรีมทีม ผมให้ทีมพี่เป็นดรีมทีมด้วยแล้วกัน แต่ว่าไม่ได้ตั้งแบบเชื่อมั่นนะ ตั้งแบบเสียดสี” บิ๊กหอยกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

ดรีมทีมได้รับภารกิจแรกให้ไปร่วมแข่งฟุตบอล Aiwa Merlion Cup ความจริงสิงคโปร์เชิญทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่ง แต่เผอิญชุดนั้นติดภารกิจ อ.วิจิตร ก็เลยตัดสินใจส่งทีมในฝันไปแทน

เวลานั้นทุกคนต่างเชื่อว่าทีมชาติไทยชุดโนเนมนี้จะต้องเป็นหมูสนาม ไร้สกอร์อย่างแน่นอน บางคนบอกว่า ส่งไปทำไม เปลืองเงินเปล่าๆ และมีอีกเพียบที่เหน็บแหนมว่า เป็นของเล่นคนรวย มีเพียงบิ๊กหอยกับทีมสตาฟฟ์เท่านั้นที่เชื่อว่า ดรีมทีมมีสิทธิ์เข้ารอบ 2

ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยังจำศึกครั้งนั้นได้อย่างดี เพราะเป็นครั้งแรกที่มีแฟนบอลนับหมื่นมาดูจนเต็มสนาม แถมมีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เอเชียมาร่วมเล่นด้วย เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกประหม่า แต่บิ๊กหอยและน้าชัชก็พยายามปลอบว่า ให้คิดว่าผู้ชมมาเชียร์พวกเราแล้วกัน เด็กๆ จึงทุ่มเทพลังอย่างเต็มที่

ฟุตบอลไทย

เพียงนัดแรก ดรีมทีมก็หักปากกาเซียน หลังยันเสมอทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Lokomotiv Moscow จากรัสเซียได้สำเร็จ ชนิดที่ว่าเป็นฝ่ายไล่บี้อยู่เกือบทั้งเกมจนประทับใจแฟนๆ ชาวสิงคโปร์ที่พากันปรบมือจนลั่นสนาม

พอนัดที่ 2 พวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ได้จริงๆ หลังชนะทีมชาติมาเลเซียชุดใหญ่ 1-0 โดย สมาน ดีสันเที๊ยะ ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ พุ่งเข้าชาร์จลูกเปิดของธวัชชัยเป็นประตูชัย และถือเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์ดรีมทีม

พอจบเกม บิ๊กหอย น้าชัช และนักเตะ ต่างร้องไห้กอดกันกลมดิก นักข่าวมาเลเซียถึงกับถามว่า ทำไมดีใจขนาดนั้น

บิ๊กหอยตอบว่า “ก่อนมามีเสียงเยาะเย้ยว่าทีมระดับนี้ไม่ถึง เอาธงชาติมาประจานทำไมกัน เด็กทุกคนก็รู้ว่าโดนดูถูกทำให้จำและเอามาสู้ ผมมันบ้าทุกคนก็รู้พอชนะวันนี้ทำให้ผมดีใจมากที่สุด ไม่เคยดีใจขนาดนี้เลยตั้งแต่เข้ามาทำทีมชาติไทย… แต่วันนี้ดีใจจริงๆ พวกเราพัฒนาขึ้นมาก ผมว่าเด็กชุดนี้หากได้รับการสนับสนุนดีๆ รับรองใช้ได้ พวกเขาจิตใจเกินร้อย”

แม้สุดท้ายดรีมทีมจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะพ่ายเจ้าภาพสิงคโปร์ 2-0 ทำให้ผลต่างประตูได้เสียสู้รัสเซียไม่ได้ ต้องตกรอบไปตามระเบียบ แต่ฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจก็ทำให้ดรีมทีมเริ่มมีชื่อเสียงและกลายเป็นขวัญใจทีมใหม่ของชาวไทย

 

2

ไทย B’ สู่เส้นทาง ‘ซูเปอร์สตาร์’

ผลงานที่น่าประทับใจในครั้งนั้นทำให้ดรีมทีมถูกยกระดับขึ้นมาเป็นทีมชาติชุดรอง ‘ไทย B’ มีโอกาสสู้ศึกในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 เมื่อปี 2536

ช่วงนั้นบิ๊กหอยพยายามเสริมนักเตะหน้าใหม่ๆ ที่มีฝีมืออย่าง ดุสิต เฉลิมแสน และ รุ่งเพชร เจริญวงศ์ อดีตนักเตะทีมชาติชุด 19 ปีก็มีโอกาสกลับมารับใช้ชาติอีกหน

นอกจากนี้ ยังมีกระแสแย่งตัวนักเตะซูเปอร์สตาร์ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน มาร่วมทีมด้วย โดยตอนแรกเดอะตุ๊กตั้งใจขอวางมือชั่วคราว เพราะสภาพร่างกายไม่พร้อม ก่อนที่ พล.ต.ท. ชลอ เกิดเทศ (ยศในขณะนั้น) นายกสมาคมฯ จะกล่อมให้มาลงเป็นหัวหอกทีมไทย A ก่อนสู้ศึกไม่ถึงเดือน

แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะมุ่งความสนใจที่ทีมพี่เป็นหลัก หากแต่กระแสของทีมน้องก็มาแรงไม่แพ้กัน เพราะเพียงนัดแรก พวกเขาก็สามารถเอาชนะทีมเกาหลีใต้ ซึ่งรวบรวมนักเตะจากสโมสรสมัครเล่นและทีมชาติเยาวชนฝีมือดี ด้วยสกอร์ 2-1 พอแมตช์ที่ 2 เจอรัสเซีย แม้ชนะไม่ได้ แต่ก็ยันเสมอ 1-1 สำเร็จ เข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ของสาย

แต่น่าเสียดายที่รอบรองชนะเลิศ ไทย B พลาดท่าแพ้จีน และนัดชิงที่ 3 ก็แพ้จุดโทษเกาหลีใต้ 4-3

ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย

แม้จะจบด้วยอันดับ 4 แต่ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลอย่างมาก ส่งผลให้บิ๊กหอยได้รับความไว้วางใจจากสมาคมฯ ให้รับผิดชอบทีมชาติอีกหลายชุด ตั้งแต่ทีมพรีเวิลด์คัพ ซึ่งต้องไปแข่งไกลถึงญี่ปุ่น โดยนอกจากเป็นการผสมผสานนักบอลชุดใหญ่กับดรีมทีมแล้ว ยังได้นักเตะฝีเท้าดีอย่าง ธชตวัน หรือชื่อเดิม ตะวัน ศรีปาน ซึ่งถือเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่บิ๊กหอยชักชวนด้วยตัวเอง มาร่วมทีมเป็นครั้งแรกด้วย

ผมไปดูบอลควีนส์คัพ แล้วเห็นไอ้แบนเล่นเบอร์ 10 ทีมราชวิถี เลยถามชัชชัยว่า เด็กคนนี้เป็นใคร คล่องมาก สเต็ปบอลดี ลูกออกจากเท้าไม่มีมั่ว ชัชชัยก็ตอบว่าไอ้แบน เรียนวิศวะอยู่ปี 2 แต่ว่ามันเอาจริงเรื่องเรียน ผมเลยบอกว่า เรียกมาก่อนแล้วกัน เขาก็ประกาศเรียกตะวัน ศรีปาน พอมาถึงมันก็บอกไม่ค่อยพร้อมครับ ติดเรียน ผมก็บอกว่า วันไหนติดเรียนก็ไปเรียน วันไหนไม่เรียนก็มาซ้อมแล้วกัน… ไอ้แบนเวลานั้นไม่มีใครรู้จักเลย ผมเลยโดนด่าเป็นเดือนว่าเอาดาราแก่งคอยคัพมาติดทีมชาติ

ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย

ตอนนั้นเป็นชุดเตรียมบอลโลก ไอ้โอ่ง (ดุสิต เฉลิมแสน) ติดสอบ ผมเลยบอกให้ชัชชัยไปถามไอ้แบนว่า ไปไหม มันก็ตอบว่า ไป เราก็ให้ติดสำรอง นัดแรกกับญี่ปุ่น แพ้ 1-0 แมตช์ 2 แพ้ UAE 2-0 และนัดสุดท้ายเล่นกับบังกลาเทศ ผมเลยบอกโค้ชฝรั่งชื่อ ปีเตอร์ สตับบ์ (Peter Stubbe) ให้เอามันลง เพราะเราตกรอบแล้วนี่ ปรากฏว่าทั้ง 90 นาที มันเล่นไม่เสียเลยแม้แต่ลูกเดียว และตั้งแต่นั้นมาก็ติด 11 ตัวแรกตลอด”

หากแต่ทัวนาเมนต์ที่เปลี่ยนชีวิตและทำให้ดรีมทีมกลายเป็นที่รู้จักที่สุด คือซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์ เพราะเป็นครั้งที่ทีมไทยสามารถทวงคืนเหรียญทองกลับมาได้ และเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นแชมป์ซีเกมส์ 8 สมัยซ้อน โดยผู้สร้างตำนานครั้งนั้นคือศูนย์หน้าตัวสำรอง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 77

ตอนนั้นเราป้อแป้มาก สงสัยจะไปไม่รอด แล้วไอ้ฑูรย์ (วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์) เจ็บ ขอออกก่อน ชัชชัยก็หันมาหาผม พี่จะเอาใครลงแทน ตอนนั้นก็มี 2 คน มีไอ้โก้ อายุ 17 ปี กับอีกคนหนึ่งเป็นนักเตะถ้วย ก. ผมก็เห็นว่าบอลจะหมดครึ่งหลังแล้ว ไอ้โก้มันแข็งแรงกว่าแล้วก็เร็ว ปรากฏว่ามันลงไปหลับหูหลับตา เอาท้ายทอยโหม่งเข้า ประตูคุมเสา 1 อยู่ ลูกเข้าเสา 2 ชนะ 4-3 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของดรีมทีมเลย”

ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย

ความสำเร็จของดรีมทีมยังมีต่อเนื่อง หลังพวกเขาคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 25 เมื่อปี 2537 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทีมไทย B คว้าแชมป์ โดยถล่มแชมป์สมัครเล่นของเยอรมนีในรอบชิงชนะเลิศถึง 4-0 จนเกิดกระแสฟีเวอร์ไปทั่วประเทศ ถึงขั้นมีขบวนแห่ หรืออย่างเกียรติศักดิ์ถูกทาบทามให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของเครื่องดื่มยี่ห้อดัง

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า คือการที่ชาวไทยหลายคนเชื่อว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลไทยสามารถไปไกลระดับโลก

ฟุตบอลไทยไม่จำเป็นต้องด้อยพัฒนาไปจนโลกแตก” เมื่อเห็นพัฒนาการของทีมดีขึ้นเรื่อยๆ บิ๊กหอยก็ประกาศความมั่นใจต่อสื่อมวลชนจนเป็นข่าวฮือฮา

ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทย

 

3

ปั้นดินให้เป็นดาว

จากทีมรวมดาวกระจุยเมื่อปลายปี 2535 ที่เต็มไปด้วยนักเตะไร้ชื่อเสียง ใครจะเชื่อว่าไม่ถึง 2 ปี กลับกลายทีมฟุตบอลที่ไปที่ไหนคนก็รู้จัก กูรูฟุตบอลต่างวิเคราะห์ว่า ความสำเร็จครั้งนี้มาจากปัจจัย 3 อย่างที่ผสมกันอย่างลงตัว หนึ่งคือ การทุ่มไม่อั้นของบิ๊กหอย สองคือ ระเบียบวินัยและการดูแลร่างกายให้ฟิตที่สุดเท่าที่จะทำได้ของน้าชัช จนถูกขนานนามให้เป็นโค้ชจอมฟิต และสามคือ ความกลมเกลียวของนักเตะดรีมทีม

ฟุตบอลไทย

พวกเขาต้องเข้าแคมป์ซึ่งเต็มไปด้วยกฎระเบียบเหมือนโรงเรียนประจำ ตี 5 ครึ่งต้องตื่นมาออกกำลังกาย โดยทีมสตาฟฟ์โค้ชได้วางตารางซ้อมจนแน่น ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ เว้นแต่คนที่ติดเรียนจริงๆ และถ้าใครฝ่าฝืนกฎหรือผิดวินัยก็จะถูกลงโทษตั้งแต่วิดพื้น วิ่งรอบสนาม จับนั่งเป็นตัวสำรอง จนถึงขีดชื่อออกจากทีม

ส่วนอาหาร บิ๊กหอยในฐานะเจ้าบ้านจัดเต็มทั้งพวกนมสด ซุปไก่ โปรตีนอาหารเสริม เกลือแร่ โดยเฉพาะขนมปัง ผลไม้ มีไม่ขาด เพื่อให้ร่างกายของนักเตะฟิตตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรื่องเหล้าบุหรี่นั้นห้ามเด็ดขาด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบำรุงร่างกายให้พร้อมสู้ศึกอย่างน้อยๆ 120 นาที เนื่องจากทีมต่างชาติหลายทีมมักประมาททีมไทยว่าวิ่งได้แค่ 60 นาทีก็คงไม่ไหวแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโค้ชเยอรมันที่ดรีมทีมเอาชนะในศึกคิงส์คัพนั่นเอง

อีกเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ เทคนิคพิเศษจากลุงหอย ผู้จัดการทีมที่มักจะมีลูกเตะแปลกๆ ที่ครูพักลักจำจากนักเตะต่างชาติแถวหน้ามาสอนเหล่าสมาชิกดรีมทีม

ผมได้เปรียบคนอื่นเพราะเป็นคนดูบอลต่างประเทศเยอะ ผมเห็นลูกแปลกๆ กลับมาก็บอกกับชัชชัยว่า มาราโดน่าตัวแค่นี้ พอวิ่งเข้าไปหาลูก ไม่มีวันจับลูกอยู่กับที่ พอแตะออกขวาก็หักซ้ายเลย ชัชชัยก็ให้เด็กมาเป็นตุ๊กตา อย่างไอ้โก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ที่เล่นเก่งๆ นี่ผมสอนมากับมือ ไม่ได้สอนเพราะผมเก่ง แต่ผมดูเขามาแล้วเอามาปรับใช้กับทีม” บิ๊กหอยกล่าว

ขณะที่เด็กปั้นอีกคนอย่างเจ้าวัง ธวัชชัยเล่าว่า “พวกลูกยก ลูกเคิร์ฟ แกสอนหมด เพราะอยากให้เรามีทักษะเหมือนเขา สักส่วนหนึ่งก็ยังดี อย่างลูกปั่นนี่เราปั่นกันจนเจ็บขาหนีบ แต่แกก็จะมีรางวัลให้ เช่นถ้าปั่นเข้าให้ลูกละพัน ให้เรามีแรงจูงใจมากขึ้น”

ฟุตบอลไทย

ผลจากการรวมทีมแบบนี้ร่วมปีกลายเป็นความผูกพันทั้งในและนอกสนาม รู้ว่าใครชอบหรือไม่ชอบอะไร มีพฤติกรรมอย่างไร ชนิดมองตาก็รู้ใจแล้ว เจ้าวังเล่าว่า เวลาเขาได้บอลเพื่อนรวมทีมอย่างเกียรติศักดิ์, สมาน ดีสันเที๊ยะ หรือ สุชิน พันธ์ประภาส จะรู้เลยว่าต้องไปอยู่ตรงจุดไหนบ้าง

แต่ต้องยอมรับว่า แม้จะฝึกหนักจนกลายเป็นราชาลูกหนังของอาเซียน แต่ศักยภาพของดรีมทีมก็ยังเป็นรองอีกหลายๆ ทีมในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งได้สิทธิ์ไปโอลิมปิกและฟุตบอลโลกเกือบตลอด

ภารกิจสำคัญในฐานะทีมพรีโอลิมปิกที่ทุกคนรอคอยมาตลอด 3 ปี ดรีมทีมอยู่ร่วมสายร่วมกับญี่ปุ่นและไต้หวัน ผู้ได้อันดับ 1 เท่านั้นจึงมีสิทธิ์คว้าตั๋ว แต่เพียงนัดแรกที่สุพรรณบุรี พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด หลังปราชัยแพ้ญี่ปุ่นคาบ้าน ถึง 5-0 แม้อีก 4 วันต่อมาจะแก้หน้าได้บ้าง หลังชนะไต้หวัน 7-0 แต่ความหวังที่จะไปแอตแลนตาก็แทบจะเป็นศูนย์

ฟุตบอลไทย

ตอนนั้นบิ๊กหอยถูกสื่อมวลชนถล่มเละว่าชอบแทรกแซงโค้ช ส่วนน้าชัชก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรับเงินเดือนจากบิ๊กหอย เป็นเหตุให้แพ้ขาดเช่นนี้ บิ๊กหอยเลยประกาศลาออก แต่ อ.วิจิตร ซึ่งตอนนั้นขึ้นมาเป็นนายกสมาคมฯ แล้วก็ยับยั้งบอกให้รอไปแข่งที่ญี่ปุ่นให้จบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที พอกลับมาที่ทีมน้าชัชเลยบอกกับบิ๊กหอยว่า ไหนๆ ทีมก็ตกรอบแน่นอน ดังนั้น ทำไมเขาไม่ลองจัดทีมเองไปเลย

ผมบอกว่า เล่นไปเถอะ ศูนย์หน้าไม่ต้องมี อุดอย่างเดียว อย่าให้แพ้เกิน 2 ถือว่าสำเร็จแล้ว”

ปรากฏว่าแผนผึ้งมฤตยูหรือ Killer Bee ของบิ๊กหอยได้ผล เพราะแพ้ญี่ปุ่นไปเพียง 1-0 ส่วนอีกนัดชนะไต้หวัน 5-0

หลังจบศึกโอลิมปิก ดรีมทีมก็หมดภารกิจแรกโดยสมบูรณ์ บิ๊กหอยไม่ได้ลาออก เขายังมีบทบาทในการคุมนักกีฬาทีมชาติอีกพักใหญ่ มีการเรียกนักเตะฝีเท้าดีมาเสริมดรีมทีมหลายคน เช่น เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์, เสนาะ โล่งสว่าง สามารถพาทีมคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่เชียงใหม่ได้สำเร็จ รวมทั้งแชมป์ไทเกอร์คัพ ซึ่งจัดครั้งแรกที่สิงคโปร์อีกด้วย

ฟุตบอลไทย

ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีปัญหากับสมาคมฯ หลังถูกเบรกเรื่องการส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมที่บราซิล รวมทั้งโดนตั้งคำถามถึงวิธีเก็บตัวนักกีฬาระยะยาวซึ่งส่งผลกระทบกับสโมสร เพราะขณะนั้นเมืองไทยต้องการพัฒนาระบบไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกขึ้น เขาจึงค่อยๆ ลดบทบาทและถอนตัวไป พร้อมกับหมดยุคการฝึกนักฟุตบอลแบบดรีมทีมไปโดยปริยาย

กระทั่งต่อมาสมาคมฯ ประสบปัญหาวิกฤตศรัทธา หลังจบฟุตบอลไทเกอร์คัพ ครั้งที่ 2 เมื่อกลางปี 2541 อ.วิจิตร จึงเชิญบิ๊กหอยกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยมีภารกิจสำคัญเพื่อสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 6 – 20 ธันวาคม 2541

นักเตะดรีมทีมหลายคนก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ร่วมกับรุ่นพี่ๆ อย่าง นที ทองสุขแก้ว, สุรชัย จตุรภัทรพงษ์, ชัยยงค์ ขำเปี่ยม ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 มาครองได้สำเร็จ

 

4

ความฝันที่ไม่มีวันจบ

หากใครเป็นแฟนบอลตัวจริง คงจดจำแมตช์ในตำนาน รอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

ช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมชาติไทยกำลังเสมออยู่กับทีมชาติเกาหลี 1 ประตูต่อ 1 โดยเหลือผู้เล่นน้อยกว่า 2 คน นาทีนั้นแทบไม่มีใครคิดถึงชัยชนะ ได้แต่พยายามยื้อให้ไปถึงช่วงยิงจุดโทษ หากแต่ในนาทีที่ 95 ไทยได้ฟรีคิก ดุสิต เฉลิมแสน เขี่ยบอลมาให้ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ซัดเต็มข้อเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ทีมชนะในทันทีด้วยกฎโกลเด้นโกล

ฟุตบอลไทย

ภาพหนึ่งที่ทุกคนจดจำได้ดีคือ เจ้าวัง ธวัชชัย วิ่งมากอดบิ๊กหอยที่ซุ้มม้านั่งสำรอง พร้อมกับกระซิบบางอย่าง

ก่อนหน้านั้น ช่วงหลังจบศึกโอลิมปิกรอบคัดเลือกที่ญี่ปุ่นบิ๊กหอยได้เรียกประชุมทีม โดยประเด็นสำคัญคือ เรื่องแทรกแซงการทำหน้าที่ของสตาฟฟ์โค้ช

ตอนนั้นผมถามวังว่า ไหนยกตัวอย่างว่าเรื่องอะไรบ้างที่ลุงสอนแล้วทำให้เราเล่นแล้วเสีย มันคงนึกอะไรไม่ออก เลยบอกว่า เวลาฝึกลุงก็ชอบมาบอกว่าให้หัดแต่ลูกไซด์โป้ง ผมก็บอกว่า ไม่ดีเหรอ พวกบราซิลที่ยิงก็มีแต่ไซด์โป้งกับไซด์ก้อย หลังจากนั้นทีมแตกชั่วคราว วังไปเล่นให้โอสถสภา ชัชชัยก็แอบมากระซิบว่า มันเอาลูกที่ผมสอนไปยิงเข้าฉิบหายวายป่วง วันหนึ่งผมเดินผ่านก็เรียก เฮ้ย! วัง ได้ข่าวลูกที่บอกว่ายิงแล้วข้อเท้าเสียยิงเข้าบ่อยไม่ใช่เหรอ มันก็บอก โธ่ลุง! แล้วก็เดินหนี

ฟุตบอลไทย

“ถึงวันที่เล่นกับเกาหลี ช่วงที่มันวิ่งมากอดผม รู้ไหมว่ามันพูดว่าไง ลุง…ลูกที่ลุงสอนผมทำให้ลุงแล้วนะ ผมยิงได้แล้ว เลิกพูดได้แล้วนะ… เห็นไหมลูกที่ผมสอน ไม่ได้ซี้ซั้ว เพราะผมจำเขามา” บิ๊กหอยเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

อาจกล่าวได้ว่า ชัยชนะในแมตช์ประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเก็บตัวไม่กี่เดือน แต่เกิดจากการบ่มเพาะความรู้ที่มีรากฐานมาจากดรีมทีมเมื่อหลายปีก่อน นักเตะที่ลงแข่งก็คืออดีตเด็กโนเนมจากทีมในฝันมากกว่าครึ่ง

ยุคของทีมชาติดรีมทีมหมดไปช่วงใดไม่ปรากฏ นักเตะรุ่นใหม่เข้ามาแทนสมาชิกดรีมทีมรุ่นตั้งต้นที่ต่างกระจัดกระจายไปตามทางของตัวเอง บางคนยังเล่นให้ทีมชาติไทยจนถึงปี 2550 อย่างเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แต่ขณะเดียวก็ไปค้าแข้งในสโมสรต่างประเทศด้วย อีกไม่น้อยที่ตัดสินใจวางมือไปประกอบอาชีพที่มั่นคง

แม้วันนี้การทำฟุตบอลแบบดรีมทีมอาจไม่ตอบโจทย์โลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีการพัฒนาเทคนิคความรู้ ระบบการเล่น ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ดรีมทีมคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลไทยยกระดับและก้าวมาจนถึงปัจจุบัน

“ดรีมทีมเรียกศรัทธาแฟนบอลไทยให้กลับมา ก่อนหน้าดรีมทีมฟุตบอลไทยอาจมีคนดูบ้าง แต่กระแสคลั่งไคล้ ติดตามตลอด เกิดขึ้นจากดรีมทีมจริงๆ เพราะหลังประสบความสำเร็จในคิงส์คัพ เราก็พยายามสร้างกระแส ปลุกศรัทธาของแฟนบอลให้เชียร์ทีมชาติ ตอนนั้นลุงหอยพาเราไปทุกจังหวัดเลยนะ ไปอุ่นเครื่องกับนักเตะแต่ละจังหวัดที่ไม่มีชื่อเสียง ซึ่งคนเต็มสนามทุกนัด เป็น 10,000 – 20,000 ไม่มีนัดไหนเลยที่คนดูน้อย” เจ้าแบน ธชตวัน จำบรรยากาศเวลานั้นได้เป็นอย่างดี

“มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปทางใต้ ไม่แน่ใจว่านราธิวาสหรือสตูล สนามก็คล้ายๆ กับบอล อบต. เลย แต่คนก็ยังมาเป็นหมื่น แถมวันนั้นก็ฝนตกด้วย แต่ก็ไม่มีใครกลับ อยู่รอจนเราเลิก เขาก็วิ่งลงมาขอลายเซ็น กว่าจะออกจากสนามมาใช้เวลานานมาก ตั้งแต่นั้นมาดรีมทีมก็เลยต้องมีบอดี้การ์ด มีคนคอยกันแต่ละคนเลย”

สมาชิกหลายคนเมื่อเลิกค้าแข้งก็เปลี่ยนตัวเองไปเป็นโค้ช นำประสบการณ์ที่ได้จากดรีมทีมไปเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ ทั้งเกียรติศักดิ์ ธชตวัน ธวัชชัย ดุสิต ล้วนเคยคุมทีมสโมสรลุยศึกไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก

ขณะที่บิ๊กหอยกล่าวว่า หลายคนมักยกย่องสรรเสริญถึงสิ่งที่เขาทำกับดรีมทีม แต่ทั้งหมดนี้ขอปฏิเสธ

“มีคนบอกว่าผมเสียสละเพื่อชาติเพื่อสังคมมากเลย บอกได้เลยว่าไม่จริงหรอก ไม่มีสิ่งนี้ในหัวสมองเลย ผมทำเพราะผมชอบ ผมมีความสุขในการทำ เพียงแต่เรื่องที่ผมทำชาวบ้านเขาได้เสียกันเยอะ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ เหมือนผมทุ่มเท แต่จริงๆ ผมชอบก็เลยทำ ผมสามารถอยู่สนามฟุตบอลได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผมเสี้ยนเอง”

ฟุตบอลไทย

ข้อมูลประกอบการเรียบเรียง และภาพประกอบ

 

  • สัมภาษณ์คุณวนัสธนา สัจจกุล อดีตผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดดรีมทีม วันที่ 9 ธันวาคม 2561
  • สัมภาษณ์คุณธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล วันที่ 24 ธันวาคม 2561
  • สัมภาษณ์คุณธชตวัน ศรีปาน วันที่ 25 ธันวาคม 2561
  • นิตยสาร GM เดือนเมษายน 2537
  • หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พ.ศ. 2536 – 2537
  • หนังสือพิมพ์สยามกีฬา พ.ศ. 2535 – 2541
  • หนังสือพิมพ์โลกกีฬา พ.ศ. 2535 – 2537
  • นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ พ.ศ. 2536 – 2537

 

 

Writer

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา

เพจเล่าเรื่องที่เชื่อว่าคนธรรมดาทุกคนต่างมีความเป็นยอดมนุษย์อยู่ในตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load