เราใช้เวลาแห่งความสุขมากมายในวัยเยาว์ไปกับสยามสแควร์ หลายคนก็คงเช่นกัน

ทุกครั้งที่เดินผ่านไปทางถนนพญาไท ตึกหลายชั้นอย่างโบนันซ่าก็ยังตั้งอยู่ตรงนั้น บางครั้งก็เลี้ยวไปดูกางเกง บางครั้งไปเฝ้าเพื่อนเจาะหู บางครั้งใช้เป็นทางผ่านเดินไป MBK จนกระทั่งวันหนึ่งภาพที่คุ้นตาก็หายไป สยามสแควร์เริ่มเงียบเหงาด้วยสถานการณ์โรคระบาด โบนันซ่าก็กลายเป็นตึกเรียนพิเศษตึกใหม่หน้าตาไม่คุ้น มากด้วยเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ นามว่า ‘SIAMSCAPE’

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

SIAMSCAPE เป็นความร่วมมือกันของทีม ‘ICES’ นำโดย East Architects ผู้รวมทีมสถาปนิกรุ่นใหม่อันประกอบไปด้วย Integrated Field, Creative Crews, และ Shma ในการทำโปรเจกต์ครั้งนี้

คอลัมน์ Public Space คราวนี้เราจะมาคุยกับหนึ่งในทีมออกแบบ อย่าง ประพันธ์ นภาวงศ์ดี และ วรวีร์ แจ่มสมบูรณ์ จากออฟฟิศภูมิสถาปนิก Shma เกี่ยวกับสวนดาดฟ้า Sky Scape พื้นที่ 1,160 ตารางเมตร ซึ่งเป็นส่วนที่พวกเขารับผิดชอบ

เราจะมาฟัง 2 ภูมิสถาปนิกผู้มีประสบการณ์เล่าไปพร้อมกันว่า สวนดาดฟ้าแห่งนี้มีแนวคิดในการออกแบบอย่างไร จะมีบทบาทอะไรในฐานะ Public Space ‘อีกเลเยอร์’ ของสยามสแควร์นอกเหนือไปจาก Walking Street ด้านล่าง ในช่วงเวลานี้ที่ทั้งย่านกำลังคืนชีพกลับมามีชีวิตชีวา และในอนาคตที่จะมาถึง

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

โบนันซ่าเลเวลอัป

“ตอนแรกเลย เขาต้องการจะอัปเดตโบนันซ่าเก่าให้กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่” ประพันธ์เริ่มเล่า หลังจากที่พวกเราตัดสินใจนั่งลงบนสเต็ปใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ท่ามกลางกลุ่มวัยรุ่นรายรอบ

สยามสแควร์แบ่งพื้นที่เป็นบล็อก บล็อกที่เราอยู่กันตอนนี้คือบล็อก H ซึ่งสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ PMCU ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ของโรงเรียนพิเศษ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการศึกษา ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สถาปนิกที่ร่วมทำโปรเจกต์นี้จึงใช้เวลากันไม่น้อยในการตีโจทย์ ‘การเรียนพิเศษในยุคถัดไป’ ขึ้นมาใหม่ ที่การออกแบบสเปซคงจะเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

การเรียนพิเศษเป็นฟังก์ชันหลักของอาคาร ทว่าด้วยความใหญ่โตของ SIAMSCAPE ที่จะสร้าง จึงต้องมีฟังก์ชันอื่นมาเติมความสมเหตุสมผล อย่างการเป็นอาคารจอดรถ เป็นร้านรวงต่าง ๆ และเป็นพื้นที่ของสำนักงานด้วย

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

“ทีม ICES คิดว่าอยากเปิด Public Space ที่อยู่ข้างบนสักอย่างหนึ่ง” ประพันธ์อธิบายที่มาก่อนจะมาเป็น Sky Scape “เราก็ลองมาหลายทางเลือกเลย มีตั้งแต่ทางเดินล้อมตึก หรือว่ามีหลาย ๆ ชั้น เหวี่ยงขึ้นมาจากข้างล่าง แต่ไป ๆ มา ๆ เมื่อปรับให้เข้ากับความเป็นจริงก็เหลือพื้นที่ประมาณนี้ ซึ่งเรามองว่าจะทำทั้งที ก็อยากให้พื้นที่เป็น Public Space ที่ดีให้กับเมืองมาใช้สอยได้”

PMCU อยากให้พื้นที่นี้รองรับกิจกรรมอันหลากหลายของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มาเรียนพิเศษและนิสิตนักศึกษาที่มาเดินเล่น ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ ตลาด หรือกิจกรรมฮิตตอนนี้อย่างมินิคอนเสิร์ต ทาง Shma จึงออกแบบให้ที่นี่เป็น Hardscape ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบสำหรับกิจกรรม และพื้นที่ที่ยกเป็นสเต็ป มีต้นไม้ร่มรื่นสำหรับให้คนมานั่งกิน นั่งเล่น นั่งดูดนตรีได้สบายอารมณ์ โดยพวกเขาเลือกให้ที่พื้นมีแพตเทิร์นลายทางยาวต่อมาจากเส้นตั้งบนอาคาร เพื่อให้รู้สึกถึงอาคารได้ชัดขึ้น

“ที่ทางเลือกอื่น ๆ หายไปก็เพราะเรื่องทุนในการก่อสร้างด้วย ยิ่ง Public Space มันเป็นที่ที่ขายไม่ได้ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องบาลานซ์ให้พอดี” นักออกแบบชี้แจงอย่างจริงใจ

ว่ากันตามตรง เราก็แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เห็นทางเลือกอื่น ๆ ที่ประพันธ์เล่ามาถูกสร้างขึ้นจริง คงจะเป็นอีกมิติหนึ่งของลานสยามสแควร์ แต่เมื่อนึกถึงปัจจัยเรื่องทุนที่ต้องพิจารณาด้วยแล้ว Sky Scape เวอร์ชันปัจจุบันนี้ก็เป็นพื้นที่ของการพักผ่อนที่น่าสนใจไม่น้อย

พื้นที่สีเขียวที่มุมกระดาษ

สเต็ปที่ Shma ออกแบบมา ไม่ได้เป็นเพียงให้อัฒจันทร์อลังการไปเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ใส่ Soil Bed เพื่อปลูกต้นไม้ใหญ่สร้างความร่มรื่นลงไปได้ด้วย

“เรารู้แหละว่ามันจะร้อน เราก็ต้องสร้างร่มไม้ให้จุดที่คนมานั่งเยอะที่สุด” วรวีร์พูดบ้าง มือก็ชี้ดงสีเขียวให้เราดู “มองไปด้านหลังจะเห็นเลยว่าเป็นป่าล้อมอยู่ เหมือนยกมุมกระดาษให้สูงขึ้นมาแล้วปลูกต้นไม้”

เพราะอยากให้สยามสแควร์อุดมไปด้วยพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ที่ดูแลรักษาง่าย Shma จึงทำให้ดาดฟ้านี้กลายเป็น Eco Forest ที่มีการผสมผสานระหว่างพืชหลายสปีชีส์ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

“ตอนนี้เขากำลังพูดกันนะครับว่า เราจะคืนธรรมชาติสู่เมืองได้ยังไงบ้าง” ประพันธ์เล่าให้เราฟัง “บางช่วงเทรนด์ก็จะเป็นต้นไม้ฟอร์มสวยชนิดเดียวทั้งหมด แต่เราคิดว่าถ้าทำจริงจะไม่เหมาะสม เพราะว่าในธรรมชาติไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันคือการรวมตัวกันของสปีชีส์ที่หลากหลาย”

ที่นี่มีทั้งไม้ยืนต้น 8 ชนิด และไม้พุ่มขนาดต่าง ๆ อีกรวม 12 ชนิด ภายในพื้นที่สีเขียว 555 ตารางเมตร

“ถ้าเกิดมีต้นหนึ่งติดโรค แล้วปลูกเหมือนกันหมดก็จะติดกันไปหมด แต่ว่าถ้ามีหลายสปีชีส์ อีกต้นหนึ่งอาจจะไม่อ่อนแอกับโรคนั้น ๆ ทำให้ไม่ติดตามไป” กล่าวโดยสรุปก็คือ หากมองระบบนิเวศในภาพใหญ่ ยิ่งหลากหลาย ยิ่งยั่งยืนนั่นแหละ

“Roof Garden นี้ช่วยลดอุณหภูมิด้วยนะ” วรวีร์เสริมขึ้นมาถึงข้อดี “หลังคาทั่วไปที่ไม่มีพื้นที่สีเขียวเลยจะสะท้อนความร้อนออกมา แต่ถ้าเรามีต้นไม้ ก็จะซับความร้อนได้เยอะพอสมควร”

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์
Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายอย่างการปลูกต้นไม้ใส่กระถาง อย่าลืมว่านี่คือสวนบนชั้น 10 ของอาคาร และโครงสร้างอาคารก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โดยเฉพาะเมื่อชั้นล่างของ Sky Scape เป็นโถงกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ไม่มีเสาคั่นกลาง (Long Span) ซึ่งเป็นส่วนรับผิดชอบของออฟฟิศอื่น

“ตอนแรกเราต้องการให้มีพื้นที่สีเขียวเยอะที่สุด มีต้นไม้ใหญ่เยอะที่สุด แต่ถ้าเราทำเป็นพื้นที่สีเขียวกระจาย น้ำหนักที่กดลงไปแต่ละจุดก็เยอะไปหน่อย เลยกระจุกตัวน้ำหนักดินให้มันอยู่เป็นที่ ๆ ไป”

น้ำหนักของ Roof Garden มากกว่าหลังคาหรือดาดฟ้าทั่วไปนัก เพราะต้นไม้หนึ่งต้นต้องเผื่อน้ำหนักไว้ประมาณ 1.5 ตันเลยทีเดียว

Sky Scape : ลานคนเมืองบนชั้น 10 ของตึกสูง อีกเลเยอร์ที่จะสร้างสีสันให้สยามสแควร์

ชีวิตชีวาที่เชื่อมถึงกัน

ทีมออกแบบตั้งใจให้ที่นี่เป็น ‘ลานคนเมือง’ แห่งใหม่ของสยามสแควร์

“ตอนแรกนึกว่าเด็ก ๆ จะมามากกว่า แต่พอเปิดคนที่สยามก็มาด้วย ถ้ามาเสาร์-อาทิตย์นี่จะเห็นว่าคนยืนเต็มเลย” ประพันธ์พูดอย่างดีใจ ขณะที่เรานั่งคุยกันอยู่นี้ แม้จะเป็นวันธรรมดาแต่คนก็มามากเหมือนกัน

พวกเขามองว่าสยามสแควร์แทบจะไม่มีพื้นที่โล่ง ๆ แบบนี้เลย หรือถึงมี บรรยากาศก็ไม่ได้ผ่อนคลาย นั่งใต้ร่มไม้ได้แบบนี้

“ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทาง คุณต้องตั้งใจมานั่ง” วรวีร์ให้ความเห็น ที่นี่ไม่ได้เข้าถึงง่ายเท่าไหร่ ผู้คนต้องรอลิฟต์หรือขึ้นบันไดเลื่อนมาถึง 10 ชั้น จุดหมายปลายทางจึงต้องคุ้มค่าพอที่จะเสียเวลาเดินทาง

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

เราถามภูมิสถาปนิกทั้งสองว่า พวกเขาตั้งใจวางส่วนต้นไม้ไว้ด้านนี้เพื่อให้คนมาชมวิวถนนพญาไทรึเปล่า ทั้งคู่ก็ตอบว่า จริง ๆ แล้วลองมาแล้วทุกมุม แต่สุดท้ายที่มาจบที่แบบนี้ เป็นเพราะหากวางไว้ที่ทิศตะวันตก ต้นไม้จะช่วยสร้างร่มเงาให้ดาดฟ้า รวมถึงพวกเขาอยากจะให้เดินออกมาจากอาคารแล้วถึงลานอีเวนต์ก่อน แล้วจึงเห็นต้นไม้เป็นพื้นหลัง ซึ่งบริเวณสเต็ปสูงที่สุดของสวนต้นไม้ก็เป็นจุดชมวิวกรุงเทพมหานครได้

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

“อย่างญี่ปุ่น เมืองเขาเป็น Verticle มาก ๆ เขามี Public Space เหล่านี้อยู่ตามที่ติดรถไฟฟ้า เขามีตึกที่ขึ้นมาแล้วมีคาเฟ่ให้คนไปนั่งอยู่ข้างบน เป็น Public Space ที่ดีนะ เราก็ได้ไอเดียมาจากตรงนั้นด้วย” ประพันธ์พูดถึงการพัฒนาเมืองของต่างประเทศ 

“ตอนนี้สยามกำลังพัฒนาใหม่ ลองนึกภาพว่าทุกตึกทำประมาณนี้หมด แล้วมี Skybridge เชื่อมระหว่างอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่ง มันก็จะมีพื้นที่สาธารณะลอยอยู่หลาย ๆ ที่”

ทีมออกแบบไม่ได้รู้ละเอียดนักว่าแผนพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์เป็นอย่างไร พวกเขาเพียงแต่คิดตามรูปแบบการพัฒนาในยุคปัจจุบันว่า จะต้องมีพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวบนอาคารให้ได้มาตรฐาน และคิดต่อยอดไปว่า หากมองให้เป็นระบบมากขึ้น จะเชื่อมพื้นที่สาธารณะเข้าด้วยกันได้

“วันนั้นพี่เพิ่งมาดูดนตรีที่สยามฯ เด็ก ๆ สมัยนี้เล่นกันดีมากเลย สร้างชีวิตชีวาให้กับเมืองได้มาก” เขาเอ่ยถึงปรากฏการณ์ของ พ.ศ. 2565 นี้ ที่ Walking Street เปิดใช้งานแล้วมีวงดนตรีมัธยมมาทำการแสดงกัน จนหลายวงถึงกับแจ้งเกิดจากที่นี่ “แต่อย่างที่อย่างที่บอก Public Space ไม่จำเป็นต้องเป็น Main Street อันเดียวแล้วจบ เราแยกย่อยออกมาตามการใช้งานได้หลากหลายมาก”

ประพันธ์นึกถึงภาพ Highline ที่ผู้คนเดินไปได้ตลอด และแต่ละจุดมีฟังก์ชันที่ต่างกัน ตรงนี้เห็นวิวเมืองก็จะทำที่นั่งแบบหนึ่ง ตรงนั้นเห็นวิวถนนก็จะทำเป็นสเตเดี้ยมให้คนมองรถวิ่งไปวิ่งมา หากมีแม่น้ำก็จะทำพื้นที่ดูแลวิวแม่น้ำได้ด้วย

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

“ในสยามฯ เป็นไปได้มากที่สุดเลย ด้วยความที่เป็นเจ้าของเดียวกันทั้งหมด เราก็น่าจะคิด Master Plan ในการเชื่อมโยง Public Space ด้านบนได้ด้วย เหมือนที่เราพยายามจะทำกับตึกนี้ในตอนแรก เราพยายามคิดให้มันไล่ขึ้นมาจากข้างล่างไปสู่ข้างบน

“ถ้าเป็นอาคารนอกสยามฯ จะเป็น Property แยกกัน ทำยากหน่อย” ในขณะที่ต่างประเทศเป็นเรื่องปกติที่จะทำ Master Plan มาก่อน แล้วแบ่งให้แต่ละฝ่ายทำ ประเทศเรากลับยังทำแบบนั้นไม่ได้เท่าไรนัก

“เซ็นเตอร์พอยท์ที่ฮิตมาก ๆ ในรุ่นพี่ นั่นคือมินิมากนะ เป็นแค่หนึ่งเวิ้งเอง แต่คนยุคนั้นก็ดีใจมากแล้ว” ประพันธ์เริ่มอธิบาย เมื่อเราถามว่าการออกแบบพื้นที่สาธารณะของสยามสแควร์ต่อจากนี้เป็นต้นไป ต้องต่างจากยุคก่อน ๆ ยังไงบ้าง

วรวีร์คิดว่าพฤติกรรมผู้คนในย่านเปลี่ยนไปจากเดิม เจนเนอเรชันก่อนอาจมาเพื่อจุดประสงค์ที่เจาะจง เช่น หากพี่เบิร์ดมาเล่นที่ลานน้ำพุ ผู้คนก็จะพุ่งตัวไปที่ลานน้ำพุเพื่อดูพี่เบิร์ด แต่ปัจจุบันที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางก้อนใหญ่ ๆ เหล่าวัยรุ่นมาเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศที่คนมารวมตัวกัน ดังนั้นจึงต้องคิดเรื่อง Flow อย่างละเอียดลออกว่าเดิม

“ปัจจุบันมันคือเรื่องการเชื่อมโยงของ Dot ของ Open Space เหล่านั้นให้เป็น Network มากขึ้น” ประพันธ์ยกตัวอย่างถึงประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ว่าที่นั่นเชื่อมกันเป็น Network ที่เป็นมิตรต่อผู้คน (Citizen Friendly) หากไปเที่ยวย่านหนึ่งก็เดินสนุกได้ทั้งวัน “แล้วเราก็อยากให้ทางเดินเท้าเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง เป็นย่านที่ไม่มีรถเข้าไปเลย”

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

อีกเรื่องที่ทั้งคู่ฝากไว้ คือความร่มรื่นของพื้นที่ ว่าเราจะต้องดึงธรรมชาติกลับมาให้ได้ และสร้าง Micro Climate ที่ดี เหมาะกับสภาพอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“อย่างสิงคโปร์ เขาจะเชื่อมต่อหลังคากัน มีไกด์ไลน์ว่าอาคารนี้ควรยื่นออกมาอย่างนี้ เพื่อให้คนเดินต่อไปได้ นอกจากนี้ก็เรื่อง Verticle Green ต่าง ๆ ที่ทำให้พื้นที่สาธารณะมีระบบนิเวศที่ดี”

คิดว่าในประเทศไทยควรมีลานแบบนี้เยอะ ๆ ไหม – เราถามนักออกแบบทั้งคู่

“ลานคือที่ที่มีกิจกรรม ลานส่งเสริมการแสดงออกได้เยอะ คนรุ่นใหม่ชอบมากเลย เราก็อิจฉาเหมือนกันเพราะรุ่นเราไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรมแบบนี้” ประพันธ์ตอบ เขาบอกว่าถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงนึกถึงหน้าลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ที่คนมาจัดกิจกรรมกันเยอะ “เราต่างพ่อต่างแม่ มีความต้องการพื้นที่ที่ต่างกัน บางคนอาจจะอยากได้มุมสงบเงียบ ๆ บางคนอาจจะอยากได้ผู้คนเดินผ่านมาผ่านไป ต้องพัฒนาให้มีความหลากหลาย ลานสำคัญสำหรับ Public Space นะ”

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

เราเอนกาย เลื่อนข้อศอกไปวางไว้บนสเต็ปที่นั่ง มองไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังถ่ายรูปวิวเมืองกันอย่างสนุกสนาน พลางคิดว่าถ้าอนาคตแต่ละลานเชื่อมถึงกันอย่างไหลลื่น คงจะเกิดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย แล้วสยามสแควร์ก็คงเกิดสีสันใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนแน่นอน

2 ภูมิสถาปนิกจาก Shma คุยถึงการออกแบบลานคนเมืองบนตึก SIAMSCAPE พร้อมแลกเปลี่ยนความเป็นไปได้ของ Public Space ในสยามสแควร์

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน สยามสแควร์ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางความเคลื่อนไหวของวัยรุ่น

บนที่ดินทั้งหมดของจุฬาฯ ตั้งแต่สามย่าน-สวนหลวง มาจนถึงสี่แยกปทุมวัน และจากถนนบรรทัดทองมาถึงถนนอังรีดูนังต์ แบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ประเภทคือ หนึ่ง พื้นที่สำหรับการศึกษา สอง พื้นที่ให้หน่วยงานราชการมาใช้ และ สาม พื้นที่สำหรับจัดหาผลประโยชน์บำรุงมหาวิทยาลัย พื้นที่ประเภทหลังมีทั้งหมด 3 แปลง คือ บริเวณสามย่าน-สวนหลวง บริเวณจามจุรีสแควร์ และพื้นที่ 63 ไร่ครึ่งของสยามสแควร์ ที่เริ่มต้นจากอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง จำนวน 596 คูหา เมื่อ พ.ศ. 2507

เวลาเปลี่ยน วัยรุ่นเปลี่ยน สยามสแควร์ก็เปลี่ยน

เมื่อคนนิยมเดินห้างติดแอร์มากขึ้น เปลี่ยนไปซื้อของออนไลน์ และเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนต้องเรียนและทำงานออนไลน์ สยามสแควร์ซบเซาลงถนัดตา จนหลายคนสงสัยว่า สยามฯ จะกลับมาทวงสถานะพื้นที่อันดับหนึ่งของวัยรุ่นคืนได้จริงหรือ

แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สยามฯ มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพครั้งใหญ่ มีการนำสายไฟลงดิน ปรับพื้นที่ใหม่ เปิดตึก SiamScape ตามด้วย Walking Street และตึกที่ดูโฉบเฉี่ยวมากมาย รวมถึงทุกสุดสัปดาห์จะมีคนจำนวนมหาศาลมายืนรอดูวงดนตรีของน้อง ๆ ที่กระจายตัวเล่นอยู่ทั่ว

คนกลับคืนสู่สยามฯ และชื่อของสยามฯ ถูกพูดถึงอีกครั้ง

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

น่าสนใจว่า ตอนนี้สยามฯ มองตัวเองว่าเป็นพื้นที่ประเภทไหน พื้นที่พาณิชย์หรือพื้นที่สาธารณะ สยามฯ โกงความตายกลับมาได้อย่างไร แล้วเราจะได้เห็นอะไรต่อไปอีก

รวมถึงคำถามที่หลายคนยังคาใจ ทำไมต้องทุบสกาล่า

The Cloud นัดคุยกับ รศ.ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ผู้รับผิดชอบดูแลสยามสแควร์โดยตรง

แต่ก่อนจะเริ่มบทสนทนา ดร.จิตติศักดิ์ ออกตัวว่า ภาพสยามฯ โฉมใหม่ที่เราเห็นในวันนี้ต้องให้เครดิตกับ รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองอธิการบดี ที่ปลุกปั้นมาก่อนจะลาออกไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

01
บ้านเพื่อนผมอยู่ในสยามสแควร์

“ตึกแถวในพื้นที่จุฬาฯ เติบโตมาแบบผสมผสาน คือเป็นที่อยู่อาศัยข้างบน เป็นร้านค้าข้างล่าง สยามสแควร์ก็เป็นแบบนั้น สมัยเรียนเพื่อนผมพ่อเขาเปิดร้านขายแอร์ในสยามฯ ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นสามชั้นสี่เขาอยู่เป็นบ้านเลย จุดเริ่มต้นของสยามสแควร์คือพื้นที่พาณิชยกรรม มีลักษณะที่ชัดเจนตรงเป็นร้านตึกแถวแบบ Shophouse เทียบกับพื้นที่ยุคเดียวกันก็เพลินจิตอาเขต ยุคก่อนก็นางเลิ้ง เวิ้งนาครเกษม หรือในเยาวราช หลังสยามฯ ก็ไม่มีพื้นที่แบบนี้แล้ว เพราะต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ และเข้าสู่ยุคห้างติดแอร์”

02
สยามสแควร์ไม่ใช่พื้นที่ที่แพงที่สุด

“ยุคปัจจุบัน สี่แยกปทุมวันถือเป็นย่านสำนักงาน CBD (Central Business District) ที่เริ่มบางลง แล้วมีความเป็น Commercial มากขึ้นทั้งสี่ด้าน ทำเลของสยามสแควร์ไม่ใช่พื้นที่ที่มีราคาแพงที่สุด ที่แพงคือฝั่งที่ไหล ๆ ไปทางราชประสงค์ สยามฯ แพงเพราะไดนามิกของกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงเติบโตตลอดเวลา พื้นที่ CBD ทั่วไปพอเต็มแล้ว แสดงคาแรกเตอร์ของมันแล้ว จะนิ่งแบบนั้น แต่สยามฯ ไม่ใช่ เริ่มจากตึกแถว มีอาคารขนาดกลาง จนขึ้นเป็นตึกสูง มีการปรับคาแรกเตอร์ตลอด อาจจะเป็นเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้ตัวสยามยังอยู่ได้”

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

03
สยามฯ เป็นตึกแถว 3 ชั้นยุคแรก

สยามฯ ยุคแรกจุฬาฯ ใช้วิธีสร้างตึกแถวแล้วปล่อยเช่า เป็นตึกแถวยุคแรกที่สร้าง 3 ชั้น ถือว่าเก๋ไก๋มาก เพราะมีอาจารย์คณะวิศวะ สถาปัตย์ ช่วยออกแบบ ตึกหน้าตาแบบดั้งเดิมอยู่ตรงซอยมารีน่า ด้านหน้ามีแผ่นปูนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดเป็นแถบ ๆ กั้นอยู่ ช่วงแรกจุฬาฯ ไม่ได้จริงจังกับการหารายได้ จนกระทั่งรัฐลดงบประมาณสนับสนุนลง ตอนนี้ช่วยไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องให้ความสำคัญกับการหาเงินมาช่วยในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป
อาคารยุคแรก

04
เลิกเก็บค่าเช่าแบบคาดกระเป๋าหน้าท้อง

“พอต้องเน้นการหารายได้ บทบาทของการเป็นคนเก็บค่าเช่าแบบคาดกระเป๋าหน้าท้องต้องเปลี่ยนไป จุฬาฯ เริ่มก้าวมาเป็น Developer โครงการแรกคือ จัตุรัสจามจุรี เมื่อลักษณะของย่านเปลี่ยนไป มีห้างเกิดขึ้นโดยรอบ พื้นที่สยามฯ ดูค่อนข้างโทรมเมื่อเทียบกับรอบข้าง จึงเกิดการสร้างอาคารสยามกิตติ์ ข้างล่างเป็นร้านค้า ข้างบนเป็นโรงแรม ทำให้เกิด Business Unit ใหม่ที่ไม่ใช่การบริหารพื้นที่ทางราบ แต่เป็นการบริหารอาคารทางตั้ง ก็ต้องการความรู้ความสามารถในการบริหารอีกรูปแบบหนึ่ง

“จากการที่เคยเคาะประตูบ้านเก็บค่าเช่า ต้องเปลี่ยนมาวิ่งหาคนที่จะมาอยู่กับเรา คัดเลือกประเภทกิจการที่จะทำให้โครงการมีชีวิตชีวา รวมถึงคิดภาพที่จะสะท้อนถึงตัวย่าน และสะท้อนไปถึงตัวมหาวิทยาลัย เริ่มมีรายละเอียดมากกว่าเดิม แต่สยามกิตติ์ไม่ซับซ้อนมาก เพราะจบลงตรงเปิดให้เช่าเป็นโรงเรียนติว คลินิกความงาม ข้างล่างก็เป็นร้านอาหาร ที่ยากคือ SQ1”

05
ถ้าย้อนกลับไปทำใหม่ได้ SQ1 อาจไม่เป็นแบบนี้

จุดเปลี่ยนแรง ๆ ครั้งหนึ่งของสยามฯ คือช่วงที่ไฟไหม้โรงหนังสยาม จุฬาฯ สร้างเป็น SQ1 ขึ้นมา หลายคนถามว่า พื้นที่ติด BTS ริมถนนพระรามหนึ่ง ทำตึก 4 – 5 ชั้นเองเหรอ คือเราไม่มีทางเลือก เราต้องรีบสร้าง รีบเปิดให้เร็วที่สุด เพื่อรับผิดชอบต่อผู้เช่าเดิมที่ได้รับผลกระทบ เราไม่สามารถให้เขารอ 3 – 4 ปีเพื่อขึ้นตึกสูงได้ ถ้ามีเวลา เราคงทำเป็นอาคาร Mixed-use ความสูงเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาต

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

06
โรงเรียนกวดวิชาที่หายไป

“โบนันซ่าเป็นตึกของเรา สร้างคล้ายตึกแถวซ้อนไปซ้อนมา ปรับปรุงซ่อมแซมมาหลายครั้ง ถึงจุดหนึ่งเราก็ไม่เอาแล้ว จะทุบเขาลง ช่วงนั้นมีความต้องการพื้นที่สำนักงานและร้านค้าอยู่ เราคิดว่าระหว่างที่สยามกิตติ์สร้างทาวเวอร์ที่เป็นโรงแรม ผู้เช่าที่เป็นโรงเรียนติวในอาคารเดิมจะทำอย่างไร ก็จะย้ายเขามาที่ SiamScape

“เมื่อก่อนในสยามฯ มีโรงเรียนกวดวิชากระจายอยู่ตามตึกแถว แต่พอมีระเบียบเรื่องจำนวนขนาดพื้นที่ต่อคน บางโรงเรียนก็อยู่ไม่ได้ บางโรงเรียนก็ต้องไปอยู่บนตึก และอีกหลาย ๆ ปัจจัย เราก็เลยตัดสินใจสร้าง SiamScape ขึ้นมาเพื่อรองรับโรงเรียนกวดวิชาด้วย”

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป
58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

07
ไม่อยากให้รถเข้า ก็ต้องสร้างตึกจอดรถตั้งแต่ทางเข้า

“ตึกสยามกิตติ์มีฟังก์ชันหลักอีกอย่างคือเป็นที่จอดรถ ถ้าคุณเข้ามาทางถนนอังรีดูนังต์ ไม่คิดอะไรมากก็เลี้ยวขึ้นตึกไปจอด ถ้าอยากใกล้เข้ามาหน่อยก็ขับมาจอดที่วิทยกิตติ์ ซึ่งเป็นตึกสำนักงานของฝั่งมหาวิทยาลัย ส่วนฝั่งพญาไทไม่มีตึกจอดรถ ถ้าจะทำให้สยามสแควร์เป็น Walking Street ฝั่งนี้ก็ควรมีที่จอดรถด้วย SiamScape จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นออฟฟิศ รองรับผู้เช่าที่เป็นโรงเรียนกวดวิชา คลินิกเสริมความงาม ชั้น 8 ชั้น 9 ก็ยืดหยุ่นให้อาจารย์นิสิตมาใช้จัดเลกเชอร์ ทำกิจกรรมเรียนรู้ได้ แล้วก็เป็นที่จอดรถในอีกมุมของสยามฯ ด้วย”

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

08
เราไม่ได้เล็งตาเป็นมันว่า อยากได้สกาล่าคืน

“เราไม่ได้เล็งตาเป็นมันว่าอยากได้สกาล่าคืน เราไม่ได้ขึ้นค่าเช่า แต่กิจกรรมที่เขาทำมันไม่สร้างรายได้มาตั้งนานแล้ว สุดท้ายเขาก็ชำระค่าเช่าที่ค้างอยู่ไม่ได้ ช่วงที่ใกล้จะหมดสัญญาเช่า เราก็ช่วยเจรจาหาหลายคนมาช่วยเขา ทั้งนายกสมาคมภาพยนตร์ไทย ชมรมคนรักสกาล่า สมาคมสถาปนิกสยามฯ นายทุนต่าง ๆ เราคุยหมด แนะนำให้รู้จักเจ้าของ ให้ลองไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายมันก็ไปไม่ไหวด้วยสเกล จำนวนพนักงาน ค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าเช่าของเราด้วย ก็เลยไปต่อไม่ได้”

09
ถ้าจะเก็บสกาล่าไว้ ก็ต้องมีการใช้งานที่ชัดเจน

“เราไม่ได้ต้องการเก็บสกาล่าไว้แบบโบราณสถาน ถ้าจะเก็บก็ต้องมีการใช้งานที่ชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นพื้นที่รกร้าง ไม่ได้ใช้งาน ถ้าจะใช้เป็นหอประชุม คณะศิลปกรรม คณะนิเทศ ก็หากิจกรรมมาลงต่อเนื่องไม่ได้ เพราะเรามีหอประชุมสเกลนี้อยู่ในหลายคณะ สกาล่าจึงเป็นอาคารที่เกินจากการความต้องการใช้งาน แล้วมันก็ไปไม่ไหวจริง ๆ ในแง่การดูแล มันติดที่ค่าดำเนินการ เมื่อก่อนเรามีบ้านหลังคาสูง ๆ ไม่ติดแอร์เพราะอยากได้ลม ก็ใช้เสาสูง เพดานสูง อะไรก็ใหญ่โตไปหมด แต่ยุคนี้คุณต้องเสียค่าแอร์เยอะมาก มันไม่ไหวในเชิงค่าดูแลบำรุงรักษาในระยะยาว เราอยากหาเจ้าภาพมาดูแลต่อ แต่ทุกคนปฏิเสธ เราก็ไม่อาจหาญจะรับมาดูแล เพราะเราไม่เก่งขนาดนั้น ก็เลยถึงจุดที่เรายอมแล้ว จึงเปิดประมูลพื้นที่ ซึ่งทาง CPN ได้ไป เขาจะทำเป็น Mixed-use มีทั้งรีเทล ออฟฟิศ แล้วก็น่าจะมีโรงแรมด้วย”

10
โควิด-19 มา จนสยามฯ เกือบไป

“ประตูหลักที่เราใช้นับจำนวนคนมาสยามฯ คือ SQ1 ช่วงก่อนโควิด เคยมีคนมาวันละ 2 แสน

“พอมีโควิด พร้อมกับกระแสซื้อสินค้าออนไลน์ เหลือคนมาไม่ถึง 2 หมื่น เราไม่ลังเลเลยที่จะลดค่าเช่า เพราะเห็นว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ กิจการที่โดนประกาศห้ามจากรัฐตรง ๆ อย่างร้านตัดผม ร้านนวด เราไม่เก็บค่าเช่าพักหนึ่ง เรากลัวกันมากว่าสยามฯ จะไม่กลับมาแล้ว แต่ในที่สุดมันก็กลับมา ไม่ใช่เพราะการซื้อของ แต่เป็นการมาใช้พื้นที่ มาเจอคน มาเดินเล่น”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

11
ขับรถเข้ามาไม่สะดวกเลย ใช่ครับ ผมไม่ต้องการให้คุณขับรถเข้ามา

“ช่วงโควิดสยามฯ นิ่งอยู่พักหนึ่ง เราเองก็มีปัญหาน้ำท่วมในสยามฯ มาโดยตลอด แล้วก็มีความฝันในเชิงมาสเตอร์แปลนว่า อยากปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็เลยใช้จังหวะนี้สังคายนาใหญ่ วางระบบท่อใหม่ ต้องทำผิวถนนใหม่ เลยคุยกับคนออกแบบให้ปรับถนนเส้นกลางตั้งแต่ซอยสองถึง SQ1 ให้การจราจรที่วุ่นวายดีขึ้น รถที่อยู่ในสยามคือรถที่จะมาสยามฯ ไม่ใช่มาผ่านสยามฯ แล้วก็ไม่ให้มีรถสาธารณะจอดแช่

“เลยเกิดเป็นถนนคนเดินที่รถทำความเร็วไม่ได้ เป็นถนนที่คนไม่ได้มาเพื่อเรียกรถสาธารณะ รถเหล่านี้ก็ไม่เข้ามาโดยปริยาย ทำเสร็จคนก็บ่นว่า ตัวชะลอรถแหลมมาก ขับแล้วรถจะพัง ใช่ครับ ถ้าคุณขับไม่ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถคุณจะไม่สะเทือนเลย รถติดมากเลยครับอาจารย์ ใช่ครับ ผมไม่ต้องการให้รถเข้ามา”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

12
ลานหน้าฮาร์ดร็อก

“ช่วงใกล้ ๆ SiamScape จะเปิดตัว ที่เรากำลังทำ Walking Street Hard Rock Cafe ก็หมดสัญญาเช่าพอดี ด้วยพิษโควิดเขาเลยไม่ต่อสัญญา เราก็เลยรื้อตัวตึกแถวเซ็ตนี้ออก ทำเป็นลานโล่งเชื่อมกับ SiamScape แล้วทำโปรเจกต์ Block I ที่ล้อคาแรกเตอร์ของตึกแถว ตามมาสเตอร์แปลนตึกสูงจะเกาะอยู่ที่ขอบถนนใหญ่เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นของจราจร ข้างในพยายามทำให้เป็นพื้นที่ของคนเดิน จึงเป็นสเกลไล่เลี่ยกับตึกแถว แต่การเช่าจะมีลีลามากขึ้น เราพยายามเลือก Flagship Store แบรนด์ไทย หรือเติบโตมาในพื้นที่ของเรา ถ้าเป็นแบรนด์นอกก็ต้องมีอะไรพิเศษไม่ซ้ำกับสาขาอื่น Block I จึงเป็นเหมือนแลนด์มาร์กหัวถนนเริ่มต้นถนนคนเดิน”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า
รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

13
ถ้าคุณไม่ปรับ หมดสัญญาผมไม่ต่อนะ

“เราให้โจทย์ตึกที่จะสร้างในฝั่งสยามฯ และฝั่งมหาวิทยาลัยต่อไปว่า ต้องอยู่ในธีม Smart City ต้องได้ Green Certificate ในตึกต้องมีเรื่องประหยัดพลังงาน มี EV Charger มีเรื่องแอร์ เรื่องการรีไซเคิล อย่าง KLOUD by KBank เขาก็เปลี่ยนพื้นที่ธนาคารให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เด็กเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ มีคอนเซ็ปต์ที่เป็น Smart และยั่งยืน

“ส่วนร้านริมถนน Walking Street เราเน้นความเป็นอนาคต เพราะพื้นที่บางส่วนของ SiamScape เราให้เด็กมานั่งทำงานได้จนรถไฟฟ้าหยุดวิ่ง ก็เลยเป็นคอนเซ็ปต์สยามไม่หลับ พอเป็นชีวิตภาคกลางคืน อาคารทั้งหลายเลยตกแต่งด้วยแสงสีจัดเต็มไม่ให้น้อยหน้ากัน ก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อย ๆ เราบอกทุกร้านว่า ถ้าคุณไม่ปรับปรุง หมดสัญญาผมไม่ต่อนะ ผมจะเอาเจ้าใหม่มาลง เราไม่ได้ไล่คุณออกจากสยาม แต่คุณต้องไปอยู่ตึกนู้นตึกนี้แทน เราคุยกันแบบนั้น วันนี้คนบอกว่าสยามฯ สวยเหมือนอยู่เมืองนอก เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องตบตีกันเยอะมากกว่าจะเห็นภาพเดียวกัน”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

14
สยามฯ เปลี่ยนไปแล้ว

“วันที่ 27 พ.ค. 65 เราอยากทำอีเวนต์เปิดตัวสยามฯ โฉมใหม่ซะหน่อย อยากปิดถนนให้คนได้เดินเล่นกันวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มีการแสดงเปิดหมวกเล็ก ๆ น้อย ๆ วันนั้นคนไม่เยอะนะ แต่แรงกระเพื่อมจริง ๆ คือมีเด็กเข้ามาถ่ายรูปโพสต์ลงไอจีว่าสยามฯ เป็นแบบนี้แล้ว เป็นจังหวะที่ SiamScape เสร็จแล้ว เปิดสวนดาดฟ้าด้วย คนเห็นก็เริ่มมากันเยอะขึ้น เป็นอิทธิพลของโซเชียลจริง ๆ ที่ช่วยเรา

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

15
Yes Indeed

“Yes Indeed เป็นวงที่มาเล่นกับเราตั้งแต่งานสวนหลวงสแควร์ เราอยากปลุกพื้นที่สวนหลวงสแควร์ที่ค่อนข้างเงียบให้มีชีวิตชีวิต ก็จัดตลาดนัด Flea Market ให้น้องๆ นิสิตจุฬาฯ มาขายของโดยไม่คิดค่าเช่า เราอยากหาวงดนตรีมาเล่น แต่ไม่มีเงินจ้าง Yes Indeed เป็นหนึ่งในวงที่ยินดีมาเล่น วันนั้นมีคนดูเขาไม่ถึง 10 คน พอมีงานวันเปิดสยามฯ เราก็ติดต่อเขาไป คราวนี้คนตามมาดูเขาเป็นร้อยเลย เพราะเขาไปเล่นมาหลายเวที สะสมฐานแฟนคลับมาเรื่อย ๆ

“ตอนนี้เขาไม่ได้เล่นแล้ว เพราะเราไม่อยากให้ใครเป็นเจ้าของเวที อยากให้หลาย ๆ คนมีโอกาสได้เล่น มีคนรอเล่นอยู่ 300 กว่าวง ถ้าเราเลือกแต่วงดัง ๆ อีก 200 กว่าวงที่เหลือ เมื่อไหร่จะได้เล่นล่ะ”

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

16
เราเป็นพื้นที่ให้วงดนตรีทุกประเภท

“ที่สยามฯ เรามีเวที 4 จุด แต่ละเวทีเล่นวันละ 3 วง เล่นสัปดาห์ละ 3 วัน เท่ากับเล่นได้สัปดาห์ละ 36 วง เรามีลิสต์วงที่สมัครมา 300 กว่าวง ได้เล่นไปแล้ว 50 กว่าวง ตั้งแต่เด็กน้อยมาเล่นขำ ๆ พ่อแม่มานั่งตบมือ ร้องผิด ๆ ถูก ๆ จนถึงมืออาชีพมาก ๆ ทุกวงเล่นฟรีหมด เราเตรียมไฟให้ แต่เขาต้องเอาอุปกรณ์มาเอง เราพยายามจัดโปรแกรมช่วยน้อง ๆ วงที่ยังไม่มั่นใจก็ให้เล่นก่อนช่วง 5 – 6 โมง คนยังไม่เยอะ จะได้ไม่ตื่นเวที ช่วงที่คนเยอะก็เอาวงที่มีประสบการณ์หน่อย พอศิลปินอาชีพเห็นว่าสยามฯ มีอะไรแบบนี้ เขาก็ขอมาแจม วงที่จะเล่นกันศิลปินก็ต้องเตี๊ยมกันก่อนซะหน่อย ป้องกันไม่ให้หน้าแหก”

58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป
58 ปี สยามสแควร์ ความเป็นวัยรุ่นตลอดกาล เหตุผลที่คนกลับมา และตึกที่หน้าตาเปลี่ยนไป

17
ถ้าชมรมเพาะกายอยากมาโชว์ ก็ยินดีต้อนรับ

ผมไม่ได้มองว่าประสบความสำเร็จแล้ว คนติดแล้วก็จัดต่อไปเรื่อย ๆ ผมเฉย ๆ กับการจัดกิจกรรมที่ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ คาดเดาได้ โอเคมันอาจจะการันตีว่า ถ้าคุณมา คุณจะเอนจอยกับสิ่งนี้ แต่มันต้องหลากหลายกว่านั้น เพราะมีอีกหลายคนที่อยากแสดงออก แต่เขาไม่ถนัดเล่นดนตรี เขาอยากเต้น เล่นมายากล มีชมรมเพาะกายในจุฬาฯ ติดต่อมาขอโชว์ ถ้าคุณรู้สึกว่าวงการเพาะกายของคุณยังแคบอยู่ แล้วพื้นที่ของผมช่วยคุณได้ คุณกล้ามาถอดเสื้อโชว์ที่นี่ก็มา ผมยินดีต้อนรับ สิ่งที่ผมคาดหวังคือความหลากหลายและการเปิดโอกาสให้หลาย ๆ กิจกรรม”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

18
ถ้าจัดการดี ๆ มันจะนำมาซึ่งกิจกรรมที่ให้คุณค่ามากกว่าเงิน

“พอเราปิดถนนแล้วคนมาเยอะ ก็มีออแกไนเซอร์ติดต่อมาว่า คิดค่าเช่ายังไง มีพื้นที่ไหนบ้าง ตอนนี้ผมพยายามทำให้คนเห็นว่า ถ้าคุณมีพื้นที่กลางแจ้งในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่พาณิชย์ คุณไม่จำเป็นต้องทำให้มันเป็น Commercial แบบฮาร์ดคอร์ก็ได้ แบบปล่อยเช่าเก็บเงินอย่างเดียว แต่ถ้าจัดการดี ๆ มันจะนำมาซึ่งกิจกรรมที่ให้คุณค่ามากกว่าเงิน นั่นคือสิ่งที่ทีมผมพยายามคิดทุกสัปดาห์ 

“ถ้าคุณอยากเช่าก็มาได้ แต่ต้องคุยกันก่อนว่าจะมาทำอะไร ไม่ใช่มาเปิดตัวน้ำ แล้วมีขวดม็อกอัปอันเบ้อเริ่มมาตั้งกลางถนน หรือมีโลโก้ใหญ่ ๆ มาแปะ ผมไม่เอา คุณทำธีมให้ทั้งสยามฯ กลายเป็นน้ำได้ไหม ทำให้คนพูดถึงอีเวนต์ที่คุณจัดไม่ใช่แบรนด์ของคุณ แต่เมื่อคนเข้ามาในพื้นที่แล้วเขาจะนึกถึงอย่างอื่นไม่ได้นอกจากแบรนด์คุณ คุณมีกึ๋นพอไหม มันเป็นงานที่เหนื่อยหลายต่อมากนะ แต่ผมว่าคุ้ม”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

19
เราหวังว่าจะได้ปิดถนนในสยามฯ ทุกวันเร็ว ๆ นี้

“พอมี Walking Street ทุกทิศก็เป็นหน้าบ้านหมด ตอนนี้คนมองว่าฝั่งอังรีดูนังต์เป็นหลังบ้าน ซึ่งจะไม่ใช่แล้ว ทุกส่วนสำคัญ และมีบทบาทที่ไม่เหมือนกัน SiamScape เป็นตัวเริ่มต้นฝั่งพญาไท สยามกิตติ์เป็นตัวปิดที่สง่างามก่อนที่จะจากพื้นที่ไป สยามกิตติ์กำลังจะมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาตึกด้านนอก เสริมพื้นที่การค้าด้านใน แล้วก็มีการสร้างโรงแรมแบบฮิป ๆ ด้านบนที่ตอบโจทย์คนที่อยู่ในพื้นที่ย่านเรา

“เราหวังว่าจะได้ปิดถนนในสยามทุกวันเร็ว ๆ นี้ โจทย์ใหญ่คงกลับมาที่ทีมผม คงไม่ใช่การปิดเพื่อเดินเล่น เพราะเราเลยจุดนั้นมาแล้ว คำถามใหญ่คือ ถ้าเราปิดถนนอีก 4 วัน คุณจะทำอะไรกับมัน เราพยายามจะเปลี่ยนพฤติกรรมของคน และความเข้าใจในการใช้พื้นที่ ไม่งั้นเราก็จะอวยแต่ต่างประเทศตลอดเวลา สิงคโปร์ดีจัง ญี่ปุ่นดีจัง เมืองไทยแย่ เราหวังว่าสยามฯ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

20
ผู้เช่าในอนาคตต้องพัฒนาไปด้วยกันกับเรา

“ผู้เช่าสยามฯ ในอนาคตต้องพัฒนาไปด้วยกันกับเรา ต่อไปคงมีกติกาการใช้พื้นที่ในแต่ละซอย สำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ ไม่อยากบอกให้คุณออกไป แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงวัฏจักรของการค้า ของสังคม บางครั้งสิ่งที่คุณเป็นมันก็ไปต่อไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นเราก็จะเข้าไปคุย ไปหารือกัน เราจะหาทางช่วย 

“จุฬาฯ ไม่ได้ใจร้าย จุฬาฯ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดชี้ว่าคุณต้องออกไป ในการจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราต้องผ่านบอร์ด ผ่านกรรมการ ผ่านขั้นตอนมากมาย เราไม่ได้ชี้เป็นชี้ตายคนง่ายขนาดนั้น เราใจร้ายกับใครไม่ได้เลย เพราะเรามีตราพระเกี้ยวค้ำอยู่ข้างหลังเสมอ”

รศ.ดร.จิตติศักดิ์ เล่าประวัติศาสตร์สยามสแควร์ จากตึกแถวสู่ย่านวัยรุ่น การปิดถนนให้คนเดิน และทำไมถึงไม่เก็บสกาล่า

21
คำพูดหล่อ ๆ มันจับต้องไม่ได้

“ถ้าพูดแบบหล่อ ๆ สยามฯ คือพื้นที่แห่งโอกาส แต่คำพูดหล่อ ๆ มันจับต้องไม่ได้ สยามฯ คือพื้นที่ Commercial Public ที่เราอยากให้เป็นตัวแทนการใช้พื้นที่สาธารณะเชิงพาณิชย์ที่ชี้นำสังคมในบ้านเรา ไม่ต้องยัดเยียด Commercial แบบฮาร์ดเซลล์ก็ได้ มันควรมีอิสรภาพให้คนที่เข้ามา ไม่เสียเงินซื้อของ คุณก็มาเจอคนที่ใช่ก็ได้

“จุฬาฯ ถูกมองว่ารวย หน้าเลือด เราอยากจะตอบกลับด้วยการทำพื้นที่แบบนี้ นี่ไงพื้นที่ Commercial ที่ฉันไม่ Commercial อะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าต้องตอบแทนสังคมด้วยการทำสวนเสมอไป ที่ที่ฉันให้ทำมาหากินนี่แหละ ที่จะให้โอกาสเด็กๆ มาใช้ ให้คนมาใช้ แล้วไม่คิดเงิน แล้วก็ไม่ใช่ CSR เราไม่ต้องการประชาสัมพันธ์ ไม่มีวาระแอบแฝง แล้วจุฬาฯ ได้อะไรจากสิ่งนี้ เราฉลาดขึ้น เราเรียนรู้จากน้องที่เข้ามาใช้พื้นที่ คนที่มาใช้พื้นที่ เราเปิดพื้นที่ คนมาแสดงออก เราจะเห็นเทรนด์ตลอดเวลา แล้วจะค่อย ๆ พัฒนาตัวเองขึ้น”

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load