ที่โค้งขอบฟ้าสุดสายตา มนุษย์ในอดีตได้แต่โหยหา ครุ่นคิดคำนึงถึงดินแดนไกลลิบตา ข้ามขอบฟ้าขอบทะเล ถามถึงดินแดนที่ผืนดินยังเขียวขจี มีเสียงใสๆ ของน้ำใสเย็นในลำธาร มีเสรีภาพ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ

เพียงแต่ในสายตาของเหล่าเทพ มนุษย์ยังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะข้ามกำแพงของเทือกคลื่นที่สาดซัดด้วยแรงหมุนม้วนจากลมหายใจของโพไซดอน

อ่อนด้อยเกินกว่าจะข้ามยอดฟองคลื่นชันที่แตกกระจายเป็นฟองขาวอย่างซับซ้อนเกินอ่านเกินคำนวณของแอโฟรไดที และผ่านโขดหินโสโครกที่คมดุจดั่งมีดเข็มสักแสนเล่มของเฮดีส แล้วยังอ่อนแอเกินกว่าจะข้ามกระแสน้ำและพายุเชี่ยวกรากจากความกราดเกรี้ยวของซุสที่ถูกมนุษย์ตัวเล็กๆ ท้าทาย

แต่…มนุษย์จะข้ามไป ไม่ว่าเทพเจ้าจะว่าอย่างไร

เรือแคนู

ผ่านมาหลายร้อยหลายพันหมื่นแสนปี มนุษย์สร้างเครื่องมือพาตนเองข้ามอุปสรรคทางธรรมชาติต่างๆ ที่ขวางเส้นทางของผู้เสาะแสวงหาความจริง ความงามของโลก

หากภูเขานั้นสูงเกินก้าว เขาสร้างบันได (บันไดเป็นเทคโนโลยีแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์)

หากหุบเหวลึกเกินข้าม เขาสร้างสะพาน

ณ ที่สุดขอบโลก ที่นั่นหาใช่สุดขอบของมวลมนุษย์ จากท่อนไม้บันไดที่เคยข้ามภูเขา จากฟั่นเชือกสะพานที่เคยข้ามหุบเหว เขากอปรมันขึ้นใหม่ด้วยความหวังที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้าของมนุษย์ แล้วเปิดเส้นทางเสาะแสวงหา ข้ามเลยไปบนโลกสีคราม

แพและเรือรูปแบบต่างๆ ได้รับการสร้างสรรค์อย่างรุ่มรวยและเฟื่องฟูมาตั้งแต่วันนั้น

เริ่มด้วยเรือแพง่ายๆ อย่าง Reed Boat and Raft เรือ/แพที่มัดจากหญ้าแห้ง Dugout Canoe แคนูที่ขุดจากไม้ซุง Knarr เรือใบขนาดเล็กของพ่อค้าชาวไวกิ้ง Barque เรือสำเภาขนาดใหญ่ที่สร้างเส้นทางการค้าจากทะเลจีนใต้ถึงมหาสมุทรอินเดีย เรือ Carrack และ Caravel ของโปรตุเกสที่พัฒนาให้เดินเรือในทะเลเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ และยังเป็นเรือ 2 ชนิดแรกที่ปลอดภัยพอจะฝ่าคลื่นฝ่าลมในมหาสมุทรแอตแลนติกได้

เรือในตระกูล Carrack และ Caravel ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ได้แก่ La Niña, La Pinta และ La Santa María de la Inmaculada Concepción เรือที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (นักสำรวจชาวอิตาลี) กางใบออกจากแผ่นดินสเปนเพื่อค้นหาโลกใหม่ (แม้ว่าในที่สุดเขาได้พาคนขาวเหยียบแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์และย่ำศักดิ์ศรีของคนบนแผ่นดินนั้น)

เรือมาพร้อมการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม

เรือแคนู

เราสร้างเรือของเราขึ้นมาลำหนึ่งจากไม้ เชือก ผ้า และความอยากรู้อยากเห็นปนความสนุกและท้าทาย

 

ไม้

ไม้ไผ่ลำยาวกว่า 5 เมตร อายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี ผ่านการแช่น้ำไหลไว้ 1 สัปดาห์ ตากแดดรำไรอีก 1 สัปดาห์ ผ่าออกเป็นเส้น 8 เส้นด้วยมีดพร้า โดยการบากไปที่ข้อแต่ละข้อให้ได้แนวตรงกัน แล้วค่อยๆ ฉีกตามแนวเสี้ยนไม้ รอยที่บากนำไว้ตามข้อช่วยทำให้ไผ่ที่ผ่าไม่เลี้ยวโย้เย้ไปตามเสี้ยนมากนัก ได้แนวตรงแม้จะไม่เป็นเส้นตรงแบบไม้บรรทัด

หลังจากถากเอาข้อที่แบ่งปล้องไผ่ออกเป็นปล้องๆ ก็เอาไปปรับความหนาและความกว้างตามความเฉพาะเจาะจงของหน้าที่ที่จะใช้งานในการทำโครงเรือ เช่น กระดูกงู กราบนอก กราบใน กงเรือ โครงยาวและโครงสาน ขูดลบมุมคม เหลาเกลาเสี้ยนให้เรียบเนียนด้วยคมพร้าด้ามเก่า ก่อนจะทาน้ำมันรักษาเนื้อไม้ป้องกันมอดและเชื้อรา

การเตรียมไม้ในขั้นตอนนี้กินเวลาช่วงเริ่มต้นไปเกือบ 5 วัน รวมทั้งพลังงานของเราที่หมดไปในแต่ละวันอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเมื่อยล้าและบาดแผลจากคมไผ่

เรือแคนู เรือแคนู

 

เชือก

เราใช้เชือกเคลือบเทียนผูกไม้ไผ่ทั้งหมดให้ประสานกันเป็นโครงเรือกว่า 500 จุด มีวิธีการมัด รัดคอไก่ และผูกปมแตกต่างกันไปตามทิศทางของไม้อย่างน้อย 2 ชิ้น ที่จะมัดติดกัน จำเป็นต้องมีไม้รั้งดึงเชือกเพื่อความตึงยิ่งยวดแทนการใช้มือดึงเปล่าๆ เพราะความตึงความเหนียวและการเคลื่อนที่ของเชือกเส้นเล็กที่รูดไปกับนิ้วเถือเนื้อหนังและนิ้วมือได้อย่างง่ายดายเหมือนมีดอุ่นๆ ที่กดลงบนเนย

เงื่อนปมต่างๆ มีบุคลิกพิเศษเฉพาะตัวตามหน้าที่การใช้งาน รัดรึง ดึงรั้ง ทั้งประสานสอดรับสร้างแรงเค้น บีบ ดีด ยันให้ไม้ไผ่ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเรือ และด้วยปริมาณจุดที่ต้องมัดเชือกจำนวนมหาศาล จึงเป็นการทำงานทั้งกับเชือก ไม้ไผ่ มือ นิ้ว ความเงียบและสติ หากเผลอหลุดไปนิดเดียวเส้นเชือกที่มัดนั้นก็จะดูยุ่งเหยิงไร้ระเบียบได้ง่ายๆ

เรือแคนู เรือแคนู เรือแคนู

 

ผ้า

เราใช้ผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่อมน้ำและไม่ยึดตัวมากไป แต่มีความเหนียวที่ทนแรงดึงรั้งให้ตึงแบบขึงแผ่นหนังหน้ากลอง เมื่อทำปฏิกริยากับยูรีเทนแล้วจะได้วัสดุคอมโพสิตคล้ายใยแก้วเสริมแรง กันน้ำและรอยขีดข่วน รวมถึงกันฉีกขาดในระดับที่พอเพียงต่อการปกป้องเรือจากแรงดันน้ำ สร้างแรงลอยตัว สมดุลและการขูดขีดจากหิน ทรายและกิ่งไม้

เรือแคนู เรือแคนู

วัสดุทั้งสามชนิดเมื่อประกอบกันด้วยมือ ความตั้งใจ และความช่วยเหลือจากเครื่องมือไม่กี่ชนิด บวกกับเวลาหลายร้อยชั่วโมงใน 24 วันจากแรงงานของคน 4 คนและแรงใจอีกหลายสิบ ในยามที่ไม้เชือกและผ้าได้รับการโอบอุ้มจากอ้อมกอดของแม่คงคา สิ่งที่ได้ในท้ายที่สุดกลับไม่ใช่เรือ แต่เป็น ‘มุมมอง’ ที่ต่างออกไปอย่างเป็นรูปธรรม จากผืนน้ำที่เราเคยได้แต่มองด้วยสายตาในระยะไกลเกือบอนันต์

เรือพาเราไปในที่ที่ความคิดคำนึงของเราหยั่งไปถึง แต่เกินความสามารถของขาและแขนของเรา ด้วยการเคลื่อนไหวของเธอที่สงบนิ่ง เงียบงัน แต่ไหลลื่นและเต็มไปด้วยพลังงาน ทำให้เรามีโอกาสและเวลามากมายที่จะรู้สึกและสัมผัสถึงสิ่งที่เราไม่เคยรู้สึกและสัมผัสมาก่อน

รูปธรรมของมุมมองที่เปลี่ยนไปจากองศาของเรากับโลก ระยะของเรากับขอบฟ้า พื้นที่ที่ไม่เคยก้าวข้ามไปและภาพที่กระทบตา อารมณ์และความรู้สึกแปลกที่แตกต่างจากที่คุ้นเคย ทัศนคติและมุมมองใหม่ๆ เกิดขึ้นโดยไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจให้ยากเย็น

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้นึกถึงตอนเริ่มคิดที่จะต่อเรือขึ้นมาสักลำ เหมือนที่โคลัมบัสคงไม่ได้นึกไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อแผ่นดินและชาวอินเดียนในโลกใหม่

แต่เรือพาเราข้ามไปอีกฝั่งของดินแดน

ดินแดนที่เราไม่เคยเห็น ทั้งข้างนอกและข้างใน

เรือแคนู เรือแคนู เรือแคนู เรือแคนู

ในบริบทของการเรียนรู้ เราอาจมีวิธีการมากมายที่จะทำให้คนเติบโต และเรียกได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ แต่ด้วยความตระหนักแจ้งด้วยตนเองจากภายใน (ตน) ที่สัมพันธ์กับภายนอก (โลก) เท่านั้นที่เรียกว่าความรู้ที่แท้ โอกาสที่ได้รับไม่ว่าจากการกระทำหรือไม่ทำสิ่งใด ย่อมเปิดประตูอย่างน้อยหนึ่งบานรอไว้ สำหรับผู้ที่สอดส่ายสายตาและเสาะหาอย่างกระหาย

ประตูนั้นไม่ยากที่จะพบเจอและเปิดมุมมองใหม่แก่ผู้ก้าวข้ามฝั่งไป ข้ามขอบที่ขังตนเองสู่ความเป็นไปได้อื่น ข้ามความแปลกแยกสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉันคือเธอ เธอคือฉัน และพระเจ้าคือเรา

เพื่อนจากดินแดนอีกฝั่งที่ผมข้ามไปกระซิบบอก

เรือแคนู

Writer & Photographer

คทา มหากายี

เรียนออกแบบแต่ไม่ได้ทำแบบที่เรียน มาออกแบบมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์แทน เริ่มทำงานกับเด็กๆ และธรรมชาติมาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 หลงป่าอยู่หลายสิบปีจนปัจจุบันมาโผล่กลางทุ่งนาที่เชียงดาว ทำบ้านเรียนกับลูกๆ สองคน และกำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับพวกเขา

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

วิชา : Alles Groeit (ทุกสรรพสิ่งล้วนเติบโต) 

ประเภทวิชา : วงจรชีวิต 

คุณสมบัติผู้เรียน : มีความอยากรู้อยากเห็นและชื่นชอบธรรมชาติ 

เก็งข้อสอบ : การพึ่งพาอาศัยของพืชและสัตว์ 

ชวนมาดูว่าเด็กๆ อายุ 6 – 9 ขวบ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เรียนวิชาอะไรบ้างนอกเหนือจากในห้องเรียน 

หลังจากเราดูสารคดีของ เดวิด เอตเทนเบอโร (David Attenborough) ใน Netflix จนจบ ก็เกิดความคิดที่ว่า มันคงจะดีนะ ถ้าเด็กๆ ถูกปลูกฝังเรื่องสิ่งมีชีวิตกับธรรมชาติตั้งแต่อายุน้อยๆ และวันดีคืนดีเราก็สงสัยว่าที่เนเธอร์แลนด์เราจะไปเก็บเห็ดมากินได้มั้ยนะ ก็เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเรื่องการเก็บเห็ดในป่า จนไปเจอศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติที่ชื่อว่า Milieu Educatie Centrum อยู่ใกล้บ้านมากๆ และไม่เกี่ยวกับการหาเห็ดมากินแต่อย่างใด

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ
เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

หลังจากเราเข้าไปในเว็บไซต์ของศูนย์การเรียนรู้ ก็เกิดความคิดว่า ลองสมัครเป็นครูอาสาดูดีกว่า เพื่อเป็นการฝึกภาษาดัตช์ไปในตัว แต่ลึกๆ ก็เตรียมใจไว้แล้วว่า ถ้าภาษาไม่ดีพอ จะขอเขาทำสวน ปลูกผัก พรวนดินแทน 

หลังจากนัดเจอและพูดคุยกับศูนย์การเรียนรู้ เขาชักชวนเราไปเป็นครูผู้ช่วย โดยการเดินเข้าป่าไปกับเด็กๆ และพูดคุยระหว่างทาง วิชาแรกที่ได้รับมอบหมาย ชื่อวิชา Alles Groeit แปลเป็นภาษาไทยว่า ‘สรรพสิ่งล้วนเติบโต’ 

เริ่มต้นโดย คุณลุงบาร์ต รับบทดำเนินรายการเล่าเรื่องผึ้งที่พบปะสัตว์ต่างๆ และชักชวนไปนอนโรงแรม 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

นายหนอน นอนห้องที่ 1 

นางสาวลูกอ๊อด นอนห้องที่ 2

นางสาวเต่าทอง นอนห้องที่ 3 

เวลาผ่านไป ก็อก ก็อก ก็อก – เคาะประตูเรียกแต่ละห้อง 

เฮ้ย หนอนหายไปแล้ว ผีเสื้อมาได้ยังไง แอบเข้ามาเหรอ สัตว์แต่ละห้องก็ทยอยกลายเป็นสัตว์อีกแบบ 

เด็กๆ ค่อยๆ ยกมือถามทีละคนว่า ลูกอ๊อดโตไปเป็นอะไร หนอนโตไปเป็นอะไร 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

เด็กๆ ที่เข้าร่วมมีประมาณ 20 – 30 คน ต่อคลาส และแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 7-8 คน แต่ละกลุ่มจะได้รับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ด้านในมีขวดโหล ถาด แว่นขยาย ขวดโหลขนาดเล็กพร้อมฝาปิดแบบแว่นขยาย และเด็กแต่ละคนจะได้รับมอบหมายตามสิ่งที่ตัวเองถนัด ทั้งขอเป็นคนสะพายเป้ ขอถือขวดโหล ขอจับแมลง ขอถือถาดไว้ใส่หอยทาก 

ระหว่างเดินป่า เราก็สังเกตเห็นว่า เด็กๆ เกือบทุกคนล้วนสวมรองเท้าบูต เนื่องจากประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ฝนตกตลอดปี เด็กๆ ที่นี่เลยคุ้นชินกับหน้าฝนและมีเสื้อผ้ากันฝนที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

อ้อ เด็กๆ จะเรียกเราว่า Juf (เยิฟ) แปลว่า คุณครู บางคนก็เรียก Mevrouw (Miss ในภาษาอังกฤษ)

หลังจากออกไปสำรวจสัตว์ในป่าเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาที่ศูนย์การเรียนรู้อีกครั้ง เพื่อทบทวนความรู้จากในป่า และแลกเปลี่ยนสัตว์ที่จับได้กับเพื่อนๆ เพลิดเพลินกันได้สักพักก็แบ่งกลุ่มย่อยๆ อีก 3 กลุ่มให้เด็กเข้าร่วม 

เรื่องกำลังจะเริ่มที่ตู้ลูกอ๊อดที่ทำให้เราหัวใจจะวายตอนที่เด็กๆ รุมกันจ้วงจับลูกอ๊อดในตู้ แล้วเอามาส่องกับแว่นขยาย เลอะเทอะไปหมด (ฮ่าๆ) ซึ่งลูกอ็อด ภาษาดัชต์คือ Kikkervisje ส่วน ไข่กบ ภาษาดัชต์คือ Kikkerdril 

พอจับใส่ขวดปุ๊บ ก็มาส่องดูร่างกายลูกอ๊อด 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ
เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ถัดมาเป็นโต๊ะที่สอนเรื่องวงจรชีวิตสัตว์ 

เด็กๆ ต้องเรียงภาพตั้งแต่เกิดยันโตของสัตว์แต่ละชนิด เราเดินเช็กทีละภาพ และกล่าวชมเด็กๆ ทีละคน 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

กลุ่มสุดท้ายเป็นโต๊ะกลุ่มวงจรผีเสื้อ โดยผีเสื้อที่มีอยู่ในศูนย์เป็นผีเสื้อที่พบเจอได้ในสวนตามบ้านทั่วไปของคนเนเธอร์แลนด์ ชื่อพันธุ์ว่า Koolwitje แปลเป็นภาษาไทยคือ พันธุ์กระหล่ำปลีขาว (จิ๋ว) ปีกมีสีขาวแซมจุดสีดำ 

หลังจบคลาสเด็กๆ ก็ช่วยกันทยอยคืนสัตว์กลับเข้าสู่ป่าดังเดิม 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ในแต่ละวันจะมีการเรียนการสอนวิชาห้องเรียนธรรมชาติจำนวน 2 คาบ ตั้งแต่ 09.00 – 12.00 น. ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการปลูกผักและทำปุ๋ย รวมทั้งทำโรงแรมผึ้ง ปลูกทานตะวัน ปลูกอะโวคาโด แต่ช่วงนี้ฝนตก ลมแรง เลยต้องเก็บเจ้าพวกต้นกล้าเอาไว้ข้างในก่อนเอาไปลงดินที่แปลงข้างนอก ซึ่งการเรียนการสอนในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

มีการสอนดูสภาวะเมฆ สอนแยกขยะ สอนดมดอกไม้ สอนกินพืช สอนเรื่องพลังงานทดแทน (กังหันลม เป็นกิมมิกของประเทศนี้เลย) แล้วก็พาเด็กๆ ไปฟาร์มโดยการปั่นจักรยาน ให้เด็กเอาจักรยานมาเองและปั่นไปด้วยกัน 

นอกจากเด็กๆ เนเธอร์แลนด์จะไม่กลัวฝนแล้ว เด็กที่นี่ปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่อายุ 4 ขวบเลย 🙂 

ทิ้งท้ายสักนิด วันก่อนเราไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารใกล้บ้าน มีเด็กผู้หญิงชวนไปดูปลาที่บ่อแถวนั้น พร้อมทั้งถกแขนเสื้อจ้วงเอาเศษขยะในบ่อ มีทั้งใบเสร็จ ฝาขวดน้ำอัดลมแบบสเตนเลส พลาสติก โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ปลาเผลอกินเข้าไป และจากบทความข้างต้น จะเห็นได้เลยว่าเด็กๆ ที่นี่ถูกปลูกฝังให้อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

ไว้ครั้งหน้ามีสอนเรื่องอะไรอีกบ้าง เราจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ 

เดินป่า เลี้ยงผึ้ง ดูเมฆ วิชานอกห้องเรียนของเนเธอร์แลนด์ที่สอนให้เด็กๆ รักษาธรรมชาติ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

อัจฉราพรรณ พาลี

หญิงสาวอายุยี่สิบปลาย อาศัยอยู่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ชอบอยู่ใกล้เด็กและธรรมชาติ ชอบเที่ยวป่าและกำลังตัดสินใจซื้อรถคาราวาน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load