ตอนเด็กๆ ฉันชอบดูการ์ตูนเรื่อง อาละดิน มาก ถึงขนาดเชื่อว่าพรมเหาะได้ และตะเกียงวิเศษนั้นมีอยู่จริง!

ส่วนดินแดนอาหรับราตรี อูฐกลางทะเลทราย เดินย่ำท่ามกลางดวงดาวนับพัน จะมีอยู่จริงรึเปล่า วันนี้ฉันมาถึงดินแดนแห่งนั้นแล้ว หนึ่งในประเทศแถบอาหรับ บาห์เรน…

บาห์เรน

เครื่องบินสายการบิน Gulf Air สายการบินแห่งชาติประเทศบาห์เรน เพิ่งพาเครื่องลงสักครู่ ฉันตื่นเต้นมากๆ ถึงมากที่สุด อยากเห็นทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในการ์ตูน จากที่มองลงมาจากเครื่องบิน ประเทศนี้ไม่ค่อยมีต้นไม้หรือสีสันมากนัก ตึกรามบ้านช่องเป็นสีเดียวกันหมด คือสีเดียวกับทราย

บาห์เรนดำเนินการเรื่องวีซ่าทำงานช้าเหลือเกิน เราสองคนนั่งรอกันเงกกว่าคนที่โรงแรมจะโผล่มาส่งเอกสารให้กับด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ในขณะที่นั่งรออยู่เกือบ 2 ชั่วโมงนั้น ฉันเห็นคนพื้นเมืองทั้งชายและหญิงแต่งชุดคลุมยาวมิดชิด ผู้ชายจะใส่สีขาวล้วนโพกผ้าที่หัว ส่วนผู้หญิงใส่ชุดสีดำล้วนเรียกว่า อาบายา บางคนเปิดส่วนดวงตาไว้ บางคนปิดหมด และบางคนมีแผ่นเหล็กครอบปิดเฉพาะที่ปาก

ฉันประหม่าจนเหงื่อแตกไปหมด เกิดอาการ culture shock ตั้งแต่สนามบินเลยทีเดียว คนจากโรงแรมพาเราออกจากสนามบินฝ่าอากาศที่ร้อนระอุดั่งเตาอบขนม เขาช่วยเราเข็นสัมภาระ (ที่เยอะมากเหมือนเคย) และพูดขึ้นว่า

“ที่นี่ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วนะ พวกคุณมาได้จังหวะจริงๆ ตอนนี้ร้อนน้อยลงแล้ว วันนี้แค่ 50 องศาเท่านั้น”

วิวข้างทาง

บาห์เรน

มิน่าเราลิ้นห้อยเกือบถึงเอวเมื่อเดินตามไปที่รถ ขอให้หน้าหนาวมาพรุ่งนี้เลยจะได้มั้ยเนี่ย ฉันคิด

ในที่สุดฉันกระโดดลงเตียงนุ่มๆ เด้งๆ ของโรงแรมห้าดาวไปหลายรอบ คราวนี้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อสัญญาเป๊ะ ทั้งเรื่องที่พักและอาหาร แค่นั้นยังไม่พอ เราได้ห้องพักคนละห้อง เพราะเป็นกฎต้องห้ามของประเทศบาห์เรนว่าชายและหญิงที่ยังไม่แต่งงานกันไม่สามารถเช็กอินนอนห้องเดียวกันได้ อื้อหือ เรียกว่าตัดไฟแต่ต้นลมจริงๆ!

สัญญาจ้างครั้งนี้ยาวถึง 4 เดือน มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือโรงแรมดันอยู่ในห้างสรรพสินค้า เพราะมีเจ้าของเดียวกัน นั่นหมายความว่าฉันกินอยู่ในห้างตลอดเวลา ตายแล้ว ฉันจะเก็บเงินได้มั้ยล่ะเนี่ย

โรงแรม

นักร้อง

กลุ่มลูกค้าที่นี้เป็นกลุ่มชาวซาอุดีอาระเบียและลูกค้าฝรั่งหลากหลายชาติที่เข้ามาทำธุรกิจน้ำมันที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งอยู่ห่างจากบาห์เรนเพียงแค่ขับรถข้ามสะพานเท่านั้น ฉันเริ่มหนักใจกับเซ็ตลิสต์เพลงของเราตั้งแต่ค่ำคืนแรก เพราะร้องเพลงอะไรก็ไม่มีใครปรบมือให้เลย ฉันร้องจบแต่ละเพลงบาร์ทั้งบาร์เงียบสงัด ดีนะที่ยังมีเสียงเขย่าผสมค็อกเทลของบาร์เทนเดอร์อยู่ ไม่งั้นฉันนึกว่าอยู่ในป่า…

2 อาทิตย์ผ่านมาแล้ว ฉันเริ่มชินกับการร้องเพลงแบบไม่มีการตอบรับกลับมาจากคนฟัง แต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีเสียงปรบมือจากคนดู! ฉันรู้สึกดีมากๆ จนเข้าไปขอบคุณชายชาวอาหรับ 2 คนที่นั่งอยู่ที่บาร์ พวกเขาชื่อฮูเซนและไซฟาล ฮูเซนพูดภาษาอังกฤษดีมาก เขาบอกว่าเดินผ่านเห็นเราสองคนเล่นหลายครั้งแล้ว แต่มากับภรรยาเลยหยุดนั่งไม่ได้ เพราะผู้หญิงชาวซาอุฯ ที่แม้จะแต่งงานแล้วก็ไปนั่งในบาร์เหล้าไม่ได้เด็ดขาด เขาบอกเราอีกว่าไม่ต้องคิดมากนะถ้าคนดูไม่ปรบมือ ชาวซาอุฯ ก็เป็นกันแบบนี้แหละ เราพูดคุยกันถูกคอ แล้วฮูเซนกับไซฟาลก็กลายเป็นเพื่อนชาวจากประเทศซาอุดีอาระเบีย 2 คนแรกของเรา

ไนต์คลับ

ซอ The Sis

ในคืนเดียวกันนั้น ใต้โรงแรมที่เราร้องเพลงมีงานเปิดตัวคลับ exclusive แห่งแรกของบาห์เรน ในงานมีแต่สื่อและผู้บริหารโรงแรมแน่นขนัด ผู้หญิงร่างสูงชะลูดคนหนึ่งเดินเข้ามาจับมือทักทายเราสองคน เธอชื่อโมนิก้า ดีเจชาวบราซิลคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี้ เธอมาจากบริษัทเอเจนซี่เดียวกับเราและหมดสัญญาวันเดียวกันอีกต่างหาก ได้พูดคุยกับโมนิก้าเพียงเล็กน้อยเราก็ขอตัวกลับ เพราะเหลือบไปเห็นผู้จัดการฝ่าย F&B ที่จ้างพวกเรา ชื่อแซนเดอร์ เขาดูท่าทางไม่เป็นมิตรนักตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

สัจธรรมชีวิตข้อที่ว่า ชีวิตเรานั้นไม่มีอะไรสมบูรณ์นั้นมันจริงซะเหลือเกิน ถึงแม้การกินอยู่ที่บาห์เรนนี้จะสุขสบาย แต่สิ้นเดือนที่ 2 ความไม่ชอบพามากลเริ่มส่อเค้า เพราะเงินเดืิอนเดือนที่ 2 ล่าช้าไปเกือบ 3 อาทิตย์ โมนิก้าเองก็ยังไม่ได้รับเงินเดือนจากเอเจนซี่เดียวกันเช่นกัน ฉันรีบวิ่งแจ้นกลับไปบอกข่าวนี้กับริคทันที

ริคไม่รีรอขอนัดคุยกับผู้จัดการแซนเดอร์อย่างด่วนที่สุด แต่นายแซนเดอร์คนนี้กลับไม่มีท่าทีตกใจ หรือเห็นอกเห็นใจใดๆ นอกจากพูดว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้เพราะโรงแรมโอนเงินเดือนเราให้เอเจนต์ไปนานแล้ว แถมยังทิ้งท้ายว่าเอเจนต์คนนี้เป็นเพื่อนของเขาเอง เขาไม่อยากจะสร้างความขุ่นเคืองใจกับเพื่อน และบอกให้เรารอ

รอ? หมอนี้พูดอะไรไม่เป็นสับปะรดเลย ร้อนให้ฉันต้องลงมือขุดเจาะเบื้องลึก หลังสอบถามจากพนักงานและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้หลายคน ก็มั่นใจได้ว่าหมอนี้น่าจะได้รับส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันจากเพื่อนเอเจนต์ตัวแสบอย่างแน่นอน

อาหารบุฟเฟต์โรงแรมมากมายกองอยู่ตรงหน้าทุกมื้อ แต่ 2 เดือนมานี่ฉันและริคกลับทานกันไม่ลงเท่าไหร่ เพราะความเครียดจากการทำงานโดยไม่ได้ค่าจ้าง ตอนนี้เราเหลือสัญญาอีก 2 เดือน ถ้าเดือนที่ 2 กว่าจะได้เงินปาไป 3 อาทิตย์ เดือนที่ 3 และ 4 อาจจะไม่ได้เงินเดือนเลยก็เป็นได้ ฉัน ริค และโมนิก้า กังวลใจมาก

หลังจากนั้นไม่นานเงินเดือนเดือนที่ 2 ก็โอนเข้าบัญชีของเรา! เอเจนต์ตัวแสบทั้งโทรและส่งอีเมลมาขอโทษยกใหญ่สำหรับความล่าช้า ฉันกับริคแทบยกภูเขาออกจากอก โลกสดใสขึ้นมาทันตาเห็น! แต่ความโล่งอกก็อยู่ได้เพียงแวบเดียว เมื่อโมนิก้าโทรเข้ามาในห้องพักบอกว่าเธอไม่ได้รับเงินเดือนตามเคย

“นี่เรามัวแต่คิดหาทางออกเรื่องเงินกับเอเจนต์ตัวแสบ จนลืมวันลืมคืนไปแล้วหรือเนี่ย”

อูฐ

ซอ The Sis

บาห์เรน

ฉันจ้องมองต้นคริสต์มาสสูงลิบลิ่วตระหง่านที่โรงแรม  ใกล้วันเงินเดือนเดือนที่ 3 ออกเต็มทน  โรงแรมประดับไฟอย่างสวยงามเพื่อต้อนรับเทศกาล นายแซนเดอร์ส่งอีเมลมาบอกให้เราเตรียมเล่นเพลงคริสมาสต์ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป ริคยื่นหมูยื่นแมวกลับทันทีว่าถ้าอยากจะให้เราร้องเพลงคริสต์มาสและงานคืนเคานต์ดาวน์ฉลองปีใหม่ ก็ต้องให้โรงแรมเปลี่ยนระบบโอนเงินมาเป็นโอนให้เราโดยตรง ไม่งั้นจะไม่ไปเล่นให้แน่นอน งานปีใหม่เป็นงานที่สำคัญที่สุดในรอบปีของธุรกิจโรงแรม เอนเตอร์เทนเมนต์คืนนั้นสำคัญมากๆ เห็นทีเราจะถือไพ่เหนือกว่าซะแล้ว

วันนี้ฉันลงไปร้องเพลงในห้องอาหารโรงแรมที่จัดเฉพาะวันเสาร์ตามปกติ (วันหยุดสุดสัปดาห์ของคนชาวตะวันออกกลางคือพฤหัสบดี-เสาร์) สำหรับฉันแล้ว ไม่ว่าในใจจะมีความทุกข์เพียงไรแต่เมื่อจับไมโครโฟนฉันก็จะลืมความทุกข์ไปได้บ้าง ระหว่างพักร้องจบในช่วงเซ็ตที่ 2 ผู้หญิงชาวเอเชียท่านหนึ่งที่ปรบมือให้ฉันแทบทุกเพลงตั้งแต่เริ่มร้องเพลงแรก เดินเข้ามาทักทายเป็นภาษาอังกฤษตรงเวที และถามว่าฉันเป็นคนไทยใช่รึเปล่า ฉันตอบไปว่า ‘ใช่ค่ะ’

ซอ The Sis

เธอก็เป็นคนไทยเช่นกัน สิ่งที่เธอหยิบออกมาจากกระเป๋าถือทำฉันอึ้งไปชั่วขณะ เธอเอาแผ่นซีดี The Sis ชุดแรกของฉันมาให้เซ็น! พี่สาวคนนี้ชื่อว่าพี่ติ๊ก แกเดาจากบทสัมภาษณ์ทางนิตยสารเล่มหนึ่งที่โรงแรมลงเพื่อโปรโมทวงว่าฉันน่าจะใช่ ซอ วงเดอะซิส

เราคุยกันอยู่นาน พี่ติ๊กและครอบครัวอาศัยอยู่ที่บาห์เรนมาเกือบ 5 ปีแล้ว ก่อนกลับแกออกปากชวนให้ไปเที่ยวที่บ้าน และถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ขอให้บอก เป็นคนไทยคนแรกที่ฉันเจอตั้งแต่มาบาห์เรนและเป็นคนน่ารักเลย ฉันขอบคุณโชคชะตาที่มักทำให้ได้เจอแต่เพื่อนผู้ใหญ่ใจดีในต่างแดน

ตั้งแต่ได้เจอพี่ติ๊กฉันเหมือนมีโลกใบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ห้องพัก หรือทำงาน พี่ติ๊กพาฉันไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา พาไปทานอาหารไทยอร่อยๆ ที่บ้านอยู่เสมอ ที่สำคัญคือ พาฉันกลับเข้าหาธรรมมะอีกครั้ง เพราะพี่ติ๊กมักเป็นเจ้าภาพเชิญพระสงฆ์พระอาจารย์จากเมืองไทยมาเยือนบาห์เรนบ่อยๆ เป็นความบังเอิญเสียจริงที่ฉันได้พบกับพี่ติ๊กในช่วงชีวิตที่เครียด ฉันได้สติกลับมาทุกครั้งและได้นำมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่เผชิญ

เรื่องมาถึงจุดแตกหักเมื่อริคจับได้ว่าใบแจ้งโอนของเอเจนต์ตัวแสบเป็นของปลอม และโกหกอีกว่าโอนเงินเดือนมาให้เราแล้ว แต่จะได้รับอีกวันสองวัน แต่เมื่อล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์กลับไม่เห็นเงินเข้า ริคปฏิเสธที่จะเล่นเพลงคริสต์มาสทั้งหมดเพราะนายแซนเดอร์ผิดคำพูดเรื่องโอนเงินให้เราโดยตรง อุปสรรคครั้งนี้ทั้งหนักและน่าเจ็บใจเสียจริงๆ เราถึงขั้นขู่โรงแรมว่าเราจะไม่มาทำงานอีกต่อไปและจะกลับมาทำก็ต่อเมื่อได้รับเงินเดือนเท่านั้น

นายแซนเดอร์โกรธจัดถึงขนาดขู่กลับว่าจะปรับเงินพวกเรา วันละ 2,000 BD หรือ 160,000 บาทไทย (1BD = 80 บาทไทย) หากเราไม่มาทำงาน แต่เราเช็กข้อสัญญาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีการระบุว่าจะปรับเงินจำนวนมากขนาดนั้น ฉันและริคขนของทั้งหมดออกจากห้องพักในโรงแรมกลางดึกคืนนั้นทันที และไปอาศัยอยู่บ้านพี่ติ๊กชั่วคราว เพื่อไม่ให้นายแซนเดอร์มาเล่นงานเรื่องค่าห้องพักที่ราคาคืนละหมื่นกว่าบาทไทย เราไม่ไปร้องเพลงกว่า 1 อาทิตย์ และดีเจโมนิก้าก็ทำตามเราเช่นกัน

หลังจากรวบรวมข้อมูลของเอเจนซี่แห่งนี้จากทนายที่ริคควักเงินจ้างเอง ไม่น่าเชื่อว่าเราเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เอเจนซี่รายนี้ติดค้างเงินนักดนตรี นักร้อง ดีเจ ในแถบประเทศตะวันออกกลางกว่า 180 คน! จำนวนเงินที่ติดค้างทั้งหมดคือ 38,000$ หรือ 1,300,000 บาท เพื่อเอาไปบริหารร้านเบอร์เกอร์ในห้างที่อาบูดาบีที่เอเจนต์ตัวแสบเป็นเจ้าของอยู่ ขโมยเงินนักดนตรีไปเปิดร้านเบอร์เกอร์! ฉันขำทั้งน้ำตาทุกทีที่พูดถึงเรื่องนี้

ผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมโทรตามเราสองคนกลับไปเจรจารับเงินเดือนโดยตรงที่ฝ่ายบัญชีเตรียมไว้พร้อมแล้ว และขอร้องให้เรากลับมาเล่นงานส่งท้ายปีเก่า อีกทั้งแจ้งข่าวดีว่าทางโรงแรมไล่แซนเดอร์ออกแล้ว เพราะนายแซนเดอร์ยอมรับเรื่องรับส่วนแบ่งจากเอเจนต์มาจริงๆ และโกงเงินโรงแรมอีกหลายโปรเจกต์ ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ GM ขอโทษที่เราต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ และเราได้เงินโบนัสชดเชยมาเป็นการขอโทษ

ทุกการทำงานย่อมมีอุปสรรค การได้มาร้องเพลงต่างประเทศคือจุดมุ่งหมายของฉันตั้งแต่แรก ฉันก็ได้รับโอกาสนั้นมา 2 ครั้ง และทุกครั้งก็ได้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ สัญญาจ้างครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบที่จะมาพร้อมกับงานในอนาคต

ในเมื่อฉันเลือกเดินออกมาไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อทำตามความฝัน ฉันถือว่าตัวเองโชคดีมากแล้ว ฉันเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความฝัน มีสิ่งที่รัก แต่หลายคนต้องทิ้งมันไปอย่างน่าเสียดายเพราะไม่มีโอกาส บวกกับภาระหน้าที่ต่างๆ ที่ไม่เอื้อให้ทำสิ่งที่ฝัน สำหรับคนที่ได้รับโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักอยู่แล้ว หรือคนที่กำลังเริ่มหาลู่ทางตามความฝัน จงอย่ากลัวที่จะใช้ชีวิต จงอย่ากลัวกับปัญหาและอุปสรรค ความกลัวจะทำให้เราย่ำอยู่กับที่ แม้ฉันจะหวาดผวาจากการถูกโกง แต่มันก็ไม่ได้หยุดฉันให้เลิกรับงานต่างประเทศเลย กลับกันมันทำให้ฉันอยากผจญภัยมากขึ้น และระวังตัวมากขึ้นด้วย

ฉันและริคกลับไปรับงานร้องเพลงที่ประเทศบาห์เรนหลังจากนั้นถึง 3 ครั้ง แต่เป็นโรงแรมอื่นที่ดูแลเราดีมาก และที่สำคัญเราทำงานกับโรงแรมโดยตรง ไม่มีมือที่สามมาวุ่นวายคั่นกลางอีกต่อไป หลังจากบาห์เรน เราก็ได้สัญญาในประเทศใหม่ๆ เช่น มัลดีฟส์ เป็นต้น

ทั้งๆ ที่ฉันเดินทางร้องเพลงต่างประเทศก็ร่วม 3 ปีแล้ว แต่ยังรู้สึกเหมือนการเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น ฉันเชื่อว่าเสียงเพลงจะพาฉันล่องลอยไปได้ไกลกว่านี้อีก เพราะโลกนี้มันกว้างเหลือเกิน ฉันอยากไปร้องเพลงให้ได้ทั่วโลก แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่แน่ฉันอาจจะได้งานที่พาฉันร้องเพลงได้ทั่วโลกจริงๆ ก็ได้

 

ภาพ: รสริน พลับทอง สติกนีย์

ตอนเด็กๆ ฉันชอบดูการ์ตูนเรื่อง อาละดิน มาก ถึงขนาดเชื่อว่าพรมเหาะได้ และตะเกียงวิเศษนั้นมีอยู่จริง!

ส่วนดินแดนอาหรับราตรี อูฐกลางทะเลทราย เดินย่ำท่ามกลางดวงดาวนับพัน จะมีอยู่จริงรึเปล่า วันนี้ฉันมาถึงดินแดนแห่งนั้นแล้ว หนึ่งในประเทศแถบอาหรับ บาห์เรน…

บาห์เรน

เครื่องบินสายการบิน Gulf Air สายการบินแห่งชาติประเทศบาห์เรน เพิ่งพาเครื่องลงสักครู่ ฉันตื่นเต้นมากๆ ถึงมากที่สุด อยากเห็นทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในการ์ตูน จากที่มองลงมาจากเครื่องบิน ประเทศนี้ไม่ค่อยมีต้นไม้หรือสีสันมากนัก ตึกรามบ้านช่องเป็นสีเดียวกันหมด คือสีเดียวกับทราย

บาห์เรนดำเนินการเรื่องวีซ่าทำงานช้าเหลือเกิน เราสองคนนั่งรอกันเงกกว่าคนที่โรงแรมจะโผล่มาส่งเอกสารให้กับด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ในขณะที่นั่งรออยู่เกือบ 2 ชั่วโมงนั้น ฉันเห็นคนพื้นเมืองทั้งชายและหญิงแต่งชุดคลุมยาวมิดชิด ผู้ชายจะใส่สีขาวล้วนโพกผ้าที่หัว ส่วนผู้หญิงใส่ชุดสีดำล้วนเรียกว่า อาบายา บางคนเปิดส่วนดวงตาไว้ บางคนปิดหมด และบางคนมีแผ่นเหล็กครอบปิดเฉพาะที่ปาก

ฉันประหม่าจนเหงื่อแตกไปหมด เกิดอาการ culture shock ตั้งแต่สนามบินเลยทีเดียว คนจากโรงแรมพาเราออกจากสนามบินฝ่าอากาศที่ร้อนระอุดั่งเตาอบขนม เขาช่วยเราเข็นสัมภาระ (ที่เยอะมากเหมือนเคย) และพูดขึ้นว่า

“ที่นี่ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วนะ พวกคุณมาได้จังหวะจริงๆ ตอนนี้ร้อนน้อยลงแล้ว วันนี้แค่ 50 องศาเท่านั้น”

วิวข้างทาง

บาห์เรน

มิน่าเราลิ้นห้อยเกือบถึงเอวเมื่อเดินตามไปที่รถ ขอให้หน้าหนาวมาพรุ่งนี้เลยจะได้มั้ยเนี่ย ฉันคิด

ในที่สุดฉันกระโดดลงเตียงนุ่มๆ เด้งๆ ของโรงแรมห้าดาวไปหลายรอบ คราวนี้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อสัญญาเป๊ะ ทั้งเรื่องที่พักและอาหาร แค่นั้นยังไม่พอ เราได้ห้องพักคนละห้อง เพราะเป็นกฎต้องห้ามของประเทศบาห์เรนว่าชายและหญิงที่ยังไม่แต่งงานกันไม่สามารถเช็กอินนอนห้องเดียวกันได้ อื้อหือ เรียกว่าตัดไฟแต่ต้นลมจริงๆ!

สัญญาจ้างครั้งนี้ยาวถึง 4 เดือน มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือโรงแรมดันอยู่ในห้างสรรพสินค้า เพราะมีเจ้าของเดียวกัน นั่นหมายความว่าฉันกินอยู่ในห้างตลอดเวลา ตายแล้ว ฉันจะเก็บเงินได้มั้ยล่ะเนี่ย

โรงแรม

นักร้อง

กลุ่มลูกค้าที่นี้เป็นกลุ่มชาวซาอุดีอาระเบียและลูกค้าฝรั่งหลากหลายชาติที่เข้ามาทำธุรกิจน้ำมันที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งอยู่ห่างจากบาห์เรนเพียงแค่ขับรถข้ามสะพานเท่านั้น ฉันเริ่มหนักใจกับเซ็ตลิสต์เพลงของเราตั้งแต่ค่ำคืนแรก เพราะร้องเพลงอะไรก็ไม่มีใครปรบมือให้เลย ฉันร้องจบแต่ละเพลงบาร์ทั้งบาร์เงียบสงัด ดีนะที่ยังมีเสียงเขย่าผสมค็อกเทลของบาร์เทนเดอร์อยู่ ไม่งั้นฉันนึกว่าอยู่ในป่า…

2 อาทิตย์ผ่านมาแล้ว ฉันเริ่มชินกับการร้องเพลงแบบไม่มีการตอบรับกลับมาจากคนฟัง แต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีเสียงปรบมือจากคนดู! ฉันรู้สึกดีมากๆ จนเข้าไปขอบคุณชายชาวอาหรับ 2 คนที่นั่งอยู่ที่บาร์ พวกเขาชื่อฮูเซนและไซฟาล ฮูเซนพูดภาษาอังกฤษดีมาก เขาบอกว่าเดินผ่านเห็นเราสองคนเล่นหลายครั้งแล้ว แต่มากับภรรยาเลยหยุดนั่งไม่ได้ เพราะผู้หญิงชาวซาอุฯ ที่แม้จะแต่งงานแล้วก็ไปนั่งในบาร์เหล้าไม่ได้เด็ดขาด เขาบอกเราอีกว่าไม่ต้องคิดมากนะถ้าคนดูไม่ปรบมือ ชาวซาอุฯ ก็เป็นกันแบบนี้แหละ เราพูดคุยกันถูกคอ แล้วฮูเซนกับไซฟาลก็กลายเป็นเพื่อนชาวจากประเทศซาอุดีอาระเบีย 2 คนแรกของเรา

ไนต์คลับ

ซอ The Sis

ในคืนเดียวกันนั้น ใต้โรงแรมที่เราร้องเพลงมีงานเปิดตัวคลับ exclusive แห่งแรกของบาห์เรน ในงานมีแต่สื่อและผู้บริหารโรงแรมแน่นขนัด ผู้หญิงร่างสูงชะลูดคนหนึ่งเดินเข้ามาจับมือทักทายเราสองคน เธอชื่อโมนิก้า ดีเจชาวบราซิลคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี้ เธอมาจากบริษัทเอเจนซี่เดียวกับเราและหมดสัญญาวันเดียวกันอีกต่างหาก ได้พูดคุยกับโมนิก้าเพียงเล็กน้อยเราก็ขอตัวกลับ เพราะเหลือบไปเห็นผู้จัดการฝ่าย F&B ที่จ้างพวกเรา ชื่อแซนเดอร์ เขาดูท่าทางไม่เป็นมิตรนักตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

สัจธรรมชีวิตข้อที่ว่า ชีวิตเรานั้นไม่มีอะไรสมบูรณ์นั้นมันจริงซะเหลือเกิน ถึงแม้การกินอยู่ที่บาห์เรนนี้จะสุขสบาย แต่สิ้นเดือนที่ 2 ความไม่ชอบพามากลเริ่มส่อเค้า เพราะเงินเดืิอนเดือนที่ 2 ล่าช้าไปเกือบ 3 อาทิตย์ โมนิก้าเองก็ยังไม่ได้รับเงินเดือนจากเอเจนซี่เดียวกันเช่นกัน ฉันรีบวิ่งแจ้นกลับไปบอกข่าวนี้กับริคทันที

ริคไม่รีรอขอนัดคุยกับผู้จัดการแซนเดอร์อย่างด่วนที่สุด แต่นายแซนเดอร์คนนี้กลับไม่มีท่าทีตกใจ หรือเห็นอกเห็นใจใดๆ นอกจากพูดว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้เพราะโรงแรมโอนเงินเดือนเราให้เอเจนต์ไปนานแล้ว แถมยังทิ้งท้ายว่าเอเจนต์คนนี้เป็นเพื่อนของเขาเอง เขาไม่อยากจะสร้างความขุ่นเคืองใจกับเพื่อน และบอกให้เรารอ

รอ? หมอนี้พูดอะไรไม่เป็นสับปะรดเลย ร้อนให้ฉันต้องลงมือขุดเจาะเบื้องลึก หลังสอบถามจากพนักงานและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้หลายคน ก็มั่นใจได้ว่าหมอนี้น่าจะได้รับส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันจากเพื่อนเอเจนต์ตัวแสบอย่างแน่นอน

อาหารบุฟเฟต์โรงแรมมากมายกองอยู่ตรงหน้าทุกมื้อ แต่ 2 เดือนมานี่ฉันและริคกลับทานกันไม่ลงเท่าไหร่ เพราะความเครียดจากการทำงานโดยไม่ได้ค่าจ้าง ตอนนี้เราเหลือสัญญาอีก 2 เดือน ถ้าเดือนที่ 2 กว่าจะได้เงินปาไป 3 อาทิตย์ เดือนที่ 3 และ 4 อาจจะไม่ได้เงินเดือนเลยก็เป็นได้ ฉัน ริค และโมนิก้า กังวลใจมาก

หลังจากนั้นไม่นานเงินเดือนเดือนที่ 2 ก็โอนเข้าบัญชีของเรา! เอเจนต์ตัวแสบทั้งโทรและส่งอีเมลมาขอโทษยกใหญ่สำหรับความล่าช้า ฉันกับริคแทบยกภูเขาออกจากอก โลกสดใสขึ้นมาทันตาเห็น! แต่ความโล่งอกก็อยู่ได้เพียงแวบเดียว เมื่อโมนิก้าโทรเข้ามาในห้องพักบอกว่าเธอไม่ได้รับเงินเดือนตามเคย

“นี่เรามัวแต่คิดหาทางออกเรื่องเงินกับเอเจนต์ตัวแสบ จนลืมวันลืมคืนไปแล้วหรือเนี่ย”

อูฐ

ซอ The Sis

บาห์เรน

ฉันจ้องมองต้นคริสต์มาสสูงลิบลิ่วตระหง่านที่โรงแรม  ใกล้วันเงินเดือนเดือนที่ 3 ออกเต็มทน  โรงแรมประดับไฟอย่างสวยงามเพื่อต้อนรับเทศกาล นายแซนเดอร์ส่งอีเมลมาบอกให้เราเตรียมเล่นเพลงคริสมาสต์ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป ริคยื่นหมูยื่นแมวกลับทันทีว่าถ้าอยากจะให้เราร้องเพลงคริสต์มาสและงานคืนเคานต์ดาวน์ฉลองปีใหม่ ก็ต้องให้โรงแรมเปลี่ยนระบบโอนเงินมาเป็นโอนให้เราโดยตรง ไม่งั้นจะไม่ไปเล่นให้แน่นอน งานปีใหม่เป็นงานที่สำคัญที่สุดในรอบปีของธุรกิจโรงแรม เอนเตอร์เทนเมนต์คืนนั้นสำคัญมากๆ เห็นทีเราจะถือไพ่เหนือกว่าซะแล้ว

วันนี้ฉันลงไปร้องเพลงในห้องอาหารโรงแรมที่จัดเฉพาะวันเสาร์ตามปกติ (วันหยุดสุดสัปดาห์ของคนชาวตะวันออกกลางคือพฤหัสบดี-เสาร์) สำหรับฉันแล้ว ไม่ว่าในใจจะมีความทุกข์เพียงไรแต่เมื่อจับไมโครโฟนฉันก็จะลืมความทุกข์ไปได้บ้าง ระหว่างพักร้องจบในช่วงเซ็ตที่ 2 ผู้หญิงชาวเอเชียท่านหนึ่งที่ปรบมือให้ฉันแทบทุกเพลงตั้งแต่เริ่มร้องเพลงแรก เดินเข้ามาทักทายเป็นภาษาอังกฤษตรงเวที และถามว่าฉันเป็นคนไทยใช่รึเปล่า ฉันตอบไปว่า ‘ใช่ค่ะ’

ซอ The Sis

เธอก็เป็นคนไทยเช่นกัน สิ่งที่เธอหยิบออกมาจากกระเป๋าถือทำฉันอึ้งไปชั่วขณะ เธอเอาแผ่นซีดี The Sis ชุดแรกของฉันมาให้เซ็น! พี่สาวคนนี้ชื่อว่าพี่ติ๊ก แกเดาจากบทสัมภาษณ์ทางนิตยสารเล่มหนึ่งที่โรงแรมลงเพื่อโปรโมทวงว่าฉันน่าจะใช่ ซอ วงเดอะซิส

เราคุยกันอยู่นาน พี่ติ๊กและครอบครัวอาศัยอยู่ที่บาห์เรนมาเกือบ 5 ปีแล้ว ก่อนกลับแกออกปากชวนให้ไปเที่ยวที่บ้าน และถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ขอให้บอก เป็นคนไทยคนแรกที่ฉันเจอตั้งแต่มาบาห์เรนและเป็นคนน่ารักเลย ฉันขอบคุณโชคชะตาที่มักทำให้ได้เจอแต่เพื่อนผู้ใหญ่ใจดีในต่างแดน

ตั้งแต่ได้เจอพี่ติ๊กฉันเหมือนมีโลกใบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ห้องพัก หรือทำงาน พี่ติ๊กพาฉันไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา พาไปทานอาหารไทยอร่อยๆ ที่บ้านอยู่เสมอ ที่สำคัญคือ พาฉันกลับเข้าหาธรรมมะอีกครั้ง เพราะพี่ติ๊กมักเป็นเจ้าภาพเชิญพระสงฆ์พระอาจารย์จากเมืองไทยมาเยือนบาห์เรนบ่อยๆ เป็นความบังเอิญเสียจริงที่ฉันได้พบกับพี่ติ๊กในช่วงชีวิตที่เครียด ฉันได้สติกลับมาทุกครั้งและได้นำมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่เผชิญ

เรื่องมาถึงจุดแตกหักเมื่อริคจับได้ว่าใบแจ้งโอนของเอเจนต์ตัวแสบเป็นของปลอม และโกหกอีกว่าโอนเงินเดือนมาให้เราแล้ว แต่จะได้รับอีกวันสองวัน แต่เมื่อล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์กลับไม่เห็นเงินเข้า ริคปฏิเสธที่จะเล่นเพลงคริสต์มาสทั้งหมดเพราะนายแซนเดอร์ผิดคำพูดเรื่องโอนเงินให้เราโดยตรง อุปสรรคครั้งนี้ทั้งหนักและน่าเจ็บใจเสียจริงๆ เราถึงขั้นขู่โรงแรมว่าเราจะไม่มาทำงานอีกต่อไปและจะกลับมาทำก็ต่อเมื่อได้รับเงินเดือนเท่านั้น

นายแซนเดอร์โกรธจัดถึงขนาดขู่กลับว่าจะปรับเงินพวกเรา วันละ 2,000 BD หรือ 160,000 บาทไทย (1BD = 80 บาทไทย) หากเราไม่มาทำงาน แต่เราเช็กข้อสัญญาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีการระบุว่าจะปรับเงินจำนวนมากขนาดนั้น ฉันและริคขนของทั้งหมดออกจากห้องพักในโรงแรมกลางดึกคืนนั้นทันที และไปอาศัยอยู่บ้านพี่ติ๊กชั่วคราว เพื่อไม่ให้นายแซนเดอร์มาเล่นงานเรื่องค่าห้องพักที่ราคาคืนละหมื่นกว่าบาทไทย เราไม่ไปร้องเพลงกว่า 1 อาทิตย์ และดีเจโมนิก้าก็ทำตามเราเช่นกัน

หลังจากรวบรวมข้อมูลของเอเจนซี่แห่งนี้จากทนายที่ริคควักเงินจ้างเอง ไม่น่าเชื่อว่าเราเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เอเจนซี่รายนี้ติดค้างเงินนักดนตรี นักร้อง ดีเจ ในแถบประเทศตะวันออกกลางกว่า 180 คน! จำนวนเงินที่ติดค้างทั้งหมดคือ 38,000$ หรือ 1,300,000 บาท เพื่อเอาไปบริหารร้านเบอร์เกอร์ในห้างที่อาบูดาบีที่เอเจนต์ตัวแสบเป็นเจ้าของอยู่ ขโมยเงินนักดนตรีไปเปิดร้านเบอร์เกอร์! ฉันขำทั้งน้ำตาทุกทีที่พูดถึงเรื่องนี้

ผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมโทรตามเราสองคนกลับไปเจรจารับเงินเดือนโดยตรงที่ฝ่ายบัญชีเตรียมไว้พร้อมแล้ว และขอร้องให้เรากลับมาเล่นงานส่งท้ายปีเก่า อีกทั้งแจ้งข่าวดีว่าทางโรงแรมไล่แซนเดอร์ออกแล้ว เพราะนายแซนเดอร์ยอมรับเรื่องรับส่วนแบ่งจากเอเจนต์มาจริงๆ และโกงเงินโรงแรมอีกหลายโปรเจกต์ ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ GM ขอโทษที่เราต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ และเราได้เงินโบนัสชดเชยมาเป็นการขอโทษ

ทุกการทำงานย่อมมีอุปสรรค การได้มาร้องเพลงต่างประเทศคือจุดมุ่งหมายของฉันตั้งแต่แรก ฉันก็ได้รับโอกาสนั้นมา 2 ครั้ง และทุกครั้งก็ได้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ สัญญาจ้างครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบที่จะมาพร้อมกับงานในอนาคต

ในเมื่อฉันเลือกเดินออกมาไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อทำตามความฝัน ฉันถือว่าตัวเองโชคดีมากแล้ว ฉันเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความฝัน มีสิ่งที่รัก แต่หลายคนต้องทิ้งมันไปอย่างน่าเสียดายเพราะไม่มีโอกาส บวกกับภาระหน้าที่ต่างๆ ที่ไม่เอื้อให้ทำสิ่งที่ฝัน สำหรับคนที่ได้รับโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักอยู่แล้ว หรือคนที่กำลังเริ่มหาลู่ทางตามความฝัน จงอย่ากลัวที่จะใช้ชีวิต จงอย่ากลัวกับปัญหาและอุปสรรค ความกลัวจะทำให้เราย่ำอยู่กับที่ แม้ฉันจะหวาดผวาจากการถูกโกง แต่มันก็ไม่ได้หยุดฉันให้เลิกรับงานต่างประเทศเลย กลับกันมันทำให้ฉันอยากผจญภัยมากขึ้น และระวังตัวมากขึ้นด้วย

ฉันและริคกลับไปรับงานร้องเพลงที่ประเทศบาห์เรนหลังจากนั้นถึง 3 ครั้ง แต่เป็นโรงแรมอื่นที่ดูแลเราดีมาก และที่สำคัญเราทำงานกับโรงแรมโดยตรง ไม่มีมือที่สามมาวุ่นวายคั่นกลางอีกต่อไป หลังจากบาห์เรน เราก็ได้สัญญาในประเทศใหม่ๆ เช่น มัลดีฟส์ เป็นต้น

ทั้งๆ ที่ฉันเดินทางร้องเพลงต่างประเทศก็ร่วม 3 ปีแล้ว แต่ยังรู้สึกเหมือนการเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น ฉันเชื่อว่าเสียงเพลงจะพาฉันล่องลอยไปได้ไกลกว่านี้อีก เพราะโลกนี้มันกว้างเหลือเกิน ฉันอยากไปร้องเพลงให้ได้ทั่วโลก แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่แน่ฉันอาจจะได้งานที่พาฉันร้องเพลงได้ทั่วโลกจริงๆ ก็ได้

 

ภาพ: รสริน พลับทอง สติกนีย์

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load