11 พฤศจิกายน 2560
1 K

ตุ๊บๆๆๆ หัวใจฉันแทบจะหลุดออกมาด้วยความเหนื่อยหอบ

ฉันวิ่งทั้งชุดราตรีรองเท้าส้นสูง ฝ่าฝูงพนักงานที่ดูเหมือนรังมด ณ ชั้นพนักงานด้านล่างโรงแรม เพื่อไปให้ร้องเพลงเซ็ตสุดท้ายกับริค เขากำลังแสดงอยู่ที่บาร์วิสกี้สุดหรูในโรงแรมข้างๆ

หลังจากสรุปข้อตกลงกับทาง Management ว่าเราแสดงแยกกัน เขาให้ฉันร้องเพลง 3 เซ็ตกับมือเปียโนชาวฟิลิปปินส์ที่ห้องอาหาร fine dining ชื่อ ‘บิลอน’ ของโรงแรมหนึ่ง ส่วนริคเป็น Solo Act คือเล่นและร้องคนเดียวที่บาร์วิสกี้โรงแรมติดกัน แต่เซ็ตสุดท้ายของเรา เราขอมาเล่นด้วยกันที่บาร์วิสกี้ เพราะจริงๆ เราคือวงดูโอ้ก็ควรจะได้เล่นด้วยกัน ทางหัวหน้าก็อะลุ่มอล่วยให้เราลองทำดู นี่ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้วที่ฉันต้องวิ่งร่าเป็นอีเพิ้ง แต่ก็มาทันเวลาทุกครั้ง

จริงๆ แล้วงานนี้ก็สนุกดีไม่น้อย ทุกค่ำคืนฉันร้องเพลงตรงทางเข้าร้านอาหาร ตรงส่วน Oyster Bar ที่อยู่ติดกับบาร์เครื่องดื่ม เป็นพื้นที่ pre-dinner ของลูกค้าที่มาทานที่นี่ ร้านอาหารแห่งนี้สวยหรูมาก เป็น fine dining อันดับต้นของเอเชีย ทุกอย่างประดับประดาตกแต่งด้วยคริสตัล หรูหราไปหมดตั้งแต่โซฟายันช้อนส้อมวาววับที่วางเป็นระเบียบบนโต๊ะอาหาร

ซอ the sis

แกรนด์เปียโนหลังสีฟ้าสดใสที่ที่ฉันร้องประจำถือว่าจุดเด่นของทางร้านเลยก็ว่าได้ Ron (รอน) มือเปียโนชาวฟิลิปปินส์ที่ฉันร้องด้วยใจดีมาก และค่อนข้างเจนจัด สามารถเล่นได้หลายแนว ถึงแม้ฉันได้รับมอบหมายให้ร้องแจ๊สแต่ฉันก็ร้องเพลงฝรั่งเก่าๆ เพราะๆ ได้เยอะ รอนก็เล่นได้แทบทุกเพลง ด้านการทำงานส่วนใหญ่แล้วเราสองคนไม่ค่อยมีคนดู เพราะเมื่อลูกค้าดื่มเสร็จแก้วนึงที่บาร์ โฮสต์จะพาลูกค้าไปนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ลึกด้านใน แต่ลูกค้าสามารถฟังเราจากลำโพงที่มีอยู่ทุกมุมในห้องอาหารได้ พอลูกค้าไปนั่งโต๊ะ ฉันและรอนก็เหมือนเล่นให้หอยนางรมฟังทุกวัน เพราะเจ้าเคาน์เตอร์หอยนางรมดันอยู่ตรงหน้าเราพอดี!

คราวนี้ฉันโชคดีอีกแล้ว ทั้ง GM (General Manager) ของโรงแรม ทั้งผู้จัดการร้านอาหารบิลอนต่างใจดีและชื่นชมฉันกันมาก ถึงแม้สองสามวันแรกเขาจะให้ฉันเข้าไปนั่งในครัวช่วงพักระหว่างเซ็ต 15 นาที (เพราะรอนไม่เคยบ่น) แต่ฉันว่ามันตลกเกินไปฉันเลยขอผู้จัดการมานั่งตรงโซฟา ตัวที่หลบมุมไม่มีใครเห็นด้านนอก ผู้จัดการก็อนุญาต

มาเก๊า คาสิโน

ฉันและริคปรับตัวกับ 1 เดือนของการทำงานที่นี่มาได้อย่างทุลักทุเล เพราะคอนแทร็กต์นี้ไม่สบายอย่างที่คิดไว้ นอกจากไม่ได้ใช้ชีวิตในคาสิโน เราต้องแยกกันทำงาน ส่วนฉันต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนให้ทันเวลาทุกคืน ไหนจะต้องกินอาหารจีนในโรงอาหารพนักงานที่รสชาติไม่ถูกปาก แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องการเดินทางที่เราต้องขึ้นรถบัสรับส่งของพนักงาน ที่มีจุดจอดรับส่งไม่ไกลจากที่พัก และถ้าพลาดรถเวลานั้น ก็ต้องเดินหรือเรียกแท็กซี่ไปโรงแรมเอง

หลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์หนึ่งฉันก็คุ้นเคยกับถนนและเส้นทาง สภาพแวดล้อมที่มาเก๊านี้ถือว่าปลอดภัยมาก มีตำรวจแทบทุกจุด คนที่นี่ก็ไม่มีใครไม่สนใจกัน ฉันไม่เคยเห็นหนุ่มสาวแซวกันตามถนนเหมือนเมืองไทยสักที…

มาเก๊า

ฉันชอบเดินจนได้ค้นพบถนนสายที่เดินลัดไปโรงแรมได้ ซึ่งต้องเดินผ่านเมืองเก่า เป็นถนนน่ารักมากๆ อารยธรรมโปรตุเกสมีให้เห็นอยู่ทุกตึกรามบ้านช่อง มีร้านอาหารเรียงรายมากมาย ตั้งแต่ค้นพบทางลัดนี้ ฉันเดินไปทำงานแทบทุกวัน ส่วนริคเดินไม่ไหวเพราะเขามีทั้งกีตาร์และคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อื่นๆ มากมายแบกอยู่บนหลัง แต่ขากลับเราก็นั่งรถบัสรับส่งกลับบ้านด้วยกันทุกคืน เราสองคนแวะดื่มตามบาร์เหล้าแถวบ้านกันบ่อยครั้ง หาเวลาพักผ่อนจากงานและคาสิโนอันวุ่นวาย

ช่วงนี้ร้านรวงบนถนนทุกสายดูคึกคักเป็นพิเศษ มีการประดับประดาตกแต่งด้วยสีแดงเต็มไปหมด แล้วฉันก็ถึงบางอ้อ…ใกล้ตรุษจีนแล้วนี่! โชคดีจังที่ได้สัมผัสเทศกาลตุรษจีนที่นี่ เพราะเรามาอยู่ถิ่นคนจีนแท้ ๆ คงได้เห็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นที่เมืองไทย ฉันเดินทอดน่องชมร้านรวงเพลิน จนเกือบไปทำงานไม่ทัน

มาเก๊า

มาเก๊า

วันนี้ฉันมาทำงานสายไป 1 นาที รู้สึกผิดมากเมื่อผู้จัดการร้านอาหารเรียกไปพบ แหม อะไรมันจะเคร่งครัดขนาดนี้หนอ ฉันคิดในใจ

ปรากฏไม่ใช่เรื่องที่ฉันมาสาย แต่ผู้จัดการแจ้งฉันว่าเจ้าของโรงแรมทั้งสามแห่งนี้อยากให้ฉันไปร้องเพลงจีนในห้องกินข้าวของครอบครัวที่จะมาทานมื้อเย็นกันที่ห้องสวีตของเจ้าของในวันตรุษจีน ฉันงงงันสุดๆ ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ คาสิโนนี้มีนักร้องชาวจีนอยู่หลายสิบคน ก็ให้คนอื่นร้องสิ ฉันไม่เคยร้องเพลงจีน ร้องไม่เป็นด้วย แค่จะสั่งข้าวยังออกเสียงผิดๆ ถูกๆ จะให้ร้องเพลงจีนต่อหน้าคนจีน ต่อหน้าเจ้าของโรงแรมกับครอบครัวเขาเนี่ยนะ คุณบ้าไปแล้ว! ฉันบอกผู้จัดการ

เขาได้แต่ผงกหน้า แล้วบอกฉันว่า “ฉันรู้แต่มันคือคำสั่งจากเบื้องบน เจ้าของบอกว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น ไม่ต้องห่วง ฉันจะสอนเธอออกเสียงภาษาจีนเอง เธอจะต้องร้องเพลงของเติ้งลี่จวิน นักร้องที่ดังมากของชาวจีน 2 เพลงนะ เริ่มซ้อมกันพรุ่งนี้ เรามีเวลา 5 วันที่จะฝึก แล้วก็…เกือบลืม เธอต้องไปวัดตัวที่ห้องตัดเย็บวันมะรืน เพราะเธอต้องใส่กี่เพ้า ชุดประจำชาติในวันที่ร้องด้วย”

ฉันแทบจะเป็นลม…

ไม่นานวันนั้นก็มาถึง ฉันนั่งสั่นหงึกๆ มือเย็นเฉียบในชุดกี่เพ้า หน้าผมพร้อมอยู่ตรงห้องรับรองแขกในห้องสวีตของเจ้าของโรงแรม ทางขึ้นมาบนห้องนี้ลึกลับอย่างกับห้องศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ในเรื่อง Harry Potter ก็ไม่ปาน ฉันมองความสวยงามพิถีพิถันในห้องสวีตแห่งนี้แล้วอดกังวลไม่ได้ว่ากำลังจะร้องเพลงให้กับหนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในโลกฟังในห้องส่วนตัว ถ้าฉันร้องเพลงจีนแล้วออกเสียงผิดเขาจะตัดนิ้วฉันมั้ย? ฉันคิดไปไกลเพราะคงดูหนังแนวมาเฟียคาสิโนเยอะเกินไป

ว่าแล้วผู้ชายใส่สูทดำดูเหมือนเป็นบอดี้การ์ดก็ออกมาเรียกฉันเข้าไปในห้อง ฉันพนมมือไหว้พระเพื่อขอกำลังใจและให้ฉันจำเนื้อเพลงทั้งหมดที่ซ้อมมาได้

ในห้องกินข้าวซึ่งดูเหมือนเป็นห้องนั่งเล่นเสียมากกว่า มีโต๊ะกินข้าวโต๊ะกลมสวยหรูตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง คุณเจ้าของโรงแรมและครอบครัวทั้งเด็กผู้ใหญ่ นั่งล้อมวงกันประมาณ 8 คนเห็นจะได้ เจ้าของโรงแรมและภรรยาโบกมือทักทายฉันจากโต๊ะกินข้าว พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันบอกให้ฉันทำตัวตามสบาย และส่งเสียงเชียร์ให้ทุกคนในครอบครัวปรบมือให้กับเอนเตอร์เทนเนอร์กันหน่อย เด็กๆ ส่งเสียงเชียร์ฉัน บรรยากาศเริ่มเป็นกันเองขึ้น คลายความตื่นเต้นไปได้บ้าง

ฉันแนะนำตัว และเริ่มร้องเพลงแรก บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีแค่เสียงร้องของฉันที่ขับกล่อมผู้ฟังตรงหน้า เมื่อเพลงจบ เจ้าของโรงแรมยืนขึ้นปรบมือให้ บางคนเป่าปาก ชื่นชมว่าฉันร้องเพลงจีนได้ดีมาก! (ฉันได้แต่ยิ้มสู้กลอกตาไปมา เพราะ 5 วันที่ผ่านมาฉันไม่เป็นอันทำอะไรเลย ฝึกออกเสียงไม่พอ ยังต้องจำเนื้อเพลงทั้งหมดอีก!)

ฉับตบท้ายด้วยเพลงฝรั่งของสตีวี่ วันเดอร์ I just called to say I love you เพราะมีสายสืบบอกมาว่าเป็นเพลงโปรดของภรรยาเจ้าของโรงแรม และเป็นเพลงใช้เต้นรำวันแต่งงานของทั้งสองคน เขาทั้งคู่เซอร์ไพรส์มาก พลันลุกมาเต้นรำต่อหน้าลูกๆ เด็กๆ เขินอายกันใหญ่ ฉันขับร้องเพลงด้วยความสุขที่เห็นคนฟังมีความสุข

สิ่งที่ได้รับจากการเป็นนักร้องไม่ใช่แค่เงินค่าตอบแทน แต่มันได้รอยยิ้ม ได้เสียงหัวเราะ ได้สร้างความทรงจำดีๆ ให้คนฟัง ไม่ว่าคนฟังนั้นจะเป็นใคร จะมีอำนาจ มีเงินล้นฟ้า หรือเป็นแค่ปุถุชนธรรมดาไม่มีเงินทองมาก ดนตรีเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีชนชั้นขวางกั้น ทุกคนมีความสุขได้ด้วยเสียงเพลง

เจ้าของโรงแรมยิ้มแก้มปริ เขาขอบคุณฉันและเรียกฉันเข้าไปใกล้ เขายื่นรางวัลให้ ฉันยกมือไหว้ตามประเพณีไทย ขอบคุณทุกคนในห้อง ก่อนเดินออกมาจากห้องสวีตเหมือนยกภูเขาออกจากอก แง้มดูจำนวนเงินในซองแดง 4 ซองที่ฉันได้รับ ซองละ 1,000 MOP (= 4,000 บาทไทย × 4) ตาฉันเบิกกว้าง!

ซอ the sis

ใจอยากรีบวิ่งกลับบ้านไปหาริคให้เร็วที่สุด ช่างเป็นประสบการณ์ตรุษจีนที่ดีเสียจริง

หยำปุย! Cheers! ชนแก้ว! ฉันและริคฉลองจบสัญญาปิดงาน 3 เดือนกันที่ห้องอาหารบิลอนที่ฉันร้องเพลง จากคำเชิญของผู้จัดการร้านที่ให้มาทานอาหารที่นี่ฟรี แถมเขายังใจดีให้ฉันพาริคมาด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณฉันทำงานได้ดีใน 3 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากฉลองการสิ้นสุดสัญญาในมาเก๊าแล้ว เรายังฉลองสัญญาใหม่กันด้วย! 3 เดือนที่ผ่านมานี้ลิสต์เพลงของเราสองคนลงตัวขึ้นมาก ถึงแม้จะได้เล่นด้วยกันแค่เซ็ตเดียว แต่มันก็ทำให้เราเก็บเพลงใหม่ๆ เพิ่มมาได้อีกเยอะทีเดียว ตอนนี้เราพร้อมแล้ว ที่จะร้องด้วยกันแบบเต็มๆ โชว์

ฉันและริคยิ้มและหัวเราะให้กับสัญญาแรกของเราในฐานะ Rick & Zoe Duo วันแรกที่มาถึงมาเก๊า ที่ฉันร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถเมื่อถึงบ้านใหม่ เราหัวเราะให้กับอุปสรรคที่เราเจอในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตอนนั้นมันดูเหมือนยาก แต่เราก็ผ่านมาได้จริงๆ ด้วย

คาสิโน

ส่วนที่เหลือถือว่าสนุกไม่น้อย มาเก๊าเป็นเมืองที่น่าอยู่ อาหารอร่อย ฉันกินทาร์ตไข่โปรตุเกสแทบทุกวัน เราได้เพื่อนใหม่มากมายทั้งพนักงานที่โรงแรม และลูกค้าที่มาฟังทั้งจากฝั่งริคและฉัน ฉันได้เจอคนไทยไม่กี่คน มีน้องผู้หญิงเล่นขิมที่ร้านอาหารไทยในคาสิโน น้องเขาจำฉันได้ว่าฉันเคยออกเทปวงเดอะซิส เขามีซีดีฉันทุกชุด ฉันปลื้มปริ่มมาก อีกคนคือพี่ผู้หญิงวัยกลางคนที่มาตั้งรกรากอยู่มาเก๊ากับสามีชาวอังกฤษชื่อพี่เจอร์รี่ เราเจอกันคืนวันหนึ่งที่พี่เขามาทานอาหารที่ร้านที่ฉันร้อง พี่เจอร์รี่ตกใจเมื่อรู้ว่านักร้องเป็นคนไทย เราคุยกันถูกคอ นับแต่นั้นมาแกเลยเป็นลูกค้าประจำของฉัน

ทุกประสบการณ์ในมาเก๊ามีคุณค่ากับฉันมากๆ ประสบการณ์ไม่คาดคิดจากคราวนี้ กลายมาเป็นภูมิคุ้มกันในการทำงานต่อไปในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องอดทนและเข้มแข็ง ฉันหวังว่าสัญญาที่สองที่กำลังจะเกิดขึ้นเดือนหน้าจะเป็นสัญญาที่ปลอดอุปสรรค! ฉันนั่งมองวิวนอกหน้าต่างร้านอาหาร อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตในทะเลทรายจะเป็นอย่างไร การผจญภัยจะเริ่มขึ้นอีกแล้วที่ประเทศบาห์เรน…Bahrain Here I Come!

11 พฤศจิกายน 2560
1 K

ตุ๊บๆๆๆ หัวใจฉันแทบจะหลุดออกมาด้วยความเหนื่อยหอบ

ฉันวิ่งทั้งชุดราตรีรองเท้าส้นสูง ฝ่าฝูงพนักงานที่ดูเหมือนรังมด ณ ชั้นพนักงานด้านล่างโรงแรม เพื่อไปให้ร้องเพลงเซ็ตสุดท้ายกับริค เขากำลังแสดงอยู่ที่บาร์วิสกี้สุดหรูในโรงแรมข้างๆ

หลังจากสรุปข้อตกลงกับทาง Management ว่าเราแสดงแยกกัน เขาให้ฉันร้องเพลง 3 เซ็ตกับมือเปียโนชาวฟิลิปปินส์ที่ห้องอาหาร fine dining ชื่อ ‘บิลอน’ ของโรงแรมหนึ่ง ส่วนริคเป็น Solo Act คือเล่นและร้องคนเดียวที่บาร์วิสกี้โรงแรมติดกัน แต่เซ็ตสุดท้ายของเรา เราขอมาเล่นด้วยกันที่บาร์วิสกี้ เพราะจริงๆ เราคือวงดูโอ้ก็ควรจะได้เล่นด้วยกัน ทางหัวหน้าก็อะลุ่มอล่วยให้เราลองทำดู นี่ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้วที่ฉันต้องวิ่งร่าเป็นอีเพิ้ง แต่ก็มาทันเวลาทุกครั้ง

จริงๆ แล้วงานนี้ก็สนุกดีไม่น้อย ทุกค่ำคืนฉันร้องเพลงตรงทางเข้าร้านอาหาร ตรงส่วน Oyster Bar ที่อยู่ติดกับบาร์เครื่องดื่ม เป็นพื้นที่ pre-dinner ของลูกค้าที่มาทานที่นี่ ร้านอาหารแห่งนี้สวยหรูมาก เป็น fine dining อันดับต้นของเอเชีย ทุกอย่างประดับประดาตกแต่งด้วยคริสตัล หรูหราไปหมดตั้งแต่โซฟายันช้อนส้อมวาววับที่วางเป็นระเบียบบนโต๊ะอาหาร

ซอ the sis

แกรนด์เปียโนหลังสีฟ้าสดใสที่ที่ฉันร้องประจำถือว่าจุดเด่นของทางร้านเลยก็ว่าได้ Ron (รอน) มือเปียโนชาวฟิลิปปินส์ที่ฉันร้องด้วยใจดีมาก และค่อนข้างเจนจัด สามารถเล่นได้หลายแนว ถึงแม้ฉันได้รับมอบหมายให้ร้องแจ๊สแต่ฉันก็ร้องเพลงฝรั่งเก่าๆ เพราะๆ ได้เยอะ รอนก็เล่นได้แทบทุกเพลง ด้านการทำงานส่วนใหญ่แล้วเราสองคนไม่ค่อยมีคนดู เพราะเมื่อลูกค้าดื่มเสร็จแก้วนึงที่บาร์ โฮสต์จะพาลูกค้าไปนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ลึกด้านใน แต่ลูกค้าสามารถฟังเราจากลำโพงที่มีอยู่ทุกมุมในห้องอาหารได้ พอลูกค้าไปนั่งโต๊ะ ฉันและรอนก็เหมือนเล่นให้หอยนางรมฟังทุกวัน เพราะเจ้าเคาน์เตอร์หอยนางรมดันอยู่ตรงหน้าเราพอดี!

คราวนี้ฉันโชคดีอีกแล้ว ทั้ง GM (General Manager) ของโรงแรม ทั้งผู้จัดการร้านอาหารบิลอนต่างใจดีและชื่นชมฉันกันมาก ถึงแม้สองสามวันแรกเขาจะให้ฉันเข้าไปนั่งในครัวช่วงพักระหว่างเซ็ต 15 นาที (เพราะรอนไม่เคยบ่น) แต่ฉันว่ามันตลกเกินไปฉันเลยขอผู้จัดการมานั่งตรงโซฟา ตัวที่หลบมุมไม่มีใครเห็นด้านนอก ผู้จัดการก็อนุญาต

มาเก๊า คาสิโน

ฉันและริคปรับตัวกับ 1 เดือนของการทำงานที่นี่มาได้อย่างทุลักทุเล เพราะคอนแทร็กต์นี้ไม่สบายอย่างที่คิดไว้ นอกจากไม่ได้ใช้ชีวิตในคาสิโน เราต้องแยกกันทำงาน ส่วนฉันต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนให้ทันเวลาทุกคืน ไหนจะต้องกินอาหารจีนในโรงอาหารพนักงานที่รสชาติไม่ถูกปาก แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องการเดินทางที่เราต้องขึ้นรถบัสรับส่งของพนักงาน ที่มีจุดจอดรับส่งไม่ไกลจากที่พัก และถ้าพลาดรถเวลานั้น ก็ต้องเดินหรือเรียกแท็กซี่ไปโรงแรมเอง

หลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์หนึ่งฉันก็คุ้นเคยกับถนนและเส้นทาง สภาพแวดล้อมที่มาเก๊านี้ถือว่าปลอดภัยมาก มีตำรวจแทบทุกจุด คนที่นี่ก็ไม่มีใครไม่สนใจกัน ฉันไม่เคยเห็นหนุ่มสาวแซวกันตามถนนเหมือนเมืองไทยสักที…

มาเก๊า

ฉันชอบเดินจนได้ค้นพบถนนสายที่เดินลัดไปโรงแรมได้ ซึ่งต้องเดินผ่านเมืองเก่า เป็นถนนน่ารักมากๆ อารยธรรมโปรตุเกสมีให้เห็นอยู่ทุกตึกรามบ้านช่อง มีร้านอาหารเรียงรายมากมาย ตั้งแต่ค้นพบทางลัดนี้ ฉันเดินไปทำงานแทบทุกวัน ส่วนริคเดินไม่ไหวเพราะเขามีทั้งกีตาร์และคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อื่นๆ มากมายแบกอยู่บนหลัง แต่ขากลับเราก็นั่งรถบัสรับส่งกลับบ้านด้วยกันทุกคืน เราสองคนแวะดื่มตามบาร์เหล้าแถวบ้านกันบ่อยครั้ง หาเวลาพักผ่อนจากงานและคาสิโนอันวุ่นวาย

ช่วงนี้ร้านรวงบนถนนทุกสายดูคึกคักเป็นพิเศษ มีการประดับประดาตกแต่งด้วยสีแดงเต็มไปหมด แล้วฉันก็ถึงบางอ้อ…ใกล้ตรุษจีนแล้วนี่! โชคดีจังที่ได้สัมผัสเทศกาลตุรษจีนที่นี่ เพราะเรามาอยู่ถิ่นคนจีนแท้ ๆ คงได้เห็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นที่เมืองไทย ฉันเดินทอดน่องชมร้านรวงเพลิน จนเกือบไปทำงานไม่ทัน

มาเก๊า

มาเก๊า

วันนี้ฉันมาทำงานสายไป 1 นาที รู้สึกผิดมากเมื่อผู้จัดการร้านอาหารเรียกไปพบ แหม อะไรมันจะเคร่งครัดขนาดนี้หนอ ฉันคิดในใจ

ปรากฏไม่ใช่เรื่องที่ฉันมาสาย แต่ผู้จัดการแจ้งฉันว่าเจ้าของโรงแรมทั้งสามแห่งนี้อยากให้ฉันไปร้องเพลงจีนในห้องกินข้าวของครอบครัวที่จะมาทานมื้อเย็นกันที่ห้องสวีตของเจ้าของในวันตรุษจีน ฉันงงงันสุดๆ ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ คาสิโนนี้มีนักร้องชาวจีนอยู่หลายสิบคน ก็ให้คนอื่นร้องสิ ฉันไม่เคยร้องเพลงจีน ร้องไม่เป็นด้วย แค่จะสั่งข้าวยังออกเสียงผิดๆ ถูกๆ จะให้ร้องเพลงจีนต่อหน้าคนจีน ต่อหน้าเจ้าของโรงแรมกับครอบครัวเขาเนี่ยนะ คุณบ้าไปแล้ว! ฉันบอกผู้จัดการ

เขาได้แต่ผงกหน้า แล้วบอกฉันว่า “ฉันรู้แต่มันคือคำสั่งจากเบื้องบน เจ้าของบอกว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น ไม่ต้องห่วง ฉันจะสอนเธอออกเสียงภาษาจีนเอง เธอจะต้องร้องเพลงของเติ้งลี่จวิน นักร้องที่ดังมากของชาวจีน 2 เพลงนะ เริ่มซ้อมกันพรุ่งนี้ เรามีเวลา 5 วันที่จะฝึก แล้วก็…เกือบลืม เธอต้องไปวัดตัวที่ห้องตัดเย็บวันมะรืน เพราะเธอต้องใส่กี่เพ้า ชุดประจำชาติในวันที่ร้องด้วย”

ฉันแทบจะเป็นลม…

ไม่นานวันนั้นก็มาถึง ฉันนั่งสั่นหงึกๆ มือเย็นเฉียบในชุดกี่เพ้า หน้าผมพร้อมอยู่ตรงห้องรับรองแขกในห้องสวีตของเจ้าของโรงแรม ทางขึ้นมาบนห้องนี้ลึกลับอย่างกับห้องศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ในเรื่อง Harry Potter ก็ไม่ปาน ฉันมองความสวยงามพิถีพิถันในห้องสวีตแห่งนี้แล้วอดกังวลไม่ได้ว่ากำลังจะร้องเพลงให้กับหนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในโลกฟังในห้องส่วนตัว ถ้าฉันร้องเพลงจีนแล้วออกเสียงผิดเขาจะตัดนิ้วฉันมั้ย? ฉันคิดไปไกลเพราะคงดูหนังแนวมาเฟียคาสิโนเยอะเกินไป

ว่าแล้วผู้ชายใส่สูทดำดูเหมือนเป็นบอดี้การ์ดก็ออกมาเรียกฉันเข้าไปในห้อง ฉันพนมมือไหว้พระเพื่อขอกำลังใจและให้ฉันจำเนื้อเพลงทั้งหมดที่ซ้อมมาได้

ในห้องกินข้าวซึ่งดูเหมือนเป็นห้องนั่งเล่นเสียมากกว่า มีโต๊ะกินข้าวโต๊ะกลมสวยหรูตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง คุณเจ้าของโรงแรมและครอบครัวทั้งเด็กผู้ใหญ่ นั่งล้อมวงกันประมาณ 8 คนเห็นจะได้ เจ้าของโรงแรมและภรรยาโบกมือทักทายฉันจากโต๊ะกินข้าว พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันบอกให้ฉันทำตัวตามสบาย และส่งเสียงเชียร์ให้ทุกคนในครอบครัวปรบมือให้กับเอนเตอร์เทนเนอร์กันหน่อย เด็กๆ ส่งเสียงเชียร์ฉัน บรรยากาศเริ่มเป็นกันเองขึ้น คลายความตื่นเต้นไปได้บ้าง

ฉันแนะนำตัว และเริ่มร้องเพลงแรก บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีแค่เสียงร้องของฉันที่ขับกล่อมผู้ฟังตรงหน้า เมื่อเพลงจบ เจ้าของโรงแรมยืนขึ้นปรบมือให้ บางคนเป่าปาก ชื่นชมว่าฉันร้องเพลงจีนได้ดีมาก! (ฉันได้แต่ยิ้มสู้กลอกตาไปมา เพราะ 5 วันที่ผ่านมาฉันไม่เป็นอันทำอะไรเลย ฝึกออกเสียงไม่พอ ยังต้องจำเนื้อเพลงทั้งหมดอีก!)

ฉับตบท้ายด้วยเพลงฝรั่งของสตีวี่ วันเดอร์ I just called to say I love you เพราะมีสายสืบบอกมาว่าเป็นเพลงโปรดของภรรยาเจ้าของโรงแรม และเป็นเพลงใช้เต้นรำวันแต่งงานของทั้งสองคน เขาทั้งคู่เซอร์ไพรส์มาก พลันลุกมาเต้นรำต่อหน้าลูกๆ เด็กๆ เขินอายกันใหญ่ ฉันขับร้องเพลงด้วยความสุขที่เห็นคนฟังมีความสุข

สิ่งที่ได้รับจากการเป็นนักร้องไม่ใช่แค่เงินค่าตอบแทน แต่มันได้รอยยิ้ม ได้เสียงหัวเราะ ได้สร้างความทรงจำดีๆ ให้คนฟัง ไม่ว่าคนฟังนั้นจะเป็นใคร จะมีอำนาจ มีเงินล้นฟ้า หรือเป็นแค่ปุถุชนธรรมดาไม่มีเงินทองมาก ดนตรีเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีชนชั้นขวางกั้น ทุกคนมีความสุขได้ด้วยเสียงเพลง

เจ้าของโรงแรมยิ้มแก้มปริ เขาขอบคุณฉันและเรียกฉันเข้าไปใกล้ เขายื่นรางวัลให้ ฉันยกมือไหว้ตามประเพณีไทย ขอบคุณทุกคนในห้อง ก่อนเดินออกมาจากห้องสวีตเหมือนยกภูเขาออกจากอก แง้มดูจำนวนเงินในซองแดง 4 ซองที่ฉันได้รับ ซองละ 1,000 MOP (= 4,000 บาทไทย × 4) ตาฉันเบิกกว้าง!

ซอ the sis

ใจอยากรีบวิ่งกลับบ้านไปหาริคให้เร็วที่สุด ช่างเป็นประสบการณ์ตรุษจีนที่ดีเสียจริง

หยำปุย! Cheers! ชนแก้ว! ฉันและริคฉลองจบสัญญาปิดงาน 3 เดือนกันที่ห้องอาหารบิลอนที่ฉันร้องเพลง จากคำเชิญของผู้จัดการร้านที่ให้มาทานอาหารที่นี่ฟรี แถมเขายังใจดีให้ฉันพาริคมาด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณฉันทำงานได้ดีใน 3 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากฉลองการสิ้นสุดสัญญาในมาเก๊าแล้ว เรายังฉลองสัญญาใหม่กันด้วย! 3 เดือนที่ผ่านมานี้ลิสต์เพลงของเราสองคนลงตัวขึ้นมาก ถึงแม้จะได้เล่นด้วยกันแค่เซ็ตเดียว แต่มันก็ทำให้เราเก็บเพลงใหม่ๆ เพิ่มมาได้อีกเยอะทีเดียว ตอนนี้เราพร้อมแล้ว ที่จะร้องด้วยกันแบบเต็มๆ โชว์

ฉันและริคยิ้มและหัวเราะให้กับสัญญาแรกของเราในฐานะ Rick & Zoe Duo วันแรกที่มาถึงมาเก๊า ที่ฉันร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถเมื่อถึงบ้านใหม่ เราหัวเราะให้กับอุปสรรคที่เราเจอในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตอนนั้นมันดูเหมือนยาก แต่เราก็ผ่านมาได้จริงๆ ด้วย

คาสิโน

ส่วนที่เหลือถือว่าสนุกไม่น้อย มาเก๊าเป็นเมืองที่น่าอยู่ อาหารอร่อย ฉันกินทาร์ตไข่โปรตุเกสแทบทุกวัน เราได้เพื่อนใหม่มากมายทั้งพนักงานที่โรงแรม และลูกค้าที่มาฟังทั้งจากฝั่งริคและฉัน ฉันได้เจอคนไทยไม่กี่คน มีน้องผู้หญิงเล่นขิมที่ร้านอาหารไทยในคาสิโน น้องเขาจำฉันได้ว่าฉันเคยออกเทปวงเดอะซิส เขามีซีดีฉันทุกชุด ฉันปลื้มปริ่มมาก อีกคนคือพี่ผู้หญิงวัยกลางคนที่มาตั้งรกรากอยู่มาเก๊ากับสามีชาวอังกฤษชื่อพี่เจอร์รี่ เราเจอกันคืนวันหนึ่งที่พี่เขามาทานอาหารที่ร้านที่ฉันร้อง พี่เจอร์รี่ตกใจเมื่อรู้ว่านักร้องเป็นคนไทย เราคุยกันถูกคอ นับแต่นั้นมาแกเลยเป็นลูกค้าประจำของฉัน

ทุกประสบการณ์ในมาเก๊ามีคุณค่ากับฉันมากๆ ประสบการณ์ไม่คาดคิดจากคราวนี้ กลายมาเป็นภูมิคุ้มกันในการทำงานต่อไปในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องอดทนและเข้มแข็ง ฉันหวังว่าสัญญาที่สองที่กำลังจะเกิดขึ้นเดือนหน้าจะเป็นสัญญาที่ปลอดอุปสรรค! ฉันนั่งมองวิวนอกหน้าต่างร้านอาหาร อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตในทะเลทรายจะเป็นอย่างไร การผจญภัยจะเริ่มขึ้นอีกแล้วที่ประเทศบาห์เรน…Bahrain Here I Come!

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load