“ค่ะแม่ กระเป๋าเดินทาง 2 ใบ กระเป๋าลากขึ้นเครื่องสีแดงอยู่บนห้อง แม่อย่าลืมเอายาที่น้องแพ็กไว้ใส่ลงไปด้วย เอาน้ำพริกอะไรก็ได้ค่ะ ขอเยอะๆ เครื่องลงบ่าย 2 นะคะ แล้วเจอกันที่สนามบินค่ะ”  

ฉันต้องต่อสายด่วนหาแม่กะทันหัน หลักจากเกิดเหตุฉุกละหุกที่สนามบินประเทศฟิลิปปินส์ เกิดลมกระโชกแรง เครื่องบินหลายสายการบินลงจอดไม่ได้ และบางลำก็ขึ้นบินไม่ได้ เช่นลำที่ฉันโดยสารเป็นต้น

ฉันและริคเพิ่งจะหมดสัญญาร้องเพลงครั้งที่ 2 บนเรือส่วนตัวลำเดิม ครั้งนี้เป็นการเดินเรือจากประเทศฮ่องกง, มาเลเซีย, สิงค์โปร, บรูไน, จีน และมาหมดสัญญาที่ประเทศฟิลิปปินส์ เรือล่องอยู่ที่ฟิลิปปินส์อยู่เกือบ 2 อาทิตย์ เพราะประเทศนี้มีเกาะแก่งสวยงามมากมาย เรือจึงใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติค่อนข้างมาก ประจวบกับลูกเรือ 60% ของเรือลำนี้เป็นชาวฟิลิปปินส์ จึงต้องเอาใจลูกเรือเป็นพิเศษ

เมื่อเรือเดินทางมาถึงกรุงมะนิลา เจ้าของคอนโดทุกคนลงขันกันจัดงานเลี้ยงอย่างใหญ่โตให้กับลูกเรือชาวฟิลิปปินส์และครอบครัวของพวกเขา ทุกคนที่มารวมงานนี้กินฟรีไม่อั้น 5 วัน 5 คืนกันเลยทีเดียว ส่วนฉันและริคดันหมดสัญญาร้องเพลงในวันที่เรือมาถึงกรุงมะนิลาพอดิบพอดี เลยอดร่วมงานปาร์ตี้กับเขาด้วย แต่สัญญาครั้งนี้จบลงอย่างประสบความสำเร็จอีกครั้ง เรือขอให้เรากลับมาใหม่ปลายปี ซึ่งเราตอบรับเป็นที่เรียบร้อย

ถึงครั้งนี้จะเป็นการเดินเรือในแถบประเทศเอเชีย ฉันก็สนุกและประทับใจเท่ากับการเดินทางไปทวีปอื่น เราได้เห็นความงดงามของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่แค่ในเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองเล็กที่ผู้คนพื้นเมืองอยู่อาศัยกัน มีวัฒนธรรมและอารยธรรมล้ำค่างดงามมากไม่แพ้ของไทยเรา

แต่ขณะนี้ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เมื่อเครื่องบินกลับเมืองไทยประกาศว่าดีเลย์ ริคเครียดนำหน้าไปนานแล้ว เพราะเราสองคนจะเดินทางไปร้องเพลงที่ใหม่ที่ทำสัญญาไว้ และต้องไปทันทีหลังจบงานบนเรือ มีเวลาแค่กลับไปเปลี่ยนกระเป๋าที่บ้านไม่กี่ชั่วโมงตามแผนเดิมที่วางไว้ แต่ตอนนี้เครื่องบินดีเลย์ ต้องให้แม่ฉันขับรถเอากระเป๋าที่จัดเตรียมไว้แล้วมาให้ที่สนามบิน เพื่อทันเปลี่ยนเครื่องไปร้องเพลงที่ใหม่ต่อ นั่นคือประเทศมัลดีฟส์

เราถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างกระชั้นชิดสุดๆ! เกือบจะเช็กอินไปมัลดีฟส์ไม่ทันเสียแล้ว ฉันกอดลาแม่ไปทำงานต่อแบบยังไม่ทันจะหายคิดถึง ยังไม่ทันได้เอาของฝากจากฟิลิปินส์ให้ ก็ต้องลาไปทำงานต่ออีก 3 เดือน

มัลดีฟส์

เครื่องบินพาเรามาถึงมัลดีฟส์โดยสวัสดิภาพ ฉันเหนื่อยมากถึงขนาดไม่สามารถลืมตาดูเกาะแก่งตามทะล หรือรีสอร์ตประดับไฟสวยงามยามค่ำคืนที่ริคพร่ำเรียกให้ดูจากบนเครื่องบิน ตอนนี้อยากถึงที่พักให้เร็วที่สุด แต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะไหนจะต้องทำเอกสารที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และเดินทางไปโรงแรมโดยสปีดโบ๊ตต่อไปอีก 40 นาที หลังจากไม่ได้นอนมาเกือบ 2 วัน ฉันล่ะอยากจะล้มตัวนอนบนสายพานรับกระเป๋าขณะช่วยริคคว้ากระเป๋าเดินทาง 4 ใบกับกีตาร์ 2 ตัวเสียจริง

มัลดีฟส์

เช้าวันใหม่ ฉันลืมตาสะลึมสะลือ ร่างกายหนักอึ้งแทบขยับไม่ได้ มันเบลอและมึนอย่างบอกไม่ถูก ถึงขนาดจำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนทำไมห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ฉันมองเพ่งรอบๆ ห้องอยู่เป็นนาน นอกหน้าต่างได้ยินเสียงนกร้องและเสียงลมอื้ออึง มัลดีฟส์! ฉันตระหนกตกใจรีบพุ่งตัวออกจากเตียงออกไปเปิดประตูห้องพัก หวังจะเห็นน้ำทะเลสีฟ้าใสอร่าม แต่กลับเห็นแต่ป่า ลืมไปว่าห้องพักไม่ได้ติดทะเล ฉันจำได้คร่าวๆ แล้วว่าผู้จัดการแผนก F&B ที่มาต้อนรับเราเมื่อคืนบอกไว้ว่าโซนที่พักของเราอยู่ตรงกลางรีสอร์ตพอดี ถ้าเดินออกไปทางซ้ายคือท้ายเกาะซึ่งเป็นที่ทำกิจกรรมทางน้ำทุกประเภทของแขกโรงแรม และสปา ส่วนขวาคือส่วนอื่นๆ ของโรงแรมทั้งหมด ล็อบบี้ ร้านอาหาร บาร์ (ที่ที่เราแสดง) และสระว่ายน้ำ ส่วนที่พักแขกอยู่ติดทะเลรอบเกาะทุกหลัง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฉันรีบปลุกริคเพื่อออกไปเดินเล่นสำรวจรอบเกาะทันที

ว้าว นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ! ฉันและริคเดินมาจนสุดหน้าหาดโรงแรม ตาลุกวาวเป็นประกายตลอดทาง นี่เราจะอยู่ที่นี่ 3 เดือนจริงๆ รึนี่ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นความงดงามของทะเล รีสอร์ตแห่งนี้เป็นรีสอร์ตดังในเครือของประเทศดูไบ ออกแบบได้สวยงามสไตล์โมเดิร์น พนักงานที่นี่มีหลายเชื้อชาติ ทั้งยุโรป รัสเซีย จีน (เพราะแขกรัสเซียและจีนเยอะ) ตะวันออกกลาง อินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน ชาวมัลดีฟส์ และสุดท้ายคือชาวไทย ฉันตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าพนักงานสปาเกือบทั้งหมดคือคนไทย ต้องไปตีสนิทเสียแล้ว

มัลดีฟส์ มัลดีฟส์

หลังจากเข้าพบผู้บริหารโรงแรมทุกฝ่าย พวกเขายินดีมากที่เราสองคนมาเล่นที่นี่ เพราะรีสอร์ตนี้ไม่มีดนตรีสดมานานแล้ว และหวังว่าเราสองคนจะมาสร้างสีสันใหม่ๆ ให้โรงแรม เพราะกิจกรรมบนเกาะมีจำกัด เรือเฟอร์รี่พาพนักงานพาไปกลับเมืองหลวงชื่อมาเล (Male) มีแค่ 2 รอบต่อวันเท่านั้น ทางโรงแรมจึงอยากให้เราใช้เวลากับธรรมชาติให้มากที่สุด ดังนั้น กิจกรรมทางน้ำสำหรับพนักงานจึงฟรีทุกอย่าง ทั้งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น เกาะนี้ปะการังใต้น้ำอุดมสมบูรณ์มาก ใต้น้ำมีตั้งแต่ปลาการ์ตูนยันปลาฉลามทุกชนิด รวมถึงสระว่ายน้ำ และร้านอาหารก็ใช้บริการได้ทั้งหมด ส่วนการเดินทางสัญจรรอบเกาะ พนักงานและผู้บริหารทุกคนจะมีจักรยานประจำตำแหน่งกันหมด ฉันว่าเข้าท่าดีทีเดียว

มัลดีฟส์ มัลดีฟส์

วันนี้เราแสดงวันแรก ประจวบกับเจ้าของโรงแรมและหุ้นส่วนมาจากดูไบพอดี เขาจองโต๊ะเพื่อมาฟังเราร้องเพลงกันเรียบร้อยแล้ว แหม…ไม่ค่อยกดดันกันเลย ฉันคิดในใจ

เรามาอยู่มัลดีฟส์ได้ 3 อาทิตย์แล้ว ชีวิตประจำวันของฉันเหมือนเดิมทุกวัน ฉันและริคออกไปดำน้ำดูประการัง ไปว่ายน้ำงมหินดินทราย ดูโชว์ให้อาหารปลากระเบน ครบหมดตั้งแต่อาทิตย์แรกๆ ริคชวนไปดำน้ำและว่ายน้ำบ่อยจนฉันต้องปฏิเสธเพราะตัวดำมืดไปหมดแล้ว แต่ฉันยังไม่เบื่อวิวทะเลมัลดีฟส์ เพราะมันสวยจับใจเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก ช่วงเวลานั้นฉันมักจะเลือกร้องเพลงที่ชอบและมองพระอาทิตย์ตกไปด้วย เป็นความสุขที่คนฟังรับรู้ได้ว่าฉันร้องเพลงออกมาหัวใจจริงๆ ก็ฉันจะหาโอกาสร้องเพลงต่อหน้าพระอาทิตย์แสงสีทองอร่ามแบบนี้ได้ที่ไหนอีกล่ะ

มัลดีฟส์ มัลดีฟส์

มัลดีฟส์

เราสองคนเริ่มมีเพื่อนที่เป็นพนักงานบนเกาะ ตกกลางคืนหลังเลิกงานก็จะไปแฮงเอาต์ ดื่มกันที่บาร์พนักงาน เบียร์ขวดละ 1 ดอลลาร์ฯ เท่านั้น เบียร์เดียวกันกับที่ขายแขกที่โรงแรม แต่ขายแขก 15 ดอลลาร์ฯ โชคดีจริงที่ฉันไม่ใช่แขกที่พักที่นี่! ฉันและริคมีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นหนุ่มๆ ชาวฟิลิปปินส์ 4 คน สองคนในนั้นเป็นนักเต้นควงกระบองไฟที่เก่งมาก จึงมาแจมเต้นเวลาที่เราร้องเพลงกันบ่อยๆ ส่วนพี่ๆ ชาวไทยเป็นผู้หญิงทั้งหมด ทุกคนเอ็นดูฉันและเมตตาฉันมาก ถ้าใครมีอาหารไทยจะแบ่งกันเสมอ

สังสรรค์

อยู่แต่เกาะมาจะเดือนครึ่งแล้ว ในที่สุดฉันและริคก็ตัดสินใจไปเที่ยวเมืองมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ เราใช้วันหยุดนั่งเรือเฟอร์รี่กับพนักงานคนอื่นๆ ไปกันแต่เช้า แต่อากาศกลับอึมครึมเป็นพิเศษ เราสองคนลืมเช็กอากาศกันเสียสนิท คิดแต่ว่าจะต้องออกจากเกาะเสียที อยากเห็นเมืองใจจะขาดแล้ว เราออกเรือมาไม่ทันไรก็รู้ทันทีว่าคลื่นลมแรงมาก ยิ่งอยู่กลางทะเลแรงคลื่นยิ่งโถมใส่เรือความเร็วสูงจนเรือเด้งไปมา ฉันกำเสื้อชูชีพไว้แน่น เคราะห์ดีว่าพอผ่านน่านน้ำช่วงที่ลมแรงมากนั้นคลื่นก็เริ่มเบาลง แล้วเรือก็ค่อยๆ ชะลอเพื่อจอดเทียบท่าในตัวเมือง ฉันถอนหายใจโล่งอกดังลั่น

มาเลเป็นเมืองหลวงขนาดเล็กที่ล้อมรอบไปด้วยทะเล มีประชากรอาศัยถึง 340,000 คน ซื่งถือว่าเยอะมากๆ เพราะเกาะขนาดเล็กจิ๋ว เมืองจึงดูแออัด มีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรหนาแน่น ฝนเทลงหนักฉันและริคจึงอดเดินชมเมืองเพราะติดฝน จนต้องนั่งเล่นในร้านกาแฟเท่านั้น เราเห็นท่าไม่ดีและฝนไม่ยอมหยุดตก จึงตัดสินใจกันนั่งเรือรอบต่อไปกลับโรงแรมทันที เพราะหากยิ่งค่ำ กลางทะเลจะยิ่งน่ากลัวหลายเท่า

แต่เราตัดสินใจผิดที่กลับกันตอนนั้น

ทันทีที่เรือออกกลางทะเล กัปตันเรือประกาศให้พนักงานทุกคนก้มหมอบลงให้ต่ำที่สุด และต้องเกาะแขนเกี่ยวกันและกันไว้ทั้งแถว เพื่อดึงไม่ให้ใครกระเด้งชนเพดานเรือจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เรือสปีดโบ๊ตหรือเฟอร์รี่ไม่ได้สร้างให้มีเข็มขัดตรงที่นั่งแบบเครื่องบิน เพราะถ้าเรืออับปางหรือคว่ำผู้โดยสารจะได้ว่ายน้ำออกมาได้ ไม่ติดใต้ท้องเรือ

ลมกระโชกจนทำให้เรือกระแทกผืนน้ำแรงกว่าตอนขามา ฝนเทลงมาอย่างหนัก กัปตันเรือชาวมัลดีฟส์ที่มีประสบการณ์โชกโชนพยายามหลบหลีกคลื่นสูง แต่ก็หลบไม่ได้ทั้งหมด จนชนคลื่นที่สูงที่สุด เรือลอยค้างบนอากาศอยู่หลายวินาที แล้วตกลงมากระแทกพื้นน้ำอย่างแรง!

แรงกระแทบทำให้กัปตันเรือร่วงจากเก้าอื้ กลิ้งไม่เป็นท่าไปท้ายเรือ น้ำทะเลเริ่มเข้ามาในเรือ ฉันร้องลั่น กลัวมากจนร้องไห้ออกมา ริคกอดฉันไว้แน่น รวมถึงเพื่อนพนักงานข้างๆ ที่ฉันไม่รู้จักก็กลัวและเกาะแขนฉันแน่นเช่นกัน พวกลูกเรือรีบวิ่งไปช่วยพยุงกัปตันขึ้นมา เขาดูเครียดมาก แล้วเร่งขับเรือพาพวกเราฝ่าคลื่นทะเลอันเกรี้ยวกราดอย่างระมัดระวังต่อไป จนในที่สุดกัปตันก็พาเราทุกคนถึงโรงแรมโดยปลอดภัย ฉันโทรหาแม่ทันทีเมื่อตั้งสติได้และรีบบอกพ่อแม่ว่าฉันรักพวกท่านมากแค่ไหน เหมือนเพิ่งรอดตายมาจริงๆ

ฉันอยู่ที่นี่มาใกล้ครบ 3 เดือนแล้ว ก่อนออกไปร้องเพลง เวลา 5 โมงเย็นของทุกวันคือเวลาที่ฉันขี่จักรยานไปหลังเกาะเพื่อไปนั่งศาลาที่ยื่นออกไปในทะเลแล้วดูฝูงปลากระเบนขนาดยักษ์กับปลาอื่นๆ ที่มารอกินอาหาร คนจากโรงแรมจะโยนชิ้นปลาสดๆ ให้เจ้าปลาใหญ่ฝูงนั้น ฉันมักสงสัยว่าปลาเหล่านี้ไม่เบื่อกันบ้างเหรอที่ต้องอยู่ที่เดิม สิ่งแวดล้อมเดิมๆ โขดหินเดิม เจอเพื่อนปลาอื่นหน้าเดิมๆ วนเวียนอยู่เช่นนี้จนจบอายุขัยของมัน

มัลดีฟส์ มัลดีฟส์

ฉันฉุกคิดถึงเรื่องตัวเอง รู้ตัวว่ากำลังเลือกทางชีวิตแบบปลาที่ว่ายน้ำไปเรื่อยๆ โดยฝ่ากระแสน้ำทุกประเภท ฝ่าคลื่นใต้น้ำ เพื่อไปยังจุดหมายที่ไม่หยั่งรู้ได้ว่าจะเป็นที่ไหน แต่รู้ว่ามันต้องมีที่ที่เหมาะสมสำหรับฉันที่หนึ่งในโลกกว้างนี้อย่างแน่นอน ฉันเดินทางโดยใช้เสียงร้องเพลงนำทางมาตั้งแต่เด็ก ความเชื่อมั่นและความศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญที่พาฉันมาไกลได้ขนาดนี้ จะไกลกว่านี้ไปอีกมั้ยคงขึ้นอยู่กับตัวฉันเองล้วนๆ ว่าจะมีพลังมากพอที่จะสู้ต่อไปบนเส้นทางนี้หรือไม่ เพราะบางครั้งก็เหนื่อยเหลือเกิน

อีกเพียงอาทิตย์เดียวฉันและริคก็จะได้กลับเมืองไทยกันแล้ว ชีวิตบนเกาะมัลดีฟส์มีระยะเพียง 3 เดือน แต่รู้สึกเนิ่นนานเหมือนแรมปี คงเป็นเพราะความกว้างขวางของมหาสมุทรที่เห็นทุกวัน และประสบการณ์ร้องเพลงที่นี่มีคุณค่าทางใจมาก ฉันได้ใช้เวลากับตัวเองมากมาย มีเวลาพินิจ วิเคราะห์ ตรวจสอบจิตใจ ต้องขอบคุณริคที่พาฉันก้าวข้ามความกลัวไปอีกขั้นหนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันกลัวการดำน้ำมาก มาอยู่นี่เขาพาฉันออกไปดำน้ำบ่อย ทุกครั้งที่ออกไปก็จับมือฉันไว้ตลอดทางจนคลายความกลัวไปได้มาก เมื่อไม่กลัว ฉันจึงได้ตาสว่างเห็นความสวยงามของโลกใต้ทะเลที่หาอะไรเทียบไม่ได้เลย ฉันชอบทำหน้าลอกเลียนแบบปลาน้อยปลาใหญ่ที่เห็นใต้ทะเลจนเป็นที่ขำขันระหว่างเราสองคน

พรีเวดดิ้ง พรีเวดดิ้ง

วันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ทางโรงแรมทราบเรื่องงานแต่งงานของเราสองคนที่จะจัดขึ้นสิ้นปีนี้ จึงให้ของขวัญเป็นสิทธิ์ให้เราไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของรีสอร์ตเป็นที่ระลึกก่อนหมดสัญญา โชคดีจริง ราคาค่าถ่ายตกเป็นเงินไทยเกือบแสน ฉันและริคเซ็นสัญญาฉบับต่อไปที่ทางรีสอร์ตเสนอให้กลับมาเล่นคืนวันปีใหม่สิ้นปีนี้ และให้พาวงดนตรีเต็มวงมาด้วย! เอาล่ะสนุกแน่!

Writer & Photographer

Avatar

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

Avatar

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load