26 กุมภาพันธ์ 2564
2 K

“รวบรวมมาให้แล้ว น้อน…สัตว์มหัศจรรย์ในพื้นถิ่นอีสาน”

ถ้าจักรวาล Harry Potter มี Fantastic Beasts and Where to Find Them หรือ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เป็นสารานุกรมให้ข้อมูลบรรดาสัตว์ประหลาดนานาชนิดที่แวะเวียนมาปรากฏกายในโลกเวทมนตร์

อีสานบ้านเฮาก็มีเพจ ‘สิม’ พาไปสัมผัสความตะมุตะมิของบรรดาน้อนๆ จากป่าหิมพานต์ซึ่งเร้นกายอยู่ตามโบสถ์ต่างๆ อย่างที่เป็นกระแส #หิมพานต์มาร์ชเมลโลว ปลายปีก่อน

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

เพจสิม เล่าเรื่องราวของโบสถ์แบบอีสานที่มีความงดงามที่เรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อของงานศิลปะในวัดตามฉบับลูกข้าวเหนียว รวมทั้งข่าวสารความเป็นไปของสิมโบราณ จะเก่า ใหม่ ใหญ่ เล็ก เบน-พุทธิวัฒน์ โชติวุฒิวัฒน์ สถาปนิกหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังเพจ ก็ไปไล่ล่าเก็บภาพมาให้ลูกเพจได้ชมอยู่เสมอๆ ไม่ต้องเดินทางไกลก็เที่ยววัดทั่วภูมิภาคผ่านเพจนี้ได้ชิลล์ๆ

“แต่นี่ไม่ใช่เพจพาเที่ยววัดนะครับ” เจ้าตัวยืนกรานอย่างหนักแน่น

แล้วเพจนี้นำเสนออะไร ตัวตน แรงบันดาลใจ และประสบการณ์การตามล่าหาขุมทรัพย์ศิลปะท้องถิ่นอันแสนสนุกเป็นอย่างไร คุณผู้อ่านที่รักไม่ต้องตีตั๋วรถไฟเพื่อไปโคราช แค่ปูเสื่อนั่งลง จกข้าวเหนียวจิ้มปลาร้า แล้วท่องสิมทั่วอีสานผ่านเรื่องราวแสนสนุกนี้ไปพร้อมกันได้เลย

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

สอย สอย พี่น้องฟังสอย สิมน้อยๆ สิมใหญ่สิมงาม

สาวขึ้นฮามเพิ่นบ่ฮู้จักข้อ กะเลยส่อขอเอามาโผด

เพจเพิ่นกะโปรดให้เอามาสู่ ซื่อเพจเด้อทางข่อยนี่บอกให้ฮู้

จื่อจำไว้ว่าสิม อันนี้กะว่าสอย

01

แฮงกาย แฮงใจ

“ผมไม่ได้พาเที่ยววัดนะ”

แอดมินหนุ่มยืนยันครั้งที่ 2 จาก 10 กว่าครั้งตลอดการสนทนา

แล้วคุณนำเสนออะไร-เราถามคำถามซึ่งชายปลายสายคงตอบบ่อยสุดออกไป

“หลักๆ คือ ‘สิม’ แน่นอนว่าแตกต่างไปจากความคุ้นชินของคนภาคอื่น จึงพยายามชี้ให้เห็นจุดน่ารักเล็กๆ น้อยๆ และประเด็นทางวิชาการซึ่งซ่อนอยู่”

(ถ้านึกภาพ ‘โบสถ์แบบอีสาน’ อย่างที่ว่าไม่ออก ลองดูภาพข้างล่างนี้สิ)

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

จริงอยู่ว่าสิมอีสานส่วนมากจิ๋วกว่าโบสถ์ภาคกลางมาก แต่รายละเอียดเชิงช่างมีเยอะไม่แพ้กันเลย ภาพถ่ายแม้เพียงมุมแคบๆ มุมเดียวจึงบอกเล่าเรื่องราวได้มหาศาล เพียงแค่ลองจินตนาการเล่นๆ ว่าวัดหนึ่งๆ มีกี่ประเด็นซ่อนอยู่ แล้วแกล้งคูณจำนวนวัดเข้าไป สมองเราก็ขึ้นค่า Error ทันที

แต่นั่นคือเรา ไม่ใช่ชายคู่สนทนา

คราวเป็นนักเรียนสถาปัตยกรรม เบนบังเอิญเดินตกหลุมพรางรักของวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเข้าโดยไม่รู้ตัว และต้องมนต์ศิลปะอีสานบ้านเกิดของเขาเข้าอย่างจัง จากนั้นจึงเริ่มศึกษาอย่างลงลึกจนเชี่ยวชาญ และออกตะเวนถ่ายภาพสิมเอาไว้เป็นคลังแสงส่วนตัว จากนั้นจึงเริ่มเอามาแบ่งปันให้พี่น้องหมู่เฮาชาวเฟซบุ๊กได้ชม

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
ภาพจิตรกรรมเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย จากวัดจักรวาลภูมิพินิจ (วัดหนองหมื่นถ่าน) จ.ร้อยเอ็ด
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
ภาพจิตรกรรมการละเล่นหัวล้านชนกันที่วัดโพธิ์ชัยบ้านโคกใหญ่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

“ภาพถ่ายของเพจช่วงแรก ส่วนใหญ่เล่าเรื่องทั่วไปในวัด แต่พอจับความสนใจของตัวเองได้เลยเน้นงานศิลปะท้องถิ่นอีสาน ซึ่งแฝงอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งภาพวาด ปูนปั้น และงานสถาปัตยกรรม อย่างจิตรกรรมเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย หรือภาพการละเล่นหัวล้านชนกัน แบบนี้จะชอบเป็นพิเศษเพราะมีแค่ในบ้านเรา”

ภูมิภาคพี่ใหญ่อันดับหนึ่งของไทยเป็นเสมือนครกซึ่งรับเอาวัตถุดิบทางศิลปะมาจากหลากหลายแหล่ง ปรุงออกมาเป็นส้มตำถาดยักษ์ยักษ์มีรูปรสเป็นเอกลักษณ์ ตำบักหุ่งครกนี้นี่เองคอยเติมไฟแห่งความกระหายใคร่รู้แก่เบน ให้มีแรงทำเพจมาได้กว่า 6 ปี

“แต่อีสานน่าน้อยใจเพราะไม่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง คนอีสานจึงได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากหลากหลายแหล่ง ทำให้เราได้เห็นความกล้าบ้าบิ่นของช่าง นี่คือความสนุกอย่างหนึ่งของการออกไปเที่ยวดูสิมเยอะๆ” เจ้าของเพจบอกความนัยอีกเหตุผลที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาทำเพจ

เมื่อเราถามว่าไปมาแล้วทั้งหมดกี่วัด ไม่นานเขาก็ส่งคำตอบมาเป็นภาพแผนที่พร้อมจุดปักหมุดข้างล่างนี้ และบอกว่า “มาช่วยกันนับสิครับ” อย่างติดตลก

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

02

เฮ็ดจังใด๋

ปีก่อนแอดมินหนุ่มทำชาเลนจ์ตัวเองด้วยการลงภาพสิมตอน 5 โมงเย็นของทุกวัน

บวกกับอาชีพสถาปนิกซึ่งต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ เพียงแค่จินตนาการว่าต้องยอมเสียเวลางาน สละเวลาพักผ่อนและทุนทรัพย์ส่วนตัว ก็เหนื่อยหมดแฮงไปล่วงหน้าแล้ว

ไหนจะมีเรื่องเหนือการควบคุม บางวัดเจ้าอาวาสก็ไม่เปิดโบสถ์ให้เข้าไปเก็บข้อมูล เพราะมีของมีค่าเก่าเก็บ บางแห่งกรรมการวัดไม่มีกุญแจโบสถ์ หนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังเพจศิลปะอีสานจึงต้องจัดรูทเก็บภาพอย่างรัดกุมสุดๆ

“ต้องทำลิสต์เรียงลำดับก่อน-หลัง แต่ละวัดมีอะไรเด่นต้องไปดู รีเสิร์ชถึงแม้กระทั่งว่าสิมหลังไหนหันหน้าไปทิศอะไร เพราะอย่างตอนเช้าๆ ควรเลือกไปโบสถ์หันหน้าเข้าทิศตะวันออก ช่วงกลางวันแสงแข็งหน่อย ควรไปเก็บภาพงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมในร่ม ทำข้อมูลล่วงหน้าว่าแต่ละแห่งมีอะไรเด่นต้องไปดู แต่ความสำคัญลำดับแรกคือที่ที่จะโดนรื้อหรือบูรณะ

“แต่ผมไม่ชอบแบบนี้นะ” เขาเบรกความคิดเราจนหน้าแทบคว่ำ

นี่น่าจะเป็นวิธีการที่คุ้มค่าคุ้มเวลาสุดไม่ใช่หรอ

“มันดูใจร้ายมากไป เหมือนเราไปเพื่อข้อมูลอย่างเดียว ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนตรงนั้นเลย แต่ก็อยากให้เข้าใจว่ามีเวลาน้อย หลายคนเข้าใจว่าผมอยู่อีสาน แต่จริงๆ ผมทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ สละเวลาวันหยุดมาเก็บข้อมูล ก็ต้องคุ้มค่าสำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างเราด้วย” เบนกล่าวด้วยน้ำเสียงถ้อยที

03

หิมพานต์มาร์ชเมลโลว

วิธีการอันแสนทรหดนี้ แค่ได้ฟังในฐานะลูกเพจผู้เฝ้าติดตามรูปสิมหายากจากหน้าจอโทรศัพท์ก็คิดเหนื่อยหน่ายแทนแล้ว เราทึ่งมากที่มันบั่นทอนกำลังใจของเบนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“ผมมุ่งมั่นอยากนำเสนอสิมให้คนได้เห็น เพื่อสร้างความเข้าใจว่าศิลปะแบบไม่คุ้นเคยก็มีความงามของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นคืออยากเชียร์ให้คนออกไปดูของจริง เพราะพอมีคนมาเยี่ยมชม ชาวบ้านจะเห็นว่าสิมเหล่านี้มีคุณค่า เกิดกะจิตกะใจอยากอนุรักษ์มากกว่าเปลี่ยนแปลงหรือทำลาย”

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

หากเปรียบเป็นขบวนรถไฟ ความสนใจก็เป็นเหมือนหัวจักรแล่นลากขบวนรถแห่งการเห็นค่าและการอนุรักษ์มาด้วยเสมอ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์หิมพานต์มาร์ชเมลโลว เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าน่ารักน่าเอ็นดู ขับรถออกจากบ้านไปตามล่าหาเซลฟี่ลงโซเชียล จึงเกิดความคิดอยากรักษาไว้

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

“เรานำเสนอมาตลอดเพราะเป็นความสนใจของเรา งานประติมากรรมน้องๆ เหล่านั้นถูกลดทอนรายละเอียดลง พญานาคก็ปั้นเหมือนงู ใส่ตาเข้าไปสองข้าง จบ ไม่เหมือนนาคในกรุงเทพฯ ทั้งเกล็ดทั้งหงอน ใส่เครื่องทรงกระจกสีสุดเนี้ยบ เพราะอีสานห่างไกล ความเข้มงวดเชิงขนบจึงลดลงไปมาก แถมช่างท้องถิ่นก็ไม่ได้มีทักษะแพรวพราวมากเท่าช่างหลวง แต่เรื่องศรัทธาไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย”

แอดมินเพจศิลปะเล่าสรุปปรากฏการณ์นี้สั้นๆ ทว่าละเอียดลึกซึ้งสมกับตำแหน่งเพจศิลปะอันดับหนึ่งในใจเรา

“เรานำเสนอมาตั้งหลายปีแล้ว แต่ไม่มีคนสนใจ คงถูกที่ถูกเวลาขึ้นมา แล้วพอมีคนเอาไปทำมีมก็เริ่มเกิดกระแส ตั้งคำถามว่านี่ตัวอะไร รูปร่างน่ารักมุ้งมิ้งดูเป็นมิตร คล้ายๆ คุมะมงหรือริลัคคุมะ”

แม้เนื้อความจะเจือด้วยอารมณ์น้อยใจ แต่เราสัมผัสความปลาบปลื้มใจของคู่สนทนาผ่านน้ำเสียงได้อย่างชัดเจน

และเราก็ดีใจไม่แพ้เขาเหมือนกัน

04

ศูนย์รับ #saveสิม

‘ภาพถ่ายสิมเพื่อการอนุรักษ์ สืบ สาน สิม’

คือคำอธิบายเป้าหมายการทำเพจอันแสนกระชับได้ใจความ แต่แอดมินหนุ่มวัยฉกรรจ์กลับมักก้าวช้าไปกว่าญาติโยมผู้กระหายบุญเสมอ

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
ภาพจำลองการบูรณะวัดมงคลนิมิตร ต.หายโศก อ.บ้านผือ อุดรธานี

“เราห้ามศรัทธาไม่ได้ แต่อยากให้ลองมองคุณค่าเชิงช่างของสิมบ้าง บางครั้งญาติโยมร่วมกันบูรณะ แต่ดันทำผิดวิธี ไม่ได้โทษเขานะเพราะเข้าใจว่าเจตนาดี เพียงแค่เสียดาย เราทำได้แค่ช่วยเผยแพร่ความรู้ต่อไปแบบเป็นกลาง ไม่ชี้นำ เช่น เอาภาพมาลงแล้วบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะดีไหมนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะดีไหมนะ ตั้งคำถามชวนให้ขบคิดหาคำตอบเอง

“อย่างที่มุกดาหาร เอาสีทองไปทาล้อมรอบภาพงานจิตรกรรมไว้ เพราะเชื่อว่าสีทองเป็นสีมงคลแห่งความดีงาม แต่ความจริงไม่ใช่ สีเคมีสมัยใหม่ไม่เหมือนแบบที่เขาใช้วาด สุดท้ายภาพจิตรกรรมเสียหาย”

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
วัดลัฏฐิกวัน บ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ มุกดาหาร

เบนจึงลดทอนรายละเอียดโพสต์ลงเหลือเพียงภาพ ชื่อวัด และพิกัดบนแผนที่ ใจหนึ่งก็เพราะอยากให้ผู้ชมได้เล่นสนุกค้นคว้าข้อมูลดูเอง แต่อีกใจก็เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นเปราะบาง

“มีหลายครั้งผมช่วยเซฟไว้ทัน” คู่สนทนาของเราเปลี่ยนโทน ส่งแววแห่งความภาคภูมิใจออกมาผ่านโทรศัพท์

“พออยู่ในความสนใจของคนหมู่มาก เขาก็ไม่กล้าเปลี่ยน ช่วยไว้ได้หลายที่จนตอนนี้ถ้าหมู่บ้านไหนมีสิมเก่าแล้วจะถูกรื้อ จะถูกทาสี เขาก็กระซิบบอกให้เราช่วยแชร์

“บางวัดพระท่านก็เข้ามาปรึกษาว่าจะดูแลอย่างไร เพราะขึ้นทะเบียนกับกรมศิลป์ไปแล้วเลยทำอะไรไม่ได้ ผมก็แนะนำให้เปิดโบสถ์เพื่อระบายอากาศบ้าง ค้างคาวจะได้ไม่มาอยู่ หรือเป็นไปได้ก็สร้างหลังคามาคลุมไว้ก่อน อย่างน้อยได้ช่วยกันแดดกันฝน”

นี่น่าจะเป็นการเดินทางที่เบนเดินมาไกลกว่าจุดหมายเดิมมาก จากการออกไล่ล่าสิมเพื่อสะสมภาพ สู่การเผยแพร่เพื่อการอนุรักษ์ และการเป็นศูนย์รับ #saveสิม ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สิมทั่วอีสาน

05

มาจากกรมศิลป์หรือเปล่า

“มาจากกรมศิลป์หรือเปล่า”

เป็นคำถามยอดฮิตซึ่งบรรดาพ่อแม่พี่น้องสูผู้สูคนที่ได้เห็นเบนลงพื้นที่ไปตะลอนเก็บภาพถามอยู่บ่อยๆ ปัญหาคือเมื่อชาวบ้านขึ้นทะเบียนสิมเป็นโบราณสถานแล้ว พวกเขาไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขอะไรได้เลย ทำได้แค่รอให้กรมศิลปากรเข้ามาบูรณะเพียงเท่านั้น

รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่ถึงคิวเหลียวแลจากหลวง

สถาปนิกหนุ่มนักถ่ายภาพเปิดใจรับฟังปัญหานี้มาตลอด จนแทบจะเรียกได้ว่ามีคำร้องเรียนติดกระเป๋าเป็นของแถมมากับภาพถ่ายทุกครั้ง

“ผมพยายามบอกว่าให้อดทนรออีกหน่อย เพราะรู้ว่าไม่ใช่ราชการไม่ทำอะไรเลย แต่งบประมาณและจำนวนคนทำงานตรงนี้ไม่สัมพันธ์กับขนาดของพื้นที่และปริมาณโบราณสถานอย่างมาก ทำได้แค่ให้เทคนิคในการดูแลเบื้องต้นแก่พวกเขาไป”

แม้กระโดดเข้ามาโลกออนไลน์ แอดมินหนุ่มก็หนีไม่พ้นประเด็นดราม่า งบประมาณเดินทางช้าว่าศรัทธาบุญ พอซ่อมกันเองก็มาแจ้งจับ หรือขึ้นทะเบียนไว้ก็ไม่เห็นมาซ่อม ทำให้เขาต้องรับบท ‘ทูตกรมศิลป์จำเป็น’ คอยช่วยสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับชาวเน็ต จนกลายเป็นศูนย์ร้องเรียนหรือศูนย์ประสานงานกลายๆ

หมวกอีกใบนอกเหนือจากการเป็นศูนย์รับ #saveสิม ที่แอดมินเพจสิมจำต้องยอมสวมไปโดยปริยายนี้ เขาเต็มใจทำ เพราะเข้าใจทั้งหลวงทั้งราษฎร์ทุกฝ่ายอย่างถ่องแท้ และเชื่อมั่นว่าการประนีประนอมคือวิธีการอนุรักษ์ให้สิมอยู่กับหมู่เราได้นานที่สุด

“อันไหนทำดีผมก็ช่วยบอกต่อ อย่างมีวัดหนึ่งที่ยโสธร สภาพเละมากจนคิดไม่ออกเลยว่าจะซ่อมยังไง แต่กรมศิลปากรบูรณะออกมาได้ดีมาก บางแห่งเราก็เอาภาพมาทำ Before-After เปรียบเทียบว่าเขาทำงานได้เยี่ยม”

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
หอแจกโบราณ บ.โพนงามเกี้ยงเก่า ต.โพนงาม อ.กุดชุม จ.ยโสธร
บูรณะโดยกรมศิลปากร

06

เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ

“ในอนาคต รูปถ่ายของเราอาจมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์” เจ้าตัวแอบกระซิบความเชื่อลึกๆ ในใจ

“เหมือนสมัยก่อนที่เวลาเจ้านายหรือคนใหญ่คนโตเสียชีวิต ลูกหลานจะพิมพ์หนังสือให้ความรู้แจกในงาน ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงชั้นเยี่ยมให้แก่คนรุ่นหลัง วันหนึ่งเราอยากมีแบบนั้นบ้าง อีกอย่าง ถ่ายมาเก็บไว้ดูคนเดียวจะสนุกอะไร สู้เอามาแชร์กันดีกว่า

“ผมหวังลึกๆ ว่ามันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เช่นบางหมู่บ้านจะทำบุญสร้างโบสถ์ใหม่ พอมาเห็นภาพจากเพจเราแล้วเขาอยากบูรณะของเก่าให้ดี หรือสร้างใหม่เป็นสิมแบบอีสานดั้งเดิม ไม่ทำใหญ่โตเกินใช้งานหรือเลียนแบบโบสถ์ภาคกลาง”

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว
วัดพุทธสีมา บ้านกุดฉิม ต.กุดฉิม อ.ธาตุพนม นครพนม

‘เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ’

ประโยคเด็ดจากภาพยนตร์เรื่องดังแล่นฉับเข้ามาสู่สมองทันทีที่บทสนทนาระหว่างเรากับเขาเดินมาถึงตอนท้ายๆ ใจเราค่อยๆ ฟูขึ้นเรื่อยๆ ตลอดการพูดคุยด้วยเหตุผล 2 ข้อ

ข้อแรกคือ เพราะได้แลกเปลี่ยนกับคนผู้หลงใหลอะไรเหมือนๆ กัน (แถมคุยได้สาระและสนุกถูกคอไม่น้อย)

ข้อสองคือ เพราะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจแน่วแน่ของแอดมินหนุ่มคนนี้ได้ชัดเจนตลอดการสัมภาษณ์

ถ้าจะมีใครเป็นตัวอย่างของการสมาทานความเชื่อใดแล้วลงมือทำอย่างแข็งขัน เรามั่นใจว่าคนคนนั้นคือชายคู่สนทนาของเรา

สิม เพจของหนุ่มถาปัตย์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องศิลปะในโบสถ์อีสาน จนถึงหิมพานต์มาร์ชเมลโลว

ภาพ : พุทธิวัฒน์ โชติวุฒิวัฒน์

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

3 มิถุนายน 2564
37 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load