หากพูดถึงหนองคาย ทุกคนจะนึกถึงอะไรกันบ้างครับ

แดงแหนมเนือง ตลาดท่าเสด็จ หรือพญานาค – อาจเป็นคำตอบแรก ๆ ทว่าคนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า หัวเมืองอีสานตอนเหนืออันเงียบสงบและเปี่ยมล้นด้วยประวัติศาสตร์อ ยังมีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่กล่าวไป ทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คน ความเชื่อ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ‘พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ’ จนอาจกล่าวได้ว่า หนองคายเป็นหนึ่งในเมืองพักตากอากาศที่น่าจับตามองของอีสาน

จากการพูดคุยกับ ต่าย-สุระ อนุตรพงษ์พันธ์ และ เมย์-ลลิดา ทองพีระ หนุ่มสาวผู้มีใจรักในงานศิลปะ และผู้ก่อตั้งพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แห่งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ต่ายไปอยู่เชียงใหม่ และมีโอกาสไปเที่ยวสำรวจบ้านของเหล่าศิลปินและอาร์ตแกลเลอรีต่าง ๆ ทำให้เขาหวนนึกถึงบ้านเกิดตัวเอง 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาตั้งคำถามว่า ทำไมหนองคายถึงไม่มีศิลปินหรือพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะบ้าง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ ที่พักสำหรับคนรักศิลปะที่พลาดไม่ได้เมื่อมีโอกาสเยือนหนองคาย

แกลเลอรีเฮาส์

“หนองคายไม่มีพื้นที่ให้ผู้คนได้จัดแสดงงานศิลปะ ได้ปล่อยแสง หรือได้ใช้ความสามารถ ผมเลยอยากทำให้นี่เป็นพื้นที่ที่ศิลปินมารวมกันได้ และผมมองว่าจังหวัดนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน เพราะผู้คนสโลว์ไลฟ์ ดำเนินชีวิตช้า ๆ” ต่ายเปรยความตั้งใจด้วยน้ำเสียงภูมิใจนำเสนอบ้านเกิด

เขาเป็นคนหนองคายแท้ ๆ ในขณะที่เมย์เป็นคนโคราชบ้านเอ็ง ทั้งสองคนเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งความแตกต่างของทั้งคู่ เปรียบเสมือนเมืองหนองคายที่ประกอบไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีชาวเวียดนาม ชาวลาว ชาวจีน และคนพื้นถิ่นอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นเสน่ห์ของหนองคาย

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

หนองคายมีศิลปินและคนทำงานในแวดวงศิลปะอยู่พอสมควร แต่ส่วนใหญ่มักผันตัวไปทำอาชีพอื่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ – นี่คือคำบอกเล่าของต่าย ผู้ตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดด้วยเหตุผลว่า เขาเป็นคนติดครอบครัว คิดถึงการทำกิจกรรมกับเพื่อน และคิดริเริ่มให้มีพื้นที่ทางศิลปะในหนองคาย 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากสร้าง ‘แกลเลอรีเฮาส์’ ขนาดเล็กที่นี่ ซึ่งเขาทราบดีว่าการเป็นแกลเลอรีเพียงอย่างเดียวไม่อาจหล่อเลี้ยงตัว จึงสร้าง คาเฟ่ โรงเรียนสอนศิลปะและโฮสเทลขึ้นมา

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาเลือกเปลี่ยนอาคารเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี และสวยงามตามฉบับสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ผสมผสานกับความเป็นจีนและเวียดนาม อาคารแห่งนี้ถูกใช้งานมาอย่างครบฟังก์ชัน ตั้งแต่เป็นบ้านของคู่บ่าวสาวสำหรับแต่งงานออกเรือน ร้านอาหาร ออฟฟิศสำนักงานคลังจังหวัด ตลอดจนมูลนิธิอิสระ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เป็นเวลานานกว่า 9 ปี อาคารถูกปล่อยทิ้งร้างให้กาลเวลากลืนกินความสวยงาม ทิ้งไว้เพียงความผุพังและความลึกลับ จนผู้คนแถวนั้นให้สมญานามว่า ‘บ้านผีสิง’ (ต่ายพูดเช่นนั้น) โดยภายหลัง ต่ายยื่นโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่แห่งนี้กับเจ้าของอาคาร พวกเขาเริ่มรีโนเวตพื้นที่และอาคารทั้งหลัง ขณะเดียวกันก็พยายายามคงเสน่ห์และสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากต่ายกังวลเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้า ตลอดจนการปรับปรุงเพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการตกแต่งภายใน การดำเนินงานซ่อมแซมจึงครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างของตัวอาคาร ระบบประปา จนถึงระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

ก่อนทำโฮสเทล พวกเขาไม่เคยลองนอนในโฮสเทลกันมาก่อน แต่สร้างโฮสเทลสายอาร์ตแห่งใหม่ในเมืองหนองคายได้อย่างน่าประทับใจ แถมเป็นตัวของตัวเองสูง โชคดีที่เขาเป็นสถาปนิกผู้มีความรู้และความสามารถด้านการออกแบบ เหนือสิ่งอื่นใด คือวิสัยทัศน์และจินตนาการอันเปี่ยมล้น

มากกว่าบ้านศิลปิน

“คอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ บ้านศิลปินและศูนย์รวมของศิลปะทุกแขนง” – นิยามของที่นี่

เขาใส่ใจรายละเอียดทั้งภายนอก ภายใน รวมถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับผู้คน

จากประตูทางเข้าหลัก มีคาเฟ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ซึ่งเคยเป็นโรงจอดรถมาก่อน ทว่าต่ายและเมย์ได้พัฒนาให้เป็นคาเฟ่สำหรับให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ตัวอาคารหลักมี 2 ชั้น ชั้นบนและชั้นล่างแบ่งเป็นห้องพักต่าง ๆ ประเภทที่ไม่มีห้องน้ำในตัว ห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวมีเพียงห้องเดียวเท่านั้น ทั้งอาคารรองรับผู้เข้าพักได้ 32 – 34 คน แต่ละห้องมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป โดยมีคอนเซ็ปต์คือตั้งชื่อตามศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

โดยมีการตกแต่งตามห้องพักเป็นธีมของศิลปินนั้น ๆ ผสมผสานกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลป์โสภา เช่น ห้องเฉลิมชัย ห้องกุสทัฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ห้องปิกัสโซ (Pablo Picasso) ห้องวินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) และห้องมอเน (Claude Monet)

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ความพิเศษคือชั้นสองของอาคารหลัก นอกจากเป็นห้องพักแล้ว ยังเป็นแกลเลอรี จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่น นักเรียน และนักศึกษาในเมืองหนองคาย ส่วนทางด้านหลังของตัวอาคารหลัก แบ่งเป็นร้านค้าสำหรับงานศิลปะ งานคราฟต์ และเป็นโรงเรียนสอนศิลปะของเมย์ด้วย

ศิลป์โสภาไม่ได้เป็นเพียงที่พักของคนที่หลงใหลงานศิลป์เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนทำกิจกรรมร่วมกันอย่างกลมกลืน โฮสเทลแห่งนี้เป็นมากกว่า ‘บ้านศิลปิน’ ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้บริการได้หลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย รวมถึงกลุ่มเป้าหมายใหญ่อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการหลักที่มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

“ทุกวันนี้ลูกค้าที่เข้ามาเขารีเสิร์ชมาก่อน และเขารู้ว่าสิ่งที่จะได้รับมันตอบโจทย์เขาหรือเปล่า ส่วนใหญ่คนที่มาพักมักเป็นคนที่เข้าใจและอยากสัมผัสสิ่งที่เราเป็นมากกว่าถามหาทีวีหรือตู้เย็น” ต่ายเล่า

“เรามองว่าเสน่ห์ของที่พักขนาดเล็ก โดยเฉพาะศิลป์โสภา ให้ความรู้สึกเหมือนนอนบ้านญาติ บ้านเพื่อน พี่น้อง เราทำให้บ้านของเราเหมือนบ้านแขกที่มาพักได้” เมย์พูดถึงเสน่ห์ของบ้านหลังนี้

เสน่ห์ที่มากกว่าบ้านศิลปิน คือการมาพักที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน แถมได้เพื่อนใหม่

ทำสิ่งที่รัก

“เราอยากเป็นพื้นที่หนึ่งที่ส่งเสริมกิจกรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการใหม่ ๆ ให้น้อง ๆ และคนที่มาจากต่างจังหวัดได้เห็น ว่าสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดนั้นทำเพื่อพวกเขา”

คำบอกเล่าที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และมีวิสัยทัศน์ของเมย์ ทำให้เห็นว่าศิลป์โสภาเป็นพื้นที่สำหรับแสดงออกทางศิลปะ มีส่วนร่วมในการผลักดันศักยภาพของคน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างงานในเมืองตากอากาศแห่งนี้ และแสดงออกให้ทุกคนรู้ว่า ‘หนองคายไม่ได้มีแค่แหนมเนืองหรือพญานาค’

สิ่งสำคัญคือ ที่นี่มี ‘ช็อป’ สำหรับลูกค้าและคนที่สนใจอยากทำงานศิลปะ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมจรรโลงใจ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน ปั้นเซรามิก หรือแม้แต่งานจักสาน ซึ่งเมย์นำเอาดีไซน์ไปให้กลุ่มแม่บ้านที่ทำงานจักสานอยู่แล้วได้ลองทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนั้นนำมาวางขายเพื่อให้กลายเป็นของฝาก พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างงานและการกระจายรายได้สู่ชุมชน

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

จากการพูดคุยกับต่ายและเมย์ถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับเด็ก เยาวชน และคนอีกมากมาย มีอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาพยายามส่งเสริมมาโดยตลอด คือการผลักดันให้เกิดความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยว กลุ่มแม่บ้าน ศิลปินท้องถิ่น หรือคนขับรถรับส่งเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับเด็ก เยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมค้นหาตัวตนหรือพัฒนาศักยภาพของตัวเองในด้านต่าง ๆ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานพักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่ส่งเสริมเด็ก ๆ ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลปะ’ 

“เรามีช่องทางติดต่อศิลปินและน้องนักศึกษา สำหรับคนที่สนใจผลงานของพวกเขา เราเปิดพื้นที่ให้เขาจัดแสดงผลงานฟรี หรือหากเป็นน้องฝึกงาน เราก็ให้โอกาสเขารังสรรค์เมนูต่าง ๆ ในคาเฟ่ 

“เราต้องการแสดงจุดยืนของตัวเอง ว่าหากคุณมีความสามารถให้เอาออกมาใช้ เราไม่ได้มองว่าเขาต้องจบ ป.ตรี ป.โท แต่เราสนใจในความสามารถของเขา เพราะฉะนั้น เวลาสัมภาษณ์งานหรือจะให้น้อง ๆ ทำงานอะไร เขาต้องรู้ว่าก่อนว่าตัวเองมีดีอะไร แล้วเราจะช่วยดึงศักยภาพของเขาออกมา”

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

ผมฟังแล้วยิ้มด้วยความชื่นชม ในขณะที่เมย์กำลังบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง

“เราไม่ได้คำนึงถึงกำไรเป็นอันดับแรก แต่เราทำในสิ่งที่เรารักก่อน พอเราทำในสิ่งที่รัก สิ่งนั้นจะตามมาด้วยเงินหรือผลกำไร เราสอนน้อง ๆ คนในองค์กรและครอบครัวของเราเสมอว่า ต้องรู้ก่อนว่าชอบอะไร พองัดสิ่งที่มีออกมาได้ ตรงนั้นแหละจะทำให้เรามีอาชีพ และเมื่อทำในสิ่งที่รัก เราจะทำได้ดี”

เมย์เสริมด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของการลงมือทำในสิ่งที่เธอรัก และพร้อมจะส่งเสริมพลังงานที่ดีเหล่านี้สู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในหนองคายต่อไป

ให้และรับ

“เราว่ามนุษย์ควรได้รับอะไรที่มากกว่านี้ อิสระ เสรีภาพหลาย ๆ อย่าง ทั้งความคิด ความกล้าแสดงออก พอไม่มีสิ่งเหล่านั้น เลยทำให้เด็กไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร แล้วก็อายที่จะบอกว่าตัวเองมีดีอะไร”

เมย์หนักแน่นกับอุดมการณ์และจุดยืนที่ว่าศิลป์โสภาจะให้อะไรกับคนในสังคม

ขณะที่ต่ายมองอีกมุมว่า ‘ความชอบส่วนตัว’ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยากลุกขึ้นมาผลักดันศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดบ้านเกิด ตลอดจนการทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายได้ที่โฮสเทลแห่งนี้

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

“เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า ให้กับน้อง ๆ พนักงาน บุคลากรในองค์กร และนักท่องเที่ยว ให้เขามีแรงบันดาลใจทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปะก็ได้ แต่พอเขาได้มาพักหรือมาใช้พื้นที่ตรงนี้ เขาอาจได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะกลับไปขับเคลื่อนชีวิตของเขา”

เราอมยิ้มกับสิ่งที่เขาพยายามเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ผ่านเลนส์ศิลปะ

หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว คนในเมืองหนองคายอาจไม่คุ้นชินกับการเกิดขึ้นของที่นี่ ในขณะที่ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และเยาวชนในพื้นที่กลับให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจากการพูดคุยกับผู้ก่อตั้งโฮสเทล ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ของศิลปะ และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อให้โอกาสกับคนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

สิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ที่พักธรรมดา ๆ กล่าวคือ ศิลป์โสภาเปรียบเสมือนเกษตรกรผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่า ‘เมล็ดแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ’ เมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้เจริญเติบโตจากจุดเล็กที่สุด ไปสู่การสร้างพลังขับเคลื่อนบางอย่างให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในอนาคต ที่พักแห่งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แบบนี้มากขึ้นในเมืองหนองคายก็เป็นได้

ผมเชื่อว่าหากทุกคนได้ลองมาพักกาย พักใจกับ ศิลป์โสภา ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การพักผ่อน เพราะที่นี่ให้ในสิ่งที่เงินตราซื้อไม่ได้ คือ ความอบอุ่นและความสุขกายสบายใจ

ประสบการณ์ที่มากกว่า

ผมขอให้ต่ายและเมย์ให้คำแนะนำ 3 ข้อ สำหรับคนที่อยากทำโฮสเทลหรือที่พักขนาดเล็ก

ต่ายบอกกับผมว่า ข้อแรกที่สำคัญที่สุด คือ ตัวตนและแนวคิดของโฮสเทล ข้อสอง คือ การมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าของกิจการกับลูกค้า และข้อสาม คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทางธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ระหว่างโฮสเทลกับอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตไปพร้อม ๆ กัน 

เมย์มองว่าความเป็นตัวเอง การมีใจรักในงานบริการ และต้องตอบโจทย์ลูกค้า โดยแนะนำให้คนที่อยากเปิดโฮสเทลถามตัวเองว่า ถ้าลูกค้าเข้ามาพัก อยากให้เขาได้รับประสบการณ์ใดกลับไป

“ตอนเราไปพักที่อื่นเราก็คาดหวังเหมือนกัน หลังจากเข้าพักเราจะถามตัวเองเสมอว่า เราได้อะไรจากที่นี่ มันเป็นเรื่องที่มากกว่าธุรกิจ แต่คือแรงบันดาลใจจากตัวตนของเจ้าของธุรกิจนั้นด้วย”

สถาปนิกสาวกล่าวปิดท้ายพร้อมแววตาที่เป็นประกาย

ทุกคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ช่วงเวลาของความสุข มักจะผ่านไปเร็ว’ กันไหมครับ

หากเคย นี่คงเป็นสิ่งที่ผมใช้อธิบายความรู้สึกหลังจากได้พูดคุยกับต่ายและเมย์ ผู้บอกเล่าเรื่องราวของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ บ้านศิลปินในโลกของคนรักศิลปะ ณ เมืองหนองคาย พร้อมแนวคิดที่อยากส่งเสริมการมีส่วนร่วมของโฮสเทลกับผู้ใช้บริการ ตลอดจนการให้ประสบการณ์แก่คนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

3 Things
you should do

at ศิลป์โสภา

01

เดินสัมผัสวิถีชีวิตยามเย็นของคนท้องถิ่น ที่ ถนนคนเดินหนองคาย (ตลาดแคมของ) ที่นี่มีร้านรวงมากมายและอาหารไทย ลาว เวียดนาม เมนูแนะนำ คือ ข้าวจี่ปาเต้ (ขนมปังฝรั่งเศสทรงเครื่องแบบลาว) พันหอม (ผักกาดหอมห่อไข่ เนื้อ และผักสไตล์เวียดนาม) และ จะกระยอสด (เปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม)

02

ลองลิ้มรสแหนมเนืองเจ้าแก่ในหนองคาย ที่ แดงแหนมเนือง จากอดีตเคยเป็นร้านอาหารเวียดนามเล็ก  ๆ โดยสองสามีภรรยาชาวเวียดนามตั้งถิ่นฐานในหนองคาย จนขายดิบขายดีและพัฒนามาเป็นร้านใหญ่โต เปิดมามากกว่า 50 ปี ปัจจุบันดูแลโดยทายาทรุ่นสอง

03

ไปสักการะ หลวงพ่อพระใส ณ วัดโพธิ์ชัย ถึงถือว่ามาถึงหนองคาย เพราะหลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก (โลหะสำริดที่มีทองเป็นส่วนผสมหลัก) มีความสำคัญในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและปาฏิหาริย์อันเลื่องลือ

ศิลป์โสภา

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

รักอิสระ มุกดาม่วง

เป็นคนจังหวัดอุดรธานี-ถิ่นภาคอีสาน โดยกำเนิด รักอิสระเคยดร็อปเรียนตอนมัธยมแล้วไปเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา 1 ปี ชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ่ายรูป และสนใจภาพเชิงสารคดีเป็นพิเศษ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load