ไม่แน่ใจว่าหลายคนเคยประสบปัญหาเดียวกับเราไหม พอถึงคราวจะนอน ตาและสมองเหมือนไม่เป็นใจ เอามือควานหยิบโทรศัพท์เปิด YouTube หาอะไรดูไปเรื่อยจนดึกดื่น แชนแนลที่เราชอบมากคือ Liziqi channel หญิงสาวชาวจีนที่ทำนู่นนี่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งานบ้าน อาหาร งานฝีมือ จนถึงงานประดิษฐ์หนักๆ ที่คาดไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะทำได้ งานฝีมือขั้นสุดยอดของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากลองทำเองบ้าง และ ใช่ พอเราหลับ ความอยากในคืนนั้นก็หายมลายสิ้น 

แต่ผู้ชายที่ชื่อ ภัทร-วีรภัทร ธีระวุฒิชัย เขาใช้เวลาบ่มเพาะความอยาก และเรียนรู้กับปรมาจารย์ YouTube ด้วยตัวเองกว่า 1 ปี จนเกิด Siamwoodworker ซึ่งตั้งใจอยากให้เป็นทั้งพื้นที่แลกเปลี่ยน พูดคุยเรียนรู้เรื่องไม้ ศูนย์รวมอุปกรณ์งานไม้แบบครบครัน ชนิดที่เดินเข้ามาแบบตัวเปล่าแต่กลับบ้านแบบอิ่มหนำจุใจ

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง

เป็นเวลากว่า 3 ปีของคลื่นลูกเล็กๆ ที่พยายามขับเคลื่อนวงการงานไม้ไทย และดึงศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกคนก็สร้างสรรค์งานไม้ของตัวเองได้ หากมีความรู้ เครื่องมือ และเพื่อนสักคนที่เคียงข้างทำงานไม้ไปด้วยกัน และ Siamwoodworker คือเพื่อนคนนั้น 

เอาล่ะ ถ้าคุณเคยคิดอยากจะมีโต๊ะทำงานตัวโปรด กล่องเครื่องประดับสำหรับคนพิเศษ เก้าอี้สตูลของลูกชาย และสารพัดงานไม้ในฝัน Experience Store พร้อมช่วยคุณให้เป็นจริง

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ภัทร เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบจากคณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบภายใน รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ ตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อระดับปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรม Architectural Association School of Architecture (AA) ลอนดอน สหราชอาณาจักร

แม้ภัทรจะเติบโตท่ามกลางวิชาความรู้ด้านออกแบบ แต่ความหลงใหลงานไม้ไม่ได้เริ่มจากตรงนั้น

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง
Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง

“พอเราเรียนจบมา ก็ช่วยแม่ออกแบบภายในให้โรงแรมที่ประจวบฯ คุมงานก่อสร้าง อาคาร เราทำโรงแรมประมาณห้าหกปี สนุกมากนะตอนที่ออกแบบ ตอนได้สร้าง ตอนได้คุมงานเอง เพราะมันเป็นฝันของสถาปนิกทุกคน แต่ก็สนุกช่วงเริ่มต้น พอทำงานดูแลโรงแรมไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่านี่ไม่ใช่ Nature ของเราเลย” ภัทรเล่า

ภัทรเผชิญหน้ากับความเครียดจากงานบริหารโรงแรม จนทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำไม่มีความสุข

“ช่วงหนึ่งเครียดมากเลยนะ เลยพยายามจะหาอะไรทำ กลับไปย้อนมองว่าที่เราเรียนมา งานสถาปัตย์ งานออกแบบภายใน เราพอจะเอาความรู้มาทำอะไรได้บ้าง ช่วงแรกเราเลยพยายามจะทำเฟอร์นิเจอร์เอง เริ่มจากไม้นี่แหละ เพราะมันทำงานง่ายดี เรามองว่างานไม้มีเสน่ห์ เปลี่ยนรูปวัสดุได้ง่าย แล้วก็แอบช่วยเรื่องจิตใจเราเหมือนกัน มันทำให้เราสงบขึ้น อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น ก็เลยเป็นที่มาว่าเราเริ่มทำงานไม้จากตรงนี้”  

ภัทรเล่าว่างานไม้ที่เขาชอบมากที่สุด คืองานไม้ที่ทำให้ครอบครัว อย่างเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ตู้เก็บของ และโต๊ะกินข้าวที่ภัทรทำขึ้นในวันเกิดของลูกชาย หากโต๊ะตัวนี้มีอายุการใช้งาน 50 ปี ลูกชายภัทรก็อายุ 50 ปีเช่นกัน

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง
ลูกชายและโต๊ะกินข้าวที่เกิดในวันเดียวกัน 

ปรมาจารย์สอนงานไม้ของภัทรก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือปรมาจารย์ YouTube นั่นเอง

ไม่ว่าจะแชนแนล The Wood Whisperer หรือ แชนแนลงานไม้กลิ่นอายแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง ISHITANI FURNITURE และอีกเยอะมาก ภัทรใช้เวลาบ่มเพาะความคันไม้คันมือจาก YouTube เป็นเวลากว่า 1 ปี จนสุดท้ายทนไม่ไหว อยากลองประดิษฐ์งานไม้เองบ้าง จึงเริ่มศึกษา อ่านหนังสือ How-to หยิบจับอุปกรณ์ ลงมือทำเอง 

“งานคราฟต์ประหยัดแถมยังเท่ เราทำเองโว้ย แล้วมันมีชิ้นเดียวในโลก” ภัทรเล่าพลางหัวเราะ

พอเริ่มลองทำไปเรื่อยๆ ก็เจอช่องโหว่ ทำไมประเทศไทยไม่มีพื้นที่ เครื่องมือ และชุมชนงานไม้เลย 

“อุตสาหกรรมงานไม้ที่อเมริกาใหญ่มาก ใหญ่เสียจนมีบริษัทผลิตเครื่องมือที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ว่าในประเทศไทยไม่มีเลย ซึ่งสวนทางกับดีมานด์ เพราะมีคนที่สนใจเกี่ยวกับงานไม้เยอะมาก แล้วมันก็กลายเป็น Pain Point ตรงที่คนอยากจะทำงานไม้ เขาต้องเริ่มยังไง ต้องใช้เครื่องมือแบบไหน นั่นเลยทำให้เราต้องย้อนกลับมาดูตลาดไทย ที่ขายเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือ Know-how มันไม่มีเลย แบบไม่มีเลยจริงๆ” ภัทรเล่าความในใจจากการสำรวจตลาด

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง

ช่องว่างของความต่างนี้เอง ทำให้ภัทรมองเห็น Business Opportunity ในงานไม้ 

ภัทรเริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำเข้าอุปกรณ์-เครื่องมืองานไม้จากหลายประเทศ แม้ราคาสูงกว่าที่ขายทั่วไปในตลาดเมืองไทย แต่คุณภาพและประสิทธิภาพต้องยกนิ้ว มีคนรักงานไม้แวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสายจนเป็นที่รู้จัก

“กบไสไม้ในเมืองไทยตัวละสามร้อยสี่ร้อยบาท แต่ใช้งานจริงแทบไม่ได้ เรานำเข้ามาขายจากญี่ปุ่น จีน อเมริกา ขายตัวละสี่พัน ห้าพันบาท ผลตอบรับดีเลยนะ และช่วงปีที่ผ่านมา เราอยากจะให้มันเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น ก็เลยนำเข้าอุปกรณ์ตัวอื่นเข้ามาขายเยอะ และตั้งเป้าหมายของตัวเองชัดเจนว่าอยากเป็นกึ่งๆ One Stop Service 

“ลูกค้าเดินมาหาเรา เขาเริ่มต้นจากศูนย์ เราสอนทุกอย่างให้เลย ไม่ว่าจะความรู้หรือเครื่องมือ จนเขาสามารถสร้างงานชิ้นแรกของตัวเองขึ้นมา และเราจะอยู่ทำงานไม้กับเขาจนกว่าเขาจะเลิกทำ” ภัทรเล่าความตั้งใจ

Siamwoodworker จึงเกิดขึ้นภายใต้ความฝันของภัทร ที่อยากมีพื้นที่เชื่อมโยงคนรักงานไม้เข้าด้วยกัน

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง

เมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งความรู้ เครื่องมือ-อุปกรณ์ และประสบการณ์ รวมกันเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ภัทรภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ Siamwoodworker Experience Store พื้นที่สร้างประสบการณ์สำหรับคนรักงานไม้ มีโซนจำหน่ายเครื่องมือจากช่างฝีมือในประเทศไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงโซนสำหรับเวิร์กชอปและคอร์สเรียนงานไม้

“ตอนนี้เครื่องมือเราค่อนข้างครบแล้ว ตั้งเป้าว่าปีหน้าจะเริ่มผลิตสินค้าและออนไลน์คอร์ส เพื่อให้คนทำงานไม้ชิ้นแรกได้ภายในสามนาทีอย่างที่สัญญาไว้ อนาคตจะมีคอร์สที่ละเอียดมากขึ้น ประณีตมากขึ้น ซึ่งเราดูแลเองทั้งสองด้าน ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ แล้วก็ Soft Skills เหมือนเราขึ้นบันไดไปด้วยกันเรื่อยๆ กับเขา” ภัทรพร้อมอยู่เป็นเพื่อนคนใจไม้

Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง
Siamwoodworker พื้นที่ของคนรักงานไม้ ขายตั้งแต่เครื่องมือยันสอนสร้างงานแรกของตัวเอง

การใช้เวลาอยู่กับงานไม้ งานฝีมือ ที่แทบต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตัวเอง ทำให้ภัทรตกตะกอนทางความคิดกับตัวเองถึงเรื่อง การไปแตะยอดสูงสุดของ ‘สามเหลี่ยมมาสโลว์’ (Maslow’s Hierarchy of Needs) 

“เราเชื่อมากๆ เรื่องของสามเหลี่ยมมาสโลว์ มันคือลำดับขั้นของความต้องการทางจิตวิทยา ฐานล่างสุดมันคือการอยู่รอดในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ยอดบนสุดจะใช้คำว่า Self-actualization พระพุทธเจ้าใช้คำว่า ‘นิพพาน’ เหมือนการเข้าใจตัวเอง และเราเชื่อว่า Siamwoodworker จะช่วยให้คนไปแตะสามเหลี่ยมยอดบนสุดของตัวเองได้ 

“สุดท้ายแล้วมนุษย์ต่างจากสัตว์ตรงที่เราใช้เครื่องมือเป็น เราสร้างสรรค์ได้ เมื่อสองอย่างมารวมกัน เราเลยดูเหนือกว่าสัตว์โลกทั้งปวง ฉะนั้น การที่เราช่วยให้ลูกค้าเราเข้าใจศักยภาพของตัวเอง เข้าใจว่าคุณสามารถสร้างสรรค์ได้นะ โดยใช้เครื่องมือที่เราจัดเตรียมให้ คุณก็สร้างสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของคุณออกมาได้ อันนี้สำคัญมาก เพราะมันเป็นสุดยอดของ Creation และคงเสียดายมากหากไม่มีโอกาสได้ทำ” ภัทรเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพและลงมือทำมันได้

เราชอบโควตจากเรื่อง Ratatouille (2007) ที่กล่าวว่า ‘ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้’ ทำให้ฉุกคิดถึงคำทิ้งท้ายของภัทรว่า 

“จริงๆ ของพวกนี้ทุกอย่างมันฝึกได้ สมองเรามีเซลล์เท่ากันหมด เพราะฉะนั้น ถ้าคุณทำมันมากพอ คุณก็จะทำคล่องขึ้นเรื่อยๆ และถ้าคุณเห็นของสวยงามมากพอ คุณก็จะทำมันได้สวยงามขึ้นเรื่อยๆ แค่นั้นเอง”

ขอกล่าวทิ้งท้ายให้คล้องจองเสียหน่อยว่า Siamwoodworker เชื่อเสมอว่า “ไม่ว่าใครก็ทำงานไม้ได้” 

Siamwoodworker Experience Store 

ที่ตั้ง : 594/84 โครงการเฮาส์ เดอะ ฮัมบูร์ก ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 2260 2081

Experience Store กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ช้อปปิ้งออนไลน์เตรียมอุปกรณ์ไว้ก่อนนะ

เว็บไซต์ : siamwoodworker.com

Facebook : Siamwoodworker 

Instagram : siamwoodworker 

Line OA : https://lin.ee/LrySOk

ภาพ : วีรภัทร ธีระวุฒิชัย

Writer

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ซอยวานิช 1 หรือสำเพ็งเต็มไปด้วยร้านขายของส่งสารพัด ซึ่งซบเซาลงไปด้วยพิษโรคระบาด และการซื้อของออนไลน์ ซึ่งแพร่กระจายไปบ้านแทบทุกหลังยิ่งกว่าไวรัส

ตอนนี้ย่านสำเพ็ง-เยาวราช กำลังเข้าสู่บทใหม่ จากย่านซื้อขายของราคาย่อมเยา เริ่มขยับสู่การเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรมอาหารโฉมใหม่

ย่ำเท้าเข้าซอยเล็กแคบ ผ่านร้านขายรองเท้า กระเป๋า และของเล่นนานา คุณจะพบ ‘Restaurant.Potong’ ร้านอาหาร Fine Dining และบาร์หรูเท่เบื้องหลังประตูเหล็กยืด ของ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม ร่วมกับสามี ต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ 

จากห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูล สู่ตึกให้เช่าสำหรับร้านขายรองเท้า วันนี้ทายาทรุ่นที่ 5 กลับมาพลิกโฉมตึกโบราณอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสวยสดงดงาม แถมเยียวยาท้องที่หิวโหยหรือหัวใจใฝ่หาที่จิบความเพลิดเพลินด้วยความอร่อย

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ห้างขายยาแห่งความทรงจำ

ปู่เทียด (ปู่ของปู่) ของเชฟแพมเป็นคนฮกเกี้ยน เดินทางมาจากหมู่เกาะจินเหมินหรือคีมอย ไต้หวัน ราว 160 ปีที่แล้ว เพื่อมาค้าขายที่เมืองไทย และจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจยาจีนยี่ห้อ ‘ปอคุนเอี๊ยะบ๊อ’ โดยใช้สูตรลับจากบ้านเกิด เมื่อก่อร่างสร้างตัวได้จึงสร้างตึก 5 ชั้นครึ่งสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน เป็นร้านขายและผลิตยาจีนชื่อ ‘ห้างขายยาโพทง’ โดยชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย นับเป็นบ้านหลังแรกของตระกูลนี้ในสยาม ตั้งแต่สมัยเยาวราชยังเป็นทุ่งนา นับเป็นตึกที่สูงมากในยุคนั้น 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong

กิจการร้านขายยารุ่งเรืองมาก ย่านสำเพ็ง-เยาวราช ก็พลุกพล่านมากขึ้น จนต้องขยับขยายจนเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านเทพารักษ์ ซึ่งภายหลังผลิตแต่ยาน้ำสำหรับสตรีเท่านั้น 

เมื่อสมาชิกมากขึ้น ครอบครัวอุทารธรรมรุ่นสามย้ายไปอยู่สุขุมวิท 33 ตึกเดิมของตระกูลใจกลางสำเพ็งจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นร้านขายรองเท้า โดยคุณปู่ของเชฟแพมให้เช่าเฉพาะชั้นหนึ่งและสองเท่านั้น ด้านบนปิดล็อกเก็บของเก่า อาทิ ขวดยา ภาพวาด สมุดบัญชี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไว้เต็มไปหมด เมื่อร้านขายรองเท้าเลิกกิจการ เชฟแพมได้มาดูอาคารจึงตัดสินใจเช่าตึกจากคุณปู่ และเปิดร้านอาหารหรูเท่ขึ้นใจกลางไชน่าทาวน์ โดยได้แรงบันดาลใจจากย่านชุมชนของนิวยอร์ก ที่ตัวเธอเองได้ไปเรียนรู้และฝึกฝนวิชาทำอาหาร 

“แพมมีฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากทำร้านอาหารของตัวเองให้ได้มิชลินมานานแล้ว แต่ยังหาจังหวะชีวิตไม่เจอ คุณพ่อคุณแม่เคยชี้ให้ดูตึกนี้ตอนเด็กๆ แต่เราก็ไม่เคยเข้ามา พอได้เข้ามาเห็นก็รู้เลยว่านี่จะเป็นร้านที่เราจะภูมิใจ และทุกอย่างที่เราเรียนรู้มาจะเอามาลงที่นี่” เชฟหญิงผู้ศึกษาอาหารตะวันตกมาอย่างโชกโชนอธิบาย

“การกินอาหารก็เหมือนการเล่าเรื่อง ความทรงจำของที่นี่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ แต่มีมานานแล้วจริงๆ ตึกนี้มีเสน่ห์มาก อยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกเหมือนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์นิดๆ ผ่านทั้งตึกและอาหาร”

กว่าจะออกมาเป็น Restaurant.Potong ต้องใช้เวลา 2 ปีครึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว เนื่องจากการรีโนเวตตึกเก่ายากกว่าสร้างตึกใหม่ ผ่านการตัดสินใจหลายครั้งร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรว่าอะไรควรเก็บ อะไรต้องทิ้ง และอะไรต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในตึกแคบยาวที่มีพื้นที่รวมราว 500 ตารางเมตร โดยหลักๆ เก็บโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแรงมากไว้ทั้งหมด และตกแต่งแนว Juxtaposition เก็บของเก่าไว้เคียงคู่กับของใหม่ให้สอดรับกัน ผนังมีทั้งสีเดิมที่สวยด้วยกาลเวลา และลวดลายใหม่ที่งดงาม 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ตึกเก่าเล่าใหม่

จากร้านรองเท้าสีเขียวสดใส เมื่อถอดแผ่นปิดออก ป้ายห้างขายยาโพทง ที่ติดไว้เมื่อ 120 ปีที่แล้วก็ได้อวดโฉมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าร้าน จะเห็นโปสเตอร์ร้านยากับเก้าอี้เก่าของร้านด้านหน้า ให้เว้นระยะหลบความวุ่นวายของตรอกเล็กๆ ด้านนอก 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นแรกนี้เพดานสูงโปร่งเคยเป็นหน้าร้านขายยา ทั้งยาสำหรับสตรี ยาสำหรับบุรุษ และยาหม่อง ส่วนด้านหลังมีห้องหลบภัยที่มีกำแพงหนาใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นบาร์คอมบูฉะและที่นั่ง ซึ่งใต้พื้นทำระบบใหม่ทั้งหมดจนเอี่ยมอ่อง ด้านหลังมีลิฟต์เล็กๆ ที่ทำใหม่เพื่อตึกนี้โดยเฉพาะ และห้องน้ำที่ทำใหม่ทั้งหมด สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือตู้เซฟเก่า แม่พิมพ์ตราปอคุนเอี๊ยะบ๊อ และขวดแก้วสำหรับบรรจุยา ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งร้านและใส่สบู่ในห้องน้ำกับแอลกอฮอลล์ล้างมือ

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

“ตอนแรกอยากวางครัวไว้ชั้นหนึ่ง แต่พอเปิดฝ้าขึ้นไปเห็นเพดานสวยมาก เราเลยตัดสินใจเก็บไว้แล้วย้ายครัวไปชั้นสาม และอนาคตที่ตรงนี้จะทำอาหาร A la carte รับคน Walk-in ได้ค่ะ” เชฟแพมเอ่ยก่อนพาขึ้นบันไดไม้ไปสู่ชั้นถัดไป 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นสองเป็นห้องรับประทานอาหาร ปัจจุบันตกแต่งด้วยขวดยาเก่า ภาพถ่ายเก่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ปรุงยาและเก็บสต็อกยา พนักงานแต่ละคนจะรู้แค่ขั้นตอนของตัวเอง แต่ไม่รู้สูตรทั้งหมด ถ้าสังเกตพื้นจะเห็นช่องไม้ที่เจาะตรงกันแต่ละชั้น ในอดีตเป็นช่องไว้ตะโกนคุยกันและส่งของข้ามชั้น แต่ปัจจุบันปิดไว้แล้ว โดยภาพสเก็ตช์ที่ตกแต่งรอบๆ ร้านและอยู่บนเมนู เป็นฝีมือน้องของคุณปู่ ซึ่งเรียนจบจากอเมริกา

ชั้นสามที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ในอดีตด้านหน้าเป็นห้องทำงานหรือออฟฟิศของคุณปู่ ซึ่งมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู มีระเบียงกว้างขวาง ปัจจุบันฟังก์ชันของห้องนี้เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันยังเก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างโต๊ะทำงานและแท่นบูชา ซึ่งบนป้ายมีภาพกวนอูที่นับถือ มีอักษรจีนมงคลรอบๆ ว่า 普通大薬房

普通 สื่อถึงชื่อร้านว่า โพทง แปลว่า Simple หรือ Ordinary 大 ต้า แปลว่า ใหญ่ 薬 เย่า แปลว่า ยา 房 ฝาง แปลว่า ห้อง แปลรวมๆ ได้ว่าร้านขายยาโพทง หรือร้านขายยาธรรมดา จึงยืมความหมายเรียบง่ายมาเป็นชื่อร้านตราบจนทุกวันนี้

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เนื่องจากโลโก้ของตึกเป็นรูปเสือโคร่งสองตัวโอบลูกโลก สื่อถึงตัวปู่เทียดและย่าเทียดซึ่งเกิดปีเสือทั้งคู่ ผนังของชั้นสามเพนต์ใหม่เป็นรูปเสือดาวตัวเมีย 8 ตัว สื่อถึงความมงคลและการสืบทอดของทายาทเพศหญิง เพราะถ้าใช้เสือโคร่งจะดูดุดันไปหน่อย เชฟแพมเลยตีความเสือใหม่ในรูปแบบของตัวเอง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ด้านหลังชั้นสามเคยมีห้องนอนเล็กๆ และห้องน้ำ ปัจจุบันปรับเป็นห้องครัว และห้องหมักดองของจำพวกซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู โคจิ มิโสะ เนื้อดรายเอจ และวัตถุดิบอื่นๆ สิ่งสนุกในห้องนี้คือลูกน้ำดับเพลิงของเก่าที่ติดไว้บนกำแพง เป็นของหายากที่พบได้ในบ้านเก่าเท่านั้น

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ชั้นสี่เคยเป็นห้องนอนสองห้องและมีเตียงสูบฝิ่น แปลงโฉมใหม่เป็นบาร์ OPIUM และยังมีโซน Private Bar ซึ่งในอนาคตจะเปิดแยกกับร้าน Fine Dining ใครไม่กินข้าวก็มานั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์ที่บาร์ได้ มีธีม Liquid Surreality ให้แขกได้ชิมและได้ทดลองอะไรใหม่ๆ วัตถุดิบทำเองสนุกๆ หลายอย่าง ทั้งโซดาและโคลา 

ภาพ : Restaurant.Potong
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
ภาพ : Restaurant.Potong

ชั้นห้า ซึ่งเป็นโซนดาดฟ้าเคยเป็นสวนและที่หย่อนใจ ออกกำลังกายของคุณปู่ ปรับเป็นรูฟท็อปบาร์และสวนครัวเล็กๆ โดยยังคงโครงไม้เขียนตัวอักษรว่าจินเหมิน แปลว่าประตูทอง สื่อถึงหมู่เกาะบ้านเกิดของต้นตระกูล โดยพื้นที่นี้แขกที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็ขึ้นมาชมวิวได้ ส่วนชั้นหกเล็กๆ ที่มีแค่ครึ่งเดียวเป็นสถานที่ดูดาว กลายเป็นที่เก็บโครงสร้างเครื่องปรับอากาศและส่วนต่อเติมใหม่ให้เรียบร้อยแข็งแรง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

อาหารแห่งกาลเวลา

คอนเซ็ปต์หลัก โพทง คือกาลเวลา ที่อยากให้ลูกค้าสร้างความทรงจำที่นี่ ไม่ว่าจะตึกเก่าปนใหม่ ไปจนถึงมื้ออาหารที่มีกาลเวลาเป็นแม่ครัว โดยวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่นี่ทำเองแทบทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์การใช้ 5 Elements ของเชฟแพม คือความเค็มจากเกลือ ความเปรี้ยว เครื่องเทศ กลิ่นและรสชาติรวมควันจาก Maillard Reaction และเนื้อสัมผัส เช่น ความกรอบ ความนุ่ม ความหนึบ ซึ่งเชฟแพมเชื่อว่าทำให้อาหารซับซ้อนและครบรสมากขึ้น นอกจากนั้นประสบการณ์ของที่นี่ยังเปี่ยมล้นด้วย 5 ผัสสะ ทั้งฟังเรื่องเล่า เห็นความสวยงาม ชิมรสอร่อย ดมกลิ่นหอม และได้หยิบจับส่วนประกอบต่างๆ ในคอร์สอาหารดินเนอร์

“แพมเพิ่งมีลูก เลยได้ศึกษาว่าถ้าอยากให้เด็กเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาได้ทดลองประสาทสัมผัสทั้งห้า ถ้าอยากให้เขารู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร ดูแต่รูปภาพไม่ได้ ต้องเล่าให้ฟัง ให้เห็น จับ ดม และสุดท้ายคือให้กินแอปเปิ้ล เราเอาเรื่องนี้มาผสานกับร้าน” 

อาหารของร้านโพทงเป็น Progressive Thai-Chinese หยิบเอาอาหารไทยจีนของคนจีนโพ้นทะเลมาปรุงและตีความใหม่ ผสานกับความรู้สมัยใหม่ของเชฟแพม ไม่ใช่ทั้งอาหารไทยโบราณ และไม่ใช่อาหารจีนที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองจีน เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกและสื่อถึงตัวตนของเชฟเชื้อสายไทยจีน อาหารที่นี่มี 20 กว่าคอร์ส ตัวเมนูเป็นจดหมายของเชฟแพมต่อบรรพบุรุษที่ซ่อนชื่อรายการอาหารทั้งหมดไว้ และแต่ละเดือนมื้ออาหารจะมีสลับหมุนเวียนทีละอย่าง

ขอยกตัวอย่างอาหารมาให้ชมสักเล็กน้อย 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เมนูแรกคือ Corn Koji ที่ใช้ทุกส่วนของข้าวโพด ได้แรงบันดาลใจจากซุปข้าวโพดจีนที่ใส่พริกไทยขาวเยอะๆ แปลงเป็นคัสตาร์ดพริกไทยขาว มูสข้าวโพดทำจากโคจิ และเมล็ดทานตะวันกับทรัฟเฟิลวิเนการ์ แผ่นข้าวโพดด้านบนทอดด้วย Brown Butter กินแกล้มกับแผ่นข้าวโพดผสมพริกไทยขาวรูปใบไม้ รมควันเปลือกข้าวโพด ส่วนผมข้าวโพด ทำเป็นชาร้อน ใส่เง็กเต็ก ผิวมะนาว กานพลู และโป๊ยกั้ก หอมชื่นใจ

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ต่อมาคือไก่ดำ พระเอกของร้าน ไม่ใช่แค่ตุ๋น เอามาตากแห้ง แล้วก็ย่าง และเสิร์ฟพร้อมหัวใจไก่ดำ ผงดำๆ คือมันไก่อบสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวที่อบกับสมุนไพรยาจีน

ของหวานก็สนุกไม่แพ้กัน ไอศกรีมซีอิ๊วดำครอบด้วยน้ำตาลเป่าทรงพริกแห้ง ด้านในมีช็อกโกแลตขาว พริกซินเจียง คาราเมลช็อกโกแลตกับหม่าล่า และเครื่องพะโล้กับช็อกโกแลตนม เสิร์ฟพร้อม Smoke กลิ่นพะโล้ เป็นเมนูที่สื่อถึงถนนทรงวาด

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวทรงวาดข้างหลังนี้ก็เป็นถนนเครื่องเทศของแห้ง ซึ่งเราซื้อวัตถุดิบแถวนี้หมด แต่พวกอาหารทะเล เราทำงานกับชาวประมงเล็กๆ จากระนอง เพชรบุรี ภูเก็ต พังงา แล้วแต่ว่าวันนี้เราได้อะไรมา ส่วนผักและดอกไม้ออร์แกนิก เราได้วัตถุดิบจากเชียงราย เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ยกเว้นซอสที่ทำเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ”

Restaurant.Potong ตั้งใจจะเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ระยะล็อกดาวน์ทำให้เพิ่งเริ่มเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยปัจจุบันเปิดรับลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน ดินเนอร์มีทั้งหมด 20 กว่าคอร์ส ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และควรจองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า ราคาคอร์สปัจจุบันตกอยู่ที่ 4,500++ บาท 

คอร์สหนึ่งใช้เวลาราว 3 – 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งฟังเรื่องราว พูดคุย และดื่มด่ำกับกาลเวลาและแต่ละมุมในร้านได้อย่างเต็มที่ 

“ตอนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นคนไทย ซึ่งเขาจะคุยกันว่าอาหารเราเชื่อมโยงได้ เข้าใจได้ พาพ่อแม่อาม่าอากงมากินได้ จานสุดท้ายที่เป็นเมนคอร์สคือ Back to Basic มีโต๊ะกลมเสิร์ฟเป็ดย่าง เนื้อ กินกับข้าวสวยตรอก ไม่ใช่แค่เล็กๆ ตลอดแล้วกินเสร็จแล้วไม่อิ่ม ต้องไปทานข้าวต้มต่อ” เชฟแพมรับประกันความเข้าถึงง่ายของอาหารสไตล์ไทยจีนในเยาวราช

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวนี้ก็เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ตึกแถวนี้มีเสน่ห์มาก คุณสมชัย (สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเยาวราช) ก็มาเยี่ยม บอกว่าดีมากเลยที่เราเก็บที่นี่ไว้ และดีที่เยาวราชมีที่แบบนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็พาลูกศิษย์มาดูตึก เพราะสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่เหมือนตึกอื่นๆ รอบๆ เลย ตรงทรงวาดมีแกลเลอรี่ มีร้านเอฟวี เราก็พยายามเกาะกลุ่มกัน ช่วยกัน อยากให้มีร้านเกิดมาแถวนี้เยอะๆ” 

ทายาทรุ่นที่ 5 ของร้านขายยาโพทงเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม คลื่นลูกหลังที่เข้ามาในไชน่าทาวน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกย่านนี้ให้สนุกมีชีวิตชีวา

Restaurant.Potong

วันทำการ : ปิดวันอังคาร-พุธ 

เว็บไซต์ : www.restaurantpotong.com/

Facebook : Restaurant.Potong

โทรศัพท์ : 08 2979 3950 (จองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น) 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load