4 พฤศจิกายน 2565
8 K

*** บทความนี้มีงูเลื้อยออกมา

“งูเป็นสัตว์ที่น่าสงสารและถูกเข้าใจผิดบ่อยมาก”

แน่นอนว่าคนฟังตั้งคำถามกลับทันที – น่าสงสารอย่างไร

ลองจินตนาการโดยไม่รู้คำตอบว่า สัตว์จากธรรมชาติหลายตัวตายผิดธรรมชาติด้วยท่อนไม้ ท่อนเหล็ก รถยนต์ หรือรองเท้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ การอาศัยในป่า เดินข้ามภูเขา หรือว่ายข้ามลำธารของพวกเขาดูจะไม่มีอุปสรรคมากเท่าทุกวันนี้

โปรดเก็บความสงสัยไว้อีกครู่เดียว เพราะ มะเดี่ยว-วรพจน์ บุญความดี และ โดม-โดมม์ ลิมปิวัฒน ตัวแทนจากทีม siamensis.org กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่ม LINE ‘สายด่วนงูเข้าบ้าน’ พร้อมมานั่งจิบกาแฟแลปลา สนทนาเรื่องงู ๆ กับเราที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว

เอาล่ะ! ขอเชิญทุกท่านลองมาเข้าใจ (และเอ็นดู) งูกันสักหน่อย

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

Siamensis
ด้วยรักและห่วงใยในธรรมชาติ

“จริง ๆ เรื่องของสัตว์บางชนิดที่อยู่ร่วมกับคน ควรเป็นความรู้พื้นฐานไม่ต่างจากหัดการว่ายน้ำ เพราะเราป้องกันตัวเองและช่วยชีวิตสัตว์ไปพร้อมกันได้”

โดมคือนักวิทยาศาสตร์ประจำคณะประมงผู้สนใจศึกษาเรื่องงูมาตั้งแต่อายุ 17 เขาทั้งเดินตลาด สำรวจป่า และเพาะเลี้ยงในบ้าน โดยมีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนด้วยความเป็นห่วง ภายใต้ข้อแม้ว่า ‘ขอให้เริ่มเลี้ยงจากชนิดที่ไม่มีพิษก่อน’

ส่วนปัจจุบัน โดมยกตู้ปลาใส่หิน ดิน และกาบไม้อย่างดีออกมาให้ชม เรามองผ่านกระจกใส เห็นงูพังกาหรืองูเขียวหางไหม้ลายเสือ (มีพิษ) นอนอยู่บนบัลลังก์กิ่งไม้ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง โดยมีมะเดี่ยว นักวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งกลุ่มไลน์ งูเข้าบ้าน จาก Siamensis นั่งอยู่ถัดไป

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

Siamensis ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 15 ปี ในฐานะศูนย์รวมของผู้คนที่สนใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทั้งรักและอยากรักษาไว้อย่างยั่งยืน โดยคำว่า Siamensis (สยามเอ็นสิส) เป็นภาษาละตินที่ใช้เพื่อตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้กับสิ่งมีชีวิตที่พบในประเทศไทย

ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการอิสระด้านระบบนิเวศน้ำจืด และท่านอื่น ๆ คือผู้ก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา พี่นณณ์ขยายฐานสู่เว็บบอร์ด ให้คนที่สนใจมาแชร์ภาพหรือเขียนเป็นบทความ เรามี นอต-มนตรี สุมณฑา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงูมาคอยสอนสมาชิกว่าตัวไหนน่าสนใจอย่างไร กลายเป็นว่าทุกคนเริ่มสนใจขึ้นมา” มะเดี่ยวเล่า

หลังจากที่คนรอบตัวทราบว่าเขามีความรู้พอแยกได้ว่า อสรพิษตัวไหนมีพิษจริง คำถามมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด

“พอเกิดเหตุ คนไม่รู้ว่าต้องไปถามใคร บางทีเราตอบไม่ทัน ไม่ว่าง เหตุการณ์เลยผ่านไป แทนที่จะช่วยแก้ไขได้ทันท่วงที งูกลับถูกตีตาย คนโดนกัด เลยคิดว่าถ้ามีช่องทางตรงกลางให้ทุกคนมาช่วยกันมันจะดีมาก”

แรกเริ่มคนในทีมยังไม่ได้นึกถึงบทบาทในการเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่แพทย์ เพราะพวกเขามุ่งมั่นไปที่การช่วยงูและช่วยคน

“หลายคนสงสัยว่าจะช่วยทำไม แต่มันน่าสงสารนะ” มะเดี่ยวยิ้มบาง ๆ เขาเข้าใจว่าคนไม่เข้าใจ 

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

เพราะฉะนั้น คนที่เข้าใจจึงมีหน้าที่อธิบาย – เราหันไปหาโดม

“โดยปกติเขาจะมีนิสัยกลัวคนเป็นพื้นฐาน พยายามเลื้อยหนีหรือหลบ ยกเว้นเราไปบุกรุกเขตปลอดภัยของเขาทำให้เขารู้สึกจวนตัว เขาจึงตอบโต้กลับ แต่จริง ๆ เขาไม่ต้องการกัดเราเลย จะเห็นได้จากเวลางูมีพิษกัดคน บางครั้งเขาก็ไม่ได้ปล่อยน้ำพิษออกมา (กัดแห้ง) เนื่องจากต้องการเก็บพิษไว้ใช้ยามจำเป็น เราตัวใหญ่ กัดไปก็กินไม่ได้ การฉกคนจึงถือเป็นการสูญเสียพลังงานและพิษโดยเปล่าประโยชน์แทนที่จะได้ใช้ล่าเหยื่อ” โดมเสริม

เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่เข้าใจว่า ‘งูมีพิษ’ การกระทำต่อมาจึงหนีไม่พ้นการหันหน้าเข้าต่อสู้ ก่อนจะจบลงด้วยความสูญเสียที่ยักษ์ใหญ่เป็นผู้ชนะ

“เราบอกคนว่าตัวนี้ไม่มีพิษ ไม่ต้องทำร้าย เขามีประโยชน์ในการจับหนู จิ้งจก ตุ๊กแก แมลง ปล่อยไว้ในบ้านได้ ทำให้เขาไม่ต้องตาย แล้วคนก็ปลอดภัย เพราะการตีคือการเพิ่มความเสี่ยงที่จะโดนงูกัด การโทรตามกู้ภัยมาจับไปปล่อยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า” มะเดี่ยวแนะนำ

จากฐานที่มั่นของชาว Siamensis บนเว็บบอร์ด ต่อมาขยับขยายเข้าสู่กลุ่มเฟซบุ๊ก siamensis.org ใน พ.ศ. 2553 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 53,000 คน ต้อนรับทั้งคนที่มีความสนใจเป็นทุนเดิม และคนที่มาหาทุนความรู้เพิ่มเติม กระทั่ง พ.ศ. 2559 ช่องทางใหม่ที่มุ่งหวังให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้ก็ถือกำเนิดขึ้น

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

There’s a snake in my house
งูเข้าบ้าน โปรดอ่านทางนี้

LINE official เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเพื่อนจำนวน 48,669 คน และผู้ติดตามอีก 40,350 คน ใน พ.ศ. 2563 ปัจจุบันมีคนกดเพิ่มเพื่อนมากขึ้นเป็นเท่าตัว ก้าวสู่ 84,241 คน และผู้ติดตาม 47,131 คน (และขยับขึ้นอีกในทุกวัน)

ทั้งหมดคือผลของความร่วมมือระหว่างทีมงานอาสาสมัคที่ทำงานผ่านทางออนไลน์เป็นหลัก สื่อสารผ่านแชทกลุ่มและตอบสายด่วนผ่าน LINE โดยมีแอดมิน 5 คน และทีมงานหลังบ้านอีก 23 คน อาศัยและอาสาว่าใครว่างค่อยเข้าไปช่วยตอบ เพราะทุกคนมีความรู้ขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว

มะเดี่ยวเล่าว่า พวกเขาเริ่มปฏิบัติการครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เพื่อให้บริการปรึกษาชนิดงูสำหรับบุคคลทั่วไป จนถึงบุคลากรทางการแพทย์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายภาพตัวเจ้าปัญหาแบบเห็นทั้งตัว ด้านหลัง ท้อง และหัว แต่ก็มีบางครั้งที่ส่งมาเป็นหลักฐานของการถูกทำร้าย

“บางครั้งคนร้ายไม่ใช่งู เราจึงมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เช่น นักกีฏวิทยา (ศึกษาเรื่องแมลง) เพราะบางทีแผลเหมือนแมงมุมกัด อาจเป็นแมงมุมแม่ม่าย หรือบางทีเป็นตะขาบ เราก็ต้องถามผู้รู้ เช่น อาจารย์หมอที่เป็นนักพิษวิทยา” ทีมงานหลังบ้านเล่า

“อีกหน่อยอาจจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็น LINE สัตว์มีพิษเข้าบ้าน” เราแซว, อีกฝ่ายหัวเราะ

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

จากสถิติที่ช่วยกันเก็บ แค่เพียง 4 ปีที่เปิดให้บริการมีเคสเข้ามามากเกือบ 15,000 เคส เฉลี่ยเดือนละ 300 เคส แบ่งการทำงานได้ 2 ลักษณะอย่างละครึ่ง ๆ คือช่วยให้คำปรึกษาเรื่องงูเข้าบ้าน และช่วยจำแนกชนิดเมื่อถูกกัด

จำนวนกรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเยอะมาก แม้ขณะกำลังสัมภาษณ์ โดมและมะเดี่ยวก็ผลัดกันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความที่ส่งมาขอความช่วยเหลือ

“ตอนนี้วันละ 100 เคสก็ถึงครับ ช่วงน้ำท่วม คนหนีน้ำ งูก็หนีน้ำเหมือนกัน” โดมตอบ แต่สายตาไม่อาจละจากโทรศัพท์ เพราะคาดว่ามีเคสคนถูกกัดส่งมาพอดี

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

ประสบการณ์ 6 ปีของทีมไม่ได้เพียงช่วยงานประชาชนหรือทีมแพทย์เท่านั้น แต่ความรู้ของพวกเขายังช่วยชีวิตสัตว์ไว้มากมาย ทั้งสัตว์เลื้อยคลานเองและสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่พุ่งกอดรัดฟัดงูอย่างตื่นเต้น

“LINE ของเราได้รับการบอกต่อเยอะมาก ตั้งแต่แพทย์ห้องฉุกเฉิน สัตวแพทย์ ประชาชน นักวิชาการ อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ เรารู้ว่าทุกวินาทีคือชีวิตจึงรีบตอบให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียไม่ว่าจะฝ่ายไหน” 

ทีมงานทุกคนเป็นอาสาสมัครที่มีงานประจำทั้งหมด แม้จะเป็นเคสยาก แต่ทุกคนก็ตั้งใจสละเวลาเพื่อนำข้อมูลมาปรึกษากันหลังบ้านก่อนลงความเห็นให้ต้นทาง และท่ามกลางกองข้อความขอความช่วยเหลือ พวกเขาก็ได้ฐานข้อมูลสำคัญจำนวนมาก

มากพอให้เราตระหนักถึงความเข้าใจผิด ๆ ที่บางข้อเห็นสมควรให้ถูกงูจับปรับทัศนคติบ้าง

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

Don’t get me wrong
รวมเรื่องงู ๆ ที่คน ๆ ควรรู้

***อ้างอิงจากข้อมูลสถิติของสายด่วนงูเข้าบ้านใน พ.ศ. 2563

01 งูที่เข้าบ้านส่วนใหญ่ ‘ไม่มีพิษ’

งูพิษในไทยที่พบเจอบ่อยแบ่งได้ราว 6 กลุ่ม ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา งูกะปะ และงูสามเหลี่ยม หากท่องจำลักษณะได้จะทำให้จำแนกได้เร็ว โดยหนึ่งในงูที่ถูกเข้าใจผิดบ่อยคืองูเขียวพระอินทร์ เจ้าของตำนานงูเขียวกินตับตุ๊กแก ซึ่งแท้จริงแล้วมีพิษอ่อน แตกต่างจากงูเขียวหางไหม้ ส่วน 5 อันดับงูชอบเข้าบ้าน เป็นชนิดไม่มีพิษทั้งหมด ได้แก่ กลุ่มงูงอด-ปี่แก้ว งูเขียวพระอินทร์ งูสิง งูปล้องฉนวน และงูทางมะพร้าว

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้
‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

02 ดูลักษณะหัว จำแนกชนิดไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

บางชนิดไม่มีพิษ แต่เลียนแบบลักษณะของตัวที่มีเพื่อป้องกันตนเอง เช่นเดียวกับการดูรอยแผล มีโอกาสผิดพลาดเช่นกัน

03 โดยทั่วไป งูไม่เลื้อยเข้ามา ‘เพื่อกัด’

งูบางชนิดเลือกพรางตัวอยู่กับที่ เพราะเข้าใจว่าคนมองไม่เห็น หากมีการลุกล้ำอาณาเขต งูอาจป้องกันตัวด้วยการกัด แต่หลายชนิดมีพฤติกรรมเลื้อยหนี

04 ตีงูตาย ‘ไม่มีเพื่อนมาแก้แค้น’

หากตีงูตัวเมียในฤดูผสมพันธุ์ โอกาสที่ฟีโรโมนฟุ้งกระจายจะมีมาก เมื่อกระจายจึงกลายเป็นตัวดึงดูดตัวผู้เข้ามาในบริเวณนั้น

05 งูแสงอาทิตย์ ‘ไม่มีพิษ’ ออกไปตากแดด คนก็ไม่ตาย

คนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า หากโดนงูแสงอาทิตย์กัด แล้วไปโดนแสงอาทิตย์ คนที่ถูกกัดจะตาย ณ ตอนนั้น แต่ในความเป็นจริง การทำงานของพิษจะแสดงอาการทันที ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแสง โดยกลุ่มงูที่กัดแล้วทำให้คนไทยไปโรงพยาบาลมากที่สุดแบ่งกว้าง ๆ ได้ทั้งหมด 5 กลุ่ม คือ กลุ่มงูงอด-ปี่แก้ว (ไม่มีพิษ) งูหัวกะโหลก (พิษอ่อน ไม่อันตราย) งูเห่า (พิษอันตราย) งูกะปะ (พิษอันตราย) และงูลายสอ (ไม่มีพิษ)

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

06 ถูกงูกัด ‘ห้ามขันชะเนาะ’

เรื่องเล่าจากวิทยากรที่สถานเสาวภา เหตุคือ ชาวบ้านถูกงูกัดและกลัวพิษเข้ากระแสเลือดจึงขันชะเนาะที่แขน 3 ชั้น พร้อมตีงูมาให้แพทย์ดู แต่ปรากฏว่าเป็น งูสิง ซึ่งไม่มีพิษ สุดท้ายต้องตัดแขน เพราะเลือดไม่เดินและเนื้อตาย

วิธีการใหม่ ขอย้ำว่า ไม่ต้องขันชะเนาะ เพราะนอกจากจะทำให้เสี่ยงถูกตัดอวัยวะทิ้งแล้ว ยังไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของพิษได้ ควรทำเหมือนเข้าเฝือกอ่อน ใช้ไม้และผ้ายืดพันแขนขาที่ถูกกัดให้ขยับน้อยที่สุด ป้องกันการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่จะทำให้พิษเดินหรือแพร่กระจายได้เร็วขึ้น พยายามอย่าให้อัตราการเต้นของหัวใจขยับสูงกว่าเดิม

07 ดูดพิษด้วยปาก ‘ไม่มีหลักฐานว่าช่วยได้จริง’

มีการคิดค้นเครื่องดูดพิษงูกำลังสูงขึ้นมาแทนการดูดด้วยปาก แต่มีงานวิจัยเครื่องดูดพิษออกมาว่า พิษที่ถูกดูดออกมาคิดเป็นร้อยละ 2 ของปริมาตรที่ฉีดเข้าไป สิ่งที่อันตรายคือ การที่พิษเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางบาดแผลในช่องปาก หรือแผลระบบทางเดินอาหาร จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ดูดพิษ

‘งูเข้าบ้าน’ สายด่วนจำแนกชนิดงู โดย siamensis.org ที่อยากให้คนและงูอยู่ร่วมกันได้

08 มีหลายกรณีที่ ‘ตีคนร้ายผิดตัว’

ตัวเลขไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์สะท้อนว่า การตีคนร้ายผิดตัวมาโรงพยาบาลมีอยู่จริง โดยหลายเคสมีความเป็นไปไม่ได้ที่จะฉกคนจนต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะสรีระปากกัดไม่ได้ นอกจากนี้ แพะรับบาปหลายตัวยังไม่ใช่งู แต่เป็นเขียดงู จิ้งเหลนเรียว และงูยาง

09 งูส่วนใหญ่แม้ ‘ไม่กัดก็ถูกตี’

กลุ่มงูงอด-ปี่แก้ว ไม่กัด แต่โดนตีมากกว่า 2,200 เคส ฉกคนราว 1,770 เคส และไม่กัด-ไม่โดนตีราว 770 เคส ขณะที่งูกะปะ ถูกตีโดยไม่ทันกัดราว 640 เคส กัดคน 616 เคส และไม่กัด-ไม่โดนตีเฉลี่ย 40 เคส ส่วนงูเขียวพระอินทร์ เคสไม่กัดและไม่โดนตีสูงถึง 912 เคส ขณะที่ไม่กัดแต่โดนตีจำนวน 580 เคส และกัดคนอยู่ที่ 328 เคส เป็นไปได้ว่า คนคุ้นเคยและจดจำงูเขียวพระอินทร์ได้จึงอยู่ร่วมกันได้ดีกว่ากลุ่มอื่น

Everything happens for a reason
สู่โลกที่เราอยู่ร่วมกัน

“ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นทำให้เรามีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ชนิดงูจึงเยอะกว่าประเทศในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว แต่ความหนาแน่นของประชากรขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางชนิดปรับตัวให้เหมาะกับการอาศัยในชุมชน มีโอกาสเจอเยอะ หรือพบบ่อยในบริเวณที่มีอาหาร เช่น ตรงที่มีกบ เขียด หนูอยู่กันชุกชุม” โดมอธิบายให้เราเห็นภาพรวม

เพราะฉะนั้น หากบ้านของคุณไม่ต้อนรับสัตว์เลื้อยคลาน เราขอแนะนำเบื้องต้นให้กำจัดแหล่งอาหารที่กล่าวไป ส่วนเบื้องลึกกว่านั้นคือการทำความเข้าใจว่า ‘ทุกชีวิตมีคุณค่าและเหตุผลที่เกิดขึ้นมาในระบบนิเวศของโลก และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็มีโอกาสเจอ’

คุยกับ siamensis.org กลุ่มคนรักธรรมชาติผู้ก่อตั้ง LINE งูเข้าบ้าน เพื่อช่วยประชาชนและทีมแพทย์จำแนกชนิดได้ทันเวลา

“ไม่เว้นแม้แต่ตึกสูง 13 ชั้น งูเขียวพระอินทร์เป็นนักไต่ก็ขึ้นไปได้ เขาชอบกินจิ้งจก ตุ๊กแก พอกินหมดเดี๋ยวเขาไปบ้านอื่นต่อ” – ขอยกตำแหน่งนักกำจัดตุ๊กแกให้อีกรางวัล

“ผมมองว่า เราจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เมืองที่เราตั้งก็เป็นพื้นที่ของงูไม่ต่างจากนกหรือกระรอก เพียงแต่เขาเป็นสัตว์ที่รู้จักป้องกันตัว ไม่ผิดที่กลัว แต่ถ้าจะอยู่ร่วมกันก็ต้องรู้ว่าเขาเป็นอย่างไร

“ความรู้ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้แม้ปัจจุบันจะมีระยะห่าง เราทำฐานข้อมูลเอาไว้ หลายองค์กรมาขอใช้เพื่อพัฒนาต่อยอดสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคม ที่ผ่านมาเรามีส่วนช่วยสนับสนุนข้อมูลแก่นักวิจัยจนเกิดการค้นพบงูชนิดใหม่ของโลกชื่อว่า งูเกอะลออมก๋อย เพราะมีครูถูกกัดที่อำเภออมก๋อย นอกจากนี้ยังได้รู้อีกว่า พวกพันธุ์หายากบางตัวยังคงมีชีวิตอยู่ในธรรมชาติ” มะเดี่ยวเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญ เพราะปลายทางของพวกเขายังอีกยาวไกล 

“ผมดีใจทุกครั้งที่ได้บอกกับคนทางบ้านว่า ชนิดนี้ไม่มีพิษ เป็นเจ้าที่จับจิ้งจก ตุ๊กแก แล้วปลายทางเขาตอบกลับมาว่า โอเค ถ้าอย่างนั้นจะปล่อยให้อยู่ในบ้าน ผมจะแคปไปอวดเพื่อน ๆ ในแชท เห็นไหม ถ้าเราเข้าใจกัน เราอยู่ร่วมกันได้” มะเดี่ยวยิ้มกว้างและโดมพยักหน้ารับ

คุยกับ siamensis.org กลุ่มคนรักธรรมชาติผู้ก่อตั้ง LINE งูเข้าบ้าน เพื่อช่วยประชาชนและทีมแพทย์จำแนกชนิดได้ทันเวลา

พวกเขาทิ้งท้ายด้วยอนาคตอันใกล้ที่อยากให้เป็น คือรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสารเรื่องงู และลงมือให้คำปรึกษาแบบเรียลไทม์ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงสมาชิกระบบนิเวศในประเทศไทย และแน่นอนว่าควรสอดแทรกความรู้ลงในตำราเรียนด้วย

“เรากำจัดงูให้หมดประเทศไม่ได้ การมีสัตว์ชนิดหนึ่งสูญหายไปจากธรรมชาติย่อมกระทบต่อเราแน่นอนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม มากหรือน้อย เพราะบางตัวช่วยควบคุมประชากรงูที่มีพิษ ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน เราควรสอนให้คนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง เพราะงูมีสิทธิ์อยู่ร่วมกับเราเช่นกัน”

เป้าหมายอันยิ่งใหญ่เริ่มด้วยการขยายความเข้าใจในตัวเพื่อนร่วมโลก – เรามาเริ่มกันเลย

หลังอ่านบทความชิ้นนี้จบแล้ว เราขอขอบคุณล่วงหน้าหากในอนาคต ไม่ว่างูเข้าบ้านคุณเป็นครั้งแรกหรือเข้าบ้านอีกครั้ง เราจะหยุดตีและให้โอกาสพวกเขาได้ใช้ชีวิตต่อไป

คุยกับ siamensis.org กลุ่มคนรักธรรมชาติผู้ก่อตั้ง LINE งูเข้าบ้าน เพื่อช่วยประชาชนและทีมแพทย์จำแนกชนิดได้ทันเวลา

สมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์สายด่วน

ศิริวัฒน์ แดงศรี, มนตรี สุมณฑา, อัจฉ​ริยา​ ช​ลิต​พัฒ​นัง​กูร, วัทธิกร โสภณรัตน์, นณณ์ ผาณิตวงศ์, กีรติ กันยา, ธิติ เรืองสุวรรณ, บัลลังค์ ศิริพิพัฒน์, ปณิธิ ละอองบัว, นิรุทธ์ ชมงาม, ภราดร ดอกจันทร์, ภาวิตา เลาหกุล, ธนาวุธ วรนุช และเสฎฐวุฒิ วิเศษบุปผา

สอบถามเรื่องงู

  • ถ่ายภาพงูเจ้าปัญหา
  • เพิ่มเพื่อนใน LINE ID : @sde5284v
  • ส่งภาพที่เห็นชัดเจน พร้อมรายละเอียดจังหวัด และลักษณะพื้นที่ เช่น บ้าน ทุ่งนา ป่า หรือหนองน้ำ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

คุณรู้จักซีรีส์สืบสวนสอบสวนอย่าง CSI ไหม แล้ว NCIS, Bones หรือ Partners for Justice ล่ะ

ถ้ารู้จัก คงเคยได้ยินชื่ออาชีพ ‘นักนิติวิทยาศาสตร์’ อยู่บ้าง พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เพื่อช่วยสืบคดีและค้นหาความจริงผ่านศพ 

ในประเทศไทย นักนิติวิทยาศาสตร์คือหนึ่งในทีมเบื้องหลังของ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้ช่วยพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อติดตามคนหายและพาโครงกระดูกนิรนามกลับบ้าน

ฟังดูอาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว ‘คนหาย’ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่ก็ได้ อย่างที่เราเคยเห็นฉลากน้ำดื่มที่มีภาพเด็กหาย เห็นโพสต์ตามหาญาติในเพจมูลนิธิกระจกเงา รวมไปถึงประกาศผ่านข่าวและหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

แต่ไม่ว่าชีวิตพวกเขาจะอยู่ในสถานะใด เป้าหมายของ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ นก-นฤมล ภราสมพงษ์ นักนิติวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มตรวจวิเคราะห์กระดูก กองพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม คือ ‘การพาทุกคนกลับบ้าน’ 

ครั้งนี้ The Cloud จึงขอนำทุกท่านเข้าสู่โลกเบื้องหลังอันเต็มไปด้วยความหวังที่ไม่เคยริบหรี่ พบเจอกับกลุ่มคนผู้เปี่ยมพลังในการเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

3,291
สถานะ : พบตัว / ส่งคืน

ครอบครัวหนึ่งลาออกจากงาน เดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศไทยเพื่อตามหาคนรักที่หายไป โดยมีเพียงกระดาษ A4 ที่พรินต์รูปคนสำคัญและความหวังที่จะพาเขานั้นกลับบ้าน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีบุคคลสูญหายกว่า 2,346 ราย บุคคลนิรนามอีก 1,663 ราย ศพนิรนามอีก 2,848 ราย และตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นทุกวันตามสถิติในหน้าเว็บไซต์ของ คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหาย และการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม (ค.พ.ศ.)

ตัวเลขหลักพันประกอบจากชีวิตหลักหน่วยที่อาจเป็นได้ตั้งแต่คนชราผู้มีโรคอัลไซเมอร์ติดตัว ผู้ป่วยที่มีอาการหลงลืม เด็กที่ประสบอุบัติเหตุจนจำอะไรไม่ได้ หรือแม้กระทั่งผู้เคราะห์ร้ายจากคดีฆาตกรรม

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงทำงานทั้งในแง่ประกาศคนหาย ประกาศคนนิรนาม ประกาศศพนิรนาม จนถึงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ทั้งจากข้อมูล ลายนิ้วมือ ผลทันตกรรม ไปจนถึง DNA เพื่อช่วยในการทำคดี

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

เราขอฉายภาพให้เข้าใจก่อนว่า พวกเขามีภารกิจช่วยคนและศพ ประเทศไทยมี ‘คนหาย’ ที่ไม่แน่ใจในสถานะ พวกเขาคือคนที่ญาติแจ้งความกับตำรวจ และยินยอมเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ ‘สังคม’ ช่วยแจ้งเบาะแส 

ประเทศไทยมี ‘คนนิรนาม’ ที่ยังมีชีวิต แต่จำชื่อตนเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ถูกบ้างผิดบ้าง อีกทั้งบางคนเดินทางข้ามจังหวัด จนการตามหาคนรู้จักกลายเป็นเรื่องยาก

สุดท้าย ประเทศไทยมี ‘ศพนิรนาม’ จำนวนนับพันที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร บางคนมาในสถานะที่ญาติยังจดจำใบหน้าได้ และบางคนมาเพียงกระดูก ถึงอย่างนั้น นักนิติวิทยาศาสตร์ก็มองว่า กระดูกเพียงไม่กี่ชิ้นคือหลักฐานสำคัญที่ทำให้รู้ว่า พวกเขาเคยมีชีวิตอยู่บนโลก

แต่การนำคนหายและศพกลับบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฐานข้อมูลคนหายในไทยยังกระจัดกระจายไม่รวมเป็นหนึ่ง บ้างไม่ถูกบันทึกลงระบบ ไหนจะเรื่องสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลที่คลุมเครือ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

“เราไม่ทราบว่าญาติของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นใคร จะเปิดเผยข้อมูลลงเว็บให้ญาติมาหาก็ยังมีความก้ำกึ่งเรื่องสิทธิมนุษยชน เราจึงควรมี พ.ร.บ. บุคคลสูญหาย บุคคลนิรนาม หรือศพไร้ญาติ เพื่อระบุข้อกำหนดให้ชัดเจนในการเก็บ DNA เผยแพร่ข้อมูล รวมถึงทำให้สังคมรู้ว่านี่คือธุระของทุกคน”

นอกจากมูลนิธิกระจกเงาผู้ทำงานด้านบุคคลสูญหายมายาวนาน ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน พัฒนาระบบ CIR เพื่อให้ข้อมูลที่ญาติกรอกและข้อมูลที่หน่วยงานรับแจ้งจับคู่กันได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงจัดระเบียบการฝังศพนิรนามในสุสานศพไร้ญาติ เพื่อให้พวกเขายังมีโอกาสกลับสู่ครอบครัว

“ในสุสานต่างจังหวัดไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ เราเลยทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสว่างอริยะธรรมสถาน (เม่งเลี้ยง) และกลุ่มสหพุทธรรมสงเคราะห์ (พ้งเลี้ยง) เพื่อสร้างมาตรฐานการเก็บศพ กำหนดว่าเก็บไว้กี่ปี ระบุเงื่อนไขก่อนเผาทำลาย เราไม่อยากให้ถึงวันที่ญาติมา แล้วพบว่าคนในหลุมถูกเผาไปแล้ว 

“แล้วเรายังมีกรณีที่ญาติทราบว่าศพอยู่กับที่นี่ แต่ไม่มีเงินมารับกลับ ทางเราเองก็มีต้นทุนในการดำเนินงานจำกัดสวนทางกับจำนวนคนหาย ในอนาคตจึงมีแผนเปิดมูลนิธิของสถาบันเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติม”

ผู้อำนวยการเล่าพร้อมพาเราขึ้นไปยังห้องเก็บกระดูก เพื่อพบกับนฤมล นักนิติวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลังการวิเคราะห์กระดูก และส่งศพนิรนามกลับบ้าน

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

จุดเริ่มต้นจากคำถามของคุณหญิงพรทิพย์

“คิดว่าความรู้ของตัวเองมีประโยชน์อะไร ไหนลองบอกมา” คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ (ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและอาจารย์ในสมัยนั้น) ถามนฤมล

เธอเพิ่งส่งใบสมัครเข้าทำงานที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และถูกเรียกให้เข้าสัมภาษณ์ภายในไม่กี่วัน

“หนูรู้จักแค่โครงกระดูกมนุษย์และร่างกายมนุษย์ค่ะ แต่ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เลย” เธอตอบ

“งั้นมาลองทำดูโดยใช้ความรู้ที่มี พี่กำลังต้องการความรู้นั้น”

นฤมลเป็นเด็กสายวิทย์ เรียนจบปริญญาตรีคณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าทำงานเป็นนักรังสีเทคนิคในแผนกเอกซเรย์ของโรงพยาบาล ก่อนเรียนต่อจนจบปริญญาโทกายวิภาคศาสตร์ เพราะตนเองคล่องเรื่องกระดูกมนุษย์ แต่ตอนนั้นยังไม่มีคำว่านิติวิทยาศาสตร์อยู่ในความคิดของเธอ

“เพื่อนเคยแซวตอนเรียนปริญญาโทว่า จบแล้วไปทำงานกับอาจารย์พรทิพย์สิ เพราะเรามักเห็นท่านนั่งทานข้าวในโรงอาหาร เราไม่กลัวศพ เราไม่กลัวเลือด แต่ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกคล้อยตามเพื่อน

“พอจบกายวิภาคมา คนส่วนใหญ่ไปเป็นอาจารย์ เราก็คิดอย่างนั้น จนไปเจอเว็บไซต์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประกาศรับคนจบปริญญาสาขาที่เราเรียนหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เราก็ส่งไปจนได้สัมภาษณ์กับอาจารย์พรทิพย์ในอีก 2 วันถัดมา”

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

ยุคนั้นปริญญาโทกายวิภาคมีนักศึกษาเรียนจบน้อย ในรุ่นของนฤมลมีเพียง 2 คน เธอจึงกลายเป็นบุคลากรคุณภาพในวันที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มก่อตั้ง ถึงขั้นที่คณะกรรมการคุยกันว่า โปรไฟล์นี้คือคนที่คุณหญิงต้องการ

“พอสัมภาษณ์เสร็จเราถามอาจารย์พรทิพย์ว่า หนูได้ไหมคะ ท่านบอกว่า มาทำงานได้เลย อาจารย์มอบหมายให้อยู่ศูนย์พิสูจน์บุคคลสูญหาย จนถึงวันนี้ 19 ปีแล้ว เราก็ยังทำงานที่นี่อยู่”

เข้างานวันแรก ๆ หน้าที่ของนฤมลคือการรับศพและเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อค้นหากระดูก ฟังดูเหมือนง่าย แต่เส้นทางการทำงานที่แท้จริงขรุขระเสมอ เธอต้องขวนขวายอ่านหนังสือ ปรึกษาขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ และสอบชิงทุนเพื่อไปศึกษาการทำงานในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือการไปเรียนที่ฮาวายใน Forensic Science Academy ห้องปฏิบัติการนิติมานุษยวิทยา (Central Identification Laboratory, Hawaii) ที่ดีที่สุดในโลก

“อาจารย์พรทิพย์เห็นความสำคัญเรื่องนิติวิทยาศาสตร์มานานแล้ว เพราะประเทศไทยในอดีตไม่มี กระดูกหรือศพเน่าจึงถูกละเลยเพราะไม่มีข้อมูล แต่ด้วยการขับเคลื่อนของอาจารย์และอีกหลายท่าน ไทยจึงได้ร่วมมือกับต่างประเทศ และตัวเองก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่จนมีความรู้ในการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ”

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

Diary of Life

หากศพอยู่ในสภาพที่แพทย์ชันสูตรตรวจสอบอะไรต่อไม่ได้ ด่านต่อไปคือการค้นหาข้อมูลจากกระดูก หน้าที่ของนฤมลคือการรับศพจากห้องแล้วนำไปสลายที่นครนายก เพื่อเอาเนื้อเยื่อออกและทำความสะอาด จากนั้นจึงตรวจกระดูกอย่างละเอียดเพื่อค้นหาร่องรอย ความผิดปกติ เช่น โรคและบาดแผลต่าง ๆ

“ไม่ใช่ทุกเคสที่มีกุญแจให้เราไข แต่บางเคสมี เช่น Defend Wound คนอาจยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวจนเกิดรอยลึกบนกระดูก ถ้าพี่เห็นรอยแตกบนกระดูกเป็นรอยสันคมแนวขนาน แปลว่าอาจเกิดจากของมีคม

“หรือสมมติเจอกองเนื้ออยู่บนพื้น พี่เอามาตรวจแล้วเจอรูกลม ๆ บนกระดูก แปลว่าสาเหตุการตายอาจไม่ใช่รถทับ เพราะมีรอยกระสุน ใครบ้างจะปล่อยให้รถทับแล้วมายิงซ้ำ หรือเจอศพแล้วค่อยมายิง หากพี่ส่งสิ่งที่ตรวจเจอให้พนักงานสอบสวน อย่างน้อยเขาอาจเอาไปเป็นข้อมูลสำหรับทำคดีต่อได้” นฤมลเล่าประสบการณ์

ด้วยความที่คลุกคลีกับศพและกระดูกมานาน เพียงการมองด้วยตาเปล่าก็ทราบได้ว่านั่นคือกระดูกคนหรือสัตว์ เพราะฉะนั้น หากสงสัย โปรดส่งมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

“เราจะนำกระดูกที่ได้ทั้งหมดมาเรียง เพื่อสร้าง Biological Profile ระบุเพศ อายุ เชื้อชาติ ส่วนสูง สาเหตุการตาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการหาคนหายและทำคดี อย่างกระดูกชิ้นนี้ที่มีเหล็กดามอยู่” เธอชี้

เหล็กที่ว่าเป็นข้อมูลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลชิ้นสำคัญ หากทราบเพิ่มเติมว่าศพนี้เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 19 – 30 ปี มีเหล็กดามเข่า เจ้าหน้าที่จะลดจำนวนกลุ่มเป้าหมาย โดยตีวงไปยังผู้สูญหายที่เพศ ช่วงอายุ ประวัติทางการแพทย์ และข้อมูลจากญาติตรงกัน

“จากที่มีข้อมูลคนสูญหายเพศชายในระบบ 100 คน อาจเหลือแค่ 20 คนที่ขาเจ็บ หากศพดามเหล็กที่ขาขวา อาจเหลือที่ตรงกันแค่ 5 คน หลังจากนั้นจะมีการ Confirm Test โดยนำญาติมาที่สถาบันฯ เพื่อตรวจสอบหลักฐาน รูปพรรณสัณฐาน และข้อมูลเพิ่มเติมทางการแพทย์ ถ้าเข้าข่ายจึงส่งไปตรวจ DNA”

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ข้อมูล’ โดยเฉพาะข้อมูลจากญาติพี่น้อง หากใครมีประวัติทันตกรรมหรือประวัติทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นผลเอกซเรย์ ผ่าตัด หรือดามเหล็ก โปรดเก็บเอาไว้ให้ดี สิ่งนี้คือหลักฐานที่จะตามหาญาติของท่านจนพบ

'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน
'สถาบันนิติวิทยาศาสตร์' ศาสตร์การอ่านบันทึกชีวิตบนกระดูก พาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

แล้วในคดีสำคัญ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ตรวจสอบไม่มีอคติในการทำงาน

นฤมลบอกว่าทุกกระบวนการเป็นไปตามหลักสากลที่เรียกว่า Blind Analysis คือเธอไม่ทราบข้อมูลของโครงกระดูกเลย ไม่ว่าจะประวัติ สำนวนคดี หรือสถานที่ที่พบ เพื่อปฏิบัติกับกระดูกทุกโครงอย่างเท่าเทียม

“สุดท้ายพี่จะรู้ข้อมูลเองเมื่อศพบอก สมมติ พี่เจอรากไม้ตามโพรงจมูก พี่จะเขียนลงในรายงานว่ามีรากไม้ ซึ่งอาจตรงกับคดีว่า ตำรวจไปเก็บมาจากป่า ขุดจากดิน หรืองมจากในน้ำ บางทีเราไปพลิกป่าหาเอง ได้มา 1 ชิ้นก็ถือว่าได้ แต่ข้อมูลจะน้อยกว่าได้มาทั้งโครง”

ภาพ : นันโท ศาสตร์ประสิทธิ์

เกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา งานนี้สอนเธอว่า กระดูกที่คนอื่นมองเป็นเพียงกระดูก แท้จริงแล้วคือสมุดบันทึกชีวิตที่ไม่ใช่ใครก็เปิดอ่านได้

“แต่เราคือคนนั้น ใครเคยแขนหัก ขาหัก มันบันทึกอยู่ในกระดูก ต่อให้ผ่านไป 10 – 20 ปีมันก็จะถูกบันทึกอยู่อย่างนั้น พี่จะเห็นร่องรอย พี่จะรู้ว่าเขามีตัวตน แต่ถ้ากระดูกนี้ไปอยู่กับคนอื่น เป็นผู้เคราะห์ร้ายสักคนที่ล้มอยู่ที่ไหนสักแห่ง กระดูกของพวกเขาอาจกระจัดกระจาย ตัวตนแตกสลาย และหายไปตลอดกาล

“อะไรที่จะบอกกับประชาชนได้ คืออยากให้ช่วยแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อเก็บกระดูกที่คุณพบมาให้เรา ไม่ต้องกังวลว่านั่นจะเป็นกระดูกสัตว์แล้วใครจะว่าอะไร หากนั่นเป็นคนที่คุณรัก คุณก็คงคิดเหมือนกันว่าอยากเพิ่มโอกาสในการหาเขาให้เจอ”

'คนหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว' คุยกับทีมงานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังการพาคนหายและศพนิรนามกลับบ้าน

จะรอวันได้พบเธอ

“พี่ทำงานนี้มา 19 ปี ไม่ได้สำเร็จทั้งหมด แต่ก็หาเจอหลายเคส พี่ไม่ได้ไปคุยกับญาติเขาโดยตรง แต่ดีใจอยู่ข้างหลังทุกครั้งที่มีน้องมาบอกว่า เราได้คืนคนสำคัญให้ครอบครัว 

“มีจริง ๆ พ่อแม่ที่แข็งแรงดีเดินออกไปตลาด แต่หายไปเป็น 10 ปี บางคนความจำดีแต่ดันถูกรถเฉี่ยวจนหลงลืม ถูกส่งไปสถานสงเคราะห์ บางคนหนีออกมาเพราะจะกลับบ้าน แต่ดันหลงไปไกลกว่าเดิม ลูกหลานลาออกจากงานเพื่อตามหา หากเขารู้ว่าสุดท้ายพ่อแม่อยู่ที่นี่ อย่างน้อยชีวิตเขาก็ได้เดินต่อ อย่างน้อยเขาก็ได้พ่อแม่คืน

“กระดูกที่คุณเก็บมาให้เราตรวจ คุณรู้ไหมว่าเขาตามหากันขนาดไหน” นฤมลเล่าอย่างตั้งใจ

ภายในห้องเก็บกระดูกของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีกระดูกนิรนามรอคอยการกลับบ้านกว่า 1,600 โครง จาก 4 จังหวัดที่สถาบันรับผิดชอบ อาวุโสที่สุดอยู่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และมีอีกมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย

ภาพ : นันโท ศาสตร์ประสิทธิ์

“เรามีกลุ่มพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ติดต่อกับญาติ กลุ่มบริหารจัดการฐานข้อมูลเพื่อสร้างศูนย์กลางข้อมูลเดียวกันทั้งประเทศ กลุ่มห้องปฏิบัติการทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานจากศพ และกลุ่มติดตามคนหายที่ทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งตำรวจและโรงพยาบาล คือเก็บข้อมูลกับคนไข้เพื่อตามหาญาติเลย เราไม่อยากให้เขาจากไปแล้วค่อยเก็บข้อมูล เพราะหากเจอเร็วย่อมเป็นประโยชน์กว่า”

นอกจากความรู้สึก การตามหาคนหายและระบุตัวตนศพนิรนามยังเป็นเรื่องของการพิทักษ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะลบคำสบประมาท หาตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย คืนความยุติธรรมในคดี รวมถึงมอบสิทธิอันชอบธรรมคืนให้กับครอบครัว ออกใบมรณบัตร สิ้นสุดคดี ยุติการชำระหนี้แทน 

“ทั้งหมดเป็นบริการประชาชน ตั้งแต่แจ้งหาย เก็บหลักฐาน เก็บ DNA จนถึงรับศพกลับบ้าน ไม่มีการเก็บค่าบริการทั้งคนหายและการตรวจพิสูจน์ศพนิรนาม เว้นแต่เป็นการตรวจที่ไม่ใช่ทางคดี

“การพาศพกลับบ้านอาจไม่ได้เป็นประโยชน์กับผู้ตาย แต่เป็นการทำเพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราอยากให้สังคมตระหนักถึงเรื่องนี้ แล้วมาแจ้งเบาะแส เก็บกระดูกมาพิสูจน์ เราจะพาพวกเขากลับบ้าน”

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load