การจัดการขยะควรเป็นอีกหนึ่งทักษะชีวิตที่ควรเสริมสร้างแก่กัน

โจทย์ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติในขณะนี้ คือการรับมือและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจคือองค์ประกอบหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสมดุลของระบบนิเวศทั่วโลก รัฐบาลไปจนถึงภาคเอกชนก็ประกาศเป้าหมายด้านความยั่งยืนพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้น้ำหนักเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งจะนำไปสู่บริบทใหม่ของโลกธุรกิจ

ไม่ทำไม่ได้

ศูนย์การค้าคือสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้คนในเมืองใหญ่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การบริโภคที่เกิดขึ้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างขยะสารพัดประเภท ยิ่งเป็นกรุงเทพมหานครที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนติดอันดับโลกด้วยแล้ว เรื่องการจัดการขยะถือเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาและออกแรงลงมือทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

The Cloud มีโอกาสคุยกับ คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ เพื่อคุยกันเรื่องวิธีคิดในการจัดการขยะและการส่งต่อคุณค่าสู่ผู้บริโภค สยามพิวรรธน์ยังตั้งใจสร้างประสบการณ์ที่ดีแบบ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเป็นเพื่อน เป็นพวกเดียวกันกับลูกค้า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตาม

อ่านความคิดและคุณค่าของขยะได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้

คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ

การจัดการขยะแบบ 360 องศาของสยามพิวรรธน์เป็นอย่างไร 

เราพูดเรื่องขยะกันเยอะมาก การทำแบบ 360 องศาคือต้องทำให้ครบทุกกระบวนการ ถ้าทำไม่ครบมันจะไม่จบ เราเริ่มคิดกันว่าจะจัดเก็บขยะให้ถูกต้องได้อย่างไรบ้าง เริ่มต้นจากการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะก่อน เพราะมั่นใจว่าถ้าคนมีความรู้ที่ถูกต้อง จะมีพฤติกรรมที่ถูกต้องตามมา จากนั้นก็สนับสนุนสถานที่ เพื่อส่งเสริมให้การจัดเก็บและคัดแยกขยะถูกต้อง พอต้นทางที่เราเริ่มทำถูกต้อง กลางทางเราก็ไปทำต่อว่าคนที่เก็บขยะแล้วทิ้งบ้าง เก็บไปขายหรือทิ้งฝังกลบบ้าง เราจะร่วมสร้างคุณค่าได้อย่างไร นอกจากนี้ก็ไปคุยกับผู้ผลิตต้นทางด้วยเพื่อให้เข้าใจกันทั้งหมดขยะที่เราคัดแยกมาแต่ละประเภท สามารถส่งเข้ากระบวนการใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะหรืออัพไซคลิ่ง (Upcycling)

ทีนี้จะมีขยะที่ไม่สามารถเอากลับไปรีไซเคิลได้ เราเรียกว่าขยะกำพร้า เราก็ยังบริหารจัดการด้วยโดยดูว่าจะเอาไปทำเป็นขยะเชื้อเพลิงต่อได้หรือเปล่า คือทำแบบครบวงจรเลย เรามีอีโคโทเปียที่เป็นชุมชนของคนรักษ์โลก ทำศูนย์การค้าของเราให้กลายเป็นที่นัดพบของคนรักษ์โลกด้วยกัน มีพฤติกรรมคล้ายกันเช่น คนที่ชอบใช้บรรจุภัณฑ์แบบเติม ใช้หมดแล้วก็เอาขวดมาเติมได้ในพื้นที่ของเรา

ขยะมันมีเส้นทางของมัน ไม่ว่าจะอยู่ตรงเส้นทางไหนเราก็มีส่วนร่วมได้ เราช่วยกันลดขยะได้ ไม่ต้องซื้อขยะเพิ่ม เลือกของที่มีของเสียน้อยลง ลดการใช้งานของที่นำไปรีไซเคิลไม่ได้ ทำให้ทุกคนเห็นภาพของตัวเองในแต่ละขั้นตอนของวงจร เราทำตรงไหนได้ก็ทำตรงนั้นเลย และหากจำเป็นต้องสร้างขยะ เราจะสร้างอย่างไรให้มีผลต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เช่น เลือกวัสดุที่ย่อยสลายได้ ใช้ปริมาณลดลง เป็นต้น

ขยะที่เกิดขึ้นในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์มีเยอะแค่ไหน

ขยะวันหนึ่งก็มีมากค่ะ สยามพิวรรธน์แบ่งขยะเป็น 2 – 3 ประเภท ประเภทแรกคือขยะที่เกิดจากตัวเราเอง จากร้านค้าต่าง ๆ หรือพนักงานเป็นผู้ผลิตขยะ ส่วนนี้เราควบคุมได้มากที่สุดคือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกคนต้องคัดแยกขยะ จากนั้นก็เอามาบริหารจัดการต่อ ส่วนที่สองคือลูกค้าที่มาใช้บริการ อันนี้คุมไม่ง่ายเพราะว่ามีคนมาใช้บริการที่เราวันละหลายแสนคน คนที่เข้ามาก็มีพฤติกรรมแตกต่างกัน ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ส่วนนี้จะเป็นปริมาณหลักที่เกิดในศูนย์การค้าวันละ 30 – 40 ตัน เราก็บริหารจัดการโดยคัดแยกขยะได้ถึง 8 ชนิด เราร่วมกับสถาบันพลาสติกและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานวิจัยการพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) สำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ภายในงานวิจัยก็มีโจทย์ย่อยลงไปอีกว่า การไม่แยกขยะเกิดจากอะไร พนักงานเราที่มีหน้าที่ในการคัดแยกขยะ เขามีทัศนคติต่อเรื่องนี้ ก็ไปสัมภาษณ์กันตลอดทั้งกระบวนการ ไปจนถึงซาเล้งและคนรับซื้อขยะเลย เพื่อให้งานวิจัยได้ข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุม นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับขยะ ตอนนี้ขยะได้แยกทิ้งอย่างถูกต้องมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่

จูงใจลูกค้าเรื่องการคัดแยกขยะอย่างไร

ชื่อ ‘สยามพิวรรธน์’ แปลว่าการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จากการทำวิจัยของเรา จะเห็นได้ว่าเมื่อมีความรู้ที่ถูกต้อง เห็นว่าเรานำขยะไปบริหารจัดการอย่างจริงจัง พฤติกรรมก็เปลี่ยน เราปรับเปลี่ยนไปตามผู้บริโภคเสมอ คิดว่าต้องเป็นเพื่อนที่ดีของผู้บริโภค เป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ใกล้ชิดดิจิทัล ชอบเรื่องแอปพลิเคชันและเงินดิจิทัล เราก็มีทำ ONESIAM SuperApp แล้วแจก VIZ Coins สำหรับคนที่รักษ์โลก ถ้าคัดแยกขยะเองที่บ้านแล้วเอามาทิ้งที่เราผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง เรามีบริการจุดคัดแยกขยะแบบ Drive Thru สามารถมาร่วมกิจกรรมโดยการนำขยะมาแลกเป็น VIZ Coins ที่จะคำนวณตามมูลค่าตลาดของขยะแต่ละประเภท มันทำให้พวกเขาสนุกและมีส่วนร่วม จนนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม ที่บอกว่าจะเป็นองค์กรขยะเป็นศูนย์คือ เราจะไม่ทิ้งขยะที่เป็นภาระกลับเข้าไปในระบบและสิ่งแวดล้อม จัดเก็บถูกต้องและนำกลับมาใช้อย่างถูกวิธี เป็นศูนย์ของเราคือ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำร้ายโลกอีกต่อไป ขยะที่เป็นประโยชน์ก็นำเข้ากระบวนการ ขยะที่ไม่เป็นประโยชน์ก็เอาไปทำเชื้อเพลิง

Recycle Collection Center คืออะไร ตั้งอยู่ตรงจุดใด

เราเริ่มจากการที่คนบ่นว่า ทำไมต้องแยกขยะ แยกแล้วปลายทางก็เอาไปรวมกันอยู่ดี บางคนก็ไม่มีที่ให้ทิ้ง เราก็จัดจุดบริการให้ ซึ่งสังเกตเห็นได้ง่าย ขนใส่รถมาหรือนั่งรถไฟฟ้าถือคนละถุงสองถุงก็เอามาได้ เรามี 2 จุดหลัก ๆ ที่สยามพารากอนซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการเยอะ จุดแรกคือจุดจอดรถทัวร์ตรงด้านหลังห้าง อยู่หน้าโรงเรียนวัดปทุมวนาราม เป็นจุดใหญ่ จอดรถได้ มีพนักงานคอยช่วยเหลือ อีกจุดคือทางออกจากสยามพารากอนไปถนนอังรีดูนังต์ เราทำไว้ให้เด่นชัด สีสันสดใส และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะออกเป็น 8 ประเภท จากนั้นพนักงานเราก็จะคัดแยกขยะให้และส่งต่อเข้ากระบวนการต่อไป นอกจากนี้เราก็มีโครงการกับทั้งโรงเรียน วัด และชุมชนโดยรอบด้วย

ดูเหมือนทักษะการจัดการขยะควรเป็นทักษะชีวิต

ใช่ค่ะ พอพูดถึงขยะ เราก็จะคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทิ้ง ทั้งที่เราเอามาบริหารจัดการได้หลายขั้นตอนมาก เริ่มจากการลดการใช้ก่อน ทำให้เกิดขยะน้อย การลดการใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เปลี่ยนเป็นใช้พลาสติกซ้ำเอากลับมาใช้ใหม่ได้ พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ใช้ถุงผ้า ใช้ถุงรียูสมากขึ้น มันเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง ต่อมาคือการเลือก เลือกของที่เอามารียูสได้ จริง ๆ พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หลายอย่างเราต้องใช้พลาสติก เพียงแต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และไม่เป็นภาระต่อสำหรับคนที่เขาคัดแยกและจัดการในกระบวนการถัดไป

คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ
เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่

ร่วมมือกับภาคส่วนอื่นนอกองค์กรอย่างไรบ้าง

เราร่วมมือกับทั้งสถาบันพลาสติก จุฬาฯ และเอกชนอีกหลายแห่ง ให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยน การบริหารจัดการขยะโดยการคัดแยกอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าอย่าง ยูนิลีเวอร์ คาโออินดัสเตรียล เต็ดตรา แพ้ค หรือกลุ่ม ปตท. ที่มาตั้งจุดรับขยะกับเรา 

ธุรกิจเราเป็นสถานที่ที่มีคนเข้ามาเยอะ ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้างได้มาก ลูกค้าก็จะเห็นว่าเราทำจริงนะ ไม่ใช่ทำผิวเผินแล้วเลิก เดี๋ยวนี้ลูกค้าเขารู้จริง เก่งกว่าเรา เราก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำจริง ตั้งใจจริง นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับการยอมรับ เรายินดีจับมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ให้มาดูงานว่าเราคัดแยกและจัดการขยะอย่างไรบ้าง อยากจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ก็ทำด้วยกันได้ เราไม่ใช่แค่สถานที่ขายของ แต่เป็นที่ที่ให้ความรู้กับคนที่เดินเข้ามาด้วย เราไม่ได้ทำแต่เรื่องค้าขาย สยามพิวรรธน์อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนส่วนใหญ่ในสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร

เรามีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี (ESG) มาตลอด เราเป็นคนแรก ๆ ที่ทำเรื่องนี้ สิ่งที่เรายึดมั่นคือความอยู่รอดของธุรกิจต้องคำนึงถึง 3P คือ ผลประกอบการที่ดีขององค์กร (Profit) การทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Planet) รวมทั้งการพัฒนาผู้คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราสู่ความยั่งยืน (People) เรายึดมั่นเรื่องคุณค่าที่แชร์ร่วมกันในการบริหารจัดการ ปลูกฝังเข้าไปในทุกกระบวนการของการทำธุรกิจ มีความร่วมมือกับทุกส่วนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำกันแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ เรามีพื้นที่อีโคโทเปีย (Ecotopia) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รวมคนรักษ์โลกให้มาเจอกัน มีกิจกรรมทั้งการรีไซเคิล (Recycle) และอัพไซคลิ่ง (Upcycling) ใครอยากหาของขวัญเก๋ ๆ ไอเดียไม่เหมือนใคร แถมยังดีต่อสิ่งแวดล้อม ก็ต้องมาหาที่นี่ 

ถ้าเราพูดถึงคุณค่าของธุรกิจนี้คืออะไร จะมองแต่ผลกำไรมันไม่เพียงพอ สิ่งที่เราได้คือการทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น คนของเราเข้าใจเรื่องนี้กันมากขึ้น เรามีทั้งของแต่งบ้าน ของใช้ อาหารคุณภาพดี สินค้าออร์แกนิกที่เบียดเบียนโลกน้อยที่สุด กระทั่งสินค้าแบบเติมอย่างสบู่ แชมพู ก็ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ หรือที่ไอคอนสยามเราก็มีไอคอนคราฟต์ เป็นการดูแลสังคมให้ชุนชนมีหน้าบ้านในการนำเสนอสินค้า เจอของดี ๆ ที่ไม่ถนัดขายในห้างค้าปลีก เราก็เอามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แล้วเอามาวางขายที่ร้าน เป็นสิ่งที่เราภูมิใจว่าเราได้สนับสนุนคนไทยจริง ๆ

คิดอย่างไรเวลาคนบอกว่าของประเภทรักษ์โลกราคาแพง 

เราต้องเทียบให้ถูกต้องค่ะ อย่างขวดพลาสติก 1 ขวด เรามองเป็นภาระ ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ทราบหรือไม่ว่าแก้วที่ท่านใช้ ขั้นตอนการผลิต มูลค่ามันมหาศาลกว่าพลาสติกมาก หลาย ๆ อย่างที่ผลิตไม่ถูกต้อง จริง ๆ ราคามันสูงกว่าอีก ต้องบอกว่าคุณค่าของการอยู่บนโลกใบนี้มันต้องทำ ต้องลงทุน เหมือนสุขภาพ ถ้าเราไม่ลงทุนเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้ยาก มันไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ แต่ก็ไม่ได้ยากขนาดที่คุณทำไม่ได้ ในอนาคตการทำของแบบนี้อาจแพงกว่านี้อีกถ้าเราดูแลโลกไม่ดีพอ เช่น ค่าไฟฟ้าอาจจะแพงกว่านี้ก็ได้ วันนี้เราจึงต้องช่วยกัน ลงทุนในวันนี้เพื่อวันข้างหน้า

ได้อะไรจากการผลักดันเรื่องนี้

เราคิดว่าสยามพิวรรธน์เป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ สิ่งที่เราทำ ทำเพื่อลูกหลานในอนาคต โลกเราร้อนมากขึ้นทุกวัน ดังนั้น เราเองก็ต้องคิดว่าจะมีส่วนในการดูแลโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องร่วมมือกัน เราเริ่มทำจากภายในองค์กร พนักงานกลับไปที่ครอบครัวก็ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมครอบครัวของเขา ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ของเราได้รับความรู้ มีแรงบันดาลใจที่จะกลับไปช่วยกัน เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคน

เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่
‘สยามพิวรรธน์’ ผู้พัฒนากับการเป็นองค์กรต้นแบบสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายการบริหารจัดการขยะเพื่อโลกที่สวยงามขึ้น

Questions answered by COO of Siam Piwat

1. ปกติตื่นนอนกี่โมง

ตื่นเช้าค่ะ ตี 5 ครึ่งก็ตื่นแล้ว

2. ชอบดื่มชาหรือกาแฟ

กาแฟค่ะ ขอเป็นกาแฟดำนะคะ

3 ยังใช้แก้วพลาสติกอยู่หรือเปล่า

ไม่ใช้แก้วพลาสติกแล้วค่ะ จะใช้แก้วตัวเองตลอด

4. ปกติชอบไปเที่ยวทะเลหรือภูเขา

  ทะเลค่ะ มีโอโซน และคิดว่าไม่ต้องไปทำร้ายใคร

5. พกถุงผ้าไหม

  พกค่ะ ในกระเป๋ามีถุงผ้า 2 ใบ เอามาเผื่อเพื่อนด้วย พกแบบนี้ตลอดเวลา เพราะว่าบางคนจะลืม เรื่องถุงผ้านี่ต้องบอกว่าที่ผ่านมา บริษัทห้างร้านหลายแห่งแจกกันเยอะมาก คือถุงผ้าหนึ่งใบถ้าจะใช้ให้คุ้ม อย่างน้อยต้อง 500 ครั้ง ถึงจะคุ้มค่ากับพลังงานที่ผลิตขึ้นมา เพราะมันต้องใช้วัสดุ กระบวนการทอเส้นใยผ้า การเย็บ และพลังงานในการผลิต ใช้ให้คุ้มเถอะค่ะ ใช้ยิ่งเก่ายิ่งดี แสดงว่าผ่านการใช้งานมาเยอะ เราจะทำการบริจาคถุงผ้า เชื่อว่าแต่ละคนมีถุงผ้าเยอะมาก กลับไปดูที่บ้านอาจมีคนละหลายสิบถุง เราเอาพวกนี้มาบริจาคแล้วเอาไปแจกจ่ายกันดีมั้ย จะได้ไม่สร้างภาระให้โลก เป็นการแบ่งปันคนอื่นด้วย

6. ชอบไปห้างไหน 

ไปสยามพารากอน เพราะมาทำงานที่นี่ทุกวัน เราชอบร้านอาหาร เดินแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นคนทำอาหารและทานเก่งด้วยค่ะ (หัวเราะ)

Writer

Avatar

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

ถ้าจะบอกว่า ‘เมกาบางนา (Megabangna)’ เป็นความภาคภูมิใจของชาวบางนาเนี่ยนก็ไม่น่าจะเกินจริงไปนัก เพราะแม้คุณจะไม่ใช่คนแถวนี้ เราเชื่อว่าคุณก็ต้องเคยได้ยินชาวบางนาพูดถึงที่นี่มาบ้างแน่ ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้านเก๋ ๆ แบรนด์ดัง ๆ หรือพื้นที่สนุก ๆ ที่ชาวบางนามักพูดถึงว่า “ที่เมกาบางนาก็มี”

การทำศูนย์การค้าในยุคนี้ไม่ง่าย เพราะนอกจากจะมีห้างน้อยใหญ่ผุดขึ้นมาแข่งกันเป็นดอกเห็ดแล้ว ผู้บริโภคยังมีตัวเลือกกิจกรรมอื่น ๆ มากมายให้ทำในวันว่าง แถมข้าวของต่าง ๆ ก็มาถึงมือได้เพียงแค่ปลายนิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์

แต่ศูนย์การค้าแห่งนี้ก็ยืนหยัดและเติบโตมาได้อย่างดี 

บนพื้นที่ 400 ไร่ เมกาบางนามีร้านค้าน้อยใหญ่กว่า 900 ร้าน มีพื้นที่สาธารณะกว้างขวาง ต้อนรับลูกค้ามาแล้ว มากกว่า 500 ล้านคน แถมพื้นที่ร้านค้ายังถูกจองเต็มแทบจะตลอดเวลา และแม้จะเป็นห้างที่มีโลเคชันเดียว แถมตั้งอยู่ชานเมือง แต่ก็มีผลงานโดดเด่นจนเป็นที่จับตาและถูกยกให้เป็นกรณีศึกษาอยู่เสมอ

วันนี้ The Cloud ไม่เพียงแต่ได้มาเดินเที่ยวห้างในเวลางาน แต่ยังได้มาคุยกับผู้บริหารที่เป็นเบื้องหลังเสน่ห์ของศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วย

คุณดิว-พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็น CEO ที่เป็นลูกหม้อของเมกาบางนา เธอบอกว่ารู้จักที่นี่จากการขับรถผ่านไปมาทุกวันตั้งแต่ลงเสาเข็ม จนห้างเสร็จเป็นรูปเป็นร่างก็มายื่นใบสมัครงาน ทั้งที่ตำแหน่งที่เธอมีประสบการณ์ยังไม่เปิดรับ แต่สุดท้ายก็ได้มาทำงานสมใจในปีที่ 2 ของการก่อตั้ง

พลินี คงชาญศิริ แฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mega Bangna

 จากผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่า มีหน้าที่วางกลยุทธ์พื้นที่และผู้เช่าจนกลายเป็นที่รักของผู้เช่าและทีมงาน ทุกคนจึงไม่แปลกใจที่คุณดิวจะได้รับเลือกมาดำรงตำแหน่ง CEO ต่อจากผู้บริหารคนเก่าที่หมดวาระไป

เป็น CEO มาเกือบ 2 ปี คุณดิวบอกว่าการบริหารเมกาบางนาคือเรื่องสนุก คือความสุขที่เธอไม่คิดอยากแยกมันออกจากชีวิตส่วนตัว

ความพิเศษของเมกาบางนา อาจจะมาจากความตั้งใจนี้ก็ได้

ว่าแล้วก็มารู้จัก CEO ที่เป็นทั้งผู้บริหาร แฟนตัวยง และลูกค้าประจำของเมกาบางนาคนนี้กัน

คนบ้านเดียวกัน 

คุณดิวเป็นบางนาเนี่ยน เธอและครอบครัวจึงเป็นลูกค้าของที่นี่มาตั้งแต่วันแรก ๆ เหมือนชาวบ้านใกล้คนอื่น ๆ 

แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้าดูศูนย์การค้าแห่งนี้ ผ่านทั้งสายตาผู้บริหารพื้นที่ศูนย์การค้ามืออาชีพ และผู้บริโภคที่ต้องการแหล่งแฮงก์เอาต์ดี ๆ ในวันหยุด

จากประสบการณ์การบริหารพื้นที่ในศูนย์การค้ากลางเมืองมา 8 ปี เธอตั้งข้อสังเกตว่า เมกาบางนามีแบรนด์อินเตอร์อย่าง IKEA มาเปิด เป็นแหล่งดึงดูดคนจากใจกลางเมืองให้มาช้อป แต่ร้านอื่น ๆ ในศูนย์กลับไม่ค่อยดึงดูดใจคนเมือง

และในฐานะชาวบางนา เธอตั้งข้อสังเกตว่า ครอบครัวของเธอและเพื่อนบ้านในย่านนี้ต้องขับรถเข้าเมืองเพื่อทำกิจกรรม จับจ่ายสินค้า หรือกินข้าวในร้านดัง เพราะไม่มีศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์อยู่ใกล้บ้าน

พอได้โอกาสเข้ามาทำงานที่เมกาบางนา คุณดิวจึงเอาอินไซต์ที่สะสมไว้มาสร้างจุดแข็งให้ศูนย์การค้าใกล้บ้าน

“ไม่ว่าใครจะมา ก็จะรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ของตัวเอง” คุณดิวสรุปความตั้งใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ไว้ในหนึ่งประโยค

 10 ปีผ่านมา เราจึงได้เห็นเมกาบางนา โดดเด่นกว่าห้างชานเมืองอื่น ๆ ในหลายเรื่อง 

ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งโซนและออกแบบส่วนผสมของร้านค้าให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น ฝั่ง Big C มีตลาดนัด มีธนาคาร คนที่มาเดินแล้วใส่ขาสั้นลากแตะสบาย ๆ มาแล้วไม่รู้สึกอึดอัด มีที่จอดรถอยู่ใกล้ ๆ มาซื้อของ ทำธุระแบบใช้เวลาน้อย ๆ ได้ 

การมีช็อปของแบรนด์หรูต่าง ๆ ที่ห้างในกรุงเทพฯ บางห้างยังไม่มี

และแม้ว่าจะอยู่ชานเมือง แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยร้านดังเหมือนกับที่มีในใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นทองสมิทธ์, Coffee Academic, Nice To Meet You, Saemaeul, Sushiro, Carnival, Marimekko, ชงเจริญ, Terra เป็นต้น

“แล้วยอดขายในสาขาเมกาบางนาของร้านดังเหล่านี้ก็ติด 1 ใน 5 ของร้านที่ขายดีเสมอ” คุณดิวเล่าอย่างภาคภูมิใจ

แม้จะเป็นวันที่ไม่ต้องการซื้ออะไร หรือไม่ต้องการกินอะไร เมกาบางนาก็มีโซนเอาไว้ให้นั่งเล่น เดินเล่น พร้อมกันทั้งครอบครัวและสัตว์เลี้ยงได้อีก

“เราทำห้างสำหรับชาวบางนาทุกคน คนแถวนี้ต้องชอบที่นี่ ถ้าอยู่บางนาแล้วไม่ได้เดินที่นี่ก็ไม่ใช่คนบางนาแล้ว” คุณดิวยืนยันด้วยเกียรติความเป็นคนบางนา

พลินี คงชาญศิริ แฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mega Bangna

กรีดเลือดมาเป็นเมกาบางนา

คุณดิวยอมรับว่าที่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เพราะใกล้บ้าน แล้วก็ใช้ความเป็นตัวเอง ความเห็นจากลูก เพื่อนลูก และเพื่อนร่วมงาน มาเป็นข้อมูลเสริมจากการสำรวจความต้องการของลูกค้า ในการเลือกร้านต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในศูนย์การค้าแบบไม่เกี่ยงว่าต้องแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว

ผู้บริหารหญิงที่มีลูกสาว 2 คนและดูอารมณ์ดีตลอดเวลาคนนี้บอกเราแบบแทบไม่หยุดคิดว่า “ไม่เคยมีแนวคิด Work-life Balance มีแต่แนวคิดให้งานกับชีวิตมันเดินไปพร้อม ๆ กัน”

‘เมกาบางนายังขาดอะไรอีกไหม บอกได้นะ’ ‘ไปร้านนี้หรือยัง เปิดแล้วนะ ’ เป็นบทสนทนาที่คุณดิวมักใช้ชวนพ่อแม่ ผู้ปกครองคนอื่นคุยเวลาไปรอลูกทำกิจกรรมต่าง ๆ 

“คนอื่นเขาคงคิดว่ากรีดเลือดมาเป็นเมกาบางนาแน่ ๆ ”คุณดิวบอกพร้อมหัวเราะร่วน

ความมีเมกาบางนาเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ คุณดิวจึงบริหารที่นี่ทั้งในฐานะแฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

คุณดิวเล่าว่า “ลูกสาว 2 คนเติบโตที่นี่ หลังเลิกเรียนมาทำการบ้านที่นี่ แล้วก็กลับบ้านด้วยกัน วันเสาร์อาทิตย์ก็พาลูกมาเล่นที่นี่ เราก็ได้ดูว่ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอีก”

Mega Harbor Land น้ำพุกลางแจ้ง สวนสาธารณะที่พาสัตว์เลี้ยงมาเดินได้ ร้านหนังสือที่กำลังจะเปิด และร้านอาหารอีกหลายร้านก็เกิดจากความเห็นของถิงถิง และ ผิงอัน สองสาวพี่น้องที่มีเมกาบางนาเป็นห้างที่ดีที่สุดในโลก

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

บริษัทดี เราก็ดี

แต่ความรักแบบหมดจิตหมดใจของผู้นำก็ไม่อาจทำให้องค์กรขับเคลื่อนได้ การบริหารทีมงานให้มีทัศนคติความเป็นเจ้าของร่วมกันจึงเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มเทสร้าง

ตลอดเวลาที่คุณดิวและทีมงานพาทีม The Cloud เดินชมศูนย์การค้า เราได้เห็นทีมงานซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ถ่ายรูปจุดที่น้ำสาด(ตอนนั้นฝนตก) ชวนกันเดินไปดูจุดที่เคยมีน้ำสาด

พอถามถึงเรื่องนี้ คุณดิวบอกว่า “เราพูดกันเสมอว่าให้คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้าน เดินไปที่ไหนเจอขยะก็หยิบทิ้ง เจออะไรไม่เรียบร้อยก็แจ้งให้คนมาดู เรียกแม่บ้าน ถ่ายรูปส่งในไลน์ ช่วยกันทำงาน ช่วยกันดู มันไม่ใช่แผนกใดแผนกหนึ่ง ให้คิดเหมือนว่าคุณเป็นเจ้าของที่นี่”

การจะทำให้ทุกคนรู้สึกอย่างนี้ ผู้บริหารต้องจริงจังในการสร้างการมีส่วนร่วม และสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานกล้าที่จะรู้สึกเป็นเจ้าของ

เมกาบางนามีวิธีการน่ารัก ๆ โดยให้ทุกคน ทุกแผนก มาประชุมร่วมกัน แล้วให้แต่ละฝ่ายเล่าว่าในเดือนที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง 

ทุกคนในบริษัทจะได้รู้รายละเอียดถึงขนาดว่า เดือนนี้ช่างเปลี่ยนหลอดไฟไปกี่หลอด เปลี่ยนท่อไปกี่อัน มีร้านไหนเข้าใหม่ ร้านไหนออกไปบ้าง เพราะมีเป้าหมายที่ทั้งบริษัทตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้นปีว่าจะช่วยกันขับเคลื่อน และประชุมนี้ก็เป็นวาระที่จะมาติดตามผลร่วมกัน

“เป็นประชุมที่สนุกมาก เวลาใครทำอะไรดี ได้ยอดดี หรือแก้ปัญหาอะไรได้ เราก็จะปรบมือ ส่งเสียงเชียร์กัน เหมือนดูคอนเสิร์ต ถ้าเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องไปใช้เวลาประชุมเยอะ มันเครียด” คุณดิวเล่า

ทีมงานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็บอกด้วยว่าชอบประชุมนี้มากเช่นกัน “รู้สึกว่าผู้บริหารรับรู้สิ่งที่เราทำ เพราะ CEO มานั่งฟังและสนุกกับเราทุกเดือน”

คุณดิวเล่าอีกว่าในการประชุมประจำเดือน เธอจะเปิดทุกอย่างให้พนักงานทั้งบริษัทดู แม้กระทั่งกำไร ขาดทุน เดือนไหนดี เดือนไหนติดลบ เพื่อให้ทุกคนรับรู้สถานการณ์ไปพร้อม ๆ กัน ให้สมกับเหมือนเป็นกิจการของตัวเอง

เธอบอกว่า “วันที่ลำบากก็ให้เขาเห็นว่าลำบากไปด้วยกัน เจ็บก็เจ็บไปด้วยกัน ดีก็ดีไปด้วยกัน”

บริหารแบบวิน-วิน

เราเชื่อว่าอินไซต์ที่แม่นยำและการบริหารผ่านความรู้สึกเป็นเจ้าของนี้ เป็นปัจจัยต้น ๆ ซึ่งทำให้ที่นี่มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 99% เสมอ 

คุณดิวเล่าว่า “การทำห้างที่มีพื้นที่น้อยมาก่อนทำให้เป็นคนเลือกมาก และต้องเน้นเลือกร้านที่ทั้งเราและเขาจะประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กันได้”

คุณดิวยกตัวอย่างกรณีร้านชานมไข่มุกว่า เมื่อตอนชานมไข่มุกเป็นกระแส เธอให้ทีมไปเชื้อเชิญร้านต่าง ๆ ให้มาเปิดร้าน จัดเขาให้อยู่ในพื้นที่ที่คนผ่านเยอะ และมีสัญญาสั้น ๆ ประมาณ 1 ปี เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันกันทั้งศูนย์การค้าและผู้เช่า

คนที่มาเดินห้างได้ซื้อชานมไข่มุกเจ้าดังแบบไม่ต้องเข้าเมือง ส่วนร้านชานมไข่มุกก็ได้ยอดขายในช่วงที่เป็นกระแสแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าที่มากนัก

“เมื่อเขาขายดี เราก็ดีไปด้วย” คุณดิวบอกพร้อมรอยยิ้ม

เมกาบางนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมกาซิตี้ ซึ่งมี SF Development Company Limited เป็นเจ้าของโครงการ 

ปัจจุบัน เมกาบางนามีผู้ร่วมทุนอยู่ 2 บริษัท คือ บริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

แม้เซ็นทรัลพัฒนาจะเป็นเจ้าแห่งการทำศูนย์การค้าอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย ส่วนอิคาโน่ก็เป็นเจ้าของ IKEA ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก แต่คุณดิวก็ได้รับอิสระในการบริหารเมกาบางนาอย่างเต็มที่

“ปัจจัยหลักน่าจะเป็นเพราะมันเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว เรามีคนมาเดินเยอะ มีร้านมาเช่าตลอดเวลา ร้านค้าขายของได้ดี ทำให้บอร์ดบริหารไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมาก

“ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ไว้ใจด้วย เพราะมันทำให้เราทำที่นี่ให้เป็นที่ของทุกคนได้อย่างที่ตั้งใจ แล้วก็หวังว่าจะทำให้พนักงานทุกคนมีความสุข” คุณดิวย้ำความตั้งใจ

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

CEO แบบ DIY

พื้นที่ขนาด 400 ไร่นี้บริหารด้วยพนักงานเพียง 120 คน ไม่มีห้องทำงานส่วนตัว ไม่มีคอกกั้น พนักงานทุกคนรวมทั้งผู้บริหารจึงใกล้ชิดกันมาก

คุณดิวผู้เคยเป็นพนักงานมาก่อน จึงเป็นผู้บริหารที่มีความกันเองสูงมาก มีกิจกรรมร่วมกันเยอะ และหมั่นสร้างตำนานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ 

“ไม่มีอะไรหรอก ก็เป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กัน” คุณดิวขอตัดบทเอาไว้ตรงนี้ 

แล้วบอกต่อว่า “เราเป็นกันเองเพราะรู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน เรียกว่าเป็นเพื่อนก็ยังน้อยไปนะ เราว่าพวกเขาเป็นครอบครัวด้วยซ้ำ”

การบริหารองค์กรขนาดใหญ่ด้วยทัศนคติเป็นกันเองแบบนี้ สะท้อนออกมาจากบุคลิกความเป็นผู้บริหารหญิงที่เห็นคุณค่าของทุกคนรอบตัว

แม้คุณดิวจะบอกว่าใช้ชีวิตและทำงานไปพร้อม ๆ กัน แต่เธอก็ยอมรับว่าการมีระบบสนับสนุนที่ดีจากเพื่อนและครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญมากที่ช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น

เราถามว่าเธอรักษาสมดุลของมิตรภาพกับการงานเอาไว้ได้ยังไง 

คุณดิวบอกว่า “การรักษาคนดี ๆ เหล่านี้ไว้รอบตัว คือการเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำให้เรา แล้ววันหนึ่งที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เราก็ต้องมีน้ำใจกับเขาเหมือนที่เขามีน้ำใจกับเรา” 

 และอีกปัจจัยคือความใจดีกับตัวเอง 

“วันที่ต้องขึ้นมาเป็น CEO รู้สึกกังวล แต่ก็ตั้งใจว่าได้รับมอบหมายอะไรมา เราจะทำให้มันให้โคตรดีที่สุด แล้วระหว่างทำก็ตบบ่าตัวเองตลอดเวลา

“คำชมของคนอื่นไม่สำคัญเท่าที่เรามองตัวเองนะ ถามตัวเองว่าวันนี้เราทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดหรือยัง เราทำดีกว่าเมื่อวานไหม ดีกว่าปีที่แล้วหรือเปล่า เปรียบเทียบตัวเราเอง มองตัวเองแล้วก็บอกตัวเองว่า เก่งว่ะ ชมตัวเองก็ได้” คุณดิวบอกพร้อมเสียงหัวเราะ

มีอะไรที่อยากฝากไว้ทิ้งท้ายไหม

“จงทำงานอย่างมีความสุขเถอะ สุขและสนุกนำ แล้วมันจะดี” 

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

Questions answered

by Chief Executive Officer of Megabangna

1. เพลงประจำตัวเวลาไปปาร์ตี้

เจ้าตาก ของคาราบาว (ร้องพร้อมชูมือรูปเขาควาย) “ยุทธศาสตร์ยิ่งใหญ่ ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว” 

2. เชื่อเรื่องดวงไหม

ไม่เชื่อ เพราะเคยเชื่อแล้วไม่แม่น

3. เรื่องที่ลูกน้องมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรา

คิดว่าเป็นคนเครียด แล้วก็เป็นทางการ 

4. เรื่องที่ลูกสาวมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรา

ชอบคิดว่าแม่บ่น จริง ๆ แค่เล่าให้ฟัง พูดเฉย ๆ ไม่ได้บ่น

5. โซนที่ชอบที่สุดเวลาไปห้าง

ร้านหนังสือ

6. หลุมหลบภัยในออฟฟิศ

ห้องประชุมเล็ก ๆ ที่ทุกคนจะรู้ว่าถ้าอยู่ในนี้ห้ามเรียก 

7. อาหารจานเด็ดที่ทำเอง

แพนเค้ก

8. คำถามที่ใช้ถามพนักงานใหม่

วันหยุดทำอะไร ถ้าเจอคนที่ไม่ชอบเดินห้างก็จบกัน

9. วันหยุดจะเจอคุณได้ที่ไหน

บ้านแม่

10. อยากชวนใครมาเดินที่เมกาบางนามากที่สุด

พ่อ อยากให้เขาได้อยู่เห็นว่าวันนี้เราได้ทำงานที่รัก ได้เห็นเราออกทีวี เขาน่าจะชอบอะไรแบบนี้มาก

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load