The Cloud x Museum Siam

ร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่งเข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร แต่ละร้านบอกเล่าความตั้งใจของนักออกแบบ ช่างฝีมือ และเจ้าของร้านเล็กๆ ที่ยืนหยัดมอบความศิวิไลซ์ให้ชาวพระนคร

เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ

The Trapeze Swingers Store 

ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรที่จี๊ดทุกชิ้น

บ้านไม้ 2 ชั้นสุดเท่ในซอยถนนพระอาทิตย์ อัดแน่นด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสอง รอคอยให้เราเข้าไปหยิบจับ ทดลองสวมใส่ และหมุนตัวหน้ากระจกจนกว่าจะได้ชุดที่ถูกใจ เสื้อผ้าทั้งหมดล้วนคัดสรรมาอย่างดี เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าของทุกชิ้นมีค่าในตัวเอง และใช้งานได้หลายรูปแบบ เพราะการแต่งตัวเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าจะเป็นเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงเป็นความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้คุ้ยหาได้เป็นวันๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่เจอได้ที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ 

ที่อยู่ : 15 ซอยชนะสงคราม แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ :  12.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์)

ห้องเสื้ออัษฎางค์

ร้านตัดเสื้อเก่าแก่แสนประณีต

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากกำลังตามหาชุดออกงาน ชุดราตรี ชุดไทย หรือชุดลูกไม้เนื้อละเอียด ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอาจเป็นคำตอบของใครหลายคน แต่สำหรับพระนครที่คลุ้งกรุ่นไปด้วยวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ยังมีร้านตัดเสื้อผ้าเล็กๆ ที่พิถีพิถันในการตัดเย็บผ้า ซ่อนตัวอยู่มากว่า 40 ปีในชุมชนดั้งเดิม

ห้องเสื้ออัษฎางค์ไม่ได้อยู่ริมถนนอัษฎางค์ แต่ตั้งอยู่ริมถนนเฟื่องนครใกล้ๆ กัน แรกเริ่มเดิมทีเคยเปิดเป็นโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อที่ถนนอัษฎางค์มาก่อน ต่อมาย้ายมาปักหลักบนถนนสายใหม่ พร้อมเปลี่ยนกิจการเป็นห้องตัดเสื้อ และตั้งชื่อร้านตามถนนสายเดิมที่คุ้นเคย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

โดยทั่วไป ทางร้านรับตัดชุดทุกรูปแบบทั้งชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นชุดออกงานสังสรรค์ ชุดคู่บ่าวสาว ชุดไทย ซึ่งผ่านฝีมือช่างผู้ชำนาญของทางร้านและเจ้าของร้าน ซึ่งจบด้านการออกแบบมาโดยตรง

งานฝีมือหนึ่งชิ้นใช้ความตั้งใจ พิถีพิถัน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบจากบุคลิกของลูกค้าและตามคอนเซปต์งานที่ลูกค้าต้องการ ผสมผสานกันจนออกมาเป็นชุดสวยหรู ซึ่งอาจใช้เวลาในการตัดนานเสียหน่อย ต่างจากการหยิบซื้ออย่างรวดเร็วตามห้าง แต่สิ่งที่ได้รับคือความละเอียดและประณีตที่ตัดออกมาให้เข้ากับคุณพอดิบพอดี

ที่อยู่ : 217 ถนนเฟื่องนคร แขวงบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ไตเย็บใหม่

ตำนานร้านกระดุมแห่งพาหุรัด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนรักการแต่งตัว รายละเอียดเล็กน้อยอย่างกระดุมเม็ดเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

ไตเย็บใหม่ คือชื่อร้านขายกระดุมแสนสะดุดหูในย่านพาหุรัด ก่อตั้งโดยตระกูลเชื้อสายอินเดีย เปิดขายสินค้านำเข้าคัดสรรมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า ตั้งแต่สมัยที่เสื้อผ้าสำเร็จรูปหายากและคนนิยมตัดชุดใส่เอง ร้านนี้จึงเป็นร้านแรกๆ ที่มีอุปกรณ์ในการตัดเย็บครบครัน เป็นที่โปรดปรานของสาวๆ ในยุคก่อน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในตู้กระจกเก่าแก่สูงจรดเพดาน 2 ฟากฝั่งและบานเฟี้ยมสุดเก๋า มีความละเอียดลออของลูกไม้สวิสสุดคลาสสิก กระดุมแก้วจากออสเตรีย กระดุมคริสตัลสวารอฟสกี้ กระดุมเพชรเจียระไนจากเชโกสโลวาเกีย ไปจนถึงกระดุมที่ผลิตจากวัสดุพิเศษอย่างเซลลูลอยด์ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่ยุคที่โลกยังไม่รู้จักพลาสติก เป็นสินค้าหายากที่ต่างจากกระดุมและอุปกรณ์ประดับทั่วไปในท้องตลาด ทั้งหมดวางเรียงรายอวดโฉมแข่งกันอยู่ในร้าน รอคอยคนที่มองเห็นคุณค่ามาเลือกไปเติมเสน่ห์ให้ชุดสวยของตัวเอง

ที่อยู่ : 612 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 น.

ลูกไม้รานี

ร้านลูกไม้ที่นำเข้าสินค้าจากทั่วโลก

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ใครว่าลูกไม้เชย คงยังไม่เคยสัมผัสความเก๋วินเทจของลูกไม้ที่ร้านลูกไม้รานี ร้านนี้มีผ้าลายลูกไม้สวยๆ หลากหลาย แต่ละผืนรายละเอียดแพรวพราว ล่อตาล่อใจชวนให้ซื้อติดมือกลับไปตัดชุด ไม่ว่าจะเดินเข้ามาด้วยงบประหยัดหรืองบอลังการ

ร้านเก่าแก่ในย่านพาหุรัดนี้เปิดทำการมากว่า 65 ปี ปัจจุบันเป็นรุ่นหลานที่เข้ามารับช่วงต่อ แต่ยังคงเสน่ห์และคุณภาพเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยระยะเวลาที่เปิดมานาน ทำให้ร้านนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตหลายประเทศ ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน หรือยุโรป ร้านจึงมีลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่สีพื้นๆ บางๆ ลายสวยคลาสสิกที่ใส่ได้ในทุกโอกาส หรือลูกไม้ดีเทลมุกประกายวิบวับ สีสันสดใส คัดเฉพาะเนื้อผ้าคุณภาพ รับรองว่าตัดชุดได้สวยโดดเด่นแน่นอน

ที่อยู่ : 370 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

Something About Us

ร้านเสื้อผ้าและของจุกจิกน่ารักสไตล์เกาหลี

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

จับกระเป๋าตังค์ให้มั่น ตั้งสติให้อยู่กับตัว ไม่งั้นคุณอาจประสบสภาวะล้มละลายทางการเงินเมื่อเจอความน่ารักของ Selected Shop ร้านนี้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านเสื้อผ้าและของใช้สะอาดตาขนาดหนึ่งคูหาในย่านบางลำพู ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและคำทักทายยินดีจากเจ้าของร้าน เสื้อผ้าหลากหลายละลานตาสั่งตรงมาจากเกาหลี โดยคิมจินยอง เจ้าของร้านชาวเกาหลีแท้ๆ เป็นคนเลือกสรรเองกับมือ มีบางส่วนเป็นเสื้อผ้าของไทยซึ่งเป็นผ้าลินินคุณภาพดี เครื่องประดับชิ้นน้อยน่ารัก กระเป๋า น้ำหอม แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและโปสการ์ดแสนเก๋ บ่งบอกรสนิยมอันดีเลิศของเจ้าของร้าน ซึ่งคัดสรรผลงานสวยของแบรนด์เล็กๆ ไฟแรงมาไว้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า  ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สำหรับสาวๆ ช่างแต่งตัว ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ควรมาเป็นอย่างยิ่ง หยิบเสื้อผ้าที่ชอบแล้วขึ้นไปลองบนชั้น 2 ได้เลย

ที่อยู่ : 101 ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาทำการ : 12.00 – 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Horselegmarking Shoes 

ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าวัฒนธรรมไทย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านรองเท้าสุดเก๋ร้านนี้ เปิดตัวที่ญี่ปุ่นในปี 2014 ด้วยแนวคิดที่อยากส่งต่อสารไปถึงผู้คน ให้หันกลับไปมองวัฒนธรรมตัวเอง และเปิดกว้างกับวัฒนธรรมอื่น 

แรงบันดาลใจของรองเท้าหลากฟังก์ชันนี้มาจากรถอีแต๋นที่สร้างด้วยภูมิปัญญาของคนไทยเอง โดยหยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องมี อย่างลายนกเหยี่ยว ลายเพชร ลายดอกไม้ ลายผีเสื้อ มาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ หรือบรรยากาศของท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนรองเท้าในแต่ละซีรีส์ที่มีการเล่าเรื่องแตกต่างกันออกไป เช่นในซีรีส์แรกที่ชูเรื่องสีคู่กับรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ซีรีส์ต่อมาลดความฉูดฉาดลง แต่เน้นไปที่ลวดลายกับรองเท้าหุ้มส้นแทน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ไม่มีโลโก้บอกยี่ห้อ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ในรองเท้าทุกคู่ คือหนังกลับข้างเดียวตรงส้นรองเท้า ตอบคำถามที่มาของชื่อแบรนด์ HORSELEGMARKING ที่แปลตรงตัวคือรูปพรรณสัณฐานที่ขาม้า ม้าแต่ละตัวมีปลอกขนขาสีขาวที่ต่างกันเพื่อบอกตัวตน พื้นที่ว่างบนหนังกลับก็เป็นพื้นที่ว่างให้ผู้สวมใส่เติมสิ่งต่างๆ ผ่านการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนสไตล์ผู้สวมใส่

ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกันหมด และแม้จะใส่รองเท้าแบบเดียวกัน คาแรกเตอร์ก็ออกมาต่างกันอยู่ดี เพราะทุกคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง แบรนด์เชื่อในความเฉพาะของตัวบุคคล รวมไปถึงวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพื้นถิ่นนั้นๆ 

ที่อยู่ : 320 ถนนมหาราช แขวงพระบรมหาราชวัง

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย 

ร้านร่มระดับตำนานของประเทศ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ก่อนออกจากบ้าน การแต่งตัวสวยจะสมบูรณ์หมดจด ถ้ามีร่มเก๋ๆ สักคันติดมือไปด้วย 

ร่มคือหนึ่งไอเทมสำคัญสำหรับต่อสู้กับอากาศประเทศไทย นอกจากประโยชน์ที่ใช้กันแดดกันฝนแล้ว ร่มยังซ่อนเรื่องราวแฟชั่นเอาไว้ ด้ามจับที่บ้างเป็นไม้ บ้างเป็นพลาสติก ลวดลายความสวยงามบนตัวร่มก็แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงซี่ร่มที่ไม่ได้ถี่เหมือนกันทุกคัน 

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย มีต้นกำเนิดมาจากร้านซ่อมร่มที่ชื่อว่า ร้านเซี่ยงไถ่ เปิดทำการมากว่า 100 ปี ในอดีต ร่มคือสินค้านำเข้าราคาแพงที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ เมื่อลงทุนซื้อใช้กันสักคันก็ต้องดูแลทะนุถนอมอย่างดี เมื่อพังจึงนิยมมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการซ่อมร่มของยุค ต่อมาจึงสร้างโรงงานผลิตร่มเพื่อส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและค้าขายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นร่มสองตอน ร่มสามตอน ร่มไม้เท้า ร่มกอล์ฟ ร่มด้ามไม้ ร่มผ้าฝ้าย ร่มไหมญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน ความเก่าแก่ของร้านก็ทำให้เราได้เห็นร่มทรงเจดีย์หน้าตาวินเทจ ร่มเหล็กพิมพ์ลายเรโทรเก๋ไก๋ และร่มเก่าเก๋า Deadstock อีกมากมายให้ซื้อหาอย่างถูกอกถูกใจ บางลายหมดแล้วหมดเลย ไม่มีทำเพิ่ม ดังนั้น รีบไป เลือกก่อนได้เก๋ก่อนนะ

ที่อยู่ : 624-626 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้าน S.S. 

ร้านส่าหรีในตลาด Little India

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากต้องการชุดใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซีหรือจะปาร์ตี้กับเพื่อน ขอแนะนำให้เดินขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาที่ร้าน S.S. ณ ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ซึ่งมีกองทัพชุดส่าหรีและผ้าอินเดียตระการตาน่าเลือกซื้อรออยู่ 

ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปี ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 เต็มไปด้วยผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดส่งตรงมาจากนิวเดลี ที่เอามาประยุกต์ใส่ในชีวิตประจำวันเพิ่มสีสันให้วันธรรมดาสนุกมากขึ้นได้ นอกจากนี้ ในตลาดผ้าเก่ายังมีทั้งร้านขายชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ พร้อมให้เลือกซื้อและสวมบทเป็นชาวภารตะได้ในที่เดียว 

ที่อยู่ : ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

ห้างไนติงเกล-โอลิมปิก

ตำนานห้างเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของสาวชาวพระนคร

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

แต่งตัวจัดเต็มแล้วไม่เติมสีปากสักหน่อยก็คงจะไม่ครบเครื่องเท่าไหร่นัก ทุกวันนี้มีลิปมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกสรร แล้วคนสมัยก่อนเขาใช้อะไรกัน อาคารสูง 7 ชั้น ย่านวังบูรพาแห่งนี้มีคำตอบ

ถ้าสยามสแควร์คือสถานที่รวมแหล่งวัยรุ่นในยุคนี้ ห้างไนติงเกล-โอลิมปิกก็ฮอตฮิตเมื่อ 80 ปีก่อนไม่ต่างกัน ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขายสุดเก๋า ป้ายที่ใช้สีสันสนุกสนาน หรือตู้โชว์ที่ยังคงวางขายสินค้ายอดนิยมตั้งแต่ดั้งเดิม

ว่าแล้วเราก็ตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางสไตล์วินเทจ ที่มีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนติงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับขนาดกะทัดรัด เหมาะแก่การพกติดกระเป๋าไปไหนมาไหน เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดกาลที่ลูกค้าแวะเวียนมาซื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก หรือถ้าอยากได้ข้าวของมากกว่านั้น ที่นี่ยังมีครีมประทินผิว และเสื้อผ้าเครื่องประดับ Deadstock เก๋ไก๋ 

ไม่ว่าซื้ออะไรก็มีครบครัน ช้อปเสร็จก็คว้าถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้าน ตรงตามสโลแกนห้างที่ว่าคลังแห่งเครื่องกีฬา ราชาแห่งเครื่องดนตรี ราชินีแห่งเครื่องสำอาง’ เป๊ะๆ เลยทีเดียว

ที่อยู่ : 70 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ :  09.30 – 17.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)

รองเท้าอรสมัย 

ร้านรองเท้าหนังรุ่นแม่ก็ใช้ รุ่นลูกก็ใช้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

อรสมัยเป็นร้านทำรองเท้าหนังที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมแพร่งภูธรติดกับถนนตะนาว มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี เปลี่ยนมือมาแล้วถึง 3 รุ่น เรียกได้ว่าลูกค้าบางรายใช้มาตั้งแต่รุ่นแม่จนถึงรุ่นลูกเดินเข้าไปในร้านจะเห็นรองเท้าหนังวางเรียงรายอยู่เต็มตู้กระจก เลือกหยิบจับลองและสวมใส่ได้ตามความชอบ โดยเจ้าของร้านจะคอยแนะนำให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าออกงาน รองเท้าใส่ทั่วไป หรือรองเท้าใส่ทำงานสำหรับข้าราชการ หากถูกใจตามแบบที่ตั้งโชว์ก็ซื้อได้เลย แถมยังมีกระเป๋าหนังแท้ราคาย่อมเยาวางขาย เผื่ออยากได้รองเท้า-กระเป๋าเข้าชุดกัน ก็เลือกให้จบได้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนที่หารองเท้าใส่ยาก หรืออยากหนีความซ้ำซากจำเจ ก็สั่งตัดรองเท้าหนังวัวและหนังแกะให้เข้ากับรูปเท้าและสไตล์ของตัวเองโดยเฉพาะได้ เลือกเปลี่ยนสีและลายรองเท้าได้ตามต้องการ เห็นป้ายอรสมัยตัวโตๆ แสนโก้แล้วก็เดินเข้ามาได้เลย ร้านรองเท้านี้ยินดีต้อนรับเสมอ

ที่อยู่ : 552 ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ :  10.30 – 20.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้านรองเท้าบ้านเลขที่ 74 

แหล่งตัดคัทชูเก๋าแสนเนี้ยบ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในมุมเล็กๆ ของตรอกข้างศาลเจ้าพ่อเสือ เส้นทางที่นักท่องเที่ยวขาจรน้อยคนจะเดิน มีร้านรับทำรองเท้าคัทชูด้วยมือซุกซ่อนอยู่ ริ้วรอยกาลเวลาลอยตลบอบอวลอยู่ทั่ว บ่งบอกอายุอานามและประสบการณ์ของร้าน ช่างสองพี่น้อง เจริญ-จรัญ ใช้เวลากว่า 3 อาทิตย์ เพื่อสร้างรองเท้าทำมือ 1 คู่ อย่างประณีตทุกขั้นตอน เก็บรายละเอียดทุกจุดเพื่อทำรองเท้าที่เหมาะกับคนซื้อมากที่สุด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สิ่งเล็กๆ ที่ยังมีคนมองเห็นคุณค่าที่ควรส่งเสริม การอดทนเฝ้ารอเพื่อให้ได้มาและความประทับใจ จะตราตรึงเราไปอีกแสนนาน เป็นร้านที่้เหมาะสำหรับคนใส่ใจการแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ 

ที่อยู่ : 74 ตรอกพ่อเสือ ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 พฤศจิกายน 2565
1 K

“เดือนนี้ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับเราไหม” 

ประโยคคำถามสั้น ๆ ที่เราอยากให้ทุกท่านสะกิดชวนคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ให้ร่วมกันคว้ากระเป๋า สะพายกล้อง และตบเท้าออกจากบ้าน มาสร้างความทรงจำร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Colorful Bangkok 2022 ฤดูหนาวนี้มีนิทรรศการมากมายที่ตระเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้มาเชยชม ทั้งการจัดแสดงภาพศิลปะจากศิลปินมากฝีมือ การแสดงแสงสีสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีรวมถึงละครเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ไม่ว่าจะฉายเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกพวกพ้องมาเสพงานศิลป์ ชมแสงสี หรือดื่มด่ำกับเสียงดนตรีก็ดี เดือน 11 นี้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลากสีสัน ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยแน่นอน

คอลัมน์ Take Me Out ขอส่งมอบเช็กลิสต์ที่มัดรวมกว่า 20 นิทรรศการศิลปะ แสงสี และดนตรีจากทั่วทุกสารทิศของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤศจิกายน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ 

ถ้าพร้อมแล้ว ก็คว้าแขนคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย!

หมวดที่ 1 
นิทรรศการศิลปะ

01 
Mind and Body: An Abstract Conversation

นิทรรศการงานศิลป์เชิงนามธรรม ชวนขบคิดเรื่องกายและจิตของ 6 ศิลปินหญิง 

กายและจิต เป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างยากที่จะแยกขาด 

หากพลังใจมา แรงกายย่อมเกิด แต่ถ้าใจไม่สู้ ร่างกายก็คงต้องยอมยกธงขาวไปตามระเบียบ

ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยนิทรรศการ Mind and Body: An Abstract Conversation ที่ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) มาเป็นภัณฑารักษ์

ภาพ : MOCA Bangkok

งานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสงบจิต สงบใจ แนะนำให้จูงมือกันไปสำรวจและทบทวนเบื้องลึกของจิตใจที่สัมพันธ์กับการกระทำทางกาย ผ่านการเดินชมงานศิลปะเชิงนามธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการจัดวาง จากฝีไม้ลายมือ 6 ศิลปินหญิง ได้แก่ อัจจิมา เจริญจิตร, อลิสา ฉุนเชื้อ, กวิตา วัฒนะชยังกูร, ชนิดา อรุณรังษี, เต็มใจ ชลศิริ และ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ที่เรียนรู้กระบวนการฝึกจิตให้นิ่ง ด้วยการโฟกัสกับการวาดรูปแทนการจมจ่อมอยู่กับอาการปวดกระดูกของตน จนเกิดไอเดียในการนำโครงกระดูกและหัวกะโหลกมาเป็นองค์ประกอบในภาพวาด

ภาพ : MOCA Bangkok

เรารับรองว่านอกจากคุณจะได้เสพงานศิลป์เพื่อสร้างความสุนทรีย์จากนิทรรศการนี้แล้ว คุณจะตกตะกอนความคิดจนรู้เท่าทันจิต เข้าใจตนเอง รวมถึงเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริงด้วย 

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 – 19.30 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรมโฟร์ซีซันส์ 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

02
BRUTAL CLUB A Solo Exhibition by Karms

นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในศิลปินมาแรงไม่แพ้ใคร ก้าม-ธรรมธัช สายทอง หรือ KARMS มาพร้อมกับนิทรรศการ BRUTAL CLUB ภาพวาดสีน้ำมันชุดใหม่ แต่คงความเอกลักษณ์โดดเด่นไว้เช่นเคย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อิสระในกรงขัง’ แสดงให้เห็นจิตใจของมนุษย์อีกด้านหนึ่งที่ยากแท้หยั่งถึง รอคอยการปลดปล่อยสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกที่คิดว่าอิสระอาจเป็นเพียงกรงขังอีกใบที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยเขาเปิดเผยอีกแง่มุมของจิตใจผ่านคาแรกเตอร์ภูตผีตัวจ้อยสุดน่ารัก แฝงด้วยความประหลาดพิลึกชวนฉงน ที่ดึงดูดพวกเราเดินเข้าไปชมงานในห้องจัดแสดงมืด ๆ อันลึกลับ

หากอยากมาตื่นเต้นไปกับมุมมืดของจิตใจมนุษย์ที่ถูกบดบัง และชมภาพวาดจิตรกรรมดั้งเดิมผสานองค์ประกอบศิลป์ของแสง สี และเงา อันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินคนนี้ มาพบกันได้ในนิทรรศการ เพราะภูตผีน้อยทุกตัวรอคอยให้คุณเปิดประตูและเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ในห้วงแห่งความลึกลับ

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

03
ที่ชอบที่ชอบ : Do what you like | Love what you do

นิทรรศการศิลปะนานาเทคนิค จากเหล่าศิลปินอิสระที่จัดนิทรรศการทำในสิ่งที่ชอบ

หากพูดถึงนิทรรศการศิลปะ คงเต็มไปด้วยศิลปินที่พร้อมนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาด้วยความจริงจังและตึงเครียด แต่ไม่ใช่สำหรับนิทรรศการ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ นำทีมโดย สันติ แต้พานิช และผองเพื่อน ที่นิยามตนว่าเป็นเพียงคนชอบทำงานศิลปะ นำเสนอผลงานออกมาในแบบที่ตนชอบ โดยมีคอนเซ็ปต์งานว่า “ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ” บอกเลยว่างานที่จัดแสดงก็สมกับชื่อนิทรรศการ

ภายในงานรวบรวมความชอบศิลปะของศิลปินแต่ละคนจากหลากหลายแขนงและเทคนิค มีผลงานตั้งแต่ภาพถ่ายยันภาพวาด ทุกคนที่มาชมงานจะพบกับความชอบของ สันติ แต้พานิช, แคลร์ ปัจฉิมมานนท์, อุษา มานิตานนท์, พนอจิต, มนุษย์ถั่ว, คณธร ทับวิไล และ โต๊ด โกสุมพิสัย ผ่านทางนิทรรศการนี้ เรียกได้ว่าถูกใจคนชื่นชอบงานศิลป์แน่นอน

ศิลปินทุกคนยังยืนยันคำเดิมว่า แค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้น พวกเขาหวังแค่เพียงผู้คนที่มาพบเห็นจะรู้สึกชอบมันไปด้วยไม่มากก็น้อย

จัดแสดงถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : 6060 Art Space 27 ซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1890 1554

04 
Wherever Belong It Whenever Comfort

นิทรรศการปุยเมฆแห่งความสบายใจ ให้ผู้ชมมาปล่อยใจคิดถึงสถานที่ที่รักอย่างอิสระ 

ทุกคนมีสถานที่ในใจที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นความสบายใจเสมอ ไม่ว่าก้อนความทรงจำนั้นจะเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Petchsh หรือ เพชร-สิระ หอมจันทร์ ศิลปินผู้ถ่ายทอดก้อนความคิดที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพปุยเมฆขาวล่องลอยเหนือบรรยากาศของวันวาน เพชรเน้นสำรวจก้อนความถวิลหาอดีตในด้านบวก ถ่ายทอดออกมาทั้งอดีตที่เกิดขึ้นจริงและอดีตในจินตนาการ เธอชักชวนให้พกภาพถ่ายสถานที่ในใจมาด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Interactive กับประติมากรรมเชิงจัดวางที่จะได้พรินต์ภาพนิ่งติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึก

มานั่งปล่อยใจล่องลอยดั่งปุยเมฆไปพร้อม ๆ กันในนิทรรศการ Wherever Belong It Whenever Comfort พื้นที่ที่ให้เราตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีต่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงความฝันก็ตาม เพื่อให้สารสุขในสมองออกมาทำงาน ให้จิตใจเกิดความเบาสบาย และปลายทางเพื่อให้ผู้ชมได้รับสภาวะ ‘ตัวเบา’ ดั่งปุยเมฆเมื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 07.30 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Palette Artspace ชั้น 4 เลขที่ 1057 ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 06 4587 6788

05
India My Love (อินเดียมายเลิฟ) 

นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทธรรมดาแต่เหนือจริงของมือกีต้าร์วงทีโบน

ธรรมดาแต่น่าพิศวงอาจเป็นคำจำกัดความที่พอจะอธิบายนิทรรศการชุดภาพถ่ายสตรีท ‘อินเดียมายเลิฟ’ ของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีต้าร์วงทีโบนได้ กอล์ฟเอาชนะความกลัวอินเดียของเขาด้วยการเก็บภาพฝูงชน ความสับสนอลหม่าน และสิ่งที่พบเจอข้างทาง จนประกอบร่างออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก

เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพสตรีทอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการถ่ายภาพประเภทนี้ใช้ทักษะคล้ายคลึงกับการด้นสดตอนเล่นกีตาร์ ต้องลื่นไหล เป็นอิสระ และกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคว้ากล้องและออกเดินทางไปยังอินเดีย การบันทึกภาพผ่านเลนส์ในครั้งนี้ทำให้กอล์ฟตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง 

หนึ่งในภาพจำของนิทรรศการนี้คือ ภาพเศียรของพระศิวะลอยปริ่มน้ำ โดยมีมือหญิงสาวเล็บสีเขียวจับราวด้านหน้าเอาไว้ คล้ายกับพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ ยิ่งมองยิ่งชวนฉงน แลดูเหนือจริง แต่ก็ชวนตั้งคำถามว่า ผู้ถ่ายกำลังพยายามสื่อสารอะไร เราอาจได้เห็นอินเดียมาหลากหลายรูปแบบ แต่รับรองว่าอินเดียในมุมมองของกอล์ฟนั้น สะท้อนความจริงและความแตกต่างได้อย่างน่าพิศวง

จัดแสดงถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Kathmandu Photo Gallery เลขที่ 87 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2234 6700 หรือ 08 5199 4050

06 
Yesterday I was, Tomorrow I will be 

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสุดท้ายของ Pomme Chan ตอกย้ำแนวคิดความสำเร็จต้องใช้เวลา

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสินค้าผู้เลื่องชื่อและคว่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะมากว่า 2 ทศวรรษ เธอเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่า ‘Good things take time’ เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมใช้เวลาในการสร้างให้มันเกิดขึ้น

ภาพ : River City Bangkok

นิทรรศการ Yesterday I was, Tomorrow I will be จึงเปรียบเสมือน Lifetime Exhibition ขนาดย่อมที่รวบรวมผลงานกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงไว้ ณ ที่เดียว แอบกระซิบว่ามีตั้งแต่ผลงานที่เธอวาดเป็นชิ้นแรก รวมถึงผลงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนด้วย เช่น ผลงาน Tiger รูปปั้นเสือหน้าตาน่ารักประดับลวดลายด้วยดอกไม้ตามตัว สะท้อนให้เห็นตัวตนของเธอในแง่มุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึง ว่าเธอเป็นนั้นเป็นคนใจดีคนหนึ่ง ขัดกลับภาพลักษณ์ที่บางคนอาจมองว่าเธอดูน่าเกรงขามและเข้าถึงยาก

ภาพ : River City Bangkok

ความน่าสนใจของนิทรรศการนี้อยู่ที่การเล่าเส้นทางอาชีพของ Pomme Chan โดยไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มตะหวัดปากกาหมึกดำเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน วันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความงดงามให้แก่ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอกาสได้ร่วมงานกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก จนประสบความสำเร็จถึงขนาดเปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเป็นของตัวเอง

ภาพ : River City Bangkok

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ Pomme Chan จะจัดแสดงผลงานในฐานะนักวาดแล้ว เพราะหลังจากนี้เธอจะหันไปสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

07
Bangkok Art Biennale 2022 (BAB)

เทศกาลศิลปะจากศิลปินนานาชาติในหลากโลเคชันทั่วกรุงเทพฯ

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาในธีม ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM) สะท้อนความโกลาหลทางสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันการปรับตัวเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป โดยครั้งนี้กรุงเทพมหานครจับมือกับแม่ทัพใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายโควิดด้วยการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะนานาชนิดกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 73 ชีวิต เพื่อสะท้อนมุมมองของศิลปินในยุคหลังวิกฤตโรคระบาด

ไปดูงานศิลปะจัดวางของปรมจารย์ แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley) จัดแสดง ณ วัดโพธิ์ สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เขามีต่อศาสนาพุทธและเชน โดยงานชิ้นแรก ‘Connect’ จะเชื่อมโยงระหว่างที่ว่าง แสงสว่าง เข้ากับโครงร่างของมนุษย์ และชิ้นที่สอง ‘Contain’ แสดงถึงร่างกายที่สำนึกรู้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืองาน ‘The Standard’ ของ น้ำอุ่น-พิชชาภา หวังประเสริฐกุล กล่องสี่เหลี่ยมใสขนาดพอดีตัวที่มีเธอนั่งอยู่ข้างในพร้อมใช้ชีวิตและอิริยาบถทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานนี้สะท้อนใจใครหลายคนให้เห็นภาพชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ถูกกดขี่จากระบอบสังคมทุนนิยม ซึ่งบอกให้เราพอใจกับความอัตคัด แลดูอึดอัด สิ้นหวัง ราวกับติดคุกกระจกที่มองไม่เห็น แต่จะผลักออกก็ไม่ได้ 

ทีเด็ดสุดท้ายที่เราอยากให้ไปเยี่ยมชมคือ งานศิลปะเสมือนจริง (Virtual Art) ของ Uninspired by Current Events ที่เน้นรังสรรค์งาน จิกกัด เสียดสีสังคมปัจจุบันสมชื่อด้วยธีมเหนือจริง

ภาพของเขาติดตาอย่างน่าพิศวง เหมือนคำถามปลายเปิดที่ติดอยู่ในห้วงความคิดให้เราตีความว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ในเทศกาลใหญ่อย่าง BAB แน่นอนว่า Uninspired by Current Events ไม่ได้มีแค่ภาพมาจัดแสดง แต่ยังนำเสนอเกมที่มีวัตถุหลักเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ ในประเทศไทยให้ผู้ชมเข้าไปลองเล่น ซึ่งในตัวเกมยังไม่วายชวนผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้วอำนาจทางการเมืองไทยด้วย

ศิลปิน แอนโทนี กอร์มลีย์

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 

2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 3057 7100

ศิลปิน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ Uninspired by Current Events 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8-9

939 ถนนพระรามที่ 1 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630

08
I TOMATO YOU

นิทรรศการที่พกความแสบซ่าและความน่ารักมากองไว้เต็มอก

         Tomato Girls คือชื่อคาแรกเตอร์ของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มแดง 2 ลูก บนภาพวาดสีสันสดใสของ สิรินาฏ สายประสาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ S I R I ศิลปินเจ้าของนิทรรศการเดี่ยว I TOMATO YOU ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ไอคอนสยามในเวลานี้       

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ S I R I กำลังฝึกฝนการวาดภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้ามองลูกแฝดทั้งสองค่อย ๆ เติบโต วันนั้น ขณะสองแฝดกำลังวิ่งซุกซนอย่างสนุกสนาน เธอก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศแต้มอยู่บนแก้มทั้งสองข้างของเด็กทั้งสองคน จึงอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพความสดใสที่เต็มล้นไปด้วยบริสุทธิ์เอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นคาแรกเตอร์สุดน่ารักบนงานวาดที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ความโดดเด่นของภาพวาดที่ S I R I ถ่ายทอด คือเรื่องราวน่ารักของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มสุกปลั่งในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านลายเส้นซุกซน เข้าถึงง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวคิดการเทียบเคียงของสิ่งรอบตัวเอาไว้ให้ชวนค้นหาคำตอบ

การวาดรูปสร้างความสุขได้ไม่ต่างจากการที่ได้เลี้ยงดูลูกแฝดทั้งสอง รูปภาพของเธอจึงเต็มไปด้วยความรักและสีสันสดใส ทำให้ผู้พบเห็นมองแล้วเบิกบานไปทั้งหัวใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

นั่นเองคือหัวใจหลักของผลงานจากศิลปินนาม S I R I 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

09
Old Wound (แผลเก่า)

นิทรรศการภาพจิตกรรมที่ยืมต้นแบบมาจากหน้าปกสื่อสิ่งพิมพ์

‘แผลเก่า’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรักของขวัญกับเรียม แต่ยังสะท้อนถึง ‘แผลเรื้อรัง’ ในสังคมไทยที่กินเวลายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ทหาร และภาพลักษณ์ของพระราชวังในอดีต นิทรรศการเดี่ยวโดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินผู้รักการตั้งคำถาม ได้จัดแสดงผลงานกว่า 25 ชิ้น โดยครั้งนี้ประทีปจัดวางตัวเองเป็น ‘สื่อ’ ในร่างจิตรกร

เขารังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากหน้าปกของสื่อสิ่งพิมพ์ไทยหลากยุคสมัย อาทิ หนังสือพิมพ์ ประชาชาติ นวนิยาย แผลเก่า หนังสือ ละครการเมือง และ อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสะท้อนอิทธิพลของสื่อในการสร้างภาพจำในแต่ละยุคสมัย งานจิตรกรรมชุดนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ซึ่งอคติและอารมณ์ร่วม เพื่อให้ดวงตาของผู้ชมได้ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแปร’ ในการตีความด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบัน มาช่วยกันสำรวจวิธีการจัดวางตัวอักษรและภาพว่าประทีปจะซ่อนบทสนทนาทางสังคมอะไรไว้ในงานชุดนี้บ้าง 

จัดแสดงถึงวันที่ 21 มกราคม 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

(เปิดวันอังคาร-เสาร์ ปิดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ : SAC Gallery ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท ใกล้กับ Raveevan Suite, 39 Boulevard (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 8237 และ 0 2258 5580 ต่อ 401

10
The Art of Banksy: “Without Limits” 

นิทรรศการเสียดสีสังคมของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษจัดแสดงที่ไทยครั้งแรก

เชื่อว่าต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับผลงานของ Banksy ศิลปินสตรีทอาร์ตนิรนามสัญชาติอังกฤษ อย่าง Girl with Ballon ภาพเด็กผู้หญิงทำท่าไขว่คว้าหรือปล่อยลูกโป่งล่องลอยไปในอากาศ หรือ Rage, The Flower Thrower ภาพชายขว้างระเบิดช่อดอกไม้ เขาขับเคลื่อนสังคมผ่านเนื้อหาที่กระตุ้นให้ฉุกคิดถึงการเมือง เสียดสีสังคมและทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ทว่าสอดแทรกความขบขันอยู่ในที

ฤกษ์งามยามดี ประเทศไทยจัดงานนิทรรศการ The Art of Banksy: Without Limits เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากตระเวนทัวร์มาแล้ว 18 เมืองทั่วโลก มีผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านคน

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์จัดงาน ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมชิ้นงานของ Banksy ที่กระจัดกระจายอยู่ตามท้องถนน ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหลากหลายรูปแบบไว้กว่า 150 ชิ้น โดยมีผลงานจริง 32 ชิ้น รวมถึงผลงานที่ทำซ้ำขึ้นมาด้วยเทคนิค Stencil หรือการฉลุลาย

ไฮไลต์ของงานที่พลาดไม่ได้ คือ ผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ อย่างการจำลอง Dismaland สวนสนุกสุดหดหู่ และ Infinity Room ห้องกระจกที่พาเราไปท่องโลกของ Banksy อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะเป้าหมายของนิทรรศการคือความต้องการสร้าง Total Experience ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชม มากกว่าการแปะป้ายว่างานไหนเป็นงานออริจินัลหรืองานทำซ้ำ เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักอ่านมาร่วมทำความเข้าใจและขบคิดถึงสาระสำคัญที่แฝงไว้ในงานศิลป์ของ Banksy ด้วยกัน

จัดแสดงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : บัตรราคาใบละ 250 บาท

สถานที่ : MOCA BANGKOK ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2016 5666

หมวดที่ 2
การละครและดนตรี

01
โขน ตอน ‘สะกดทัพ’

ยกขบวนชมการต่อสู้สุดตระการตาของหนุมานและไมยราพ

นอกจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เล่ามาข้างต้น Colorful Bangkok ยังชวนทุกคนออกมาสร้างความสุขในวันหยุดด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมต้องไม่พลาดการแสดงโขน ตอน ‘สะกดทัพ’ โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพราะเต็มไปด้วยแสง สี เสียง สุดแสนตระการตา พร้อมกับโชว์สุดพิเศษที่มีความโดดเด่น 5 จุดใหญ่ 

จุดที่ 1 นี่เป็นครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพ ซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หาได้ยากในปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นที่ปรึกษาอาวุโส และมีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน แต่มีแสดงโชว์ในงานนี้

จุดที่ 2 เตรียมพบกับความอลังการและศิลปะความงามฉบับไทยกับการแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 แถมออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่กว่า 100 ชุด

จุดที่ 3 คือความสนุกสนานเร้าใจจาก ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงและเขียนบท ที่ใส่การผจญภัยของยอดทหารวานรที่ต้องฝ่าฟัน และความมันอีกหลาย ๆ ด่านเอาไว้ในเนื้อเรื่อง รับประกันความสุดเหวี่ยง ถึงขั้นต้องใช้นักแสดงบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ

จุดที่ 4 ความอลังการของฉากและเทคนิคกลไกสุดน่าทึ่ง สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

และความพิเศษจุดที่ 5 คือความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษา 7 คน อายุตั้งแต่ 9 ปี ซึ่งฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา เป็นความพิเศษสุดที่ใช้พลังของนักแสดงตัวจิ๋วในการโชว์ครั้งนี้ด้วย

จัดแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง

ค่าเข้าชม : นักเรียน 180 บาท บุคคลทั่วไป 1,800 / 1,500 / 1,000 / 800 / 600 บาท

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอประชุมใหญ่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2262 3456

02
เทศกาลละครกรุงเทพ 2565 (Bangkok Theatre Festival 2022)

เทศกาลศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลละครกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และโรงละครทั่วกรุง

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติย่อให้ฟังสักนิดว่า เทศกาลละครเวทีกรุงเทพมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศูนย์กลางสำหรับคนที่มีใจรักละครเวที อีกทั้งเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมละครเวที โดยให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ได้เฉิดฉาย ก่อให้เกิดการสร้างและส่งต่อวัฒนธรรมการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงตอนนี้เทศกาลละครกรุงเทพเดินทางมาถึงปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ จึงขอเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการแสดงหลากหลายประเภทในธีม Reimagine ให้ผู้ชมได้เลือกสรรมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครใบ้ ละครพูด ละครเพลง นาฏศิลป์ร่วมสมัย ฯลฯ พร้อมทั้งเวิร์กชอป เสวนา และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

ไหน ๆ แล้ว ขอหย่อนรายชื่อการแสดงไว้กระตุ้นความสนใจกันสักหน่อย อาทิ ละครพูด เรื่อง ๔ แผ่นดินs (The Last Ten Years) โดยคณะละครอนัตตา ว่าด้วยเรื่องการออกเดินทางในช่วงสิบปีสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาดามเพ็ชช์ บางกอกเกี้ยนที่มีชีวิตอยู่มาถึง 4 ยุค และการเต้นร่วมสมัย ORGANIZED CHAOS โดย LORDFAI ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสิ่งมีชีวิต

ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน อยากชวนมาร่วมชมว่าแต่ละคณะการแสดงเขาจะมีวิธีตีความและถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมใหม่ ๆ ยังไงกันบ้าง ส่วนใครที่จะพาเพื่อนต่างชาติไปชมด้วยก็ได้ เพราะการแสดงหลายเรื่องมีคำบรรยายเป็นภาษาไทยให้พร้อมสรรพ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาตามตารางการจัดแสดง

ค่าเข้าชม ราคาแตกต่างกันไปสำหรับการแสดงแต่ละเรื่อง

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630-8

03 
Zimerman Plays Beethoven Piano concerto No.4 

การแสดงเปียโนคอนแชร์โต โดยนักเปียโนเลื่องชื่อ Krystian Zimerman

นานาความสนุกและงานรื่นเริงที่ขาดดนตรีและเสียงเพลงก็เหมือนหาดทรายไร้ปราสาท กระดาษขาวไร้สีสัน ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บทประพันธ์คลาสสิกผลงานชิ้นเอกของ Beethoven คีตกวีข้ามกาลเวลากำลังจะถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง โดย Krystian Zimerman นักเปียโนเลื่องชื่อชาวโปแลนด์ 

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ยามนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม เป็นเวลาที่ม่านการแสดงเปิดขึ้น บทบรรเลง Orchestral variations on themes of Chopin โดย Anže Rozman ถูกหยิบยกมาทำหน้าที่พาผู้ฟังล่องลอยสู่จักรวาลดนตรีและจินตนาการไร้ขอบเขต เดินทางเชื่อมไปยังดินแดนอันงดงามในบทเพลง Piano Concerto No.4 in G major, Op. 58 ผลงานชิ้นเอกจากคีตกวีข้ามกาลเวลา Ludwig van Beethoven บรรเลงโดย Krystian Zimerman ร่วมกับวง RBSO ก่อนทิ้งท้ายการแสดงปิดม่านด้วยบทบรรเลง Symphony No. 4 in E minor, Op. 98 

ยกนิ้วขึ้นมานับ ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Krystian Zimerman ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยในงาน Zimerman Plays Brahs ทั้งด้วยรางวัลการันตีความสามารถและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านท่วงทำนอง ซึ่งสะกดผู้ชมให้ดำดิ่งลงไปในจินตนาการและธารอารมณ์ ทำให้ในตอนนั้นบัตรเข้าชมการแสดงของเขาจำหน่ายจนหมดก่อนถึงวันจัดแสดงเสียอีก

งานจัดแสดงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 20.00 น. 

ราคาเข้าชม : 1,000 – 3,200 บาท (ส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับนักเรียนและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 14 ถนนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)  

โทรศัพท์ : 0 2255 6617-18, 0 2255 9191-2 

หมวดที่ 3 
การแสดงแสงสี

01
ICONSIAM Bangkok Illumination 2022

การประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

5! 4! 3! 2! 1!

นับถอยหลังเตรียมโบกมือส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในอีก 1 เดือนกว่า ๆ และยิ่งช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงเรืองรองจากไฟประดับประดามากมายเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม ที่ในตอนนี้กำลังส่องแสงพร่างพราวระยิบระยับจากไฟในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2022 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ตระการตา จนต้องไปชมให้ได้สักครั้ง

         ตระการตาที่หนึ่ง เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแสดงนี้จัดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำพรางพราวเกี่ยวกระหวัดล้อกับแสงไฟและเสียงเพลงสะกดคนดู 

ตระการตาที่สอง อยู่สูงขึ้นไป 7 ชั้นในไอคอนสยาม ณ งาน  INFINITY FOREST By SOFTlab งานจัดแสดงศิลปะแท่งไฟ เมื่อแสงกระทบลงบนผิวน้ำยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามมากยิ่งขึ้น 

         ตระการตาที่สาม เป็นไฮไลต์ของงาน คือต้นคริสต์มาสความสูง 20 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีบายศรีสู่ขวัญ เปรียบเสมือนเป็นการเรียกขวัญของผู้มาชมไฟให้กลับมาอยู่กับตัว หลังผ่านความยากลำบากมาตลอดปี ในปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ SMART SOLAR CHRISTMAS LIGHT เลือกใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นวัสดุรีไซเคิล ไฟประดับตลอดทั้งงานเองก็ใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระบบ Solar Cell Hybrid ที่แม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ไฟทุกดวงก็ยังคงสว่างไสวเช่นเดิม

ความตระการตายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายจุดกำลังรอคอยการค้นพบ แอบกระซิบว่าที่ชั้นสองและชั้นเจ็ดยังมีงานจัดแสดงไฟที่สวยมาก ๆ อยู่ด้วย

งานนี้รับรองว่าเต็มอิ่มแบบสุด ๆ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 (เข้าชมฟรี)

ชมการแสดงน้ำพุได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. 

วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 น. และ 20.00 น.

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

02 
Vijit Chaophraya Thailand 

งานแสดงแสงสีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังเผชิญโควิดมาร่วมปี การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจก็ซบเซา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สาดสีสันให้กับเมืองกรุงยามค่ำคืน ผ่านการแสดงแสงสีและศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมการประชุม APEC อีกทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย 

โดยจัดแสดงตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 6 จุดหลัก ดังนี้ 

จุดที่ 1 สะพานพระราม 8 : ชมแสงสีจากการย้อมสีไฟสะพานและการฉายแสงเลเซอร์ 

จุดที่ 2 ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : ชมวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำผ่าน Projection Mapping 

จุดที่ 3 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : ชมการแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ นำเสนอประเพณีไทยอันเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ และมีการแสดงหนังใหญ่ร่วมด้วย

จุดที่ 4 สะพานพระพุทธยอดฟ้า : ชมการแสดงแสงไฟสุดตระการตา เคล้าเสียงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและเสียงดนตรีท้องถิ่น

จุดที่ 5 River City Bangkok : ชมการแสดง Projection Mapping ที่ถ่ายทอด Soft Power ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยผ่าน 5F (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival)

จุดที่ 6 ICONSIAM : ชมการประดับประดาแสงไฟที่ใช้พลังงานสะอาด และ The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิธีการรับชมแสงสีที่ดีที่สุด แนะนำให้ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแวะชมความสวยงามในแต่ละสถานที่ พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติก

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 4
ย่านและเมือง

01
บางกอกบานฉ่ำ

เทศกาลศิลปะชุมชนทั่วเมืองกรุงตลอดเดือนพฤศจิกายน

กรุงเทพมหานครในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมกำลังจะถูกย้อมไปด้วยความสนุกสนานทั่วกรุง ในงาน ‘บางกอกบานฉ่ำ’ เทศกาลศิลปะชุมชนสร้างสรรค์ที่ยกขบวนความสนุกสนานด้วยการนำ ศิลปะ ร้านค้า และเวิร์กชอป มาไว้ให้ ชม ช้อป และเรียนรู้ ในงานเดียว 

ความสนุกที่ 1 : บางมดสดชื่น ณ เซฟติสท์ฟาร์ม (SAFETist Farm) มาในคอนเซ็ปต์ เดิน เล่น เต้น ช้อป รอบธรรมชาติ ยกเอากิจกรรมในท้องถิ่นมาให้ร่วมสนุก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie Night ฉายหนังริมคลองที่ต้องตาลุกวาว เพราะเขาคัดสรรภาพยนตร์มาดีมากจริง ๆ   

ความสนุกที่ 2 : ชวน Fin in ชุมชนวัดหงส์รัตนาราม ชมคอนเสิร์ตโฟล์กซองของเยาวชน ตะลอนชิมอาหารไทยพุทธ มุสลิม เพนต์หน้า สตรีทอาร์ตชุมชน ต่อด้วยการแสดงเชิดมังกรกระบองไฟ        

ความสนุกที่ 3 : เวิร์กชอปอบรมมัคคุเทศก์น้อย ทริปพาเพื่อนเที่ยวตลาดพลู ถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่าน (รีบหน่อยนะ เพราะงานนี้จำกัด 20 คนเท่านั้น)  

ความสนุกที่ 4 : บางขุนเทียนบานสะพรั่ง พบกับการเปลี่ยนห้องสมุดให้เป็นแกลเลอรี่ชุมชน Art in the Library and the Garden และดนตรีในสวน รับรองสารพันความเพลิดเพลิน

ความสนุกที่ 5 : ส่งท้ายด้วยงานสามแพร่ง Facestreet เปลี่ยนถนนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ทุกคนแปลงร่างเป็นเด็ก ณ แพร่งสรรพศาสตร์ สนุกกับเวทีสรรค์สร้างที่รวมการแสดงเอาไว้มากมาย ณ แพร่งภูธร เที่ยวชมซุ้มสร้างสรรค์ Local Art จากพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ณ แพร่งนรา งานนี้เรียกว่ายกขบวนความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากจะสะพรั่งด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ยังเป็นการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมจัดถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เซฟติสฟาร์ม (แผนที่) วัดหงส์รัตนาราม (แผนที่) วัดอินทราราม (แผนที่) ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตบางขุนเทียน (แผนที่) แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ (แผนที่) 

02
Unfolding Bangkok, Hidden Temples (ส่อง 3 วัดลับย่านฝั่งธน) 

ส่องทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ตะลุย 3 วัดลับย่านตลาดพลู

อยู่ฝั่งธนฯ ใครว่าที่เที่ยวน้อย โครงการ Unfolding Bangkok ชวนสำรวจวัดลับย่านตลาดพลูในทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ที่วัดอินทาราม วัดจันทาราม และวัดราชคฤห์ หรือ วัดบางยี่เรือนอก กลาง และใน เดินก็ได้ ปั่นก็ดี แนะนำให้มาช่วง 5 – 6 โมงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกับการแสดงท้องถิ่นและแสงสี การตะลุย 3 วัดลับก็เหมือนได้ร่วมเหตุการณ์สำคัญในศาสนาพุทธด้วยตนเอง

เส้นทางเริ่มจากการเยี่ยมชมวิหารรายประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และพระนอนปางสีหไสยา ณ วัดอินทาราม ในแต่ละวิหารจะมีการจัดแสดงแสงสีดิจิทัล (Projection Mapping) ที่ผสมผสานพระพุทธศาสนาเข้ากับศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงท้องถิ่นที่หาชมยาก อาทิ ‘กระตั้วออกฉาก’ และ ‘หุ่นกระบอกจีน’ ให้ชมตามรอบเวลา 

ต่อด้วยเดินลัดเลาะไปตามตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) เพื่อสำรวจวิถีชุมชนใกล้วัด แวะชมพระอาทิตย์ตกที่มุมลับริมน้ำที่รับรองว่าสวยสุด ๆ สำรวจศิลปกรรมจีนบนหน้าบันของวัดจันทาราม และตบท้ายด้วยการเดินขึ้นเขามอ ณ วัดราชคฤห์ เขาจำลองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมการจัดแสดงแสงสีที่ส่องสว่างลงบนเขามอ (Architectural Lighting)

จัดกิจกรรมถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 (เข้าชมฟรี)

จัดแสดง Projection Mapping เวลา 16.00 – 21.00 น. ภายในวิหารราย 3 หลังของวัดอินทาราม

จัดแสดง Architectural Lighting เวลา 18.00 – 21.00 น. วันอินทาราม-วัดจันทาราม-วัดราชคฤห์

สถานที่ : วัดอินทารามวรวิหาร ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2105 7400

03
WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ 

ย่ำเท้าชมเมือง 5 เส้นทาง สนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง Learning ชม

Next station คลองเตย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สุขุมวิท อโศก

เหตุที่ต้องเกริ่นไว้ด้วยชื่อสถานีรถไฟฟ้า ก็ด้วยว่าปลายเดือนนี้ที่สวนเบญจกิติกำลังจะมีงานเทศกาลขนาดใหญ่อย่างงาน ‘WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่’ โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจับมือกับอมรินทร์กรุ๊ป และอีก 4 องค์กรพันธมิตร จัดกิจกรรมเชื่อมคนเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองสู่ประชาชน เพราะเรื่องของเมืองคือเรื่องของทุกคน

Architecture Tour หรือ WOW Walk Tour เป็นกิจกรรมย่ำเท้าชมเมืองมุมใหม่ ร่วมทำความเข้าใจเมือง สำรวจอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาชุมชนบนเส้นทาง 5 สาย เริ่มตั้งแต่สวนเบญจกิติ สถานีสามยอด เขตพระนคร สถาบันอาศรมศิลป์ สิ้นสุดลงที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มี Walk แล้วก็ต้องมี Run เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม กับงานวิ่งที่เป็นของทุกคนในงาน WOW for All ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการก็มาร่วมวิ่งด้วยกันได้

หลังจากเดิน-วิ่งเสร็จ เราขอชวนมาแวะ Exhibition Thai 2030 : SPACE – TECH for Future CITY ร่วมหาคำตอบว่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยจะพัฒนาอย่างไรในอีก 8 – 10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ Photo Contest กิจกรรมประกวดถ่ายภาพเพื่อค้นหามุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในสายตาช่างภาพ FORESIGHT for WELLBEING CITY ร่วมพูดคุยหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น และ WOW Award Wonder of Well being งานมอบรางวัลด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และประชาชน

งานจะจัดขึ้นวันที่ 23 ถึง 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เข้าชมฟรี (สำหรับกิจกรรม Architecture tour ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง)

สถานที่ : สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 5
ตลาดนัด

01
Five Senses Weekend Market

ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ของร้านค้า ศิลปะ และผู้คนที่เชื่อมเข้าหากัน

ปลายปีวนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งเทศกาลกิน เที่ยว ดื่ม ช้อป พร้อมกลับมาพบปะกับผู้คนดังเดิม ปลายปีนี้จะไม่มีคำว่าเบื่อหรือเหงา เพราะเรามีสถานที่เที่ยวใจกลางเมืองย่านบรรทัดทองมาฝาก

Five Senses Weekend Market คือการร่วมมือระหว่าง MESA 312 และ GalileOasis จัดตลาดงานคราฟต์ของกลุ่มคนรักงานดีไซน์ขึ้นมา มีพื้นที่ร้านค้า ศิลปะ ผู้คน ที่รวมเป็นหนึ่ง และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับศิลปินรุ่นเยาว์จนถึงเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายได้มาร่วมสร้างสรรค์ความสนุกไปด้วยกัน

งานนี้เดินเล่นชิลล์ ๆ ช้อปเพลิน ๆ ชิมของอร่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของงานศิลปะ เวิร์กชอป อาหาร ดนตรี และร้านค้า มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน งานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ไปยันงานฝีมือ แถมอบอวลไปด้วยความสดชื่นจากไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ เตรียมพบกับป่าโอเอซิสใจกลางเมืองและความสนุกภายในงาน Five Senses Weekend Market ได้เลย

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : GalileOasis 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1386 9898

02
Gift Fun Fun 3 เทศกาลของขวัญประเทศไทย

ตลาดนัดสินค้า ศิลปะ เวิร์กชอป ดนตรี และตลาดศิลปิน

โอกาสพิเศษในช่วงเวลาพิเศษปลายปีแบบนี้ จะพลาด Gift Fun Fun เทศกาลของขวัญประเทศไทย ไปได้อย่างไร โดย Yindeeclub (ยินดีคลับ) ร่วมกับ Better City หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาชิม ช้อป ชิลล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขและดนตรีใหม่ ๆ มากมาย

บรรยากาศของ Gift Fun Fun เต็มไปด้วยวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ขายเพลงเอง เพื่อสนับสนุนและเป็นพื้นที่ในการแสดง รวมความมันและความเพลิดเพลินอย่างเต็มเปี่ยม จากศิลปินที่อัดแน่นทั้งเสาร์-อาทิตย์ หรือจะเป็นเวิร์กชอป งานศิลปะ ก็จัดหนักจัดเต็มไม่ยั้งความสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์ตัวน้อยเจ้าของแบรนด์ Keziah ที่โด่งดังระดับโลก และเวิร์กชอปทำตุ๊กตาหุ่นมือจากสวนครูองุ่น 

Gift Fun Fun ยังสนับสนุนงานน้อง ๆ จากมูลนิธิ Five For All ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ และส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆ ได้มากขึ้น 

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2029 9428

เรื่อง : กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์, เกษมณี ชาติมนตรี, ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์, ณัฐกฤตา เจริญสุข

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load