The Cloud x Museum Siam

ร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่งเข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร แต่ละร้านบอกเล่าความตั้งใจของนักออกแบบ ช่างฝีมือ และเจ้าของร้านเล็กๆ ที่ยืนหยัดมอบความศิวิไลซ์ให้ชาวพระนคร

เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ

The Trapeze Swingers Store 

ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรที่จี๊ดทุกชิ้น

บ้านไม้ 2 ชั้นสุดเท่ในซอยถนนพระอาทิตย์ อัดแน่นด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสอง รอคอยให้เราเข้าไปหยิบจับ ทดลองสวมใส่ และหมุนตัวหน้ากระจกจนกว่าจะได้ชุดที่ถูกใจ เสื้อผ้าทั้งหมดล้วนคัดสรรมาอย่างดี เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าของทุกชิ้นมีค่าในตัวเอง และใช้งานได้หลายรูปแบบ เพราะการแต่งตัวเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าจะเป็นเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงเป็นความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้คุ้ยหาได้เป็นวันๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่เจอได้ที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ 

ที่อยู่ : 15 ซอยชนะสงคราม แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ :  12.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์)

ห้องเสื้ออัษฎางค์

ร้านตัดเสื้อเก่าแก่แสนประณีต

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากกำลังตามหาชุดออกงาน ชุดราตรี ชุดไทย หรือชุดลูกไม้เนื้อละเอียด ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอาจเป็นคำตอบของใครหลายคน แต่สำหรับพระนครที่คลุ้งกรุ่นไปด้วยวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ยังมีร้านตัดเสื้อผ้าเล็กๆ ที่พิถีพิถันในการตัดเย็บผ้า ซ่อนตัวอยู่มากว่า 40 ปีในชุมชนดั้งเดิม

ห้องเสื้ออัษฎางค์ไม่ได้อยู่ริมถนนอัษฎางค์ แต่ตั้งอยู่ริมถนนเฟื่องนครใกล้ๆ กัน แรกเริ่มเดิมทีเคยเปิดเป็นโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อที่ถนนอัษฎางค์มาก่อน ต่อมาย้ายมาปักหลักบนถนนสายใหม่ พร้อมเปลี่ยนกิจการเป็นห้องตัดเสื้อ และตั้งชื่อร้านตามถนนสายเดิมที่คุ้นเคย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

โดยทั่วไป ทางร้านรับตัดชุดทุกรูปแบบทั้งชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นชุดออกงานสังสรรค์ ชุดคู่บ่าวสาว ชุดไทย ซึ่งผ่านฝีมือช่างผู้ชำนาญของทางร้านและเจ้าของร้าน ซึ่งจบด้านการออกแบบมาโดยตรง

งานฝีมือหนึ่งชิ้นใช้ความตั้งใจ พิถีพิถัน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบจากบุคลิกของลูกค้าและตามคอนเซปต์งานที่ลูกค้าต้องการ ผสมผสานกันจนออกมาเป็นชุดสวยหรู ซึ่งอาจใช้เวลาในการตัดนานเสียหน่อย ต่างจากการหยิบซื้ออย่างรวดเร็วตามห้าง แต่สิ่งที่ได้รับคือความละเอียดและประณีตที่ตัดออกมาให้เข้ากับคุณพอดิบพอดี

ที่อยู่ : 217 ถนนเฟื่องนคร แขวงบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ไตเย็บใหม่

ตำนานร้านกระดุมแห่งพาหุรัด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนรักการแต่งตัว รายละเอียดเล็กน้อยอย่างกระดุมเม็ดเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

ไตเย็บใหม่ คือชื่อร้านขายกระดุมแสนสะดุดหูในย่านพาหุรัด ก่อตั้งโดยตระกูลเชื้อสายอินเดีย เปิดขายสินค้านำเข้าคัดสรรมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า ตั้งแต่สมัยที่เสื้อผ้าสำเร็จรูปหายากและคนนิยมตัดชุดใส่เอง ร้านนี้จึงเป็นร้านแรกๆ ที่มีอุปกรณ์ในการตัดเย็บครบครัน เป็นที่โปรดปรานของสาวๆ ในยุคก่อน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในตู้กระจกเก่าแก่สูงจรดเพดาน 2 ฟากฝั่งและบานเฟี้ยมสุดเก๋า มีความละเอียดลออของลูกไม้สวิสสุดคลาสสิก กระดุมแก้วจากออสเตรีย กระดุมคริสตัลสวารอฟสกี้ กระดุมเพชรเจียระไนจากเชโกสโลวาเกีย ไปจนถึงกระดุมที่ผลิตจากวัสดุพิเศษอย่างเซลลูลอยด์ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่ยุคที่โลกยังไม่รู้จักพลาสติก เป็นสินค้าหายากที่ต่างจากกระดุมและอุปกรณ์ประดับทั่วไปในท้องตลาด ทั้งหมดวางเรียงรายอวดโฉมแข่งกันอยู่ในร้าน รอคอยคนที่มองเห็นคุณค่ามาเลือกไปเติมเสน่ห์ให้ชุดสวยของตัวเอง

ที่อยู่ : 612 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 น.

ลูกไม้รานี

ร้านลูกไม้ที่นำเข้าสินค้าจากทั่วโลก

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ใครว่าลูกไม้เชย คงยังไม่เคยสัมผัสความเก๋วินเทจของลูกไม้ที่ร้านลูกไม้รานี ร้านนี้มีผ้าลายลูกไม้สวยๆ หลากหลาย แต่ละผืนรายละเอียดแพรวพราว ล่อตาล่อใจชวนให้ซื้อติดมือกลับไปตัดชุด ไม่ว่าจะเดินเข้ามาด้วยงบประหยัดหรืองบอลังการ

ร้านเก่าแก่ในย่านพาหุรัดนี้เปิดทำการมากว่า 65 ปี ปัจจุบันเป็นรุ่นหลานที่เข้ามารับช่วงต่อ แต่ยังคงเสน่ห์และคุณภาพเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยระยะเวลาที่เปิดมานาน ทำให้ร้านนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตหลายประเทศ ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน หรือยุโรป ร้านจึงมีลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่สีพื้นๆ บางๆ ลายสวยคลาสสิกที่ใส่ได้ในทุกโอกาส หรือลูกไม้ดีเทลมุกประกายวิบวับ สีสันสดใส คัดเฉพาะเนื้อผ้าคุณภาพ รับรองว่าตัดชุดได้สวยโดดเด่นแน่นอน

ที่อยู่ : 370 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

Something About Us

ร้านเสื้อผ้าและของจุกจิกน่ารักสไตล์เกาหลี

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

จับกระเป๋าตังค์ให้มั่น ตั้งสติให้อยู่กับตัว ไม่งั้นคุณอาจประสบสภาวะล้มละลายทางการเงินเมื่อเจอความน่ารักของ Selected Shop ร้านนี้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านเสื้อผ้าและของใช้สะอาดตาขนาดหนึ่งคูหาในย่านบางลำพู ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและคำทักทายยินดีจากเจ้าของร้าน เสื้อผ้าหลากหลายละลานตาสั่งตรงมาจากเกาหลี โดยคิมจินยอง เจ้าของร้านชาวเกาหลีแท้ๆ เป็นคนเลือกสรรเองกับมือ มีบางส่วนเป็นเสื้อผ้าของไทยซึ่งเป็นผ้าลินินคุณภาพดี เครื่องประดับชิ้นน้อยน่ารัก กระเป๋า น้ำหอม แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและโปสการ์ดแสนเก๋ บ่งบอกรสนิยมอันดีเลิศของเจ้าของร้าน ซึ่งคัดสรรผลงานสวยของแบรนด์เล็กๆ ไฟแรงมาไว้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า  ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สำหรับสาวๆ ช่างแต่งตัว ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ควรมาเป็นอย่างยิ่ง หยิบเสื้อผ้าที่ชอบแล้วขึ้นไปลองบนชั้น 2 ได้เลย

ที่อยู่ : 101 ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาทำการ : 12.00 – 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Horselegmarking Shoes 

ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าวัฒนธรรมไทย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านรองเท้าสุดเก๋ร้านนี้ เปิดตัวที่ญี่ปุ่นในปี 2014 ด้วยแนวคิดที่อยากส่งต่อสารไปถึงผู้คน ให้หันกลับไปมองวัฒนธรรมตัวเอง และเปิดกว้างกับวัฒนธรรมอื่น 

แรงบันดาลใจของรองเท้าหลากฟังก์ชันนี้มาจากรถอีแต๋นที่สร้างด้วยภูมิปัญญาของคนไทยเอง โดยหยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องมี อย่างลายนกเหยี่ยว ลายเพชร ลายดอกไม้ ลายผีเสื้อ มาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ หรือบรรยากาศของท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนรองเท้าในแต่ละซีรีส์ที่มีการเล่าเรื่องแตกต่างกันออกไป เช่นในซีรีส์แรกที่ชูเรื่องสีคู่กับรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ซีรีส์ต่อมาลดความฉูดฉาดลง แต่เน้นไปที่ลวดลายกับรองเท้าหุ้มส้นแทน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ไม่มีโลโก้บอกยี่ห้อ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ในรองเท้าทุกคู่ คือหนังกลับข้างเดียวตรงส้นรองเท้า ตอบคำถามที่มาของชื่อแบรนด์ HORSELEGMARKING ที่แปลตรงตัวคือรูปพรรณสัณฐานที่ขาม้า ม้าแต่ละตัวมีปลอกขนขาสีขาวที่ต่างกันเพื่อบอกตัวตน พื้นที่ว่างบนหนังกลับก็เป็นพื้นที่ว่างให้ผู้สวมใส่เติมสิ่งต่างๆ ผ่านการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนสไตล์ผู้สวมใส่

ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกันหมด และแม้จะใส่รองเท้าแบบเดียวกัน คาแรกเตอร์ก็ออกมาต่างกันอยู่ดี เพราะทุกคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง แบรนด์เชื่อในความเฉพาะของตัวบุคคล รวมไปถึงวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพื้นถิ่นนั้นๆ 

ที่อยู่ : 320 ถนนมหาราช แขวงพระบรมหาราชวัง

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย 

ร้านร่มระดับตำนานของประเทศ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ก่อนออกจากบ้าน การแต่งตัวสวยจะสมบูรณ์หมดจด ถ้ามีร่มเก๋ๆ สักคันติดมือไปด้วย 

ร่มคือหนึ่งไอเทมสำคัญสำหรับต่อสู้กับอากาศประเทศไทย นอกจากประโยชน์ที่ใช้กันแดดกันฝนแล้ว ร่มยังซ่อนเรื่องราวแฟชั่นเอาไว้ ด้ามจับที่บ้างเป็นไม้ บ้างเป็นพลาสติก ลวดลายความสวยงามบนตัวร่มก็แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงซี่ร่มที่ไม่ได้ถี่เหมือนกันทุกคัน 

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย มีต้นกำเนิดมาจากร้านซ่อมร่มที่ชื่อว่า ร้านเซี่ยงไถ่ เปิดทำการมากว่า 100 ปี ในอดีต ร่มคือสินค้านำเข้าราคาแพงที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ เมื่อลงทุนซื้อใช้กันสักคันก็ต้องดูแลทะนุถนอมอย่างดี เมื่อพังจึงนิยมมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการซ่อมร่มของยุค ต่อมาจึงสร้างโรงงานผลิตร่มเพื่อส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและค้าขายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นร่มสองตอน ร่มสามตอน ร่มไม้เท้า ร่มกอล์ฟ ร่มด้ามไม้ ร่มผ้าฝ้าย ร่มไหมญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน ความเก่าแก่ของร้านก็ทำให้เราได้เห็นร่มทรงเจดีย์หน้าตาวินเทจ ร่มเหล็กพิมพ์ลายเรโทรเก๋ไก๋ และร่มเก่าเก๋า Deadstock อีกมากมายให้ซื้อหาอย่างถูกอกถูกใจ บางลายหมดแล้วหมดเลย ไม่มีทำเพิ่ม ดังนั้น รีบไป เลือกก่อนได้เก๋ก่อนนะ

ที่อยู่ : 624-626 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้าน S.S. 

ร้านส่าหรีในตลาด Little India

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากต้องการชุดใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซีหรือจะปาร์ตี้กับเพื่อน ขอแนะนำให้เดินขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาที่ร้าน S.S. ณ ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ซึ่งมีกองทัพชุดส่าหรีและผ้าอินเดียตระการตาน่าเลือกซื้อรออยู่ 

ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปี ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 เต็มไปด้วยผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดส่งตรงมาจากนิวเดลี ที่เอามาประยุกต์ใส่ในชีวิตประจำวันเพิ่มสีสันให้วันธรรมดาสนุกมากขึ้นได้ นอกจากนี้ ในตลาดผ้าเก่ายังมีทั้งร้านขายชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ พร้อมให้เลือกซื้อและสวมบทเป็นชาวภารตะได้ในที่เดียว 

ที่อยู่ : ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

ห้างไนติงเกล-โอลิมปิก

ตำนานห้างเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของสาวชาวพระนคร

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

แต่งตัวจัดเต็มแล้วไม่เติมสีปากสักหน่อยก็คงจะไม่ครบเครื่องเท่าไหร่นัก ทุกวันนี้มีลิปมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกสรร แล้วคนสมัยก่อนเขาใช้อะไรกัน อาคารสูง 7 ชั้น ย่านวังบูรพาแห่งนี้มีคำตอบ

ถ้าสยามสแควร์คือสถานที่รวมแหล่งวัยรุ่นในยุคนี้ ห้างไนติงเกล-โอลิมปิกก็ฮอตฮิตเมื่อ 80 ปีก่อนไม่ต่างกัน ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขายสุดเก๋า ป้ายที่ใช้สีสันสนุกสนาน หรือตู้โชว์ที่ยังคงวางขายสินค้ายอดนิยมตั้งแต่ดั้งเดิม

ว่าแล้วเราก็ตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางสไตล์วินเทจ ที่มีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนติงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับขนาดกะทัดรัด เหมาะแก่การพกติดกระเป๋าไปไหนมาไหน เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดกาลที่ลูกค้าแวะเวียนมาซื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก หรือถ้าอยากได้ข้าวของมากกว่านั้น ที่นี่ยังมีครีมประทินผิว และเสื้อผ้าเครื่องประดับ Deadstock เก๋ไก๋ 

ไม่ว่าซื้ออะไรก็มีครบครัน ช้อปเสร็จก็คว้าถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้าน ตรงตามสโลแกนห้างที่ว่าคลังแห่งเครื่องกีฬา ราชาแห่งเครื่องดนตรี ราชินีแห่งเครื่องสำอาง’ เป๊ะๆ เลยทีเดียว

ที่อยู่ : 70 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ :  09.30 – 17.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)

รองเท้าอรสมัย 

ร้านรองเท้าหนังรุ่นแม่ก็ใช้ รุ่นลูกก็ใช้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

อรสมัยเป็นร้านทำรองเท้าหนังที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมแพร่งภูธรติดกับถนนตะนาว มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี เปลี่ยนมือมาแล้วถึง 3 รุ่น เรียกได้ว่าลูกค้าบางรายใช้มาตั้งแต่รุ่นแม่จนถึงรุ่นลูกเดินเข้าไปในร้านจะเห็นรองเท้าหนังวางเรียงรายอยู่เต็มตู้กระจก เลือกหยิบจับลองและสวมใส่ได้ตามความชอบ โดยเจ้าของร้านจะคอยแนะนำให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าออกงาน รองเท้าใส่ทั่วไป หรือรองเท้าใส่ทำงานสำหรับข้าราชการ หากถูกใจตามแบบที่ตั้งโชว์ก็ซื้อได้เลย แถมยังมีกระเป๋าหนังแท้ราคาย่อมเยาวางขาย เผื่ออยากได้รองเท้า-กระเป๋าเข้าชุดกัน ก็เลือกให้จบได้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนที่หารองเท้าใส่ยาก หรืออยากหนีความซ้ำซากจำเจ ก็สั่งตัดรองเท้าหนังวัวและหนังแกะให้เข้ากับรูปเท้าและสไตล์ของตัวเองโดยเฉพาะได้ เลือกเปลี่ยนสีและลายรองเท้าได้ตามต้องการ เห็นป้ายอรสมัยตัวโตๆ แสนโก้แล้วก็เดินเข้ามาได้เลย ร้านรองเท้านี้ยินดีต้อนรับเสมอ

ที่อยู่ : 552 ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ :  10.30 – 20.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้านรองเท้าบ้านเลขที่ 74 

แหล่งตัดคัทชูเก๋าแสนเนี้ยบ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในมุมเล็กๆ ของตรอกข้างศาลเจ้าพ่อเสือ เส้นทางที่นักท่องเที่ยวขาจรน้อยคนจะเดิน มีร้านรับทำรองเท้าคัทชูด้วยมือซุกซ่อนอยู่ ริ้วรอยกาลเวลาลอยตลบอบอวลอยู่ทั่ว บ่งบอกอายุอานามและประสบการณ์ของร้าน ช่างสองพี่น้อง เจริญ-จรัญ ใช้เวลากว่า 3 อาทิตย์ เพื่อสร้างรองเท้าทำมือ 1 คู่ อย่างประณีตทุกขั้นตอน เก็บรายละเอียดทุกจุดเพื่อทำรองเท้าที่เหมาะกับคนซื้อมากที่สุด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สิ่งเล็กๆ ที่ยังมีคนมองเห็นคุณค่าที่ควรส่งเสริม การอดทนเฝ้ารอเพื่อให้ได้มาและความประทับใจ จะตราตรึงเราไปอีกแสนนาน เป็นร้านที่้เหมาะสำหรับคนใส่ใจการแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ 

ที่อยู่ : 74 ตรอกพ่อเสือ ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

17 มิถุนายน 2565
3.60 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่ชอบถึงขนาดเรียกว่าเป็น ‘ความรัก’ จนถึงขั้น ‘หลงใหล’ อยู่เพียงไม่กี่อย่าง

คนชอบดื่มกาแฟย่อมต้องรักการดื่มกาแฟ หรือถ้าถึงขนาดเป็นเจ้าของกิจการที่มีหน้าที่ชงให้คนอื่นดื่ม ยิ่งต้องทวีความรัก ความชอบ และความหลงใหลมากกว่าใคร ครั้นจะรักการชงและชิมแต่ในร้านของตัวเอง ก็เหมือนกับการอยู่แต่ในกะลา ไม่กล้าออกจากเซฟโซนไปไหน วลีเด็ดจาก สามก๊ก แว่วมากระทบหูว่า ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ เป็นการเปรียบเปรยให้เห็นว่า คุณควรออกไปแสวงหากาแฟร้านอื่น ๆ ดื่มบ้าง เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาพัฒนากันไปถึงขั้นไหน มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ หรือหลุดหายไปจากวงโคจรบ้าง เพลานี้มีเมล็ดกาแฟอะไรเด็ดแบบไม่ควรพลาด มีวิธีชง เครื่องมือ อุปกรณ์แบบไหนมาใหม่ หรืออะไรกำลังเป็นที่กล่าวขวัญและควรรู้

จะแค่ตามหารสชาติ ตามหาแรงบันดาลใจ หรือจะอะไรก็ตาม แต่เหนือสิ่งอื่นใด การ ‘รู้เขารู้เรา’ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ท่าทีของคู่แข่งหรือคู่ค้าของเรา นับรวมถึงธุรกิจร้านกาแฟด้วย

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ ป้าพิม-เพลินพิศ เรียนเมฆ ขอชวนคุณเดินสายตระเวนชิมกาแฟทั่วราชอาณาจักร เป็นการแนะนำร้านกาแฟที่ชอบในแบบที่ใช่ตามสไตล์ป้า กับ ‘5 ร้านทั่วเมืองกรุง’ ยังไม่เลยไปต่างถิ่น ต่างแดน ต่างประเทศ ขอแบบใกล้ ๆ ตามไปง่าย ๆ กันก่อน และตามประสาป้าก็ต้องชอบร้านในแบบฉบับป้า ๆ ที่เจ้าของหรือคนชงล้วนเป็นคนปลายหลัก 6 ทะลุข้ามหลัก 7 นอกจากจะแตกต่างด้วยวิธีการของแต่ละร้านแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

01
หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

ถ้านับอายุตึกแถวห้องนี้ ก็ไม่น่าจะมากกว่าเจ้าของร้านกาแฟ ‘หน่ำเฮงหลี’ รุ่นปัจจุบันสักเท่าใด พี่น้อง 3 สาวแต่ละคนวัยเกือบ 70 รับช่วงร้านมาจากเตี่ย และยังคงดำเนินกิจการสืบต่อมาจนบัดนี้

ตัวอาคารยังคงงดงามตามกาลเวลา แม้ผ่านมาเนิ่นนาน ร้านนี้เคยเป็น ‘สภากาแฟ’ อันโด่งดังในยุคที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีอิสระทางความคิดและมีการพบปะของนักเขียน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หรือคนวัยทำงาน มาจับกลุ่มพูดคุยถกเถียงถึงประเด็นร้อน และสารพัดเรื่องราวจนมืดค่ำกันเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนความคึกคักนั้นจะค่อยถอยห่างจางหาย เหลือเพียงอดีตให้เล่าขานและจดจำ โต๊ะและเก้าอี้ชุดเก่ายังจัดวางอยู่ที่เดิม พัดลมเพดานยังตรึงอยู่บนขื่อ แม้ใบพัดไม้จะถูกถอดออกเพราะหมดอายุการใช้งาน แต่การนั่งดื่มกาแฟร้อนใส่นมข้นแกล้มขนมปังสังขยายังทำได้อยู่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

แม้ ‘กาแฟกลิ่นคาราเมล’ สูตรเด็ดของร้านจะไม่หวนกลับมาให้ได้ลิ้มรสอีก และรสชาติใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจะเข้ามาแทนที่ แต่เสน่ห์ของหน่ำเฮงหลียังเด่นชัดเสมอ กาแฟยังคงเข้มขลัง ขนมปังยังหอมกรุ่น สังขยาไข่ไม่ใส่แป้งสียังคงตุ่น ป้า 3 คน ยังยืนหยัดชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง ปาดสังขยา และเสิร์ฟให้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

แวะเยี่ยมเยือนกันได้ พวกเธอคงดีใจ

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี

ที่ตั้ง : 212 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2281 2134

02
ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

วิถีของคนรุ่นก่อนในถิ่นเก่าที่ยังคงมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ เฉกเช่นชุมชนริมคลองบางหลวง บ้านแต่ละหลังตั้งเรียงรายแนบชิดติดกัน จนหลังคาทับซ้อนเกยกันมาเนิ่นนาน และอยู่อย่างสงบร่มเย็นเป็นสุขมาโดยตลอด

ร้านโชห่วยในบ้านของ ซ้อแห้ง ขายสินค้าครัวเรือนแทบทุกชนิด ทั้งข้าวสาร ถ่าน กะปิ น้ำปลา และสารพันของจำเป็น ไม่เคยขาดหรือหายไปจากช่องชั้นที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก แต่ก็หากันจนเจอเสมอ

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

อีกสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปเช่นกัน คือ โอเลี้ยง โอยัวะ ในกระป๋องนมผูกหูด้วยเชือกที่ซ้อแห้งชงขายมามากกว่า 50 ปี กาแฟโบราณหวานเข้มถึงใจ ปลุกยามเช้าให้ตาตื่น เพิ่มความสดชื่นยามร้อนในตอนบ่าย เตาตั้งหม้อต้มกาแฟยังเป็นแบบเก่า ถูกซ้อนด้วยหัวแก๊สเพื่อความสะดวก ไม้ทุบน้ำแข็งอันเดิมถูกปลดระวางวางเกะกะสุมกันอยู่

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง ป้าแห้ง หรือยายแห้ง วัย 74 ยังคงแข็งแรง สดใส ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าทุกวัน

ถ้าไปดูโขนหรือเสพงานศิลป์ที่บ้านศิลปิน แวะไปชิมกาแฟโบราณจากมือชงรุ่นเก๋า และถามไถ่เรื่องราวแต่หนหลังของชาวริมคลองแห่งนี้ได้ ซ้อชอบเล่าแบบไม่มีพัก ไม่มีเบรก จนรู้ลึก รู้ดีแทบทุกตารางนิ้วของพื้นที่

ร้านซ้อแห้งกาแฟโบราณ บ้านศิลปินคลองบางหลวง

ที่ตั้ง : 309 ซอยเพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4880 7340

Facebook : บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok

03
Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

สาวน้อยผมสีทองแดงวัย 64 ปี สวมถุงมือดำ กดช็อตเอสเปรสโซ่จากเครื่องชงอัตโนมัติราคาค่อนล้านคนเดียว ในร้านกาแฟชื่อ ‘Simply Caf’ สาวเท่คนนี้มีชื่อว่า ดวงสมร ตันกายา มีบัดดี้คู่ใจเป็นวิศวกรหนุ่มหน้าใสผู้ไม่อยากจากแม่ไปทำงานไกล จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟที่เรียบง่ายสมชื่อร้านในย่านรัตนาธิเบศร์

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

การตกแต่งน้อยแต่มาก ทันสมัย อุปกรณ์ชงกาแฟและเครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้น ล้วนอยู่ในระดับท็อปฮิตทั้งราคาและคุณภาพ เมล็ดกาแฟหลากหลายในร้านคั่วโดย ‘คุณลูก’ หรือบัดดี้คนที่ถูกเอ่ยถึง ส่วนคุณแม่เป็นมือหลักในการชงกาแฟ และช่วยคุณลูกเป็นงานรอง ส่วนคุณลูกที่คั่วกาแฟขายเป็นหลัก ยามว่างก็มาเสริมทัพเป็นบาริสต้ากับคุณแม่

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

กาแฟนมรสชาติดี อเมริกาโน่ก็เยี่ยม ขอยกความเด่นให้ช็อตเอสเปรสโซ่ที่นวลละมุน หอมกรุ่นมาก การใช้เครื่องชงคุณภาพเยี่ยมตามราคาค่าตัว ร่วมกับการคั่วเมล็ดอย่างเหมาะสม ทำให้กาแฟแก้วนี้ตราตรึงใจ จนต้องย้อนกลับไปจิบอีกหลายครั้ง ที่สำคัญ ราคาไม่แรง รสชาติกวาดโค้งเข้าเส้นชัย นำโด่งไร้คู่แข่ง แม้จะอยู่ในย่านชานเมืองก็ตาม

Simply Caf 

ที่ตั้ง : 20 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

(ร้านอยู่ริมถนน ถัดจากคอนโด Skyline ประมาณ 50 เมตร ข้าง 7-Eleven ก่อนถึงทางเข้าคอนโดฯ ลุมพินี)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9894 3129

04
Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

สำหรับกาแฟสายพิเศษหรือสเปเชียลตี้ที่เรียกกันว่า ‘สโลว์บาร์’ มีวิธีชงแบบเนิบช้า

ส่วนการชงแบบดริปหรือ Pour Over หมายถึง การรินน้ำลงบนผงกาแฟอย่างทะนุถนอมค่อยเป็นค่อยไป เพื่อดึงเอารสชาติเด่นของกาแฟให้ออกมาแสดงตัวตนได้เต็มที่ น้ำกาแฟจึงยังคงความนุ่มนวลหอมกรุ่นเสมอ

การจะได้ผลลัพธ์เช่นนั้นต้องอาศัยการฝึกปรือบ่อย ๆ จนชำนาญ เฉกเช่นเดียวกับ ป้านก-อรวรรณ สนิธวรรณะ ผู้จัดสรรพื้นที่ของบ้านให้เป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด สำหรับยืนดริปกาแฟให้ผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน คู่กับลูกชายที่ยังคงชื่นชอบการชงแบบสปีดบาร์ด้วยเครื่องชงเอสเปรสโซ่แมชชีน

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

กาแฟในถุงจากหลายโรงคั่วที่ตั้งเรียงรายให้เลือก ต้องผ่านการเห็นชอบจากคนทั้งคู่ ด้วยความชอบในวิธีการชงที่แตกต่างกัน ผู้ชื่นชอบกาแฟจึงเลือกเมล็ดกาแฟและวิธีการชงในแบบที่ตนชอบได้ ถ้าเป็นคนรักนมจะเลือกเมนูลาเต้ลายสวยก็ได้ หรือสายดำจะเลือกแบบดริปที่ให้กลิ่นหอมจนทะลุแมสก์ก็ได้ดั่งใจ

นอกจากเสิร์ฟกาแฟเป็นหลักแล้ว ยังบริการเครื่องดื่มอื่น ๆ และเค้กรสชาติดี เสริมด้วยอาหารจานเดียวง่าย ๆ อารมณ์คล้ายไปกินข้าวบ้านเพื่อน โดยมีแม่เพื่อนเป็นผู้ลงมือปรุงให้อย่างเต็มใจ

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

ที่ตั้ง : 134 ซอยติวานนท์ 40 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00 – 17.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 07.00 – 15.00 น. (ปิดวันอังคาร)

โทรศัพท์ : 09 1452 9955

Facebook : Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

05
ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ถึงวัยจะไม่ทะลุหลัก 6 แต่ต้องยอมใจให้เขาคนนี้ สมชาติ บางต่าย หรือ ลุงต่าย มีชื่อลือลั่นในการเป็นมือหนึ่งด้านการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟอย่าง ‘หม้อต้มแบบอิตาลี’ ที่เรียกหน้าตาและวิธีการของมันว่า Moka Pot

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

Moka Pot เป็นหม้อต้มกาแฟหน้าตาแปลก แยกออกเป็น 2 ส่วน บนและล่าง มีกรวยใส่กาแฟและวางตรงกลางระหว่างหม้อด้านล่างที่เอาไว้เติมน้ำไม่ให้เกินวาล์วของตัวหม้อ นำหม้อด้านบนมาประกบหมุนให้แน่นพอตึงมือ แล้วนำไปต้ม เมื่อน้ำเดือดจะดันตัวทะลุกรวย ผ่านผงกาแฟบดขึ้นไปให้น้ำกาแฟรินไหลออกทางช่องเล็ก และค้างนองอยู่บนหม้อด้านบนที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ก่อนนำไปผสมให้เกิดเป็นเมนูต่าง ๆ เช่น อเมริกาโน่น้ำมะพร้าว แต่ที่น่าทึ่งคือการทำกาแฟดำให้ไม่ขม ไม่เข้ม หากแต่นุ่มละมุนลิ้น หนักแน่นด้วยบอดี้ และชูกลิ่นของกาแฟตัวนั้น ๆ ให้ทวีความหอม

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ร้านลุงต่ายเรียงรายด้วยหม้อต้มที่แขวนอยู่ริมผนัง แต่ละใบเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามาเกือบสิบปี ตั้งแต่ผมลุงยังดำสนิท เปลี่ยนเป็นแซมขาวแบบไม่ใช่แค่ประปราย จวบจนวันนี้ วันที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับในเรื่องฝีมือการใช้หม้อที่เชี่ยวชาญชำนาญยุทธของวงการกาแฟบ้านเรา

ร้านกาแฟลุงต่าย

ที่อยู่ : ถนนบรมราชชนนี-คลองบางระมาด แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 18.00 น. (ปิดบริการวันจันทร์และวันพฤหัสบดี)

โทรศัพท์ : 09 0974 5962

Facebook : ร้านกาแฟลุงต่าย

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

Photographers

ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์

ช่างภาพจากคณะวิทยาศาสตร์ ผสมผสานงานศิลปะ มีใจรักการทำอาหารและขนม

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load