The Cloud x Museum Siam

ร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่งเข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร แต่ละร้านบอกเล่าความตั้งใจของนักออกแบบ ช่างฝีมือ และเจ้าของร้านเล็กๆ ที่ยืนหยัดมอบความศิวิไลซ์ให้ชาวพระนคร

เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม แล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ

The Trapeze Swingers Store 

ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรที่จี๊ดทุกชิ้น

บ้านไม้ 2 ชั้นสุดเท่ในซอยถนนพระอาทิตย์ อัดแน่นด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสอง รอคอยให้เราเข้าไปหยิบจับ ทดลองสวมใส่ และหมุนตัวหน้ากระจกจนกว่าจะได้ชุดที่ถูกใจ เสื้อผ้าทั้งหมดล้วนคัดสรรมาอย่างดี เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าของทุกชิ้นมีค่าในตัวเอง และใช้งานได้หลายรูปแบบ เพราะการแต่งตัวเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าจะเป็นเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงเป็นความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้คุ้ยหาได้เป็นวันๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่เจอได้ที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ 

ที่อยู่ : 15 ซอยชนะสงคราม แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ :  12.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์)

ห้องเสื้ออัษฎางค์

ร้านตัดเสื้อเก่าแก่แสนประณีต

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากกำลังตามหาชุดออกงาน ชุดราตรี ชุดไทย หรือชุดลูกไม้เนื้อละเอียด ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอาจเป็นคำตอบของใครหลายคน แต่สำหรับพระนครที่คลุ้งกรุ่นไปด้วยวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ยังมีร้านตัดเสื้อผ้าเล็กๆ ที่พิถีพิถันในการตัดเย็บผ้า ซ่อนตัวอยู่มากว่า 40 ปีในชุมชนดั้งเดิม

ห้องเสื้ออัษฎางค์ไม่ได้อยู่ริมถนนอัษฎางค์ แต่ตั้งอยู่ริมถนนเฟื่องนครใกล้ๆ กัน แรกเริ่มเดิมทีเคยเปิดเป็นโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อที่ถนนอัษฎางค์มาก่อน ต่อมาย้ายมาปักหลักบนถนนสายใหม่ พร้อมเปลี่ยนกิจการเป็นห้องตัดเสื้อ และตั้งชื่อร้านตามถนนสายเดิมที่คุ้นเคย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

โดยทั่วไป ทางร้านรับตัดชุดทุกรูปแบบทั้งชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นชุดออกงานสังสรรค์ ชุดคู่บ่าวสาว ชุดไทย ซึ่งผ่านฝีมือช่างผู้ชำนาญของทางร้านและเจ้าของร้าน ซึ่งจบด้านการออกแบบมาโดยตรง

งานฝีมือหนึ่งชิ้นใช้ความตั้งใจ พิถีพิถัน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบจากบุคลิกของลูกค้าและตามคอนเซปต์งานที่ลูกค้าต้องการ ผสมผสานกันจนออกมาเป็นชุดสวยหรู ซึ่งอาจใช้เวลาในการตัดนานเสียหน่อย ต่างจากการหยิบซื้ออย่างรวดเร็วตามห้าง แต่สิ่งที่ได้รับคือความละเอียดและประณีตที่ตัดออกมาให้เข้ากับคุณพอดิบพอดี

ที่อยู่ : 217 ถนนเฟื่องนคร แขวงบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ไตเย็บใหม่

ตำนานร้านกระดุมแห่งพาหุรัด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนรักการแต่งตัว รายละเอียดเล็กน้อยอย่างกระดุมเม็ดเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

ไตเย็บใหม่ คือชื่อร้านขายกระดุมแสนสะดุดหูในย่านพาหุรัด ก่อตั้งโดยตระกูลเชื้อสายอินเดีย เปิดขายสินค้านำเข้าคัดสรรมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า ตั้งแต่สมัยที่เสื้อผ้าสำเร็จรูปหายากและคนนิยมตัดชุดใส่เอง ร้านนี้จึงเป็นร้านแรกๆ ที่มีอุปกรณ์ในการตัดเย็บครบครัน เป็นที่โปรดปรานของสาวๆ ในยุคก่อน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในตู้กระจกเก่าแก่สูงจรดเพดาน 2 ฟากฝั่งและบานเฟี้ยมสุดเก๋า มีความละเอียดลออของลูกไม้สวิสสุดคลาสสิก กระดุมแก้วจากออสเตรีย กระดุมคริสตัลสวารอฟสกี้ กระดุมเพชรเจียระไนจากเชโกสโลวาเกีย ไปจนถึงกระดุมที่ผลิตจากวัสดุพิเศษอย่างเซลลูลอยด์ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่ยุคที่โลกยังไม่รู้จักพลาสติก เป็นสินค้าหายากที่ต่างจากกระดุมและอุปกรณ์ประดับทั่วไปในท้องตลาด ทั้งหมดวางเรียงรายอวดโฉมแข่งกันอยู่ในร้าน รอคอยคนที่มองเห็นคุณค่ามาเลือกไปเติมเสน่ห์ให้ชุดสวยของตัวเอง

ที่อยู่ : 612 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 น.

ลูกไม้รานี

ร้านลูกไม้ที่นำเข้าสินค้าจากทั่วโลก

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ใครว่าลูกไม้เชย คงยังไม่เคยสัมผัสความเก๋วินเทจของลูกไม้ที่ร้านลูกไม้รานี ร้านนี้มีผ้าลายลูกไม้สวยๆ หลากหลาย แต่ละผืนรายละเอียดแพรวพราว ล่อตาล่อใจชวนให้ซื้อติดมือกลับไปตัดชุด ไม่ว่าจะเดินเข้ามาด้วยงบประหยัดหรืองบอลังการ

ร้านเก่าแก่ในย่านพาหุรัดนี้เปิดทำการมากว่า 65 ปี ปัจจุบันเป็นรุ่นหลานที่เข้ามารับช่วงต่อ แต่ยังคงเสน่ห์และคุณภาพเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยระยะเวลาที่เปิดมานาน ทำให้ร้านนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตหลายประเทศ ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน หรือยุโรป ร้านจึงมีลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่สีพื้นๆ บางๆ ลายสวยคลาสสิกที่ใส่ได้ในทุกโอกาส หรือลูกไม้ดีเทลมุกประกายวิบวับ สีสันสดใส คัดเฉพาะเนื้อผ้าคุณภาพ รับรองว่าตัดชุดได้สวยโดดเด่นแน่นอน

ที่อยู่ : 370 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ 

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

Something About Us

ร้านเสื้อผ้าและของจุกจิกน่ารักสไตล์เกาหลี

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

จับกระเป๋าตังค์ให้มั่น ตั้งสติให้อยู่กับตัว ไม่งั้นคุณอาจประสบสภาวะล้มละลายทางการเงินเมื่อเจอความน่ารักของ Selected Shop ร้านนี้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านเสื้อผ้าและของใช้สะอาดตาขนาดหนึ่งคูหาในย่านบางลำพู ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและคำทักทายยินดีจากเจ้าของร้าน เสื้อผ้าหลากหลายละลานตาสั่งตรงมาจากเกาหลี โดยคิมจินยอง เจ้าของร้านชาวเกาหลีแท้ๆ เป็นคนเลือกสรรเองกับมือ มีบางส่วนเป็นเสื้อผ้าของไทยซึ่งเป็นผ้าลินินคุณภาพดี เครื่องประดับชิ้นน้อยน่ารัก กระเป๋า น้ำหอม แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและโปสการ์ดแสนเก๋ บ่งบอกรสนิยมอันดีเลิศของเจ้าของร้าน ซึ่งคัดสรรผลงานสวยของแบรนด์เล็กๆ ไฟแรงมาไว้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า  ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สำหรับสาวๆ ช่างแต่งตัว ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ควรมาเป็นอย่างยิ่ง หยิบเสื้อผ้าที่ชอบแล้วขึ้นไปลองบนชั้น 2 ได้เลย

ที่อยู่ : 101 ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาทำการ : 12.00 – 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Horselegmarking Shoes 

ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าวัฒนธรรมไทย

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ร้านรองเท้าสุดเก๋ร้านนี้ เปิดตัวที่ญี่ปุ่นในปี 2014 ด้วยแนวคิดที่อยากส่งต่อสารไปถึงผู้คน ให้หันกลับไปมองวัฒนธรรมตัวเอง และเปิดกว้างกับวัฒนธรรมอื่น 

แรงบันดาลใจของรองเท้าหลากฟังก์ชันนี้มาจากรถอีแต๋นที่สร้างด้วยภูมิปัญญาของคนไทยเอง โดยหยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องมี อย่างลายนกเหยี่ยว ลายเพชร ลายดอกไม้ ลายผีเสื้อ มาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ หรือบรรยากาศของท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนรองเท้าในแต่ละซีรีส์ที่มีการเล่าเรื่องแตกต่างกันออกไป เช่นในซีรีส์แรกที่ชูเรื่องสีคู่กับรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ซีรีส์ต่อมาลดความฉูดฉาดลง แต่เน้นไปที่ลวดลายกับรองเท้าหุ้มส้นแทน

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ไม่มีโลโก้บอกยี่ห้อ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ในรองเท้าทุกคู่ คือหนังกลับข้างเดียวตรงส้นรองเท้า ตอบคำถามที่มาของชื่อแบรนด์ HORSELEGMARKING ที่แปลตรงตัวคือรูปพรรณสัณฐานที่ขาม้า ม้าแต่ละตัวมีปลอกขนขาสีขาวที่ต่างกันเพื่อบอกตัวตน พื้นที่ว่างบนหนังกลับก็เป็นพื้นที่ว่างให้ผู้สวมใส่เติมสิ่งต่างๆ ผ่านการใช้งานในชีวิตประจำวัน สะท้อนสไตล์ผู้สวมใส่

ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกันหมด และแม้จะใส่รองเท้าแบบเดียวกัน คาแรกเตอร์ก็ออกมาต่างกันอยู่ดี เพราะทุกคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง แบรนด์เชื่อในความเฉพาะของตัวบุคคล รวมไปถึงวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพื้นถิ่นนั้นๆ 

ที่อยู่ : 320 ถนนมหาราช แขวงพระบรมหาราชวัง

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย 

ร้านร่มระดับตำนานของประเทศ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ก่อนออกจากบ้าน การแต่งตัวสวยจะสมบูรณ์หมดจด ถ้ามีร่มเก๋ๆ สักคันติดมือไปด้วย 

ร่มคือหนึ่งไอเทมสำคัญสำหรับต่อสู้กับอากาศประเทศไทย นอกจากประโยชน์ที่ใช้กันแดดกันฝนแล้ว ร่มยังซ่อนเรื่องราวแฟชั่นเอาไว้ ด้ามจับที่บ้างเป็นไม้ บ้างเป็นพลาสติก ลวดลายความสวยงามบนตัวร่มก็แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงซี่ร่มที่ไม่ได้ถี่เหมือนกันทุกคัน 

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร่มฟ้าไทย มีต้นกำเนิดมาจากร้านซ่อมร่มที่ชื่อว่า ร้านเซี่ยงไถ่ เปิดทำการมากว่า 100 ปี ในอดีต ร่มคือสินค้านำเข้าราคาแพงที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ เมื่อลงทุนซื้อใช้กันสักคันก็ต้องดูแลทะนุถนอมอย่างดี เมื่อพังจึงนิยมมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการซ่อมร่มของยุค ต่อมาจึงสร้างโรงงานผลิตร่มเพื่อส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและค้าขายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นร่มสองตอน ร่มสามตอน ร่มไม้เท้า ร่มกอล์ฟ ร่มด้ามไม้ ร่มผ้าฝ้าย ร่มไหมญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน ความเก่าแก่ของร้านก็ทำให้เราได้เห็นร่มทรงเจดีย์หน้าตาวินเทจ ร่มเหล็กพิมพ์ลายเรโทรเก๋ไก๋ และร่มเก่าเก๋า Deadstock อีกมากมายให้ซื้อหาอย่างถูกอกถูกใจ บางลายหมดแล้วหมดเลย ไม่มีทำเพิ่ม ดังนั้น รีบไป เลือกก่อนได้เก๋ก่อนนะ

ที่อยู่ : 624-626 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้าน S.S. 

ร้านส่าหรีในตลาด Little India

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

หากต้องการชุดใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซีหรือจะปาร์ตี้กับเพื่อน ขอแนะนำให้เดินขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาที่ร้าน S.S. ณ ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ซึ่งมีกองทัพชุดส่าหรีและผ้าอินเดียตระการตาน่าเลือกซื้อรออยู่ 

ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปี ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 เต็มไปด้วยผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดส่งตรงมาจากนิวเดลี ที่เอามาประยุกต์ใส่ในชีวิตประจำวันเพิ่มสีสันให้วันธรรมดาสนุกมากขึ้นได้ นอกจากนี้ ในตลาดผ้าเก่ายังมีทั้งร้านขายชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ พร้อมให้เลือกซื้อและสวมบทเป็นชาวภารตะได้ในที่เดียว 

ที่อยู่ : ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.

ห้างไนติงเกล-โอลิมปิก

ตำนานห้างเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของสาวชาวพระนคร

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

แต่งตัวจัดเต็มแล้วไม่เติมสีปากสักหน่อยก็คงจะไม่ครบเครื่องเท่าไหร่นัก ทุกวันนี้มีลิปมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกสรร แล้วคนสมัยก่อนเขาใช้อะไรกัน อาคารสูง 7 ชั้น ย่านวังบูรพาแห่งนี้มีคำตอบ

ถ้าสยามสแควร์คือสถานที่รวมแหล่งวัยรุ่นในยุคนี้ ห้างไนติงเกล-โอลิมปิกก็ฮอตฮิตเมื่อ 80 ปีก่อนไม่ต่างกัน ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขายสุดเก๋า ป้ายที่ใช้สีสันสนุกสนาน หรือตู้โชว์ที่ยังคงวางขายสินค้ายอดนิยมตั้งแต่ดั้งเดิม

ว่าแล้วเราก็ตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางสไตล์วินเทจ ที่มีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนติงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับขนาดกะทัดรัด เหมาะแก่การพกติดกระเป๋าไปไหนมาไหน เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดกาลที่ลูกค้าแวะเวียนมาซื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก หรือถ้าอยากได้ข้าวของมากกว่านั้น ที่นี่ยังมีครีมประทินผิว และเสื้อผ้าเครื่องประดับ Deadstock เก๋ไก๋ 

ไม่ว่าซื้ออะไรก็มีครบครัน ช้อปเสร็จก็คว้าถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้าน ตรงตามสโลแกนห้างที่ว่าคลังแห่งเครื่องกีฬา ราชาแห่งเครื่องดนตรี ราชินีแห่งเครื่องสำอาง’ เป๊ะๆ เลยทีเดียว

ที่อยู่ : 70 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ :  09.30 – 17.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)

รองเท้าอรสมัย 

ร้านรองเท้าหนังรุ่นแม่ก็ใช้ รุ่นลูกก็ใช้

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

อรสมัยเป็นร้านทำรองเท้าหนังที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมแพร่งภูธรติดกับถนนตะนาว มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี เปลี่ยนมือมาแล้วถึง 3 รุ่น เรียกได้ว่าลูกค้าบางรายใช้มาตั้งแต่รุ่นแม่จนถึงรุ่นลูกเดินเข้าไปในร้านจะเห็นรองเท้าหนังวางเรียงรายอยู่เต็มตู้กระจก เลือกหยิบจับลองและสวมใส่ได้ตามความชอบ โดยเจ้าของร้านจะคอยแนะนำให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าออกงาน รองเท้าใส่ทั่วไป หรือรองเท้าใส่ทำงานสำหรับข้าราชการ หากถูกใจตามแบบที่ตั้งโชว์ก็ซื้อได้เลย แถมยังมีกระเป๋าหนังแท้ราคาย่อมเยาวางขาย เผื่ออยากได้รองเท้า-กระเป๋าเข้าชุดกัน ก็เลือกให้จบได้ในที่เดียว

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

สำหรับคนที่หารองเท้าใส่ยาก หรืออยากหนีความซ้ำซากจำเจ ก็สั่งตัดรองเท้าหนังวัวและหนังแกะให้เข้ากับรูปเท้าและสไตล์ของตัวเองโดยเฉพาะได้ เลือกเปลี่ยนสีและลายรองเท้าได้ตามต้องการ เห็นป้ายอรสมัยตัวโตๆ แสนโก้แล้วก็เดินเข้ามาได้เลย ร้านรองเท้านี้ยินดีต้อนรับเสมอ

ที่อยู่ : 552 ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ :  10.30 – 20.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

ร้านรองเท้าบ้านเลขที่ 74 

แหล่งตัดคัทชูเก๋าแสนเนี้ยบ

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในมุมเล็กๆ ของตรอกข้างศาลเจ้าพ่อเสือ เส้นทางที่นักท่องเที่ยวขาจรน้อยคนจะเดิน มีร้านรับทำรองเท้าคัทชูด้วยมือซุกซ่อนอยู่ ริ้วรอยกาลเวลาลอยตลบอบอวลอยู่ทั่ว บ่งบอกอายุอานามและประสบการณ์ของร้าน ช่างสองพี่น้อง เจริญ-จรัญ ใช้เวลากว่า 3 อาทิตย์ เพื่อสร้างรองเท้าทำมือ 1 คู่ อย่างประณีตทุกขั้นตอน เก็บรายละเอียดทุกจุดเพื่อทำรองเท้าที่เหมาะกับคนซื้อมากที่สุด

11 ห้างร้านที่โปรดปรานของสาวพระนครยุคก่อนซึ่งมีของเก๋ให้ช้อปตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่าน เกาะรัตนโกสินทร์

สิ่งเล็กๆ ที่ยังมีคนมองเห็นคุณค่าที่ควรส่งเสริม การอดทนเฝ้ารอเพื่อให้ได้มาและความประทับใจ จะตราตรึงเราไปอีกแสนนาน เป็นร้านที่้เหมาะสำหรับคนใส่ใจการแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ 

ที่อยู่ : 74 ตรอกพ่อเสือ ถนนตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load