อาคิเต็ก-หัวใจเต้นตึกตึก

Shophouse 26 เป็นที่พักที่ทำลายกำแพงความเข้าใจผิด ของข้อครหาที่ว่าตึกแถวต้องมืดทึบ ไม่มีหน้าต่าง แออัดคับแคบ ปราศจากระเบียง ฯลฯ การออกแบบของ ออร่า-อรพิม พงษ์ศิริเวศน์ และ หนอน-ฐนิตพัฒน์ ธนาวุฒิมนัส สองสถาปนิกที่พบเจอกันด้วยหน้าที่การงาน สร้างความเข้าใจด้วยการแปลงโฉมอาคารเก่าให้เก๋ไก๋น่านอน

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

“พี่หนอนอยู่ละแวกนี้ ออชอบลักษณะของตึกแถวอยู่แล้ว มันน่าสนใจและทำอะไรได้เยอะ ตอนเข้ามาดูตึก เป็นตึกสามชั้น คิดว่าน่าจะเป็นที่พักอาศัยมาก่อน เราเข้ามาดูว่าทำอะไรกับมันได้บ้าง” สถาปนิกสาวเล่าจุดเริ่มต้น

“ตอนขึ้นมาดาดฟ้า บรรยากาศดีมาก มองเห็นรถไฟฟ้าวิ่งไปวิ่งมา” สถาปนิกหนุ่มเฉลยมุมที่ชอบ

ถ้าอย่างนั้น ตึกแถว ในนิยามความหมายของสถาปนิกเป็นแบบไหน เราสงสัยจึงถาม

“ตึกแถวเป็นลักษณะของตึกแบบหนึ่งแหละ ตึกมีหน้ากว้างสี่เมตร ลึกประมาณสิบสอง สิบหก ยี่สิบ แต่ถูกจำกัดด้วยหน้ากว้างตามกฎหมาย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว จะว่าไปก็อธิบายยากเหมือนกันนะ” หนอนบ่นอุบก่อนจะเสริมว่า “เราคิดว่ามันเป็นตึกที่ค่อนข้างไทย แต่ไม่ใช่ไทยแบบบ้านเก่านะ เป็นไทยที่ Contemporary”

ด้วยความชอบตึกแถวเป็นทุนเดิม ประจวบกับนักออกแบบอยากออกนอกกรอบมาทำสิ่งที่อยากทำ ด้วยการดีไซน์ตึกเก่าให้เป็นที่พัก ที่เราเห็นแล้วหัวใจเต้นตึกตึก (เราเชื่อว่าหัวใจของเขาและเธอคงเต้นจังหวะเดียวกับเรา)

“การอยู่ตึกแถวไม่จำเป็นต้องไม่สบาย มันสบายได้ มันมีห้องน้ำใหญ่ๆ ได้ รับแสงธรรมชาติได้ มีระเบียงได้ เราว่าข้อจำกัดพวกนั้นใช้งานออกแก้ปัญหาได้” หนอนเกริ่นก่อนออร่าจะเล่าต่อว่า “ความจริงถ้าเรามองตึกแถวในมุมใหม่ เราเปลี่ยนอะไรมันได้เยอะมาก อย่าง Single Lane (ร้านกาแฟ) เราเซ็ตลึกเข้ามาด้านในนิดหน่อย แต่ด้านนอกระราบยังคงเท่ากับตึกแถวหลังอื่น แล้วพื้นที่ว่างข้างหน้ามันก็สบายดี ดูเป็นตึกแถวที่ไม่ใช่ตึกแถวธรรมดา”

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

ผลพวงจากการที่ร้านกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นถูกลดขนาดลงด้วยความเต็มใจจึงเป็นที่มาของ Single Lane 

ร้านกาแฟเลนดียวด้านล่างเป็นเพื่อนบ้านที่เขาตั้งใจให้มาเติมเต็มระหว่าง Shop กับ House อีกหนึ่งความหมายที่พวกเขาซ่อนเอาไว้ในคำว่า Shophouse เขาและเธอตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็น Mixed-use ด้วยการเนรมิตด้านบนเป็นบ้าน ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ซึ่งตรงตามสูตรตึกแถวเก่าที่เราคุ้นตากับการที่ด้านล่างเป็นร้าน ด้านบนเป็นเหล่าเต๊ง

“ด้วยความที่เราเป็นนักออกแบบ เราพยายามให้ความสำคัญกับพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ถ้าเป็นนักธุรกิจจ๋าอาจจะบอกว่าพื้นที่ขายต้องเต็ม คนต้องนั่งได้เยอะ แต่เราอยากทำพื้นที่ตรงนั้นให้มันดี คนใช้งานแล้วสะดวกสบายขึ้น ถึงจะลดพื้นที่ขายลงหน่อย แต่คนกลับชอบ Pocket นั้น เขามานั่งก่อนเข้าร้านกาแฟ มาถ่ายภาพ มาหลบฝน” หนอนเล่า

“มีคนชอบลืมร่มไว้ตรงนั้นด้วย” ออร่าเสริมทันที

“นั่นคือเรา” คำตอบของหนอนทำให้พวกเขาหัวเราะร่า

อาคิเต็ก-ตกแต่งตึก

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

ตึกแถวหมายเลข 26 หลังนี้บรรจุห้องพักขนาด 5 ห้อง ทุกห้องถูกกำหนดด้วยสี Pantone 

หลายคนอาจฉงนเหมือนเราว่าสีที่เลือกมาเป็นสีหลักของแต่ละห้องนั้นมาจากส่วนไหนของอาคาร

ชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนกำลังอ่านใจ เขาเฉลยให้ฟังว่า จิ้มสีมาจากผนังเก่าของบ้าน 

“ผนังเดิมมีการทาสีหลายรอบ บางห้องก็แปะวอลเปเปอร์ ตอนมาดูตึกเราเห็นผนังห้องนี้เป็นสีนี้ ชั้นล่างเป็นสีชมพูเขียว เราเลยให้ช่างลอกสีออกมาดู พอลอกแล้วมันสวย ที่นี้เราเลยลอกทุกชั้นเลย แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ของสีและเท็กเจอร์ไม่เหมือนกัน ห้าห้องเลยมีห้าแพนโทน เพราะเราจิ้มจากสีที่เด่นที่สุดของผนัง” หนอนยิ้มภูมิใจกับไอเดีย

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

นอกจากสี Pantone สุดน่ารัก ยังมีดีเทลเล็กดีเทลน้อยที่สองสถาปนิกซ่อนไว้ให้เราชวนสงสัย อย่างห้องน้ำไร้ประตูที่ดูแล้วไม่เคอะเขิน แต่เป็นการสร้างลูกเล่นให้กับพื้นที่ แถมยังเปลี่ยนบรรยากาศให้กับแขกผู้มาเยือน

อ้อ มีกระจกห้องน้ำที่เคยเป็นทรงกลมแต่ถูกขัดเว้าด้วยความคราฟต์ตรงนั้นที ตรงนู้นที จนเก๋ไม่ซ้ำ

“เป็นดีไซเนอร์ทั้งคู่ หาตรงกลางของความ ‘อยาก’ ออกแบบของแต่ละคนยังไง” เราถาม

“ก่อนหน้าจะมาเป็นพาร์ตเนอร์กัน เราดูมาแล้วประมาณหนึ่งว่าสไตล์เราไปด้วยกันได้ บวกกับนิสัยของเราสองคน ค่อนข้าง Bad Management เรื่องเงินเหมือนกันทั้งคู่ ไม่มีใครเป็นคนจู้จี้จุกจิก เลยทำงานกันได้” ฝ่ายชายเสนอ

“พอดีเราจะหลวมๆ เรื่องเดียวกัน” ฝ่ายหญิงไม่ค้าน แต่เห็นด้วยอย่างจัง

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

ความโปรดปรานระดับสิบที่ยกให้ Shophouse 26 เห็นทีจะเป็นแสงธรรมชาติสีนวลที่มาแทนที่ข้อจำกัดของตึกแถวที่ว่ามืดทึบ สถานที่ตรงหน้าไม่เป็นเช่นนั้นเลย ช่างน่าเอนกายลงบนเตียงสีขาวสะอาดเสมือนปุยเมฆ

แถมเจ้าบอกบอกว่าแสงธรรมชาติยังหมายรวมถึงบรรยากาศที่ธรรมชาติมอบให้อย่างฝนตก-แดดออก และความเป็นธรรมชาติอีกอย่างที่ชวนอมยิ้ม คือวิวนอกระเบียงที่ดันโชคดีมองเห็นสนามหญ้าสีเขียวขจีของบ้านหลังตรงข้าม

นอกจากเฟอร์นิเจอร์ยุค Mid Century ที่เติมแต่งให้แต่ละห้องสมบูรณ์แบบ ยังมีภาพถ่ายในกรอบที่เป็นฝีมือของศิลปินมีชื่อเสียง และภาพถ่ายของเพื่อนอย่าง DogDuckPugPed แขวนประดับ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินในแกลเลอรี่

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

“มีรูปที่พี่หนอนถ่ายด้วย” เธอบอกเรา

“แล้วก็มีรูปที่ออร่าถ่ายด้วย” เขาบอกเธอ

อาคิเต็ก-บริหารตึก

“เราเลือก Airbnb เพราะมันเหมาะกับเรา จำนวนห้องเราไม่เยอะและเราไม่อยากทำเป็นโฮสเทลที่เน้นจำนวนเตียง เราชอบ Airbnb เพราะเป็นเหมือน House Sharing กับส่วนที่เรารีวิวโฮสและโฮสรีวิวเกสต์ เราว่าการปฏิสัมพันธ์แบบนี้น่าสนใจ เหมือนว่าเรากับเขาต้องเชื่อใจกันก่อน” หนอนอธิบายถึงเหตุผลที่เขาตกหลุมรักแพล์ตฟอร์มนี้

“พวกเราไม่ใช่นักธุรกิจ เราชอบออกแบบกันทั้งคู่ เลยไม่ค่อยคิดแบบธุรกิจสักเท่าไหร่ ค่อนข้างทำตามใจตัวเอง เราเลยเน้น Airbnb เพราะที่พักเราไม่มีบริการเหมือนโรงแรม เราอยากให้คนเข้าพักเขาเปิดประตูเหล็กไขเข้ามาเอง

“ปัญหาที่เราเจอคือการบริหาร เพราะไม่เคยทำ ตอนแรกคิดว่าสร้างตึกสวย ห้องสวย ถ่ายภาพออกมาสวยคงจะไปได้ด้วยตัวของมันเอง ปรากฏว่าไปไม่ได้ มันก็กลายเป็นการเรียนรู้ของเรา ตอนนี้เริ่มลงตัวแล้วนะ” ออร่าเล่า

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

การเป็นเจ้าบ้านทำให้นักบริหารมือใหม่เจอปัญหาที่ชวนพวกเขาสนุกกับการแก้ อย่างแขกคนจีนเวลาเข้าพักจะขาดการชงชาไม่ได้ ทำให้แก้วไวน์ทรงสูงถูกแทนที่ด้วยกระติกน้ำร้อน และหนอนยกตัวอย่างการเป็น Superhost ของ Airbnb ให้เราฟังว่า การจะเป็นสุดยอดเจ้าบ้านได้ไม่ใช่มีจำนวนรีวิวเยอะเพียงอย่างเดียว แต่รีวิวนั้นต้องเป็นรีวิวที่ดีและมีคะแนนรวม 4.5 เต็ม 5 และอีกขั้นที่เหนือกว่าคือ Airbnb Plus ไม่ใช่แค่เจ้าบ้านดีงามแต่สถานที่ต้องดีด้วย

แขกส่วนใหญ่ของตึกแถวหลังนี้มักเป็นชาวต่างชาติ บางทียกกันมาเป็นครอบครัวก็เหมาทั้งตึกคราวเดียว นับนิ้วรวมแล้วพักได้มากถึง 14 คน ความพิเศษของ Airbnb ที่ถูกใจนักท่องเที่ยวสายนอนนาน คือส่วนลดกระหน่ำสำหรับพักระยะยาว แถมช่วงที่ผ่านมา Shophouse 26 เปลี่ยนเป็นที่พักแบบรายเดือนควบคู่กับรายวัน เพื่อต่อสู้กับวิกฤต

สองผู้บริหารหน้าใหม่กระซิบว่า ลูกค้าในใจที่ตั้งไว้เป็นคนที่มองเห็นคุณค่าของศิลปะและดีไซน์

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์
Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

“มีคนหนึ่งเขามาแล้วถือกล้องออกไปถ่ายทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ Appreciate Every a Little Thing และสนใจ Ordinary Things ความจริงเราไม่จำกัดว่าเป็นคนไทย ญี่ปุ่น หรือฝรั่ง เราว่าขึ้นอยู่กับคาแรกเตอร์คนมากกว่า”

เจ้าบ้านสาวเล่าความประทับใจที่มีต่อแขกคนสำคัญที่เธอบอกว่าแบบนี้แหละใช่เลย

ตึก ตึก ตึก

“พอรถไฟฟ้าเริ่มมา คอนโดฯ ขึ้นเต็มไปหมด พระโขนงกลายเป็นย่านใหม่ที่ต่อจากเอกมัย ทองหล่อ กลายเป็นโซนที่เรียกว่าฮิปสเตอร์หน่อย มีคนญี่ปุ่นและฝรั่งอาศัยอยู่เยอะ เรามองว่าย่านนี้น่าจะทำธุรกิจด้านโรงแรมได้ดี 

“พอทำที่พักเราก็อยากให้แขกได้ใช้เวลา ไม่ใช่เข้าโรงแรมปุ๊บ นอน ตื่น ออกไปเที่ยว ทำเลตรงนี้ทำให้เขาได้เห็นว่าคนไทยอยู่กันแบบนี้ เขาจะรู้ถึงความโลคอล เพื่อนบ้านก็หลากหลาย มีร้านอาหารญี่ปุ่นนะ แต่ก็มีส้มตำด้วย

“Ideal หลักคือเราอยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้” หนอนมองการณ์ไกลว่าพระโขนงมาแน่! 

ประสบการณ์ที่เธอและเขาอยากให้แขกได้รับคือการเข้ามานอนบนตึกแถว สัมผัสความเป็นตึกแถว มันนั่ง-นอนสบายกว่าที่คิด ให้บรรยากาศเหมือนยุคเก่าก่อนที่ต้องเลื่อนประตูเหล็กยืดก่อนเดินเข้าตัวบ้าน ชาวต่างชาติได้เจอะวิถีแบบไทย มีความบ้านบ้านซ่อนอยู่กลางเมือง จนเราอยากชวนคุณมาผ่อนคลายให้รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง

ถ้าให้เลือกตอบหนึ่งคำตอบ หนอนและออร่าคิดว่าเสน่ห์มัดใจของที่นี่คืออะไร 

“ความเป็น Humble Renovation ดัดแปลงนิดหน่อยแต่ยังคงความเป็นตึกแถวอยู่”

“ชอบคำว่า Humble Renovation นะ” หนอนส่งยิ้มเห็นด้วยเต็มเปา

Shophouse 26 เปลี่ยนตึกแถวย่านพระโขนงเป็นที่พักสี Pantone ให้คนมานั่ง-นอน-เสพงานดีไซน์

Shophouse 26

ที่ตั้ง : 269 ซอยปรีดีพนมยงค์ 3 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 (แผนที่)

โทร : 09 9242 4441

Facebook : Shophouse 26

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ท่ามกลางความจอแจของยวดยานนานาที่ติดแหง็กอยู่กลางสี่แยกหมอเหล็ง อันมีทางยกระดับพาดผ่าน ฟาซาดลายเปลือกไม้แผ่นยักษ์ยังคงทอประกายล้อเปลวแดดจ้ามาแต่แรกเห็น

ชื่อ ‘Bonsai Hotel’ บนยอดตึกนั่นก็เช่นกัน แบบอักษรรูปทรงคล้ายใบไม้ของมันสะกดสายตา ชนิดมองเห็นได้จากชานชาลารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งอยู่สี่แยกถัดไปเลยทีเดียว

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

ด้วยป้ายชื่อโรงแรมที่เด่นหราตรงหัวมุมแยก เราหวังว่าจะได้เห็นไม้ดัดขนาดจิ๋วในกระถางดินเผาสักต้นให้สมกับชื่อ ‘บอนไซ’ ของที่นี่ หากนั่นเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ เมื่อเราข้ามถนนราชปรารภมาแล้วไม่พบบอนไซเลยสักต้น มีแต่ ‘ต้นไทร’ แผ่กิ่งก้านอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมหนึ่งต้น

“ไทรต้นนี้อายุ 50 – 60 ปีแล้วครับ” จอนนี่-วรุตม์ วงศ์วโรทัย ยิ้มบอกด้วยความภาคภูมิใจ

“ตอนยังไม่ตัด มันดูใหญ่และเขียวชอุ่มมากกว่านี้เยอะเลยค่ะ” ปูน-ธรบงกช วงศ์วโรทัย กล่าวเสริมก่อนจาระไนที่มาชื่อโรงแรมให้เราฟัง

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

“ชื่อภาษาไทยเราสะกดว่าโรงแรม ‘บนไทร’ ให้มันล้อไปกับชื่อ ‘Bonsai’ ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงต้นไม้ดัด เมื่อมีต่างชาติมาพัก เราก็ต้องอธิบายให้เขาฟังอย่างนี้”

เพราะเหตุใดต้นไทรจึงกลายเป็นจุดเด่นของโรงแรมนี้ได้ สามีภรรยาคู่นี้จะเป็นผู้ให้คำตอบ

จากคลินิกเก่า 

ถึงรูปลักษณ์โรงแรมบนไทรในวันนี้ดูเป็นโรงแรมใหม่เอี่ยม แต่ความเป็นจริง ราว 60 ปีที่แล้ว ตึกหลังนี้เคยเปิดเป็นคลินิกศัลยกรรมมาก่อน ในยุคที่คนไทยจำนวนมากยังไม่รู้จักการเสริมสวยด้วยมีดหมอ

“คลินิกนี้เป็นของคุณอาของคุณพ่อผม เรียกว่าคุณปู่แล้วกันครับ” จอนนี่พาเราย้อนระลึกความหลังไปพร้อม ๆ กัน “ผมเคยมาเจอคุณปู่ของผมที่นี่ครั้งหนึ่งตอนผมอายุ 13 เขาเล่าว่าที่นี่เป็นที่ทำจมูก ทำหน้าอก ที่แรกในประเทศไทย ไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือเปล่า”

ในวัยเด็กที่แวะมาเยี่ยมเยือนคลินิกศัลยกรรมของคุณปู่น้อย จอนนี่ยังจดจำกลิ่นอายของตึกแถวเก่าในวันเวลาเหล่านั้นได้ดี เป็นต้นว่าพื้นหินขัดที่พบได้ทั่วไปตามบ้านคนไทยเชื้อสายจีน

“ผมเป็นลูกคนจีน ถ้าได้ไปบ้านเก่า ๆ ของคุณปู่ คุณย่าคนจีนก็จะเห็นว่าพื้นห้องน้ำปูกระเบื้องหินขัด นี่คือสิ่งที่แสดงความเก่า แสดงรากเหง้าของตัวเรา”

สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่ตึกเก่าแห่งนี้มาตลอด คือ ต้นไทรที่เขาชี้ชวนเราดูเมื่อครู่

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

ราชปรารภในอดีตที่ความเจริญยังคืบคลานมาไม่ถึงก็เหมือนกับถนนอีกหลายเส้นในกรุงเทพฯ ที่ปลูกต้นไม้รายทางมากมาย ผู้ใหญ่ในตระกูลเคยเล่าสู่กันฟังว่าต้นไม้ริมทางเหล่านั้นเคยอยู่คู่ถนนราชปรารภมานานครัน จนกระทั่งมีการตัดทางด่วนผ่าน สร้างสะพานข้าม พรรณไม้ที่ทางการเป็นผู้ปลูกไว้ประดับถนน จึงต้องถอนต้นก่นรากออกไปเพื่อหลีกทางให้สาธารณูปโภคของชาวเมือง

แต่บังเอิญว่าไทรต้นหนึ่งซึ่ง กทม. เป็นผู้ปลูก ดันมาอยู่ในโฉนดที่ดินของคลินิกแห่งนี้

“คุณปู่เล่าให้ฟังว่าตัดต้นไม้ไปเยอะ แต่ต้นไทรต้นนี้มาอยู่ในโฉนดของเขา กทม.จะมาตัด คุณปู่ก็ไม่ยอม เพราะอยู่ในโฉนดของเขา ถึง กทม.จะปลูกเอง แต่ก็ตัดไม่ได้ ทำได้แค่ดูแลรักษา”

ถึงวันนี้คลินิกของคุณปู่จะเป็นเพียงอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ ทว่าต้นไทรที่มีมาตั้งแต่แรกเปิดคลินิกเมื่อ 60 ปีก่อนยังคงยืนหยัดท้าแดดฝน ซึ่งจอนนี่เน้นย้ำว่า

“เรามองว่ามันอยู่ติดกับดิน เราต้องดูแลรักษา”

สู่โรงแรมสุดเก๋

ผ่านไปหลายปี คลินิกเสริมความงามต้องปิดตัวลงเนื่องจากสังขารร่วงโรยของคุณปู่น้อย คุณพ่อของจอนนี่ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานอาได้ซื้อตึกแถวห้องนี้มาจากกองมรดก ก่อนจะตกมาถึงมือเขาในที่สุด

“ตำแหน่งที่ตั้งตรงนี้อยู่กลางเมือง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร จนเรามาเดินเซอร์เวย์ เลยได้ความคิดว่าทำโรงแรมก็ได้นะ” จอนนี่เท้าความถึงเหตุการณ์หลายปีก่อน

‘โรงแรม’ คือสิ่งที่ตัวเขากับปูนผู้เป็นภรรยาคิดได้ในตอนนั้น เนื่องจากทั้งสองคนโตมากับธุรกิจโรงแรมของครอบครัว ตระกูลฝ่ายชายมีโรงแรมกึ่งอพาร์ตเมนต์ที่จังหวัดสงขลา ส่วนบ้านฝ่ายหญิงเป็นเจ้าของโรงแรมเก่าที่เขาใหญ่ ประสบการณ์ที่มีติดตัวช่วยให้แผนการบูรณะตึกเก่าเป็นโรงแรมใหม่ดำเนินไปได้ไม่ยาก

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

“เราเริ่มคิดจะก่อสร้างประมาณปี 2016 เพราะเห็นว่าย่านประตูน้ำมีชาวต่างชาติมามาก แล้วก็ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ราชปรารภ เราคิดว่าเราทำโรงแรมได้ เพราะที่บ้านพอมีประสบการณ์ทำโรงแรมที่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว” จอนนี่เกริ่นถึงที่มาของการเปิดโรงแรมริมถนนราชปรารภซึ่งพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

“ย่านนี้เป็นแยกราชปรารภหรือแยกหมอเหล็ง ถัดจากประตูน้ำมานิดเดียว เลยจากพญาไทมาแยกเดียว แต่ผู้คนกลับไม่ค่อยรู้จักราชปรารภกันเท่าไหร่ ทั้งที่จริง ๆ ย่านนี้เป็นย่านกลางเมืองมาก” ปูนช่วยขยายความในให้กระจ่างยิ่งขึ้น “พอเราได้ตึกเก่ามา ก็อยากทำอะไรเพื่อเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ ทำให้บริเวณนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น มีตึกที่เป็นสัญลักษณ์ ให้คนรู้สึกว่ามาพักผ่อนโดยไม่ต้องไปไหนไกล”

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

แม้ได้ไอเดียมาแล้ว แต่ขั้นตอนการสร้างโรงแรมกลับไม่ง่ายอย่างใจคิด ด้วยบทบัญญัติอาคารแสนเข้มงวดที่เป็นปัญหาสำคัญ

“ตามกฎหมายอาคารของประเทศไทย จะทุบทิ้งก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าทุบไปแล้วจะขึ้นตึกใหม่ก็อาจมีอุปสรรคขัดขวางตามมา เลยคิดว่าใช้วิธีดัดแปลงอาคารเดิมดีกว่า” จอนนี่ว่า

อีกปัญหาหนึ่งคือรูปทรงอาคาร ความที่ตึกนี้เป็นตึกเก่าอายุหลายทศวรรษ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสี่แยก หันหน้าทำมุมเฉียงกับถนน แกนของตึกจึงไม่ตรง ตีเส้นแบ่งห้องให้ออกมาเท่ากันไม่ได้  

ทางออกของปัญหาข้างต้นอยู่ที่ต้นไทรอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมนี่เอง…

ที่ตั้งอยู่บนต้นไทร 

เพราะความตั้งใจที่จะเก็บไทรต้นนี้ไว้กับผืนดินแม้ตอนบูรณะใหม่ ปูนกับจอนนี่จึงได้ไอเดียว่าอยากให้โรงแรมใหม่ของพวกเขาเป็นเหมือนต้นไทรเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยราก มีรูปร่างบิดเบี้ยว แปรผันตามกาลเวลา

ความคิดดังกล่าวผลักดันให้สองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของพร้อมด้วยทีมสถาปนิก ตัดสินใจออกแบบห้องพักแต่ละห้องบนชั้นเดียวกันให้มีขนาดและรูปทรงไม่เหมือนกันแม้แต่ห้องเดียว พร้อมกันนั้นก็ใส่องค์ประกอบของความเป็นต้นไทรไว้ตามจุดต่าง ๆ ของตัวอาคารด้วย

Bonsai Hotel เปลี่ยนคลินิกเก่าของปู่เป็นโรงแรมบนไทร ที่พักดีไซน์เก๋แห่งย่านราชปรารภ

เริ่มจากตัวฟาซาดหรือเปลือกอาคารที่ดูเด่นเห็นมาแต่ไกล ทั้งคู่ให้คำตอบกับเราว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ใช้ทองแดงเป็นวัสดุในการสร้างทั้งหมด

“วัสดุทองแดงเข้ากับแนวคิดของตึกที่ต้องการนำของเก่ามาดัดแปลงให้มีคุณค่า ไม่ใช่ว่าตึกของเราจะคงสภาพเดิมตลอดไป แต่ตึกหรือผืนที่ดินมันมีค่าของมันอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำอะไรกับมัน”

“เพราะทองแดงเปลี่ยนสีไปได้เรื่อย ๆ ตามกาลเวลาค่ะ” ปูนเฉลยเมื่อเธอเห็นเราทำหน้างงกับคำพูดของจอนนี่ “ตอนแรกที่เพิ่งเอามาติดมันเป็นสีชมพูมาก แต่มันถูกแดดบ่มจนกลายเป็นสีน้ำตาล สิบปีข้างหน้าคิดว่าจะกลายเป็นสีเขียวเหมือนพวกอนุสาวรีย์หรือหลังคาโบสถ์ในยุโรป”

เนื่องจากแผ่นทองแดงพวกนี้ยึดติดกับหน้าต่างห้อง หนำซ้ำเนื้อวัสดุยังค่อนข้างบางและพลิ้ว พวกเขาจำเป็นต้องแยกออกเป็นซี่ ๆ ให้รับความแข็งแรงในตัวมันเองได้ และไม่ต้านลมเกินไป ด้วยรูปทรงสีสันที่เป็นอยู่ในตอนนี้ชวนให้เรานึกถึงแผ่นเปลือกไม้ดังความต้องการของพวกเขาจริง ๆ

ขยับเข้ามาในตัวโรงแรม จะพบว่าพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์หลายส่วนทำจากวัสดุที่เป็นไม้ ไม่ก็เลียนแบบลายไม้ นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งแฝงแรงบันดาลใจจากต้นไทรไว้ได้อย่างแนบเนียน

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

“ต้นไทรมีรากเยอะ เป็นต้นไม้ที่มีแกนหลักตรงกลาง แล้วก็มีรากอากาศที่เป็นเส้นยาว ๆ ลงมา บันไดของเราเลยตกแต่งด้วยเหล็กเส้นตรงที่ได้คอนเซ็ปต์มาจากรากอากาศของต้นไทร ส่วนห้องต่าง ๆ ที่ล้อมรอบบันไดก็จะเหมือนกิ่งใบของต้นไม้ที่รายรอบต้น” ปูนพูดพลางชี้ให้เราดูบันไดกลางโรงแรม

และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาคารที่แนวเส้นไม่ตรง สถาปนิกจึงใส่ความโค้งลงไปตามแนวผนังเพื่อมิให้ดูขัดสายตา ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดลำต้นของต้นไม้อีกต่างหาก

พักผ่อนสบาย 

กว่าครึ่งชั่วโมงในโรงแรมบนไทร เราใช้เวลาแต่ละนาทีไปกับการละเลียดรสชาติน้ำอัญชันที่แม่บ้านนำมาเสิร์ฟ ฟังจอนนี่และปูนเล่าเบื้องหลังของโรงแรมบูทีกหลังนี้ทีละเรื่อง ก็สมควรแก่เวลาที่พวกเขาจะพาเราชมบรรยากาศสักที เริ่มจากล็อบบี้สีทองแดงที่ให้อารมณ์เหมือนย้อนเวลาไปยุค 80 เล่นกับความรู้สึกของผู้มาเยือนตึกเก่าที่ปรารถนาจะได้เห็นอะไรเก่า ๆ จากที่นี่

ตึกนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น ซึ่งอาจจะนับรวมชั้น 5 ที่เป็นดาดฟ้าเก่าไปด้วยก็ได้ และยังมีชั้นลอยเหนือล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยสีชมพูเข้มขึ้น เหมาะสำหรับเป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปเล่น

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 17 ห้อง 4 ประเภท แบ่งออกเป็นสวีท ดูเพล็กซ์ ซูพีเรียร์ และดีลักซ์ มีจุดเด่นรายละเอียดต่างกันออกไป โดยห้องสวีทจะอยู่บนชั้นหนึ่ง ติดกับล็อบบี้ มีห้องน้ำและห้องนั่งเล่นอยู่ชั้นล่าง ด้านหลังเป็นวิวสวนหินและลายผนังเก่า หากจะล้มตัวลงนอนบนเตียง ต้องปีนขึ้นไปบนชั้นลอย

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

อีกประเภทห้องที่เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน คือห้องซูพีเรียร์ที่แต่ละห้องมีหน้าตาและลูกเล่นที่ต่างกัน เช่น ห้องหนึ่งเป็นประตูลูกฟักบานเลื่อนที่เลือกปิด-เปิดระหว่างห้องน้ำหรือตู้เสื้อผ้าได้ บางห้องมองเห็นลวดลายผนังเก่าของตึกแถวข้าง ๆ ที่ผู้ออกแบบจงใจดีไซน์กรอบหน้าต่างเป็นสีขาวบาง ๆ ให้ดูเหมือนกรอบรูป ดูเหมือนกำลังดูงานจิตรกรรมบนฝาผนังทั้งที่ความจริงเป็นกระจกใส

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง
การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

แต่ไม่ว่าจะเลือกพักห้องใดใน 17 ห้องนี้ สิ่งที่ทุกคนได้รับเหมือนกันคือความรู้สึกสบายที่แฝงด้วยกลิ่นอายของตึกเก่า ด้วยเตียงนอนหนาถึง 12 นิ้ว กับห้องน้ำที่กว้างขวางเมื่อเทียบกับเนื้อที่ห้องพักตามโรงแรมทั่วไป วัสดุที่ใช้ในห้องน้ำ เช่น หินขัดและกระเบื้องแผ่นเล็ก ที่จอนนี่มองว่าเป็นรากเหง้าของตัวเขา

“ผมรู้สึกว่าคนมานอนโรงแรมส่วนใหญ่ ใช้เวลาอยู่บนเตียงกับอยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้ใช้พื้นที่อื่น”

“จริง ๆ จะอัดแน่นกว่านี้ก็ได้ค่ะ แต่เราคิดว่าคนสมัยใหม่น่าจะอยากได้ห้องที่ใหญ่หน่อย เหยียดแข้งเหยียดขาได้เต็มที่ เลยทำแต่ละห้องให้มีพื้นที่เหลือเฟือ”

คู่สามีภรรยาช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุที่พวกเขายอมเสียพื้นที่ทำห้องพักเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่แขกผู้เข้าพักให้มากที่สุด

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

ใจกลางกรุงเทพฯ 

ตึกแถวกับต้นไทรอาจยืนตระหง่านเคียงคู่กันมานานกว่า 60 ปี แต่โรงแรมบนไทรเพิ่งเปิดใหม่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการปิดประเทศยาวนาน อันเป็นผลจากโรคโควิด-19 ใบหน้าของปูนและจอนนี่กลับเจือด้วยยิ้มบาง ๆ เมื่อเราถามถึงสาเหตุที่พวกเขากล้าตัดสินใจเปิดโรงแรมใหม่ในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติร่อยหรอ

“ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าเปิดได้มั้ย แต่เราเห็นต่างชาติเริ่มทยอยเปิดประเทศกันแล้ว เลยมองว่าถ้าไม่ใช่วันนี้หรือต้องรอไปอีกสักพัก มันอาจจะไม่ดีขึ้น เปิดตอนนี้เพื่อตรียมระบบให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

“ผมหวังว่าอีก 6 หรือ 7 เดือนข้างหน้า ประเทศไทยน่าจะคิดว่าโรคโควิดอยู่กับเรา คนทั่วโลกก็คิดว่าเป็นโรคประจำถิ่น เป็นความเสี่ยงที่น่าจะยอมรับได้ เหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ก็มีเรื่องเป็นหวัด อาหารเป็นพิษ เป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สักวันหนึ่งโควิดก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตอนนี้ทุกคนอยากเที่ยวแล้วครับ เห็นเพื่อนไปสวิตฯ ก็อยากไปบ้าง หรือดูคลิปเก่าตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น เราก็แทบจะกดจองตั๋วไปแล้ว เราอยากเที่ยวเมืองนอก ต่างชาติก็คงอยากเที่ยวไทยมากเหมือนกัน”

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

จริงอยู่ที่โรงแรมเพิ่งเปิดตัวได้เพียงหลักเดือน ในสภาวะเช่นนี้ แต่บนไทรก็มีลูกค้าเข้าพักทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ทั้งที่มาจากต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เอง

“เราไม่เคยคิดว่าลูกค้าจะต้องอยู่ในห้องเราทั้งวัน เพราะว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้คนที่มาก็อยากจะออกจากโรงแรมให้เร็ว คำว่า ‘เร็ว’ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าแต่เช้านะครับ แต่หมายถึงว่าถ้าคุณตื่น 10 โมง คุณก็ออก 10 โมงครึ่ง แล้วก็อาจจะกลับมาดึก ๆ หน่อย เราต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ อยากให้ตอนที่กลับมาถึง คุณวางกระเป๋าแล้วนอนได้เลย อยู่ให้สบาย ไม่อึดอัด มีที่ให้แต่งตัวเพื่อให้ออกไปข้างนอกได้ภายในครึ่งชั่วโมง” จอนนี่เปิดเผยเจตนารมณ์ในการทำโรงแรมนี้

“อยากให้ทุกคนมาลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในตึกเก่า เพราะเรายกเครื่องใหม่หมด คิดว่าเขาน่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งจากตัวตึกและตัวย่านนี้ด้วย โดยที่เขายังไปช้อปปิ้งได้ ไปทำงานได้ หรือว่าถ้าขาดเหลืออะไร ในบริเวณนี้มีพร้อมทั้งหมด” ปูนกล่าวปิดท้าย

การเปลี่ยนอาคาร 60 ปี อดีตคลินิกศัลยกรรมยุคบุกเบิก เป็นโรงแรมแสนสบายใต้ร่มไทรใจกลางเมือง

มา Bonsai Hotel แล้วไม่เจอต้นไม้แคระอย่างที่เคยคิด

แต่เราพบกับโรงแรมน้องใหม่ที่พร้อมให้ความสุขกายสบายใจแก่ผู้มาเยือน เฉกเช่นต้นไทรใหญ่ ซึ่งมอบร่มเงาแก่ตึกแถวเก่าแห่งนี้มายาวนาน

Bonsai Hotel (โรงแรมบนไทร)

ที่ตั้ง : 275, 24-25 ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2120 6607

เว็บไซต์ : www.bonsaihotelbangkok.com

Facebook : Bonsai Hotel Bangkok 

Instagram : bonsaihotelbangkok

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load