บ้านประตูสีเขียวมะกอก สุดตรอกเล็กๆ ที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เพียงชั่วเวลาเดินไม่กี่นาที คือโรงงานรองเท้าที่แปลงโฉมเป็นโฮสเทลกะทัดรัดขนาด 3 ห้อง

ภาพถ่ายครอบครัวขาวดำบนผนังล็อบบี้ เต็มไปด้วยสมาชิกในตระกูลที่ส่งยิ้มในชุดสวยสด อากุงและอาผ่อวัยหนุ่มสาวยืนเคียงกัน เด็กๆ ตัวเล็กเรียงแถวจ้องมองกล้องอย่างไร้เดียงสา เมื่อหันกลับมามองสมาชิกรุ่นปัจจุบัน เราแอบคิดว่าเวลาหมุนย้อนกลับ เพราะสาวๆ ทายาทรุ่นสอง สาม และสี่ของบ้านกิจยิ่งโสภณ มีรอยยิ้มพิมพ์ใจไม่ต่างจากในภาพถ่ายเก่า

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

โกวหวาน-มนเพ็ญ และ โกวเล็ก-มนทิพย์ กิจยิ่งโสภณ คือเด็กหญิงตัวเล็กสุดสองคนในรูป ผู้รับหน้าที่ดูแล Shoes Maker Home ในปัจจุบัน ร่วมกับหลานสาว เก๋-ปลิณี, ชิง-อรปวีณ์ กิจยิ่งโสภณ และสมาชิกคนอื่นๆ ในตระกูลเชื้อสายจีนแคะ

อาคารพาณิชย์สุดตรอกทองใบ เดิมเป็นโรงงานรองเท้าของครอบครัวกิจยิ่งโสภณ เป็นอาคารหลังแรกที่อากุงซื้อและสร้างโรงงานรองเท้า ต่อมาจึงซื้ออาคารอีก 2 คูหาฝั่งตรงข้ามเป็นที่พักอาศัย และปัจจุบันทั้งครอบครัวก็ยังพักอยู่ที่เดิม เมื่อกิจการรองเท้าปิดตัวลง โรงงานที่ว่างลงนี้ได้รับการรีโนเวตใหม่เป็น Shoes Maker Home 

เท้าความ

ก่อนรถไฟฟ้ามาถึง อาโกวทั้งคู่เล่าว่าย่านนี้เต็มไปด้วยตึกแถวสองชั้น เมื่อความเจริญมาถึง มีการพัฒนาที่ดิน สร้างคอนโดฯ ต่างๆ มากมายอย่างคาดไม่ถึง แต่ธุรกิจเดิมของย่านนี้คือโรงงานรองเท้าและกระเป๋า เนื่องจากอยู่ใกล้ถนนเจริญรัถ ซึ่งเป็นแหล่งค้าหนังและอุปกรณ์ทำกระเป๋ารองเท้า แค่ในตรอกทองใบก็มีธุรกิจรองเท้านับสิบบ้าน รองเท้าเด็กบ้าง รองเท้าแตะบ้าง รองเท้าคัชชูบ้าง ปัจจุบันเหลือแค่สองบ้านในตรอกที่ยังสืบทอดกิจการขายส่งรองเท้าอยู่ 

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

“บ้านนี้ทำรองเท้าแตะใส่เล่นของผู้หญิง ส้นรองเท้าหนาทรงแตงโม มีสายคีบเส้นกลมๆ คล้ายเกี๊ยะญี่ปุ่น และรองเท้าหนังเทียม เป็นกิจการรองเท้าที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า อากุงมาจากเมืองจีน มาเป็นลูกจ้างร้านรองเท้าในเมืองไทย หัดทำรองเท้าจนตอนหลังออกมาเปิดร้านชื่อสีฟ้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2502 ที่ตรอกอาเหนียว หรือตากสินซอยห้า เยื้องสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ส่วนตรงนี้เป็นโรงงานผลิต”

เก๋อธิบายประวัติครอบครัวซึ่งถ่ายทอดผ่านภาพวาดรองเท้าและเรื่องราวบนฝาผนังล็อบบี้ ในยุครุ่งเรือง รองเท้าของอากุงได้รับความนิยมจนนำไปขายส่งที่สำเพ็ง โรงงานคึกคัก คนงานมากถึง 20 – 30 คนทั้งทำงานและพักอยู่ในอาคารแห่งนี้ ต่อมาเมื่อกิจการซบเซาเพราะออเดอร์ลดน้อยลง โดยเฉพาะหลังยุค พ.ศ. 2540 พนักงานน้อยลงไปมาก แยกย้ายไปเปิดร้านตัวเองบ้าง ทำงานอื่นบ้าง ธุรกิจรองเท้าเริ่มไม่ใช่ธุรกิจหลักของครอบครัวร

“แต่ก่อนแบบรองเท้าไม่มีอะไรมาก แต่พอแฟชั่นไปไวมากขึ้น เราตามตลาดไม่ไหว จากที่สำเพ็งสั่งเป็นร้อยๆ เหลือหลักสิบคู่ ก็ทำเลี้ยงคนงานไปเรื่อยๆ พอรุ่นหลานโตขึ้นแยกย้ายไปทำงานอื่น อาโกวก็อายุมากแล้ว พอการค้าออนไลน์และโรงงานจีนเข้ามาตีตลาด เหลือลูกจ้างแค่คนเดียวที่มาเป็นแม่บ้าน เราก็เลยปิดร้านโดยสิ้นเชิงใน พ.ศ. 2559”

ก้าวใหม่

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

“เรามาคิดกันว่าทำอะไรกันต่อดี ตอนแรกทั้งครอบครัวก็คุยกันว่าเราทำห้องพักรายเดือนกันมั้ย แต่พอคุยกับสถาปนิก เขาเห็นโครงสร้างเก่าก็แนะนำว่าสิ่งที่เราเป็นน่าสนใจ ทำเป็นที่พักที่เล่าเรื่องบ้านรองเท้าดีกว่า ห้องพักทั่วไปใครๆ ก็ทำ เขาช่วยเราออกแบบหลายอย่าง สมาชิกในบ้านเลยช่วยกันเก็บของเดิมให้มากที่สุด ชั้นวางหุ่นรองเท้าก็คงไว้ กำแพงเลอะรอยกาวก็เก็บไว้ หุ่นไม้ทำรองเท้าก็เอามาตกแต่งเป็นที่ระลึก ช่วยกันหารูปเก่าๆ ของพ่อแม่ในลิ้นชักก็เอาออกมาโชว์ ดูแล้วแตกต่างจากโฮสเทลทั่วไป” 

อาโกวเล็กเล่าจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจใหม่ของตระกูล บ้านเก่าที่ปิดประตูไว้เฉยๆ จึงเริ่มมีชีวิตขึ้นอีกครั้งมาเกือบ 2 ปีแล้ว

“ช่วงที่โฮสเทลบูม คนนิยมทำที่พักแบบเตียงสองชั้น ขายเป็นเตียงจะได้จุคนได้เยอะ คิดราคาถูกๆ เราก็เคยคิดแบบนั้น แต่ทำไปทำมาเราคิดว่าขายเป็นห้องดีกว่า แล้วตอนหลังก็ให้เหมาทั้งบ้านไปเลย เพราะถ้าเลือกแบบใดแบบหนึ่งจะเสียโอกาส” ปลิณีช่วยอธิบายกิจการเสริมของครอบครัว ซึ่งเหมาะเจาะกับกลุ่มครอบครัวหรือเพื่อนฝูง 6 – 10 คน สนนราคาตกคืนละ 2 พันกว่าบาทเท่านั้น 

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

“ผลตอบรับดีกว่าที่คิด โชคดีที่บ้านเราพูดภาษาจีนได้ แขกจีนเลยเยอะ แล้วเขาก็ชอบมาอยู่กันยาวๆ หลายคืนเพราะเดินทางสะดวก แต่ถ้าเป็นฝรั่ง เขาจะชอบมาพักเพราะตื่นเต้นกับเรื่องราวของบ้าน

“พอต้องปิดเพราะ COVID-19 ขนาดไม่ใช่ธุรกิจหลักของครอบครัวก็กระทบเหมือนกัน ยิ่งพวกที่ทำที่พักเป็นหลักคงได้รับผลกระทบหนักมาก” หลานสาวคนโตของตระกูลกิจยิ่งโสภณเปรย พร้อมเล่าว่าช่วงก่อน COVID-19 Shoes Maker Home มีแขกเข้าพักราว 20 คืนต่อเดือน แต่ปิดรับแขกไปตั้งแต่เดือนเมษายนเพื่อดูแลความปลอดภัยในสถานการณ์โรคระบาด แต่ปัจจุบันกลับมาเปิดประตูต้อนรับผู้เข้าพักอีกครั้ง โดยเฉพาะชาวไทยที่อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศ สัมผัสเรื่องราวของครอบครัวเชื้อสายจีน ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกแบบสุดๆ ของย่านธนบุรี

ห้องหมายเลข 42 44 และ 46

ชั้นแรกของบ้านที่เคยเป็นพื้นที่โรงงาน แปลงโฉมเป็นล็อบบี้และห้องนั่งเล่น ส่วนลานขัดพื้นรองเท้าหลังบ้าน เป็นจุดที่มักมีฝุ่นหรือเปียกเลอะเทอะ กลายเป็นห้องครัวเย็น สำหรับประกอบอาหารแบบไม่ใช้เตาและอุ่นอาหารจากไมโครเวฟ 

ชั้นบนมีห้องพัก 3 ห้อง ชื่อหมายเลข 42 44 และ 46 ตามเบอร์รองเท้า ซึ่งกั้นห้องใหม่ แต่ยังเก็บพื้นไม้แบบเดิม คราบกาวสีน้ำตาลบนผนัง และเฟอร์นิเจอร์เก่าไว้ ธีมรองเท้าแอบแฝงอยู่ทั่วไปในการตกแต่ง ทั้งโคมไฟใหญ่และโคมไฟหัวเตียง ประดับด้วยหุ่นรองเท้าไม้เก่าที่หาไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมใช้หุ่นพลาสติก 

“รองเท้าแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนพื้นรองเท้ากับตัวรองเท้า ผู้ชายรับหน้าที่ทากาวพื้นรองเท้าที่ชั้นสอง เวลาทาไปกาวจะข้นขึ้นเรื่อยๆ ต้องปาดทิ้งก่อนจุ่มใหม่ รอยบนกำแพงคือรอยที่คนงานปาดแปรงที่เลอะบ้าง แปะปฏิทินหรือโปสเตอร์ที่ชอบบ้าง” โกวหวานชี้กำแพงซึ่งเคยจะทาสีขาวทับทั้งหมด แต่ก็เว้นไว้ให้โชว์ร่องรอยอดีตที่บอกประวัติศาสตร์ครอบครัว

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

ห้องนอนแรกนี้ขนาดใหญ่ที่สุด มีชั้นลอยเล็กๆ เดิมเป็นที่นอนพักของคนงาน ซึ่งปรับปรุงใหม่ให้เป็นเวิ้งนอนเล่น จะปูฟูกเป็นเตียงเสริมก็ได้ เด็กๆ ที่เข้าพักมักจะชอบมุมนี้เป็นพิเศษเพราะรู้สึกเหมือนมานอนปิกนิก 

เมื่อขึ้นมาชั้นบน อดีตเป็นพื้นที่ทำตัวรองเท้าที่ต้องเย็บประกบ พนักงานหญิงรับหน้าที่ดูแล กำแพงจึงดูเรียบร้อยสะอาดกว่า แต่ยังตกแต่งให้ได้กลิ่นอายโรงงาน

“เราใช้เวลารีโนเวตเกือบปี สถาปนิกก็ช่วยไกด์เรื่องการตกแต่ง เราช่วยกันหาของมาประดับลง โชคดีที่ญาติรู้จักคนทำโคมไฟและไม้แกะสลัก เราใช้หน้าต่างเก่าบ้าง เฟอร์นิเจอร์เดิมบ้าง ซื้อจากร้านมือสองบ้าง มาประยุกต์ตกแต่งให้ได้บรรยากาศ” 

Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่
Shoes Maker Home อดีตโรงงานรองเท้าที่กลายเป็นโรงแรมเล็กย่านวงเวียนใหญ่

เจ้าบ้านเล่าว่า ห้องชั้นบนสุดเคยกั้นเป็นมุมโรงงานและดาดฟ้า ทั้งยังเคยเป็นห้องพักของอากุง เมื่อปรับปรุงใหม่ก็ใช้ประตูสูง ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งน่านอน แถมยังต่อเติมระเบียงให้กว้างขึ้น ออกไปนั่งพักชมวิวตรอกช่างทำรองเท้าแห่งวงเวียนใหญ่ได้ถนัดถนี่

“จากตอนแรกที่คิดจะทำบ้านเช่าธรรมดา กลายเป็นว่ามันไม่ใช่แค่ธุรกิจเสริมของครอบครัว แต่ทำให้เราไม่ลืมเรื่องราวของตระกูล เราไม่ต้องทิ้งหุ่นรองเท้าไม้ ซึ่งเดิมจะเอาไปขายร้านของเก่าแล้ว (หัวเราะ) โชคดีจริงๆ นะคะ” เก๋กล่าวยิ้มๆ ขณะอุ้มลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน 

60 ปีผ่านไป ประวัติศาสตร์เล็กๆ ของโรงงานช่างทำรองเท้า ณ วงเวียนใหญ่ เปลี่ยนจากผลิตสิ่งรองรับบาทาผู้คนมากมาย กลายเป็นรังน้อยๆ ที่รองรับนักเดินทางที่ก้าวย่างมาสำรวจกรุงเทพมหานคร 

Facebook : Shoes Maker Home

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“เราอยากเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ค่ะ”

นี่คือความตั้งใจของ ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ กราฟิกดีไซเนอร์สาวดีกรีจากประเทศอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel)’ ที่พักน้องใหม่สีขาวสะอาดตาใจกลางคูเมืองเชียงใหม่

ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ เจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel) เชียงใหม่

หลังจากเห็นเราทำหน้าฉงนกับประโยคข้างต้น ขวัญจึงอธิบายแนวคิดของเธอให้ฟัง

“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีผู้คนน่ารักค่ะ คนที่นี่อยู่กันอย่างเป็นมิตร ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงแรมของเราอยู่ติดกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ใช้กำแพงเดียวกัน การเกิดขึ้นของโรงแรม เราอยากช่วยส่งเสริมกันกับคุ้มเจ้าฯ รวมถึงส่งเสริมสถานที่ต่าง ๆ ภายในคูเมืองของเชียงใหม่ด้วยค่ะ เพราะสมัยเด็ก ๆ บ้านของเราอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าฯ

“ทุก ๆ ปีที่คุ้มเจ้าฯ จัดเวิร์กชอปสอนวาดรูปให้เด็กที่สนใจ เราไปทุกปี เขาให้วาดภาพมุม Perspective ของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ จากมุมตอนนั้น เราลองนึกดูว่าถ้าด้านหลังเป็นอาคารหลังคาสีม่วงหรือสีชมพู คงจะลดทอนความสวยงามลงไปเยอะมากแน่ ๆ ตอนเด็กเราไม่ได้คิดหรอกว่าโตมาจะทำโรงแรมในพื้นที่ตรงนี้ พอได้มาทำ เราเลยตั้งใจว่าจะเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ เราไม่อยากเป็นอาคารใหญ่ที่บดบังความสวยงามของคุ้มเจ้าฯ 

“แต่เราอยากเชิดชู ตัวอาคารโรงแรมเลยตั้งใจเป็นเหมือนพี่น้องกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

รูปทรงอาคารของบุรีรัตนาออกแบบให้มีกลิ่นอายโคโลเนียลผสมล้านนา เหมือนกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ 

“เราหยิบองค์ประกอบต่าง ๆ จากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์มาใช้ตกแต่ง เช่น ฝาไหล ช่องลม ลายแกะสลักไม้ มาวางเป็นแพตเทิร์นตามส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม สีที่ใช้เราก็หยิบมาจากภาพเวลามองคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีตั้งแต่สีขาวงาช้างจากส่วนที่เป็นปูน สีดำมะเกลือจากส่วนที่เป็นไม้ สีน้ำเงินจากท้องฟ้า และสีเขียวจากสนามหญ้ารอบคุ้มเจ้าฯ”

ขวัญจบด้าน Graphic Communication ทำให้เกือบทุกจุดมีรายละเอียดการออกแบบอยู่จำนวนมาก

“เหมือนเราหาที่ปล่อยของเลยเนอะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเอง ก่อนอธิบายการออกแบบของเธอต่อ “ตัวฟอนต์อักษรต่าง ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ก็เป็นฟอนต์ที่เราออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับที่บุรีรัตนาโดยเฉพาะนะคะ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

แม้ว่าการตกแต่งตัวอาคารหลายอย่างมีการหยิบยืมมาจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงแรม เราพบว่าที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกโบราณหรือเป็นล้านนามาก ๆ

“เราไม่อยากให้กรอบของการทำโรงแรมต้องเหมือน ๆ กัน ย่านนี้มีโรงแรมเยอะมาก เราอยากเป็นโรงแรมใหม่ และเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำโรงแรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้ว่าโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์ก็ตาม

“เราเอาความใหม่มาอยู่ร่วมกับความเก่า ไม่ต้องการออกแบบให้หน้าตาออกมาเหมือนโบราณเป๊ะ ๆ แต่เราหยิบกลิ่นอายของเขามาปรับใช้ ลดทอนบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น เลยเป็นที่มาของแนว The Minimal Lanna Essence ที่เราตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งการที่ของใหม่อยู่ร่วมกับของเก่าได้ เรามองว่ามันคือเสน่ห์ของเชียงใหม่

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

“พอเป็นโรงแรมที่มองถึงคนรุ่นใหม่ เราต้องคิดถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากได้สำหรับการพักผ่อน ไม่อยากให้บุรีรัตนาเป็นแค่โรงแรมที่พักแล้วก็ไป เราอยากเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน ทำยังไงให้เขาตั้งใจมาที่โรงแรม อะไรที่จะเชื่อมโยงกับโรงแรมได้บ้าง ช่วงที่กำลังสร้างโรงแรม เราลองวิ่งออกกำลังกายรอบ ๆ คูเมืองและถนนต่าง ๆ ในเวียง เพื่อจะทำเส้นทางให้ลูกค้า ว่าเขาเดินไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างจากบุรีรัตนา เช่น เดินไปวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ประตูท่าแพ ถ้ามาเส้นนี้คุณแวะคาเฟ่นี้ได้นะ เราพยายามแนะนำจุดห้ามพลาดให้แขก ให้เขาได้ลองสำรวจเมือง

“ทุก 3 เดือน เราจะทำ Booklet คล้ายกับหนังสือพิมพ์แจกให้ลูกค้าที่มาพัก ในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชียงใหม่ที่เราคัดมานำเสนอ อาจเป็นประวัติของสถานที่ต่าง ๆ แนะนำสถานที่น่าสนใจ และจะเปลี่ยนแคมเปญไปเรื่อย ๆ อย่างแคมเปญ ‘Create a life you can’t wait to wake up to’ คือความตั้งใจที่เราอยากชวนแขกให้ลองตื่นเช้า สัมผัสอากาศสดชื่น เห็นดอยมีหมอก และออกไปชมวิถีชีวิตผู้คนเชียงใหม่ยามเช้า หรือแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าสนใจให้เขาได้รู้จัก 

“เราอยากให้มีกิจกรรมอยู่ตลอด เราไม่ได้อยากเป็นแค่ที่พัก แต่เป็นเหมือนจุดแรกที่เชื่อมโยงไปสู่จุดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตเราอยากทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ให้มากขึ้น” สาวเจ้าเล่าความตั้งใจ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากกิจกรรมที่ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและแปลกใหม่ตลอดเวลา อีกสิ่งที่ขวัญนำมาใช้คือเทคโนโลยี

“ลูกค้าที่เข้ามาพัก เราจะให้เขาเป็นเพื่อนกับเราทางไลน์ เพราะทุกคนใช้มือถือกันเกือบตลอด เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อกับโรงแรมได้ตลอด ทางโรงแรมก็แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ อาจจะแนะนำที่เที่ยว แจ้งพยากรณ์อากาศ ถ้าฝนตกก็ช่วยแนะนำลูกค้าให้ยื่มร่มจากทางโรงแรมไปใช้ได้ หรือตอนนี้เป็นช่วงที่ฝนตก เราก็ทำเพลย์ลิสต์หน้าฝนส่งเป็นลิงก์ในแอปฯ ฟังเพลงให้ลูกค้าลองฟัง เราชอบการสื่อสารกับลูกค้า เราอยากให้เขาสนุก ที่นี่ฝ่ายคอนเทนต์กับกราฟิกอาจเป็นฝ่ายที่เหนื่อยที่สุดก็ได้นะคะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเองอีกรอบ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

โรงแรมบุรีรัตนามีห้องพักทั้งหมด 42 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ Superior, Deluxe, Grand Deluxe มี Family Room เชื่อมกับอีกห้องสำหรับครอบครัวที่พาพี่เลี้ยงเด็กมาด้วย มีห้อง Burirattana Suite ห้องที่ดีที่สุดเพียง 2 ห้อง เห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่และความเป็นเมืองเก่า โดยเฉพาะเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวงได้จากภายในห้อง 

อีกห้องที่น่าสนใจคือ ห้องประเภท Triple

“Triple เป็นห้องสำหรับ 3 คน เราคิดขึ้นจากลักษณะของคนรุ่นใหม่ บางคนไม่ได้มากับแฟน อาจมากับเพื่อน ๆ รวมกัน 3 คน เราไม่อยากใช้เตียงเสริม เพราะการวางแผนผังห้องจะเสีย ลูกค้าจะไม่ได้มุมที่สวย รวมถึงการนอนที่สบาย เราเลยทำห้องสำหรับ 3 คนขึ้นมาโดยเฉพาะ กลายเป็นว่าห้อง Triple เป็นห้องที่ขายดีมาก

“แม้ว่าเราจะเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่เราก็เป็นโรงแรมที่คนรุ่นใหม่พาพ่อแม่มาพักผ่อน นอนสบาย มีบริการสำหรับผู้สูงอายุ เราคิดถึงขั้นมีหมอนให้เลือกเลยว่า ชอบหมอนแบบหมอนสูงหรือหมอนต่ำ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากห้องพัก บุรีรัตนาก็มีห้องอาหารกับคาเฟ่คอยให้บริการสำหรับผู้ที่มาพักและผู้สัญจรเช่นกัน

“เราอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีจุดหนึ่งน่าสนใจ คุ้มจะแยกห้องอาหารออกมาจากตัวบ้าน เพราะสมัยก่อนเชื่อกันว่ายิ่งห้องอาหารใหญ่ ที่เก็บข้าวเยอะแค่ไหน แปลว่ายิ่งร่ำรวยเท่านั้น เราเลยทำห้องอาหารของเราให้ดูเหมือนออกมาจากตัวอาคาร ตั้งใจให้ห้องอาหารบรรยากาศเด็กลงมาหน่อย สนุกยิ่งขึ้น เราตั้งชื่อว่า ‘กะทิ’

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“เรามองว่า ‘บุรีรัตนา’ เป็นผู้หญิงที่มีส่วนผสมระหว่างเอเชียกับตะวันตกหน่อย ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากยุค รัชกาลที่ 5 – 6 เพราะคุ้มเจ้าฯ ก็สร้างในช่วงนั้น แต่ก็ยังมีความเรียบร้อยแบบผู้หญิงล้านนา 

“ส่วน ‘กะทิ’ มีความเป็นเด็ก เป็นน้องของบุรีรัตนา เป็นเด็กชายที่มีความซุกซนอยู่บ้าง กะทิชอบเก็บของจากห้องของพี่สาวมาเล่น บนผนังของห้องอาหารเลยมีของที่เกี่ยวข้องอยู่ในคุ้มเจ้าฯ มาตกแต่งให้ดูน่าสนใจ”

สีของห้องกะทิ ขวัญตั้งใจเลือกให้เป็นสีเขียว บางคนอาจเคยได้ยินว่า สีเขียวไม่เหมาะกับห้องอาหาร เพราะจะทำให้อาหารดูไม่น่ากิน แต่ขวัญมองกลับกัน เธอคิดว่าสีเขียวอยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินของไทยมาช้านาน เราใช้ใบตองในการห่อหรือรองอาหาร สีเขียวจึงเป็นสีที่อยู่คู่กับอาหารไทย และบางทีสีที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อย่างไข่ที่มีสีเหลือง พริกที่มีสีแดง ต่างก็ไปด้วยกันกับสีเขียวได้เป็นอย่างดี และยังขับเน้นให้อาหารโดดเด่นขึ้น

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่
บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

ส่วนเมนูอาหาร ขวัญเลือกไม่ทำอาหารแบบล้านนามาก ๆ และนำเสนอเมนูง่าย ๆ อย่างผัดไทย แต่เพิ่มความสนุกเข้าไปด้วยการมีลูกเล่นอย่างการนำมะพร้าวคั่วมาโรยด้านบน และอีกหลายเมนูที่มีกะทิหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เธอตั้งชื่อห้องอาหารว่า กะทิ อันเป็นส่วนผสมของเมนูอาหารไทยจำนวนมาก เธอยังมองอีกว่ากะทิเป็น Vegan Friendly จึงยิ่งเหมาะสำหรับลูกค้าหลากหลายที่เข้ามาพักที่โรงแรมบุรีรัตนา

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“ที่นี่ตั้งใจต้อนรับผู้คนหลากหลายที่เข้ามาพัก เช่นเดียวกัน เราก็พยายามนำเสนอความหลากหลายของเชียงใหม่ให้กับเขาด้วย พ่อของเราเคยเล่าให้ฟังว่า โรงแรมของเราอยู่ใจกลางเชียงใหม่ เหตุผลที่ในอดีตใจกลางเมืองอยู่ตรงนี้ เพราะมีคนลองยิงธนูจากประตูท่าแพเข้ามาแล้วไม่ถึง นั่นหมายความว่า ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ

“นั่นคือสิ่งที่เราควรมอบให้กับผู้ที่มาพัก เรายังพยายามบอกลูกค้าเสมอว่า เขานอนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรียกว่า เชียงใหม่ พื้นที่ใจกลางตรงนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก วัดยังเป็นวัดแบบเดิม เจ้าของที่นี่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แต่ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ ส่งเสริมและสนับสนุนกันและกัน” 

ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของโรงแรมที่เป็นฉากหลังให้คุ้มเจ้าบุรีรัตน์อย่างเคารพนบน้อม

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

Burirattana Hotel

ที่ตั้ง : 115 1-5 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
โทรศัพท์ : 0 5328 3579

เว็บไซต์ : burirattanahotel.com

Facebook : Burirattana Hotel

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

สุขสันต์ เวียงศิริ

ช่างภาพอิสระ ผู้หารายได้มาเลี้ยงดูเจ้าหมาคอร์กี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load