20 พฤศจิกายน 2563
2K

จิตใจสับสน กังวลกระวนกระวาย เครียดขึ้งจนสมองเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้เป็นแรงขับชั้นดีให้เรามุ่งหน้าไปออนเซ็น หรือแวะไปสปานวดให้ Therapist รีดความเมื่อยขบด้วยสองมือ

หลังจากผูกสมัครรักใคร่การนวดเฟ้นกายเนื้อมาหลายปี เราได้ค้นพบศาสตร์อีกแขนงที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด วิธีนั้นคือ Shirodhara การหยดของเหลวอย่างน้ำมันอุ่นบนหน้าผากทีละน้อย ผสานกับการกดจุดบนใบหน้าและศีรษะ ชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งของอายุรเวท (Ayurveda) การแพทย์แผนโบราณอายุหลายพันปีที่เชื่อกันว่าเป็นความรู้ที่เทพเจ้าถ่ายทอดสู่มวลมนุษย์ โดยพระธันวันตริ เทพแห่งการแพทย์เป็นผู้เผยแพร่

ปัจจุบันชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมสปาหลากหลายที่ แต่เพื่อทำความเข้าใจศาสตร์จากชมพูทวีปอย่างลึกซึ้ง เราเข้าไปชมการสาธิต และพูดคุยกับบรรดาชาวอินเดียผู้ดูแลศูนย์โยคะและอายุรเวท Prem Yog and Prana Center ซึ่งช่วยกันอธิบายความสำคัญของอายุรเวทและข้อดีของชิโรดารา

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ธาตุประจำตัว

“อายุรเวทคือความรู้แห่งชีวิต ไม่ใช่แค่วิธีรักษาอาการป่วยแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต ปรับการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคิดอ่าน ให้สมดุลถูกต้องเพื่อให้อายุยืนยาว โดยใช้การนวดและสมุนไพรเข้าช่วย” Bita Sethi เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพเอ่ย

ตามหลักอายุรเวท ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยพลังงานที่เรียกว่า ไตรโทษะ (Tri Dosha) ได้แก่ วาตะ (Vāta) ปิตตะ (Pitta) และ กผะ (Kapha) วาตะหรือธาตุลมคือพลังเคลื่อนไหว ปิตตะหรือธาตุไฟคือพลังการย่อยอาหารและระบบ metabolism กผะหรือธาตุดินและน้ำคือพลังของเหลวในร่างกายและโครงสร้างร่างกาย 

แต่ละคนมีร่างกายต่างกัน เพราะทุกคนมีพลังงานเหล่านี้ไม่เท่ากัน การดูแลร่างกายจึงต้องอิงจากประเภทธาตุหลักของตน เพราะถ้าหากธาตุเหล่านี้ไม่สมดุล อาการเจ็บป่วยจะเกิดขึ้น 

“เราต้องตรวจเช็กร่างกาย ทำแบบทดสอบ จับชีพจรก่อนว่าเป็นธาตุไหน แล้วร่างกายมีปัญหาอะไรบ้าง ถึงออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมให้แต่ละคน” Baboo เทอราพิสต์ชาวอินเดียเอ่ย ขั้นตอนการออกแบบแนวทางดูแลร่างกายของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ประเภทและปริมาณอาหารที่กิน เวลากินอาหาร ไปจนถึงการเล่นโยคะ การนวดสารพัด 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาววาตะหรือธาตุลม ชีพจรจะเต้นเร็วที่สุด ปิตตะหรือธาตุไฟรองลงมา และชาวกผะที่ผสมผสานระหว่างธาตุดินและธาตุน้ำ ชีพจรจะเต้นช้าที่สุด 

ชาววาตะเป็นคนว่องไว ความคิดโลดแล่น กระตือรือร้น มักมีรูปร่างผอมบาง ผิวและผมแห้ง ชาวธาตุลมมักมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเครียด จิตใจไม่สงบ วิตกกังวล ขี้หลงขี้ลืม ปวดหัวไมเกรน ไปจนถึงระบบทางเดินหายใจ

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาวปิตตะร่างกายร้อน รูปร่างสมส่วน ความคิดเป็นระบบระเบียบ ปัญหาของคนธาตุไฟมักเป็นระบบย่อยอาหารและโรคเกี่ยวกับท้อง ไปจนถึงการนอนไม่หลับ

ส่วนชาวกผะเป็นคนเยือกเย็น อดทน สงบนิ่ง นุ่มนวลที่สุดในบรรดาธาตุทั้งมวล อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน หรือการนอนหลับมากเกินไป 

นอกจากนี้ ยังมีคนที่มีสองธาตุโดดเด่นในคนเดียวกัน เช่นวาตะกับปิตตะ ปิตตะกับกผะ กผะกับวาตะ และคนที่มีทั้งสามธาตุพอๆ กันในตัวเลยก็มี

ชิโรดารา

ชิโรดารา ประกอบจากคำสันสกฤต 2 คำ คือ Shiro แปลว่าศีรษะ และ Dhara แปลว่าไหล หมายถึงการหยดของเหลวบนหน้าผาก บริเวณอาชณาจักระ (Agnya Chakra) หรือดวงตาที่สาม ซึ่งควบคุมการทำงานของกายและจิต ในแง่วิทยาศาสตร์ บริเวณนี้เชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อไพนีล หรือต่อมเหนือสมองที่ดูแลการหลั่งฮอร์โมนของร่างกาย 

การบำบัดนี้เหมาะกับคนธาตุลม และคนที่ทำงานหนัก มีปัญหาความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการ Jetlag ทั้งยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียน เสริมความจำให้ดี และแถมด้วยการบำรุงเส้นผม เพราะการหยดน้ำ ไม่ว่าน้ำมัน นม บัตเตอร์มิลค์ น้ำมะพร้าว น้ำสมุนไพร ช่วยเพิ่มกผะให้ร่างกายผ่อนคลาย สงบ สดชื่น คล้ายการทำสมาธิ 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ประเภทของเหลวและอุณหภูมิที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน ที่ Prem Yog and Prana Center เทอราพิสต์เลือกใช้น้ำมันสมุนไพรที่นักผสมน้ำมันเบลนด์ไว้ให้บุคคลแต่ละประเภท เช่น ชาววาตะที่ตัวเย็น ใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมฤทธิ์ร้อนอย่างน้ำมันงา ชาวปิตตะใช้น้ำมันมะพร้าวหรือบัตเตอร์มิลก์ ส่วนชาวกผะใช้น้ำมันที่เบาบางหน่อย เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันลาเวนเดอร์ 

เมื่อนอนหงายบนเตียง ปล่อยผมสยาย และปิดตา เทอราพิสต์จะค่อยๆ หยดน้ำมันอุ่นในชามอ่างเจาะรูที่อยู่เหนือศีรษะ ให้น้ำมันบนหน้าผากไหลออกไปทางปลายผม ซึ่งมีชามรับไว้อีกทอดหนึ่ง พิธีกรรมนี้จะยาวนานราว 30-40 นาที ก่อนเทอราพิสต์จะหยุด แล้วค่อยๆ นวด Marma Point จุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้าและบนศรีษะ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อลมปราณ ทำให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว และผ่อนคลายจากความตึงเครียดสะสม

แม้ไม่มีผลข้างเคียงตามมา แต่เทอราพิสต์ก็แนะนำว่าหลังจบชิโรดารา ควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ ทำกิจกรรมเบาๆ ไม่ใช้งานร่างกายหนักเกินไป เข้านอนแล้วหลับให้สบาย 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ข้อจำกัดของกิจกรรมนี้คือไม่เหมาะกับผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หญิงมีประจำเดือนและตั้งครรภ์ ผู้ถือศีลอดหรืออดอาหารผู้มีความดันต่ำ ผู้ป่วยโรคลมชัก หรือถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เป็นไข้ วิงเวียน ท้องเสีย มีแผลบนศีรษะ หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง โดยสอบถามรายละเอียดกับทางศูนย์อายุรเวทได้

“นาฬิกาของจักรวาลและนาฬิกาชีวิตคนสอดคล้องกันเสมอ ช่วงเวลาเช้าที่อากาศชื้นหรือช่วงฝนตก มีกผะมาก ก็ไม่ควรทำชิโรดารา ส่วนช่วงเวลาสิบโมงถึงบ่ายสองอากาศร้อน ร่างกายก็มีพลังเผาผลาญได้ดี จึงควรทานอาหารหนักช่วงนี้ ขณะที่ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก ก็ควรทานอาหารเบาๆ เพราะร่างกายก็เผาผลาญได้น้อยลง”

เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพชาวอินเดียย้ำว่าชิโรดาราเป็นการบำบัดแขนงหนึ่งที่ปลอดภัยและดีต่อผู้ทดลองมาก อย่างไรก็ดี หลักการแก้ไขปัญหาสุขภาพระยะยาวคือการปรับวิถีชีวิตกินอยู่ให้สมดุล การเรียนรู้อายุรเวทและปฏิบัติตนตามแนวทางสุขภาพ จะทำให้ชีวิตยั่งยืนและอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชิโรดาราและอายุรเวทเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


ข้อมูลอ้างอิง

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

1

Calling

ตั้งแต่อยู่ที่เกาะพะงันมา ฉันเคยได้ยินคำว่า Sweat Lodge หรือ Inipi มาแบบผ่านๆ และไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก เพราะไม่รู้สึกถึง Calling ใดๆ จนอยู่มาวันหนึ่ง ฉันได้รับคำเชิญชวนจาก แอนตัน (Anton) และ แคทย่า (Katya) เพื่อนชาวรัสเซีย ให้มาร่วมพิธีกรรมนี้ 

ตอนแรกฉันปฏิเสธ เพราะรู้สึกว่าพิธีกรรมยาวนานมาก ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ประกอบกับช่วงนั้นเกิดอุบัติเหตุกับร่างกายเล็กน้อย และสภาพจิตใจค่อนข้างอ่อนแอ เลยคิดว่าตัวเองไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง ที่สำคัญได้ลองแอบถามเพื่อนๆ ที่ได้เข้าพิธีกรรมนี้มาแล้ว ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า 

มันช่างเจ็บปวด แต่ก็เหมือนได้เกิดใหม่ 

บางคนก็บอกว่ามันร้อนจนแทบทนไม่ได้ จะหายใจก็ทรมาน ต้องนอนแนบตัวไปกับพื้นเพื่อสูดอากาศเข้าไปในปอด พอได้ยินแบบนี้ บอกตัวเองว่าไม่เอาดีกว่า โทรไปบอก Katya ว่าเอาไว้คราวหน้าละกัน

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อมีเสียงเรียกทั้งภายในและภายนอก จังหวะและสถานการณ์ก็พาไปสู่ช่วงเวลาที่ใช่อย่างลงตัวมารู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ใจกลางป่าใหญ่ ที่มีน้ำตก กระโจมแบบชาวอเมริกันพื้นเมือง หินร้อน เครื่องดนตรี และของใช้สำคัญในพิธีกรรม 

ฉันบอกตัวเองว่าไม่ต้องกลัว 

ฉันพร้อมแล้ว

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American
2

Inipi หรือ Sweat Lodge Ceremony คืออะไรกันนะ

มันมีหลายชื่อเรียกตามแต่ละวัฒนธรรมของแต่ละเผ่า ถ้าเป็นชนเผ่าลาโกต้า พวกเขาจะเรียกพิธีกรรมนี้ว่า Inipi ส่วนชนเผ่าแอซเท็กในเม็กซิโก จะเรียกสิ่งนี้ว่า Temazcal หรือยุโรปบางคนอาจจะเรียกว่าซาวน่าก็ได้เช่นกัน ชื่อทั้งหมดนี้มีความหมายเดียวกัน สื่อถึงสิ่งก่อสร้างทรงโดมที่ใช้ในพิธีกรรม รูปทรงโค้งมนของมันเป็นสัญลักษณ์ของครรภ์มารดา และในที่นี่หมายถึงผืนดิน โลก หรือแผ่นดินแม่ที่ก่อกำเนิดความรักอันบริสุทธิ์ หรือจะให้ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็เปรียบเหมือนครรภ์ของจักรวาล 

ตรงจุดศูนย์กลางของโดมเป็นหลุมที่ขุดขึ้นมาเพื่อวางหินร้อน ซึ่งหลุมนี้เปรียบได้เหมือนย่ายายหรือบรรพบุรุษ ส่วนหินร้อนที่เผาอยู่ด้านนอกจะค่อยๆ ถูกใส่เข้ามา หินที่ร้อนระอุนี้เปรียบได้ดั่งพลังงานของพระอาทิตย์ พลังงานของผู้ชายอย่างบิดา

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American

เมื่อหินร้อน (Masculine Energy) ถูกลำเลียงเข้ามาในครรภ์ (Feminine Energy) จึงให้ความหมายของการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ การชำระล้าง การมีชีวิตอีกครั้ง รวมไปถึงการเพิ่มพลังที่แข็งแรงในจิตวิญญาณดวงใหม่ ในพิธีกรรม เราจะร้องเพลง เปล่งเสียง ใช้เครื่องดนตรีต่างๆ เพื่อปลดปล่อยและชำระสิ่งไม่ดีที่ติดค้างทั้งกายและใจ ให้ความร้อนจากหินแผดเผามลายหายไป ให้อดีตผ่านพ้นแล้วกลับมาสู่ปัจจุบัน ที่นี่ ตรงนี้ 

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American

Tamazcal หรือโดมในอดีตนั้นจะใช้ต้นวิลโลว์ 16 ต้น เป็นโครงสร้างของโดม แล้วคลุมด้วยผ้าที่ป้องกันไม่ให้แสงส่องเข้าไปได้โดยเด็ดขาด โดมของที่นี่ทำจากไม้ไผ่ สร้างโดย Anton ซึ่งเราขอเรียกเขาว่าพ่อมดไม้ไผ่แห่งเกาะพะงัน Anton สนใจงานไม้ไผ่มาก ตอนมาที่เกาะใหม่ๆ เขาสนใจสร้างโดมด้วยไม้ไผ่ที่เติบโตบนเกาะ ใช้วิธีการทรีตด้วยน้ำทะเลให้ไม้ไผ่แข็งแรง ไม่ถูกแมลงกิน เหมือนวิธีพื้นถิ่นที่ชาวบ้านที่นี่ใช้กัน 

3

คู่รักนักอุทิศ

Anton เป็นคนพูดน้อย เขาชอบลงมือทำ เขาสร้างงานไม้ไผ่ขึ้นมาเยอะมากบนเกาะ ส่วน Katya เป็นหญิงสาวที่มีพลังและหัวใจที่ยิ่งใหญ่ โอบอุ้มและประคับประคองพิธีกรรมบริสุทธิ์งดงามนี้ได้ ทั้งคู่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ 

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American

Anton สรรสร้างโครงสร้างหลักๆ กลางป่า อย่างโดม กระโจม ศาลา กองไฟ ส่วนพลังที่อ่อนหวานแบบผู้หญิงของ Katya สื่อออกมาด้วยของตกแต่งและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้พิธีกรรมสวยงามและสมบูรณ์แบบ

ในวันพิธี Anton แทบไม่ได้พูดเลย แต่เขาใช้พลังในการเผาหินก้อนใหญ่ ลำเลียงหินด้วยพลั่วเข้าไปในโดม สังเกตทุกคนในพิธีว่ามีใครต้องการอะไร สภาพร่างกายและจิตใจเป็นอย่างไร ในขณะที่ Katya มีพลังงานพิเศษที่โอบอุ้มและอ่อนโยนให้เรารู้สึกปลอดภัย 

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American

เธอจะคอยอธิบายเรื่องราวของ Inipi ไปจนถึงที่มาที่ไปและขั้นตอนในการเข้าไปในโดม นอกจากนี้ ยังมีทีมงานช่วยจัดสถานที่ เล่นดนตรี และเตรียมผลไม้ คาเคา ถั่ว ของว่างและน้ำดื่มให้กับทุกๆ คนด้วย ซึ่งสำหรับเราแล้วทุกคนทำด้วยใจ อยากให้ทุกๆ คนได้สัมผัสความพิเศษของพิธีกรรมนี้อย่างแท้จริง 

นอนในกระโจมหินร้อน ซาวน่าเพื่อคลีนใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบชาว Native American
4

Lets Start 

ในพิธีกรรมวันนั้นมีคนราว 15 คน ตอน 10 โมงเช้า Anton นัดให้แต่ละคนไปเจอกันที่จุดนัดพบที่แตกต่างกัน เพราะป่าลึกลับแห่งนั้นมีทางเข้าได้หลายทาง แต่ถึงทางเข้าคนละทาง เป้าหมายคือที่เดียวกัน จากปากทางเข้าเราใช้เวลาเดินไม่นานนัก ราว 10 นาที จากระยะไกลเราเห็นกระโจมอเมริกันพื้นเมืองตั้งตระหง่าน ถัดมาเป็นศาลาไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่ Anton สร้างเอง เอาไว้นั่งพักและวางสิ่งของ บนพื้นใกล้กระโจมมีแผ่นไม้ยาวที่ตั้งคล้ายโต๊ะ วางผลไม้ คาเคา น้ำชา และของว่าง ไม่ไกลกันเป็นแท่นที่จัดวางอย่างสวยงามและประณีต พระเอกของงานคือโดมและกองไฟที่ใช้เผาหินร้อนอยู่ตรงศูนย์กลางของสถานที่ และจากตรงนี้เดินลงไปไม่ถึง 10 ก้าว เป็นน้ำตกขนาดกะทัดรัดที่ไว้สำหรับแช่ตัวหลังออกมาจากโดม 

Inipi Ceremony พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาว Native American ใช้กระโจมหินร้อนตัวแทนท้องแม่ กับการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ

11 โมงตรง ทุกคนมากันพร้อม หลายคนเข้าพิธีมาแล้วหลายครั้ง เหมือนจะมีฉันคนเดียวที่เพิ่งมาครั้งแรก ในใจก็แอบกลัวว่าจะทนความร้อนได้แค่ไหนกัน ก่อนเริ่มพิธีเราทุกคนเข้าไปนั่งในกระโจม สวดมันตราพร้อมทั้งแนะนำตัวเองและจุดมุ่งหมายของการมาอาบพิธีกรรมนี้ ในขณะที่พวกเราแนะนำและแชร์เรื่องราวของตัวเอง หินก้อนใหญ่หลายก้อนก็กำลังถูกเผาให้ร้อนระอุอยู่ในกองไฟ พร้อมกันนั้น Katya ก็เล่าขั้นตอนต่างๆและอธิบายว่า พิธีกรรมจะไม่ได้เคร่งเหมือนต้นแบบที่ห้ามออกมาจากโดม เธอบอกว่าถ้าใครรู้สึกร้อนหรือทนไม่ได้ ก็ออกมาได้อย่างสมัครใจ 

Inipi Ceremony พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาว Native American ใช้กระโจมหินร้อนตัวแทนท้องแม่ กับการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ

เราจะเข้าไปในโดม 4 รอบด้วยกัน รอบละประมาณ 20 – 30 นาที แต่ละรอบจะสื่อถึงธาตุต่างๆ และให้เราตั้งจิตเชื่อมต่อถึง ธาตุ 4 ธาตุด้วยกัน เริ่มจากธาตุลม ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุดิน เรียงตามกันไป เป็นกุศโลบายให้เราเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบองค์รวม 

Inipi Ceremony พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาว Native American ใช้กระโจมหินร้อนตัวแทนท้องแม่ กับการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ

เมื่อหินร้อนได้ที่แล้ว ทุกคนเตรียมพร้อมจะเข้าไปในโดม Katya ให้เดินเข้าไปทีละคน โดยก่อนเข้า Anton เอาช่อใบเสจมาปัดเป่าให้ทั่วร่างกาย ก่อนเดินเข้าไปทุกคนต้องทำความเคารพโดมที่หน้าทางเข้า ด้วยการเอาหน้าผากจรดที่พื้น เมื่อทุกคนเข้าไปจนครบแล้ว ผู้ลำเลียงหินจะค่อยๆ ใส่หินร้อนเข้ามาทีละก้อน ทีละก้อน จากนั้นผู้ลำเลียงหินจะเข้ามานั่งแล้วปิดประตูโดม ไม่ให้แสงสว่างหรืออะไรลอดเข้ามาได้

5

My Personal Experience

มันมืดมากเลย 

เมื่อปิดทางเข้าโดม ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย ทุกคนเริ่มร้องเพลง เล่นดนตรี ฉันสอดผสานเสียงตัวเองเข้าไป แล้วค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ความร้อนและควันก็ค่อยๆ ระอุขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น รู้สึกถึงความร้อนที่ลามเลียผิวและควันที่ทำให้หายใจได้ยากลำบาก เสียงที่เปล่งออกก็ดังขึ้น ชั่วขณะที่ฉันกำลังคิดว่าจะทนไม่ได้แล้ว จิตกลับมานิ่งสนิทอย่างรวดเร็วเหมือนดีดนิ้ว สัญชาตญาณและการหยั่งรู้บอกให้กาย ใจ และจิตวิญญาณศิโรราบกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

ปล่อยมันไป อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าการร้องเพลงและการเปล่งเสียงช่วยดึงจิตวิญญาณอย่างมาก การยอมรับในความร้อนและการหายใจที่ยากลำบาก ทำให้ความร้อนและความทรมานหายไป น่าแปลกที่ฉันรู้สึกผ่อนคลายในความร้อนได้ดีขึ้นมาก รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงของแกนกลางในลำตัว รู้สึกว่ามีพลังรักตัวเอง และขอบคุณตัวเองที่ได้กล้าใช้ชีวิตแบบที่อยากจะใช้ รู้สึกอิสระ และไม่มีใครจะสำคัญไปกว่าตัวเราเองอีกแล้ว 

ฉันสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยความรู้สึกอิ่มใจและท่วมท้น จนเมื่อเสียงดนตรีจบลง ประตูโดมถูกเปิด แสงสว่างและลมเย็นพัดผ่านเข้ามา ฉับพลันจิตก็รู้สึกตื่นในอีกรูปแบบ เมื่อร่างกายได้สัมผัสอากาศภายนอก ก้อนอารมณ์และน้ำตาก็ไหลออกมาเหมือนเป็นการชำระล้างความรู้สึกหนักต่างๆ ที่อัดแน่นไว้ภายใน ฉันเดินลงไปที่น้ำตก แช่ตัวเองในสายน้ำเย็น รู้สึกเบาสบาย เหมือนเกิดใหม่ เหมือนมีชีวิตใหม่ รอบตัวคือต้นไม้ ป่า ธรรมชาติ สัตว์ป่า เสียงนก แมลง และลม มันสวยงามและสดใหม่มาก ทำให้ฉันรู้เลยว่าการเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างล้ำลึกคือสิ่งธรรมดาสามัญที่พิเศษสุดไปเลย

Inipi Ceremony พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาว Native American ใช้กระโจมหินร้อนตัวแทนท้องแม่ กับการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ

การเข้าโดมรอบสุดท้าย (รอบที่ 4) จบลงในเวลาประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ในเวลานั้นฉันรู้สึกได้ว่าร่างกายเบาสบายมากๆ จิตใจผ่อนคลาย ไม่ได้รู้สึกอยากอาหาร อาจจะเป็นเพราะดื่มน้ำไปเกือบทั้งวัน แต่ทีมงานก็น่ารักมาก เตรียมซุปถั่วอุ่นๆ ไว้ให้ทุกคน หลังอาหารมื้อค่ำ เราทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งที่ตรงกองไฟ สดับฟังเสียงของธรรมชาติในความมืด ในเสียงของความเงียบนั้นยังคงงดงามเสมอ ต่างคนต่างได้แชร์ประสบการณ์และความรู้สึก ทุกคนซาบซึ้งและขอบคุณ Anton และ Katya ด้วยหัวใจ ฉันเห็นน้ำตาแห่งความปิติของ Katya ที่รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในของแต่ละคนหลังได้ร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ 

วันนั้นฉันเดินลงเขา ขี่รถกลับบ้าน รู้สึกถึงหัวใจที่เปิดกว้างและพลังข้างในของตัวเองที่มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน ในขณะที่เขียนบทความนี้ ความทรงจำนั้นยังแจ่มชัด ไม่ได้เลือนไปสักนิดเดียว

Inipi Ceremony พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาว Native American ใช้กระโจมหินร้อนตัวแทนท้องแม่ กับการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ

ภาพ : Anton

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load