20 พฤศจิกายน 2563
1 K

จิตใจสับสน กังวลกระวนกระวาย เครียดขึ้งจนสมองเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้เป็นแรงขับชั้นดีให้เรามุ่งหน้าไปออนเซ็น หรือแวะไปสปานวดให้ Therapist รีดความเมื่อยขบด้วยสองมือ

หลังจากผูกสมัครรักใคร่การนวดเฟ้นกายเนื้อมาหลายปี เราได้ค้นพบศาสตร์อีกแขนงที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด วิธีนั้นคือ Shirodhara การหยดของเหลวอย่างน้ำมันอุ่นบนหน้าผากทีละน้อย ผสานกับการกดจุดบนใบหน้าและศีรษะ ชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งของอายุรเวท (Ayurveda) การแพทย์แผนโบราณอายุหลายพันปีที่เชื่อกันว่าเป็นความรู้ที่เทพเจ้าถ่ายทอดสู่มวลมนุษย์ โดยพระธันวันตริ เทพแห่งการแพทย์เป็นผู้เผยแพร่

ปัจจุบันชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมสปาหลากหลายที่ แต่เพื่อทำความเข้าใจศาสตร์จากชมพูทวีปอย่างลึกซึ้ง เราเข้าไปชมการสาธิต และพูดคุยกับบรรดาชาวอินเดียผู้ดูแลศูนย์โยคะและอายุรเวท Prem Yog and Prana Center ซึ่งช่วยกันอธิบายความสำคัญของอายุรเวทและข้อดีของชิโรดารา

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ธาตุประจำตัว

“อายุรเวทคือความรู้แห่งชีวิต ไม่ใช่แค่วิธีรักษาอาการป่วยแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต ปรับการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคิดอ่าน ให้สมดุลถูกต้องเพื่อให้อายุยืนยาว โดยใช้การนวดและสมุนไพรเข้าช่วย” Bita Sethi เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพเอ่ย

ตามหลักอายุรเวท ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยพลังงานที่เรียกว่า ไตรโทษะ (Tri Dosha) ได้แก่ วาตะ (Vāta) ปิตตะ (Pitta) และ กผะ (Kapha) วาตะหรือธาตุลมคือพลังเคลื่อนไหว ปิตตะหรือธาตุไฟคือพลังการย่อยอาหารและระบบ metabolism กผะหรือธาตุดินและน้ำคือพลังของเหลวในร่างกายและโครงสร้างร่างกาย 

แต่ละคนมีร่างกายต่างกัน เพราะทุกคนมีพลังงานเหล่านี้ไม่เท่ากัน การดูแลร่างกายจึงต้องอิงจากประเภทธาตุหลักของตน เพราะถ้าหากธาตุเหล่านี้ไม่สมดุล อาการเจ็บป่วยจะเกิดขึ้น 

“เราต้องตรวจเช็กร่างกาย ทำแบบทดสอบ จับชีพจรก่อนว่าเป็นธาตุไหน แล้วร่างกายมีปัญหาอะไรบ้าง ถึงออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมให้แต่ละคน” Baboo เทอราพิสต์ชาวอินเดียเอ่ย ขั้นตอนการออกแบบแนวทางดูแลร่างกายของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ประเภทและปริมาณอาหารที่กิน เวลากินอาหาร ไปจนถึงการเล่นโยคะ การนวดสารพัด 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาววาตะหรือธาตุลม ชีพจรจะเต้นเร็วที่สุด ปิตตะหรือธาตุไฟรองลงมา และชาวกผะที่ผสมผสานระหว่างธาตุดินและธาตุน้ำ ชีพจรจะเต้นช้าที่สุด 

ชาววาตะเป็นคนว่องไว ความคิดโลดแล่น กระตือรือร้น มักมีรูปร่างผอมบาง ผิวและผมแห้ง ชาวธาตุลมมักมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเครียด จิตใจไม่สงบ วิตกกังวล ขี้หลงขี้ลืม ปวดหัวไมเกรน ไปจนถึงระบบทางเดินหายใจ

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาวปิตตะร่างกายร้อน รูปร่างสมส่วน ความคิดเป็นระบบระเบียบ ปัญหาของคนธาตุไฟมักเป็นระบบย่อยอาหารและโรคเกี่ยวกับท้อง ไปจนถึงการนอนไม่หลับ

ส่วนชาวกผะเป็นคนเยือกเย็น อดทน สงบนิ่ง นุ่มนวลที่สุดในบรรดาธาตุทั้งมวล อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน หรือการนอนหลับมากเกินไป 

นอกจากนี้ ยังมีคนที่มีสองธาตุโดดเด่นในคนเดียวกัน เช่นวาตะกับปิตตะ ปิตตะกับกผะ กผะกับวาตะ และคนที่มีทั้งสามธาตุพอๆ กันในตัวเลยก็มี

ชิโรดารา

ชิโรดารา ประกอบจากคำสันสกฤต 2 คำ คือ Shiro แปลว่าศีรษะ และ Dhara แปลว่าไหล หมายถึงการหยดของเหลวบนหน้าผาก บริเวณอาชณาจักระ (Agnya Chakra) หรือดวงตาที่สาม ซึ่งควบคุมการทำงานของกายและจิต ในแง่วิทยาศาสตร์ บริเวณนี้เชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อไพนีล หรือต่อมเหนือสมองที่ดูแลการหลั่งฮอร์โมนของร่างกาย 

การบำบัดนี้เหมาะกับคนธาตุลม และคนที่ทำงานหนัก มีปัญหาความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการ Jetlag ทั้งยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียน เสริมความจำให้ดี และแถมด้วยการบำรุงเส้นผม เพราะการหยดน้ำ ไม่ว่าน้ำมัน นม บัตเตอร์มิลค์ น้ำมะพร้าว น้ำสมุนไพร ช่วยเพิ่มกผะให้ร่างกายผ่อนคลาย สงบ สดชื่น คล้ายการทำสมาธิ 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ประเภทของเหลวและอุณหภูมิที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน ที่ Prem Yog and Prana Center เทอราพิสต์เลือกใช้น้ำมันสมุนไพรที่นักผสมน้ำมันเบลนด์ไว้ให้บุคคลแต่ละประเภท เช่น ชาววาตะที่ตัวเย็น ใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมฤทธิ์ร้อนอย่างน้ำมันงา ชาวปิตตะใช้น้ำมันมะพร้าวหรือบัตเตอร์มิลก์ ส่วนชาวกผะใช้น้ำมันที่เบาบางหน่อย เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันลาเวนเดอร์ 

เมื่อนอนหงายบนเตียง ปล่อยผมสยาย และปิดตา เทอราพิสต์จะค่อยๆ หยดน้ำมันอุ่นในชามอ่างเจาะรูที่อยู่เหนือศีรษะ ให้น้ำมันบนหน้าผากไหลออกไปทางปลายผม ซึ่งมีชามรับไว้อีกทอดหนึ่ง พิธีกรรมนี้จะยาวนานราว 30-40 นาที ก่อนเทอราพิสต์จะหยุด แล้วค่อยๆ นวด Marma Point จุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้าและบนศรีษะ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อลมปราณ ทำให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว และผ่อนคลายจากความตึงเครียดสะสม

แม้ไม่มีผลข้างเคียงตามมา แต่เทอราพิสต์ก็แนะนำว่าหลังจบชิโรดารา ควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ ทำกิจกรรมเบาๆ ไม่ใช้งานร่างกายหนักเกินไป เข้านอนแล้วหลับให้สบาย 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ข้อจำกัดของกิจกรรมนี้คือไม่เหมาะกับผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หญิงมีประจำเดือนและตั้งครรภ์ ผู้ถือศีลอดหรืออดอาหารผู้มีความดันต่ำ ผู้ป่วยโรคลมชัก หรือถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เป็นไข้ วิงเวียน ท้องเสีย มีแผลบนศีรษะ หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง โดยสอบถามรายละเอียดกับทางศูนย์อายุรเวทได้

“นาฬิกาของจักรวาลและนาฬิกาชีวิตคนสอดคล้องกันเสมอ ช่วงเวลาเช้าที่อากาศชื้นหรือช่วงฝนตก มีกผะมาก ก็ไม่ควรทำชิโรดารา ส่วนช่วงเวลาสิบโมงถึงบ่ายสองอากาศร้อน ร่างกายก็มีพลังเผาผลาญได้ดี จึงควรทานอาหารหนักช่วงนี้ ขณะที่ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก ก็ควรทานอาหารเบาๆ เพราะร่างกายก็เผาผลาญได้น้อยลง”

เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพชาวอินเดียย้ำว่าชิโรดาราเป็นการบำบัดแขนงหนึ่งที่ปลอดภัยและดีต่อผู้ทดลองมาก อย่างไรก็ดี หลักการแก้ไขปัญหาสุขภาพระยะยาวคือการปรับวิถีชีวิตกินอยู่ให้สมดุล การเรียนรู้อายุรเวทและปฏิบัติตนตามแนวทางสุขภาพ จะทำให้ชีวิตยั่งยืนและอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชิโรดาราและอายุรเวทเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


ข้อมูลอ้างอิง

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

27 มิถุนายน 2561
21 K

ช่วงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อย่างน้อยต้องเคยผ่านเวลาของการลงแหวกว่ายในน้ำมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลศึกษา การกระโดดน้ำกับเพื่อนๆ ในลำคลองของชุมชน หัดตีขาในสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน หรือเป็นการแข่งขันกีฬาทางน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่น่ามีใครปฏิเสธว่า 2 สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อเราได้กระโจนลงน้ำคือ หนึ่ง อุณหภูมิที่เย็นกว่าอากาศปกติสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย และสอง การแหวกว่ายในน้ำที่ช่างแตกต่างจากการเคลื่อนไหวบนบก เสมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ร่างกายไร้น้ำหนัก

แค่อยู่บนผิวน้ำยังต่างขนาดนี้ แล้วจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราได้ดำดิ่งลงไปก้นบึ้งทะเลอย่างเสรี ไม่มีอะไรต้องพะวักพะวง และเป็นอิสระต่อความกลัวเรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


1.  เสรีใต้น้ำ

ก่อนจะดำน้ำได้ต้องว่ายน้ำเป็นก่อน ข้อนี้ใครๆ ที่เรียนดำน้ำทราบดีอยู่แล้ว

ข้อกำหนดนี้ ไม่ถูกยกเว้นแม้กระทั่งการดำน้ำแบบ Freediving

Freediving จัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับการดำน้ำ แต่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ นอกจากการเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว ซึ่งใช้การฝึกกลั้นหายใจลงไปในน้ำ และการปรับร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการดำน้ำแบบ Scuba ที่ต้องหายใจผ่านถังออกซิเจนตลอดเวลา Freediving จะมีเพียงแค่หน้ากากสนอร์เกิล ชุดดำน้ำแบบ Wet Suit และ Fin หรือตีนเป็ดเป็นอุปกรณ์เท่านั้น

เราพบ Freediving ได้ในกิจกรรมหลากหลายประเภท เช่น การจับปลา ยุทธวิธีทางทหาร ระบำใต้น้ำ หรือเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง การแข่งขันที่นิยมในปัจจุบันสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือการแข่งขันดำน้ำทน ซึ่งมีสถิติที่ใช้เวลานานที่สุดในโลกคือ 12 นาที และการแข่งขันดำน้ำลึก ถูกบันทึกสถิติไว้คือ 216 เมตร

ปัจจุบัน Freediving เป็นที่นิยมในหมวดกิจกรรมเชิงสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น การชมทัศนียภาพที่สวยงามใต้น้ำ ชมปะการัง ชมสัตว์ทะเล เป็นการดำน้ำที่ไม่มีฟองอากาศ ไม่มีเสียงหายใจดังๆ ดังนั้นจึงเป็นวิธีดำน้ำที่รบกวนสัตว์น้ำน้อยที่สุด ถือได้ว่า Freediving เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางสันทนาการได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

2. เกาะขอบสระ

ฉันพาตัวเองมาถึงสระว่ายน้ำที่นิชดาคลับ โครงการนิชดาธานี เพื่อสังเกตการสอนคลาส Freediving ของ ครูพลอย มาลัยวงศ์ เธออายุเพียง 27 ปี แต่เป็นครูสอน Freediving หญิงคนแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก Professional Association of Diving Instructors (PADI) องค์กรสอนดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขาทั่วโลก และเคยลงแข่ง Freediving ระดับชาติที่อียิปต์และสิงคโปร์ แถมคว้ารางวัลที่ 2 สำหรับผู้เข้าแข่งขันหญิงทั้ง 2 รายการ

แรกพบฉันเห็นครูพลอยกำลังสาละวนกับการสอนนักเรียนของเธออย่างเข้มข้น

คลาสเรียนเล็กๆ วันนั้นมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงเกือบทั้งคลาส บทเรียนในบ่ายวันนี้ ครูพลอยและผู้ช่วยให้นักเรียนเริ่มฝึกการกลั้นหายใจในน้ำ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำจนหมดสติ การว่ายน้ำแบบ Dynamic Apnea (การว่ายน้ำด้วยลมหายใจเดียว) ในระยะทาง 200 เมตร และการเคลียร์หู หรือการปรับความดันภายในหู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำน้ำทั้งแบบ Scuba และ Freediving

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

คลาสสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นกลางทะเล เมื่อเรียนพื้นฐานเสร็จจะได้เวลาสอบในสนามจริงคือมหาสมุทร ข้อสอบแรกคือการกลั้นหายใจนาทีครึ่ง และดำน้ำลึกลงไป 12 เมตร ซึ่งใครๆ ที่ผ่านการฝึกล้วนทำได้โดยไม่เกี่ยงเพศหรืออายุ

ครูพลอยชวนให้ฉันร่วมคลาสด้วยกัน แต่เพราะฉันไม่ได้เตรียมชุดมา ฉันจึงได้แต่นั่งดูการเรียนการสอนอยู่ห่างๆ ที่ริมขอบสระ

ย้อนกลับไปตั้งแต่ครูพลอยยังเป็นเด็ก คุณพ่อของเธอ (คุณราชันย์ มาลัยวงศ์) เป็น Course Director ครูสอนดำน้ำชาวไทยคนแรกขององค์กร PADI และสอนดำน้ำแบบสกูบามาเกือบ 30 ปี ในฐานะลูกสาวและศิษย์เอก ครูพลอยสัมผัสการดำน้ำตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทฤษฎีที่ครูพลอยจะนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องเรียนหรือการสอนภาคปฏิบัติ และการออกภาคสนามตามท้องทะเลในแถบภาคใต้ เธอเกาะหลังคุณพ่อดูการเรียนการสอน วิธีการดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่เธอหลงใหลการดำน้ำ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวนับแต่นั้นมา

“พลอยมาเป็นครูสอน Freediving แบบเต็มตัวได้หนึ่งปีพอดีค่ะ หลังจากลาออกจากงานประจำ พลอยคิดว่าพลอยหลงรักในความท้าทายของมัน พลอยจำความรู้สึกตอนที่ไปเรียน Freediving ครั้งแรกได้ ตอนแรกแค่ชอบดำเล่น พอไปเรียนแล้วครูให้ลงไปในทะเลสิบเมตรแล้วค้างไว้อยู่อย่างนั้น คือมันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการดำน้ำทั่วไปมาก ไม่มีอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เรากับทะเล เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจริงๆ”
เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


3. เหรียญสองด้าน

ครูพลอยบอกว่าปัจจุบันมีผู้สนใจมาเรียน Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสไลฟ์สไตล์ค้นหาประสบการณ์ใหม่และได้ถ่ายภาพสวยๆ ใต้น้ำคู่กับปะการังหรือสัตว์ทะเล แต่แท้จริงแล้ว Freediving มีประโยชน์ที่สำคัญอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ข้อแรก การหายใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการฝึกเก็บลมหายใจ และการหายใจด้วยกะบังลม จะทำให้ควบคุมลมหายใจได้ดียิ่งขึ้น ข้อสอง เกิดการผ่อนคลายและปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ดังที่ครูพลอยได้อธิบายไว้ว่า

“พลอยเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า ‘ความคิดที่เป็นแง่คิดเชิงบวก จะใช้ออกซิเจนน้อย’ อย่างการฝึกในคลาสเรียนที่ผ่านมา ถ้าใครมีความเครียด กังวล หรือไม่ผ่อนคลายร้อยเปอร์เซนต์ก็จะไม่มีทางกลั้นหายใจได้เลย แต่ถ้าใครที่ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ นึกถึงอะไรที่ทำให้สบายใจหรือมีความสุข คนนั้นจะกลั้นหายใจได้นานมาก ซึ่งการฝึกทุกครั้งทำให้เราต้องมีความคิดแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกอย่าง พลอยคิดว่าตรงนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ และปล่อยวางได้เร็วขึ้น”

ข้อสุดท้าย การผนวกรวมร่างกายของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของทะเล โดยการดำน้ำซึ่งปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพื่อการเอาชนะข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความรื่นรมย์ในการท่องเที่ยวใต้ทะเลให้งดงามยิ่งขึ้น

แต่กีฬาใต้น้ำนี้ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคือการหมดสติกะทันหันในน้ำหรือ Blackout ซึ่งเกิดจากขาดอากาศเพราะฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน กิจกรรมนี้จึงต้องมีบัดดี้ที่แข็งแรงใกล้เคียงกันสำหรับช่วยเหลือคู่ของตนได้ในเวลาฉุกเฉิน

“ความเสี่ยงมากที่สุดคือการพยายามเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองมากจนเกินไป พลอยเคยคุยกับบางคนที่ฝึกจน Blackout วันละเจ็ดแปดรอบ พลอยคิดในใจเลย มันสนุกเหรอ มันเท่เหรอ ไม่นะ มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายตัวเองมาก และเป็นการฝึกที่ผิดด้วย”

ครูพลอยกล่าวเตือน ก่อนกระโจนลงน้ำไป Freediving เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการดำน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

4. กลเม็ดเคล็ดลับ

ในเวลาเรียน ครูพลอยมีกลเม็ดและวิธีการต่างๆ ที่จะเรียกความมั่นใจ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและกังวลก่อนลงน้ำให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการลงดำน้ำแบบ Freediving

อย่างวันนี้จะมีพี่นักเรียนคนหนึ่งกังวลตลอดว่าจะขึ้นมาไม่ทัน เดี๋ยว Blackout พลอยเลยบอกเขาว่ามันไม่ได้แย่นะ อย่าเพิ่งด่วนคิดลบ พี่มีสมาธิ พยายามโฟกัสอยู่ที่ตัวเอง เราใช้ร่างกายของเราในการบริหารออกซิเจนในร่างกาย พี่ลองนึกถึงอะไรที่มีความสุข ทำให้สบายใจ หลังจากครั้งแรกที่เขาทำได้แค่สี่สิบวินาที ครั้งที่สองเขาทำได้สองนาทีกว่าๆ”

นอกเวลาเรียน ครูพลอยก็ถือเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่อยากศึกษาความรู้เกี่ยวกับร่างกาย จิตวิทยา และทฤษฎีเกี่ยวกับการดำน้ำแบบ Freediving ไม่เพียงแต่การสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน หากเพื่อการช่วยนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัดของเขา

ครูพลอยเล่าประสบการณ์การสอนนักเรียนคนหนึ่งที่พิเศษมากให้ฉันฟัง

“มีนักเรียนคนหนึ่งติดต่อมาเรียนกับพลอยโดยที่พลอยไม่รู้ประวัติเขามาก่อน ช่วงที่เรียนพลอยสังเกตว่าเขาดูประหม่า ร่างกายเขาดูไม่ปกติเพราะดูจากการจัดระเบียบร่างกาย การเคลื่อนไหวเขาไม่เหมือนคนปกติ พลอยมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ และเขาเพิ่งรับการทำกายภาพบำบัดมา วันนั้นเขาเรียนกับคนที่เก่ง ทุกคนทำได้หมดแล้ว พลอยกลัวมากว่าเขาจะรู้สึกแย่หรือท้อแท้มั้ย เขาบอกพลอยว่าเขาอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ เลยเป็นแรงฮึดที่พลอยอยากช่วยให้เขาทำได้ พลอยลงสระกับเขาประมาณห้ารอบ รอบละสามชั่วโมง จากคนที่ตีขาในน้ำไม่ได้เลย เขาสามารถว่ายน้ำจนสุดสระไป-กลับได้ และไปทดสอบ Performance Base ลงทะเลที่ความลึกหกถึงเจ็ดเมตรได้แบบตัวเปล่า ตีขา กลั้นหายใจลงไปในน้ำได้”

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


5. สู่มหาสมุทร

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งการเรียน หรือการทำงานในปัจจุบัน มีผลกระทบมากมายทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

สิ่งที่พอจะเยียวยาเราจากความตึงเครียดเหล่านั้น คือการบำบัดตัวเองให้ได้มีเวลาคุณภาพ ใช้เวลาเหล่านั้นปลดปล่อยทั้งกาย ใจ ลงไปกับสายน้ำที่คุ้นเคยในวัยเด็ก สลัดความคิดการงานทั้งหมดที่มีออกไป เก็บลมหายใจแล้วลงไปใต้ผืนน้ำ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าผ่านแว่นตาดำน้ำ แล้วค่อยๆ แหวกว่ายไปพบกับความสวยงามเบื้องหน้า ที่ยิ่งสวยกว่าเมื่อไม่มีพันธนาการใดๆ รั้งเอาไว้ นอกจากร่างกายของเราที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทั้งปวง

นั่นคือเสน่ห์ที่สวยงามของ Freediving ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมากมายเหลือคณานับ

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

ขอขอบคุณ พลอย มาลัยวงศ์
Bangkok Freedivers
ราคาคอร์สละ 7,900
Facebook : Bangkok Freedivers
Instagram : @ploymalaiwongs

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load