15 สิงหาคม 2563
2 K

ในช่วงที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสองในเกาหลีใต้ หลายกิจกรรมยังถูกสั่งงด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยยังคงปิดต่ออย่างต่อเนื่อง ย่านยอดนิยมอย่างฮงแด อิแทวอน และมยองดง ก็เงียบเหงาลงถนัดตา เราถือโอกาสนี้หลีกเลี่ยงแหล่งผู้คนหนาแน่น สะพายกล้อง จับปากกา ใส่แมสก์ ออกไปสำรวจอีกบรรยากาศหนึ่งของกรุงโซล เมืองที่เราคุ้นเคยในมุมที่ต่างออกไป

กรุงโซลก็เหมือนกับหลายๆ เมืองในโลก ที่ผ่านช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์มาหลายยุคสมัย แต่ละสมัยได้หลงเหลือมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต สถาปัตยกรรมตะวันตกในกรุงโซลก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นทั้งสัญลักษณ์ของความทันสมัย การเปิดกว้างทางวัฒนธรรม รวมถึงความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ช่วงอาณานิคม

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

สถาปัตยกรรมตะวันตกในกรุงโซลเริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากการเติบโตของคริสต์ศาสนา ซึ่งส่วนมากมาในรูปแบบของศาสนสถานที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก และอีกกลุ่มหนึ่งคือ สถาปัตยกรรมในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีในช่วง ค.ศ. 1910 – 1945 เป็นยุคที่กรุงโซลเคยมีชื่อเรียกว่า ‘คยองซอง’ หรือ Kei-jo (京城) ในภาษาญี่ปุ่น อันมีความหมายว่า เมืองหลวง

ในยุคนั้น สถาปัตยกรรมโชซอนดั้งเดิมได้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก แล้วแทนที่ด้วยสถาปัตยกรรมอาณานิคมแบบญี่ปุ่นหรือจักรวรรดินิยมเมจิ (Meiji Imperial Architecture) ที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่ทำการรัฐบาล โครงสร้างผังเมือง และถนนขนาดใหญ่หลายสาย ถึงแม้ในปัจจุบันอาคารหลายแห่งถูกทำลายไปด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ฝั่งเกาหลีต้องการจะลบเลือน เช่น อาคารที่ทำการรัฐบาลญี่ปุ่น ที่เคยตั้งบดบังพระราชวังคยองบกกุง แต่อย่างไรก็ตาม ในเขตใจกลางเมืองก็ยังพอมีตึกในยุคนั้นหลงเหลือให้ชมอยู่ไม่น้อย

Old Seoul Station

อดีตศูนย์กลางระบบรางแห่งคาบสมุทร

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

สถานีรถไฟโซลเดิมทีมีมาตั้งแต่ปลายยุคจักรวรรดิเกาหลีเมื่อ ค.ศ. 1900 แต่ตัวอาคารเก่าแบบเรเนซองซ์หลังนี้เพิ่งเริ่มก่อสร้างช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองใน ค.ศ. 1925 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ยาสุชิ ซึคาโมะโต (Yasushi Tsukamoto) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว อาคารอิฐแดงแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นในเรื่องความสมมาตร และโดมศูนย์กลางที่มีศิลปะแบบไบแซนไทน์

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

หลังจากได้รับเอกราช สถานีรถไฟโซลได้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรเกาหลี ประกอบกับการเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของกรุงโซลเมื่อ ค.ศ. 1974 ซึ่งเป็นสายที่ตัดผ่านสถานีรถไฟโซล ศาลาว่าการกรุงโซล และย่านธุรกิจจงโน ที่นี่จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางการเดินทางของกรุงโซลเช่นเดียวกับในขณะนั้น ก่อนที่จะมีการขยายเส้นทางรถไฟใต้ดิน และกระจายความเป็นศูนย์กลางไปยังย่านอื่นๆ ของเมือง ความสำคัญของสถานีรถไฟโซลจึงลดลงไปบ้างตามกาลเวลา

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อาคารสถานีแห่งนี้ได้ถูกใช้งานมาต่อเนื่องยาวนานเกือบร้อยปี จนกระทั่งเปิดใช้อาคารหลังใหม่เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง KTX ที่เปิดบริการเมื่อ ค.ศ. 2004 ปัจจุบัน อาคารนี้ก็ไม่ได้ถูกทิ้งร้างแต่อย่างใด ได้ปรับใช้มาเป็นสถานที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนและงานแสดงเชิงศิลปวัฒนธรรมในชื่อ Culture Station Seoul 284

ในส่วนของประเทศไทย ภายหลังการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อเต็มรูปแบบ อาคารแห่งนี้อาจเป็นอีกแบบอย่างที่น่าสนใจในการพัฒนาพื้นที่อาคารสถานีรถไฟเก่าให้กับสถานีหัวลำโพงในอนาคตก็เป็นได้

ชื่อปัจจุบัน : Culture Station Seoul 284                                                                                                                                            

ที่ตั้ง : 1 Tongil-ro, Bongnaedong 2(i)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Seoul Station (สาย 1, 4) ทางออก 2

The Bank of Korea

ปราสาทเรเนซองซ์ฝรั่งเศสในย่านนัมแดมุน

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อีกหนึ่งอาคารสถาปัตยกรรมเรเนซองซ์ที่โดดเด่นที่สุดในย่านนัมแดมุน ไม่ไกลจากแหล่งช้อปปิ้งมยองดงที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ทัตสึโนะ คิงโกะ (Tatsuno Kingo) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถานีรถไฟโตเกียว ได้แรงบันดาลใจมาจากปราสาทฝรั่งเศสยุคเรเนซองซ์ สังเกตได้จากโดมที่ขนาบอาคารทั้งสองฝั่ง อาคารใช้เวลาก่อสร้างกว่า 5 ปี ก่อนที่จะแล้วเสร็จ และใช้เป็นที่ทำการธนาคารโชซอนตั้งแต่ ค.ศ. 1912 ซึ่งต่อมากลายเป็นสำนักงานใหญ่ของธนาคารเกาหลี (Bank of Korea) ตั้งแต่ ค.ศ. 1950

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ด้านในของอาคารถึงแม้จะถูกเผาทำลายเสียหายอย่างมากในช่วงสงครามเกาหลี แต่ก็ได้รับการบูรณะเรื่อยมาตลอด และในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีธนาคารเกาหลี อาคารนี้จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารเกาหลีตั้งแต่ ค.ศ. 2001 ให้คนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชมได้

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

บรรยากาศของแยกนี้เต็มไปด้วยตึกยุคอาณานิคมสลับไปกับตึกทันสมัย ให้อารมณ์เหมือนอยู่กลางย่าน Marunouchi ของโตเกียว ฝั่งตรงข้ามของธนาคารคือสาขาหลักของห้าง Shinsegae ที่มีความหมายว่า ‘โลกใหม่’ เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในเกาหลีที่สร้างในยุคอาณานิคม เปิดตัวในฐานะห้างสรรพสินค้า Mitsukoshi สาขาคยองซองเมื่อ ค.ศ. 1930

ชื่อปัจจุบัน : Bank of Korea Money Museum

ที่ตั้ง : 100-794 39 Namdaemun-ro 5(o)-ga, Jung-gu, Seoul                                                                                                     

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Hoehyun (สาย 4) ทางออก 7, สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1,2) ทางออก 6, สถานีรถไฟใต้ดิน Euljiro 1(il)-ga (สาย 2) ทางออก 7            

Old Seoul City Hall

ร่องรอยจักรวรรดินิยมใจกลางเมืองหลวง

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อาคารแบบเรเนซองซ์ที่ผสมความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่ ประกอบกับหลังคายอดบนแบบ Imperial Crown ศาลาว่าการกรุงโซลคงเป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมญี่ปุ่นที่เด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่ง แต่เดิมศาลาว่าการกรุงโซลหลังเก่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็น ‘ที่ทำการรัฐบาลคยองซอง’ ภายใต้อาณานิคมญี่ปุ่น แล้วเสร็จใน ค.ศ. 1926

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ต่อมาภายหลังที่เกาหลีได้รับเอกราช จึงถูกใช้งานเป็นศาลาว่าการกรุงโซลตั้งแต่ ค.ศ. 1945 เรื่อยมาจนกระทั่งมีอาคารหลังใหม่ทันสมัยสร้างขึ้นมาทดแทนอยู่ด้านหลัง อาคารนี้จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นหอสมุดประจำกรุงโซล ให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการตั้งแต่ ค.ศ. 2008 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลมีแผนจะรื้อทำลายอาคารนี้ทิ้ง แต่องค์กรมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีได้ประกาศให้ศาลาว่าการแห่งนี้เป็นอาคารอนุรักษ์ การรื้อถอนจึงได้ถูกระงับลง คงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงโซลมาถึงปัจจุบัน

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ด้านหน้าของศาลาว่าการกรุงโซลคือ Seoul Plaza พื้นที่เปิดโล่งสำหรับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าสำหรับนั่งเล่น ลานสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว สถานที่จัดงาน Hi-Seoul Festival สถานที่เชียร์ฟุตบอลโลกทุกๆ 4 ปี รวมถึงกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆ แต่ในวันที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสองแบบนี้ บรรยากาศที่นี่จึงดูเงียบเหงาลงไป มีเพียงการเปิดไฟสีฟ้าเช่นเดียวกับแลนด์มาร์กอื่นๆ ในกรุงโซล เพื่อแสดงความขอบคุณให้กับบุคลากรแพทย์ที่อุทิศตนต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้

ชื่อปัจจุบัน : Seoul Metropolitan Library                                                                                                                                         

ที่ตั้ง :  110 Sejong-daero, Taepyeongno 1(il)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1, 2) ทางออก 5

Myeongdong Cathedral

ศูนย์กลางคริสต์คาทอลิก สถาปัตยกรรมอิฐแห่งแรกในเกาหลี

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

มยองดงในภาพที่ทุกคนมักจะนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งยอดนิยม แต่หากเดินตามถนนสายหลักมาจนเกือบสุดสาย จะได้พบกับหนึ่งในสิ่งก่อสร้างยุคโชซอนที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน และยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยอิฐแห่งแรกเกาหลีอีกด้วย

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

มยองดงหรือในสมัยโชซอนเคยมีชื่อว่า ‘มยองรเยบัง’ เป็นชุมชนชาวคอทอลิกแห่งแรกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 โบสถ์แห่งนี้จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของความเชื่อของชาวคริสต์คาทอลิกเป็นเวลากว่า 120 ปี และยังเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพทางความเชื่อในเกาหลี เป็นที่หลบภัยของผู้ยากไร้และกลุ่มขับเคลื่อนประชาธิปไตยในอดีต ในช่วงเวลาการก่อสร้างโบสถ์นั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นดีนัก ด้วยปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนคาทอลิกกับรัฐบาลในความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยของที่ตั้ง ประกอบกับสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งแรกที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โบสถ์แห่งนี้จึงใช้เวลากว่า 15 ปีจึงแล้วเสร็จ

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ตัวอาคารโบสถ์ผสมผสานอิฐเผาแดงของตะวันตก เข้ากับกระเบื้องเทาแบบฉบับเกาหลีได้ลงตัว ส่วนภายในซึ่งตอนนี้ไม่เปิดให้เข้าชมเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกเพดานสูง ไม่ได้มีรูปปั้นแกะสลักมากมายรายรอบ คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและสง่างาม

ชื่อปัจจุบัน : Myeongdong Cathedral

ที่ตั้ง : 74 Myeongdong-gil, Jeodong 1(il)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Myeongdong (สาย 4) ทางออก 8            

Seoul Anglican Cathedral 

 ศิลปะโรมาเนสก์ข้างพระราชวังหลวง

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ถ้าโบสถ์มยองดงคือสัญลักษณ์ของคริสต์คาทอลิก ที่นี่ก็คงเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของคริสต์แองกลิกันในกรุงโซล วิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกับหลายๆ อาคารตะวันตกในเกาหลี ตามดำริของบาทหลวงมาร์ก โทรลโลป (Mark Trollope) โดยมีสถาปนิกชาวอังกฤษ อาเทอร์ ดิกสัน (Arthur Dixon) เป็นผู้ออกแบบ 

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ข้างๆ พระราชวังด็อกซูกุง ไม่ไกลจากศาลาว่าการกรุงโซล เพียงแค่เดินข้ามถนนมาเท่านั้น ก็จะพบกับสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ ตัวอาคารมีแบบแปลนเป็นรูปไม้กางเขน (Latin Cross) และผสมผสานศิลปะแบบเกาหลีโดยการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผาแบบดั้งเดิม

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ถึงแม้ว่าโครงสร้างของวิหารส่วนหนึ่งจะแล้วเสร็จตั้งแต่ ค.ศ. 1926 เนื่องจากปัญหาด้านการเงิน การก่อสร้างทั้งหมดจึงยืดเยื้อเป็นเวลา 70 ปี จนมาแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1996 ภายหลังจากที่ได้ค้นพบแบบแปลนเดิมของสถาปนิกอาเทอร์ ดิกสัน จึงต่อเติมให้ครบถ้วนตามแผนเดิมที่เคยออกแบบไว้ 

แต่ทว่า วิหารนี้พึ่งจะเผยโฉมให้คนเดินถนนทั่วไปเห็นได้เด่นชัดก็เมื่อ ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่ทางรัฐบาลได้รื้ออาคารสำนักงานภาษี อีกหนึ่งตึกยุคอาณานิคมญี่ปุ่นที่บดบังวิหารอย่างมิดชิด ประหนึ่งศาลาเฉลิมไทยที่เคยบดบังโลหะปราสาท ในโอกาสครบรอบ 70 ปีการประกาศเอกราชของเกาหลี

ชื่อปัจจุบัน : Seoul Anglican Cathedral                                                                                                                                              

ที่ตั้ง : 15 Sejong-daero 21-gil, Jeong-dong, Jung-gu, Seoul                                                                                                                                                      

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1, 2) ทางออก 2

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

27 มิถุนายน 2560
9 K

เมื่อพูดถึงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส สิ่งที่ผุดพรายขึ้นมาในหัวเราเป็นอันดับแรกๆ คืออะไร หอไอเฟล น้ำหอม แฟชั่น โมนาลิซ่า ความหรูหรา หรือความโรแมนติก?

ในม่านหมอกของความงดงามเหล่านั้น ปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งแสงสว่าง (La Ville LumièreThe City of Light) เพราะเป็นเมืองแรกในยุโรปที่ติดตั้งเสาไฟตะเกียงเเก๊สหลายหมื่นดวงบนท้องถนนในทศวรรษ 1860 ทำให้กลายเป็นเมืองหรูหราสว่างไสวไม่มีวันหลับ นำมาซึ่งความสำรวยสำราญทั้งในยามกลางวันและกลางคืน สมกับเป็นเมืองที่ผู้คนเฝ้าฝันถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสไว้ในพระราชนิพนธ์ ไกลบ้าน ว่า ปารีสเป็น ‘เมืองบรมสุข’

นอกจากความสว่างไสวที่มองเห็นได้ด้วยสายตาแล้ว ปารีสยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่จุดไฟส่องสว่างทั้งในสมองและจิตใจ เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของปัญญาความคิดหลายสาขาตั้งแต่อดีตกาล กลิ่นหอมรัญจวนของน้ำหอมชโลมเมืองให้รื่นรมย์ คลอเคล้าไปกับอวลไออุดมการณ์ทางการเมืองและการปฏิวัติ สำนึกของ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ (Liberté, Égalité, Fraternité-คำขวัญประจำชาติฝรั่งเศส) ล่องลอยอยู่ในบรรยากาศ กระตุ้นให้แรงบันดาลใจแห่งประชาธิปไตยของไทย (ที่ตอนนี้อยู่ไหนไม่รู้) กำเนิดขึ้นที่มหานครแห่งนี้เมื่อ 90 ปีก่อน

ปารีส

ย่าน Quartier Latin (การ์ติเย ลาแตง) กลางกรุงปารีส ได้ชื่อว่าเป็นถิ่นชุมนุมปราชญ์ราชบัณฑิตมาเนิ่นนาน หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดในย่านนี้คือมหาวิทยาลัยปารีส หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซอร์บอนน์ (Université Paris-Sorbonne) ที่ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 ได้ชื่อว่าเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากมหาวิทยาลัยโบโลญญาในอิตาลี) จวบจนปัจจุบันซอร์บอนน์ก็มีอายุเกือบ 1,000 ปีแล้ว ด้วยเหตุนี้ การ์ติเย ลาแตง จึงเป็นย่านของนิสิตนักศึกษาและเป็นแหล่งวิชาความรู้

ปารีส ปารีส

อพาร์ตเมนต์เลขที่ 9 ถนนซอมเมอราร์ (Rue de Sommerard) ตั้งอยู่บนถนนสายเล็กๆ ที่เงียบสงบในย่านนี้ ต้นเดือนกุมภาฯ พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1927) ท่ามกลางความหนาวเหน็บในฤดูหนาวของกรุงปารีส นักเรียนไทยที่ศึกษาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งศึกษาอยู่ในสายวิชาที่ต่างกัน 7 คน รวมกันเช่าห้องห้องหนึ่งในอพาร์ตเมนต์เลขที่ 9 แห่งนี้ เพื่อใช้เป็นที่ประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม ซึ่งเป็นการประชุมที่จริงจังมากทีเดียวเพราะใช้ไปเวลาทั้งสิ้น 4 วัน 5 คืน และในวันเริ่มการประชุมก็ตรงกับวันเกิดปีที่ 30 ของประยูร ภมรมนตรี หนึ่งในแกนนำ น่าสนใจที่บรรพบุรุษของเรามีกิจกรรมวันเกิดที่แสนยิ่งใหญ่และจะเปลี่ยนโฉมหน้าของบ้านเกิดเมืองนอนตลอดไป

ในบรรดาผู้ที่มาประชุมในครั้งนั้น มี 2 คนที่เราได้ยินชื่อกันจนคุ้นหู คนแรกคือ ปรีดี พนมยงค์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขานิติศาสตร์ ผู้เป็นแกนนำและมันสมองของกลุ่ม อีกคนก็คือ ร้อยโท แปลก ขีตตะสังคะ นักเรียนทหารปืนใหญ่ ชื่อนี้อาจจะฟังดูไม่คุ้นนัก แต่ทุกคนคงจะร้องอ๋อเมื่อบอกว่า ท่านผู้นี้คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งต่อมาจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เป็นเวลาถึง 14 ปี 11 เดือน เป็นเรื่องแปลกดีที่ จอมพล ป. เกิดวันที่ 14 กรกฎา ตรงกับวันทลายคุกบัสตีย์ (Bastille) หมุดหมายสำคัญของการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นวันชาติฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

การหารือในวันนั้นถือเป็นการประชุมทางการครั้งแรกของ ‘คณะราษฎร’ ใครจะนึกว่าโครงการบ้าบิ่นของคนหนุ่ม 7 คนที่เริ่มต้นในห้องเเคบๆ ในเมืองแห่งการปฏิวัติในวันนั้น จะเป็นจริงขึ้นในอีก 5 ปีต่อมา ใครจะเชื่อว่าความคิดที่หากปฏิบัติการไม่สำเร็จ คณะราษฏรจะกลายเป็นกบฏซึ่งมีโทษคือการประหารชีวิต จะนำพาประชาธิปไตยมาสู่ในในปี 2475 (แต่ตอนนี้อยู่ไหนแล้วหว่า)

ปารีส

ปัจจุบัน อพาร์ตเมนต์เลขที่ 9 ถนนซอมเมอราร์ ได้กลายเป็นโรงแรม Best Western Le Jardin de Cluny โรงแรมสี่ดาวที่เงียบสงบ เน้นการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการท่องเที่ยงอย่างยั่งยืน ไฮไลต์หนึ่งของโรงแรมคือบุฟเฟต์อาหารเช้าแบบออร์แกนิกที่ให้บริการทุกเช้าในห้องอาหารเพดานโค้งสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 สนนราคาค่าห้องตกคืนละ 250 – 360 ยูโร (ตีคร่าวๆ เป็นตัวเลขกลมๆ ตกประมาณ 9,000 – 13,000 บาท ได้นอนในตึกประวัติศาสตร์เลยนะ)

ตอนหาข้อมูลเขียนบทความเรื่องนี้เรานึกถึงหนังเรื่อง Les Misérables ที่ได้ดูเมื่อสี่ห้าปีก่อน (ซึ่งตอนนั้นอินมาก) หนังสร้างขึ้นมาจากวรรณกรรมอมตะนิรันดร์กาลเล่มหนามากของ Victor Hugo (เล่มดังอีกเล่มคือ Notre-Dame de Paris ที่ต้นฉบับดาร์กมาก แต่ Disney ใส่ความชวนฝันแล้วปิดท้ายด้วย Happy ending กลายมาเป็นแอนิเมชัน The Hunchback of Notre Dame ในปี 1996) Les Misérables ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมหนึ่งเล่มสำคัญที่สุดของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 การประชุมของคณะราษฎรทำให้เรานึกถึงมาริอุส (แสดงโดย Eddie Redmayne) พระเอกของเรื่องกับแก๊งหนุ่มนักปฏิวัติ ซึ่งเป็นคนหนุ่มจากหลากหลายสาขา แต่มีอุดมการณ์ร่วมกันที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ยุคสมัยใหม่ ในตอนรวมตัวกันเพื่อประชุมวางแผนการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาล พวกเขาร้องเพลงชื่อ Red and Black มีท่อนหนึ่งที่จับใจและถ่ายทอดความรู้สึกของคนหนุ่มที่กำลัง ‘คิดการใหญ่’ ได้เป็นอย่างดี

“Have you asked of yourselves
What’s the price you might pay?
Is it simply a game for rich young boys to play?
The colours of the world are changing
day by day…”

หนุ่มนักปฏิวัติใน Les Misérables รวมตัวกันในชื่อ The Friends of the ABC (Les Amis de lABC) มีที่มาจากการอ่านออกเสียงตัวอักษร A B C แบบฝรั่งเศส เป็น อา เบ เซ ซึ่งไปคล้ายกับเสียงอ่านคำว่า abaissés (แปลอังกฤษว่า the “lowly” / abased) สื่อความหมายประมาณว่าเป็นกลุ่มคนที่ถูกกดให้ต้อยต่ำ (จากอำนาจของผู้ปกครอง) ความหมายนี้ทำให้เรานึงถึงคำว่า ‘คณะราษฎร’ แม้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี 2555 จะให้ความหมายของคำว่า ‘ราษฎร’ เอาไว้ว่า ‘พลเมืองของประเทศ’ แต่ปรีดี พนมยงค์ ผู้เลือกใช้ชื่อคณะราษฎรได้อธิบายความหมายของคำว่าราษฎรเอาไว้ว่า พลเมืองสยามส่วนมากซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองสมัยนั้นเรียกตัวเองว่าราษฎร… คือแสดงถึงลักษณะของพลเมืองส่วนใหญ่ที่ถูกปกครองโดยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ดังนั้น เราจึงถือว่าเราเป็น คณะราษฎร เพราะเราทำตรงกับความต้องการของราษฎร” เราจึงคิดว่าความหมายของ The Friends of the ABC ก็มีเซนส์เดียวกับความหมายของคำว่า คณะราษฎร ที่ปรีดีกล่าวไว้เลยทีเดียว

เมื่อฝันและหวังของคนหนุ่มต่อประชาธิปไตยยังคงเรืองรอง ตามรอยคาเฟ่ที่ชุมนุมของ ปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะราษฎรที่ฝรั่งเศส

เหล่าปัญญาชน นักคิดนักเขียน และศิลปิน ในปารีสมักรวมตัวกันที่ café ซึ่งไม่ได้เสิร์ฟแค่ชากาแฟอย่าเดียวเท่านั้น แต่ café ในปารีสยังเสริฟอาคารคาวหวานทั้งเบาทั้งหนักและเครื่องดื่มนานาชนิดตลอดทั้งวัน
The Friends of the ABC พบปะกันที่ Café ABC เช่นเดียวกับคณะราษฎรก็พบปะกับที่ café (ลองนึกถึงการพบปะที่ café ของเหล่าคนดังในยุค 1920 ในหนัง Midnight in Paris-สมัยเดียวกันกับยุคกำเนิดคณะราษฎรในปารีส) ท่านผู้หญิงพูนสุข พนมยงค์ คู่ชีวิตของปรีดีเล่าไว้ว่า

เมื่อครั้งที่นายปรีดีเป็นนักศึกษา เคยมาเดินเล่นและพูดคุยปัญหาบ้านเมืองกับเพื่อนคนหนึ่ง บางวัน ข้าพเจ้ากับนายปรีดีออกจาก Sainte-Geneviève แล้วก็มานั่งเล่นที่ร้านกาแฟ Café Select มุมถนน Rue des Ecoles ตัดกับถนน Boulevard Saint-Michel… นายปรีดีเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ที่ร้านกาแฟนี้ นายปรีดีและเพื่อนๆ ร่วมกันคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปรารถนาให้สยามประเทศมีรัฐธรรมนูญ มีรัฐสภา มีเสรีภาพและประชาธิปไตย… เมื่อ 2 ปีก่อน (พฤษภาคม 2542) ข้าพเจ้าหวนกลับไปปารีสอีกครั้ง ร้าน Café Select ปัจจุบันเป็นร้านขายเสื้อผ้า ไม่หลงเหลือสภาพเดิมให้ปรากฏ”

เมื่อฝันและหวังของคนหนุ่มต่อประชาธิปไตยยังคงเรืองรอง ตามรอยคาเฟ่ที่ชุมนุมของ ปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะราษฎรที่ฝรั่งเศส

เมื่อฝันและหวังของคนหนุ่มต่อประชาธิปไตยยังคงเรืองรอง ตามรอยคาเฟ่ที่ชุมนุมของ ปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะราษฎรที่ฝรั่งเศส

เมื่อฝันและหวังของคนหนุ่มต่อประชาธิปไตยยังคงเรืองรอง ตามรอยคาเฟ่ที่ชุมนุมของ ปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะราษฎรที่ฝรั่งเศส

แต่อย่างไรก็ตามมีหนังสือบางเล่มกล่าวว่าร้าน Café Le Select ยังเปิดให้บริการอยู่จนถึงทุกวันนี้ เราตามรอยจนไปถึงร้านเลขที่ 99 boulevard du Montparnasse ไม่ไกลจากย่านการ์ติเย ลาแตง นัก ก็พบร้านกาแฟปารีเซียงคลาสสิก ตั้งเก้าอี้หวายน่าเอ็นดูไว้หน้าร้านเช่นเดียวกับร้านกาแฟทั่วไปในปารีส แต่โดดเด่นด้วยไฟนีออนขดเป็นคำว่า Le Select ชื่อของร้าน Café แห่งนี้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1923 (พ.ศ. 2466) เป็นร้านดังพอตัวในฐานะที่พบปะของเหล่านักคิด มีศิลปินเซเลบอย่าง Picasso และนักเขียนดังอย่าง F. Scott Fitzgerald (คนเขียน The Great Gatsby) และ Ernest Hemingway (คนเขียน The Old Man and the Sea) เเวะเวียนมาเขียนงานบ้าง เจอเพื่อนบ้าง กินข้าวบ้าง

เมื่อฝันและหวังของคนหนุ่มต่อประชาธิปไตยยังคงเรืองรอง ตามรอยคาเฟ่ที่ชุมนุมของ ปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะราษฎรที่ฝรั่งเศส

เราสั่ง Café gourmand กับบริกรที่เป็นคุณลุงรุ่นเก๋าท่าทางใจดี เพื่อนเราที่เรียนอยู่ที่ปารีสแนะนำให้สั่งเมนูนี้เพราะจะได้ละเลียดทั้งกาแฟเอสเพรสโซเคล้าคลอกับขนมหวานที่เสริฟพร้อมกันมาหลากหลายชนิดตามแต่ละร้านจะเลือกสรรจัดให้ (ซึ่ง gourmand นอกจากจะแปลว่านักชิมแล้วยังแปลว่าตะกละด้วยเเหละ) ชมร้านไปพลาง จิบกาแฟพลาง กินขนมไปพลาง ก็ได้แต่นึกคิดไปว่า ร้านนี้รึเปล่านะ โต๊ะตัวนี้ใช่ไหม เก้าอี้ตัวนี้รึเปล่า ที่เหล่าคนหนุ่มกลุ่มหนึ่งมานั่ง มาพบปะกัน เมื่อ 90 ปีก่อนเพื่อคุยกันถึงอนาคตที่ใฝ่ฝันถึง

ภาพ :  www.parisenimages.fr

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

 

 


 

อ้างอิง

กษิติ มงคลนาวิน, ฝรั่งเศส. กรุงเทพฯ : ปราชญ์เปรียว, 2549.

เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์. ปฏิวัติ 2475. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : แสงดาว, 2560.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ไกลบ้าน. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2545.

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. 2475 การปฏิวัติสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์
      และมนุษยศาสตร์, 2543.
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475. พิมพ์ครั้งที่ 5 ฉบับแก้ไขและปรับปรุงครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ :
      ฟ้าเดียวกัน, 2553.
พูนศุข พนมยงค์, ท่านผู้หญิง. ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น 95 ปี 4 เดือน 9 วัน พูนศุข พนมยงค์. กรุงเทพฯ : ตถาตา
      พับลิเคชั่น, 2551.

Writer & Photographer

นักรบ มูลมานัส

นักคุ้ยของเก่าผู้เล่าเรื่องผ่านการสร้างภาพ (ประกอบ) ที่อยากจะลองเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรดูบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load