15 สิงหาคม 2563
2 K

ในช่วงที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสองในเกาหลีใต้ หลายกิจกรรมยังถูกสั่งงด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยยังคงปิดต่ออย่างต่อเนื่อง ย่านยอดนิยมอย่างฮงแด อิแทวอน และมยองดง ก็เงียบเหงาลงถนัดตา เราถือโอกาสนี้หลีกเลี่ยงแหล่งผู้คนหนาแน่น สะพายกล้อง จับปากกา ใส่แมสก์ ออกไปสำรวจอีกบรรยากาศหนึ่งของกรุงโซล เมืองที่เราคุ้นเคยในมุมที่ต่างออกไป

กรุงโซลก็เหมือนกับหลายๆ เมืองในโลก ที่ผ่านช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์มาหลายยุคสมัย แต่ละสมัยได้หลงเหลือมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต สถาปัตยกรรมตะวันตกในกรุงโซลก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นทั้งสัญลักษณ์ของความทันสมัย การเปิดกว้างทางวัฒนธรรม รวมถึงความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ช่วงอาณานิคม

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

สถาปัตยกรรมตะวันตกในกรุงโซลเริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากการเติบโตของคริสต์ศาสนา ซึ่งส่วนมากมาในรูปแบบของศาสนสถานที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก และอีกกลุ่มหนึ่งคือ สถาปัตยกรรมในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีในช่วง ค.ศ. 1910 – 1945 เป็นยุคที่กรุงโซลเคยมีชื่อเรียกว่า ‘คยองซอง’ หรือ Kei-jo (京城) ในภาษาญี่ปุ่น อันมีความหมายว่า เมืองหลวง

ในยุคนั้น สถาปัตยกรรมโชซอนดั้งเดิมได้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก แล้วแทนที่ด้วยสถาปัตยกรรมอาณานิคมแบบญี่ปุ่นหรือจักรวรรดินิยมเมจิ (Meiji Imperial Architecture) ที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่ทำการรัฐบาล โครงสร้างผังเมือง และถนนขนาดใหญ่หลายสาย ถึงแม้ในปัจจุบันอาคารหลายแห่งถูกทำลายไปด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ฝั่งเกาหลีต้องการจะลบเลือน เช่น อาคารที่ทำการรัฐบาลญี่ปุ่น ที่เคยตั้งบดบังพระราชวังคยองบกกุง แต่อย่างไรก็ตาม ในเขตใจกลางเมืองก็ยังพอมีตึกในยุคนั้นหลงเหลือให้ชมอยู่ไม่น้อย

Old Seoul Station

อดีตศูนย์กลางระบบรางแห่งคาบสมุทร

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

สถานีรถไฟโซลเดิมทีมีมาตั้งแต่ปลายยุคจักรวรรดิเกาหลีเมื่อ ค.ศ. 1900 แต่ตัวอาคารเก่าแบบเรเนซองซ์หลังนี้เพิ่งเริ่มก่อสร้างช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองใน ค.ศ. 1925 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ยาสุชิ ซึคาโมะโต (Yasushi Tsukamoto) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว อาคารอิฐแดงแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานีรถไฟเมืองลูเซิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นในเรื่องความสมมาตร และโดมศูนย์กลางที่มีศิลปะแบบไบแซนไทน์

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

หลังจากได้รับเอกราช สถานีรถไฟโซลได้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรเกาหลี ประกอบกับการเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของกรุงโซลเมื่อ ค.ศ. 1974 ซึ่งเป็นสายที่ตัดผ่านสถานีรถไฟโซล ศาลาว่าการกรุงโซล และย่านธุรกิจจงโน ที่นี่จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางการเดินทางของกรุงโซลเช่นเดียวกับในขณะนั้น ก่อนที่จะมีการขยายเส้นทางรถไฟใต้ดิน และกระจายความเป็นศูนย์กลางไปยังย่านอื่นๆ ของเมือง ความสำคัญของสถานีรถไฟโซลจึงลดลงไปบ้างตามกาลเวลา

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อาคารสถานีแห่งนี้ได้ถูกใช้งานมาต่อเนื่องยาวนานเกือบร้อยปี จนกระทั่งเปิดใช้อาคารหลังใหม่เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง KTX ที่เปิดบริการเมื่อ ค.ศ. 2004 ปัจจุบัน อาคารนี้ก็ไม่ได้ถูกทิ้งร้างแต่อย่างใด ได้ปรับใช้มาเป็นสถานที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนและงานแสดงเชิงศิลปวัฒนธรรมในชื่อ Culture Station Seoul 284

ในส่วนของประเทศไทย ภายหลังการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อเต็มรูปแบบ อาคารแห่งนี้อาจเป็นอีกแบบอย่างที่น่าสนใจในการพัฒนาพื้นที่อาคารสถานีรถไฟเก่าให้กับสถานีหัวลำโพงในอนาคตก็เป็นได้

ชื่อปัจจุบัน : Culture Station Seoul 284                                                                                                                                            

ที่ตั้ง : 1 Tongil-ro, Bongnaedong 2(i)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Seoul Station (สาย 1, 4) ทางออก 2

The Bank of Korea

ปราสาทเรเนซองซ์ฝรั่งเศสในย่านนัมแดมุน

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อีกหนึ่งอาคารสถาปัตยกรรมเรเนซองซ์ที่โดดเด่นที่สุดในย่านนัมแดมุน ไม่ไกลจากแหล่งช้อปปิ้งมยองดงที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ทัตสึโนะ คิงโกะ (Tatsuno Kingo) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถานีรถไฟโตเกียว ได้แรงบันดาลใจมาจากปราสาทฝรั่งเศสยุคเรเนซองซ์ สังเกตได้จากโดมที่ขนาบอาคารทั้งสองฝั่ง อาคารใช้เวลาก่อสร้างกว่า 5 ปี ก่อนที่จะแล้วเสร็จ และใช้เป็นที่ทำการธนาคารโชซอนตั้งแต่ ค.ศ. 1912 ซึ่งต่อมากลายเป็นสำนักงานใหญ่ของธนาคารเกาหลี (Bank of Korea) ตั้งแต่ ค.ศ. 1950

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ด้านในของอาคารถึงแม้จะถูกเผาทำลายเสียหายอย่างมากในช่วงสงครามเกาหลี แต่ก็ได้รับการบูรณะเรื่อยมาตลอด และในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีธนาคารเกาหลี อาคารนี้จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารเกาหลีตั้งแต่ ค.ศ. 2001 ให้คนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชมได้

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

บรรยากาศของแยกนี้เต็มไปด้วยตึกยุคอาณานิคมสลับไปกับตึกทันสมัย ให้อารมณ์เหมือนอยู่กลางย่าน Marunouchi ของโตเกียว ฝั่งตรงข้ามของธนาคารคือสาขาหลักของห้าง Shinsegae ที่มีความหมายว่า ‘โลกใหม่’ เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในเกาหลีที่สร้างในยุคอาณานิคม เปิดตัวในฐานะห้างสรรพสินค้า Mitsukoshi สาขาคยองซองเมื่อ ค.ศ. 1930

ชื่อปัจจุบัน : Bank of Korea Money Museum

ที่ตั้ง : 100-794 39 Namdaemun-ro 5(o)-ga, Jung-gu, Seoul                                                                                                     

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Hoehyun (สาย 4) ทางออก 7, สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1,2) ทางออก 6, สถานีรถไฟใต้ดิน Euljiro 1(il)-ga (สาย 2) ทางออก 7            

Old Seoul City Hall

ร่องรอยจักรวรรดินิยมใจกลางเมืองหลวง

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

อาคารแบบเรเนซองซ์ที่ผสมความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่ ประกอบกับหลังคายอดบนแบบ Imperial Crown ศาลาว่าการกรุงโซลคงเป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมญี่ปุ่นที่เด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่ง แต่เดิมศาลาว่าการกรุงโซลหลังเก่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็น ‘ที่ทำการรัฐบาลคยองซอง’ ภายใต้อาณานิคมญี่ปุ่น แล้วเสร็จใน ค.ศ. 1926

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ต่อมาภายหลังที่เกาหลีได้รับเอกราช จึงถูกใช้งานเป็นศาลาว่าการกรุงโซลตั้งแต่ ค.ศ. 1945 เรื่อยมาจนกระทั่งมีอาคารหลังใหม่ทันสมัยสร้างขึ้นมาทดแทนอยู่ด้านหลัง อาคารนี้จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นหอสมุดประจำกรุงโซล ให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการตั้งแต่ ค.ศ. 2008 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลมีแผนจะรื้อทำลายอาคารนี้ทิ้ง แต่องค์กรมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีได้ประกาศให้ศาลาว่าการแห่งนี้เป็นอาคารอนุรักษ์ การรื้อถอนจึงได้ถูกระงับลง คงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงโซลมาถึงปัจจุบัน

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ด้านหน้าของศาลาว่าการกรุงโซลคือ Seoul Plaza พื้นที่เปิดโล่งสำหรับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าสำหรับนั่งเล่น ลานสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว สถานที่จัดงาน Hi-Seoul Festival สถานที่เชียร์ฟุตบอลโลกทุกๆ 4 ปี รวมถึงกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆ แต่ในวันที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสองแบบนี้ บรรยากาศที่นี่จึงดูเงียบเหงาลงไป มีเพียงการเปิดไฟสีฟ้าเช่นเดียวกับแลนด์มาร์กอื่นๆ ในกรุงโซล เพื่อแสดงความขอบคุณให้กับบุคลากรแพทย์ที่อุทิศตนต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้

ชื่อปัจจุบัน : Seoul Metropolitan Library                                                                                                                                         

ที่ตั้ง :  110 Sejong-daero, Taepyeongno 1(il)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1, 2) ทางออก 5

Myeongdong Cathedral

ศูนย์กลางคริสต์คาทอลิก สถาปัตยกรรมอิฐแห่งแรกในเกาหลี

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

มยองดงในภาพที่ทุกคนมักจะนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งยอดนิยม แต่หากเดินตามถนนสายหลักมาจนเกือบสุดสาย จะได้พบกับหนึ่งในสิ่งก่อสร้างยุคโชซอนที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน และยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยอิฐแห่งแรกเกาหลีอีกด้วย

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

มยองดงหรือในสมัยโชซอนเคยมีชื่อว่า ‘มยองรเยบัง’ เป็นชุมชนชาวคอทอลิกแห่งแรกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 โบสถ์แห่งนี้จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของความเชื่อของชาวคริสต์คาทอลิกเป็นเวลากว่า 120 ปี และยังเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพทางความเชื่อในเกาหลี เป็นที่หลบภัยของผู้ยากไร้และกลุ่มขับเคลื่อนประชาธิปไตยในอดีต ในช่วงเวลาการก่อสร้างโบสถ์นั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นดีนัก ด้วยปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนคาทอลิกกับรัฐบาลในความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยของที่ตั้ง ประกอบกับสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งแรกที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โบสถ์แห่งนี้จึงใช้เวลากว่า 15 ปีจึงแล้วเสร็จ

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ตัวอาคารโบสถ์ผสมผสานอิฐเผาแดงของตะวันตก เข้ากับกระเบื้องเทาแบบฉบับเกาหลีได้ลงตัว ส่วนภายในซึ่งตอนนี้ไม่เปิดให้เข้าชมเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกเพดานสูง ไม่ได้มีรูปปั้นแกะสลักมากมายรายรอบ คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและสง่างาม

ชื่อปัจจุบัน : Myeongdong Cathedral

ที่ตั้ง : 74 Myeongdong-gil, Jeodong 1(il)-ga, Jung-gu, Seoul

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน Myeongdong (สาย 4) ทางออก 8            

Seoul Anglican Cathedral 

 ศิลปะโรมาเนสก์ข้างพระราชวังหลวง

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ถ้าโบสถ์มยองดงคือสัญลักษณ์ของคริสต์คาทอลิก ที่นี่ก็คงเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของคริสต์แองกลิกันในกรุงโซล วิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกับหลายๆ อาคารตะวันตกในเกาหลี ตามดำริของบาทหลวงมาร์ก โทรลโลป (Mark Trollope) โดยมีสถาปนิกชาวอังกฤษ อาเทอร์ ดิกสัน (Arthur Dixon) เป็นผู้ออกแบบ 

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ข้างๆ พระราชวังด็อกซูกุง ไม่ไกลจากศาลาว่าการกรุงโซล เพียงแค่เดินข้ามถนนมาเท่านั้น ก็จะพบกับสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ ตัวอาคารมีแบบแปลนเป็นรูปไม้กางเขน (Latin Cross) และผสมผสานศิลปะแบบเกาหลีโดยการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผาแบบดั้งเดิม

สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้
สำรวจอีกบรรยากาศของโซล ตามรอยตึกเก่าแบบเรเนซองส์แล้วบันทึกไว้ด้วยการสเกตช์, ที่เที่ยวโซล เกาหลีใต้

ถึงแม้ว่าโครงสร้างของวิหารส่วนหนึ่งจะแล้วเสร็จตั้งแต่ ค.ศ. 1926 เนื่องจากปัญหาด้านการเงิน การก่อสร้างทั้งหมดจึงยืดเยื้อเป็นเวลา 70 ปี จนมาแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1996 ภายหลังจากที่ได้ค้นพบแบบแปลนเดิมของสถาปนิกอาเทอร์ ดิกสัน จึงต่อเติมให้ครบถ้วนตามแผนเดิมที่เคยออกแบบไว้ 

แต่ทว่า วิหารนี้พึ่งจะเผยโฉมให้คนเดินถนนทั่วไปเห็นได้เด่นชัดก็เมื่อ ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่ทางรัฐบาลได้รื้ออาคารสำนักงานภาษี อีกหนึ่งตึกยุคอาณานิคมญี่ปุ่นที่บดบังวิหารอย่างมิดชิด ประหนึ่งศาลาเฉลิมไทยที่เคยบดบังโลหะปราสาท ในโอกาสครบรอบ 70 ปีการประกาศเอกราชของเกาหลี

ชื่อปัจจุบัน : Seoul Anglican Cathedral                                                                                                                                              

ที่ตั้ง : 15 Sejong-daero 21-gil, Jeong-dong, Jung-gu, Seoul                                                                                                                                                      

การเดินทาง : สถานีรถไฟใต้ดิน City Hall (สาย 1, 2) ทางออก 2

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565
1 K

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load