Seiko เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า นาที ความดีเยี่ยม และความสำเร็จ

และ Seiko ยังเป็นชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกา จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ ทั้งเป็นแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis ผลิตนาฬิกาดำน้ำเรือนไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก และอีกมากมาย

แบรนด์ที่เบื้องหลังการผลิตไม่ได้เป็นแค่โรงงานนาฬิกา แต่เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยตัวเอง และมีช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของนาฬิกาดั่งเป็นงานฝีมือ

แม้มีบันทึกความสำเร็จในประวัติศาสตร์ไว้มากมาย แต่ Seiko ยังยึดคติ Keep Going Forward อยู่เสมอ ดั่งเข็มนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดเดิน ในโอกาสที่ Seiko ฉลองครบ 140 ปีที่ญี่ปุ่นและครบ 30 ปีในไทยใน ค.ศ. 2021 นี้ The Cloud ชวนมาทำความรู้จักและไขข้อสงสัย ว่าทำไม Seiko ถึงเป็น Timeless Brand ที่ใครก็อยากสวมใส่ติดข้อมือตลอดมา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

1. Seiko เกิดจากช่างซ่อมนาฬิกาผู้เริ่มต้นจากผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาแบบพกพา

เรื่องราวของ Seiko ไม่ได้เริ่มที่นาฬิกาข้อมือ

ค.ศ. 1881 ณ ย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ช่างซ่อมนาฬิกาชาวญี่ปุ่นนาม คินทาโร่ ฮัตโตริ (Kintaro Hattori) เปิดร้านซ่อมนาฬิกาแขวนผนังและนาฬิกาแบบพกพา (Pocket Watch) 

สมัยก่อนนาฬิกามีราคาแพงเพราะมีกลไกซับซ้อน คินทาโร่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วและมีสติอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่

11 ปีต่อมาหลังเปิดร้านซ่อมนาฬิกา เขาจึงเปิดโรงงาน Seikosha เพื่อผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาพกอย่างจริงจัง

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

2. คิดค้นนาฬิกาข้อมือและเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกได้ ด้วยการคิดถึงความต้องการของผู้ใช้ 

จากนาฬิกาพกที่ชาวญี่ปุ่นยุคก่อนสงครามนิยมพกใส่สูทออกนอกบ้าน คินทาโร่นำมาย่อชิ้นส่วนให้เล็กลงเพื่อให้สะดวกต่อการสวมนอกบ้าน และเชื่อมใส่สายกลายเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่น ตั้งชื่อว่า Laurel สมัยที่บนหน้าปัดยังไม่ใช้คำว่า Seiko ด้วยซ้ำ

จนถึง ค.ศ. 1924 จึงเริ่มใช้ชื่อแบรนด์ว่า Seiko และกลายเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ใช้งานได้ดีในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ จนทำให้แบรนด์นาฬิกายุโรปที่มีราคาสูงในเวลานั้นต้องล้มหายตายจากไปเกือบหมดในญี่ปุ่น

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

ต่อมา ค.ศ. 1945 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นโดนระเบิดทำให้การผลิตและขนส่งนาฬิกาในโรงงานได้รับผลกระทบ Seiko ปรับตัวโดยผลิตนาฬิการุ่น Military Watch สำหรับทหาร ซึ่งปูทางให้นาฬิกา Seiko โดดเด่นด้านฟังก์ชันและความทนทานในเวลาต่อมา

3. หลักวินาทีของ Seiko ที่ปฏิวัติวงการนาฬิกาในยุค Quartz Crisis

ในวงการนาฬิกา หลักวินาทีมีความสำคัญมาก ความแม่นยำของเข็มนาฬิกาที่ละเอียดขึ้นในหลักวินาที เปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละวันของผู้คนให้เที่ยงตรงขึ้น และพลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาไปอย่างสิ้นเชิง

การคิดค้นนาฬิกาควอตซ์ของ Seiko ใน ค.ศ. 1969 ซึ่งคลาดเคลื่อนเพียงไม่เกิน 5 วินาทีต่อเดือน ทำให้แบรนด์นาฬิกากว่าครึ่งต้องปิดตัวลงจนต้องเรียกยุคนั้นว่า Quartz Crisis

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

เมื่อสินค้าแบรนด์หนึ่งใช้งานได้ดี มีคุณภาพกว่าแบรนด์อื่นเป็นร้อยเท่า ทำให้แบรนด์นั้นกลายเป็นผู้นำในวงการนั้นไปโดยปริยาย ดังเช่น Seiko ที่ยังคงเป็นผู้นำนาฬิกาควอตซ์มาจนถึงทุกวันนี้ 

ในเวลาต่อมา Seiko ได้คิดค้นและพัฒนากลไกที่เรียกว่า Spring Drive ต่อจากระบบควอตซ์ซึ่งสามารถเดินได้อย่างลื่นไหลและเงียบสนิท คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีต่อวัน เป็นระบบที่ทำให้นาฬิกาเดินได้ในระยะเวลามาตรฐานที่ 72 ชั่วโมง เพราะคำนวณแล้วว่าเมื่อถอดนาฬิกาออกวันศุกร์หลังเลิกงาน เช้าวันจันทร์ก็หยิบมาใส่แล้วนาฬิกาพร้อมเดินต่อได้ทันที เข็มนาฬิกาถูกออกแบบมาให้เดินตามจังหวะชีวิตของผู้สวมใส่

4. แม่นยำเท่าดาวเทียม ทนทานได้ใต้แรงดันน้ำและอวกาศ

จากใต้ท้องทะเลถึงหอดูดาว บินออกไปไกลถึงชั้นบรรยากาศโลก คุณภาพของ Seiko เป็นที่พิสูจน์ได้ผ่านธรรมชาติเหล่านี้เป็นเวลากว่าศตวรรษ

นาฬิกา Seiko มีความแม่นยำถึงขั้นเดินตรงเท่าดาวเทียม มีประวัติครองตำแหน่งในการแข่งขันความเที่ยงตรงของนาฬิกาที่หอดูดาวเนอชาแตลและเจนีวาหลายอันดับ

หากสังเกตเห็นสัญลักษณ์โลมาบนนาฬิกา Seiko แปลว่าเป็นนาฬิกาดำน้ำ โดยรุ่นแรกเริ่มผลิตตั้งแต่ ค.ศ. 1965 ดำน้ำได้ลึก 150 เมตร จากนั้นพัฒนาจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ทนทานต่อแรงดันน้ำระดับสูงได้มากขึ้น และใส่ไปสำรวจขั้วโลกได้ เกิดนาฬิกาดำน้ำต่อเนื่องอีกหลายรุ่น ทั้งรุ่นเต่าที่ทรงเหมือนกระดองเต่า หรือรุ่นทูน่าที่ดำน้ำได้ลึก 600 เมตร สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาดำน้ำของโลก

หลังจากนั้นก็มีนาฬิการุ่นพิเศษอย่าง Spring Drive Spacewalk สำหรับใส่ในอวกาศด้วย

5. เป็นเจ้าของนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นพิเศษอีกมากมายนับไม่ถ้วน

Seiko มักก้าวนำคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอ ผลิต ‘นาฬิการุ่นแรกของโลก’ และรุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์ออกมาอีกหลายคอลเลกชัน เหมาะสำหรับคนหลายกลุ่ม มีหลายระดับราคาตั้งแต่หลักพัน หมื่น ไปจนถึงแสน

ทั้งรุ่นหรูหราชื่อดังที่มีความเป็นเลิศอย่าง Grand Seiko ตัวเรือนขัดเงางาม ทำจากวัสดุที่พิเศษ ซึ่งปัจจุบันรุ่นนี้แยกออกเป็นแบรนด์อิสระจาก Seiko

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกของโลกที่ปรับความเที่ยงตรงจากสัญญาณวิทยุ

นาฬิกาอีพีดีกับระบบแอคทีฟเมทริกซ์รุ่นแรกของโลกที่มีความละเอียดภาพสูง

รุ่น Credor Spring Drive Minute Repeater ที่ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อพิเศษโดยช่างเหล็กชื่อดังเพื่อความบริสุทธิ์ของเสียงกังวานนาฬิกา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นอกจากนั้นแล้ว Seiko ยังมีเดรสวอชท์ รุ่นพิเศษอื่นๆ อีกหลากหลายสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างพรีซาจ (Presage) ที่ร่วมมือกับร้านค็อกเทลชื่อดังในญี่ปุ่น เพื่อออกแบบหน้าปัดนาฬิกาจากสีค็อกเทลหลากหลากหลายเมนู รวมถึงงานเพนต์ระดับช่างฝีมือชั้นสูงอย่างอินาเมล ตลอดจนการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนของญี่ปุ่นอย่าง Japanese Garden 

และอีกมากมาย หลายรุ่นล้วนมีความพิเศษที่หาเรือนเทียบได้ยาก

6. Seiko ไม่ได้มองตัวเองเป็น Manufacturer แต่เป็น House of Watchmaking ที่ดูแลการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นาฬิกาที่พิเศษย่อมมีการผลิตที่พิเศษ

Seiko ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็น Manufacturer ที่เน้นรับชิ้นส่วนมาเพื่อประกอบและส่งต่อเพื่อผลิตเท่านั้น แต่เป็น House of Watchmaking เน้นความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันเป็นหัวใจสำคัญของการทำนาฬิกา

ตั้งแต่ชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้นภายในตัวเรือน วัสดุที่ใช้ กลไกนาฬิกาที่ละเอียดอ่อน Seiko เป็นผู้ผลิต ประกอบ และตรวจสอบคุณภาพนาฬิกาเองทุกขั้นตอน

โรงงานสตูดิโอที่ญี่ปุ่นต้องใช้ช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็นคนประกอบนาฬิกาเท่านั้น เพราะเชื่อว่าการประกอบชิ้นส่วนด้วยความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน จะทำให้นาฬิกาเรือนนั้นพิเศษมากกว่าใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะต้องผ่านการทดสอบที่ละเอียดยิ่งกว่าปกติ เพื่อการเก็บรายละเอียดที่ไร้ที่ติในทุกๆ จุด

ด้านความงามของนาฬิกา คนญี่ปุ่นใส่ใจในสุนทรียภาพความงามทุกรายละเอียด ตั้งแต่การสะท้อนของแสงและเงา รอยต่อ ชิ้นส่วนขนาดเล็กและทุกเหลี่ยมมุม 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Seiko มีกรรมวิธีพิเศษในการขัดเงานาฬิกาเรียกว่า ‘ซารัตสึ’ (Zaratsu) คือการขัดให้พื้นผิวไร้รอยต่อและตัวเรือนเรียบคม ขัดออกมาเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ สำหรับรุ่นพิเศษอย่าง Grand Seiko ช่างจะขัดทุกส่วนของนาฬิกาแม้กระทั่งชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มองไม่เห็น

เพราะเชื่อในเรื่องความงามจากภายใน แม้มองไม่เห็น แต่ก็ใส่ใจในทุกรายละเอียด

7. ความเชี่ยวชาญในแบบ Master Craftsmen ของช่างทำนาฬิกา

ช่างทำนาฬิกาของ Seiko เรียกได้ว่าเป็นช่างฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะเป็นช่างระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่เป็นคนประกอบ เพื่อการเก็บรายละเอียดอย่างไร้ที่ติ

ผู้ที่อยากเป็นช่างทำนาฬิกาต้องเลือกศาสตร์ที่อยากเรียน เช่น ระหว่างศาสตร์จักรกลหรือควอตซ์ เมื่อเรียนศาสตร์ไหนมา จะผลิตและซ่อมนาฬิกาได้เฉพาะศาสตร์นั้นเท่านั้น คล้ายนักบินที่ขับได้เฉพาะประเภทเครื่องบินที่เรียน 

มีการสอบวัดระดับไล่จากง่ายไปยาก ตั้งแต่ระดับ 4R 6R 8R 8L โดย Seiko จากทั่วโลกต้องส่งช่างไปสอบเหมือนกันหมด เพื่อคงมาตรฐานความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันของแบรนด์

ช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์มาก เรียกว่า Contemporary Master Craftsmen ในญี่ปุ่นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนระดับช่างในตำนาน หรือ Legend เป็นคนเดียวที่ได้รับสมญานามว่า God’s Hand เป็นเพียงคนเดียวในวงการที่ดัดสายใยนาฬิกาแบบพิเศษได้ ปัจจุบันผันตัวเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ช่างทำนาฬิการุ่นต่อไป

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

8. โรงงานของ Seiko ที่ญี่ปุ่นอยู่ในหุบเขา

แล้วช่างฝีมือเหล่านี้ทำงานกันที่ไหน

เนื่องด้วยภาวะสงคราม ทำให้โรงงานดั้งเดิมของ Seiko ต้องปิดตัวไปและได้เปิดใหม่ 2 แห่ง ที่แรกคือ Shizukuishi Watch Studio ที่โมริโอกะ เป็นโรงงานท่ามกลางหุบเขา ผลิตเฉพาะนาฬิกาจักรกลรุ่นหรูหราพิเศษเท่านั้น 

โรงงานที่นี่ใส่ใจในรายละเอียดมาก ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่โต๊ะทำงานทุกตัว ต้องสั่งผลิตโต๊ะตามขนาดตัวของช่างซ่อมนาฬิกาเพื่อให้ถนัดต่อการใช้งานเลยทีเดียว อีกที่หนึ่งคือ Shinshu Watch Studio เน้นผลิตนาฬิกาควอตซ์และ Spring Drive รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้

การเรียกโรงงานว่า Watch Studio ให้ความรู้สึกที่พิเศษ เพราะที่แห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่ผลิตและประกอบเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่ผสานศาสตร์หัตถศิลป์อันละเอียดอ่อนและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้าด้วยกัน 

9. พิพิธภัณฑ์นาฬิกาของ Seiko อยู่ที่ Ginza

เนื่องจากกินซ่าเป็นถิ่นของคุณคินทาโร่ เจ้าของแบรนด์ ตึก Wako ตรงสี่แยกกลายเป็นแลนด์มาร์กของกินซ่าไปโดยปริยาย ปัจจุบันย่านการค้าชื่อดังแห่งนี้จึงเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องเล่าของแบรนด์ Seiko

หลายคนอาจเคยผ่านตาหอนาฬิกาของ Seiko บนตึก Ginza Wako มาบ้าง ตึกนี้มีสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Renaissance ใกล้ๆ กับ Wako ยังมี Seiko Museum / Seiko Dream Square ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติของนาฬิกาทั่วโลกและการกำเนิดของเวลาให้ชมอีกด้วย รวมถึงมี Seiko Prospex Boutique และ Grand Seiko Boutique ที่อยู่ไม่ไกลกันในย่านกินซ่า

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

10. Seiko’s Collector Club กับความชื่นชอบต่อแบรนด์ที่เหนียวแน่น

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความพิเศษของนาฬิกาแต่ละรุ่น ทำให้คอลเลกชันเก่าของ Seiko ยังคงมีวางขายและนำกลับมาทำใหม่เสมอ หลายรุ่นฟังก์ชันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออัปเกรดเครื่อง พัฒนาให้เสถียรขึ้น แม่นยำขึ้น ใช้วัสดุคุณภาพสูงขึ้น ปรับขนาดให้โมเดิร์นเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น ดีไซน์จึงมีความร่วมสมัยแต่ไม่ตกยุค 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

แน่นอนว่ามีกลุ่มแฟนคลับผู้สะสม Seiko ที่ติดตามอย่างเหนียวแน่น บางคนมีนาฬิกาดำน้ำทุกรุ่น บางคนตามหานาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นเก่าแก่ที่โด่งดังเป็น Milestone ของ Seiko มาสะสมไว้ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องราวของแบรนด์หรือดีไซน์ที่โดนใจ แต่เพราะนาฬิกาเหล่านั้นยังมีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานได้ดีด้วยเสมอมา

11. ความแตกต่างจาก Smart Watch คือความคลาสสิกที่ไม่ตกรุ่น

ในยุคดิจิทัล หากถามว่าเสน่ห์ของ Seiko ต่างจากนาฬิกา Smart Watch อย่างไร แบรนด์ตอบว่านาฬิกา Seiko เหมือนทรัพย์สินที่มีมูลค่าในตัวเอง

ในขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนไว ผ่านไปไม่กี่ปีนาฬิกาแบบ Smart Watch ก็ตกรุ่น มีรุ่นใหม่ที่ทันสมัยกว่าเข้ามาแทนที่ แต่สำหรับระบบนาฬิกาแบบ Automatic นั้นมีมานานหลายทศวรรษแล้ว และปัจจุบันก็ยังเป็นระบบการทำงานเช่นเดิมอยู่

ซื้อมาวันนี้ อีก 10 ปี ยังคงใช้ได้ บางเรือนส่งต่อจากพ่อสู่ลูก บางเรือนนำชิ้นส่วนอะไหล่กลับมาประกอบใหม่ให้เดินได้อีกครั้ง เพราะความทรงจำที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาในวันวานกับใครบางคนที่เคยใส่นาฬิกาเรือนนี้

ความหมายของการใส่นาฬิกาจึงเป็นคนละแบบกัน

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

“CURAPROX ต้องการส่งต่อความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากที่มากกว่าฟันขาวและลมหายใจสดชื่น แต่รวมถึงสุขภาพร่างกายด้วย

“เราอยากให้คนไข้รู้สึกแตกต่างเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ ให้รู้สึกว่าการแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก เพราะทั้งง่ายและได้ผลลัพธ์ที่ดี

“เราทำงานหนักเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยที่สุดและดีที่สุดในโลก ครองใจผู้ใช้ใหม่ ๆ กว่าล้านคนทุกปี

“คนไม่ได้เรียกเราว่า ‘ชาวสวิสผู้หมกมุ่นเรื่องฟัน’ โดยไม่มีสาเหตุหรอกนะ”

ส่วนหนึ่งของเรื่องราวบนเว็บไซต์เขียนโดย Ueli Breitschmid เขาก่อตั้งแบรนด์นี้เมื่อครึ่งทศวรรษก่อนในปี 1972 ตั้งต้นจากการจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรมในสวิตเซอร์แลนด์ภายใต้บริษัท Curaden

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

CURAPROX ตั้งเป้าจะเปลี่ยนคนธรรมดา ให้ใส่ใจและดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเองได้ ผ่านเครื่องมือที่ออกแบบให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการใช้งานได้อย่างถูกวิธี ที่สำคัญต้องทำให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก

เราเจอกับ เอก-เอกสิทธิ์ นนทรีย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คูราเดน (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 2 เดือนก่อน เขาเล่าเรื่องแบรนด์ให้ฟังอย่างออกรส จนต้องนัดหมายเพื่อพูดคุยกันต่อในวันนี้

“นาฬิกาเป็นยังไง การทำธุรกิจก็เป็นแบบนั้น” เขานิยามการทำธุรกิจกับคนสวิส “คำไหนคำนั้น เราสบายใจได้เลย”

Ueli เจ้าของแบรนด์เชื่อในธุรกิจนี้มาก แม้แต่ละปีจะมีบริษัทแปรงสีฟันยักษ์ใหญ่มาขอซื้อกิจการมากกว่า 1 ครั้งก็ไม่เคยคิดขาย

เอก ในฐานะ Curaden Thailand ก็มีเป้าหมายใหญ่กว่าแค่ตัวเลขยอดขายสิ้นรอบบัญชี

เป้าหมายที่ใหญ่กว่า คือสังคมที่ดูแลสุขภาพช่องปากเป็นกิจวัตร และทันตแพทย์ให้ความสำคัญที่กระบวนการป้องกันมากกว่ามุ่งแต่จะแก้ไข 

คุณสมบัติที่พวกเขามีเหมือนกันคือความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ เจ้าของที่รักแบรนด์ยิ่งกว่าอะไรจึงไว้ใจให้นักธุรกิจในอีกซีกโลกพาธุรกิจไปยังปลายทางที่วางไว้

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

1. แบรนด์ที่อยากให้คนดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตัวเอง

ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ Ueli ได้ฟังบรรยายของทันตแพทย์ท่านหนึ่ง เขาเล่าถึงการหาแนวทางไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่ต้นเหตุ และดูแลไม่ให้ต้องเจ็บป่วยอีก โดยเชื่อเรื่องการป้องกันมากกว่าซ่อมแซม ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอฟันได้รับการปลูกฝังต่อ ๆ กันมา

หมอท่านนี้สอนเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเอง แต่เป็นการดูแลในมาตรฐานของหมอฟัน ไม่ใช่คนทั่วไป

“การพยายามเปลี่ยนคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้และไม่ได้สนใจเรื่องสุขภาพช่องปาก มาดูแลฟันได้เหมือนที่หมอทำมันไม่ง่ายนะ เวลาเราทำความสะอาดฟัน เราก็คิดว่าที่ทำนั้นสะอาดแล้ว ซึ่งสะอาดของเรากับหมอไม่เหมือนกัน” 

เอกเล่าต่อว่า Ueli ได้แรงบันดาลใจครั้งใหญ่จากหมอท่านนี้ ความเชื่อที่ว่าถ้าทุกคนดูแลช่องปากได้ ก็ไม่ต้องเป็นโรคอีกต่อไป คือจุดเริ่มต้นและจุดยืนเดียวของธุรกิจนี้ในอีก 50 ปีต่อมา

2. สุขภาพที่ดีที่ไม่ใช่แค่ในช่องปาก และการป้องกัน (Prevention) ดีกว่าการซ่อมแซม (Restoration)

ชื่อของ CURAPROX มาจาก 2 คำ

Cura แปลว่า การรักษา

Proximal หมายถึงช่องว่างระหว่างฟัน 

สโลแกนของแบรนด์คือ Better Health for You สุขภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพในช่องปาก แต่หมายถึงสุขภาพโดยรวม เพราะหลาย ๆ ครั้งโรคทางกายก็เชื่อมโยงกับโรคในปาก 

“รู้ไหมว่า หมอฟันพยายามแก้ปัญหาช่องปากมาตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย มีการค้นพบฟันปลอมที่ทำจากฟันคนหรือสัตว์ และการสอนแปรงฟันก็มีมาตั้งนานแล้ว มีหลากหลายเทคนิค อย่างเทคนิคหนึ่งเรียกว่า Bass Technique คิดค้นโดย Dr.Charles Bass”

ที่น่าสนใจคือ หมอแบสคนนี้ไม่ใช่หมอฟัน แต่เป็นแพทย์ผู้พัฒนาวิธีการแปรงฟันจนเป็นที่ยอมรับในหมู่ทันตแพทย์ ย้ำเตือนว่าในแวดวงทันตกรรมยังให้ความสำคัญกับการซ่อมแซม (Restoration) มากกว่าการป้องกัน (Prevention) อยู่จริง

Curaden จึงตั้งใจให้แปรงสีฟัน CURAPROX เป็นเครื่องมือป้องกันโรคทางช่องปาก และคนธรรมดาต้องทำเองได้

3. ดีไซน์ที่อนุญาตให้คนลองผิดได้โดยไม่เจ็บตัว

ปัญหาของการทำความสะอาดฟันมี 2 ข้อ หนึ่ง คนไม่รู้วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง สอง ต่อให้รู้วิธีที่ถูกต้อง มาตรฐานของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน 

“เราอาจจะคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว แต่อย่างที่บอก ดีของเราอาจยังไม่ดีพอตามหลักของแพทย์”

ทีมโปรดักต์ดีไซน์ของแบรนด์ทำงานหนักบนโจทย์ใหญ่ พวกเขาต้องออกแบบแปรงสีฟันที่ช่วยให้มนุษย์ธรรมดาแปรงฟันได้สะอาดที่สุด

“ผมชอบเทียบแปรงของเรากับไอโฟน ตอนออกมายุคแรก ๆ แม่ผมถามตลอดว่ามันกดยังไง ก่อนหน้านี้ถ้าเป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมาพร้อมคู่มือการใช้ แต่ไอโฟนไม่เคยมีคู่มือตั้งแต่วันแรก เขาดีไซน์ออกมาให้ User เรียนรู้วิธีใช้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมนุษย์ชอบลองผิดลองถูกอยู่แล้ว เอามนุษย์มาขังในห้อง เดี๋ยวก็หาวิธีเปิดประตูได้”

คำตอบของทีมดีไซเนอร์คือการออกแบบโปรดักต์ที่ให้คนลองผิดได้โดยไม่เกิดอันตราย ขณะเดียวกันก็ต้องเอื้อให้คนทำถูกได้ง่าย เหมือนที่เอกย้ำ “ถูกง่าย ผิดยาก แต่ถ้าผิดต้องไม่เป็นไร”

4. แปรงสีฟันที่ทำให้มีพฤติกรรมเดิม แต่ได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป

ปัญหาสุขภาพช่องปากส่วนใหญ่มาจากแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิ่งสำคัญในการทำความสะอาดช่องปากคือ ตำแหน่ง น้ำหนัก และการแปรงให้ครบทุกซี่และทุกซอก

“ถ้าตำแหน่งถูก แต่น้ำหนักผิดหรือแปรงไม่ครบ ก็ทำให้เกิดปัญหาได้”

แปรงสีฟันในท้องตลาดมีขนแปรงอยู่ที่ 800 – 1,000 เส้น และจำนวนขนแปรงไม่ใช่จุดขายในประเทศไทย ณ วันนั้น

“หมอฟันมักแนะนำว่า การแปรงฟันให้สะอาดที่สุดต้องใช้เวลานาน 2 นาที ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนทั่วไปไม่เคยใช้เวลาเป็นตัววัดความสะอาด แต่ใช้ความรู้สึก การออกแบบผลิตภัณฑ์จึงต้องปรับไปตามพฤติกรรมการใช้งานจริง การแปรงฟันจาก 2 นาทีตามคำแนะนำหมอ เราอาจแปรงแค่ 30 – 45 วินาที เลยต้องคิดต่อว่าจะทำยังไงให้การกวาดแปรงทำความสะอาดฟันทีเดียวมีประสิทธิภาพเท่ากับกวาด 5 ที 

“จึงเป็นที่มาว่า ทำไมแปรงรุ่นแรกของเราต้องมีขนแปรงมากกว่า 5,000 เส้น”

5. 5460 แปรงรุ่นแรกที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ทันตแพทย์ รูปลักษณ์สวยเซ็กซี่เอาใจผู้ใช้ และไม่เคยเปลี่ยนดีไซน์เลยตลอด 50 ปี

“การจะทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมได้มันต้องง่ายและไม่น่าเบื่อ ต้องทำให้สนุก ให้คูลให้ได้”

โจทย์ของหมอฟันคือ แปรงสีฟันที่ไม่เป็นอันตรายต่อทั้งเหงือกทั้งฟัน และทำความสะอาดได้ดี 

เมื่อออกแบบตามความต้องการทันตแพทย์ โปรโตไทป์แรก ๆ ของ CURAPROX จึงไม่สนุกเซ็กซี่เหมือนอย่างวันนี้ที่เราเห็น 

ทีมดีไซเนอร์กลับไปรวมหัวกันใหม่จนเกิดรุ่น 5460 แปรงสีฟันรุ่นแรกที่ไม่เคยเปลี่ยนดีไซน์เลยตลอด 50 ปี ด้วยหัวแปรงที่โน้มมาข้างหน้าเพื่อให้แปรงฟันด้านในได้สะดวก ขนแปรงตัดตรง ด้ามแปรง 8 เหลี่ยมจับเหมือนปากกา หากหมุนตามมุมจะทำให้หัวแปรงหัน 45 องศา ตรงตามหลักการแปรงฟันที่ถูกต้อง พอดีกับการแปรงคราบแบคทีเรียสะสมบนขอบเหงือกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดออก เพราะขนแปรงนุ่มเฉพาะตัว

“กระบวนการออกแบบหัวและขนแปรงก็ท้าทายมาก” เขาเล่า “การที่เราจะใส่ขนแปรงกว่า 5,000 เส้น ถ้าหัวแปรงไม่ใหญ่ ขนแปรงก็ต้องเล็ก ซึ่งก็มีปัญหาตามมาอีก ถ้าเล็กมากเวลาเปียกน้ำจะย้วย เหมือนผู้หญิงผมเส้นเล็ก ซึ่งไม่มีวัสดุในท้องตลาดที่ตอบโจทย์นี้ บริษัทเลยต้องเริ่มจากศูนย์ พัฒนาวัตถุดิบใหม่ เกิดขนแปรงชนิดใหม่ที่แข็งเท่าเดิมถึงแม้เปียกน้ำ แต่นุ่มระดับที่สามารถแปรงบนขอบเหงือกได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของเราเท่านั้น”

ส่วนสีสันสดใสมาภายหลัง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่อยากให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

6. ผลลัพธ์ที่แตกต่างไม่ได้สร้างแค่ยอดขาย แต่เกิดประสบการณ์เฉพาะตัว

CURAPROX Experience คือประสบการณ์ของผู้ใช้แปรงสีฟันแบรนด์นี้ เมื่อผลลัพธ์ที่ได้แตกต่าง คนก็ไม่อยากให้ปากสกปรก

“จริง ๆ แล้ว ปากที่สะอาดที่สุดคือตอนที่เพิ่งขูดหินปูนเสร็จใหม่ ๆ แต่นั่นคือหมอทำ ส่วนการแปรงฟันคือความสะอาดที่เราทำได้เอง มันคือความภูมิใจ

“พอแปรงฟันได้สะอาดขนาดนั้น ผมไม่กล้าดื่มกาแฟเลยนะ กลัวเปื้อน ความรู้สึกแบบนี้ทำให้คนแสวงหาผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดขั้นกว่า”

จากแปรงสีฟันรุ่น 5460 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์เฉพาะทางตามลักษณะของช่องปาก เช่น แปรงของคนจัดฟัน หรือแปรงกระจุกที่ใช้ทำความสะอาดฟันในตำแหน่งเฉพาะ ไปจนถึงแปรงรุ่น Velvet ที่มีขนแปรงถึง 12,000 เส้น

7. เพิ่มความสนุกด้วยแปรงสีฟันรุ่นลิมิเต็ด และรุ่นตอบโจทย์การใช้งานแบบเฉพาะที่ออกแบบเพื่อคนใช้งานจริง ๆ

แม้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากจะเป็นสินค้าแบบ Disposible คือใช้จนสิ้นอายุก็ต้องทิ้ง แต่แบรนด์นี้ก็ยังมีรุ่น Limited Edition ให้คนซื้อตื่นเต้นสนุกสนานอยู่เรื่อยมา อย่างครั้งที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก แบรนด์ก็ออกรุ่นพิเศษเป็นขนแปรงลายธงชาติบราซิลขายเอาใจคนในประเทศและแฟนกีฬาเสียเลย

หรืออีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เอกชอบมาก ๆ คือ Travel Set ประกอบไปด้วยแปรง 5460 ขนาดจริง แปรงซอกฟัน และยาสีฟัน บรรจุในกล่องขนาดพกพาที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน

“ผู้ใช้คือคนที่อยากทำความสะอาดช่องปากนอกสถานที่ แบบ Anytime, Anywhere อันดับแรกเลยต้องพกง่าย ขนาดกล่องต้องใส่กระเป๋าเสื้อได้ แล้วเขาก็ใส่กิมมิกให้เหมือนกระเป๋าเดินทาง

“เขาดีไซน์ให้ด้ามแปรงสีฟันรุ่น 5460 แบ่งเป็น 2 ท่อน พอเสียบต่อกันปุ๊บ กลายเป็นไซส์จริง ข้อต่อก็แข็งแรงมาก ไม่หัก ไม่งอ ไม่โครง พอกล่องเล็ก ทุกอย่างต้องใส่พอดี แต่เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำว่าอะไรวางยังไง เขาก็ออกแบบให้บนกล่องมีบอกตำแหน่งการวางทุกอย่าง แปรงวางแบบนี้ แปรงซอกวางแบบนี้”

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

ทีมออกแบบคิดเผื่อผู้ใช้งาน แม้กระทั่งป้ายบ่งบอกรสชาติยาสีฟันนอกกล่อง เพราะ CURAPROX มียาสีฟันหลากหลาย ซึ่งก็เกิดมาจากโจทย์ความต้องการของคนเช่นเดียวกัน

“ยาสีฟัน Be You ก็มีคอนเซ็ปต์ที่สนุกมาก มันเริ่มจากคำถามว่า เราขายแปรงสีฟันเก่งมาก แต่ทำไมคนที่ใช้แปรงเรา ไม่เห็นซื้อยาสีฟันของเราเลย”

เช่นเดียวกัน ยาสีฟัน CURAPROX รุ่นแรกดูยังไงก็เหมือนยาที่หมอจ่าย จนได้พัฒนาเป็นรุ่น Be You ให้ผู้ใช้เป็นตัวของตัวเองได้ ไอเดียเหมือนน้ำหอมที่แสดงตัวตนและบุคลิกผ่านกลิ่น ทำหน้าที่เป็นน้ำหอมของปาก มาพร้อมกลิ่นที่สนุกไม่แพ้สี เช่น Pure Happiness กลิ่น Peach & Apricot หรือ Challenger กลิ่น Gin & Tonic เป็นต้น

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

8. Curaden Thailand เกิดขึ้นในปี 2017 โดยกลุ่มคนที่เข้าใจวงการทันตกรรม

Curaden มีอยู่ 70 ประเทศทั่วโลกในรูปแบบตัวแทนจำหน่าย ส่วนประเทศที่มีศักยภาพในการทำตลาด บริษัทแม่จะเข้ามาลงทุนร่วม

ด้วยความที่เป็นแฟนพันธุ์แท้แปรงสีฟันยี่ห้อนี้อยู่แล้ว ทั้งยังมีเครือข่ายกับทันตแพทย์และคลินิกทั่วประเทศ เอกตัดสินใจติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ

ในอีเมลเล่าถึงศักยภาพของตลาดประเทศไทย พร้อมความเชื่อว่าคนไทยจะรักแบรนด์นี้ และแม้จะไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม Oral Care มาก่อน เขากลับมั่นใจว่าจะพาแบรนด์ไปสู่เป้าหมายได้ด้วย 2 เหตุผล

หนึ่ง เขามีความเข้าใจในตลาดทันตกรรม เพราะเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้เจ้าของคลินิกทำฟันมานับสิบปี หนึ่งในนั้นคือคลินิก Protech Dents ที่เราเคยไปเยี่ยมเยียน

และสอง ซึ่งนับว่าสำคัญที่สุด คือเขาเป็นผู้ใช้งานจริง และเคยผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่า CURAPROX Experience มาแล้ว

จาก Exclusive Distributor ประจำประเทศ ก็พิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เขาสามารถพาแบรนด์เติบโตในทุกด้าน ตั้งแต่การรับรู้ ยอดขาย ไปจนถึงการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพช่องปาก ซึ่งรวมถึงผู้ใช้งาน ทันตแพทย์ หรือร้านค้าพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ จนแบรนด์แม่เลือกที่จะเข้ามาลงทุนร่วมในไทยอย่างจริงจังในปี 2019 โดยมีข้อแม้ว่า Curaden Thailand จะต้องดำเนินการโดยเอกและทีมงานเดิมทั้งหมด

9. นักขายทุกคนต้องผ่านการทดสอบเรื่องสุขภาพช่องปาก

หนึ่งตำแหน่งที่สำคัญมากที่สุดของธุรกิจในแวดวงทันตกรรมคือ นักการขาย หรือที่ Curaden Thailand เรียกว่า Partner Development Executive

ทุกคนต้องผ่านการอบรมและทดสอบ จะผ่านโปรเบชันต้องได้คะแนน 80 จาก 100 ทั้งระดับ Non-dentist Level 1 และ Level 2 ข้อสอบก็ไม่ใช่การท่องจำคุณสมบัติหรือจำนวนขนแปรงสีฟันอย่างที่หลายคนคิด แต่ต้องเรียนรู้เรื่องสุขภาพช่องปากตั้งแต่ต้นตอ ลึกไปถึงการทำงานของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

เอกบอกว่า มีหลายคนไม่ผ่านโปรเบชัน

“เขาก็สงสัยว่าทำไมแบรนด์แปรงสีฟันต้องเข้มงวดกับการสอบขนาดนี้ ถ้าไม่เข้มงวด ทุกคนจะเป็นแค่เซลส์ขายแปรงสีฟัน เพราะเรามองแปรงสีฟันเป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนรู้ที่จะแปลงร่างลูกค้าให้เป็นคนใหม่ เป็นคนที่ดูแลสุขภาพช่องปากตัวเองอย่างถูกต้อง

“ผมเลือกที่จะไม่รับคนที่มาจาก Supplier เครื่องมือทันตกรรม แม้รู้ดีว่าเขาจะพาคอนเนกชันหมอกับคลินิกเข้ามาอีกมากมาย สิ่งนั้นสร้างได้ แต่การจะสอนให้เขาเปลี่ยนจากบทบาทเซลส์มาเป็น Educator หรือ Business Consultant ได้นั้นยากกว่าเยอะ”

พนักงานในตำแหน่งนี้ถ้าไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์ด้าน Business Development ก็ต้องเคยทำ Marketing มาก่อน

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

10. ทำธุรกิจแบบมียอดขายเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่ต้นเหตุ

อ่านมาถึงข้อนี้ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วธุรกิจนี้สนใจเรื่องยอดขายหรือเปล่า 

“สนสิ” เอกตอบทันที “แต่สนในฐานะผลลัพธ์ เราไม่ได้เอายอดขายมาตั้งต้น”

เขาเปรียบเทียบกับการสร้างภาพยนตร์ที่ได้รางวัลออสการ์ รางวัลมาทีหลัง มาจากผลลัพธ์ของผลงานที่ดี คนที่มาร่วมงานกับเขาจึงต้องสนุกกับการเรียนรู้ เรียนรู้ว่าจะทำให้ลูกค้า ทันตแพทย์ และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ได้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง 

11. จัดกิจกรรมให้ทันตแพทย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของแบรนด์

เป้าหมายของ Curaden คือการทำงานร่วมกับทันตแพทย์ เพื่อให้คนไทยดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองได้ด้วยตัวเองจริง ๆ

แบรนด์ต้องการสนับสนุนทันตแพทย์ภาคเอกชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 2 โครงการที่ทำมาตลอดหลายปีอย่าง กลุ่ม Prevé และ Business Development Conference

โครงการแรกจัดทำขึ้นเพื่อหมอฟันที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ให้ความสำคัญในการสอนคนไข้ดูแลช่องปาก เน้นป้องกันมากกว่าซ่อมแซม แต่จะทำให้หมอฟันสนใจได้ ก็ต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ต่อเนื่องมายังโครงการที่สอง คอร์สอบรมเรื่องการทำธุรกิจทันตกรรมโดยเอกและวิทยากรรับเชิญจากหลายสาขา ทั้งอาจารย์ภาควิชาการตลาด สอนกลยุทธ์พัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่ราคา รวมถึงแนวคิดการทำธุรกิจคิดดีแบบ อาจารย์เกด-ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ หรือ เกตุวดี Marumura ที่ผู้อ่าน The Cloud รู้จักเป็นอย่างดี

“เราไม่คิดค่าใช้จ่าย ไม่โฆษณาแบรนด์ ไม่ขายของ และหมอเจ้าของคลินิกที่มาร่วมงาน ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของเรา ที่ทำตรงนี้เพราะรู้ดีว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์ ที่จรรยาบรรณเป็นเรื่องสำคัญ 

“เราอยากเห็นคนไข้ขอบคุณหมอ มากกว่าพูดถึงหมอฟันในแง่ลบ ผมว่าบุคคลากรทางการแพทย์ทุกคนสมควรได้รับคำขอบคุณนี้

“เราอยากให้หมอกลับไปพัฒนาคลินิกของตัวเอง เพราะสุดท้ายวงการก็จะพัฒนาต่อไปด้วย”

12. ตั้งใจเป็นมากกว่า Supplier

อุตสาหกรรมทันตกรรมประกอบไปด้วย 3 ผู้เล่นหลัก ๆ

Supplier ผู้จำหน่ายเครื่องมือให้ทันตแพทย์นำไปรักษาคนไข้

ทันตแพทย์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการ

และคนไข้ที่มาใช้บริการรักษา

ถ้าใครเคยดูหนังหรือมีความเข้าใจวงการนี้อยู่บ้าง คงพอเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างเซลส์ผู้ขายกับแพทย์ผู้ซื้อ ความสัมพันธ์ที่มีลำดับขั้นและเต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อให้ยอดขายทะลุเป้า

แต่ภาพในหัวของ CURAPROX ไม่ใช่แบบนั้น

เอกและทีมอยากเป็นมากกว่า Supplier ที่คอยหาสินค้ามาให้เมื่อต้องการ แต่เป็นที่ปรึกษาที่หมอดีใจทุกครั้งที่เข้าไปหา และพร้อมเล่าปัญหาให้ฟังเพื่อช่วยหาวิธีแก้ให้

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

13. ขายของอย่างตรงไปตรงมา อะไรดีบอกดี ถ้ามีที่ดีกว่าก็ยินดีแนะนำ

“ผมไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อการอยู่รอด แต่ทำเพราะอยากแก้ปัญหาทางสังคม เครือข่ายทันตแพทย์เจ้าของคลินิกเอกชน ปัญหาสุขภาพช่องปากของคนไทย ไปจนถึงปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาที่เป็นภาระของภาครัฐ ซึ่งมีแต่จะมากขึ้นทุกวัน” เอกพูดเสียงหนักแน่น

สำหรับเขา การทำธุรกิจมีหลายวิธี มีทั้งแบบกีฬาเทนนิส คือการทำทุกทางให้อีกฝ่ายลำบากที่สุด ตัวเองถึงชนะ หรือแบบกอล์ฟ ที่กดดันอีกฝั่งด้วยจิตวิทยา

CURAPROX ทำธุรกิจเหมือน The Voice รอบชิงชนะเลิศ

“ให้มวลชนโหวต ไม่ใช้กรรมการตัดสิน คู่แข่งอยากทำอะไร ทำเลย เราไปแย่งไมค์จากมือเขาไม่ได้ แต่เราจะชนะก็ต่อเมื่อเราร้องเพลงถูกใจมวลชนมากกว่า เท่านั้นเอง”

สิ่งนี้สะท้อนผ่านวิธีการทำงานของ CURAPROX ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาทันตแพทย์ต้องการโซลูชันที่แบรนด์อาจไม่มีคำตอบให้

“หมอฟันอยากได้ไหมขัดฟัน เรารู้ว่ายี่ห้อไหนดี เราก็แนะนำไปหรือผมรู้ว่าหมอตุ๊กตา-ทพญ.ปวีณา คุณนาเมือง ทำยาสีฟันเด็ก ของเราก็มีนะ แต่ของหมอตุ๊กตาก็ตอบโจทย์และมีคุณภาพ  ผมก็แนะนำต่อให้ร้านค้าที่เป็นพาร์ตเนอร์เรา”

เพราะไม่ได้ทำธุรกิจแบบ ‘เธอตาย แล้วฉันถึงรอด’ ต่างคนเลยต่างเติบโตไปด้วยกัน

14. จะตกลงขายก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อคนซื้อ 

ในอุตสาหกรรมทันตกรรมพูดถึง CURAPROX ว่าเป็นแบรนด์ที่เลือกคลินิก เอกอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าหมอมองสินค้าเป็นแค่แปรงสีฟันไว้ขายคนไข้ แต่ไม่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ก็จะไม่ยอมขายให้เด็ดขาด

วิธีการขายของแบรนด์ก็น่าสนใจมาก เขาไม่ขายขาด แต่ใช้วิธีฝากขาย ขายได้ 1 ด้าม วางบิลแค่ 1 ด้าม ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือใช้วิธีจำกัดจำนวน เพื่อไม่ต้องการให้เป็นภาระกับคลินิก

“เราอยากช่วยหมอ สมัยก่อนวิธีขายของ ถ้าซื้อเยอะจะมีส่วนลด มีของแถม แต่เราไม่อยากผลักภาระให้เขา ไม่อยากบีบให้ซื้อเยอะเพื่อเอาส่วนลด ทั้ง ๆ ที่ของขายไม่ได้ เมื่อเขาขายของเราไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์กับเขา ต่อให้ขายขาด เขาก็ซื้อเราแค่ครั้งเดียว เราเลยไม่ได้ขายทุกคลินิก ต้องมั่นใจก่อนว่ามันจะมีค่ากับเขา เราถึงขายให้”

15. แบรนด์แปรงสีฟันที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการทันตกรรมและสังคมไทย

ตั้งแต่ปี 2017 CURAPROX เข้ามาเปลี่ยนแวดวงทันตกรรมในหลายด้าน 

ด้านโปรดักต์ เราเริ่มเห็นแปรงสีฟันสี ๆ เห็นคนพูดถึงความสำคัญของความนุ่ม การจับแปรงแบบปากกา เริ่มเห็นแบรนด์อื่นในท้องตลาดใช้จุดขายคล้าย ๆ กัน

ด้านความสัมพันธ์กับทันตแพทย์ แบรนด์เปลี่ยนภาพจำจาก Supplier ที่เน้นขายเยอะ เป็นที่ปรึกษาที่อยากเติบโตไปด้วยกัน

ด้านทันตกรรม มีหมอฟันจากทั่วประเทศที่มุ่งมั่นทำเรื่องการป้องกัน (Prevention) เพิ่มขึ้นทุกวัน 

ด้านผู้ใช้ เกิดคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพช่องปาก ที่สนุกกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธีจนเป็นนิสัย

เอกนึกไปถึงวันที่ Ueli เดินทางมาพบที่เมืองไทย ภาพที่เขาเดินยิ้มลงจากรถตู้ยังชัดเจน

“วันนั้น ผมยังนึกกับตัวเองอยู่เลยว่าเขาจะรู้สึกยังไงนะ ถ้าวันหนึ่งผมเดินทางไปประเทศเล็ก ๆ แล้วมีหมอฟันในประเทศนั้นเดินมาจับมือผมแล้วบอกว่า เขา Appreciate กับสิ่งที่เราทำมาก ๆ 

“เป็นผม ก็คงเดินลงจากรถตู้ยิ้มกว้างเหมือน Ueli วันนั้นแหละ”

15 เรื่อง CURAPROX แบรนด์แปรงสีฟัน Made in Switzerland ที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก แต่ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load