Seiko เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า นาที ความดีเยี่ยม และความสำเร็จ

และ Seiko ยังเป็นชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกา จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ ทั้งเป็นแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis ผลิตนาฬิกาดำน้ำเรือนไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก และอีกมากมาย

แบรนด์ที่เบื้องหลังการผลิตไม่ได้เป็นแค่โรงงานนาฬิกา แต่เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยตัวเอง และมีช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของนาฬิกาดั่งเป็นงานฝีมือ

แม้มีบันทึกความสำเร็จในประวัติศาสตร์ไว้มากมาย แต่ Seiko ยังยึดคติ Keep Going Forward อยู่เสมอ ดั่งเข็มนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดเดิน ในโอกาสที่ Seiko ฉลองครบ 140 ปีที่ญี่ปุ่นและครบ 30 ปีในไทยใน ค.ศ. 2021 นี้ The Cloud ชวนมาทำความรู้จักและไขข้อสงสัย ว่าทำไม Seiko ถึงเป็น Timeless Brand ที่ใครก็อยากสวมใส่ติดข้อมือตลอดมา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

1. Seiko เกิดจากช่างซ่อมนาฬิกาผู้เริ่มต้นจากผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาแบบพกพา

เรื่องราวของ Seiko ไม่ได้เริ่มที่นาฬิกาข้อมือ

ค.ศ. 1881 ณ ย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ช่างซ่อมนาฬิกาชาวญี่ปุ่นนาม คินทาโร่ ฮัตโตริ (Kintaro Hattori) เปิดร้านซ่อมนาฬิกาแขวนผนังและนาฬิกาแบบพกพา (Pocket Watch) 

สมัยก่อนนาฬิกามีราคาแพงเพราะมีกลไกซับซ้อน คินทาโร่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วและมีสติอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่

11 ปีต่อมาหลังเปิดร้านซ่อมนาฬิกา เขาจึงเปิดโรงงาน Seikosha เพื่อผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาพกอย่างจริงจัง

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

2. คิดค้นนาฬิกาข้อมือและเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกได้ ด้วยการคิดถึงความต้องการของผู้ใช้ 

จากนาฬิกาพกที่ชาวญี่ปุ่นยุคก่อนสงครามนิยมพกใส่สูทออกนอกบ้าน คินทาโร่นำมาย่อชิ้นส่วนให้เล็กลงเพื่อให้สะดวกต่อการสวมนอกบ้าน และเชื่อมใส่สายกลายเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่น ตั้งชื่อว่า Laurel สมัยที่บนหน้าปัดยังไม่ใช้คำว่า Seiko ด้วยซ้ำ

จนถึง ค.ศ. 1924 จึงเริ่มใช้ชื่อแบรนด์ว่า Seiko และกลายเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ใช้งานได้ดีในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ จนทำให้แบรนด์นาฬิกายุโรปที่มีราคาสูงในเวลานั้นต้องล้มหายตายจากไปเกือบหมดในญี่ปุ่น

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

ต่อมา ค.ศ. 1945 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นโดนระเบิดทำให้การผลิตและขนส่งนาฬิกาในโรงงานได้รับผลกระทบ Seiko ปรับตัวโดยผลิตนาฬิการุ่น Military Watch สำหรับทหาร ซึ่งปูทางให้นาฬิกา Seiko โดดเด่นด้านฟังก์ชันและความทนทานในเวลาต่อมา

3. หลักวินาทีของ Seiko ที่ปฏิวัติวงการนาฬิกาในยุค Quartz Crisis

ในวงการนาฬิกา หลักวินาทีมีความสำคัญมาก ความแม่นยำของเข็มนาฬิกาที่ละเอียดขึ้นในหลักวินาที เปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละวันของผู้คนให้เที่ยงตรงขึ้น และพลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาไปอย่างสิ้นเชิง

การคิดค้นนาฬิกาควอตซ์ของ Seiko ใน ค.ศ. 1969 ซึ่งคลาดเคลื่อนเพียงไม่เกิน 5 วินาทีต่อเดือน ทำให้แบรนด์นาฬิกากว่าครึ่งต้องปิดตัวลงจนต้องเรียกยุคนั้นว่า Quartz Crisis

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

เมื่อสินค้าแบรนด์หนึ่งใช้งานได้ดี มีคุณภาพกว่าแบรนด์อื่นเป็นร้อยเท่า ทำให้แบรนด์นั้นกลายเป็นผู้นำในวงการนั้นไปโดยปริยาย ดังเช่น Seiko ที่ยังคงเป็นผู้นำนาฬิกาควอตซ์มาจนถึงทุกวันนี้ 

ในเวลาต่อมา Seiko ได้คิดค้นและพัฒนากลไกที่เรียกว่า Spring Drive ต่อจากระบบควอตซ์ซึ่งสามารถเดินได้อย่างลื่นไหลและเงียบสนิท คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีต่อวัน เป็นระบบที่ทำให้นาฬิกาเดินได้ในระยะเวลามาตรฐานที่ 72 ชั่วโมง เพราะคำนวณแล้วว่าเมื่อถอดนาฬิกาออกวันศุกร์หลังเลิกงาน เช้าวันจันทร์ก็หยิบมาใส่แล้วนาฬิกาพร้อมเดินต่อได้ทันที เข็มนาฬิกาถูกออกแบบมาให้เดินตามจังหวะชีวิตของผู้สวมใส่

4. แม่นยำเท่าดาวเทียม ทนทานได้ใต้แรงดันน้ำและอวกาศ

จากใต้ท้องทะเลถึงหอดูดาว บินออกไปไกลถึงชั้นบรรยากาศโลก คุณภาพของ Seiko เป็นที่พิสูจน์ได้ผ่านธรรมชาติเหล่านี้เป็นเวลากว่าศตวรรษ

นาฬิกา Seiko มีความแม่นยำถึงขั้นเดินตรงเท่าดาวเทียม มีประวัติครองตำแหน่งในการแข่งขันความเที่ยงตรงของนาฬิกาที่หอดูดาวเนอชาแตลและเจนีวาหลายอันดับ

หากสังเกตเห็นสัญลักษณ์โลมาบนนาฬิกา Seiko แปลว่าเป็นนาฬิกาดำน้ำ โดยรุ่นแรกเริ่มผลิตตั้งแต่ ค.ศ. 1965 ดำน้ำได้ลึก 150 เมตร จากนั้นพัฒนาจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ทนทานต่อแรงดันน้ำระดับสูงได้มากขึ้น และใส่ไปสำรวจขั้วโลกได้ เกิดนาฬิกาดำน้ำต่อเนื่องอีกหลายรุ่น ทั้งรุ่นเต่าที่ทรงเหมือนกระดองเต่า หรือรุ่นทูน่าที่ดำน้ำได้ลึก 600 เมตร สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาดำน้ำของโลก

หลังจากนั้นก็มีนาฬิการุ่นพิเศษอย่าง Spring Drive Spacewalk สำหรับใส่ในอวกาศด้วย

5. เป็นเจ้าของนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นพิเศษอีกมากมายนับไม่ถ้วน

Seiko มักก้าวนำคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอ ผลิต ‘นาฬิการุ่นแรกของโลก’ และรุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์ออกมาอีกหลายคอลเลกชัน เหมาะสำหรับคนหลายกลุ่ม มีหลายระดับราคาตั้งแต่หลักพัน หมื่น ไปจนถึงแสน

ทั้งรุ่นหรูหราชื่อดังที่มีความเป็นเลิศอย่าง Grand Seiko ตัวเรือนขัดเงางาม ทำจากวัสดุที่พิเศษ ซึ่งปัจจุบันรุ่นนี้แยกออกเป็นแบรนด์อิสระจาก Seiko

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกของโลกที่ปรับความเที่ยงตรงจากสัญญาณวิทยุ

นาฬิกาอีพีดีกับระบบแอคทีฟเมทริกซ์รุ่นแรกของโลกที่มีความละเอียดภาพสูง

รุ่น Credor Spring Drive Minute Repeater ที่ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อพิเศษโดยช่างเหล็กชื่อดังเพื่อความบริสุทธิ์ของเสียงกังวานนาฬิกา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นอกจากนั้นแล้ว Seiko ยังมีเดรสวอชท์ รุ่นพิเศษอื่นๆ อีกหลากหลายสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างพรีซาจ (Presage) ที่ร่วมมือกับร้านค็อกเทลชื่อดังในญี่ปุ่น เพื่อออกแบบหน้าปัดนาฬิกาจากสีค็อกเทลหลากหลากหลายเมนู รวมถึงงานเพนต์ระดับช่างฝีมือชั้นสูงอย่างอินาเมล ตลอดจนการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนของญี่ปุ่นอย่าง Japanese Garden 

และอีกมากมาย หลายรุ่นล้วนมีความพิเศษที่หาเรือนเทียบได้ยาก

6. Seiko ไม่ได้มองตัวเองเป็น Manufacturer แต่เป็น House of Watchmaking ที่ดูแลการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นาฬิกาที่พิเศษย่อมมีการผลิตที่พิเศษ

Seiko ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็น Manufacturer ที่เน้นรับชิ้นส่วนมาเพื่อประกอบและส่งต่อเพื่อผลิตเท่านั้น แต่เป็น House of Watchmaking เน้นความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันเป็นหัวใจสำคัญของการทำนาฬิกา

ตั้งแต่ชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้นภายในตัวเรือน วัสดุที่ใช้ กลไกนาฬิกาที่ละเอียดอ่อน Seiko เป็นผู้ผลิต ประกอบ และตรวจสอบคุณภาพนาฬิกาเองทุกขั้นตอน

โรงงานสตูดิโอที่ญี่ปุ่นต้องใช้ช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็นคนประกอบนาฬิกาเท่านั้น เพราะเชื่อว่าการประกอบชิ้นส่วนด้วยความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน จะทำให้นาฬิกาเรือนนั้นพิเศษมากกว่าใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะต้องผ่านการทดสอบที่ละเอียดยิ่งกว่าปกติ เพื่อการเก็บรายละเอียดที่ไร้ที่ติในทุกๆ จุด

ด้านความงามของนาฬิกา คนญี่ปุ่นใส่ใจในสุนทรียภาพความงามทุกรายละเอียด ตั้งแต่การสะท้อนของแสงและเงา รอยต่อ ชิ้นส่วนขนาดเล็กและทุกเหลี่ยมมุม 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Seiko มีกรรมวิธีพิเศษในการขัดเงานาฬิกาเรียกว่า ‘ซารัตสึ’ (Zaratsu) คือการขัดให้พื้นผิวไร้รอยต่อและตัวเรือนเรียบคม ขัดออกมาเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ สำหรับรุ่นพิเศษอย่าง Grand Seiko ช่างจะขัดทุกส่วนของนาฬิกาแม้กระทั่งชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มองไม่เห็น

เพราะเชื่อในเรื่องความงามจากภายใน แม้มองไม่เห็น แต่ก็ใส่ใจในทุกรายละเอียด

7. ความเชี่ยวชาญในแบบ Master Craftsmen ของช่างทำนาฬิกา

ช่างทำนาฬิกาของ Seiko เรียกได้ว่าเป็นช่างฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะเป็นช่างระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่เป็นคนประกอบ เพื่อการเก็บรายละเอียดอย่างไร้ที่ติ

ผู้ที่อยากเป็นช่างทำนาฬิกาต้องเลือกศาสตร์ที่อยากเรียน เช่น ระหว่างศาสตร์จักรกลหรือควอตซ์ เมื่อเรียนศาสตร์ไหนมา จะผลิตและซ่อมนาฬิกาได้เฉพาะศาสตร์นั้นเท่านั้น คล้ายนักบินที่ขับได้เฉพาะประเภทเครื่องบินที่เรียน 

มีการสอบวัดระดับไล่จากง่ายไปยาก ตั้งแต่ระดับ 4R 6R 8R 8L โดย Seiko จากทั่วโลกต้องส่งช่างไปสอบเหมือนกันหมด เพื่อคงมาตรฐานความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันของแบรนด์

ช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์มาก เรียกว่า Contemporary Master Craftsmen ในญี่ปุ่นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนระดับช่างในตำนาน หรือ Legend เป็นคนเดียวที่ได้รับสมญานามว่า God’s Hand เป็นเพียงคนเดียวในวงการที่ดัดสายใยนาฬิกาแบบพิเศษได้ ปัจจุบันผันตัวเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ช่างทำนาฬิการุ่นต่อไป

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

8. โรงงานของ Seiko ที่ญี่ปุ่นอยู่ในหุบเขา

แล้วช่างฝีมือเหล่านี้ทำงานกันที่ไหน

เนื่องด้วยภาวะสงคราม ทำให้โรงงานดั้งเดิมของ Seiko ต้องปิดตัวไปและได้เปิดใหม่ 2 แห่ง ที่แรกคือ Shizukuishi Watch Studio ที่โมริโอกะ เป็นโรงงานท่ามกลางหุบเขา ผลิตเฉพาะนาฬิกาจักรกลรุ่นหรูหราพิเศษเท่านั้น 

โรงงานที่นี่ใส่ใจในรายละเอียดมาก ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่โต๊ะทำงานทุกตัว ต้องสั่งผลิตโต๊ะตามขนาดตัวของช่างซ่อมนาฬิกาเพื่อให้ถนัดต่อการใช้งานเลยทีเดียว อีกที่หนึ่งคือ Shinshu Watch Studio เน้นผลิตนาฬิกาควอตซ์และ Spring Drive รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้

การเรียกโรงงานว่า Watch Studio ให้ความรู้สึกที่พิเศษ เพราะที่แห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่ผลิตและประกอบเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่ผสานศาสตร์หัตถศิลป์อันละเอียดอ่อนและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้าด้วยกัน 

9. พิพิธภัณฑ์นาฬิกาของ Seiko อยู่ที่ Ginza

เนื่องจากกินซ่าเป็นถิ่นของคุณคินทาโร่ เจ้าของแบรนด์ ตึก Wako ตรงสี่แยกกลายเป็นแลนด์มาร์กของกินซ่าไปโดยปริยาย ปัจจุบันย่านการค้าชื่อดังแห่งนี้จึงเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องเล่าของแบรนด์ Seiko

หลายคนอาจเคยผ่านตาหอนาฬิกาของ Seiko บนตึก Ginza Wako มาบ้าง ตึกนี้มีสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Renaissance ใกล้ๆ กับ Wako ยังมี Seiko Museum / Seiko Dream Square ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติของนาฬิกาทั่วโลกและการกำเนิดของเวลาให้ชมอีกด้วย รวมถึงมี Seiko Prospex Boutique และ Grand Seiko Boutique ที่อยู่ไม่ไกลกันในย่านกินซ่า

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

10. Seiko’s Collector Club กับความชื่นชอบต่อแบรนด์ที่เหนียวแน่น

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความพิเศษของนาฬิกาแต่ละรุ่น ทำให้คอลเลกชันเก่าของ Seiko ยังคงมีวางขายและนำกลับมาทำใหม่เสมอ หลายรุ่นฟังก์ชันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออัปเกรดเครื่อง พัฒนาให้เสถียรขึ้น แม่นยำขึ้น ใช้วัสดุคุณภาพสูงขึ้น ปรับขนาดให้โมเดิร์นเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น ดีไซน์จึงมีความร่วมสมัยแต่ไม่ตกยุค 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

แน่นอนว่ามีกลุ่มแฟนคลับผู้สะสม Seiko ที่ติดตามอย่างเหนียวแน่น บางคนมีนาฬิกาดำน้ำทุกรุ่น บางคนตามหานาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นเก่าแก่ที่โด่งดังเป็น Milestone ของ Seiko มาสะสมไว้ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องราวของแบรนด์หรือดีไซน์ที่โดนใจ แต่เพราะนาฬิกาเหล่านั้นยังมีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานได้ดีด้วยเสมอมา

11. ความแตกต่างจาก Smart Watch คือความคลาสสิกที่ไม่ตกรุ่น

ในยุคดิจิทัล หากถามว่าเสน่ห์ของ Seiko ต่างจากนาฬิกา Smart Watch อย่างไร แบรนด์ตอบว่านาฬิกา Seiko เหมือนทรัพย์สินที่มีมูลค่าในตัวเอง

ในขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนไว ผ่านไปไม่กี่ปีนาฬิกาแบบ Smart Watch ก็ตกรุ่น มีรุ่นใหม่ที่ทันสมัยกว่าเข้ามาแทนที่ แต่สำหรับระบบนาฬิกาแบบ Automatic นั้นมีมานานหลายทศวรรษแล้ว และปัจจุบันก็ยังเป็นระบบการทำงานเช่นเดิมอยู่

ซื้อมาวันนี้ อีก 10 ปี ยังคงใช้ได้ บางเรือนส่งต่อจากพ่อสู่ลูก บางเรือนนำชิ้นส่วนอะไหล่กลับมาประกอบใหม่ให้เดินได้อีกครั้ง เพราะความทรงจำที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาในวันวานกับใครบางคนที่เคยใส่นาฬิกาเรือนนี้

ความหมายของการใส่นาฬิกาจึงเป็นคนละแบบกัน

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

17 พฤศจิกายน 2564
2 K

ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘โฟร์โมสต์’ แบรนด์นมที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า  องค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสหกรณ์โคนมเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยเกษตรกรเมื่อ 150 ปีก่อน

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มสร้างแบรนด์จากโจทย์การตลาด แต่โฟร์โมสต์ตั้งใจส่งต่อคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการตั้งต้นคิดค้นสินค้าจากดีเอ็นเอขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มคิดแค่การผลิตนม แต่ดูแลตั้งแต่ยอดหญ้า เกษตรกร สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้น้ำนมโคคุณภาพ ใส่ใจทุกสิ่งรอบตัวด้วยการใส่ใจปัญหาสังคม อย่างการขาดแคลนโภชนาการ และส่งต่อน้ำใจให้เด็กรุ่นใหม่ ผ่านสารอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีในนมทุกกล่อง

The Cloud ชวนมาจิบนมรสชาติคุ้นเคย คุยกับ คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ คุณโอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และ คุณราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คลี่กล่องนม เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นมโคคุณภาพทุกกล่องในทุกวันนี้

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

1. บริหารงานโดยฟรีสแลนด์คัมพิน่า บริษัทระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรโคนม  

ใน ค.ศ.1871 เหล่าเกษตรกรโคนมในเนเธอแลนด์ รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเพื่อการพัฒนาเกษตรในฮอลแลนด์ทางตอนเหนือ หรือสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. 

ด้วยจุดเริ่มต้นจากถังบ่มชีส 2 ถัง ตาชั่ง และอาคารสำนักงาน เกษตรกรโคนมจากทั้งในหมู่บ้าน Wieringerwaard และ Warga ต่างก่อตั้งบริษัทขึ้นในเวลาต่อมา เติบโตจากรากฐานการเป็นธุรกิจครอบครัว ส่งต่อความรู้ผลิตภัณฑ์โคนมจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมมือกันจนขยายกิจการไปยังเมืองต่างๆ และชายแดนประเทศใกล้เคียง 

ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่าฟรีสแลนด์ฟู้ด เน้นขายตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้มาลงทุนและซื้อกิจการ โฟร์โมสต์อาหารนม ประเทศไทย ก่อนบริษัทแม่ฯ ฟรีสแลนด์ฟู้ด จะควบรวมกับบริษัทคัมพิน่า บริษัทรูปแบบเดียวกันแต่ถนัดตลาดยุโรป ในปี ค.ศ. 2007

และเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกชื่อ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า หนึ่งในสหกรณ์ผลิตสินค้าจากโคนมที่ผลิตได้เยอะที่สุดในโลก มีสมาชิกเกษตรกรกว่า 17,000 ราย และมีพนักงานมากกว่า 23,000 คนทั่วโลก ที่ได้เข้าถือหุ้นโฟร์โมสต์ เป็นโมเดลบริษัทที่พิสูจน์ว่า สหกรณ์สามารถเติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืน จนตอนนี้มีอายุยาวนานถึง 150 ปี   

2. เคยชื่อพระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และใช้ชื่อศาลาโฟร์โมสต์ขายไอศกรีม 

บริษัทโฟร์โมสต์อาหารนมก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยนักธุรกิจชาวไทยและอเมริกันซึ่งอิมพอร์ตแบรนด์เข้ามา ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือและกลายเป็นฟรีสแลนด์คัมพิน่าในทุกวันนี้ โฟร์โมสต์เคยอยู่ภายใต้บริษัทที่ใช้ชื่อสุดคลาสสิกอย่าง บริษัท พระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และ บริษัท อุตสาหกรรมนมพระนคร นอกจากผลิตนมในไทยแล้ว ยังเริ่มผลิตส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว ศรีลังกา ปากีสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 อีกด้วย

ในยุคก่อนมีธุรกิจขายไอศกรีมที่คนจดจำกันได้มากในชื่อ ศาลาโฟร์โมสต์ ไอศกรีมในถ้วยชามสีส้มสะดุดตา เปิดสาขาอยู่กับโรงภาพยนตร์อย่างศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม ภายหลังยุติไป และหันมาเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์จากนมเป็นหลัก 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

3. From Grass to Glass ส่งต่อคุณค่าจากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพทุกกล่อง

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมักนึกถึงแพ็กเกจรักษ์โลกเท่านั้น แต่หนึ่งประเด็นสำคัญในหมวดความยั่งยืนด้านอาหารที่มักมองข้ามไป คือ สารอาหาร

ความตั้งใจของโฟร์โมสต์ตามแนวทางบริษัทแม่ คือ Nourishing by Nature ส่งต่อสารอาหารที่ดีจากธรรมชาติที่ดี จากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพ หญ้าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารที่ดีให้วัวพันธ์ุดี เมื่อโคนมทานหญ้าดี ทำให้เกิดน้ำนมดีเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร ส่งต่อเป็นสารอาหารที่ดีมาถึงผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง 

การมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ทำให้โฟร์โมสต์ดูแลโคนมอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจว่าทาน

อาหารอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้นมมีแบคทีเรียต่ำตามมาตรฐาน มีโปรตีน ไขมัน และสารอาหารตามที่อยากได้ ที่ฮอลแลนด์ยกระดับความยั่งยืนในการดูแลโคนมไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาดมีมาตรฐานว่า วัวควรได้อยู่กลางแจ้งกี่ชั่วโมงต่อปี ควรมีความหลากหลายของชนิดสัตว์ในฟาร์มอย่างไรบ้าง พร้อมคัดมาตรฐานวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งคุณภาพน้ำมันปาล์มจากป่าที่ปลูกเอง และยังมีตัวชี้วัดคุณภาพน้ำตาลในนมอย่างละเอียด

จากการดูแลตั้งแต่ยอดหญ้าสู่สัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคเป็นมั่นเหมาะบนฉลากนม ที่โฟร์โมสต์ภูมิใจว่าสามารถส่งต่อสารอาหารตามฉลากทุกกล่องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งมอบสารอาหารให้เข้าถึงทั่วโลก ราคาของนมโฟร์โมสต์ยังเข้าถึงง่าย  และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แถมยังใช้กล่องกระดาษจากป่าอนุรักษ์ ตั้งใจลดการใช้อะลูมิเนียมเลเยอร์ในกล่องกระดาษ เพื่อให้เป็นกล่องนมรักษ์โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้นในอนาคต

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 3 ของโลกใน Global Access to Nutrition Index 2021 เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำส่งผ่านจากยอดหญ้าสู่กล่องนมได้จริง

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

4. Farmers to Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้โคนมจากเกษตรกรรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้องค์กรที่มีจุดเริ่มต้นจากสหกรณ์โคนม โฟร์โมสต์มีความตั้งใจดีที่จะอยากสร้าง Good Living For Our Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้และพัฒนาฟาร์มของเกษตรกร

มีโครงการ Farmers to Farmers ถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเนเธอร์แลนด์สู่ฟาร์มเกษตรกร 4,000 กว่าครอบครัวในไทย รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมากว่าสิบปี ทั้งเริ่มพัฒนาฟาร์มการเลี้ยงโคนมในไทย ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมโคนมในไทย สนับสนุนให้ผลิตนมคุณภาพระดับโลกอย่างสำเร็จ

หัวใจของการสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์คือการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุน Next Generations เหมือนที่สหกรณ์เกษตรโคนมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งต่อความรู้กันมายาวนานกว่าร้อยปี และสมาชิกในครอบครัวรุ่นแล้วรุ่นแล้วเติบโตจากการดื่มนมอย่างแข็งแรง

5. โฟร์โมสต์ มีแบรนด์พี่น้อง เพื่อตอบทุกโจทย์ของความต้องการที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประกอบด้วยหลากหลายแบรนด์ รวมทั่วโลกมีแบรนด์ย่อยมากมายที่จำชื่อได้ไม่หมด โดยมีจุดร่วมของทุกแบรนด์คือ การส่งต่อคุณค่าสารอาหารจากนม ในไทยมีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คือ แม่และเด็กที่มองหาสารอาหารจากนม โฟร์โมสต์ก็เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์นมโคให้เลือกหลากหลายตามความต้องการเฉพาะของคนทุกกลุ่มและทุกวัย จึงแตกต่างจากแบรนด์อื่น

สอง กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงเครื่องดื่มและอาหาร ให้รสชาติที่ดี เสถียร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นกเหยี่ยวฟอลคอน ก็มาตอบโจทย์นี้ โดยการมีผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มนมข้นหวาน นมข้นจืด นมตีฟอง ที่หลากหลาย ขณะที่เชฟขนมหวาน (Pastry Chef) ที่มองหาวิปปิ้งครีม เนื้อแน่น ก็มี เดบิค แบรนด์น้องใหม่สำหรับสายพรีเมียมรองรับ ซึ่งแม้จะเพิ่งเข้าไทยในปีนี้ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำเก่าแก่ร้อยปีในยุโรป นำเสนอนวัตกรรมครีมที่สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาหารอย่างเชฟและบาริสต้าโดยเฉพาะ 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

6. เป็นผู้นำตลาดนม UHT ที่เชื่อว่า นมที่มีประโยชน์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่อร่อย

นมโฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ที่มีครัวเรือนไทยนิยมดื่มมากที่สุด หลายคนมักจดจำโฟร์โมสต์ในฐานะแบรนด์นมแบรนด์แรกที่ดื่มสมัยเด็ก และดื่มประจำจนคุ้นเคยรสชาติ เบื้องหลังความคุ้นเคยของผู้บริโภคนี้ คือคุณภาพที่มั่นใจได้ สร้างความรู้สึกไว้วางใจว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ เน้นส่งมอบคุณค่าสารอาหารทั้งสำหรับเด็กวัยเล็ก วัยกำลังเติบโต วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการมอบสารอาหารที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมรสชาติที่ไม่โอเค จึงมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลาย เพราะอยากให้ทุกคนดื่มนมได้อย่างอร่อย เพื่อให้สามารถรับคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นได้ทุกวัน

7. คัดสรรสารอาหาร เพื่อสร้างนมที่สนับสนุนการพัฒนา IQ และ EQ เพราะเข้าใจความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกฉลาดและมีน้ำใจ 

การสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ครอบครัวอยากมอบให้ลูก 

เนื่องจากสังคมยุคนี้มีการแข่งขันสูง ครอบครัวจึงอยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ฉลาด มีไหวพริบ พร้อมทั้งเป็นเด็กมีน้ำใจที่คนรอบข้างรักและมีเพื่อนฝูงเยอะ เพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ จึงคิดต่อไปว่าสารอาหารอะไรบ้างที่สามารถพัฒนา IQ และ EQ ของเด็กได้ดี ส่งเสริมให้เด็กฉลาดและมีน้ำใจอย่างที่พ่อแม่ต้องการ 

นมของโฟร์โมสต์จึงเน้นสารอาหารเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ โอเมก้า 3, 6, 9 ที่มี DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนา IQ และ EQ ส่งเสริมการพัฒนาสมอง รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ นมโฟร์โมสต์มี DHA สูง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงสารอาหารสำคัญได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3, 6 และ 9 วิตามิน B12 ไปจนถึงแคลเซียมและโปรตีนที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวม

แบรนด์เชื่อว่าการชนะความท้าทายคือห้ามหยุดอยู่กับที่ ต้องปรับเปลี่ยนและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา สินค้าล่าสุดของโฟร์โมสต์เกิดจากความเข้าใจในแม่และเด็กรุ่นใหม่ ทุกเช้าคือมื้อสำคัญที่แม่อยากให้ลูกได้สารอาหารครบหมู่มากที่สุด มีพลังพร้อมสำหรับการเรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มื้อเช้ากลับเป็นช่วงเวลาที่มักรีบเร่งที่สุด จึงนำมาสู่การพัฒนา โฟร์โมสต์ มัลติเกรน รสช็อกโกแลต ที่ทานง่าย พร้อมสารอาหารจากธัญพืชรวม 3 ชนิดจากข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งอิ่มง่ายและอุดมด้วยสารอาหาร

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

8. ก่อตั้ง SEANUTS วิจัยภาวะโภชนาการในเด็กอย่างจริงจังนานนับสิบปี

จากการศึกษาข้อมูลทางโภชนาการของประเทศ พบว่าไทยมีปัญหาด้านโภชนาการเด็ก 2 ด้าน คือ หนึ่ง การขาดสารอาหารที่จำเป็น (ภาวะทุพโภชนาการ) และ สอง การได้สารอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป (โรคอ้วน) เป็นสองเรื่องที่ตรงข้ามกัน แต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่ดี มีคุณภาพได้เหมือนกัน

เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงก่อน ฟรีสแลนด์คัมพิน่าจึงก่อตั้งสถาบันวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งเก็บข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการเด็กในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่างเข้มข้น โดยวิจัยหนึ่งครั้งยาวนาน 8 – 10 ปี ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม่นยำ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

ใช้โอกาสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนม สนับสนุนโภชนาการในไทยให้ดีขึ้น แก้ปัญหาการบริโภคนมของคนไทยที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ยังคงสารอาหารที่จำเป็นไว้ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่เติบโต แข็งแรง

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

9. ส่งต่อรอยยิ้มด้วยการแบ่งปันน้ำใจ มอบนมเสริมความแข็งแรงและพัฒนาการให้แก่เด็กไทย

ตลอด 65 ปีของโฟร์โมสต์ในประเทศไทยที่อยู่มายาวนาน มีสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดคือความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยก็ให้ความสำคัญ ด้วยเป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อประโยชน์และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้

ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะจำเป็นเร่งด่วนสำหรับแม่และเด็ก หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กประสบปัญหาด้านรายได้ กระทบการดำเนินชีวิตและโภชนาการของเด็กที่อาจส่งผลพัฒนาการในระยะยาว โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 จึงชวนคนมาแบ่งปันน้ำใจ ซื้อนมบริโภคในช่วงเวลาจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในแต่ละปี เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคนมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมในสภาวะวิกฤต

นมของโฟร์โมสต์เป็นทั้งอาหารอิ่มท้อง เป็นเครื่องดื่มที่ส่งต่อโภชนาการที่ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ดีของการได้ร่วมส่งต่อ ให้โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยน้ำนมโคคุณภาพและความคิดคำนึงถึงสังคมและชุมชน

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

ภาพ : ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load