Seiko เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า นาที ความดีเยี่ยม และความสำเร็จ

และ Seiko ยังเป็นชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกา จนประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ ทั้งเป็นแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis ผลิตนาฬิกาดำน้ำเรือนไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก และอีกมากมาย

แบรนด์ที่เบื้องหลังการผลิตไม่ได้เป็นแค่โรงงานนาฬิกา แต่เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยตัวเอง และมีช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของนาฬิกาดั่งเป็นงานฝีมือ

แม้มีบันทึกความสำเร็จในประวัติศาสตร์ไว้มากมาย แต่ Seiko ยังยึดคติ Keep Going Forward อยู่เสมอ ดั่งเข็มนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดเดิน ในโอกาสที่ Seiko ฉลองครบ 140 ปีที่ญี่ปุ่นและครบ 30 ปีในไทยใน ค.ศ. 2021 นี้ The Cloud ชวนมาทำความรู้จักและไขข้อสงสัย ว่าทำไม Seiko ถึงเป็น Timeless Brand ที่ใครก็อยากสวมใส่ติดข้อมือตลอดมา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

1. Seiko เกิดจากช่างซ่อมนาฬิกาผู้เริ่มต้นจากผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาแบบพกพา

เรื่องราวของ Seiko ไม่ได้เริ่มที่นาฬิกาข้อมือ

ค.ศ. 1881 ณ ย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ช่างซ่อมนาฬิกาชาวญี่ปุ่นนาม คินทาโร่ ฮัตโตริ (Kintaro Hattori) เปิดร้านซ่อมนาฬิกาแขวนผนังและนาฬิกาแบบพกพา (Pocket Watch) 

สมัยก่อนนาฬิกามีราคาแพงเพราะมีกลไกซับซ้อน คินทาโร่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วและมีสติอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่

11 ปีต่อมาหลังเปิดร้านซ่อมนาฬิกา เขาจึงเปิดโรงงาน Seikosha เพื่อผลิตนาฬิกาแขวนและนาฬิกาพกอย่างจริงจัง

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

2. คิดค้นนาฬิกาข้อมือและเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกได้ ด้วยการคิดถึงความต้องการของผู้ใช้ 

จากนาฬิกาพกที่ชาวญี่ปุ่นยุคก่อนสงครามนิยมพกใส่สูทออกนอกบ้าน คินทาโร่นำมาย่อชิ้นส่วนให้เล็กลงเพื่อให้สะดวกต่อการสวมนอกบ้าน และเชื่อมใส่สายกลายเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่น ตั้งชื่อว่า Laurel สมัยที่บนหน้าปัดยังไม่ใช้คำว่า Seiko ด้วยซ้ำ

จนถึง ค.ศ. 1924 จึงเริ่มใช้ชื่อแบรนด์ว่า Seiko และกลายเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ใช้งานได้ดีในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ จนทำให้แบรนด์นาฬิกายุโรปที่มีราคาสูงในเวลานั้นต้องล้มหายตายจากไปเกือบหมดในญี่ปุ่น

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

ต่อมา ค.ศ. 1945 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นโดนระเบิดทำให้การผลิตและขนส่งนาฬิกาในโรงงานได้รับผลกระทบ Seiko ปรับตัวโดยผลิตนาฬิการุ่น Military Watch สำหรับทหาร ซึ่งปูทางให้นาฬิกา Seiko โดดเด่นด้านฟังก์ชันและความทนทานในเวลาต่อมา

3. หลักวินาทีของ Seiko ที่ปฏิวัติวงการนาฬิกาในยุค Quartz Crisis

ในวงการนาฬิกา หลักวินาทีมีความสำคัญมาก ความแม่นยำของเข็มนาฬิกาที่ละเอียดขึ้นในหลักวินาที เปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละวันของผู้คนให้เที่ยงตรงขึ้น และพลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาไปอย่างสิ้นเชิง

การคิดค้นนาฬิกาควอตซ์ของ Seiko ใน ค.ศ. 1969 ซึ่งคลาดเคลื่อนเพียงไม่เกิน 5 วินาทีต่อเดือน ทำให้แบรนด์นาฬิกากว่าครึ่งต้องปิดตัวลงจนต้องเรียกยุคนั้นว่า Quartz Crisis

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

เมื่อสินค้าแบรนด์หนึ่งใช้งานได้ดี มีคุณภาพกว่าแบรนด์อื่นเป็นร้อยเท่า ทำให้แบรนด์นั้นกลายเป็นผู้นำในวงการนั้นไปโดยปริยาย ดังเช่น Seiko ที่ยังคงเป็นผู้นำนาฬิกาควอตซ์มาจนถึงทุกวันนี้ 

ในเวลาต่อมา Seiko ได้คิดค้นและพัฒนากลไกที่เรียกว่า Spring Drive ต่อจากระบบควอตซ์ซึ่งสามารถเดินได้อย่างลื่นไหลและเงียบสนิท คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 วินาทีต่อวัน เป็นระบบที่ทำให้นาฬิกาเดินได้ในระยะเวลามาตรฐานที่ 72 ชั่วโมง เพราะคำนวณแล้วว่าเมื่อถอดนาฬิกาออกวันศุกร์หลังเลิกงาน เช้าวันจันทร์ก็หยิบมาใส่แล้วนาฬิกาพร้อมเดินต่อได้ทันที เข็มนาฬิกาถูกออกแบบมาให้เดินตามจังหวะชีวิตของผู้สวมใส่

4. แม่นยำเท่าดาวเทียม ทนทานได้ใต้แรงดันน้ำและอวกาศ

จากใต้ท้องทะเลถึงหอดูดาว บินออกไปไกลถึงชั้นบรรยากาศโลก คุณภาพของ Seiko เป็นที่พิสูจน์ได้ผ่านธรรมชาติเหล่านี้เป็นเวลากว่าศตวรรษ

นาฬิกา Seiko มีความแม่นยำถึงขั้นเดินตรงเท่าดาวเทียม มีประวัติครองตำแหน่งในการแข่งขันความเที่ยงตรงของนาฬิกาที่หอดูดาวเนอชาแตลและเจนีวาหลายอันดับ

หากสังเกตเห็นสัญลักษณ์โลมาบนนาฬิกา Seiko แปลว่าเป็นนาฬิกาดำน้ำ โดยรุ่นแรกเริ่มผลิตตั้งแต่ ค.ศ. 1965 ดำน้ำได้ลึก 150 เมตร จากนั้นพัฒนาจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ทนทานต่อแรงดันน้ำระดับสูงได้มากขึ้น และใส่ไปสำรวจขั้วโลกได้ เกิดนาฬิกาดำน้ำต่อเนื่องอีกหลายรุ่น ทั้งรุ่นเต่าที่ทรงเหมือนกระดองเต่า หรือรุ่นทูน่าที่ดำน้ำได้ลึก 600 เมตร สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาดำน้ำของโลก

หลังจากนั้นก็มีนาฬิการุ่นพิเศษอย่าง Spring Drive Spacewalk สำหรับใส่ในอวกาศด้วย

5. เป็นเจ้าของนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นพิเศษอีกมากมายนับไม่ถ้วน

Seiko มักก้าวนำคู่แข่งหนึ่งก้าวเสมอ ผลิต ‘นาฬิการุ่นแรกของโลก’ และรุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์ออกมาอีกหลายคอลเลกชัน เหมาะสำหรับคนหลายกลุ่ม มีหลายระดับราคาตั้งแต่หลักพัน หมื่น ไปจนถึงแสน

ทั้งรุ่นหรูหราชื่อดังที่มีความเป็นเลิศอย่าง Grand Seiko ตัวเรือนขัดเงางาม ทำจากวัสดุที่พิเศษ ซึ่งปัจจุบันรุ่นนี้แยกออกเป็นแบรนด์อิสระจาก Seiko

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกของโลกที่ปรับความเที่ยงตรงจากสัญญาณวิทยุ

นาฬิกาอีพีดีกับระบบแอคทีฟเมทริกซ์รุ่นแรกของโลกที่มีความละเอียดภาพสูง

รุ่น Credor Spring Drive Minute Repeater ที่ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อพิเศษโดยช่างเหล็กชื่อดังเพื่อความบริสุทธิ์ของเสียงกังวานนาฬิกา

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

นอกจากนั้นแล้ว Seiko ยังมีเดรสวอชท์ รุ่นพิเศษอื่นๆ อีกหลากหลายสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างพรีซาจ (Presage) ที่ร่วมมือกับร้านค็อกเทลชื่อดังในญี่ปุ่น เพื่อออกแบบหน้าปัดนาฬิกาจากสีค็อกเทลหลากหลากหลายเมนู รวมถึงงานเพนต์ระดับช่างฝีมือชั้นสูงอย่างอินาเมล ตลอดจนการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนของญี่ปุ่นอย่าง Japanese Garden 

และอีกมากมาย หลายรุ่นล้วนมีความพิเศษที่หาเรือนเทียบได้ยาก

6. Seiko ไม่ได้มองตัวเองเป็น Manufacturer แต่เป็น House of Watchmaking ที่ดูแลการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นาฬิกาที่พิเศษย่อมมีการผลิตที่พิเศษ

Seiko ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็น Manufacturer ที่เน้นรับชิ้นส่วนมาเพื่อประกอบและส่งต่อเพื่อผลิตเท่านั้น แต่เป็น House of Watchmaking เน้นความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันเป็นหัวใจสำคัญของการทำนาฬิกา

ตั้งแต่ชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้นภายในตัวเรือน วัสดุที่ใช้ กลไกนาฬิกาที่ละเอียดอ่อน Seiko เป็นผู้ผลิต ประกอบ และตรวจสอบคุณภาพนาฬิกาเองทุกขั้นตอน

โรงงานสตูดิโอที่ญี่ปุ่นต้องใช้ช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็นคนประกอบนาฬิกาเท่านั้น เพราะเชื่อว่าการประกอบชิ้นส่วนด้วยความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน จะทำให้นาฬิกาเรือนนั้นพิเศษมากกว่าใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะต้องผ่านการทดสอบที่ละเอียดยิ่งกว่าปกติ เพื่อการเก็บรายละเอียดที่ไร้ที่ติในทุกๆ จุด

ด้านความงามของนาฬิกา คนญี่ปุ่นใส่ใจในสุนทรียภาพความงามทุกรายละเอียด ตั้งแต่การสะท้อนของแสงและเงา รอยต่อ ชิ้นส่วนขนาดเล็กและทุกเหลี่ยมมุม 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Seiko มีกรรมวิธีพิเศษในการขัดเงานาฬิกาเรียกว่า ‘ซารัตสึ’ (Zaratsu) คือการขัดให้พื้นผิวไร้รอยต่อและตัวเรือนเรียบคม ขัดออกมาเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ สำหรับรุ่นพิเศษอย่าง Grand Seiko ช่างจะขัดทุกส่วนของนาฬิกาแม้กระทั่งชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มองไม่เห็น

เพราะเชื่อในเรื่องความงามจากภายใน แม้มองไม่เห็น แต่ก็ใส่ใจในทุกรายละเอียด

7. ความเชี่ยวชาญในแบบ Master Craftsmen ของช่างทำนาฬิกา

ช่างทำนาฬิกาของ Seiko เรียกได้ว่าเป็นช่างฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนาฬิการุ่นพิเศษ ราคาแพง จะเป็นช่างระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่เป็นคนประกอบ เพื่อการเก็บรายละเอียดอย่างไร้ที่ติ

ผู้ที่อยากเป็นช่างทำนาฬิกาต้องเลือกศาสตร์ที่อยากเรียน เช่น ระหว่างศาสตร์จักรกลหรือควอตซ์ เมื่อเรียนศาสตร์ไหนมา จะผลิตและซ่อมนาฬิกาได้เฉพาะศาสตร์นั้นเท่านั้น คล้ายนักบินที่ขับได้เฉพาะประเภทเครื่องบินที่เรียน 

มีการสอบวัดระดับไล่จากง่ายไปยาก ตั้งแต่ระดับ 4R 6R 8R 8L โดย Seiko จากทั่วโลกต้องส่งช่างไปสอบเหมือนกันหมด เพื่อคงมาตรฐานความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันของแบรนด์

ช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์มาก เรียกว่า Contemporary Master Craftsmen ในญี่ปุ่นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนระดับช่างในตำนาน หรือ Legend เป็นคนเดียวที่ได้รับสมญานามว่า God’s Hand เป็นเพียงคนเดียวในวงการที่ดัดสายใยนาฬิกาแบบพิเศษได้ ปัจจุบันผันตัวเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ช่างทำนาฬิการุ่นต่อไป

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

8. โรงงานของ Seiko ที่ญี่ปุ่นอยู่ในหุบเขา

แล้วช่างฝีมือเหล่านี้ทำงานกันที่ไหน

เนื่องด้วยภาวะสงคราม ทำให้โรงงานดั้งเดิมของ Seiko ต้องปิดตัวไปและได้เปิดใหม่ 2 แห่ง ที่แรกคือ Shizukuishi Watch Studio ที่โมริโอกะ เป็นโรงงานท่ามกลางหุบเขา ผลิตเฉพาะนาฬิกาจักรกลรุ่นหรูหราพิเศษเท่านั้น 

โรงงานที่นี่ใส่ใจในรายละเอียดมาก ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่โต๊ะทำงานทุกตัว ต้องสั่งผลิตโต๊ะตามขนาดตัวของช่างซ่อมนาฬิกาเพื่อให้ถนัดต่อการใช้งานเลยทีเดียว อีกที่หนึ่งคือ Shinshu Watch Studio เน้นผลิตนาฬิกาควอตซ์และ Spring Drive รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้

การเรียกโรงงานว่า Watch Studio ให้ความรู้สึกที่พิเศษ เพราะที่แห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่ผลิตและประกอบเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่ผสานศาสตร์หัตถศิลป์อันละเอียดอ่อนและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้าด้วยกัน 

9. พิพิธภัณฑ์นาฬิกาของ Seiko อยู่ที่ Ginza

เนื่องจากกินซ่าเป็นถิ่นของคุณคินทาโร่ เจ้าของแบรนด์ ตึก Wako ตรงสี่แยกกลายเป็นแลนด์มาร์กของกินซ่าไปโดยปริยาย ปัจจุบันย่านการค้าชื่อดังแห่งนี้จึงเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องเล่าของแบรนด์ Seiko

หลายคนอาจเคยผ่านตาหอนาฬิกาของ Seiko บนตึก Ginza Wako มาบ้าง ตึกนี้มีสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Renaissance ใกล้ๆ กับ Wako ยังมี Seiko Museum / Seiko Dream Square ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติของนาฬิกาทั่วโลกและการกำเนิดของเวลาให้ชมอีกด้วย รวมถึงมี Seiko Prospex Boutique และ Grand Seiko Boutique ที่อยู่ไม่ไกลกันในย่านกินซ่า

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก
11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

10. Seiko’s Collector Club กับความชื่นชอบต่อแบรนด์ที่เหนียวแน่น

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความพิเศษของนาฬิกาแต่ละรุ่น ทำให้คอลเลกชันเก่าของ Seiko ยังคงมีวางขายและนำกลับมาทำใหม่เสมอ หลายรุ่นฟังก์ชันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออัปเกรดเครื่อง พัฒนาให้เสถียรขึ้น แม่นยำขึ้น ใช้วัสดุคุณภาพสูงขึ้น ปรับขนาดให้โมเดิร์นเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น ดีไซน์จึงมีความร่วมสมัยแต่ไม่ตกยุค 

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

แน่นอนว่ามีกลุ่มแฟนคลับผู้สะสม Seiko ที่ติดตามอย่างเหนียวแน่น บางคนมีนาฬิกาดำน้ำทุกรุ่น บางคนตามหานาฬิการุ่นประวัติศาสตร์และรุ่นเก่าแก่ที่โด่งดังเป็น Milestone ของ Seiko มาสะสมไว้ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องราวของแบรนด์หรือดีไซน์ที่โดนใจ แต่เพราะนาฬิกาเหล่านั้นยังมีฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานได้ดีด้วยเสมอมา

11. ความแตกต่างจาก Smart Watch คือความคลาสสิกที่ไม่ตกรุ่น

ในยุคดิจิทัล หากถามว่าเสน่ห์ของ Seiko ต่างจากนาฬิกา Smart Watch อย่างไร แบรนด์ตอบว่านาฬิกา Seiko เหมือนทรัพย์สินที่มีมูลค่าในตัวเอง

ในขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนไว ผ่านไปไม่กี่ปีนาฬิกาแบบ Smart Watch ก็ตกรุ่น มีรุ่นใหม่ที่ทันสมัยกว่าเข้ามาแทนที่ แต่สำหรับระบบนาฬิกาแบบ Automatic นั้นมีมานานหลายทศวรรษแล้ว และปัจจุบันก็ยังเป็นระบบการทำงานเช่นเดิมอยู่

ซื้อมาวันนี้ อีก 10 ปี ยังคงใช้ได้ บางเรือนส่งต่อจากพ่อสู่ลูก บางเรือนนำชิ้นส่วนอะไหล่กลับมาประกอบใหม่ให้เดินได้อีกครั้ง เพราะความทรงจำที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาในวันวานกับใครบางคนที่เคยใส่นาฬิกาเรือนนี้

ความหมายของการใส่นาฬิกาจึงเป็นคนละแบบกัน

11 เรื่องของ Seiko นาฬิกาข้อมือญี่ปุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการนาฬิกาทั่วโลก

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

14 พฤศจิกายน 2565
3 K

กวาดสายตาไปบนท้องถนนเมืองไทยที่มีรถยนต์หนาแน่นตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครหลายคนจะมีภาพจำเกี่ยวกับแบรนด์รถยนต์ เพียงแค่เห็น ‘สัญชาติ’ ของรถคันนั้น

รถเอเชียที่วิ่งกันอย่างเนืองแน่น เป็นตัวแทนของยานพาหนะที่จับต้องได้

ขณะเดียวกัน รถยุโรปที่อาจเห็นได้ยากกว่าเพราะราคาสูง คือตัวแทนของคุณภาพและความหรูหรา

แต่นั่นไม่ใช่กับทุกแบรนด์ โดยเฉพาะกับ ‘Kia’

Kia เป็นแบรนด์รถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลีใต้ โดยชื่อมาจากคำว่า ‘คิ’ (기 / 起) ที่แปลว่า ‘การทะยานขึ้นมา’ และ ‘อา’ (아 / 亞) ซึ่งหมายถึง ‘เอเชีย’

เมื่อนำมารวมกัน จึงเกิดเป็นแบรนด์เอเชียที่มีความตั้งใจทะยานขึ้นมาในเวทีโลก

วันนี้ The Cloud มีนัดกับ ฬสนันท์ ภูนิธิพันธุ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด เพื่อไขความลับเบื้องหลังการเติบโตของแบรนด์ที่เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ จนทำให้ยอดจองในประเทศไทยแซงหน้ากำลังการผลิต จนบางครั้งอาจต้องจองข้ามปีกันเลยทีเดียว

9 เรื่องเบื้องหลัง KIA แบรนด์รถยนต์เกาหลีใต้ที่ไม่ได้ขายแค่รถ แต่บันดาลใจผู้ขับขี่

1. หัวใจของ Kia คือ ‘ดีไซน์’

ย้อนกลับไปราว 30 ปีที่แล้ว Kia มีรถยนต์จำหน่ายหลากหลายรุ่น แต่ไม่ได้มีรุ่นไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ ถ้าขับไปบนท้องถนนก็อาจจะไม่ได้ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ ซึ่งนั่นทำให้ทีมผู้บริหารตัดสินใจเชิญ ปีเตอร์ ชเรเยอร์ (Peter Schreyer) นักออกแบบมือทองในวงการยานยนต์เข้ามา เพื่อทำอย่างไรก็ได้ ให้รถคันอื่นที่ขับอยู่ข้างหน้า เพียงแค่ชายตามองผ่านกระจกหลังก็รู้ว่ารถคันนั้นคือ Kia

นั่นคือแนวคิดที่ทำให้เกิดการดีไซน์กระจังหน้าให้ออกมาเป็นรูปแบบที่เรียกว่า Tiger Nose ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จนคว้ารางวัลด้านการดีไซน์มานับไม่ถ้วน และทำให้ก้าวมาสู่ทุกวันนี้ได้

9 เรื่องเบื้องหลัง KIA แบรนด์รถยนต์เกาหลีใต้ที่ไม่ได้ขายแค่รถ แต่บันดาลใจผู้ขับขี่

2. สโลแกนไม่ใช่แค่แท็กไลน์ แต่เป็นเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์ทุกส่วน

เพื่อรักษาความเป็นแบรนด์ชั้นนำต่อไป ล่าสุด Kia มีการรีแบรนด์ใหม่ โดยไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ สโลแกน หรือภาพลักษณ์ แต่รวมไปถึงเป้าหมายด้วย

สโลแกนเดิมคือ ‘The Power to Surprise’ หมายถึงการนำสิ่งใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าอยู่เสมอ

สโลแกนใหม่คือ ‘Movement that inspires’ เริ่มมาจากความเชื่อว่า การเดินทางสามารถสร้างแรงบันดาลใจหรือไอเดียใหม่ ๆ ได้

Kia คลุกคลีอยู่ในวงการยานพาหนะมายาวนาน ตั้งแต่ผลิตมอเตอร์ไซค์ รถบรรทุก จนถึงรถยนต์ และเชื่อว่าการที่มนุษย์ก้าวมาสู่ทุกวันนี้ได้เป็นเพราะการเดินทาง การเคลื่อนที่ขยับขยายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ดีไซน์ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่หน้าตาของรถยนต์ แต่เป็นการดีไซน์ประสบการณ์ของลูกค้าให้ราบรื่นที่สุด

ประเทศไทยเองก็ได้เปิดตัว Kia Connect ซึ่งเป็นบริการผ่าน Line OA ให้ลูกค้าตรวจสอบสถานะของรถยนต์ รวมถึงจองบริการอื่น ๆ ในที่เดียว ลูกค้าจึงได้ใช้ชีวิตสะดวกขึ้น และมีเวลาไปทำอย่างอื่นที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากขึ้นอีกด้วย

3. Kia เป็นตัวแทนของการทะยานของเอเชีย แม้ในยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างทุกวันนี้

ยุคนี้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ จากรถยนต์ที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในสมัยก่อน รถยนต์ไฟฟ้าหรือที่เรียกกันว่า EV กลายเป็นเทรนด์ที่หลายคนจับตามอง และ Kia ก็เป็นแบรนด์เอเชียที่เป็นผู้นำในเทรนด์นี้ด้วยเช่นกัน

Kia เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้ และได้รับผลตอบรับที่ดีเสมอมา อย่างในสหรัฐอเมริกา ในปี 2022 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากสุดเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงแค่ Tesla เท่านั้น!

4. มาตรฐานเป็นที่ 1 ระดับโลก

นี่คือแบรนด์สัญชาติเอเชียที่พิสูจน์ให้เห็นว่า รถเอเชียก็มีคุณภาพดีไม่แพ้รถยุโรป Kia เป็นที่ 1 ในกลุ่ม Mass-brand ของ U.S. J.D. Power Initial Quality Study (IQS) ซึ่งเป็นรางวัลให้กับแบรนด์รถยนต์ที่มีการรายงานปัญหาน้อยที่สุดติดต่อกัน 6 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2015 – 2020 และล่าสุด แบรนด์นี้ยังได้รับเป็นที่ 1 ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของคุณภาพรถยนต์จาก 2022 U.S. J.D. Power Vehicle Dependability Study

นอกจากการอยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ Hyundai Motor Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ก็ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กด้วย โดยเหล็กที่นำมาใช้กับรถยนต์ในเครือ Hyundai Motor Group จะเป็นเหล็ก Advanced High Strength Steel หรือ AHSS ซึ่งนอกจากจะแข็งแรงกว่าเหล็กทั่ว ๆ ไป ยังเป็นเหล็กที่มีน้ำหนักเบากว่า ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และประหยัดน้ำมันได้อีกทาง

9 เรื่องเบื้องหลัง KIA แบรนด์รถยนต์เกาหลีใต้ที่ไม่ได้ขายแค่รถ แต่บันดาลใจผู้ขับขี่
เรื่องราวของ KIA แบรนด์รถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ เพราะทำให้ทั่วโลกรู้ว่ารถเอเชียก็มีดีเหมือนกัน

5. ดูแลครอบครัว แบบครอบครัว

หนึ่งในสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจนี้ของ Kia คือการมอบการรับประกันคุณภาพ (Warranty) สำหรับ Kia Carnival ใหม่ทุกคันนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กม. ซึ่งหาได้ยากในรถยนต์สัญชาติเอเชียหรือแม้แต่แบรนด์สัญชาติตะวันตกบางแบรนด์ หากต้องการ Warranty ถึง 5 ปี คุณอาจจะต้องเสียเงินเพิ่มก็ได้ ลูกค้าทุกคนจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลด้านบริการหลังการขายเสมือนคนในครอบครัว ให้หมดห่วงเรื่องปัญหาเกี่ยวกับตัวรถที่อาจตามมาตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์คันนี้

6. โชว์รูมไม่ใช่แค่ที่จัดแสดงรถ แต่คือ Service Center ที่ลูกค้ามาใช้ชีวิตได้

หลายคนอาจมองว่าโชว์รูมคือที่จัดแสดงรถยนต์ให้ลูกค้ามาซื้อและทดลองขับ แต่แบรนด์นี้ไม่ได้มองแบบนั้น โดยตกแต่งใหม่ด้วยโทนสีอบอุ่น ให้ความรู้สึกที่สบายมากยิ่งขึ้น แบ่งโซนเป็นห้องให้ลูกค้ามานั่งสบาย ๆ มีมุมให้นั่งทำงานระหว่างรอ และในอนาคตก็มีแผนจะนำเทคโนโลยีใหม่ต่าง ๆ มาจัดแสดง เพื่อความสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

เรื่องราวของ KIA แบรนด์รถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ เพราะทำให้ทั่วโลกรู้ว่ารถเอเชียก็มีดีเหมือนกัน
เรื่องราวของ KIA แบรนด์รถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ เพราะทำให้ทั่วโลกรู้ว่ารถเอเชียก็มีดีเหมือนกัน

7. ไม่คิดว่าตัวเองเป็นแค่รถยนต์หรือเครื่องยนต์ แต่คือประสบการณ์ในการเคลื่อนที่

อีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในการรีแบรนด์ครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนชื่อกลุ่มบริษัท

เดิมชื่อเต็ม ๆ คือ Kia Motor Corporation แต่แบรนด์มองว่าการเคลื่อนที่หรือการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเครื่องยนต์เท่านั้น แต่เป็นอะไรก็ได้ที่ช่วยให้เราเคลื่อนที่ Kia จึงเชื่อในคำว่า Mobility มากกว่าแค่คำว่า Motor 

ดังนั้น Kia จึงตัดคำว่า Motor ออกจากชื่อ ให้เหลือเพียงคำว่า Kia Corporation เป็นสัญญาณถึงความตั้งใจเป็นมากกว่าแค่เครื่องยนต์ แต่เป็นแบรนด์ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีของการเคลื่อนที่ในยุคใหม่ได้

8. ลงทุนในอนาคตด้วย R&D

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ก้าวมาสู่จุดนี้และยังก้าวต่อไปในอนาคต คือความตั้งใจไม่หยุดพัฒนา Kia ตั้งศูนย์วิจัยในหลายประเทศ ทั้งในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอีกมากมาย ทำให้ไม่ถูกจำกัดอยู่กับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง และยังได้มุมมองจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

ตัวอย่างหนึ่งของการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอหลังการรีแบรนด์ คือการเปิดตัว Dedicated Platform สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึง 11 รุ่นภายในปี 2026

เดิมทีรถยนต์ไฟฟ้าสร้างโดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงสร้างเดิม แต่คราวนี้ แบรนด์ตัดสินใจดีไซน์โครงสร้างรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขาเป็นยานพาหนะยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากความเสถียรที่เพิ่มขึ้นแล้ว ภายในรถยนต์ยังจะมีพื้นที่มากขึ้นอีกด้วย

มากไปกว่านั้น Kia Corporation วางนโยบายไว้ว่า อย่างน้อย 6% ของรายได้ทั้งหมด จะทุ่มไปกับการวิจัยและพัฒนา ทำให้นำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้ตลอดเวลา

เรื่องราวของ KIA แบรนด์รถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ เพราะทำให้ทั่วโลกรู้ว่ารถเอเชียก็มีดีเหมือนกัน

9. สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อความยั่งยืน 

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนอาจนึกถึงการที่บริษัทจัดกิจกรรม CSR ช่วยเหลือสังคม ลดการปล่อยมลภาวะ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ 

สำหรับ Kia การสร้างความยั่งยืนผ่านวิธีการเหล่านั้นก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง เช่น การเป็นพาร์ตเนอร์กับ National Geographic สนับสนุนเรื่องความยั่งยืน แต่ความยั่งยืนที่แท้จริงเป็นมากกว่านั้น

ในทุกวันนี้ รถยนต์ไฟฟ้าอาจเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงานน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในขณะที่ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เครื่องยนต์ไฟฟ้า รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้แบรนด์นี้กลับมองล้ำไปถึงการพัฒนา Fuel Cell ซึ่งจะมาเป็นมิติใหม่ของความยั่งยืนในการเคลื่อนที่ของมนุษย์

และนี่ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ Kia ไม่ได้ยั่งยืนแบบทั่ว ๆ ไป แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจที่ยั่งยืนให้กับทุก ๆ คนอีกด้วย

Writer

Avatar

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

Avatar

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load