ชายหาดสีขาวทอดตัวยาวเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ทิวสนเรียงราย แคมป์ช้างตัวเล็กใหญ่ ร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศอะโลฮ่า และมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหาดปะการัง หรือ Memories Beach จังหวัดพังงา จึงกลายเป็นหาดประจำของนักเซิร์ฟบอร์ดมือใหม่และมือเก๋าที่แวะเวียนไปมาบ่อย ๆ

ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนตั้งใจมาปักไว้ บ้างปักหมุดชั่วคราว บ้างก็ปักหลักอยู่ยาว แพร-เพียงแพร โชติฐ์สถาพรป์ ก็เป็นอีกคนที่หลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเก็บกระเป๋าโยกย้ายมาอยู่เขาหลักเมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมก่อตั้ง Seapiens Camp Khaolak แคมป์ธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ ที่สอนเล่นเซิร์ฟ ผจญภัยและทำความรู้จักกับท้องทะเลอย่างเป็นมิตรที่หาดปะการัง

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

“ชื่อของที่นี่มาจากคำว่า Sapiens เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ แล้วเราก็อยากให้ที่นี่เป็นสถานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทะเลและมนุษย์ไว้ด้วยกัน ก็เลยเอาคำว่า Sea ไปใส่ไว้แทน กลายเป็น Seapiens” แพรเฉลยที่มาแสนน่ารักของชื่อแคมป์ให้เราฟัง 

“ที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นเขาหลักยังมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เรากับ Co-founder มาที่นี่ครั้งแรก เจอเด็กคนหนึ่งกำลังเซิร์ฟอยู่ น้องเล่นเก่งมาก เล่นทั้งวันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจเข้าไปทักทายน้อง พอได้คุยกันรู้สึกเลยว่าน้องแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่เราเคยเจอ ดูมั่นใจ แววตาเขามีความสุขมาก ๆ ตอนนั้นน้องน่าจะอายุแค่ 7 – 8 ขวบ แต่น้องบอกกับเราว่า น้องอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ เราสองคนก็เลยคิดว่าอยากให้เด็กคนอื่นมีโอกาสลองมาเล่น เราอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในเด็กคนนี้ ไปอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่นด้วย” เธอย้อนความถึงจุดเริ่มต้น 

“โปรแกรมแรกของ Seapiens Camp Khaolak เลยเริ่มต้นมาจากสอนเซิร์ฟบอร์ดให้เจ้าตัวน้อยก่อน เพราะเราสองคนถนัดกันอยู่แล้ว จากนั้นเราคิดต่อว่า เขาหลักเป็นทะเลที่มีทรัพยากรสมบูรณ์มาก มีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว ก็เลยเกิดเป็นโปรแกรมอื่นตามมาด้วย ในคอนเซ็ปต์ Edutainment เรารู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาหาเราถึงพังงา จะทำยังไงให้มันไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องสนุกและได้เรียนรู้ ได้ Entertainment ได้ Education ไปพร้อม ๆ กัน ทุก ๆ โปรแกรมเลยเป็นความรู้ 40 เปอร์เซ็นต์ สอดแทรกอยู่บนพื้นฐานการเล่นอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนุกเป็นตัวนำเด็ก ๆ ไป” เธอเล่าแนวคิด

ทำไมความสนุกถึงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ได้ เด็กที่โตในยุคเรียนเป็นเรียน ห้ามเล่น! อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“สำหรับเรา เด็กก็คือเด็ก สิ่งแรกที่เด็กคิด เด็กอยากทำ ก็คือการเล่น เพราะฉะนั้น..เล่นเลย! จากนั้นค่อยเอาความรู้เข้าไปใส่ในการเล่นของเขา เขาจะได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืน ในทุกกิจกรรมเราจะมีสื่อการสอน ทั้งสื่อภาพ สื่อวิดีโอ ไปจนถึงเกมที่ให้เขาได้ลงมือด้วยตัวเองจริง ๆ” แพรเล่าวิธีการคิดกิจกรรมชนะใจเด็ก ๆ 

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

PRIVATE SURFING

โปรแกรมแรกที่ครองใจเด็ก ๆ มานักต่อนัก ทั้งเจ้าตัวน้อยจอมซนที่ชอบทะเล วิ่งไปลุยทรายตั้งแต่แรกเห็น จนถึงเจ้าตัวน้อยที่ยังกลัวเลอะ ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบทราย ให้เปลี่ยนใจไปหลงรักเขาหลัก คลื่นทะเล และหาดทราย

“เราให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกับเซิร์ฟคัลเจอร์ก่อน เล่าประวัติความเป็นมา เปิดการ์ตูนสนุก ๆ เล่าให้เขาฟัง มีเกมที่เราคิดขึ้นเอง สอนให้เขาได้เรียนรู้ถึงการเกิดคลื่น ให้เขาเข้าใจว่าคลื่นมันเกิดจากอะไร ก่อนที่จะไปเล่นเซิร์ฟ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน โดยที่เราไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียดเนื้อหาให้เขา

“ซึ่งความปลอดภัยเป็นอย่างแรกที่เราคิด เพราะถ้าเด็กเล่นแล้วเจ็บขึ้นมา จะเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเด็ก เขาจะไม่เล่นแล้ว ไม่เอาแล้ว ความปลอดภัยที่แคมป์เลยมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างโปรแกรมเซิร์ฟ เด็กจะต้องใส่ทั้งหมวกกันน็อก ทั้งชูชีพ แล้วก็มีคุณครูที่ดูแลน้องเฉพาะคนเลย จริง ๆ คุณครูที่แคมป์ทุกคนเป็น Surfer ทั้งหมด เราเล่นเซิร์ฟอยู่แล้ว เราอยู่กับทะเลทุกวัน เราบอกกันตลอดว่าจะต้องดูแลน้องทุกคนเหมือนเป็นน้องสาวกับน้องชายของเราเอง เวลาที่น้องเล่นเซิร์ฟ เราผลักส่งเขาไป เราจะต้องไปรับเขาเหมือนไปรับน้องเรา ต้องไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด” เธอย้ำอย่างหนักแน่น

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

เรียนรู้กันกันจนเหนื่อย และแล้วก็ถึงเวลา… แคมป์ไฟ! อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเจ้าตัวแสบทั้งหลาย ที่เด็ก ๆ ติดใจไม่แพ้การ์ตูนหรือท้องทะเล คือการจุดไฟ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ แม้จะเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่อร่อยสำหรับเด็ก ๆ แต่ Seapiens Camp Khaolak ก็ยังไม่พลาดที่จะสอดแทรกความรู้ลงไปตามคอนเซ็ปต์ Edutainment

“เล่นเซิร์ฟเสร็จ ก็จะมีแคมป์ไฟ จุดไฟตรงกลางวงให้เด็ก ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่กัน คุณครูที่คอยมาช่วยจุดไฟก็จะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องจุดไฟแบบนี้ ทำไมต้องวางหินแบบนี้ เด็ก ๆ ก็สนใจ เข้ามาดูเราใกล้ ๆ ช่วยเราหยิบจับฟืน เขาจะได้ความรู้เรื่องการเกิดไฟ รวมถึงทิศทางลม และทรายที่อยู่บริเวณนั้นด้วย” เธอเล่า ก่อนพาไปสู่กิจกรรมน่าสนุกถัดไป

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

SHAPER HOUSE

“หนูอยากทำอันนี้ (เซิร์ฟบอร์ด) กลับบ้านด้วย” เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นมา ลอยเข้าหูของคุณครูผู้รับฟังเสียงเจ้าตัวน้อยพอดี โปรแกรม Shaper House อันน่าสนุกจึงเกิดขึ้นในห้องเรียนกลางหาดทรายแห่งนี้ 

“Shaper เป็นชื่อเรียกอาชีพคนทำเซิร์ฟบอร์ดในต่างประเทศ ทำเงินได้มหาศาลเลย แต่ในประเทศไทย อาชีพนี้ยังไม่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ เราอยากเอาอาชีพนี้มาเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ เห็นว่า ในโลกนี้มีอาชีพอะไรอีกเยอะมาก อยากให้น้องได้สนุกกับการดีไซน์เซิร์ฟบอร์ดของตัวเอง ผ่านกระบวนการเคลือบเซิร์ฟบอร์ด ได้หยิบจับอุปกรณ์ที่ใช้จริงในโรงงาน ให้น้องได้เป็นคนแรกที่สัมผัสว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจ

ในคลาสเรียนนี้ เด็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการดูการ์ตูนแสนสนุก เรียนรู้วิธีการทำเซิร์ฟบอร์ดด้วยเปลือกหอย ตามฉบับ Shaper มือโปรในอดีต ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตัวภายในห้อง Shaper Room ที่ทำมาเพื่อ Shaper ตัวน้อยโดยเฉพาะ เพื่อหาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ยุคปัจจุบันใช้กัน จากนั้นมีวิดีโอสอนทำเซิร์ฟบอร์ดทีละขั้นตอน เพื่อตอบข้อสงสัยในใจเด็ก ๆ จากนั้นปล่อยให้วัยซนดีไซน์ ระบายสี และลงมือขัดเซิร์ฟบอร์ดอันจิ๋วด้วยตัวเองจนเสร็จ พร้อมพกเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

MEET MARINE LIFE

ไปสำรวจสัตว์ทะเลกัน! 

เมื่อได้ยินคำนี้ ขอยอมรับตามตรงว่าแม้ร่างกายและวัยจะไม่เด็กแล้ว ก็ยังแอบตื่นเต้นตามเสียงเรียกของคุณครูไม่ได้ แล้วเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายและหัวใจยังเด็ก จะตื่นเต้นแค่ไหนกันนะ 

“เด็ก ๆ ชอบมาก!” คุณครูแพรขวัญใจเด็ก ๆ ยืนยันกับเรา 

“เราจะจับมือพาเขาไปสำรวจทะเล ให้เขาได้คว้าแว่นขยายและกล้องส่องทางไกล สวมชุดกันฝนหลากสีออกเดินทางไปกับเรา คุณครูจะคอยเล่าให้ฟังว่า ระบบนิเวศบริเวณนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเจอใครกันบ้าง จะเจอพี่ทากทะเลหรือเปล่านะ จะเจอพี่ปลิงทะเลไหม แล้วทำไมพี่ปูเสฉวนถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ มื้อกลางวันของพี่ปักเป้าเขาเป็นอะไร

“เราอัปเดตลิสต์สัตว์ทะเลที่เด็ก ๆ เจอกันในเพจ Seapiens Camp ด้วยนะ เพราะบางครั้งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่เราเพิ่งเคยเจอ บางครั้งเป็นสิ่งที่เจอประจำ เราสอนเขาได้ว่าทำไมพี่คนนี้ถึงมาให้เจอบ่อย ๆ ทำไมพี่คนนี้ไม่ค่อยมา” 

เด็ก ๆ จะได้ทบทวนความรู้ระหว่างทาง ด้วยเกมแปะสติกเกอร์ ให้เจ้าหนูเสนอว่าสัตว์ทะเลชนิดไหน อาศัยอยู่ตรงไหนของทะเลกันนะ ใต้โขดหินหรือเปล่า ในหาดทรายหรือเปล่า พี่คนไหนที่เจอเขาว่ายอยู่เยอะ ๆ ช่วยกันแปะสติกเกอร์รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงบนภาพการ์ตูน ก่อนคุณครูใจดีจะชวนเด็ก ๆ สวมชุดปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่สนใจ แล้วนำมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเรียนรู้เรื่องกายภาพจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วง ว่าการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลมาเรียนรู้ พี่ ๆ สัตว์ทะเลจะกลับบ้านถูกไหม แพรก็แอบกระซิบช่วยให้หมดห่วงว่า “สัตว์และปะการังทุกตัวที่เราเก็บไปเข้าห้องแล็บ เราจะพาเขากลับมาปล่อยที่เดิมทุกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และธรรมชาติด้วย” 

จบทริปด้วยการจูงมือเจ้าหนูกลับมาวาดรูป ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำความรู้จักพี่ ๆ สัตว์ทะเลตัวไหนบ้าง

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

OCEAN AND ART

“โปรแกรมนี้เราเริ่มต้นจากการที่อยากให้เด็ก ๆ เก็บขยะทะเล ถ้าเราบอกเขาว่า เด็ก ๆ ไปเก็บขยะกัน เขาคงไม่อยากไป เลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้เขาอยากลุกออกไปเก็บขยะกับเรา โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนบังคับ เริ่มต้นจากเราชวนเขาดูสื่อการเรียนรู้ก่อน ชวนให้เขาคิดกับเราว่าทำไมน้ำทะเลถึงมีสีฟ้านะ สื่อที่เราเตรียมมาก็จะช่วยตอบข้อสงสัยของเขา ว่ามันเป็นการสะท้อนของแสงนะ ออกมาเป็นโปรแกรมศิลปะ ชวนให้เขาได้มาสร้างเมืองริมทะเลตามจินตนาการ ได้สร้างหาดทราย น้ำทะเลของตัวเอง” แพรบรรยายถึงความสนุกที่มาของกิจกรรมน่าสนุกอย่าง Ocean and Art

พอเด็ก ๆ ทำทรายและทะเลเสร็จแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง!

“เด็ก ๆ ไปเก็บขยะมาสร้างบ้านกัน” น้ำเสียงน่าสนุกของคุณครูเกริ่นขึ้น ก่อนเจ้าตัวน้อยจะรีบลุกอย่างตื่นเต้นในทันที เพื่อไปเก็บขยะมาสร้างเป็นเมืองในจินตนาการของตัวเอง “โปรแกรมนี้สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จมาก น้องบางคนเก็บขยะมาสร้างโมเดลบ้านเสร็จแล้ว ยังถือถุงมาบอกเราอีกว่าหนูอยากไปเก็บขยะต่อ เรายังสอนเขาต่อเรื่องของขยะได้อีก ชวนเขาคิดไปถึงของเล่นที่บ้าน ถ้าหนูเอาไปทิ้ง จะต้องใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย หนึ่งร้อยปีเลยนะรู้ไหม สุดท้ายเขาก็จะเข้าใจเรื่องการทิ้งขยะมากขึ้น เล่นแบบระมัดระวัง คุ้มค่าที่สุด” เธอเล่าถึงเรื่องราวเรียกรอยยิ้ม

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp 

“การที่เขาได้มาเข้าแคมป์ เขาจะต้องปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ เป็นฝ่ายที่คอยทำความเข้าใจกับธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการไปเต็ม ๆ เลย เดินไปสำรวจหินจะต้องทำยังไง เพราะหินก็เป็นหิน เป็นพื้นเรียบให้เขาไม่ได้ เขาก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง เดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้ล้ม” เธออธิบายถึงวิธีคิด นอกจากปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เจ้าตัวน้อยยังต้องคอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนและคุณครู เรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมเดินทางด้วย

แล้วมีน้อง ๆ คนไหนที่งอแงบ้างไหมนะ – เราสงสัย

“เยอะเลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณครูเจอมาบ่อย ก็จะคิดกันเสมอว่านี่คือการพาน้อง ๆ ไปเล่น ต้องไม่ทิ้งน้องนะ เราก็จะมีวิธีการคุยกับน้อง ถ้าหนูไม่ไปกับพี่แพร หนูจะเสียดายนะ เพราะพี่แพรจะพาเราไปดูบ้านปูเสฉวน ทำให้เขารู้สึกว่าเราก็เล่นกับเขาได้นะ เราเป็นเพื่อนเขาได้ พอได้พาเขาไปดูปูเสฉวน เด็ก ๆ ก็จะเห็นว่าปูมันอยู่ในเปลือกหอย เราก็สอนเขาได้ ถ้าเขาไปทะเล แล้วเก็บเปลือกหอยกลับบ้าน พี่ปูเสฉวนก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ เราเชื่อว่าทุกอย่างกลายเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กได้หมด เพียงแต่ว่าเราต้องใส่เรื่องราวเข้าไป ที่นี่ทุกอย่างจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวน่าสนุก พี่คนนี้เขาเกิดมาแบบนี้ มีเพื่อนเป็นพี่คนนี้นะ ทำเรื่องธรรมดาให้มันน่าสนุก เด็ก ๆ เขาก็จะตื่นตาตื่นใจ” แพรเผยเคล็ดลับมัดใจเจ้าหนู

แพรยังกระซิบให้เราฟังด้วยว่า การมาเปิดแคมป์ธรรมชาติให้เจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้ ทั้งการเล่นเซิร์ฟ การจุดไฟ การดูคลื่น ไม่ทิ้งขยะในทะเล รวมถึงทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากชนิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เป็นเพียงการสอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ในฐานะผู้สอนก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งเหมือนกัน, เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเหรอคะ – เราถามกลับ

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

“เราได้เรียนรู้ว่า เด็กทุกคนต่างกัน เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก โลกนี้มีอะไรที่เขาจะต้องเจออีกเยอะ ต้องค้นหาตัวตน เด็กบางคนได้เรียนรู้ เจอความเป็นตัวเองจากกิจกรรมนี้ บางคนเจอจากอีกกิจกรรมหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนจะได้สนุก แล้วก็เจอตัวตนของตัวเองจากที่นี่” เธอตอบ 

“มีหลายครอบครัวกลับมาที่ Seapiens Camp ปีละสองสามครั้ง มาอยู่อาทิตย์ สองอาทิตย์ บางครอบครัวมาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อน ไปเล่นเซิร์ฟด้วยกันทั้งคุณครู พ่อแม่ลูก ไปกินข้าว ปิ้งบาร์บีคิวที่หาดด้วยกันก็มี พ่อแม่บางคนไม่คิดว่าลูกตัวเองจะทำได้ บางคนไม่คิดว่าลูกจะยอมเดินบนทราย พอมาที่นี่ลูกเขากลับกล้าเดินลุยทรายกับพี่ ๆ ไปสำรวจสัตว์ทะเล เราดีใจมาก มีความสุขมาก ที่เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ปลดล็อกความกลัวของตัวเอง แล้วยอมวิ่งลงไปเล่นกับเรา

“บางคนยังพูดไม่ชัดเลย บอกเราว่า ‘อยากไปเรียนเจิฟ ไปเรียนเจิฟ’ ที่สำคัญเราดีใจที่เด็กบางคนมาแคมป์เราแล้วเขามีเป้าหมายใหม่ในชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง บางคนบอกว่าอยากเป็นนักเซิร์ฟทีมชาติ บางคนบอกว่าอยากจับสัตว์ทะเลทุกวัน มันเกิดการพัฒนาต่อ เขาอาจจะโตไปเป็นสัตวแพทย์ เรียนประมง เราไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ความฝันจะเปลี่ยนไหม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาเข้าใจการมีเป้าหมาย และเติบโตไปอย่างมีเป้าหมายแล้ว” แพรเสริม 

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าทะเลเป็นบ้านของเขา ให้เขาสนุก สบายใจ อยากกลับมาที่นี่อีก คิดว่าการที่เขามาแคมป์กับเรา ต้องมีสักเรื่องที่โดนใจเขา พอเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน เมื่อเขาเติบโตขึ้น เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในวันนี้ ในอีก 2 หรือ 3 ปีนี้ แต่ว่าในอีก 10 ปี 20 ปี ที่เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เหมือนเรา เขาจะไม่มีทางทำลายบ้านของเขาแน่ ๆ” 

เธอทิ้งท้ายถึงภาพอนาคตที่อยากเห็น

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp Khaolak

ที่ตั้ง : หาดปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (แผนที่)

สอบถามวัน-เวลาจัดกิจกรรมและโปรแกรมห้องเรียนธรรมชาติได้ที่ 

โทรศัพท์ : 08 0991 2516

เว็บไซต์ : www.seapienscamp.comFacebook : Seapiens Camp Khaolak

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

คอลัมน์ Share Location คราวนี้ พาคุณเปลี่ยนบรรยากาศมาทะเล แต่ช้าก่อน เราไม่ได้จะพาคุณมาขี่เจ็ทสกี หรือเล่นเซิร์ฟบอร์ดบนคลื่นน้ำ เราพาคุณมาทำสปาไกลถึงหัวหิน ที่เทวารัณย์ เวลเนส สปาชื่อดังของโรงแรมดุสิตธานี ริมหาดทรายขาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ที่เปิดมานานกว่า 31 ปี อย่าเพิ่งคิดภาพโรมแรมเก่าไปก่อนเชียว เพราะปัจจุบันที่นี่ได้แปลงโฉมครั้งสำคัญในรอบหลายปี มีทั้งการปรับปรุงห้องพักและห้องสวีทใหม่ทั้งหมด การเปิด Nómada ร้านอาหารสไตล์อเมริกาใต้แห่งใหม่ริมชายหาด การออกแบบสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโรงแรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกช่วงวัย และการยกระดับสปาเทวารัณย์ดั้งเดิมอันเลื่องชื่อ ให้กลายเป็นเทวารัณย์ เวลเนส สวรรค์ของคนรักสปาที่ให้มากกว่าการนวด แต่นำเสนอวิถีชีวิตแนวใหม่ไปพร้อมกัน ชวนให้หันกลับมาคุยกับตัวเองให้มากขึ้น ดำเนินชีวิตให้ช้าลง ดื่มด่ำบรรยากาศรอบตัวทุกวินาทีอย่างมีความหมาย ผ่านกิจกรรมมากมายที่ทำให้คุณผ่อนคลายได้ทั้งวัน สมกับที่ เทวารัณย์ (Devarana) มาจากคำในภาษาสันสกฤต แปลว่า อุทยานสวนสวรรค์ อย่างแท้จริง

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

สวรรค์ของสปา

ภายใต้กลยุทธ์ของดุสิตธานีที่ให้ความสำคัญกับ 4 เสาหลัก ได้แก่

Service (การบริการ) ให้การบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน 

Well-being (ความเป็นอยู่ที่ดี) ไม่เพียงพักผ่อนที่นี่ได้อย่างสบายใจ แต่ต้องกินดี อยู่ดี จิตใจดีรอบด้าน จึงตั้งใจมอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การทำสปา

Sustainability (ความยั่งยืน) คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรม

Locality (ท้องถิ่น) เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นใกล้เคียงเข้ากับโรงแรมอย่างมีเอกลักษณ์ 

เทวารัณย์ เวลเนส ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จากเสาต้นที่ 2 อย่าง Well-being ที่จะเปลี่ยนการทำสปาทั่วไปให้กลายเป็นสปาที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบองค์รวม 

“Wellness ที่ดุสิต ไม่ใช่แค่การให้บริการหรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า แต่คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในทุกมิติที่ลูกค้าจะได้รับจากการพักผ่อน 

เราเชื่อว่า ความเป็นไทยคือหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราจึงมอบแนวทางปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในผลลัพธ์ที่เต็มไปด้วยความหมาย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต”

Paul Hawco ผู้อำนวยการฝ่ายเวลเนส ผู้มีประสบการณ์ครอบคลุมอุตสาหกรรมสปา ฟิตเนส และเวลเนสในระดับสากลมามากกว่า 26 ปี เล่าถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่ว่า เทวารัณย์ เวลเนส มีภูมิปัญญาไทยเป็นแรงบันดาลใจ อาศัยหลักการปฏิบัติตามวิถีชาวพุทธ ยกระดับงานบริการให้อบอุ่นแบบไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิตธานี ผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมใหม่ด้านสุขภาพ 

ได้ออกมาเป็นหลักแห่งการดูแลกายใจให้ช้าลง 3 ประการ คือ 

Pause (การหยุดพัก) เช่น การฝึกสมาธิ การแพทย์แผนไทย การเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ 

Focus (การมุ่งไปที่เป้าหมาย) เช่น เมนูอาหารเฉพาะบุคคล การระบุตำแหน่งที่ต้องการนวด การออกกำลัง และกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ

Growth (การเติบโต) เน้นกิจกรรมเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ทำร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มนักธุรกิจ

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

โดยการเนรมิตสวนสวรรค์ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก Cat Lau ผู้ฝึกสอนและนักการศึกษาด้านสุขภาพทางอารมณ์ เชี่ยวชาญด้านการการรักษาสุขภาพโดยการใช้พลังงานบำบัด การเคลื่อนไหว และค้นหาภูมิปัญญาจากภายในเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ เธอนำหลักสำคัญทั้ง 3 มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบกิจกรรมดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี

“ก่อนที่เราจะพัฒนาตัวเอง แคทสร้างคลาสนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นพื้นฐานของเวลเนส คือ เริ่มจาก Pause เราให้ทุกคนนั่งสมาธิ ทำ Energy Healing ได้อยู่กับร่างกาย จิตใจของตัวเอง ต่อมาคือ Focus เราใช้โยคะ เพราะต้องตั้งใจว่าเราจะบาลานซ์ร่างกายยังไงให้ทรงตัวอยู่ได้ สุดท้ายคือ Growth แคทให้ทุกคนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง กว่าที่คนคนหนึ่งจะมาถึงตรงนี้ได้ ว่าเราลำบากตรงไหน เราได้บทเรียนอะไร แล้วเราจะทำอะไรต่อไปในชีวิต 

สำหรับแคท เวลเนส เป็นเรื่องที่จริงจังและซับซ้อนมาก แต่นี่ก็เป็นโปรเจกต์ที่จะจุดประกายให้ทุกคนได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพจากการมีพื้นฐานที่ดี”

ทั้งหมดที่เธอกล่าวมาถ่ายทอดในรูปแบบวิดีโอพิเศษ เผยแพร่ที่โรงแรมและรีสอร์ตในเครือดุสิตธานีทั้งหมด โดยลูกค้าทุกท่านรับชมและปฏิบัติตามได้ยามว่างภายในห้องพัก

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

ความเจ็บปวดที่งดงาม

เทวารัณย์ เวลเนส ตั้งอยู่ในสวนสวยของโรมแรมดุสิตธานี บนพื้นที่มากกว่า 906 ตารางเมตร ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตกแต่งใหม่ได้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ แต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย 

ก่อนนวด ที่นี่จะมีสิ่งที่เรียกว่า A Guided Wellness Journey คล้าย ๆ สมุดตรวจสุขภาพ โดยเราสามารถพูดคุยกับพนักงานถึงผลลัพธ์ที่ต้องการหลังนวด ระบุได้ว่ามีปัญหาสุขภาพด้านใดบ้าง เลือกได้ว่าจะให้เน้นส่วนใดของร่างกายเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นการนวดที่ตอบโจทย์ความต้องการและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อลูกค้า

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ
Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

นวดแบบไทยโบราณ (Ancient Thai Massage) 

Master : พี่จิ๋ว 

ประสบการณ์ : 22 ปี

น้ำหนักมือ : ปานกลาง – หนัก 

เราเริ่มเข้าสู่วงการนวดตัวเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยการนวดแบบไทยโบราณ และเหมือนรู้ว่าเราเป็นน้องใหม่ในวงการถึงได้ส่ง พี่จิ๋ว มือวางอันดับต้นด้านการนวดแห่งเทวารัณย์มารับหน้าที่ดูแลเราในวันนี้

ที่นี่จัดห้องนวดให้แบบเป็นส่วนตัว มีดนตรีบรรเลงคลอ และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรอบอวลชวนให้ผ่อนคลาย บนเตียงจะเห็นว่ามีอุปกรณ์สำหรับคอร์สนี้จัดใส่ถาดอย่างเป็นระเบียบ พร้อมเสื้อผ้าที่ทุกคนจะต้องเปลี่ยนเพื่อให้สะดวกต่อการนวด

การนวดไทยโบราณเป็นคอร์สที่ถูกเพิ่มเข้าใหม่ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาไทย ทั้งท่วงท่าและอุปกรณ์ในการนวด ภายใต้แนวคิด Thai Herbal Antidote มุ่งเน้นไปที่การผ่อนคลาย ดีท็อกซ์ร่างกาย ทำให้กลับไปนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม 

พี่จิ๋วชวนให้เราปล่อยวางก่อนเริ่ม ด้วยการตีขันทิเบตเสียงกังวาน เรียกสติสตางค์ที่เคยวิ่งเตลิดให้หยุดพักลงชั่วครู่

จากนั้น กลิ่นหอมฟุ้งของหมู่มวลสมุนไพรก็โชยมาพร้อมกับไอร้อน ๆ จากหม้อต้ม เป็นอันรู้กันว่าพี่จิ๋วจะเริ่มบรรเลงฝีมือด้วยการประคบร้อนเป็นอย่างแรก เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว 

เธอเล่าว่า ส่วนผสมของประคบร้อนเป็นสมุนไพรแห้งตากเอง ประกอบไปด้วย ตะไคร้ ขิง ข่า ใบส้มป่อย มะขาม เกลือ การบูร สาเหตุที่ไม่ใช้สมุนไพรสด เพื่อไม่ให้สีเหลืองจากสมุนไพรเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า 

ต่อมาเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยการตอกเส้น เราที่นอนคว่ำจะได้รับแรงสั่นสะเทือนบนเรือนร่างพร้อม ๆ กับเสียงของไม้ที่ตอกลงมาอย่างเป็นจังหวะ แปลกที่ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด หรือว่าพี่จิ๋วกำลังหลอกกันให้ตายใจ

เพราะเมื่อเธอลงมือบีบเค้น เราก็นึกโทษตัวเองในใจว่าทำไมไม่ดูแลรักษาร่างกายให้ดีเสียบ้าง โดยเฉพาะอาการเส้นตึงช่วงสะบัก คอ บ่า ไหล่ ที่กระบี่มือหนึ่งอย่างพี่จิ๋วต้องออกปากว่าเป็นจุดยอดฮิตที่คนวัยทำงานมักจะโอดครวญ เป็นผลมาจากการขับรถนาน รวมถึงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์

ระหว่างการนวดไทยนี้ อย่าคาดหวังว่าจะผล็อยหลับไปง่าย ๆ เพราะการนวดแบบไทยโบราณจะเต็มไปด้วยท่วงท่ามากมาย มีการยกแขน ยกขา พลิกตัวไปมา เพื่อกดจุดร่างกายได้อย่างทั่วถึง 

เราว่างเว้นจากการร้องโอดที่พี่จิ๋วกดโดนทุกจุด ก็พูดคุยสัพเพเหระกับเธออย่างสนุกสนาน ได้เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าประจำแวะเวียนมาใช้บริการที่เทวารัณย์เป็นสิบปี ว่าผู้นวดทุกคนจะต้องมีการสอบนวดประจำปี เป็นการทบทวนสูตรและคงมาตรฐานที่ดีเอาไว้ เมื่อถามว่าพี่จิ๋วมีหวั่นใจบ้างหรือไม่ จึงได้คำตอบที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมเราถึงช่างโชคดี เพราะเธอคนนี้คือผู้ให้คะแนน

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

นวดน้ำมันแบบผสมผสานหลายศาสตร์ (Devarana Signature)

Master : พี่ปุ้ย 

ประสบการณ์ : 10 ปี

น้ำหนักมือ : ปานกลาง – หนัก

บิดเอี้ยวตัวจากนวดไทยโบราณได้ไม่ทันไร เราก็พบเจอกับกระบี่อีกมือที่ยืนรอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พี่ปุ้ยรับหน้าที่ดูแลเราในคอร์สนวดอันเป็นเอกลักษณ์และขึ้นชื่อที่สุดของเทวารัณย์

Devarana Signature เป็นการนวดน้ำมันที่ผสมผสานเทคนิคอายุรเวทแบบไทย การนวดชิอัตสึแบบตะวันออก การนวดสวิดิชแบบตะวันตก และอโรมาเทอราพี เพื่อประสบการณ์การผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากที่ไหน

อย่างแรกที่ทำให้เราประทับใจ คือการที่พี่ปุ้ยพาไปผสมน้ำมันหอมระเหยสำหรับการก้มดมและนวดตัว โดยที่นี่มีกลิ่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าถึง 3 สูตรด้วยกัน คือ

Detox : Cleanse & Purify สำหรับคนที่ต้องการความสมดุล สร้างความมุ่งมั่น เติมพลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปรับอารมณ์

Destress : Anxiety & Stress สำหรับคนที่มีความกังวล ไม่สบายใจ ตึงเครียด อ่อนเพลีย ปวดและเวียนศรีษะ 

Deep Sleep : Restlessness & Recovery สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูจิตใจ มีอาการนอนไม่หลับ มีความว้าวุ่นในใจ 

เราเลือกเป็นกลิ่น Destress ที่ใช้ตะไคร้หอมเป็นตัวคลายกังวล ผสมกับน้ำมันสวีทอัลมอนด์ เจอเรเนียม และลาเวนเดอร์ พอดมดูแล้วก็น่าเสียดาย ที่พี่ปุ้ยไม่ให้เราเอาขวดนี้กลับบ้านไปด้วย

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ
Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

กรรมวิธีแรกเริ่มก็เหมือนจะคล้ายเดิม แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือโถก้มดมที่เราเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยเองไปเมื่อครู่ หยดรวมกับใบมะกรูด เปลือกส้ม มะนาว และเลมอน ส่งกลิ่นหอมโชยกับไอร้อน ๆ เปิดรูขุมขนบนใบหน้าให้เราที่กำลังนอนคว่ำ

พี่ปุ้ยบอกว่าการนวดแบบไทยจะเน้นไปที่การกดจุด แต่การนวดน้ำมันนี้จะเน้นที่การรีดเส้น และลงน้ำหนักปานกลางไปถึงมาก 

เราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตามประสาคนไม่เคยนวดมาก่อน แต่เหตุการดูเหมือนจะคล้ายเดิมอีกครั้ง เมื่อพี่ปุ้ยเปลี่ยนจากการเช็ดตัวด้วยผ้าร้อนเป็นการลงศอกแบบถึงลูกถึงคน

ยอมรับโดยไม่อายว่าบางจุดมันโดนเส้นเสียจนหน้าเหยเก ถ้าพี่จิ๋วเป็นคนบอกว่าสะบัก คอ บ่า ไหล่ เรามีปัญหายังไง เส้นตึงแค่ไหน พี่ปุ้ยก็รับบทเป็นคนหวังดีที่รีดเส้นของเราจนกว่าจะคลาย 

ความต่างอีกอย่างของ 2 ทรีทเมนท์นี้ คือการที่คุณจะไม่มีทางหลับได้ระหว่างการนวดไทย แต่คุณแทบจะละลายไปกับเตียง เพราะเคลิบเคลิ้มไปกับการนวดน้ำมัน และเมื่อเสียงโคชิ หรือกระดิ่งลมญี่ปุ่นถูกแกว่งไปมา คุณก็จะถูกปลุกจากนิทราขึ้นมาราวกับเป็นคนละคน

นอนกลางดิน กินกลางทราย

หลังแปลงร่างกลับมาอยู่ในชุดเดิม ก็จะพบกับกาน้ำชาวางรออยู่บนโต๊ะ โดยน้ำที่เสิร์ฟจะมีสรรพคุณแตกต่างกันตามสูตรที่เราเลือกไว้ สำหรับสูตร Destress จะได้เป็นชามะตูม Detox จะได้ชากระเจี๊ยบ และ Deep Sleep จะได้ชาคาโมมายล์

Devarana Wellness สวนสวรรค์ของคนรักสปาที่ดุสิตธานี หัวหิน จัดให้แบบครบองค์ประกอบ

ถ้าคิดว่าทรีทเมนต์ที่เราเลือกดูจะหนักข้อไปเสียหน่อย ที่นี่ก็มีทรีทเมนต์และการบำบัดที่ออกแบบมาอย่างดีกว่า 30 รายการ ทั้งการขัดผิวกาย การดูแลผิวหน้า และการนวดบำบัดต่าง ๆ จุดเด่นของเทวารัณย์จึงเป็นการที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งโปรแกรมสุขภาพให้เหมาะสมกับปัญหาของตัวเองได้ตามชอบ

อีกอย่างที่เราประทับใจ คือเทวารัณย์ทำให้การทำสปาทั้งวันเป็นเรื่องง่ายและทำได้จริง เพราะที่นี่มีบริการข้าวกล่องเพื่อสุขภาพ Bento Box – Devarana Mindful Eating เป็นของว่างให้พลังงานหลังออกกำลังกาย เลือกได้ระหว่างเมนูแรก เนื้อไก่ ฮุมมุส ผักดอง ราดด้วยซอสโยเกิร์ตผสมงาขาว ห่อด้วยแป้งตอร์ติญ่า และเมนูที่สอง ปลาทูน่าคลุกงาย่างกระทะ เคียงด้วยถั่วแระญี่ปุ่น ไข่ต้มดอง มะเขือเทศ ราดด้วยน้ำสลัดงารสเปรี้ยว

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

ผักสดที่พูนเต็มกล่อง ไม่เพียงอัดแน่นอยู่ในเบนโตะเท่านั้น แต่ดุสิตธานียังมีสวนผักออร์แกนิกปลูกเองที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าทำมาแล้วนานหลายปี ปัจจุบันมีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด รวมถึงน้องควาย เข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกเมื่อ พี่จิ๋วเองก็แอบกระซิบบอกเราว่า ดอกไม้นานาที่ตกแต่งอยู่ในสปา ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตปลอดสารพิษจากฟาร์ม ทั้งมะกรูดเอย ใบเตยเอย ดอกบัวก็ด้วย

นอกจากนี้ หากคุณอยากใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเองอย่างเต็มอิ่ม ก็ทิ้งความกังวลใจไว้ในล็อกเกอร์ส่วนตัวที่แยกเป็นบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน ภายในเทวารัณย์ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากแตกต่างจากสปาทั่วไป ที่นี่มีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ จัดเต็มด้วยเครื่องออกกำลังกายแบบครบวงจร มีห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และจากุซซี่เตรียมพร้อมสำหรับประสบการณ์การพักผ่อนที่เลือกเองได้ 

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก ผลักประตูออกมาไม่กี่ก้าวก็จะพบกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้นอนเอนกาย มองดูต้นไม้ใหญ่ทอดเงาลงบนท้องน้ำสงบนิ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลในระดับสายตา ก็จะพบกับลานสีเขียวใต้ต้นโพธิ์สำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนี้เรามีโอกาสได้ทำสมาธิและโยคะพื้นฐานร่วมกับคุณแคท ท่ามกลางเสียงใบไม้พลิ้วไหว สายลมพัดบางเบากระทบใบหน้า เหมือนว่าเสียงที่ดังฟังชัดที่สุดจะเป็นความรู้สึกนึกคิดของเราเอง

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ
เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

เขยิบออกไปที่ชายหาด ที่เส้นขอบฟ้าขนานกับผืนน้ำทะเลหัวหิน มีกิจกรรมที่จัดเป็นประจำให้บริการแก่ลูกค้าทุกคนที่เข้าพักตลอดทั้งวัน เริ่มจากกิจกรรมมวยจีน (Tai Chi) ตั้งแต่เช้าตรู่ตอน 06.30 – 07.00 น. ดื่มด่ำแสงแดดยามเช้าสักพักก็เข้าคอร์สนวดตัวที่เทวารัณย์ สลับกับการนวดหน้า แช่อ่างจากุซซี่ หรือออกกำลังกายเรียกเหงื่อ ตกเย็นหน่อยสัก 17.00 น. ถ้ายังมีแรงเหลือก็ไปร่วมกิจกรรมแอโรบิกโดยเทรนเนอร์มากประสบการณ์ได้ที่ลานกิจกรรม ก่อนจะกลับมายืดเส้นยืดสายริมหาดอีกครั้งกับกิจกรรม Beach Healing Meditation และ Sound Bowl and Baths เพื่อสงบจิตใจ

ทะเลหัวหินอาจเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนของใครหลายคน แต่ถ้าอยากสัมผัสความผ่อนคลายแบบองค์รวมที่ไม่ใช่แค่การมองน้ำทะเลหรือนอนเล่นริมหาด เทวารัณย์ เวลเนส นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เราได้กลับมา มันมากกว่าเส้นสายที่ตึงในเนื้อตัว ความเครียดสะสมในหัวก็เหมือนจะคลายออกไปด้วย

สำคัญที่สุดคือความรู้สึกที่ได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง หลังใช้ชีวิตอยู่กลางเมืองหลวงอันรีบเร่งและวุ่นวาย จนเผลอทำตัวตนหล่นหายในบางครา

เทวารัณย์ เวลเนส สปาริมหาดหัวหินที่ตอบทุกความต้องการของคนรักสุขภาพ ผ่านการนวดผสมผสานและกิจกรรมแบบชาวพุทธ

Devarana Wellness 

ที่ตั้ง : โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (แผนที่)

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น. (สปาเปิด 09.00 น.)

Facebook : Dusit Thani Huahin และ Devarana Wellness

Website : www.dusit.com/dusitthani-huahin/

ให้บริการสำหรับลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมและลูกค้าจากภายนอกในระบบสมาชิก

บัตรผ่านแบบรายวันสำหรับลูกค้าทั่วไปราคา 400 บาทต่อคน หรือ 550 บาทสำหรับสองท่าน สิทธิ์เข้าใช้ห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และจากุซซี่พร้อมล็อกเกอร์ส่วนตัว

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ปวิชญา จีนปาน

เกิดที่สมุทรสาคร โตที่นครปฐม ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระในกรุงเทพที่ใช้เวลาว่างไปกับอาร์ตแกลเลอรี่และที่ที่มีดอกไม้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load