ชายฝั่งทะเลติดมหามหาสมุทรอินเดียยาวกว่า 2,500 กิโลเมตร เลียบแผ่นดินของประเทศโมซัมบิกตลอดแนวทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันออก อาจบอกเป็นนัยถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรจากท้องทะเล ที่เราคงหวังว่าประชาชนของเขาคงจะอิ่มหนำและสมบูรณ์พูนสุข เต็มท้องไปด้วยอาหารทะเลอันมหาศาล

ไม่ว่าจะกุ้งมังกรตัวเขื่องที่อาศัยอยู่ในกองหินริมชายฝั่ง ปูทะเลดำมะเมื่อมในโคลนที่ปากแม่น้ำจรดทะเล หรือกุ้งแม่น้ำตัวยักษ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำกร่อยที่น้ำจืดจากแม่น้ำสายใหญ่ผสมกับน้ำทะเลก่อนที่จะไหลออก

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน

อีกทั้งกุ้งหอยปูปลาสารพัดสารพัน ที่เราอาจจะพอจินตนาการได้ในพื้นที่ริมฝั่งทะเลแบบนี้

ในช่วงแรกที่เราไปถึงที่กรุงมาปูโต เมืองหลวงของประเทศโมซัมบิกที่สถานทูตไทยเพิ่งเปิดใหม่เป็นครั้งแรก พี่ๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศมักจะสอบถามข่าวคราวถึงชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกิน

ใครๆ ก็ย่อมคิดว่าการไปอยู่ในแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศโมซัมบิก ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ติดอับดับความจนที่สุดใน 5 อันดับท้ายของโลกคงจะไม่สู้ดีแน่

ผมไม่ตอบอะไร แม้จะรู้สึกขอบคุณและซึ้งใจพี่ๆ ที่กรุงเทพฯ ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่มีให้ผมและครอบครัว

จนกระทั่งพวกพี่ๆ ได้เดินทางมาราชการที่กรุงมาปูโต

“อ๋อ เอ็งกินมาม่า…กับล็อบสเตอร์ นี่เอง”

แล้วความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยบนโต๊ะอาหารที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหารทะเลนานาชนิดในมื้อเย็นวันนั้น

ทรัพยากรจากท้องทะเลอันอุดม

แวบแรกที่เราเห็นตลาดสดที่ขายเฉพาะอาหารทะเลก็พาให้เราตื่นใจแล้ว

รัฐบาลญี่ปุ่นได้มาช่วยสร้างตลาดขายของทะเลให้ใหม่ที่เขตชานเมือง พร้อมห้องแช่เย็นและลานขายของทันสมัย ในตลาดเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งจากท้องทะเล กุ้งมังกรหรือล็อบสเตอร์หินตัวใหญ่สุดๆ วางขายกันเกลื่อน ไม่นับปูทะเลกระบุงใหญ่ที่ยังโผล่ตามาเมียงมองวิบๆ กุ้งหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกุ้งขาว กุ้งลายเสือ หรือกุ้งตะกาด ที่บ้านเราเรียกกันที่เพิ่งจับสดๆ แล้วก็ยังมีกุ้งก้ามกรามหรือกุ้งแม่น้ำที่มีมาขายเป็นระยะๆ ด้วย

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
บรรยากาศในตลาดปลา ซึ่งขายอาหารทะเลสด ในกรุงมาปูโต ภาพตลาดเฉอะแฉะถูกแทนด้วยความสะอาดและใหม่เอี่ยมอ่อง 

เมื่อเราเดินเข้าไปในตลาด หน้าตาจีนๆ แบบนี้เป็นที่ต้องตาของพ่อค้าแม่ค้านัก คงเพราะชื่อเสียงของคนเอเชียที่ไม่เป็นรองใครเรื่องการบริโภค พวกเขามักเชื้อเชิญด้วยความสดใหม่ของอาหารทะเลที่เขาวางขาย หอยตลับแช่อยู่ในอ่างน้ำพลาสติกพากันพ่นน้ำกระเด็นออกมาต่อหน้าต่อตา ปูทะเลสดๆ ถูกจับกระดองหงายขึ้นให้เห็นจับปิ้งว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย พร้อมกับขาทั้งแปดที่ยังขยับไปขยับมา ทว่าก้ามใหญ่ของมันถูกมัดไว้แน่นด้วยเชือกกล้วย มิใช่เชือกฟางพลาสติกสีแดงแบบบ้านเรา

อีกทางหนึ่ง เสียงพอค้าโหวกเหวกตะโกนเสียงเพียงเพื่อจะชี้ชวนให้เราหันไปดูปลาเก๋า ปลากะพง ปลานกแก้ว ปลาจาระเม็ด และอีกสารพัดปลาที่เขาวางเรียงรายอยู่บนแผง เมื่อเราชายตาหันไปดู ก็เห็นมือของเขาแหวกเหงือกสีแดงสดและชี้มือไปที่ดวงตาใสๆ ของปลาได้แล้ว อีกทางหนึ่ง เสียงแม่ค้าเจื้อยแจ้วเรียกให้เราเข้าไปดูกุ้งที่เขาวางขายอยู่ บางครั้งเราก็เห็นกุ้งยังสดๆ ขยับกลุ่มขาไปด้านหน้าหลังที่แม่ค้าอยากให้เราเห็นว่ามันยังมีชีวิตอยู่

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ของทะเลสดๆ ทั้งกุ้งหอยปูปลา วางเรียงรายจนเลือกไม่ถูก

ในกรุงมาปูโต มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ อยู่สองสามแห่ง เช้าตรู่ ชาวบ้านออกเรือไม้ขนาดเล็กขนาดไม่กี่ฟุตออกไปจับปลาตามแนวชายฝั่ง มีเพียงเบ็ด ลอบดักปู และอวนจับกุ้ง ปลาและกุ้งไม่มีตู้น้ำแข็ง ตกเย็นกลับมา ก่อนที่แม่ค้าคนกลางจะมาซื้อเหมาไปขายในตลาดในเมือง เรือประมงขนาดใหญ่เป็นของบริษัทข้ามชาติ ล่าสุดบริษัทในจีนก็เพิ่งมาร่วมทุนกับรัฐบาลทำการประมงจับปลาในเขตน้ำลึกที่ประมาณกันว่ามีทรัพยากรมหาศาล

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
เรือไม้ลำเล็กที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้ออกไปหาปลา โดยมากจะออกเรือในตอนเช้าตรู่และกลับมาในตอนบ่ายๆ

เราได้กินอาหารทะเล แต่คนของเขาได้กินแต่ข้าวโพด

ผมอายที่จะบอกว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของผมและครอบครัวตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ประเทศโมซัมบิกดีขนาดไหน (แม้จะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายแพงลิบลิ่ว จนไม่สามารถมีเงินเก็บเงินออมก็ตาม)

อาหารทะเลที่นำมาปรุงแบบไทย มีทั้งปูนึ่ง ปูดอง ปลาทอด ผัดรวมมิตรทะเล และอีกสารพัดเมนู

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน

ในขณะที่ทรัพยากรจากท้องทะเลอันอุดม แต่คนโมซัมบิกทั่วไป ซึ่งหมายถึงคนส่วนใหญ่ของประชากรเกือบ 30 ล้านคน ก็ไม่อาจได้กินอาหารแบบที่พวกเราได้กินแบบนี้

อาหารหลักๆ ของพวกเขาที่อาจจะได้กินแบบอดมื้อกินมื้อ เห็นจะไม่พ้นข้าวโพด

พวกเขากินกันแต่ข้าวโพดกันจริงๆ ข้าวโพดกินกับถั่วลิสงเพื่อให้ได้โปรตีน และผักต้มผสมผงชูรสซองๆ เพื่อให้ได้รสชาติ

คนแอฟริกันส่วนใหญ่กินข้าวโพดประทังชีวิต

ข้าวโพดแต่ดั้งเดิมมาจากอเมริกาใต้ แต่เดินทางมาถึงแอฟริกาพร้อมกับเจ้าอาณานิคมโปรตุเกสที่ไปครอบครองดินแดนแถบนั้นเป็นเจ้าแรก ข้าวโพดมาแทนที่ข้าวฟ่าง ซึ่งคนพื้นเมืองส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวกินมาแต่เดิม ข้าวโพดครองใจคนแอฟริกันแทบทั้งทวีป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าวโพดปลูกง่าย ทนแดด ทนฝน และทนแล้ง สามารถขึ้นโดยพึ่งเพียงฟ้าฝนและไม่ต้องการเทคโนโลยีหรือความรู้ขั้นสูง แถมยังให้ผลผลิตในจำนวนมากเมื่อเทียบกับอาหารหลัก หรือที่เรียกกันว่า Staple Food ชนิดอื่นๆ

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ข้าวโพดต้มหากไม่นำมาบดเป็นแป้งกินเป็นอาหารหลักในแต่ละมื้อแล้ว ตามข้างถนนหลวงก็มีข้าวโพดต้มกับเกลือขายแบบบ้านเราสำหรับคนขับรถบรรทุกระยะไกลกินแก้หิวให้อิ่มท้อง

ชาวบ้านใช้จอบด้ามเก่าเซาะตะกุยดินแห้งให้ร่วนซุย แล้วฝังเมล็ดข้าวโพดไว้ในดิน ฝนที่ตกมาโปรยปรายก็ปลุกให้เมล็ดข้าวโพดที่หลับใหลลุกขึ้นมาผลิใบอ่อน ฟ้าฝนตามฤดูกาลประคองต้นข้าวโพดจนเติบโตและออกฝักในอีกเพียงแค่ 3 – 4 เดือนต่อมา ชาวบ้านทยอยเก็บเกี่ยวมาใช้เพียงเท่าที่ต้องการในครัวเรือน

อาหารหลักที่เป็นแป้งข้าวโพดนี้อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต แม้มีวิตามินและโปรตีนเล็กน้อย แต่มีคุณสมบัติให้พลังงานและอิ่มท้องเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่น อีกทั้งมีราคาถูกและปลูกเองได้ง่าย เพราะข้าวโพดเป็นพืชที่ทนทานต่ออากาศและโรค

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวโพดสีขาว ไม่ใช่ข้าวโพดหวานสีเหลืองแล้ว ข้าวโพดก็จะถูกนำมาผึ่งลมพอให้แห้ง คนในครอบครัวช่วยกันแกะเมล็ดข้าวโพดออกจากฝัก และนำมาบดตำในครกไม้หรือครกดินเผาทรงสูง โดยใช้สากที่ทำจากท่อนไม้ท่อนยาวให้ละเอียดเป็นแป้งผง แล้วจึงตั้งไฟต้มน้ำในหม้อใหญ่ แล้วนำแป้งที่โม่บดได้กวนในน้ำร้อนจนเป็นก้อนแป้งที่จับตัวกัน

ในขณะที่ข้าว ซึ่งเป็นธัญพืชชนิดเดียวที่ไม่เปลี่ยนรูปร่างเมื่อมนุษย์นำมารับประทาน เม็ดข้าวยาวเรียวนำมาหุงกับน้ำ แต่เมล็ดธัญพืชชนิดๆ อื่นที่ผู้คนในที่อื่นกินเป็นอาหารหลัก ไม่ว่าจะเป็นข้าวฟ่าง ข้าวสาลี หรือไม่เว้นแม่แต่ข้าวโพดที่คนแอฟริกากินนั้นจะเปลี่ยนรูปเป็นแป้งละเอียดก่อนนำมากิน ไม่นับอาหารหลักจำพวกหัวพืช เช่น หัวมัน มันสำปะหลัง หรือกล้วยที่มักถูกนำมาบดบี้ให้ละเอียดก่อนนำมากิน

คนแอฟริกาเรียกชื่ออาหารหลักที่เป็นแป้งข้าวโพดไปต่างกันตามแต่ละท้องที่ เคนยาและแทนซาเนียเรียกอูกาลี (Ugali) โมซัมบิกเรียกชีมา (Chima) แอฟริกาใต้เรียกปั๊บ (Pap) หรือประเทศในแอฟริกาตะวันตกอย่างเช่นกานา เบนิน โตโก ไลบีเรีย เรียกว่าโฟโฟ หรือไม่ก็ออกเสียงเป็นฟูฟู (Foofoo, Foufou, Fufu)

ภาพหญิงแอฟริกาที่กำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมโม่แป้งข้าวโพด อาจเป็นภาพที่หลายคนจดจำหรือชวนให้นึกถึงแอฟริกา การทำอาหารถือเป็นหน้าที่ของพวกเธอในครอบครัว ตอนเช้าตรู่ ผู้ชายออกไปทำไร่ทำสวนหรือออกไปทำงาน ผู้หญิงจะตื่นมาเตรียมแป้งข้าวโพดผสมกวนกับน้ำเป็นก้อนนี้แต่เช้า และมักกินคู่กับถั่วต้มกับผัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักเขียวใบแข็งจำพวกคะน้าสับเป็นชิ้นเล็กยาวละเอียด พร้อมกับหัวหอม มะเขือเทศสับ และผักอื่นๆ ที่พอจะหาได้

แป้งข้าวโพดต้มแล้วกวนจนเหนียวเป็นก้อน กินเคียงกับถั่วและผักต้ม วันละ 2 มื้อเช้ากับเย็น ถือเป็นอาหารของคนแอฟริกา ยุคสมัยใหม่ทำให้พวกเขาได้รู้จักผงชูรสที่ขายเป็นซองๆ ช่วยสร้างกลิ่นของน้ำต้มกระดูก ซึ่งถือเป็นเครื่องปรุงสำคัญที่แทบจะขาดไม่ได้ หากไม่ได้ยากจนค้นแค้นถึงสุดขั้น

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ข้าวโพดเมื่อนำมาบดเป็นแป้งแล้ว คนท้องถิ่นก็จะนำมากวนกับน้ำบนหม้อขนาดใหญ่ กวนจนเหนียวจับตัวกัน กินแทนข้าวเคียงกับผักต้ม อาจมีเนื้อสัตว์บ้างเล็กน้อย

แป้งข้าวโพดกวนกับน้ำนี่สิ ผมเคยลองกินแป้งข้าวโพดที่ชาวบ้านกินกันนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยทำใจให้ชอบได้สักที เพราะนอกจากจืดชืดไม่มีรสชาติใดๆ ผิดกับข้าวที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งหวานแล้ว ยังมีกลิ่นคล้ายแป้งเปียกและกินแล้วสากลิ้นมาก

จนทำให้คิดว่า บางทีคนเราก็น่าเห็นใจเหมือนกัน ที่เราอาจไม่สามารถเลือกกินอะไรได้ตามที่ใจต้องการ

อาหารทะเลเป็นของหรูหรา เนื้อสัตว์ถือเป็นของวิเศษ

สำหรับคนท้องถิ่นในโมซัมบิกและในแอฟริกาส่วนใหญ่ เนื้อสัตว์ถือเป็นอาหารเฉพาะในวันสำคัญหรือเทศกาลพิเศษเท่านั้น

ชาวบ้านในชนบทแทบทุกบ้านมักเลี้ยงไก่หรือเป็ด โดยปล่อยไว้ให้หากินเอง หรือไม่ก็อาจมีกระต่ายที่เลี้ยงไว้ในเล้าที่ทำจากไม้สานเป็นกรงรูปร่างกลมๆ ยกให้สูงจากพื้นราว 1 – 2 เมตร เพื่อไม่ให้หนีออก บ้านในต่างจังหวัดที่พอลืมตาอ้าปากได้หน่อยก็มีหมูหรือวัวเลี้ยงไว้ เมื่อมีโอกาสดีๆ ก็จะเชือดหมูเชือดวัวมาเฉลิมฉลองกัน ไม่ต่างจากชาวบ้านในต่างจังหวัดของเมืองไทย 

ส่วนผู้คนในเมืองก็ซื้อเนื้อไก่ซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ราคาถูกที่สุด เพราะผลิตได้ในลักษณะอุตสาหกรรม เนื้อหมูและเนื้อวัวถือเป็นเนื้อสัตว์ราคาแพง

อาหารทะเลในโมซัมบิกอาจมีไว้เพียงส่งออก และมีเพียงไว้สำหรับให้คนมีสตางค์ในเมืองกิน อาจมีเพียงปลาตัวเล็กหรือกุ้งใกล้หมดสภาพที่แม่ค้าอาจเลหลังนำมาขายให้คนรายได้น้อยในเมืองกินบ้าง

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ปลาทะเลชายฝั่งราคาถูกคล้ายปลาทูผสมปลากระบอกปิ้งขายให้กับคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ซึ่งมีรายได้ไม่มาก ในสนนราคาตัวละประมาณ 10 บาท 

การที่จะคงสภาพความสดใหม่ของอาหารทะเลเป็นเรื่องที่มีค่าโสหุ้ยมหาศาล ไหนจะค่าเรือจับปลาที่มีอุปกรณ์ครบครัน ไหนจะห้องเย็นหรือน้ำแข็งที่ต้องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยี ไหนจะถนนหนทางที่จะนำอาหารทะเลไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วที่สุด ไหนจะตลาดที่มีตู้แช่สำหรับวางขาย

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเหนือความเป็นจริงในประเทศส่วนใหญ่ที่ยากจนในทวีปแอฟริกา

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
บนเกาะ Ilha de Mocambique เมืองหลวงแห่งแรกของประเทศโมซัมบิกในสมัยการปกครองโดยอาณานิคมโปรตุเกส ซึ่งปัจจุบัน UNESCO ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชาวประมงพื้นบ้านนำปลานกแก้วและปลาเก๋าขนาดใหญ่มาขายให้กับนักท่องเที่ยวและโรงแรม และเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับประทานปลาทะเลเช่นนี้ เย็นวันนั้น เชฟดอล์ฟ สหัส จันทกานนท์ (คนถือปลา) นำปลาเก๋าที่ซื้อไปนึ่งมะนาวให้พวกเรากิน

เราอาจเห็นกุ้งแช่แข็งสดๆ ตัวใหญ่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรป เราอาจเคยกินกุ้งซาชิมิที่มาจากท้องทะเลในมหาสมุทรอินเดียจากโมซัมบิก เราอาจเคยกินซุบหอยแบบญี่ปุ่นที่หอยตลับอิมพอร์ตเข้ามาจากโมซัมบิก

แต่เราคงไม่ได้เห็นชาวบ้านในโมซัมบิกมานั่งแกะกุ้ง แทะกุ้ง ต้มหอย เลาะก้างปลากินกันหมึบหมับ

เหมือนกับพวกเรา

Writer & Photographer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

แอฟริกันเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับแอฟริกาที่จะทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่ไกลกันอย่างที่คิด

เมื่อเกือบสิบปีก่อน ผมเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยต้น 30 ในโลกใหม่ในแอฟริกาตะวันออกที่อ่อนต่อโลก มีแต่ความมุทะลุ กระหายกับการผจญภัยแบบบ้าๆ มีแต่ความปรารถนาที่จะค้นหาเรื่องไม่เป็นเรื่อง มีแต่ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเอาชนะ นั่นคือตัวตนที่ไร้เดียงสา แม้เพียรจะแสวงหาความจริงของชีวิต และเพรียกหาความฝันที่วันนี้เมื่อสิบปีผ่านไปก็พบว่าไม่มีวันเป็นจริง

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ในคราบของเด็กหนุ่มคนนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะ Tingatinga ที่เป็นตัวแทนของแอฟริกาตะวันออก เป็นประตูเปิดโลกทำให้ได้เข้าใจและรู้จักแอฟริกาในการรับรู้ใหม่ เป็นหน้าต่างที่ช่วยให้มองเห็นความงามและเสน่ห์ของความเรียบง่าย และความสูงส่งของการไม่รู้ไม่เห็นโลกภายนอก 

งานศิลปะ Tingatinga ที่ผมรู้จักในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อน และผลงานศิลปะในแนว Tingatinga ราว 100 ชิ้นที่ส่วนหนึ่งนำมาแปะไว้และอีกส่วนหนึ่งกองระเกะระกะไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ชวนให้นึกย้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เรื่องราวที่ทำให้ผมได้รู้จักแอฟริกาตะวันออกอย่างที่เป็นผ่านงานศิลปะในรูปแบบนี้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้

ภาพเขียนสัตว์และชีวิตท้องถิ่นของชาวบ้านในแอฟริกาแบบง่ายๆ ด้วยสีน้ำมันที่หาได้จากร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วเมืองบนแผ่นไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสเก่า ภาพวาดที่ชวนให้ชาวต่างชาตินำไปทำเป็นตัวการ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเด็กในชื่อ Tinga Tinga Tales ที่ฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ 

ภาพวาดคล้ายเด็กเขียนจากศิลปินผู้ที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนศิลปะ หรือมีทักษะการวาดภาพตามทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์ใดๆ เหล่านี้กลับทำให้ผมในวันนั้นที่ยังอ่อนหัดและอ่อนเยาว์เกิดความรู้สึกหัวใจฟูฟ่องไปด้วยความหวังและความปรารถนาในผืนดินแห่งใหม่ที่ผมเพิ่งรู้จักและกำลังตื่นตาตื่นใจ

1

หมุนเวลากลับไปใน ค.ศ. 2012 หน้าที่การงานทำให้ผมได้เดินทางมายังเมืองดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam) อดีตเมืองหลวงของแทนซาเนีย และเมืองท่าแห่งใหญ่ของแอฟริกาฝั่งตะวันออกในประเทศแทนซาเนีย ย่าน Oyster Bay ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยสถานทูต ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ บ้านพักของคนชาวต่างชาติและคนมีสตางค์ การเดินทางมาทำงานต่างเมืองเช่นนั้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่มาพัก ขลุกตัวอยู่ในย่านแบบนี้ จะเดินทางหรือติดต่อผู้คนและทางการก็เป็นไปได้สะดวก แถมปลอดภัยและมีชีวิตสะดวกสบายอย่างที่เป็น

ที่ Oyster Bay ใจกลางเมือง Dar es Salaam แห่งนี้เองถือเป็นจุดเริ่มของ งานศิลปะ Tingatinga ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นในแอฟริกา และที่นี่เป็นที่ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ งานศิลปะTingatinga ผู้ริเริ่มวาดรูปในแนวนี้คือ Edward Saidi Tingatinga คนบ้านนอกจากเผ่า Makua จากจังหวัดทางใต้สุดของแทนซาเนียติดกับประเทศโมซัมบิก 

ไม่แตกต่างจากคนอื่นในวัยหนุ่ม เขาเข้ามาหางานทำในเมือง Dar es Salaam เพื่อหางานรับจ้างตั้งแต่เป็นคนขายของ คนสวน รับรายได้รายวันไม่มาก จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เขาได้งานเป็นผู้ช่วยในห้องแล็บของโรงพยาบาลในเมือง Dar es Salaam ผ่านการแนะนำของสมาชิกกลุ่มดนตรีพื้นถิ่นของเผ่าของเขา ที่เขาเป็นนักระนาดไม้ท้องถิ่นมือฉมัง

เมื่อการงานเข้าที่เข้าทางแล้ว E.S. Tingatinga ก็เริ่มเขียนรูปสัตว์ตัวเดียวบนแผ่นไม้อัดขนาดราว 60 x 60 เซนติเมตร ที่เป็นของเขาที่ใช้เป็นแผ่นฝ้าเพดาน ว่ากันว่าภาพสัตว์คล้ายเด็กเขียนแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภาพวาดบนกำแพงของชาว Makua ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนียและทางเหนือของประเทศโมซัมบิก แล้วเขาก็ให้ภรรยานำไปเร่ขายให้ชาวต่างชาติริมถนนในย่าน Oyster Bay

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

แม้ตัวเขาเองก็อาจไม่เชื่อว่าภาพวาดของตัวเองจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ว่ากันว่าภาพที่ E.S. Tingatinga นำมาเร่ขายนี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมาทำงานสถานทูตหรือในองค์กรทั้งของรัฐและเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือ งานลักษณะนี้คงถูกจริต เพราะเป็นงานเรียบง่าย แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นแอฟริกา ทำให้เห็นเรื่องราวของชนบท ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหาและต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าได้เคยมาทำงานในแอฟริกาแล้ว ทูตสวิตฯ​ ในแทนซาเนียในตอนนั้น ชอบภาพของ E.S. Tingatinga มาก เลยซื้อมาประดับสถานทูตไว้เป็นร้อยภาพ ซึ่งต่อมาได้เป็นงานศิลปะและทรัพย์สินอันมีค่าของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ในภายหลังได้ย้ายภาพเหล่านั้นไปเป็นสมบัติของชาติและนำไปเก็บไว้อย่างดี

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก

เมื่อขายดีเช่นนี้ E.S. Tingatinga จึงเริ่มชักชวนญาติๆ และคนจากบ้านเดียวกันมาวาดภาพ คล้ายเป็นโรงงานผลิตภาพวาดเพื่อนำไปขาย และมีการทำซ้ำภาพที่ขายดีซ้ำๆ กันหลายภาพ แล้วก็เซ็นชื่อ E.S. Tingatinga แบบเดียวกันหมด เคยมีแกลเลอลิสต์ชาวสวิตฯ​ ถึงกับพยายามศึกษาและแกะลายเซ็นที่ปรากฏในภาพเหล่านั้นว่า แบบไหนถึงจะเป็นภาพวาดที่ลงชื่อด้วยตัว E.S. Tingatinga ของจริงกันแน่

น่าเสียดาย ที่ E.S. Tingatinga ผู้นี้ได้โลดแล่นในวงการศิลป์ได้เพียงไม่นาน จนในเย็นวันหนึ่งใน ค.ศ. 1972 เขาก็ถูกตำรวจยิงและตายระหว่างทางไปโรงพยาบาล ผลการสอบสวนว่าเป็นความเข้าใจผิดว่าเขาและเพื่อนที่เขายืมรถโฟล์กมาขับเล่นเป็นโจรคนร้ายที่กำลังพยายามหนีตำรวจ 

ชีวิตของ E.S. Tingatinga ในแวดวงศิลปะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึง 4 ปี ตั้งแต่ที่เขาเริ่มขายภาพวาดของเขาครั้งแรกใน ค.ศ. 1968 จนกระทั่งถึง ค.ศ. 1972 ที่เขาเสียชีวิต แต่สิ่งที่เขาเริ่มไว้ก็ยังยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้

2

งานศิลปะแบบ Tingatinga เป็นหนึ่งในของที่ระลึกที่เห็นได้ทุกที่ในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในแทนซาเนียและเคนยา ในเมือง Dar es Salaam มีสหกรณ์ Tingatinga เป็นจุดท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติไม่เคยพลาด ภาพวาดแบบ Tingatinga ยังมีอยู่ แต่ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบและสไตล์ไปจากในยุคเริ่มแรก จากเดินที่วาดบนแผ่นไม้ ก็เปลี่ยนมาวาดบนผืนผ้าแคนวาส เพราะหาได้ง่ายและสะดวกกับชาวต่างชาติที่จะม้วนและขนขึ้นเครื่องบินกลับไปเป็นที่ระลึก

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียนแบบ Tingatinga บนผ้าใบวางขายเป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ภาพที่มีขนาดไม่ใหญ่สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง และมีเรื่องราวที่พบเห็นในการท่องเที่ยวในแอฟริกา เป็นของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนจะต้องซื้อติดมือกลับไปหรือเป็นของฝาก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
 ถังเก็บน้ำถูกระบายสีแต่งแต้มสีสันให้ด้วยฝีแปรงแบบ Tingatinga (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ในวันนั้น ผมก็ไม่แตกต่างจากชาวต่างชาติคนอื่นที่หาซื้อภาพ Tingatinga กลับไปเป็นที่ระลึกเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ก็ด้วยความบังเอิญหรือความโชคดี เพราะกระตือรือร้นบนความหวังว่าจะได้เห็นและครอบครองภาพ Tingatinga ในยุคเริ่มแรก

ในเวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนที่สถานทูตซึ่งเดินทางไปทำงานด้วยกันที่เมือง Dar es Salaam ชวนกันไปดูแกลเลอรี่ท้องถิ่น ร้านขายงานศิลปะท้องถิ่นที่มีเจ้าของเป็นคนแทนซาเนียเชื้อสายอินเดีย ได้ข้อมูลว่าในสมัยก่อนแกลเลอรี่แห่งนี้มีชื่อเสียงมาก และเป็นที่ที่ศิลปินท้องถิ่นนำผลงานมาฝากขายเป็นประจำ แต่ในวันนั้นเมื่อสิบปีก่อนที่ผมแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน กลับเห็นเจ้าของร้านในวัยชรานั่งกันอยู่เหงาๆ ในร้านที่ไม่เหลือคราบของความรุ่งเรืองในอดีต

ผมและเพื่อนไปถึงด้วยความผิดหวัง ในความผิดหวังเต็มไปด้วยความสงสัย ผมคุยกับเจ้าของร้านที่เป็นสุภาพสตรีในวัยสูงอายุที่กำลังนั่งหงอยถึงภาพ Tingatinga ที่ผมกำลังตามหา เธอพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ หยุดพักคิดสักครู่ ก่อนค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะทำงานที่นั่งประจำ เปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บของหลังร้าน แล้วชี้มือไปมุมห้องเก็บของมืดๆ

กองแผ่นไม้ซ้อนกัน ฝุ่นคลั่ก ผมถลาตัวไปที่กองแผ่นไม้นั้น เพราะรู้ว่าเธอน่าจะหมายถึงภาพเขียน Tingatinga ที่ผมกำลังตามหาอยู่ ตอนนั้นฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ผมค่อยๆ ใช้มือพลิกแผ่นไม้นั้นไปทีละแผ่น เห็นได้ชัดและรู้ทันทีว่านี่คืองาน Tingatinga ในยุคแรก เวลาเหมือนหยุดชะงักไว้ตรงนั้น ชัยชนะได้มาเยี่ยมเยือนจิตใตเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว

ชัยชนะแลกมาด้วยเงินเก็บเท่าทั้งหมดที่ผมมี ผมบอกสุภาพสตรีเจ้าของร้านในวัยชราว่าผมขอซื้องานเหล่านี้ทั้งหมดที่มีอยู่เกือบ 30 ภาพ ผมพยายามถามถึงที่มาที่ไปของแผ่นภาพเหล่านี้ แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงแต่ว่า มันอยู่ตรงนี้นานแล้ว นานจนเธอไม่คิดที่จะนำออกมาขายให้ใคร

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ผมกับ ใหม่-สุดคนึง นิเวศน์รัตน์ กับภาพเขียนของ E.S. Tingatinga ที่แกลเลอรี่ท้องถิ่น (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

เย็นวันนั้น ผมชวนเพื่อนไปฉลองชัยชนะกันที่ชายหาดใกล้ๆ ย่าน Oyster Bay จุดเริ่มต้นที่ E.S. Tingatinga นำงานศิลปะมาขายเป็นครั้งแรก เราย้อนนึกพูดคุยกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปที่แกลเลอรี่ขายรูปเมื่อบ่าย ผมบอกเพื่อนถึงความดีใจและความตื่นเต้นลิงโลดที่ผมรู้สึกในแวบนั้น เธอเล่าย้อนถึงความตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าที่เธอเห็นผมแสดงออก บทสนทนาของเราถูกปลดปล่อยออกมา ควบคู่ไปกับไก่ย่างบนชายหาดแกล้มกับเบียร์เย็นๆ และน้ำมะพร้าวจืดๆ ที่ชาวบ้านเร่ขายไปบนชายหาดภาพเบื้องหน้า พระอาทิตย์กำลังคล้อยลับขอบฟ้าตกลงไปในทะเล เหมือนจะนำมาซึ่งคำตอบว่า ในช่วงเวลาที่ผมเหลืออยู่ในแอฟริกา ผมควรจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้มีประโยชน์ต่อสังคมไทยที่ผมคิดคำนึง

3

เมื่อกลับไปที่กรุงไนโรบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตไทยที่ผมทำงานอยู่ในขณะนั้น ผมนำภาพที่ซื้อมาจากแทนซาเนียแกะออกมาจากกล่อง แล้ววางเรียงรายไปรอบๆ บ้าน เพ่งพินิจพิจารณาด้วยความชื่นชม สลับกับนึกกังวลถึงสตางค์ที่เป็นเงินเก็บของตัวเองที่จะต้องหมดไป ในขณะเดียวกัน ผมก็ไล่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Tingatinga ค้นข้อมูลที่มีอยู่ทุกชิ้นในอินเทอร์เน็ต และเขียนอีเมลหานักสะสมและผู้มีความรู้เกี่ยวกับ Tingatinga ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป 

ผมจำได้ว่า ได้ติดต่อทางอีเมลกับชายสูงอายุชาวเยอรมันที่เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นกัปตันเรือสินค้าทำให้ได้เดินทางไป Dar es Salaam อย่างสม่ำเสมอ ในวัยใกล้ 80 ปี เขามีรูปภาพ Tingatinga จำนวนมหาศาลอยู่และส่งภาพมาให้ผมดูเป็นระยะ

ที่สนุกคือได้ฟังเขาเล่าเรื่องที่ฟังต่อมาจากนักสะสมชาวเดนมาร์ก ซึ่งเข้าไปทำงานองค์กร NGO ใน Dar es Salaam ว่า จริงแล้วๆ สาเหตุที่เขาถูกตำรวจยิงตายไม่ใช่เพราะว่าตำรวจยิงผิดคนตามข่าวหรอก แต่ก็เพราะความหึงหวงที่ภรรยาของตำรวจไปสนิทสนมพูดคุยกับ E.S. Tingatinga ที่บ้านอยู่ติดกันต่างหาก

ภาพ Tingatinga ได้เพิ่มเข้ามาในกองสะสมของผมอีกหลายครั้งในต่างกรรม ต่างวาระกัน เหมือนเมื่อได้รู้จักคุ้นเคยหรือดื่มด่ำกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว เราก็มีจะมีดวงตาเห็นสิ่งนั้น ได้พบเจอสิ่งแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ 

อาทิ เมื่อจนใกล้จะต้องกลับประเทศไทยเพราะครบวาระการประจำการที่สถานทูตแล้ว ผมได้มีโอกาสพบกับคนงานที่เคยทำงานในแกลเลอรี่ชื่อดังที่เพิ่งปิดไปเพราะเจ้าของเสียชีวิต เขาพยายามติดต่อมาเพื่อหวังว่าจะหางานศิลปะมาขายแลกกับค่านายหน้าเล็กๆ น้อยๆ พอนำไปประทังชีวิตเขาและครอบครัวมากกว่า ผมถามไปอย่างลอยๆ ว่า เขาพอจะมีงาน Tingatinga ไหม เพราะผมทราบว่าดี ในสมัยก่อนกรุงไนโรบีก็เป็นตลาดงานศิลปะ Tingatinga เช่นกัน 

กรุงไนโรบีเป็นเมืองใหญ่ มีทั้งชาวต่างประเทศย้ายมาอยู่มาทำงานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวซาฟารีที่มีชื่อเสียงแล้วเขาก็พาเพื่อนมาพบ พร้อมกับของหนักห่อใหญ่ ทันทีที่เขาค่อยเปิดห่อนั้นออก ก็เป็นไปตามคาดว่าสิ่งของที่อยู่ในนั้นคือสิ่งที่ผมเพียรหา ผมบอกเขาทันทีว่าผมอยากได้งานศิลปะ Tingatinga ทั้งหมดที่เขามี

ผมขอแลกงาน Tingatinga ทั้งหมดกับรถยนต์มือสองจากญี่ปุ่นที่ผมใช้อยู่และกำลังจะขาย เพราะใกล้กลับประเทศไทยแล้ว โดยช่วยเขาจ่ายเงินค่าโอนและค่าภาษีด้วย รถยนต์เก่าพอจะเป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายๆ ที่ผมจะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ ผมยังหวังว่ารถยนต์ที่เขาได้รับไปก็อาจจะสร้างอาชีพอื่นๆ ต่อไปให้เขาได้ด้วย เขาตอบตกลงโดยไม่รีรอ

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพเขียน Tingatinga กองนี้ที่พนักงานแกลเลอรี่นำมาให้ดู ผมยังจำความตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพเขียนที่ชอบจำนวนมหาศาลอยู่ตรงหน้า และได้เสนอขอแลกรถยนต์มือสองส่วนตัวที่กำลังจะขายเพราะใกล้กลับเมืองไทย กับภาพเขียนเหล่านี้ พร้อมแถมเงินเล็กน้อยอีกจำนวนหนึ่งให้เขา (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2013)

หลังจากนั้น ผมก็ได้งานศิลปะ Tingatinga เพิ่มเติมมาในคอลเลกชันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในคนสำคัญคือ ใหม่-สุดคนึง นิเวศรัตน์ ที่กลับจากเคนยาหลังจากผม 3 ปี ก็ได้รับการติดต่อคนขายภาพคนเดิม และซื้อภาพที่ยังเหลืออยู่มาฝาก ใหม่คือเพื่อนคนเดียวกับที่ไปเหมางานศิลปะ Tingatinga มาด้วยกันตั้งแต่ในครั้งแรกที่แทนซาเนีย 

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ในราว ค.ศ. 2017 ผมได้กลับมาที่แอฟริกาอีกครั้ง โดยมาประจำการที่สถานทูตไทยในโมซัมบิก ก็ได้พบเจอกับภาพ Tingatinga อีกครั้งเมื่อคราวไปเที่ยวทัศนาจรที่ประเทศเอสวาตินี (ชื่อเดิมของประเทศสวาซิแลนด์) และเห็นภาพ Tingatinga ของศิลปินในรุ่นที่ 2 ซึ่งน่าจะทำขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 วางขายอยู่ในร้านขายของที่ระลึก ผมก็วายเหมาทุกภาพเท่าที่มีขายอยู่มาเหมือนเดิม คนขายบอกว่าเป็นคอลเลกชันของคนเยอรมันที่เคยอยู่ที่นี่ และย้ายกลับไปเยอรมนียามชรา

มานั่งนึกดู ก็ทำให้นึกได้ว่า โอกาสได้ทำให้ต้องมาได้พบภาพ Tingatinga ในที่แปลกๆ แบบนี้หลายครั้ง

4

ภาพวาดแบบ Tingatinga อาจจะไม่ต่างอะไรกับพระเครื่อง อาจเป็นการยากที่จะบอกว่าภาพไหนคือ ‘ของแท้’ ภาพไหนคือ ‘ของปลอม’ 

น่าสนใจว่า แนวคิด ‘ของแท้’ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Authenticity อาจจะเป็นแนวคิดของตะวันตก งานศิลปะในเอเชียหรือแอฟริกามีลักษณะเป็น ‘หัตถกรรม’ หรืองานคราฟต์ที่ทำซ้ำเหมือนๆ กัน มากกว่า ‘งานศิลปะ’ ที่ทำขึ้นและมีขึ้นเพียงชิ้นเดียว ซึ่งไม่ต่างอะไรกับงานในแบบ Tingatinga ที่มีคนช่วยกันวาดในครัวเรือน อะไรขายดีก็ทำขายเพิ่ม แล้วก็ลงลายเซ็นแบบเดียวกัน

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ลายเซ็น E.S. Tingatinga ในแบบต่างๆ ที่เขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด บ้างมีการขีดเส้นใต้ใต้ภาพ บ้างมีการเขียนชื่อภาพ ซึ่งโดยมากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Dar es Salaam บ้างมีการลง ค.ศ. ที่วาด ผู้เชี่ยวชาญให้สังเกตตำแหน่งของจุดหลังตัวอักษร E และ S และวรรคระหว่างคำว่า Tinga 2 คำ สำหรับผม ไม่มีวันรู้หรอกว่า ภาพเขียนเหล่านี้เป็นของแท้ที่ตัว E.S. Tingatinga เป็นผู้เขียนหรือผู้ช่วยของเขา

หลังจาก E.S. Tingatinga เสียชีวิตใน ค.ศ. 1972 คนที่เคยช่วยเขาวาดภาพขายก็ยังวาดภาพต่อ โดยในช่วงแรกๆ ก็ยังอาจจะลงชื่อลายเซ็นบนภาพว่า E.S. Tingatinga เพราะรู้ว่าขายได้ดี แต่ต่อมาคนเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง คนเหล่านี้มีอาทิ Simon George Mpata ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศเคนยาในกรุงไนโรบี และเป็นคนที่นักสะสมชาวญี่ปุ่นชอบมาก จนมีเศรษฐีคนหนึ่งที่สะสมงานของเขามาลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในอุทยานแห่งชาติ Masai Mara แล้วตั้งชื่อที่พักว่า Mpata Safari Club ตามศิลปินคนโปรด

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เมื่อ E.S. Tingatinga เสียชีวิตหลังจากที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการศิลปะอยู่เพียงไม่ถึง 4 ปีเต็ม ผู้ช่วยของเขาที่เคยช่วยเขียนภาพภายใต้ชื่อ E.S. Tingatinga ก็มาเขียนภาพและลงลายเซ็นเป็นชื่อตัวเอง ผู้ช่วยเหล่านี้ต่อมาได้กลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ภาพเหล่านี้เปรียบเทียบภาพที่ลงลายเซ็น E.S. Tingatinga กับอดีตผู้ช่วยที่ต่อมาเป็นศิลปิน Tingatinga ที่มีชื่อเสียง เช่น R. Chiyawa, K.H. Tedo และ Mpata 

งานของ Tingatinga มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์รุ่นแรกตามมาด้วยศิลปินรุ่นสอง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสไตล์และแนวทางการวาดรูป โดยแทนที่จะเป็นรูปสัตว์เดี่ยวๆ ในหนึ่งภาพก็มีหลากหลายขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนแผ่นไม้ใส่กรอบทาสีเหมือนเดิม ว่ากันว่าเป็นเพราะตลาดหรือผู้ซื้อต้องการเห็นภาพสัตว์ที่หลากหลายในหนึ่งภาพมากกว่ามีสัตว์เพียงตัวเดียว จนกระทั่งมาถึงรุ่นปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเทคนิคการวาดไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะใช้สีน้ำมันเหมือนเดิม แต่วาดบนผืนผ้าใบที่ม้วนและนำขึ้นเครื่องบินกลับได้โดยง่าย และภาพที่วาดก็หลากหลายขึ้น มีทั้งเป็นช่องๆ คล้ายการ์ตูนช่อง หรือเป็นภาพตลาดและวิถีชีวิตของผู้คนในเมือง Dar es Salaam

เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
เรื่องราวของทิงก้าทิงก้า ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ภาพของศิลปิน Tingatinga ในรุ่นที่ 2 ผลิตขึ้นในราวทศวรรษ 1980 ซึ่งหลายคนก็เคยเป็นผู้ช่วยของ E.S. Tingatinga มาก่อน เช่น Amondo, Mruta, Mussa อาจสังเกตได้ถึงสไตล์และวิธีการวาดที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยซึ่งกำหนดด้วยความต้องการของตลาด จากเดิมภาพเขียนของ E.S. Tingatinga มีเพียงสัตว์ตัวเดียวๆ อยู่โดดๆ ในสมัยต่อมีมีรายละเอียดมากขึ้น แต่ยังวาดอยู่บนกระดานขนาด 60 x 60 ซม. ไม่ได้วาดบนพื้นผ้าใบแคนวาสที่พับม้วนได้เหมือนในรุ่นปัจจุบัน

ปัจจุบัน ศิลปิน Tingatinga มีจำนวนหลายร้อยคน และกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ผลิตของที่ระลึกขายให้กับนักท่องเที่ยว มีการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Dar es Salaam ให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมได้ และศิลปินก็ตั้งโต๊ะวาดภาพอยู่ที่นั่น นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแผ่นไม้และให้เขียนชื่อตัวเองหรือคนอื่นเพื่อนำไปฝากเป็นที่ระลึกก็ได้

Tingatinga ภาพวาดไร้เดียงสาของหนุ่มบ้านนอก สู่สไตล์ภาพแอฟริกาตะวันออกที่ทั่วโลกอยากได้
เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
หลายสิบปีผ่านไป ศิลปิน Tingatinga รุ่นต่อๆ มา ได้รวมตัวกันก่อตั้งสหกรณ์ Tingatinga Arts Cooperative Society ขึ้นที่เมือง Dar es Salaam ใช้เป็นร้านและที่ทำงานของศิลปินรุ่นหลานๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 2012)

ภาพเขียนในแบบ Tingatinga จึงเป็นตัวแทนของความเป็นแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะประเทศในประเทศที่พูดสวาฮิลีเช่น เคนยา แทนซาเนีย และตอนเหนือของโมซัมบิก

5

หลายคนถามว่า ทำไมผมถึงอินและบ้าซื้องานศิลปะแบบ Tingatinga มากมายขนาดนี้

แม้อาจตอบไม่ได้ในทันที แต่… 

ถ้าจะให้ตอบแบบเร็วๆ ผมรู้ว่าตัวเองชอบงานแบบ Tingatinga มาก อาจพูดได้ว่าเป็นภาพที่มองแล้วใช่เลย มองแล้วเห็นแต่ความงดงามแบบนั้นก็ได้ เพื่อนและพี่ๆ หลายคนชอบแซวว่า หรือเพราะยังมีความเป็นเด็กอยู่ เพราะภาพ Tingatinga เหมือนเด็กวาด เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา หรือที่ฝรั่งเรียกว่าเป็น Naïve Art ที่คนวาดไม่ได้ผ่านโรงเรียนศิลปะ เป็นศิลปินคนนอกในวงนอกตัวจริง เขาไม่รู้เทคนิคการใช้สี ไม่รู้จักแสงเงา องค์ประกอบภาพ สัดส่วนหรือเปอร์สเปกทีฟ

ถ้าจะให้ตอบแบบพินิจพิเคราะห์ความตั้งใจของตัวเองให้ดีๆ แล้ว ก็อาจตอบได้ว่า คงเป็นความตั้งใจอยากจะให้คนไทยได้รู้จักแอฟริกามากกว่าที่เป็นอยู่ และภาพ Tingatinga เหล่านี้ ก็น่าจะช่วยเล่าเรื่องให้พวกเราได้รู้จักแอฟริกามากกว่านี้ได้

เรื่องราว ศิลปะแบบ Tingatinga ศิลปินข้างถนนผู้ล่วงลับ กับการบุกเบิกสไตล์การวาดภาพแอฟริกาตะวันออกให้โลกรู้จัก
ใน พ.ศ. 2556 นายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้นเดินทางเยือนประเทศแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ เราก็ต้องเทียวไปเทียวมาจากเคนยามายังเมือง Dar es Salaam อยู่หลายครั้งเพื่อเตรียมการเยือนในครั้งนี้ เมื่องานเสร็จก็เป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผมกับใหม่ (สุดคนึง นิเวศน์รัตน์) ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่สถานทูตและคนชื่นชอบศิลปะแบบ Tingatinga ก็นึกสนุกนำหนังสือพิมพ์ไปให้ Malikita ศิลปิน Tingatinga รุ่นล่าสุดอ่านและวาดรูปตาม ปรากฏได้ดังภาพ เรามอบภาพนี้ให้นำไปติดไว้ที่กองแอฟริกาที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำงานของเรา

ถ้าจะให้ตอบแบบสนุกๆ ผมอาจเหมือนคนบ้า เหมือนคนอยากเอาชนะ ผมพอรู้ว่าในตอนนั้น คนญี่ปุ่นและคนเกาหลีต่างก็เข้ามากว้านซื้อภาพ Tingatinga ในยุคแรกๆ แบบนี้ไปเป็นจำนวนมาก ผมไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของคนอื่นโดยเฉพาะว่าเมื่อมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของภาพที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดนี้แล้ว

แล้วถ้าถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ล่ะ ผมจะบ้าซื้อบ้าสะสมภาพแบบนี้อีกไหม สำหรับอีกคำถามนี้ ผมคงต้องขอเวลาคิดอีกนาน เพราะยังลังเลไม่น้อยกว่าอาจจะไม่กลับไปทำเยี่ยงนั้นอีกแล้ว

เพราะเรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องที่เราอาจบ้าดีเดือดทำได้แค่ในช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

The Authenticity of Today’s Tingatinga Art โดย Kiagho B. Kilonzo

ผมได้นำภาพ Tingatinga และศิลปินแอฟริกาที่สะสมไว้บางส่วนจัดแสดงที่บ้าน และยินดีเปิดให้เข้ามาชมด้วยความเต็มใจ เพราะอยากจะให้ได้รู้จักแอฟริกาตามความตั้งใจที่มีอยู่ตั้งแต่แรก หากสนใจติดต่อมาที่ Line ID : tihtra ได้ด้วยความยินดี

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load