The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

น้ำหนักเกือบ 20 กิโลของถังดำน้ำที่อยู่บนหลังถ่วงให้เรายืนตัวโก่งไปด้านหน้า ระยะทางจากแคร่ที่ใช้วางอุปกรณ์ไปจนถึงขอบชายน้ำอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก แต่ผืนทรายนิ่มด้านหน้าทำให้แต่ละก้าวลำบากขึ้นอีกเท่าตัว 

ใต้น้ำตรงนี้เป็นพื้นทรายกว้างใหญ่ แทบไม่มีปะการังที่มีสีสันให้เห็น อ่าวเงียบแห่งนี้แทบไม่ผู้คนผ่านมา แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ที่นักดำน้ำเฉพาะกลุ่มพูดถึงไม่ขาดปาก

พวกเราว่ายออกที่ลึกช้าๆ ระหว่างทางก็แวะหยุดดูซากใบไม้บ้าง กิ่งไฮดรอยด์ที่ยื่นโผล่ขึ้นมาจากทรายบ้าง เป้าหมายของการดำน้ำที่นี่คือเหล่าทากทะเลที่มีขนาดเฉลี่ยประมาณเมล็ดถั่วลิสง

ทากทะเลนั้นต่างกับทากบกที่ดูเป็นหนอนเมือกตัวลื่น พวกมันมีตั้งแต่รูปร่างแปลกๆ สีจืดๆ ธรรมดา ไปจนสีสันสดใส สำหรับเราแล้ว การดำน้ำตามหาทากก็คล้ายการดำน้ำล่าสมบัติ พวกมันเหมือนเป็นอัญมณีที่มีคนทำตกไว้ใต้ท้องทะเล บางครั้งก็เจออยู่ใต้กอสาหร่าย บางครั้งก็เจออยู่บนกำแพงหิน บางครั้งก็อยู่บนพื้นทรายโล่ง ทุกครั้งที่หาพบจึงเป็นความสุขใจเหมือนได้เจอพลอยเม็ดสวยๆ แต่อัญมณีเหล่านี้เราเก็บขึ้นมาสะสมไม่ได้ ได้แต่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานในความทรงจำ 

ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
สีสันและรูปร่างคล้ายขนมหวานชวนกิน

พี่โต๊สเป็นหนึ่งในนักดำน้ำที่ออกล่าทากกับเราในวันนี้ เขาก้มๆ เงยๆ อยู่ที่จุดหนึ่งนานเป็นพิเศษ เมื่อตามเข้าไปใกล้จึงเห็นว่า เขากำลังพยายามถ่ายรูปวัตถุสีขาวขนาดประมาณเมล็ดข้าวสาร พอหันมาเห็นเรา พี่โต๊สส่งสัญญาณมือว่าถ่ายรูปเสร็จแล้วและหักตัวว่ายออก เปิดพื้นที่ให้เราเข้าไปแทน

วัตถุสีขาวเคลื่อนที่ช้าๆ มาเรื่อยๆ เมื่อมองผ่านเลนส์มาโครของกล้องจึงได้เห็นรายละเอียดบนตัวของมัน ทากทะเลตัวจิ๋วมีลายเส้นขาวดำยาวตลอดทั้งตัว ด้านหน้ามีขอบตรงปากเป็นสีเหลืองสดใส  

ทากทะเลขนาดประมาณเมล็ดข้าวสาร เมื่อมองผ่านกล้องจึงเห็นรายละเอียดและสีสันที่ซ่อนอยู่

ทากทะเลบางตัวมีคู่สีที่อลังการเกินพื้นฐานทฤษฎีศิลปะไปมาก ตัวทากสีชมพูจี๊ดประดับด้วยเส้นขยุกขยิกสีน้ำเงิน หรือทากที่มีลายจุดขาวเปรอะไปทั้งตัวดูคล้ายโรยด้วยกากเพชร บางตัวมีลายที่คล้ายแพตเทิร์นดอกไม้บนผ้ากิโมโนของญี่ปุ่น บางตัวมีสีฟ้าสะท้อนแสงเรืองแสงขึ้นมาเป็นแถบ บางตัวมีรูปร่างเป็นเส้นขนคล้ายกับพู่ปอมปอมของเชียร์ลีดเดอร์แถมยังมีสีชมพูสด เรียกได้ว่าทากทะเลมีให้เห็นครบแทบทุกเฉดสีที่มีในโลก

ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
ลายบนตัวของทากทะเลตัวนี้ทำให้เรานึกถึงแพตเทิร์นดอกไม้บนผ้ากิโมโนของญี่ปุ่น
ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
สายพันธุ์นี้ทำให้นึกถึงพู่ปอมปอมของเชียร์ลีดเดอร์

แต่น่าประหลาดใจว่าถึงแม้พวกมันจะมีสีสดใสสวยงามแค่ไหน เหล่าทากทะเลไม่เคยรับรู้ถึงสีสันที่พวกมันมี พวกมันไม่เคยมองเห็นสีสันใดๆ พวกมันไม่มีดวงตาสำหรับการมองภาพ บางชนิดมีแค่จุดสีดำดูคล้ายกับดวงตา แต่ที่จริงมันใช้รับรู้ได้แค่ว่าเป็นแสงสว่างหรือเงามืด 

ทากลายจุดคืบคลานมาพร้อมกับความพลิ้วคล้ายกระโปรงเปิด

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจากทากปากเหลือง ทางซ้ายมือของเรามีทากลายจุดความยาวประมาณนิ้วชี้ คืบคลานมาบนพื้นทรายเรียบ อวัยวะด้านบนของมันเปิดเผยอเป็นจังหวะ ดูคล้ายกับกระโปรงของสาวน้อยที่โดนลมพัดพลิ้ว

ที่จริงแล้วเราไม่สามารถเรียกทากเป็นสาวน้อยได้ เพราะพวกมันมีทั้งสองเพศในร่างกาย เป็นสัตว์กะเทยของแท้ ในเวลาโรแมนติกทากจะเกี่ยวตัวกันเป็นเกลียว เพื่อให้อวัยวะสืบพันธุ์ที่อยู่ข้างลำตัวประกบกันได้พอดี อากัปกิริยาคล้ายๆ การกอดรัดกัน เพิ่มจินตนาการความโรแมนติกให้คนที่แอบดูอยู่เข้าไปอีก

ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
จังหวะโรแมนติกของทากทะเล พวกมันจะเกี่ยวตัวกันเป็นเกลียวให้อวัยวะสืบพันธุ์ที่อยู่ข้างตัวประกบกันได้พอดี

ทากส่วนใหญ่ไม่มีชื่อง่ายๆ ให้เรียก นักล่าทากที่จริงจังจะเรียกชื่อทากเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ แต่นักล่าทากสมัครเล่นแบบเราชอบตั้งชื่อเล่นให้พวกมัน ชื่อเล่นที่ไม่สามารถเอาไปใช้อ้างอิงใดๆ ทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่มักสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่ได้ยิน

‘ทากไข่เจียว’ เป็นหนึ่งในชื่อเล่นที่ใช้กันแพร่หลาย พวกมันมีสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ ขอบหยิกหยักเป็นสีเข้มเหมือนไข่เจียวที่ทอดมาเกรียมๆ ขอบกรอบๆ ทากไข่เจียวเป็นทากมาตรฐาน หาตัวได้ไม่ยาก นักล่าทากเลเวลสูงอย่างพี่โต๊สว่ายผ่านไปโดยไม่ชายตามองมันเลยด้วยซ้ำ

ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
ทากไข่เจียว ชื่อเล่นที่มาพร้อมกับรูปร่างและสีสันซึ่งดูหนานุ่มน่ากิน

ชื่อเล่นในหมวดอาหาร ยังมีต่อมาที่ ‘ทากสับปะรด’ ทากตัวกลมสีเหลืองสด บนตัวมีหนามยื่นเป็นสันตาราง เมื่อมองรวมไปถึงพู่เหงือกที่ด้านบนดูยังไงก็เห็นเป็นผลสับปะรด

ทากทะเล อัญมณีล้ำค่าใต้ท้องทะเลที่เก็บสะสมได้ในความทรงจำ
ทากสับปะรด ตัวกลมสีเหลืองสดที่ดูยังไงก็เห็นเป็นผลสับปะรด

‘ทากหมาจู’ เป็นชื่อเล่นที่เราเรียกกันเองในกลุ่มเพื่อนสนิท ทากตัวสีครีมมีเส้นสีขาวยุ่งเหยิงกระจายเต็มตัว เขา 2 ข้างใหญ่กลมคล้ายหู มีสีเข้ม ปลายส่วนหัวยื่นออกมาก็มีสีเข้ม ดูคล้ายกับจมูกดำๆ ของสุนัข ทากหมาจูหาดูได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย มีจุดดำน้ำบางจุดที่พบตัวพวกมันบ่อยกว่าที่อื่น

เปิดลายแทงล่าขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเลเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตหลากสีสันที่ซ่อนตัวอยู่ในแนวประการัง
ทากหมาจู ชื่อเล่นที่เราตั้งให้เรียกกันในกลุ่มเพื่อนสนิท

การมองหาทากจะว่าไปก็คล้ายกับการงมเข็มในมหาสมุทร ถ้ามองกวาดไปอย่างไม่รู้ทิศทางก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอตัว การหาทากของเราจึงต้องมีลายแทงสมบัติ ลายแทงที่อธิบายถึงพฤติกรรมของพวกมันจะช่วยให้เราตามหาทากเจอได้ง่ายขึ้น

เปิดลายแทงล่าขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเลเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตหลากสีสันที่ซ่อนตัวอยู่ในแนวประการัง
บางครั้งลายแทงสมบัติการล่าทากก็นำไปสู่ขุมทรัพย์ที่มีทากรวมตัวกันมากกว่า 1 ตัว

ทากจะอยู่ใกล้กับแหล่งอาหารของมัน อาหารของทากแต่ละชนิดแตกต่างกันไป บางตัวกินฟองน้ำสีฟ้าเท่านั้น บางตัวกินไฮดรอยด์ที่เติบโตบนพื้นทราย บางตัวก็กินทากด้วยกันเอง 

เราเคยเห็นทากนักล่างับทากอีกตัวที่แอบอยู่ในพื้นทรายขึ้นมากิน ทากสายพันธุ์จิมโนโดริสเป็นเหมือนเสือโคร่งของเหล่าทาก มันคือผู้ล่าสูงสุดที่คอยคุมประชากรทาก การล่าเหยื่อของจิมโนโดริสมีรายละเอียดไม่ต่างกับการล่าของสัตว์บก เพียงแต่ความเร็วในเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นแบบสโลว์โมชันตามสไตล์ของทาก

เปิดลายแทงล่าขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเลเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตหลากสีสันที่ซ่อนตัวอยู่ในแนวประการัง
ทากจิมโนโดริสที่เป็นเหมือนเสือโคร่งของเหล่าทาก แต่เป็นการล่าด้วยความเร็วสโลว์โมชัน

นักดำน้ำล่าทากที่เรารู้จักส่วนใหญ่มักถูกทิ้งไว้ให้รั้งท้าย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็หาเพื่อนที่ลงดำน้ำมาพร้อมๆ กันไม่เจอแล้ว เพราะพวกเขาจะเคลื่อนตัวช้ากว่านักดำน้ำที่ชื่นชมฝูงปลาและทิวทัศน์ ในจุดที่คนปกติว่ายผ่าน พวกเขากำลังแกะลายแทงล่าขุมทรัพย์ ลายแทงส่วนใหญ่จะชี้นำไปยังจุดหมายที่คนทั่วไปไม่ได้ลงดำน้ำกัน อย่างเช่นอ่าวเงียบๆ แห่งนี้

พี่โต๊สกวักมือเรียกเราอีกครั้ง เรารีบเตะขาตามไป พร้อมกับลุ้นว่าพลอยเมล็ดนี้จะมีสีสันแบบไหนอยู่ในใจ

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load