17 Nov 2018
4 PAGES
1 K

ทาโคม่า (Takoma) ถ้าจะพูดเมืองท่าเล็กๆ นี้ ใช้คำว่าสวยจับใจก็คงจะได้ แต่คงได้เพียง 2 เดือนต่อปีเท่านั้น เพราะ 9 เดือนที่เหลือมันคือ ฝน ฝน และฝน

ฉันถอนหายใจรอบที่ 500 ในวันที่ฝนพรำตกลงมาต่อเนื่องได้ 2 อาทิตย์แล้ว ด้านนอกฟ้ามืดสนิททั้งๆ ที่เป็นเวลาแค่ 4 โมงเย็น อากาศที่หนาวยะเยือกจับลมหายใจของฉันที่พ่นชนกระจกบานหน้าต่างเป็นไอหนา หนาวเข้ากระดูกคือความหนาวที่มากับฝนนี่เอง เมื่อไหร่ฟ้าจะสดใสเหมือนกับตอนที่ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่ใหม่ๆ เสียที

ทุกอยากช่างดูห่อเหี่ยว หัวของฉันหนักอึ้ง หน้าตาก็อึมครึมเหมือนฟ้าแห่งทาโคม่า เรากลับมาจากสัญญาบนเรือเดอะเวิลด์ (The World) เรือส่วนตัวที่ไปดูไบมาได้กว่า 2 เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้ร้องเพลงที่ไหนเลยตั้งแต่นั้น ฉันเริ่มหงุดหงิดและอึดอัดที่ไม่ได้ร้องเพลง ทุกๆ วันต้องหาอะไร (ในบ้าน) ทำ วันนี้ฉันจึงหาเรื่องพรินต์รูปถ่ายจากทริปทะเลทรายดูไบและหุบเขาในศรีลังกา แล้วตัดแต่งเข้ากรอบรูป

ริคเดินมานั่งข้างๆ ฉันแล้วพูดว่า

“ถ้ามีสัญญาให้ไปร้องบนเรือที่ไม่ใช่เดอะเวิลด์จะไปมั้ย”

หูตาฉันเปิดโพลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “เรือสำราญของจริงน่ะเหรอ!”

“ใช่” ริคตอบทันควัน

ฉันน้ำตาแทบไหล ไป! ไปสิ! ฉันกำลังจะได้ไปร้องบนเรือสำราญครั้งแรกในชีวิต! เรือสำราญมหึมาที่มีคนสามสี่พันคน! วันนั้นฟ้าที่อึมครึมกลับสดใสในสายตาฉันไปโดยปริยาย…

งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว เมื่อฉันตรวจตราดูข้อสัญญาของการร้องเพลงบนเรือสำราญ มีเงื่อนไขค่อนข้างจุกจิกทีเดียว เพราะคราวนี้ฉันจะไม่ได้ใช้สถานะ Guest แต่เป็นสถานะลูกเรือของจริง หมายความว่าต้องทำหน้าที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ร้องเพลง และไม่มีสิทธิพิเศษเหนือไปกว่าลูกเรือคนอื่น

ฉันทำงานแต่กับเรือส่วนตัวลำเดียวในชีวิต ที่ผ่านมาเพื่อนๆ ลูกเรือบนเรือส่วนตัวและริคที่เคยทำงานในเรือสำราญกันมาได้แต่เล่าให้ฟังว่าประสบการณ์เรือสำราญกับเรือเดอะเวิลด์นั้นเหมือนหนังคนละม้วน ฉันยังนึกภาพไม่ออกว่าชีวิตบนเรือที่มีแขกกว่า 3,000 คน และลูกเรือ 1,200 คนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่คงสนุกกว่าเรือเดอะเวิลด์มากโข เพราะแขกจะสลับสับเปลี่ยนทุกอาทิตย์ ฉันนับวันรอฝนแล้วฝนเล่า

การจัดกระเป๋าสำหรับไปร้องเพลง 4 เดือนครึ่งมันไม่ง่ายเลย แต่ก็โชคดีที่เราจะไปเมืองร้อน เรือจะล่องไป-กลับแถบประเทศแคริบเบียน กับรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ก่อน 1 เดือนเต็ม และจะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก 7 วัน 7 คืน ไปยุโรปอีก 3 เดือนครึ่ง ฉันนั่งนับประเทศใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปเกือบ 10 ประเทศ เท่านี้ก็คุ้มแสนคุ้ม

เช้าตรู่ของวันใหม่ที่ไมแอมี รัฐฟลอริดา รสบัสคันใหญ่มาจอดรับลูกเรือจากทุกมุมโลก บ้างกลับมาจากการพักผ่อน บ้างเป็นลูกเรือใหม่ไฉไลแบบฉันและริค นับหัวได้กว่าร้อยคน ทั้งหมดนี้กำลังจะไปลงเรือลำเดียวกันที่มีชื่อว่า ‘Celebrity Reflection’

ฉันคิดว่าเรือเดอะเวิลด์ที่ฉันร้องเพลงใหญ่มากแล้ว แต่เรือลำนี้ใหญ่กว่า 3 เท่า! ฉันยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ความสูงของเรือมากถึง 16 ชั้น มันเหมือนห้าง 3 ห้างต่อกันอย่างไรอย่างนั้น ฉันผ่านขั้นตอนตรวจตราเอกสารลงทะเบียนลูกเรือมาแบบมึนงง เพราะต้องผ่านหลายด่านกว่าจะได้เข้ามาบนเรือ มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ คาดว่าเป็นแผนกรักษาความปลอดภัย พาฉันและริคกับลูกเรืออีกกลุ่มใหญ่เข้าไปฟังสัมมนา และมอบบัตร ID ให้คนละใบ บัตรนี้สำคัญมาก เพราะจะบอกสถานีประจำจุดของเราสำหรับการอพยพในเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เรียกว่า Drill แต่ฉันสังเกตว่าทุกคนได้คนละสีกันหมด

เจ้าหน้าที่เรียกคนที่ได้ ID สีแดงทุกคนให้ออกมา เพราะสีแดงคือหัวหน้าทีม ฉันก้มมองใบตัวเอง สีแดง! ฉันเนี่ยนะ! ริคมีประสบการ์ณบนเรือแบบนี้ ทำไมเขาได้สีเขียว อะไรกันเนี่ย

ฉันตื่นตระหนกมากเพราะหน้าที่นี้ต้องคุมแขกบนเรือที่อยู่ในสเตชั่นเรือชูชีพของเรากว่า 300 คน หัวหน้าต้องเป็นคนนำซ้อมอพยพกับแขกที่ขึ้นมาวันแรกก่อนเรือออกจากท่า พอครบอาทิตย์ส่งแขกเก่ารับแขกกลุ่มใหม่ก็ทำแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวันแรกของการรับแขกขึ้นเรือ ในฐานะหัวหน้าจะต้องซ้อมดับเพลิงและซ้อมกู้ภัยต่างๆ นานาเหมือนเหตุการณ์จริง ฉันดูตารางอบรมช่วง 2 อาทิตย์แรกที่แน่นเอี้ยดทุกวัน เรียกว่าคงไม่ได้ออกไปเที่ยวแน่นอน!

หลังจากที่ฝ่ายบุคคลจบการสัมนาลูกเรือใหม่พร้อมมอบถุงผ้าให้คนละถุง ในนั้นมีกระดาษชำระ 2 ม้วน ขนมเวเฟอร์หนึ่งกล่อง น้ำเปล่า 2 ขวด สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก ฉันอดขำไม่ได้เพราะมันเหมือนกับฉันกำลังจะถูกส่งไปเรือนจำก็ไม่ปาน ภาพนักร้องโรงแรมห้าดาว มีอิสระเสรี มีสิทธิพิเศษกว่า 5 ปี ของฉันจบลงตรงถุงผ้าถุงนี้ทันที

ไม่นานนักเราก็แยกย้ายไปหาเคบินห้องของตัวเอง แต่เรือลำใหญ่มหึมามีห้องลูกเรือเป็นพันห้อง ฉันกับริคนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนทำใจออกไปหาเคบินของเรา แต่เหมือนมีเทวดามาช่วย ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเป็นมิตรเดินเข้ามาประกาศหาฉันกับริคในห้องสัมมนา

แมทเป็น Band Master หรือว่าหัวหน้านักดนตรีนี่เอง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้ยินคำว่า ‘แผนกนักดนตรี’ ถึงขึ้นต้องมีหัวหน้ากันเลยรึ ฉันนึกในใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่าบนเรือสำราญนั้นแผนกที่ใหญ่ที่สุดคือแผนก Entertainment นี่เอง เพราะลูกค้าจ่ายเงินกันคนละหลายหมื่นเพื่อมากิน ดื่ม เที่ยว และชมการแสดง ที่เรือมีให้ แผนก Entertainment จึงไม่ได้มีแค่นักดนตรี แต่มีตั้งแต่นักแสดงละครเวที นักเต้น นักร้องคาบาเรต์ นักกายกรรม นักเต้นบัลเลต์ นักดนตรีออร์เคสตร้า กลุ่มนี้แสดงที่โรงละครใหญ่ที่เดียว เป็นโรงละครสวยตระการตาพร้อมแสงสีเสียงและฉากอลังการ จุคนดูกว่า 3,000 ที่นั่ง

ส่วนอีกกลุ่มก็คือกลุ่มนักดนตรีและนักร้อง 5 วง 5 สไตล์ ที่สลับเล่นกันตามบาร์ตามจุดต่างๆ ของเรือ ฉันและริคเป็นดูโอ้วงเดียวของแผนกนี้ แมทพาเราสองคนไปห้องเคบินที่จัดเตียมไว้แล้วอย่างรู้ทาง ดีจริง ไม่ต้องปวดหัว แต่เรื่องเครียดก็เกิดขึ้นอีกจนได้เมื่อฉันเห็นห้องเคบินที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่อีกเกือบ 5 เดือน ฉันนึกว่าห้องพักบนเรือเดอะเวิลด์เล็กมากแล้ว แต่ที่นี่เล็กกว่านั้นอีกเท่าหนึ่ง

ฉันหมดแรงทันทีที่แมทออกไปจากห้อง ทันใดนั้นเสียงประกาศของ Cruise Director จากลำโพงก็ดังขึ้น เรียกลูกเรือทุกคนให้เตรียมไปประจำที่ตามสถานีเรือชูชีพของแต่ละคน เพื่อซ้อมการอพยพกับผู้โดยสาร เช้านี้เราวุ่นวายกันมากจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้เลยเข้าช่วงบ่ายแล้ว ผู้โดยสารกลุ่มใหม่ขึ้นเรือกันมาหมดแล้ว และอีกไม่ถึงชั่วโมงเรือก็จะออกจากท่า

ทันทีที่ Cruise Director จบการประกาศ เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น ลูกเรือทุกคนต้องรีบออกไปจากห้องหรือจุดที่ตนทำงานเพื่อไปถึงสถานีของตนเองให้เร็วที่สุด ริคกับฉันก็ตัวใครตัวมัน เพราะเราต้องไปตามหาสถานีของเรา ฉันวิ่งหัวซุกหัวซุนถามลูกเรือทุกคนที่เดินผ่านว่า สเตชั่น B3ไปทางไหน ในที่สุดก็เจอจนได้ แต่กว่าจะถึงก็สายจนผู้โดยสารเข้ามากันเต็มห้องแล้ว และฉันซึ่งคือหัวหน้าทีมดันเพิ่งจะมาถึง

ริคกี้ บาร์เทนเดอร์ชาวจาไมกา แนะนำตัวกับฉันว่าเขาคือรองหัวหน้าทีม เขารู้ว่าฉันเป็นมือใหม่และเพิ่งขึ้นเรือมาวันนี้ คราวนี้เขาจะทำให้ดูก่อนว่าจะต้อนรับและพูดกับผู้โดยสารอย่างไร ฉันติดกระดาษ ปากกา มาด้วย ในขณะที่ริคกี้ทำหน้าที่แทนฉัน มือฉันก็จดขยุกขยิกเพื่อเก็บรายละเอียดทั้งหมด เมื่อเสียงแตรเรียบเสียงยาวสัญญาณสละเรือดังขึ้น เราต้องพาผู้โดยสารในความดูแลของเราไปยังเรือชูชีพด้านนอก จากนั้นการซ้อมก็จบลงและทุกคนก็แยกย้ายได้ ฉันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ริคพาฉันขึ้นไปบนดาดฟ้าด้านบนสุดของเรือดูเรือล่องออกจากท่าไมแอมีเพื่อออกไปทะเลแคริบเบียน ประเทศแรกในวันพรุ่งนี้คือจาเมกา การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่มากับอาชีพของฉันเริ่มขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้จะพิเศษมากๆ และคงจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแน่นอน เพราะจะต้องทำงานกับคนหมู่มาก ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้ชีวิตฉัน 4 เดือนจากนี้ไปครบรสชาติอย่างที่ไม่เคยสัมผัสอย่างแน่นอน ฉันทั้งตื่นเต้นและกังวล ริคจับมือฉันไว้แน่น จุดนี้เราต้องฝ่าฟันทุกอย่างไปให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไร เพราะเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว

CONTRIBUTOR

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา