17 พฤศจิกายน 2561
3 K

ทาโคม่า (Takoma) ถ้าจะพูดเมืองท่าเล็กๆ นี้ ใช้คำว่าสวยจับใจก็คงจะได้ แต่คงได้เพียง 2 เดือนต่อปีเท่านั้น เพราะ 9 เดือนที่เหลือมันคือ ฝน ฝน และฝน

ฉันถอนหายใจรอบที่ 500 ในวันที่ฝนพรำตกลงมาต่อเนื่องได้ 2 อาทิตย์แล้ว ด้านนอกฟ้ามืดสนิททั้งๆ ที่เป็นเวลาแค่ 4 โมงเย็น อากาศที่หนาวยะเยือกจับลมหายใจของฉันที่พ่นชนกระจกบานหน้าต่างเป็นไอหนา หนาวเข้ากระดูกคือความหนาวที่มากับฝนนี่เอง เมื่อไหร่ฟ้าจะสดใสเหมือนกับตอนที่ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่ใหม่ๆ เสียที

ทุกอยากช่างดูห่อเหี่ยว หัวของฉันหนักอึ้ง หน้าตาก็อึมครึมเหมือนฟ้าแห่งทาโคม่า เรากลับมาจากสัญญาบนเรือเดอะเวิลด์ (The World) เรือส่วนตัวที่ไปดูไบมาได้กว่า 2 เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้ร้องเพลงที่ไหนเลยตั้งแต่นั้น ฉันเริ่มหงุดหงิดและอึดอัดที่ไม่ได้ร้องเพลง ทุกๆ วันต้องหาอะไร (ในบ้าน) ทำ วันนี้ฉันจึงหาเรื่องพรินต์รูปถ่ายจากทริปทะเลทรายดูไบและหุบเขาในศรีลังกา แล้วตัดแต่งเข้ากรอบรูป

ริคเดินมานั่งข้างๆ ฉันแล้วพูดว่า

“ถ้ามีสัญญาให้ไปร้องบนเรือที่ไม่ใช่เดอะเวิลด์จะไปมั้ย”

หูตาฉันเปิดโพลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “เรือสำราญของจริงน่ะเหรอ!”

“ใช่” ริคตอบทันควัน

ฉันน้ำตาแทบไหล ไป! ไปสิ! ฉันกำลังจะได้ไปร้องบนเรือสำราญครั้งแรกในชีวิต! เรือสำราญมหึมาที่มีคนสามสี่พันคน! วันนั้นฟ้าที่อึมครึมกลับสดใสในสายตาฉันไปโดยปริยาย…

งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว เมื่อฉันตรวจตราดูข้อสัญญาของการร้องเพลงบนเรือสำราญ มีเงื่อนไขค่อนข้างจุกจิกทีเดียว เพราะคราวนี้ฉันจะไม่ได้ใช้สถานะ Guest แต่เป็นสถานะลูกเรือของจริง หมายความว่าต้องทำหน้าที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ร้องเพลง และไม่มีสิทธิพิเศษเหนือไปกว่าลูกเรือคนอื่น

ฉันทำงานแต่กับเรือส่วนตัวลำเดียวในชีวิต ที่ผ่านมาเพื่อนๆ ลูกเรือบนเรือส่วนตัวและริคที่เคยทำงานในเรือสำราญกันมาได้แต่เล่าให้ฟังว่าประสบการณ์เรือสำราญกับเรือเดอะเวิลด์นั้นเหมือนหนังคนละม้วน ฉันยังนึกภาพไม่ออกว่าชีวิตบนเรือที่มีแขกกว่า 3,000 คน และลูกเรือ 1,200 คนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่คงสนุกกว่าเรือเดอะเวิลด์มากโข เพราะแขกจะสลับสับเปลี่ยนทุกอาทิตย์ ฉันนับวันรอฝนแล้วฝนเล่า

การจัดกระเป๋าสำหรับไปร้องเพลง 4 เดือนครึ่งมันไม่ง่ายเลย แต่ก็โชคดีที่เราจะไปเมืองร้อน เรือจะล่องไป-กลับแถบประเทศแคริบเบียน กับรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ก่อน 1 เดือนเต็ม และจะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก 7 วัน 7 คืน ไปยุโรปอีก 3 เดือนครึ่ง ฉันนั่งนับประเทศใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปเกือบ 10 ประเทศ เท่านี้ก็คุ้มแสนคุ้ม

เช้าตรู่ของวันใหม่ที่ไมแอมี รัฐฟลอริดา รสบัสคันใหญ่มาจอดรับลูกเรือจากทุกมุมโลก บ้างกลับมาจากการพักผ่อน บ้างเป็นลูกเรือใหม่ไฉไลแบบฉันและริค นับหัวได้กว่าร้อยคน ทั้งหมดนี้กำลังจะไปลงเรือลำเดียวกันที่มีชื่อว่า ‘Celebrity Reflection’

ฉันคิดว่าเรือเดอะเวิลด์ที่ฉันร้องเพลงใหญ่มากแล้ว แต่เรือลำนี้ใหญ่กว่า 3 เท่า! ฉันยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ความสูงของเรือมากถึง 16 ชั้น มันเหมือนห้าง 3 ห้างต่อกันอย่างไรอย่างนั้น ฉันผ่านขั้นตอนตรวจตราเอกสารลงทะเบียนลูกเรือมาแบบมึนงง เพราะต้องผ่านหลายด่านกว่าจะได้เข้ามาบนเรือ มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ คาดว่าเป็นแผนกรักษาความปลอดภัย พาฉันและริคกับลูกเรืออีกกลุ่มใหญ่เข้าไปฟังสัมมนา และมอบบัตร ID ให้คนละใบ บัตรนี้สำคัญมาก เพราะจะบอกสถานีประจำจุดของเราสำหรับการอพยพในเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เรียกว่า Drill แต่ฉันสังเกตว่าทุกคนได้คนละสีกันหมด

เจ้าหน้าที่เรียกคนที่ได้ ID สีแดงทุกคนให้ออกมา เพราะสีแดงคือหัวหน้าทีม ฉันก้มมองใบตัวเอง สีแดง! ฉันเนี่ยนะ! ริคมีประสบการ์ณบนเรือแบบนี้ ทำไมเขาได้สีเขียว อะไรกันเนี่ย

ฉันตื่นตระหนกมากเพราะหน้าที่นี้ต้องคุมแขกบนเรือที่อยู่ในสเตชั่นเรือชูชีพของเรากว่า 300 คน หัวหน้าต้องเป็นคนนำซ้อมอพยพกับแขกที่ขึ้นมาวันแรกก่อนเรือออกจากท่า พอครบอาทิตย์ส่งแขกเก่ารับแขกกลุ่มใหม่ก็ทำแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวันแรกของการรับแขกขึ้นเรือ ในฐานะหัวหน้าจะต้องซ้อมดับเพลิงและซ้อมกู้ภัยต่างๆ นานาเหมือนเหตุการณ์จริง ฉันดูตารางอบรมช่วง 2 อาทิตย์แรกที่แน่นเอี้ยดทุกวัน เรียกว่าคงไม่ได้ออกไปเที่ยวแน่นอน!

หลังจากที่ฝ่ายบุคคลจบการสัมนาลูกเรือใหม่พร้อมมอบถุงผ้าให้คนละถุง ในนั้นมีกระดาษชำระ 2 ม้วน ขนมเวเฟอร์หนึ่งกล่อง น้ำเปล่า 2 ขวด สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก ฉันอดขำไม่ได้เพราะมันเหมือนกับฉันกำลังจะถูกส่งไปเรือนจำก็ไม่ปาน ภาพนักร้องโรงแรมห้าดาว มีอิสระเสรี มีสิทธิพิเศษกว่า 5 ปี ของฉันจบลงตรงถุงผ้าถุงนี้ทันที

ไม่นานนักเราก็แยกย้ายไปหาเคบินห้องของตัวเอง แต่เรือลำใหญ่มหึมามีห้องลูกเรือเป็นพันห้อง ฉันกับริคนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนทำใจออกไปหาเคบินของเรา แต่เหมือนมีเทวดามาช่วย ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเป็นมิตรเดินเข้ามาประกาศหาฉันกับริคในห้องสัมมนา

แมทเป็น Band Master หรือว่าหัวหน้านักดนตรีนี่เอง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้ยินคำว่า ‘แผนกนักดนตรี’ ถึงขึ้นต้องมีหัวหน้ากันเลยรึ ฉันนึกในใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่าบนเรือสำราญนั้นแผนกที่ใหญ่ที่สุดคือแผนก Entertainment นี่เอง เพราะลูกค้าจ่ายเงินกันคนละหลายหมื่นเพื่อมากิน ดื่ม เที่ยว และชมการแสดง ที่เรือมีให้ แผนก Entertainment จึงไม่ได้มีแค่นักดนตรี แต่มีตั้งแต่นักแสดงละครเวที นักเต้น นักร้องคาบาเรต์ นักกายกรรม นักเต้นบัลเลต์ นักดนตรีออร์เคสตร้า กลุ่มนี้แสดงที่โรงละครใหญ่ที่เดียว เป็นโรงละครสวยตระการตาพร้อมแสงสีเสียงและฉากอลังการ จุคนดูกว่า 3,000 ที่นั่ง

ส่วนอีกกลุ่มก็คือกลุ่มนักดนตรีและนักร้อง 5 วง 5 สไตล์ ที่สลับเล่นกันตามบาร์ตามจุดต่างๆ ของเรือ ฉันและริคเป็นดูโอ้วงเดียวของแผนกนี้ แมทพาเราสองคนไปห้องเคบินที่จัดเตียมไว้แล้วอย่างรู้ทาง ดีจริง ไม่ต้องปวดหัว แต่เรื่องเครียดก็เกิดขึ้นอีกจนได้เมื่อฉันเห็นห้องเคบินที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่อีกเกือบ 5 เดือน ฉันนึกว่าห้องพักบนเรือเดอะเวิลด์เล็กมากแล้ว แต่ที่นี่เล็กกว่านั้นอีกเท่าหนึ่ง

ฉันหมดแรงทันทีที่แมทออกไปจากห้อง ทันใดนั้นเสียงประกาศของ Cruise Director จากลำโพงก็ดังขึ้น เรียกลูกเรือทุกคนให้เตรียมไปประจำที่ตามสถานีเรือชูชีพของแต่ละคน เพื่อซ้อมการอพยพกับผู้โดยสาร เช้านี้เราวุ่นวายกันมากจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้เลยเข้าช่วงบ่ายแล้ว ผู้โดยสารกลุ่มใหม่ขึ้นเรือกันมาหมดแล้ว และอีกไม่ถึงชั่วโมงเรือก็จะออกจากท่า

ทันทีที่ Cruise Director จบการประกาศ เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น ลูกเรือทุกคนต้องรีบออกไปจากห้องหรือจุดที่ตนทำงานเพื่อไปถึงสถานีของตนเองให้เร็วที่สุด ริคกับฉันก็ตัวใครตัวมัน เพราะเราต้องไปตามหาสถานีของเรา ฉันวิ่งหัวซุกหัวซุนถามลูกเรือทุกคนที่เดินผ่านว่า สเตชั่น B3ไปทางไหน ในที่สุดก็เจอจนได้ แต่กว่าจะถึงก็สายจนผู้โดยสารเข้ามากันเต็มห้องแล้ว และฉันซึ่งคือหัวหน้าทีมดันเพิ่งจะมาถึง

ริคกี้ บาร์เทนเดอร์ชาวจาไมกา แนะนำตัวกับฉันว่าเขาคือรองหัวหน้าทีม เขารู้ว่าฉันเป็นมือใหม่และเพิ่งขึ้นเรือมาวันนี้ คราวนี้เขาจะทำให้ดูก่อนว่าจะต้อนรับและพูดกับผู้โดยสารอย่างไร ฉันติดกระดาษ ปากกา มาด้วย ในขณะที่ริคกี้ทำหน้าที่แทนฉัน มือฉันก็จดขยุกขยิกเพื่อเก็บรายละเอียดทั้งหมด เมื่อเสียงแตรเรียบเสียงยาวสัญญาณสละเรือดังขึ้น เราต้องพาผู้โดยสารในความดูแลของเราไปยังเรือชูชีพด้านนอก จากนั้นการซ้อมก็จบลงและทุกคนก็แยกย้ายได้ ฉันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ริคพาฉันขึ้นไปบนดาดฟ้าด้านบนสุดของเรือดูเรือล่องออกจากท่าไมแอมีเพื่อออกไปทะเลแคริบเบียน ประเทศแรกในวันพรุ่งนี้คือจาเมกา การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่มากับอาชีพของฉันเริ่มขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้จะพิเศษมากๆ และคงจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแน่นอน เพราะจะต้องทำงานกับคนหมู่มาก ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้ชีวิตฉัน 4 เดือนจากนี้ไปครบรสชาติอย่างที่ไม่เคยสัมผัสอย่างแน่นอน ฉันทั้งตื่นเต้นและกังวล ริคจับมือฉันไว้แน่น จุดนี้เราต้องฝ่าฟันทุกอย่างไปให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไร เพราะเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load