2 กุมภาพันธ์ 2562
2,066

“Ladies and gentleman, thank you so much for your corporation. My name is Zoe Stickney,  I hope I don’t see you in this room again for your entire trip!”

เสียงหัวเราะขำขันจากมุกเล็กๆ น้อยๆ ของฉันพร้อมด้วยเสียงปรบมือจากผู้โดยสารกลุ่มใหม่กว่า 300 คนที่มารวมตัวกันเพื่อซ้อมการอพยพกู้ภัยในกรณีฉุกเฉินบนเรือ ที่เพิ่งขึ้นกันมาจากท่าไมอามี ในบ่ายวันนี้ครบรอบ 2 อาทิตย์พอดิบพอดีที่ฉันได้รับหน้าที่ ‘หัวหน้าผู้อพยพ’ ที่มาพร้อมกับหน้าที่หลัก นักร้องบนเรือ

ฉันเริ่มคุ้นชินกับบทบาทใหม่ของฉัน ซึ่งถือว่าใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะคุ้นชินกับการพูดคุยเพื่อจูงใจให้คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกฟังและทำตามเรา ทุกครั้งที่มีการซ้อมผู้อพยพ ฉันล่ะอดคิดไม่ได้ว่าเป็นนักร้องช่างง่ายกว่ากันเยอะ เพราะเรามีเพลงเพราะๆ เป็นสื่อกลางช่วยดึงดูดคนให้มาฟังเรา ฉันขอคารวะอาชีพนักพูดในทุกวิชาชีพจริงๆ

ริคพูดตั้งแต่รับงานนี้ว่าแขกจะต้องชอบวงเรา การแสดงของฉันและริคเป็นอย่างนั้นไม่มีผิด เพราะเราเล่นแนวเพลงหลากหลาย ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่อาทิตย์ที่ 2 ที่เรามาเล่นบนเรือ แต่การตอบรับจากลูกค้านั้นดีเกินคาด วงดนตรีอื่นๆ อาจจะต้องย้ายที่เล่น 2 – 3 ที่ตามเลานจ์ต่างๆ แต่ฉันและริคกลับเล่นประจำที่เดียวเพื่อไม่ให้แขกต้องเกิดความสับสน เรือลำใหญ่มหึมาขนาดนี้ ถ้าย้ายที่เล่นในแต่ละคืนก็จะเสียลูกค้าประจำได้ ฉันมีความสุขและสนุกกับการร้องเพลงในทุกค่ำคืน ถึงแม้บางคืนคนอาจจะน้อยเพราะมีโชว์ในโรงละคร แต่ทฤษฎีของฉันก็คือไม่ว่าจะร้อยหรือเพียงแค่ 2 คน ฉันก็ร้องเต็มร้อยเท่าๆ กัน

เรือสำราญ

หลังการอมรมลูกเรือใหม่ที่เนิ่นนานดุจดั่งไม่มีที่สิ้นสุด ในวันนี้ฉันก็ได้จบทุกคอร์สและยังได้รับประกาศนียบัตรอีกด้วย นั่นหมายความว่าฉันจะได้ออกไปเยี่ยมชมทะเลแคริบเบียนข้างนอกเสียที!

จาเมคก้า (หรือที่เราติดออกเสียงว่าจาไมก้า) ดินแดนแห่งสีสัน ศิลปะแบบดิบๆ Jerk Chicken ชาว Rasta กับดนตรีเรกเก้ และ Bob Marley ถือเป็นเอกลักษณ์สากลที่คนทั่วโลกต้องนึกถึงถ้าพูดถึงประเทศนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริงทุกประการ แต่ถ้าได้สัมผัสด้วยตัวเองจะยิ่งรู้สึกถึงพลังมหาศาลของคนประเทศนี้ เขาทำอะไรกันเต็มที่จริงๆ โดยเฉพาะการเฉลิมฉลองไม่ว่าจะวาระไหน

ขนาดวันนี้เป็นวันธรรมดาๆ นักเรียนไปโรงเรียนตามปกติ ก็ยีงมีเวทีแสดงดนตรีกันอย่างครึกครื้น ฉันหลงใหลความสบายๆ ของพวกเขามาก บางทีชีวิตก็ไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรมาก ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็จะมีความสุขและมีเสน่ห์ในแบบของมัน

เรือสำราญ

เรือล่องแถบประเทศแคริบเบียนหลายที่ด้วยกัน นอกจากจาไมก้าแล้วก็มี St. Maarten ซึ่งไฮไลต์คือ รันเวย์สนามบินที่อยู่ติดกับหาดโด่งดังและคนพลุกพล่านเอาการ ทุกครั้งที่เครื่องบินกำลังลงจอดเปรียบเสมือนมันจะหล่นทับหัว เพราะมันใกล้มากๆ ยิ่งถ้ามีเครื่องบินลำใหญ่กำลังจะออกตัวบิน ความแรงของเครื่องยนต์ตอนเร่งเครื่องขึ้นก็จะพัดคนที่อยู่บนหาดลงทะเลกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง กลายเป็นความสนุกสนานของนักท่องเที่ยวที่มาประเทศนี้ที่ต้องไปลองให้เครื่องบินพัดลงทะเล!

เรือสำราญ

เรือสำราญ

ส่วนฉันเกิดมาด้วยความกลัวทุกอย่าง จึงได้แต่ยืนดูริคที่ไปยืนรวมกลุ่มกับพวกที่อยากถูกเครื่องบินพัดกระเด้งกระดอนหายลงไปในทะเลสนุกสนานกันไป ส่วนประเทศแถบแคริบเบียนที่ฉันชอบมากที่สุดคงเป็น ‘เม็กซิโก’ เหตุผลเพราะอาหารล้วนๆ อาหารเม็กซิกันเป็นอาหารโปรดของริคเช่นกัน เขาชอบเล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อตอนเขายังเด็กทุกวันเกิดของทุกปี แม่ริคจะถามว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ เขาจะตอบว่าอาหารเม็กซิกันทุกครั้งไป

เรือสำราญ

ตัวอาหารนั้นก็มีความหลากหลายที่เป็นที่นิยมก็จะเป็น Taco, Fajitas, และที่ฉันชอบที่สุดเลยคือ Guacamole หรืออะโวคาโด้บดรสเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ กินกับแผ่นข้าวโพดกรอบๆ นั่นเอง ด้วยความเผ็ดจัดจ้านของพริกเม็กซิโกและความละมุนของเครื่องเทศที่ใช้หมักเนื้อ และยังมีเครื่องดื่มมาการิต้าซึ่งเป็นเครื่องดื่มประจำชาติ อาหารเม็กซิโกจึงเป็นอาหารครัวโลก (เหมือนดั่งอาหารไทย) ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนของโลกก็จะมีร้านอาหารเม็กซิโกให้ทาน เราเช่ารถเต่าเปิดประทุนขับเล่นรอบเกาะ แวะกินกันตลอดทาง นี่แหละกิจกรรมโปรดของฉันอย่างแท้จริง

ถึงแม้การร้องเพลงบนเรืออาจจะมีความยากในการเอนเตอร์เทนคนดูบ้าง เพราะฉันต้องคิดตลอดว่าจะต้องทำอย่างไรให้คนดูอยากฟังเราต่อและสนุกกับเราทั้งคืน บนเรือนั้นมีกิจกรรมและวงดนตรีหลายวงมาก อีกทั้งมีโชว์ในโรงละครใหญ่ การแข่งขันจึงสูงเอาการ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีแต้มหรือรางวัล แต่ถ้าเราเป็นโชว์ยอดนิยมที่แขกชอบมันก็จะได้ผลดีในอนาคตกับตัวเราเอง เพราะเขาจะได้จ้างเราต่อไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเวที เพลงทุกเพลงที่เล่นต่อเนื่องอาจจะดูง่ายๆ ลื่นไหล แต่ทั้งหมดได้ผ่านการคิดอย่างละเอียดและอ่านใจคนดูระหว่างการแสดงมาแล้ว

เรือสำราญ เรือสำราญ

ฉันร้องเพลงอย่างเต็มที่ทุกค่ำคืน พอรุ่งขึ้นได้ออกไปเที่ยวประเทศใหม่ๆ ทุกวัน ก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ มีประเทศในแถบแคริบเบียนที่ฉันได้ออกไปเที่ยวเล่น เรียนรู้วัฒนธรรมอีกหลายที่ เช่น หมู่เกาะเคย์แมน เฮติ ฮอนดูรัส บาฮามัส ฉันเริ่มรักการใช้ชีวิตเป็นนักเดินเรือ จนกระทั่งถึงวันที่เรือจะต้องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก 5 วัน 5  คืนเพื่อมุ่งหน้าไปยุโรป และเดินเรืออยู่ในแถบยุโรปไปอีก 3 เดือนครึ่งกว่าที่ฉันจะหมดสัญญา

3 วันแรกของการเดินเรือข้ามมหาสมุทรสนุกมาก ความรู้สึกเหมือนติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ ทุกคนทั้งแขกทั้งลูกเรือปลดปล่อยกันเต็มที่ แขกก็ดื่มกันไม่อั้น ที่บาร์ที่ฉันร้องคนแน่นขนัดทุกคืน ไม่ว่าจะร้องเพลงอะไรก็โดนใจแขกไปเสียหมด ฉันและริคไม่เคยได้หยุดร้องตามเวลาที่กำหนด เพราะแขกเรียกร้องให้ร้องต่อเราต้องต่อเวลาร้อง อีก 20 – 45 นาทีเสมอไป ร้องจบแขกก็จะเลี้ยงเครื่องดื่ม บ้างก็ให้ทิป

ย่างเข้าวันที่ 4 ของการเดินเรือข้ามทวีป เสียงกัปตันเรือประกาศว่า

“ได้รับคำเตือนจากฝั่ง Cost Guard น่านน้ำสากลว่ามีมรสุมใหญ่ที่หลีกหนีไม่ได้บนทางผ่านของเรือลำนี้ เรือจะเดินทางข้ามมรสุมเป็นเวลา 2 วันเต็มจนถึงยุโรป ระดับความแรงอยู่ที่ระดับ 8 คลื่นในทะเลจะมีความสูง 8 – 10 เมตร ขอให้ระมัดระวังในการเดิน ผู้หญิงห้ามใส่รองเท้าส้นสูง และให้ย้ายวัตถุที่อาจมีการโยกเลื่อนหล่นแตกให้อยู่ในที่ราบและปลอดภัย เรือจะโยกเยกมากในระหว่างนี้ แต่ขอให้ไว้วางใจกัปตันและผู้ช่วยทุกคนที่จะทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจะรายงานข่าวให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณครับ”

ริคหันมามองหน้าฉันทันควัน เห็นฉันหน้าเจื่อน ซีดเป็นไก่ต้ม น้ำตาคลอเบ้า เขารู้ทันทีว่าฉันกลัวมาก เรากำลังจะต้องร้องเพลงอีกไม่ถึง 5 นาที ฉันถึงเก็บอาการไม่อยู่ ริคปลอบใจว่า เรือลำนี้ใหญ่มโหฬาร ต้องเป็นระดับคลื่นล้างโลกถึงจะทำให้เรือล่ม แค่นี้จิ๊บๆ เล็กน้อยมากนะ แต่ความโยกอาจจะหนักเอาการอยู่ ตอนนี้ลืมกลัวเรือแล้วไปกินยาแก้เมาเรือไว้ก่อน ฉันนิ่งเงียบไปตลอดโชว์ ร้องเพลงให้มันจบๆ พ้นๆ ไปเป็นแบบนี้นี้เอง

ณ Crew Bar บาร์ของลูกเรือชั้นล่างสุดของเรือ น้องใหม่ บาร์เทนเดอร์คนไทยที่สนิทกันเอาเครื่องดื่มมาปลอบประโลมฉันอย่างเต็มที่ พร้อมคำคมที่ว่า

“พี่ไม่ต้องกลัว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เอ้าพี่ ดื่มเพื่อลืมคลื่น!”

ริคกำลังหัวเราะสนุกสนานกับเบรตต์ (Brett) นักแสดงตลกชาวอเมริกันที่มาแสดงโชว์ตลกในโรงละครละหว่างเรือข้ามมหาสมุทร ความบังเอิญอยู่ตรงที่เบรตต์นั้นมาจากบ้านเกิดเดียวกันกับริค ทาโคมา (Tacoma) นั่นเอง

คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกช้างด้วยเถิด! ฉันตื่นมากลางดึกเพราะเรือเริ่มโคลงเคลงมากแล้ว เสียงคลื่นซัดสาดตัวถังเรือด้านนอกดังมากอย่างกับฉันอยู่ข้างนอกเรือ ของในห้องหล่นกลาดเกลื่อนไปตามคลื่น ริคเอาเบาะจากเตียงสองชั้นด้านบนลงมานอนบนพื้นอย่างรู้งานว่าถ้านอนบนเตียงสองชั้นคงได้ตกลงมาแหงๆ ฉันข้ามตัวริคพุ่งไปห้องน้ำเพราะรู้สึกพะอืดพะอมอย่างหนัก อาเจียนไป 2 รอบ ตามคาด ยาไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ฉันเห็นของประดับบนเรือแตกกระจาย เก้าอี้ โต๊ะ โคมไฟ อยู่ผิดที่ผิดทางไปหมด เราเดินไปกินข้าวแบบโยกเยกเอยน้ำท่วมเมฆไปตลอดทาง ต้องจับราวทางเดินซ้ายขวาให้แน่น การตักอาหารก็อยากเย็นและตลกมากๆ คือต้องทั้งถือจานและกางขากว้างให้ฐานแน่นที่สุด อาหารโดยเฉพาะตรงสลัดบาร์ ทุกถาดโยกเยกเลื่อนขึ้นบนลงซ้ายขวาอย่างกับมีเวทมนตร์

แทนที่ฉันจะกลัว กลับเริ่มขำกับสิ่งที่เห็น แขกบางคนเดินแทบไม่ได้ เดินแล้วก็ล้ม ล้มตลอด ระหว่างกินข้าว เสียงจานดังแตกโพล้งเพล้ง! ของหล่นดังโครม! เป็นจังหวะต่อเนื่อง ฉันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้แต่คิดว่ามื้อนี้อาจจะเป็นมื้อสุดทางในชีวิต หรือถ้าเรือเกิดอับปางขึ้นจริงๆ ฉันก็จะหิวกลางทะเลในเรือชูชีพ ฉันคิดไปเพ้อเจ้อมากๆ ว่าแล้วก็ไปตักเค้กและขนมหวานมาอีกหนึ่งจานใหญ่ ระหว่างทางไปฉันก้าวพลาดไปหน่อยล้มคว่ำ พร้อมกับเค้กที่ตักมาลงไปกองกับพื้นตอนเรือเอนไปทางซ้ายสุดอย่างแรง

จังหวะนั้นฉันเห็นเชฟใหญ่เดินต้านลมออกไปด้านนอกเรือซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎ เพราะกัปตันห้ามทุกคนออกไปข้างนอกระเบียงจนกว่าเรือจะถึงที่หมาย เชฟเดินฝ่าลมไปอย่างอันตรายเพื่อไปถ่ายรูปเซลฟี่กับคลื่นด้านหลังเรือ ฉันขำลั่นท้องคัดท้องแข็ง

มื้อนั้นเป็นมื้ออาหารหายนะที่สุดในชีวิตของฉัน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเพ้อจากยา หรือเพราะเราอยู่กับเบรตต์ นักแสดงตลก มากไป หรือเพราะฉันเริ่มเห็นการเอาตัวรอดของตัวเอง ทำให้ฉันเอาชนะจนความกลัวนี้หายไปสิ้น ฉันไม่ได้มีความกังวลใดๆ เลยในวันสุดท้ายของการฝ่ามรสุม ซึ่งแรงกว่าวันแรกด้วยซ้ำ ฉันยืนร้องเพลงท่าหอเอนเมืองปิซ่าเป็นชั่วโมงๆ อย่างช่ำชอง ทุกอย่างประจักษ์ในสายตาและความคิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างที่น้องใหม่ว่า เมื่อไม่กังวลไปล่วงหน้าและมีสติรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด เราก็จะดำเนินชีวิตไปได้ปกติ

ในระหว่างเดินทางผ่านมรสุม ลูกเรือทุกคนไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนต่างทำหน้าที่ตัวเองเต็มที่ ฉันถึงแม้จะเป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆ ของเรือลำนี้ ก็ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มความสามารถ เพราะฉันคิดเสมอว่าการแสดงนั้นฉันมีโอกาสร้องครั้งเดียว พรุ่งนี้คือวันใหม่ นับหนึ่งใหม่ ถ้าเรือเป็นอะไรไป อย่างน้อยฉันก็ได้สร้างความสุขให้คนที่มาดู ผ่อนคลายความกังวลจากมรสุม ดั่งฉากสำคัญในหนัง Titanic ตอนที่นักดนตรีตัดสินใจไม่ลงไปกับเรือชูชีพตอนเรือใกล้อับปาง แต่กลับอยู่ต่อเพื่อเล่นดนตรีให้คนที่หวาดกลัวการสูญเสียชีวิตผ่อนคลายลง ฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นแล้ว ในฐานะคนสร้างความสุขให้คนฟัง

ฟ้าใสแจ้งของวันใหม่ ณ เกาะแคนเนรี่ ประเทศสเปน เรือ Celebrity Reflections ผู้โดยสารสองพันกว่าคนและลูกเรือ 1,500 คน ถึงท่าแรกของทวีปยุโรปอย่างปลอดภัย

เรือสำราญ

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

31 สิงหาคม 2562
1,796

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load