วันนี้ฉันไปร้องเพลงด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างที่สุด

ฉันถูกผู้บริหารแผนก Food & Beverage เรียกพบ เพราะลูกค้า Complain ผ่านอีเมลโรงแรม เจ้านายฉันก็กรุณามาก ให้ฉันอ่านเนื้อความทั้งหมด พออ่านจบเรียกว่าไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ฉันและริคกลับมาทำงานร้องเพลงกันที่เกาะสวาทหาดสวรรค์ ‘มัลดีฟส์’ กันอีกครั้ง หลังจบสัญญาจ้างบนเรือส่วนตัวที่ยุโรป เขาก็จ้างเราเป็นพิเศษช่วง Holiday เฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ เป็นสัญญาจ้างเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งสั้นกว่าทุกครั้งเพราะฉันและริคต้องกลับไปขึ้นเรืออีกหลังหมดสัญญานี้ จึงไม่สามารถอยู่ครบ 3 เดือนอย่างทุกครั้งได้ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้มาที่นี่ เพราะเพื่อนร่วมงานที่เราสนิทเป็นทุนเดิมก็ยังอยู่กันครบ

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ส่วนใหญ่เวลาสิ้นปี โรงแรมแห่งนี้จะถูกจองโดยชาวยุโรปและชาวรัสเซียจนเต็ม เนื่องด้วยวันปีใหม่ของชาวรัสเซียคือ 1 อาทิตย์หลังวันปีใหม่สากล ปีนี้ก็อย่างทุกปี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่มาพักช่วงหยุดยาวนี้ รวมถึงสองศรีสามีภรรยาชาวออสเตรียคู่นี้ที่ฉันและริคได้พบเจอและดูแลกันแบบเต็มที่ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ตัวคุณสามีเมื่อพบเจอเราอีกปีนี้ก็ดีใจมากๆ เพราะเราเล่นเพลงถูกใจเขา เขาจึงทิปหนักตลอด แต่ส่วนภรรยาก็ดูเฉยๆ มาตั้งแต่คราวก่อน

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ฉันต้อนรับทั้งคู่ด้วยความเป็นกันเอง เฉกเช่นลูกค้าคนอื่นๆ ที่ถ้าเคยเจอกันแล้วการสร้างความบันเทิงให้แขกจะง่ายขึ้นมาก ฉันถามทั้งคู่ว่า

“ตกลงได้ไปทานอาหารที่ร้านพี่สาวของฉันในตัวเมืองเวียนนาไหม?”

ที่ถามเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ที่เวียนนา และฉันเคยให้ข้อมูลชื่อร้านและที่อยู่ไปตั้งแต่ที่เจอพวกเขาคราวก่อน เผื่อว่าเขาอยากลิ้มรสอาหารไทยแท้ๆ

2 วันต่อมา เจ้านายฉันเรียกพบ บอกว่าภรรยาชาวเวียนนาเขียนอีเมลมาต่อว่าว่าฉันประพฤติตัวและพูดจาไม่เหมาะสมกับสามีของเขา อยากจะให้สามีของเขาไปพบเจอครอบครัวฉันที่อยู่เวียนนา การกระทำนี้เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ และโรงแรมควรไล่ฉันออก!

ริคได้อ่านข้อความในอีเมลก็ตกใจไม่แพ้ฉัน เพราะการทักทายหรือทุกครั้งที่มีการพูดคุยกับแขก เขาก็อยู่ในวงสนทนาด้วยตลอด แขกที่เป็นภรรยาเข้าใจผิดไปมากทีเดียว เนื่องด้วยอาจเป็นพวกหึงหวงสามีอยู่เป็นทุนเดิม ต่อให้ไม่ใช่ฉัน ก็คงต่อว่าพนักงานสาวๆ ที่เข้ามาคุยกับสามี

ฉันถึงขนาดต้องนัดคุยกับเจ้านายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่ออธิบายเหตุการณ์นี้ให้กระจ่างว่าฉันไม่ได้มีเจตนาเชิงชู้สาวใดๆ ทั้งสิ้น และมันก็เป็นไปไม่ได้ด้วย เพราะฉันเพิ่งแต่งงานได้ปีเดียวเท่านั้น คนที่เล่นกีตาร์ข้างๆ ก็สามีฉันนี่!

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ทางโรงแรมเข้าใจเจตนาฉันดีและรู้ว่าฉันเป็นคนแบบไหน เพราะนี่ก็ครั้งที่ 4 แล้วที่ได้ทำงานร่วมกัน แต่ทางโรงแรมจำเป็นต้องเขียนจดหมายขอโทษแขกไว้ก่อน แต่ก็ขอให้ฉันไม่เข้าใกล้สองคนนี้ถ้าทำได้ ไม่ต้องห่วงเลยล่ะเรื่องนี้!

ใกล้วันกำหนดกลับเข้าไปทุกวัน ริคตื่นเต้นมากถึงมากที่สุด เพราะสัญญาต่อไปนั้น เราจะได้กลับไปเล่นบนเรือส่วนตัวลำเดิม เพิ่มเติมคือเราได้ไปบราซิล! เรือลำนี้ถือว่ากลายเป็นงานประจำปีของเราไปแล้ว เพราะเรากลับไปทุกปีจริงๆ ปีแรกๆ ไปถึง 3 – 4 หน ฉันกลัวแขกจะเบื่อเรา เลยแนะนำริคว่ากลับไปปีละหนก็พอ เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกเรือไปแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่แขกที่ขึ้นมาร้องเพลงแล้วกลับ แต่เราสนิทกับทุกคนไม่ว่าจะแขกหรือลูกเรือ ความสนิทนี้เองทำให้หนึ่งในแขกที่เป็นคนฟังประจำของเราถามริคเมื่อตอนเราอยู่ยุโรปว่า เราอยากไปที่ไหนอีก ขอให้บอกแล้วเขาทั้งคู่จะจัดการให้

ริคตอบโดยไม่ต้องคิด บราซิล ผมอยากไปบราซิล ผมอยากไปเทศกาลคาร์นิวัลที่เป็นงานเฉลิมฉลองระดับชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะตารางเดินเรือไปบราซิลเป็นช่วงตรงกับคาร์นิวัลพอดี เพียง 3 วันหลังจากนั้น เราก็ได้รับอีเมลพร้อมสัญญาจ้างต่อไปให้กลับมาขึ้นเรือที่บราซิล

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

คืนนี้ที่มัลดีฟส์ แขกที่บาร์เยอะมาก เพลงเซ็ตสุดท้ายแขกเต้นกันสนุกสนานติดพัน จนเราต้องเล่นต่ออีกเกือบ 40 นาที ฉันแทบหมดแรงจนต้องขอริคนั่งพักเหนื่อย ดื่มเบียร์เย็นๆ ที่บาร์กันก่อนแล้วค่อยกลับที่พัก เรานั่งแช่คุยเล่นกับเพื่อนบาร์เทนเดอร์จนบาร์ปิด แล้วจึงพากันปั่นจักรยานกลับที่พัก ฉันช่วยยกกีตาร์ขึ้นให้ริคสะพายหลัง และบ่นอุบทุกครั้งว่าทำไมมันหนักมากขนาดนี้ ในกระเป๋ากีตาร์มีเอฟเฟกต์กีตาร์อีกสองสามตัว สายแจ็ค และคอมพิวเตอร์แมคอีก

ระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้าน ฉันแซงริคมาเข้าห้องน้ำก่อนล่วงหน้า โบกมือบ๊ายบายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวมัลดีฟส์ 2 คนที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยข้างทาง

แต่ในขณะที่ฉันกำลังไขประตูเข้าที่พักก็มีเสียงดังโครม!! แล้วก็ตามด้วยเสียงอุทานดังลั่นของริค

ฉันรีบวิ่งไปที่จอดจักรยานหน้าที่พักด้วยความตกใจ จึงเห็นริคล้มอยู่ในพุ่มไม้! ริคเปล่งเสียงร้องโอดครวญ ฉันพยายามประคองเขา แต่เป็นไปไม่ได้เพราะเขาติดอยู่ในพุ่ม กระเป๋ากีตาร์ก็ยังอยู่บนหลังและพันกับกิ่งก้านยุ่งเหยิงไปหมด

วินาทีนั้นฉันได้ยินฝีเท้าคนวิ่งมา พี่เจ้าหน้าที่นั่นเอง เขาสองคนไม่รีรอ ช่วยกันพยุงริคขึ้น แต่ยากลำบากจริงๆ ริคพูดแต่เพียงว่าเขาลุกไม่ได้ กระดูกผมหักแน่ๆ มันเจ็บมากๆ พี่เจ้าหน้าที่รู้ดังนั้นจึงช่วยกันอุ้มริคขึ้นแล้วพากันเข้าไปที่ห้องพัก เมื่อวางริคบนเตียง จึงเห็นว่ามีรอยช้ำเขียวเข้มอยู่ที่เท้าข้างซ้าย แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันหักหรือแค่แพลง

ริคยังโอดครวญเสียงดัง พูดแต่ว่ามันหักๆ ผมได้ยินเสียงตอนมันหัก ฉันตื่นตระหนกจนไม่ทันสังเกตว่าพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหายไป เขากลับมาอีกครั้งพร้อมน้ำแข็งถังเบ้อเร่อเอามาให้ริคประคบ เจ้าประคุณเอ้ย โชคดีจริงๆ ที่พี่เขาเดินตรวจตราอยู่ พี่เจ้าหน้าที่อีกคนซึ่งอยู่เป็นเพื่อนโทรตามหมอประจำรีสอร์ตให้เสร็จสรรพ ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบตี 3 เข้าไปแล้ว เพียงอึดใจเดียวหมอวิ่งพรวดเข้ามาในห้อง

ตอนนี้เท้าริคเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มกลายเป็นสีม่วงก่ำมาก หมอให้ริคลองขยับนิ้วก็ขยับไม่ได้เลย หมอจึงยืนยันว่าน่าจะแตกร้าว แต่จะหักหรือหักแค่ไหนต้องเอกซเรย์ดู หมอจะจัดเรือส่งริคไปโรงพยาบาลที่เมืองหลวงพรุ่งนี้ หมอพันผ้าให้แน่นและให้ริคกินยาแก้ปวดให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน ฉันสงสารริคมากๆ ขออย่าให้กระดูกหักแบบที่หมอว่าเลย ฉันเดินไปส่งทุกคนหน้าที่พัก พร้อมไหว้ขอบคุณน้ำใจที่อยู่ช่วยเหลือกันจนดึกดื่น

ผลเอกซเรย์ออกมาแล้ว กระดูกด้านข้างเท้าของริคหักแน่นอน 100% ไม่ใช่แค่ร้าว ถึงขั้นหักแยกออกจากกันเลย หมอที่โรงบาลที่เมืองหลวงมาเลต้องการให้ริคผ่าตัดทันที แต่ริคก็ปฎิเสธ เพราะอีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะกลับเมืองไทย หมอจึงแค่ทำเฝือกชั่วคราวให้ก่อน ไว้ให้สะดวกกับให้หมอที่เมืองไทยวินิจฉัยต่อไป

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ฉันบอกลาปลากระเบนฝูงเดิมและฝูงปลาเด็กตามปะการังตรงสะพานที่ประจำที่ฉันนั่งให้ขนมปังทุกวันก่อนออกไปร้องเพลง เพื่อนชาวฟิลิปปินส์ขับรถกอล์ฟมาตามฉันกลับไปท่าเรือ เพราะเรือใกล้จะออกแล้ว โรงแรมส่งเราสองคนกลับเมืองไทยก่อนกำหนด 1 อาทิตย์เพราะไม่สามารถทำงานต่อได้ แต่เนื่องด้วยอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนเกาะ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสายกระเป๋ากีตาร์ที่อยู่บนหลังริคตอนขี่จักรยานดันไปเกี่ยวกับอานที่นั่ง พอจอดรถจักรยานแล้วลุกขึ้นตามปกติ ริคจึงเสียการทรงตัว ความหนักของกระเป๋ากีตาร์เหวี่ยงตัวเขาฟาดไปที่พุ่มไม้ ริคจึงล้มลงอย่างแรง

โรงแรมจะยังจ่ายเงินเดือนเต็มเดือนให้เรา ซึ่งกรุณามาก แต่สัญญาต่อไปบนเรืออาทิตย์หน้านี่สิ เราจะทำยังไงดี จะส่งอีเมลบอกเขายังไง ตั๋วไปดูงานคาร์นิวัลก็ซื้อเตรียมไว้หมดไปหลายตังค์แล้ว ฉันก่ายหน้าผากคิดร้อยแปดคำถามไม่ตก จนเครื่องบินลงจอดที่สุวรรณภูมิโดยไม่ทันรู้ตัว

“อะไรนะ! คอนเฟิร์ม แล้วยังไง จะไปยังไง จะเดินขึ้นลงเรือไปไหนมาไหนยังไง ขาหักใช้ไม้ค้ำทั้งสองข้างแบบนี้ แค่อยู่ห้องเล็กๆ ที่กรุงเทพฯ ยังยากจะแย่แล้ว!”

ฉันบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อริคอัพเดตว่าเขาเขียนอีเมลไปบอกทางเรือว่าเขาขาหัก แต่เข้าเฝือกเรียบร้อยแล้ว จะยกเลิกก็เกรงใจเพราะเรือคงหาวงอื่นไม่ทัน ถ้าทางเรืออนุญาตเขายินดีที่จะไปแบบขาหัก เพราะเขานั่งเล่นได้ โซอี้ (ตัวฉัน) จะเป็นคนจัดการเรื่องเซ็ตเครื่องเสียงและเก็บเครื่องเสียงเอง จะไม่เดือดร้อนให้ลูกเรือมาช่วย ทางนั้นตอบอีเมลตกลงยืนยันให้เราขึ้นเรือได้ ส่วนฉันนั้นคิดสภาพเราไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าต้องไปก็ต้องไป

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

เราเดินทางทั้งหมดรวมแล้วเกือบ 40 ชั่วโมง กว่าจะถึงเมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เพราะบราซิลอยู่ทวีปอเมริกาใต้ อยู่เลยอเมริกาไปอีก จากเมืองไทยนั้นถือว่าบินข้ามโลกเลยทีเดียว ข้อดีของการที่ริคขาหักเดินไม่ได้คราวนี้ ทำให้กระบวนการเข้าออกสนามบินง่ายกว่าเดิม 20 เท่า!

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

นับตั้งแต่ที่มัลดีฟส์กลับไทย ไทยมาบราซิล ต่อเครื่องจะกี่ต่อ เราได้ขึ้นเครื่องคนแรกและมีรถรับส่งมารอตลอด กระเป๋าก็มีคนยกดูแลให้ แอร์โฮสเตสก็เอาอกเอาใจ ยอดเยี่ยมทีเดียว แต่ความสะดวกสบายราวกับฝันจบลงที่สนามบินบราซิล หายนะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเราวนรถหาอพาร์ตเมนต์ที่จองไว้ เพื่อมารอขึ้นเรือล่วงหน้า 2 วัน เนื่องจากเราตั้งใจมาขอพักผ่อนเอาแรงก่อนขึ้นเรือร้องเพลง คนขับแท็กซี่วนอยู่หลายรอบก็หาไม่เจอเสียที ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้ สรุปคนขับโมโหจึงปล่อยเราลงกลางทาง รวมกับสัมภาระทั้งหมด และคนขาเจ็บ 1 คน เขาบอกว่าอยู่แถวๆ นี้แหละ หาเอาเองเถอะ

เมืองรีโอเดจาเนโรมีชื่อมากเรื่องความรุนแรง การปล้น และการทำร้ายนักท่องเที่ยว ผู้หญิงตัวเล็กและผู้ชายขาหักมีไม้ค้ำช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พร้อมทั้งกีตาร์และกระเป๋าเดินทางคือเป้าหมายชั้นดีของโจร ฉันวิ่งไปมาทั่วบล็อก ขณะที่ริคนั่งเฝ้าสัมภาระรอข้างถนน สังเกตได้เลยว่าทุกสายตาจับจ้องเรา

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ในที่สุดฉันก็เจออพาร์ตเมนต์และจ่ายเงินค่าจ้างหนุ่มน้อย 2 คนที่ตามมาขนกระเป๋าทั้งหมด ในที่สุดเราก็ถึงห้องพักอย่างทุลักทุเล ฉันสลบตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตี 5 ของวันรุ่งขึ้น ไหนๆ เราก็ดั้นด้นมาอีกฟากโลกเมืองแห่งพระเจ้า City of God อย่างรีโอเดจาเนโรแล้ว ก็ต้องเที่ยวชมเท่าที่ริคจะกัดฟันทำได้ เริ่มด้วยการไปชายหาดอันเลื่องชื่อ อิปาเนมา (Ipanema) ที่มาของเพลง The Girl from Ipanema หาดกอปากาบานา (Copacabana) และปีนขึ้นเขา Sugar Loaf ก่อนเลย!

ลูกเรือและแขกบนเรือทุกคนต่างตกใจที่เห็นสภาพริคแบบนี้ ส่วนฉันก็ลำบากลำบนทำหน้าที่เป็นพยาบาล เด็กขนกระเป๋า เด็กเซ็ตเครื่องเสียง เป็นนักร้อง และภรรยา หลายตำแหน่งมาก แต่เห็นริคแล้วก็อดสงสารไม่ได้ การใช้ไม้ค้ำเดินจากเคบินไปเล่นดนตรีทุกค่ำคืนดูทรมานมาก แต่ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่เขารอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต เพื่อจะไปงานเทศกาลคาร์นิวัลที่เราซื้อบัตรจองแถวเกือบหน้า ดูการประกวดขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่หลายเดือนก่อน

แต่จะไปอย่างไร โดยไม่ต้องแย่งแท็กซี่กับคนเป็นพันๆ คนสองข้างทาง ในขณะที่พยุงริคกันมาจนถึงท่าเรือ มองหารถไปงาน เหมือนโชคช่วย มีลุงคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยเข้ามาถามว่าจะไปงานรึเปล่า เห็นแล้วขาหักน่าสงสาร เขายินดีให้เหมาไปส่งและไปรับให้ด้วยในราคา 60 ดอลลาร์ฯ

เฮ้ย! คันอื่นเรียกเกือบร้อยเหรียญสำหรับขาเดียว ริคกังวลว่าลุงจะหลอกปล้น แต่ฉันรู้สึกเชื่อใจตามสัญชาตญาณจึงตกลงไปกับลุง ลุงพาเรามาส่งถึงหน้าประตูโซนที่เรานั่ง และดูเหมือนจะรู้จักเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในงานอีกด้วย ลุงบอกว่า ก่อนเราจะออกจากงานสักชั่วโมงให้โทรหาเขา แล้วมารอที่เดิมที่มาส่งนี่ ห้ามไปรอตรงอื่น กี่โมงก็ได้ ลุงจะทำงานทั้งคืน ฉันปลาบปลื้มน้ำใจลุงมาก

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ในงานคาร์นิวัลนั้นช่างสมคำร่ำลือว่าเป็นงานระดับโลกเสียจริง พลังงานทุกคนมีล้นเหลือมากๆ ขบวนพาเหรดและรถตกแต่งตามคอนเซปต์ของแต่ละทีมที่เข้าประกวด ซึ่งมีทุกธีมในโลก ทั้งที่นึกออกและนึกไม่ออก เรียกว่าจินตนาการของผู้คิดเลิศล้ำมาก ดูกันไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะนักดนตรีนักร้องร้อยๆ ชีวิตที่เดินตามหลังในขบวนพาเหรดแสดงแบบทุ่มกันสดๆ นักเต้นแต่ละทีมเต้นกันถวายชีวิตในชุดขนนกใหญ่ๆ สวยงามมาก รำแพนอย่างอลังการ

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ฉันและริคสนุกกันมาก ริคเต้นโดยเอาไม้ค้ำชี้ขึ้นฟ้า และฉันเต้นส่ายสะโพกกับคนดูที่นั่งร่วมโซนและนักเต้นที่เข้ามาระยะประชิด มองดูนาฬิกาเกือบตี 5 เสียแล้ว ลุงมารอเราอยู่แล้วตามที่นัดแนะ ฉันมองดูความโกลาหลรอบข้าง คนเป็นร้อยเป็นพันเบียดรอขึ้นแท็กซี่ บ้างต้องเดินออกมาไกลมากๆ ทุกคนมีสภาพอิดโรย ส่วนเราโชคดีจริงๆ ฉันไหว้พนมมือขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่อวยพรความราบรื่นให้ได้มาพบคุณลุงแท็กซี่คนนี้และกลับมาถึงเรือปลอดภัย เพราะที่ริคดันมาขาหักช่วงนี้โอกาสมันเป็นศูนย์จริงๆ ฉันพยายามข่มตาหลับ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะกลองจังหวะแซมบ้าที่ดังตุ้มตั้มในหัวตลอดเวลา เป็นประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่าเหลือเกิน

ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้วนับตั้งแต่ขึ้นเรือที่รีโอเดจาเนโร ขณะนี้เรือยังเดินอยู่ในน่านน้ำประเทศบราซิล เราไปกันมาหลายจังหวัดในบราซิล เช่น บูซิอูส (Búzios), เรซีฟี (Recife), ซัลวาดอร์ (Salvador) บางที่ก็ได้ออกไปเที่ยว บางที่ก็ไม่ได้ออก เพราะถ้าเรือทอดสมอแล้วต้องใช้เรือเล็กออกไปอีกที ริคก็ออกไปไม่ได้เพราะจะไปเป็นภาระเจ้าหน้าที่เปล่าๆ จึงออกไปตามความเหมาะสม

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

ฉันออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนลูกเรือ ช้อปปิ้งร้องเท้าแตะชื่อดังอย่าง Havanas มาเป็นสิบๆ คู่ เพราะที่บราซิลนั้นถูกอย่างกับได้ฟรี เป็นเงินดอลลาร์ก็ 10 กว่าเหรียญเท่านั้น ไม่ถึง 300 บาท เมืองไทยเอาไปขายเป็นพันๆ! อาหารการกินของคนพื้นเมืองจะเป็นถั่ว เป็นกล้วย (Plantain) และพวกบาร์บีคิวทั้งหลาย ส่วนค็อกเทลสัญชาติบราซิลอันโด่งดังที่มีขายทุกบาร์ในโลกที่เรียกว่า คาอีปิริญ่า (Caipirinha) ก็ถูกมาก แค่ 2 ดอลลาร์ฯ และมีขายตลอดริมทาง

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

การใช้ชีวิตแบบขาเดียวของริคเริ่มเข้าที่เข้าทาง พอเอาเข้าจริง จะทำอะไรลูกเรือก็คอยช่วยเหลือตลอดบนเรือ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันโมโหริคมากและด้วยความเครียดเป็นทุนเดิม ฉันไม่ยกจานข้าวไปวางบนโต๊ะให้ เพราะรู้ว่าริคก็ยกเองไม่ได้ มีลูกเรือเห็นเลยยกประเคนมาให้ถึงโต๊ะ ฉันดูเป็นนางร้ายไปเลยทีเดียว แต่ก็เป็นโจ๊กให้ขำทุกครั้งที่พูดถึง

ในที่สุดสัญญาสุดหินนี้จบลงเสียที ฉันยอมรับเลยว่าแทบกระอักเลือด หลากหลายเหตุการณ์เพิ่มความอดทนในตัวอย่างมาก ฉันนับถือในสปิริตของริคจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีความเครียดอยู่ทุกช่วงเวลา แต่ก็ไม่มีอะไรหยุดเขาไม่ให้เห็นโลกกว้างนี้ได้ จนกลับมาขาบวมฉึ่งแทบทุกครั้ง

รีโอเดจาเนโร, บราซิล, นักร้อง, คาร์นิวัล, เดินทาง

โดยไม่คาดคิด ริคให้ของขวัญในการทำทุกภาระหน้าที่อย่างดีแก่ฉัน โดยการจองโรงแรมที่สวยมากๆ ที่ประเทศบาร์เบโดส (Barbedos) ซึ่งเป็นที่ที่เราหมดสัญญาและบินกลับเมืองไทยจากที่นี่ ริคให้ฉันพักผ่อนพักร่าง 3 วันเต็ม ก่อนที่เราจะผจญภัยขึ้นเครื่องอีก 40 กว่าชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน แต่แค่เห็นวิวที่พักเท่านี้ฉันก็หายเหนื่อยแล้ว

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Singer at Sea

ซอ The Sis นักร้องไทยผู้ผันตัวไปร้องเพลงทั้งบนบกและมหาสมุทร

หลังมหากาพย์ร้องเพลงบนเรือสำราญสัญญานาน 5 เดือนจบลง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหนึ่งระลอก

ฉันตัดสินใจกับริคว่าจะไม่กลับไปรับงานร้องเพลงบนเรือสำราญนานๆ แบบนั้นอีก เราต้องคิดถึงอนาคตและทิศทางของชีวิตเราอย่างจริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้น เราจะเดินเรือ นอนเตียงสองชั้น เรื่อยไปคงเป็นไปไม่ได้ ได้เวลาลงหลักปักฐานบนผืนดินเสียที และที่นั้นจะต้องมีงานให้นักร้องนักดนตรีทำมาหากิน มีรายได้ประจำด้วย 

เราทำการบ้านค้นหาข้อมูลเมืองกว่าพันๆ เมืองในอเมริกา (ที่เป็นเมืองจริงๆ ไม่นับเมืองเล็กเมืองน้อยตามป่าเขาลำเนาไพร) ว่าเราควรจะไปอยู่ที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด ในที่สุดเราก็ได้คำตอบ เราทั้งสองย้ายออกจากเมืองทาโคม่า (Tacoma, WA) บ้านเกิดของริค ไปยังลาสเวกัส (Las Vegas)

ชีวิตใหม่ในลาสเวกัสยังไม่ทันจะเข้าที่เข้าทาง ริคก็ได้รับอีเมลจากทางเรือ The World ว่าเราสนใจกลับมาแสดงระหว่างการเดินเรือไปขั้วโลกเหนือหรือไม่

ขั้วโลกเหนือ! อ่านไม่ผิดนะ? ฉันถามริคด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด เส้นทางเดินเรือที่เสนอมาในสัญญานี้ก็คือล่องผ่านประเทศนอร์เวย์ตอนเหนือทั้งหมด ได้แก่ Stavanger, Bergan, Alesund, Bodo และ Trømso ซึ่งจะเป็นเมืองศิวิไลซ์สุดท้าย ก่อนเรือจะมุ่งหน้าสู่ขั้วโลกเข้าเขตอาร์กติก (Arctic) 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ให้นึกภาพลูกโลก แล้วปักนิ้วจิ้มลงตรงกลางของวงกลมส่วนบนสุด ความมหัศจรรย์ของแถบอาร์กติก นอกเหนือจากน้ำแข็งและน้ำแข็งที่รายล้อมจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีอีก 2 อย่างที่รอให้เราไปสัมผัส 

นั่นคือ Svalbard ดินแดนที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ในขั้วโลกหนือที่ตั้งอยู่สุดขอบบนของโลก แต่ละเกาะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น หมีขาวโพลาร์แบร์ หมาป่า กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬ สิงโตทะเล และอีกมากมาย หนึ่งในเกาะแถบสวอบาร์ด มีเกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองขั้วโลกเล็กๆ ซึ่งมีกฎหมายบังคับให้พลเมืองถือปืนไรเฟิลออกไปไหนมาไหนในย่านที่ไม่ใช่เขตเมือง เพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมของหมีขั้วโลกที่หิวโหย โดยเฉพาะในหน้าหนาว 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ริคตื่นเต้นเกินหน้าเกินตา คือเรือลำนี้จะทำลายสถิติด้วยการล่องไปสู่ละติจูดที่ใกล้กับ North Pole มากที่สุด 

ตกลง! เราไปตามหาซานตาคลอสและโพลาร์แบร์กันเถอะ! 

เราบินข้ามทวีปมาขึ้นเรือส่วนตัวลำเก่งที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อนลูกเรือและแขกบนเรือลำนี้ต่างดีอกดีใจที่เรากลับมาร้องเพลงบนเรือ เพราะช่วงที่เรือออก Expedition สำรวจขั้วโลกเหนืออันไกลโพ้นแสนเงียบเหงา จะไม่แวะเข้าเมืองเลยหลายสัปดาห์ ลูกเรือออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในเรือเท่านั้น นอกเสียจากอาสาไปทำหน้าที่ขับเรือยาง Zodiac

ลูกเรือชอบเรา เพราะเขารู้ว่าเราจะเปิดคอนเสิร์ตให้พวกเขาได้สนุกกันเหมือนทุกครั้ง

นอร์เวย์ตอนเหนืออากาศสดชื่นมากจนความสะอาดแทบบาดจมูก น้ำในแม่น้ำใสกิ๊ก ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไม ปลาจากนอร์เวย์จำพวกปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และไข่ปลาคาเวียร์ จึงโด่งดังและราคาสูงลิบลิ่ว เพราะคุณภาพน้ำในทะเลและความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศนี่เอง 

เรือล่องจากเมืองใน Stavanger มา Bergan ฉันยอมลงทุนชิมปลาแซลมอนที่นี่ ถึงจะแพงแต่ถือว่าคุ้มราคาจริงๆ จากนั้นเรือล่องมาที่เมือง Alesund เราปีนขึ้นไปดูวิวบนกำแพงเมืองซึ่งต้องขึ้นบันไดสี่พันกว่าขั้น ฉันสลบเหมือดเมื่อถึงยอดตามเดิม แต่เมื่อเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือการล่องเรือผ่านฟยอร์ด (Fjord) หรือหุบเขาประตูสู่ขั้วโลก เป็นหุบเขาเขียวขจีสูงลิบลิ่ว ทั้งเหนือน้ำทะเลและลึกไปใต้ทะเลเป็นพันๆ ไมล์ เรือวางแผนมาอย่างดีว่าจะมาแถวนี้ตอนหน้าร้อน เราจึงได้ชมภูมิทัศน์อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างหน้าหนาว ระหว่างฟยอร์ดยังมีเมืองเล็กๆ ในหุบเขาชื่อว่า Giranger ซึ่งงดงามไปด้วยธรรมชาติ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เรือยิ่งล่องขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยิ่งตกช้าลงๆ ฉันเคยได้ยินแต่คำที่เขาพูดกันว่า Midnight Sun หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงคืน ได้เห็นกับตาตัวเองก็วันนี้เอง

เรานับวันเข้า Expedition กันแล้ว ลูกเรือทุกคนเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ต้องเช็กความพร้อมของฝ่ายตัวเอง เพราะถ้าเรือเกิดอะไรขึ้นเราจะขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย ที่สำคัญ เสบียงต้องแน่นพอสำหรับการไปสำรวจสุดขอบโลก 2 อาทิตย์ ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอจะถูกเชิญออกจากเรือ เพราะเรือขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ให้มาทันการไม่ได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ก่อนการเดินทางสู่ขั้วโลก เรือแวะท่าสุดท้ายที่ Trømso เพื่อรับคณะนักสำรวจ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดับโลกจำนวน 16 คน ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิทัศน์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านทะเลอาร์กติก ด้านนกและสัตว์มีปีกอาร์กติก ด้านหมีโพลาร์ กวางเรนเดียร์ หมาจิ้งจอก (Arctic Foxes) ด้านสัตว์ทะเลและปลาวาฬ รวมถึงด้านเรือคายัก 

 ฉันแอบเห็นกระเป๋าน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ที่สะดุดสายตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องยาวๆ ที่เต็มไปด้วย ปืน ปืน และปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอก ที่นักสำรวจเหล่านี้จะต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่ามีหมีขาวอยู่ไหม แม้หมีโพลาร์จะดูน่ารักด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย โดยเฉพาะเวลาหิวหรือมีลูกอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไปขั้วโลกเหนือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ปืนมีไว้เพียงแค่ยิงขึ้นฟ้าส่งเสียงให้หมีหนีไป พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำร้ายหมีขั้วโลกเด็ดขาด 

พื้นที่แรกใน Svalbard ที่ฉันและริคมีโอกาสออกไปร่วมสำรวจคือ Alkhornet เกาะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งพื้นราบและเนินเขา แต่ก็เดินเท้าไปได้จนถึงตีนเขา ซึ่งมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน และมีนกหลายร้อยสายพันธุ์อาศัยอยู่ เราเดินกันเป็นกลุ่มๆ ตามเส้นทางสำรวจเพื่อศึกษาดูภูมิทัศน์ ฉันได้เห็นกวางเรนเดียร์สายพันธุ์ขั้วโลกที่มีขาสั้น และตัวอ้วน เพื่อเก็บไขมันไว้ใช้ต้านความหนาว มีเขาที่ใหญ่เอาไว้ต่อสู้และป้องกันตัว 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

กวางขั้วโลกเหนือมีชีวิตน่าสงสาร เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้กิน เนื่องจากกอหญ้าจะขึ้นเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น กวางส่วนใหญ่จะอดตายในช่วงหน้าหนาว และจะถูกหมีโพลาร์กินอีกทอดหนึ่ง แต่กวางเหล่านี้ดูไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะไม่ได้เข้าไปรบกวนใกล้มาก แต่เขาก็ไม่หนีไปไหน เล็มกินหญ้าตามกรวดไปอย่างไม่ใส่ใจ 

เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นหมาป่าขั้วโลก ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่าสนใจมากทีเดียว มันสามารถปรับสีขนได้สองสีเพื่ออำพรางตัว ในหน้าร้อนขนจะสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับหญ้าที่ตายจากน้ำแข็ง ส่วนหน้าหนาวขนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว กลมกลืนไปกับหิมะ หมาป่าที่นี่จึงอยู่รอดเงื้อมมือจากสัตว์ใหญ่ได้มากกว่าสัตว์อื่น

ในที่สุด โชคก็เป็นของเรา

เมื่อผู้เชี่ยวชาญหยุดเดินและจุ๊ปากให้เราไม่ส่งเสียง เขาพาเราก้มต่ำเพื่อให้ดูหมาป่า 2 ตัวที่กำลังกินซากสัตว์ตายอยู่ประมาณ 100 เมตร ข้างหน้า หมาป่ามีลำตัวเล็กกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ตัวใหญ่กว่าแมวบ้านเพียงนิดเดียวและผอมมาก แถมยังอยู่ไกล ฉันต้องดูผ่านกล้องส่องทางไกล ถึงจะเห็นว่าหมาป่ามีสีน้ำตาลอ่อนๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักดีจริงๆ

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

เราเดินสำรวจมาเกือบครบชั่วโมง ใจฉันเริ่มตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวจะเจอหมีเข้า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ตอบให้หายห่วงว่า หมีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผ่านไปหลังเขานู่นเรียบร้อย ฉันถามว่า เขารู้ได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า เขาเห็นรอยเท้าหมียาวไปจนถึงหลังเขา อย่างไรก็ตาม ในการออกสำรวจ พวกเราจะต้องเดินกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เพื่อให้หมีเห็นว่าเราเป็นสัตว์ใหญ่กว่า เขาจะได้กลัวและไม่กล้าเข้ามาใกล้

4 วันแรกที่ขั้วโลกเหนือคือการเดินเท้าสำรวจเกาะแก่งต่างๆ บ้างไปพายเรือคายักรอบน้ำแข็ง บ้างออกเรือยางไปดูนกและปลาวาฬกับผู้เชี่ยวชาญ

ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังติดลบ ที่นี่อากาศบริสุทธิ์และไม่ต้องกังวลเลยว่าพระอาทิตย์จะตกดิน หน้าร้อนที่ขั้วโลกเหนือสว่างตลอด 24 ชั่วโมง คนบนเรือเองแหละที่จะต้องปิดม่านเพื่อข่มตาหลับกัน 

มีหลายสถานที่ที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่บนขั้วโลก เช่น Pyramiden หรือเหมืองถ่านของสหภาพโซเวียต (ก่อนแยกตัวเป็นรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ มีอาณาเขตรายล้อมไปด้วยทะเล แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันเคยเป็นเมืองขนาดย่อมสำหรับชาวโซเวียตที่มาทำงานที่เหมืองแห่งนี้เมื่อปี 1927 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่นี่เป็นอาณาจักรเอกเทศ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ โรงละครขนาดย่อมๆ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ป้ายทุกป้ายใช้ภาษารัสเซียทั้งสิ้น จนเมื่อปลายปี 90 เหมืองแห่งนี้ขาดการสนับสนุนด้านการเงิน คนงานและครอบครัว ทั้งเด็กผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทิ้งเหมืองไป จนกลายเป็นเหมืองร้างนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ที่น่าประหลาดคือ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ในโรงเรียนยังทิ้งอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ ทั้งยังมีกลองชุด เปียโน เครื่องดนตรีที่กลายเป็นซากพังๆ

เหมือง Pyramiden นี้ปัจจุบันถูกอนุรักษ์โดยรัฐบาลนอร์เวย์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตึกเก่าในเหมืองเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงสิบกว่าห้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาขั้วโลกเหนือ ได้มาดูแสงเหนือกันที่นี่ในหน้าหนาว โดยใช้สโนว์โมบิลเป็นพาหนะ 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

ที่สุดท้ายที่เราทุกคนต่างใจจดใจจ่อหลังจากเดินเรือแถบขั้วโลกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ คือเมืองสุดขอบโลกชื่อว่า Longyearbyen เป็นเมืองเล็กๆ มีบ้านสีสันสวยๆ ตามแนวเขา มีร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ห้างย่อมๆ เหมือนเมืองตามต่างจังหวัดทั่วไป แต่ที่นี่โด่งดังในฐานะเมืองที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลยในช่วงหน้าหนาว เมืองทั้งเมืองมืดมิดทั้งกลางวันกลางคืน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Polar Night  ถนนหนทางจะถูกหิมะปกคลุม ผู้คนจึงต้องใช้สโนว์โมบิลกัน 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

อีกสิ่งที่ดังมากๆ คือธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่มาตั้งแล็บวิจัยเมล็ดพันธ์พืชอยู่ขั้วโลก และอีกข้อเท็จจริงที่ทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก คือมีคนไทยมาตั้งรกรากที่นี่เป็นอันดับสองรองจากคนนอร์เวย์ ฉันแทบไม่เชื่อสายตา ตอนเห็นร้านขายครก ร้านขายของชำของไทย 

เรือมาแวะจอดที่เมือง Longyearbyen เพื่อพักเครื่องยนต์สามวัน ก่อนออกเดินทางไปสู่ North Pole! 

เราเดินเรือมา 3 วันแล้ว ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเคบิน มีแต่น้ำแข็ง และน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา กัปตันเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านหมีขั้วโลกทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตามหาหมีโพลาร์ใน North Pole 

ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ
ประสบการณ์ล่องเรือของนักร้องคนแรกในโลก ที่ได้ร้องบนสุดขอบ ขั้วโลกเหนือ

3 วันผ่านไป ในที่สุดเมื่อตำแหน่งเรือล่องฝ่าน้ำแข็งมาอยู่ที่ 300 กิโลเมตร ก่อนถึง North Pole เราก็ได้พบหมีขั้วโลกตัวแรกของทริปนี้ เสียงกัปตันประกาศลั่นมาตามลำโพงทุกจุดว่าเจอหมีแล้ว ขอให้ทุกคนขึ้นไปชมอย่างเงียบๆ ในตำแหน่งที่ระบุ ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เวลานั้นเป็นเวลากลางวัน ฉันไม่ต้องร้องเพลง เราจึงใส่ชุดกันหนาวมีหน้ากากปิดหูปิดจมูกหนาแน่น คว้ากล้องแห่ตามคนอื่นๆ ไปด้านบนขอนเรือ ตากล้องมืออาชีพหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมทริป วิ่งขึ้นบันไดตัวปลิวในขณะที่แบกเลนส์ซูมขนาดเท่าเด็ก 5 ขวบ ไว้บนบ่า ทุกคนหวังจะได้ภาพหมีขั้วโลกที่ดีที่สุด 

ฉันได้รับอนุเคราะห์กล้องส่องทางไกลจากคนข้างๆ จึงได้ดูหมีขาวที่ม้วนตัวนอนเล่นหิมะไปมา น่ารักเหลือเกิน ไม่นานนักหมีขาวอีกตัวว่ายน้ำดำผุดๆ มาร่วม แล้วพยายามปีนขึ้นพื้นน้ำแข็งกลางทะเลอย่างทุลักทุเล มันเล่นกันอยู่นานหลายชั่วโมง เรือจอดสังเกตการณ์ ดับเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ จนได้รับประกาศอีกว่ามีหมีอีกหนึ่งตัวในพิกัดฝั่งตรงข้าม เราก็แห่กรูกันไป 

หมีขั้วโลก

ฉันชอบดูเวลาเจ้าหมีกระโดดจากน้ำแข็งธารหนึ่งไปอีกธารหนึ่งอย่างแผ่วเบา เขากระโดดอย่างกระฉับกระเฉงและดูมีความสุขกับการเกลือกกลิ้งไปกับหิมะมากๆ อาหารของหมีขั้วโลกคือแมวน้ำ สิงโตทะเล และปลาต่างๆ เพราะหมีขาวว่ายน้ำใต้ทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว 

หมีขั้วโลก

และแล้วเรือเดอะเวิลด์ก็ทำสถิติล่องลำธารน้ำแข็งไปได้ไกลที่สุด สุดขอบโลกเท่าที่เรือเคยไปมา เรือลำนี้ท่องรอบโลกมากว่า 15 ปีแล้ว ไปทั้งขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) มาหลายครา ทุกครั้งที่เรือไปบริเวณขั้วโลกทั้งสอง จะมีธรรมเนียมกระโดดน้ำลงทะเลอันเย็นยะเยือก ที่หากอยู่นานเกิน 1 นาที อาจเสียชีวิตได้ ทุกคนที่ร่วมกระโดด ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือหรือแขกบนเรือ จะมีเชือกคล้องตัว เพื่อดึงขึ้นเรืออย่างรวดเร็วโดยทีมรักษาความปลอดภัย

ธรรมเนียม Polar Plunge มีมาตั้งแต่เรือก่อตั้ง แต่คราวนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเราเพิ่งทำสถิติการมาได้ไกลที่สุดในโลก จึงมีการเฉลิมฉลองโดย ฉัน ริค และนักดนตรีจำเป็น อีก 4 คน จะแสดงคอนเสิร์ตเซอร์ไพรส์บนเรือยางที่นำมาผูกเชือกต่อกัน 4 ลำ เป็นเวทีกลางทะเลอาร์กติก

 โอ้ว เจ้าประคู้ณ ใครคิดเนี่ย! แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่าของอาชีพนักร้องของฉัน ฉันจะเป็นนักร้องคนแรกในโลกที่ได้ร้องเพลงที่ North Pole บ้านเกิดซานตาคลอส นักร้องคนแรกบนสุดขอบโลก ฉันโอเคมาก! 

ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ใส่เสื้อผ้าหนา 7 ชั้น วอร์มเสียงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง มีทีมคอยช่วยขนเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องปั่นไฟ ลงเรือยาง 4 ลำ ฉันไหว้พระขอพรอยู่นาน ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นเหลือเกิน แต่มีพี่ๆ รักษาความปลอดภัยอยู่แน่นหนา แถมพกปืนไรเฟิลทุกคน เผื่อหมีขาวโผล่มาจ๊ะเอ๋จากใต้น้ำ

เวทีเรือยาง

เวทีเรือยางของเราล่องไปด้านหลังเรือ ซึ่งทุกคนรอกระโดดน้ำอยู่ที่นั่น รอสัญญาณจากกัปตันที่ส่งเสียงนกหวีดให้วงดนตรีออกมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมบนเรือ ฉันและนักดนตรีทุกคนเปล่งเสียงบรรเลงเพลงแรกของโชว์กลางทะเลอาร์กติก ทั้งลูกเรือและลูกเรือที่อยู่ชมบนเรือต่างส่งเสียงเฮฮา โบกไม้โบกมือชอบใจกันใหญ่ แล้วร้องเพลงตามกันสนุกสนาน

ฉันร้องเพลงอย่างเมามันฝ่าอากาศหนาว และพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ให้เรือยางโยกเยก ความหนาวบาดผิวเข้าไปในกระดูก ริคแทบโซโล่กีตาร์ไม่ได้เพราะนิ้วแข็ง! เราแสดงคอนเสิร์ต 25 นาทีเต็ม จบแล้วต้องวิ่งแจ้นหาอะไรร้อนๆ เข้าร่างกายทันที ริคเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้กระโดดน้ำ เขาตั้งใจว่าเล่นเสร็จจะรีบไปร่วมกระโดด ส่วนฉันไม่มีทางกระโดดเด็ดขาด เพราะกลัว พอไปถึงเขาก็เลิกกระโดดกันแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เราเพิ่งเล่นดนตรีกันที่ North Pole บนเรือยางนะ

Singer at Sea

Expedition คราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากเรือออกจากแถบ North Pole แล้ว ระหว่างทาง เราส่องกล้องพบแม่หมีที่กำลังให้นมลูกสองตัวบนหน้าผาไกล หลังจากนั้นเรือก็แวะดู Monaco Glacier หรือหน้าผาน้ำแข็งสูงใหญ่มโหฬาร สำหรับฉันมันคือกำแพงกั้นขอบโลกนี่เอง

ผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า กำแพงน้ำแข็งโมนาโคเคยใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า มันอยู่จุดนี้มาเป็นล้านๆ ปีแล้ว จวบจนวันนี้มันเล็กลงไปอย่างน่าใจหายเพราะภาวะโลกร้อน น่าเสียใจจริงๆ เพราะภูเขาสวยงามเหลือเกิน ตอนน้ำแข็งแยกตัวจะเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่มจากชั้นบนสุดร่วงสู่น้ำทะแลแตกเป็นเสี่ยงๆ สร้างเสียงดังกระหึ่มที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นช่วงเวลาที่สะกดใจมากทีเดียว

ในที่สุด วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึง ลูกเรือจัดปาร์ตี้ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่มาร่วมทริป และเพื่อขอบคุณลูกเรือทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ฉันและริคจึงออกตัวขอเล่นคอนเสิร์ตให้ในงาน เป็นค่ำคืนที่ทุกคนปลดปล่อยสุดพลัง

ท่ามกลางมหาสมุทรอันเย็นยะเยือก ยังมีหัวใจของเราทุกคนบนเรือลำนี้ที่ยังอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ 

Singer at Sea
Singer at Sea

ฉันและริคก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเขียนชีวิตบทใหม่ที่ลาสเวกัส ทุกคนต่างมีบทบาท หน้าที่ และทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ตัวเราว่าจะสร้างชีวิตในแบบไหน เราทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพักชีวิตกลางทะเลสักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสและทิศทางอื่นๆ ได้เริ่มขึ้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูบานหนึ่งปิดลง จะมีประตูอีกบานหนึ่งเปิดออกเสมอ เพื่อนำเราไปสู่อีกบทหนึ่งของชีวิต 

ขอบพระคุณความรักจากครอบครัวที่อยู่ในใจฉันเสมอมา ไม่ว่าจะอยู่คาบมหาสมุทรใดในโลก ขอขอบพระคุณความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความอดทน ความเสียสละ และความเข้าอกเข้าใจจากริค ที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สร้างเสียงเพลงให้คนฟัง และฝ่าฟันมรสุมมาด้วยกัน ขอบคุณทะเลทุกผืนบนโลกใบนี้ที่พาฉันไปเห็น ไปสัมผัสสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ 

ที่สำคัญที่สุด ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของฉันมาตลอดตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย ทุกตัวอักษรมีความหมายสำหรับฉันมาก ขอบคุณก้อนเมฆก้อนนี้ที่ให้โอกาสให้ฉันเป็นนักเขียน คุณเป็นก้อนเมฆที่ใจดีที่สุด 

Singer at Sea คงต้องขอพักอยู่บนบกยาวๆ เป็น Singer in Las Vegas แทน ฉันและเสียงของฉันยังต้องออกผจญภัยในฐานะนักร้องไทยใน Sin City กันต่อไป

Writer & Photographer

Avatar

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load