6 พฤศจิกายน 2561
The Cloud X SC Asset

 

A road for cars becomes a road for people.

ความสำเร็จในการเปลี่ยนโฉมหน้าคลองช็องกเยช็อน (Cheonggyecheon Stream) ใจกลางกรุงโซล และแนวคิดสวนสาธารณะลอยฟ้า (Elevated, Linear park) จาก The High Line ของ New York สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาพื้นที่ในเมืองหลายๆ แห่ง

เช่นเดียวกับ Seoullo7017 ที่ถูกเปลี่ยนโฉมจากสะพานยกระดับเหนือสถานีกรุงโซล (The Seoul Station Highway Overpass) ภายใต้การดูแลของ Seoul Metropolitan Government หน่วยงานกำกับดูแลการก่อสร้างของกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ที่ตัดสินใจเปลี่ยนสะพานยกระดับข้ามแยกที่ใช้งานมาเกือบ 50 ปี เป็นสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าความยาวกว่า 1 กิโลเมตรขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพของเมืองและเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการเดินเท้าของผู้คน

Seoullo7017

 

01

ถึงเวลาเปลี่ยนภาพจำ

หลังสงครามเกาหลียุติลง ประเทศเกาหลีใต้เริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่จะเอื้อความสะดวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งสะพานยกระดับ Seoul Station (The Seoul Station Highway Overpass) เส้นนี้ที่เปิดใช้งานในปี 1970 คือหนึ่งในนั้น ถูกออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของบริเวณสถานีกรุงโซล (The Seoul Station) เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นและความแออัดของการจราจร

นอกจากนั้น โครงสร้างขนาดใหญ่ของทางด่วนและความคดเคี้ยวทำให้สะพานยกระดับสายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล เป็นภาพจดจำแรกสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามา และเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของผู้คนในกรุงโซล

จนในช่วงปลายปี 1990 เกิดการถกเถียงถึงความปลอดภัยของสะพานยกระดับแห่งนี้ขึ้น ทั้งความสูงเพียง 17 เมตรจากพื้นดินและโครงสร้างเดิมที่มีการใช้งานอย่างยาวนาน ตลอดจนผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยใกล้เคียง ซึ่งลงเอยด้วยนโยบายปิดทางด่วนสายนี้ในปี 2006 พร้อมกับแผนการรื้อถอนทางด่วนเส้นนี้ออกไป ก่อนจะมีการเสนอให้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าในท้ายที่สุดภายใต้ชื่อ 서울로 Seoullo 7017

Seoullo7017

Seoullo7017

 

02

เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเมือง

สวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 เริ่มต้นโครงการปรับปรุงและก่อสร้างในปี 2015 และเปิดให้ใช้งานในเดือนพฤษภาคมปี 2017 ผ่านการออกแบบของ MVRDV บริษัทสถาปนิกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยคำนึงถึงการเข้าถึงการใช้งานพื้นที่ของผู้คนทุกคน ทั้งบันได บันไดเลื่อน ลิฟต์ และทางลาดสำหรับขึ้นลง ทั้งยังเชื่อมต่อกับทางข้าม ทางม้าลาย และจุดเปลี่ยนถ่ายแต่ละบริเวณอย่างต่อเนื่อง

นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะสีเขียวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและทำหน้าที่ทางเดินลอยฟ้าแล้ว ในแง่ของพืชพรรณ มีการรวบรวมพันธุ์ไม้กว่า 200 ชนิด จำนวนกว่า 24,000 ต้น พร้อมทั้งให้ข้อมูลพันธุ์ไม้ควบคู่กัน และในอนาคตยังมุ่งหมายให้สวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้เป็นสถานที่หนึ่งในการอนุบาลและเลี้ยงดูแลกล้าไม้ใจกลายเมืองซึ่งสามารถขนย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่นๆ ของเมืองต่อไปได้

Seoullo7017

ในเชิงการใช้งานกับบริบทโดยรอบ ทางเดินสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ช่วยทำหน้าที่เชื่อมสองฟากของพื้นที่ที่ถูกกั้นด้วยแนวถนนที่ขวักไขว่ด้านล่าง สร้างความเชื่อมต่อกับ 17 เส้นทางสู่สถานที่สำคัญใกล้เคียงเช่น Seoul Station Square บริเวณสถานีกรุงโซล (The Seoul Station) สถานี Hoehyeon บริเวณตลาดนัมแดมุน การเดินทางไปสู่ภูเขานัมซาน และย่านเมียงดง

Seoullo7017

นอกเหนือไปจากนั้นบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดแนว ทั้งศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ คาเฟ่ มินิมาร์ท สวนหย่อม จุดชมวิว ตลอดจนเวทีขนาดเล็ก

 

    

03

เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความหมาย

เมื่อมองสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ในมุมของภูมิสถาปนิกแบบเราคิดว่าในแง่ของการออกแบบ (Design) และรายละเอียด (Detail) อาจจะไม่ได้หวือหวาหรือที่ตื่นตาตื่นใจมากนัก ออกไปในทางเรียบง่าย สะดวกต่อการใช้งานและดูแลรักษา ซึ่งภาษาที่ใช้ในการออกแบบภาพรวมหลักๆ ที่เรารับรู้ได้คือการใช้วงกลม แสดงออกมาในองค์ประกอบต่างๆ บนสะพานอย่างสังเกตได้ชัดเจน

ส่วนในแง่ของการออกแบบพืชพรรณเราคิดว่าทำได้ดี เราเห็นถึงความหลายหลายของชนิดพืชพรรณที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วง ตลอดความยาวของสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้ ทั้งยังสอดคล้องกับความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างในแต่จุด

การปลูกพืชพรรณบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ใช้วิธีการหล่อคอนกรีตวงกลมขึ้นมาเป็นกระบะปลูก ความสูงของแท่นคอนกรีตแตกต่างกันไปตามความต้องการดินปลูกของพืชพรรณแต่ชนิดนั้นๆ ทำให้บางจุดสามารถปรับเป็นที่นั่งวงกลมควบคู่กันไปได้ด้วย อีกทั้งด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นส่วนใหญ่ของกรุงโซล ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ยืนต้นเพื่อให้ร่มเงามากนัก จึงเป็นข้อได้เปรียบในเชิงโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักในการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่

Seoullo 7017 Seoullo 7017

 

04

ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ก่อนจะไปเยือนสวนสาธารณะสอยฟ้า Seoullo7017 เราได้รับความเห็นจากเพื่อนที่เคยมาเยือนแล้ว ต่างให้ความเห็นว่าเฉยๆ บ้าง ไม่มีอะไรบ้าง ซึ่งวันที่เราเลือกไปก็เป็นวันธรรมดา ผู้คนใช้ชีวิตปกติ และไม่ได้มีกิจกรรมใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดผู้คน ทำให้พบว่าที่นี่ไม่ใช่จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่ม Tourist เมื่อเทียบกับคลองช็องกเยช็อนที่แม้ไม่ได้จัดแสดงแสง สี เสียง ก็ยังมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปอยู่ตลอดไม่ขาดสาย

ซึ่งการเดินบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ในช่วงเวลาแบบนี้ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่เรียบง่าย ผู้คนหลายช่วงวัยใช้พื้นที่บนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้สัญจรไปมาและพักผ่อนหย่อนใจไปด้วยกัน

Seoullo 7017

เราเห็นเด็กเล็กๆ มากับพ่อแม่ มากับคุณครู ผู้คนวัยหนุ่มสาว พนักงานออฟฟิศเดินพูดคุยกัน รวมถึงผู้สูงอายุก็มาพบปะกันบนนี้ เป็นพื้นที่ผู้คนใช้เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงสังคมร่วมกัน

สำหรับเราเองนี่คือความธรรมดาที่เราประทับใจ การได้เห็นว่าพื้นที่นี้ถูกใช้งานแม้ไม่ต้องพยายามสร้างกิจกรรมใดๆ เพื่อเรียกคนให้หลั่งไหลเข้ามา แสดงให้เราเห็นถึงความยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ปริมาณคนเป็นตัวชี้วัด แต่กลับใช้ความสม่ำเสมอในการใช้งานเป็นตัวพิสูจน์ เราได้เห็นพื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นและถูกใช้งานโดยผู้คนที่เป็นเจ้าของเมืองนี้อย่างแท้จริง

Seoullo 7017

                 

05

เก่าแต่เก๋า

อีกเรื่องที่เราสังเกตเห็นคือตลอดระยะทางเดิน เราจะพบคนดูแลที่เป็นคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณ เราได้เห็นผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการให้บริการ และสามารถทำหน้าที่ต่างๆ ในสังคม เช่นเดียวกับอีกหลายสถานที่ในกรุงโซล นั่นหมายความว่านอกจากการให้งานและสร้างกิจกรรมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุขึ้นแล้ว การออกแบบพื้นที่และบริบทในการใช้งานจะต้องไม่มีข้อจำกัดต่อผู้คนไม่ว่าช่วงวัยหรือสภาพร่างกายใดก็ตาม                   

Seoullo7017 คืออีกสถานที่ที่บอกเล่าการเปลี่ยนผ่านของกรุงโซล จากสะพานยกระดับข้ามแยกที่ทำหน้าที่เพียงแค่ต้องการเชื่อมสองฟากของถนน สู่ทางเดินสวนสาธารณะสีเขียวที่นอกจะเชื่อมการเดินเท้า ยังเชื่อมความสัมพันธ์และความเป็น ‘เมือง’ ให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี

เป็นคุณลุงทางยกระดับลอยฟ้าอายุ 50 ปีที่อยู่กับโซลมาเนิ่นนาน แต่ก็ยังพร้อมปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและความเปลี่ยนแปลง แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าเก่าแต่เก๋าได้ยังไง

Seoullo 7017

 

แนวคิดการออกแบบในเชิง Master Planning ของ Seoullo 7017 ถือเป็นการสร้างจุดศูนย์รวม (Node) ให้เกิดขึ้นในย่าน ส่งผลให้ราคาที่ดินโดยรอบสูงขึ้นกว่า 30% ก่อนจะขยายการพัฒนาออกไปแบบรัศมี

เรามีโอกาสได้ฟัง ดร.ชำนาญ ติรภาส จาก REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หัวหน้าโครงการ ‘Neighbourhood Bangkadi’ (เนเบอร์ฮูด บางกะดี) โครงการที่อยู่อาศัยต้นแบบที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต จากความร่วมมือกันระหว่าง SC Asset และภาควิชาการอย่าง REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Neighbourhood Bangkadi

“ประเทศไทยเป็นเมืองตัวเดี่ยวที่มีการกระจายเมืองออกไปโดยไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานมารองรับ และไม่การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ชัดเจน เมื่อชุมชนที่อยู่อาศัยอยู่ไกลจุดศูนย์กลาง จึงยิ่งทำให้เกิดการใช้รถเพื่อเดินทางมากกว่าเดิม

“Neighbourhood Bangkadi เป็นการสร้างย่านที่อยู่อาศัยที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต เป็นการสร้างจุดศูนย์รวม (Node) เพื่อให้เป็นแหล่งงาน แหล่งการค้า ศูนย์กลางในแง่ต่างๆ ย่านนั้นอยู่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้สามารถพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทางไปส่วนอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้น”

เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย ที่เราจะมีโอกาสเห็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ทั้งคนในโครงการและชุมชนที่อยู่โดยรอบสามารถใช้ร่วมกันได้ และยังเป็นจุดศูนย์รวม (Node) ของย่านเกิดขึ้นแบบจริงๆ จังสักที

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

อติพร เกตุแก้ว

ภูมิสถาปนิกอ่อนหัดผู้อยู่ในโหมด Love-Hate แต่ยังคงให้เวลากับการหาคำตอบว่าแลนด์สเคปคืออะไร ใช้ชีวิตด้วยใบหน้าสดได้ แม้จะแต่งหน้าจัดเป็นบางวัน ชอบวาดรูปและคิดว่าทำได้ดี ฟังเพลง อ่านนิยาย แล้วก็ตามให้ทันเรื่องดราม่า เป็นงานอดิเรก

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

29 พฤศจิกายน 2565

‘สวนแก้วคำเอ้ย’ เป็นสวนสาธารณะชุมชนแห่งใหม่ที่ผุดขึ้นกลางดงหมู่บ้านจัดสรรของชานเมืองเชียงใหม่ หากฟังจากชื่อหรืออ่านจากป้ายทางเข้า ชื่อนี้ก็อาจจะให้ความรู้สึกวินเทจแบบคนเมืองล้านนา แต่เรื่องราวของการเกิดสวนสาธารณะแห่งนี้ สร้างขึ้นจากความคิดฝันของคุณป้าเพียงหนึ่งคน 

ต้องบอกเลยว่าเป็นสวนสาธารณะที่ลงทุนโดยเอกชนเพื่อชุมชนที่ไม่ธรรมดาเลย คอลัมน์นี้เราจึงอยากแบ่งปันเรื่องราวของสวนแก้วคำเอ้ย และความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อว่าเราจะมีสวนแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ ๆ ในโลกที่อนาคตและคุณภาพชีวิตของพวกเราที่อยู่อาศัยในเมือง ขึ้นอยู่กับการมีพื้นที่สีเขียวที่มีทั้งคุณภาพ ปริมาณ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

เมื่อการสร้างสวนสาธารณะ = การทำบุญ

หลายเมืองสำคัญของโลกออกแบบมาตรการและกลไกในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียวให้กับเมือง ภายใต้แนวคิด Privately Owned Public Space (POPS) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน แทนการเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐแต่ฝ่ายเดียว โดยรัฐจะออกมาตรการสร้างแรงจูงใจต่างๆ เช่น การให้สิทธิ์เอกชนในการพัฒนาเพิ่มขึ้น รวมทั้งการลดหย่อนภาษี เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกัน 

สมมติฐานของแรงจูงใจของการพัฒนาเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ ในโลกที่กรอบคิดของการตัดสินใจตั้งอยู่บนหลักของเศรษฐศาสตร์และการลงทุน แต่ถ้ามองกลับเข้ามาในบริบทของเมืองไทย หลายครั้งการเริ่มต้นการพัฒนาไม่ได้มาจากหลักคิดทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นหลักคิดที่มาจากความเชื่อ ความศรัทธา หรือระบบคุณค่าที่อยู่ภายในล่ะ เราจะนับหลักการแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลการพัฒนาพื้นที่สีเขียวสาธารณะ สำหรับอนาคตชุมชนเมืองของเราได้รึเปล่า 

นี่จึงเป็นคำถามนี้น่าคิดและสืบค้น เพื่อขยายโมเดลนี้ในบริบทแบบไทย ๆ ที่มีต้นทุนอยู่แล้วในวัฒนธรรมของเรา 

“บางครั้งการทำบุญ ไม่จำเป็นต้องทำกับวัดเสมอไปก็ได้นะ” ณัฏฐ์รมณ อยู่เย็น หรือ น้าปุ๊ก บอกกับเราว่าทำไมถึงเอาที่ดินมรดกกว่า 12 ไร่ในทำเลทอง บนถนนวงแหวนย่านเศรษฐกิจและหมู่บ้านจัดสรร มาทำเป็นสวนสาธารณะให้คนมาใช้ฟรี 

“น้าไม่ได้ต่อต้านการเข้าวัดนะ น้าก็ยังไปทำบุญที่วัดที่เคารพและศรัทธาอยู่ แต่การสร้างสวนให้คนในชุมชนรอบ ๆ ได้มาใช้เวลาด้วยกัน คนแก่มากับหลาน ๆ พ่อแม่จูงตายายมาเดินเล่น น้าว่าอันนี้ก็เป็นการทำบุญนะ และสวนแบบนี้เป็นภาพที่น้าอยากเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ น้าเลยทำเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของน้า” 

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ สวนแก้วคำเอ้ย ซึ่งทำเพื่ออุทิศให้คุณทวดผู้ชายนามว่า ‘แก้ว’ และคุณทวดผู้หญิง นามว่า ‘คำเอ้ย’

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่
สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

ความจริงวันนี้ จากความฝันเมื่อวันวาน

หากฟังเรื่องราวชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงปัจจุบันของน้าปุ๊ก เธอเป็นเด็กสตรีวิทย์ที่อยากเรียนศิลปากรคณะออกแบบ แต่เข้าเรียนพยาบาล โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ก่อนเข้ารับราชการเป็นนักวิจัยการแพทย์ทหาร ต้องอยู่ในป่ารักษาทหารพรานที่ติดเชื้อมาลาเรีย จากนั้นเธอผันตัวเองมาเป็นนักข่าวและทำงานด้านภูมิศาสตร์สารสนเทศให้กับกองทัพ ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองแผน ก่อนตำแหน่งสุดท้ายจะกลายมาเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ รับหน้าที่ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองและแม่ป่วยที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ พร้อมลงมือทำธุรกิจโรงแรมของตัวเองเพื่อดูแลที่ดินมรดก 

นี่คือชีวิตโลดโผนของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย จนท้ายที่สุดก็พบว่า อะไรคือคุณค่าสำหรับตัวเองแล้วยังไม่ได้ลงมือทำ และเป็นสิ่งที่อยากทำไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไป 

“มีคนมาขอซื้อและขอเช่าเป็นโกดังเก็บของบ้าง ทำสนามฟุตบอลบ้าง คอนโดบ้าง หลายปีก่อนก็มีโครงการจะทำโลมาโชว์” น้าปุ๊กร่ายยาวถึงโครงการต่าง ๆ ที่มีนักพัฒนาและนักลงทุนมาติดต่อ 

“แต่น้าเสียดายถ้าที่ดินของบรรพบุรุษจะต้องกลายเป็นพื้นที่พาณิชย์ไปทั้งหมด เพราะใจจริงน้าอยากให้พื้นที่นี้เป็นคล้าย ๆ Senior Living Campus แต่ก็ต้องลงทุนสูงมาก ๆ เลยมาลงตัวที่การเริ่มทำสวนขึ้นมาก่อน 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

“ซึ่งในอนาคตอยากให้คนมาร่วมทำตลาดอินทรีย์ชุมชนวันเสาร์-อาทิตย์ มีร้านเครื่องดื่มสุขภาพ มีศาลาไม้สำหรับกิจกรรมศิลปะหรือวัฒนธรรมล้านนาให้กับเด็ก ๆ เช่น ทำตุง ทำของเล่น หรือย้อมผ้า ให้เด็กซ่อมผ้าได้เอง มีพ่อครูแม่ครูจากชุมชนต่าง ๆ หรือคนสูงอายุที่ว่างอยู่บ้านเฉย ๆ มาสอน มีพื้นที่เกษตรสอนให้เด็ก ๆ ได้ปลูกต้นไม้ ตอนกิ่งเป็น ในสวนมีเลนวิ่ง เลนจักรยานขาไถให้เด็ก หรือช่วงซัมเมอร์ก็จัดแคมป์ให้เด็ก ๆ เล่นในพื้นที่ธรรมชาติได้ เด็กจะได้ไม่ติดอยู่กับบ้านและจอมือถือ”

ช่วงปีโควิด ซึ่งเป็นปีที่คนต้องอยู่แต่ในบ้าน ไปไหนไม่ได้ และไม่มีที่ผ่อนคลายจิตใจ น้าปุ๊กเลยติดต่อสถาปนิก ใจบ้านสตูดิโอ JaiBaan Studio ให้ลองมาดูพื้นที่ และเสนอดูว่าจะวางผังและปรับปรุงที่ดินอย่างไร เพราะที่ดินถูกทิ้งร้างมานาน มีเพียงต้นจามจุรีใหญ่ 2 ต้น สระน้ำเดิมกลางที่ดิน และเศษปูนจากการก่อสร้างทางลอดของถนนวงแหวน 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่
สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

เมื่อจุดสีเขียวเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายสวนในเมือง 

หากใครผ่านไปบนถนนวงแหวนรอบสอง ย่านแม่โจ้-สันทราย จะเห็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ตั้งอยู่ ซึ่งปัจจุบันสวนแก้วคำเอ้ยเปิดให้คนมาใช้แล้ว กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวอีกแห่งของเมืองเชียงใหม่ที่คนอยู่อาศัยในย่านเทศบาลตำบลสันทรายหลวงได้มาใช้ 

หากเราลากรัศมีวงกลมโดยมีสวนแก้วคำเอ้ยอยู่ตรงกลางออกไปเป็นระยะทาง 800 ม. ซึ่งเป็นระยะการเดินทางด้วยเท้าแบบสบาย ๆ ประมาณ 15 นาที หรือถ้าปั่นจักรยานก็ราว 5 นาทีไม่เกินนั้น จะเห็นว่าสวนแห่งนี้มีศักยภาพให้บริการผู้คนที่ในหมู่บ้านจัดสรรรอบ ๆ ถึง 11 หมู่บ้าน รวมทั้งบ้านเรือนในละแวกรวม 1,000 กว่าหลังคาเรือน 

สวนนี้จึงเป็น ‘สวน 15 นาที’ หรือ ‘15-Minute Garden’ โมเดลของการทำให้สวนเพื่อให้คนเข้าถึงได้ด้วยการเดินไม่เกิน 15 นาที ซึ่งไม่ได้มีอยู่แต่ในต่างประเทศ แต่เกิดขึ้นจริงที่นี่ด้วยความร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และชุมชนที่ร่วมมือกันอย่างแข็งขันที่เทศบาลตำบลสันทรายหลวง

เราได้มีโอกาสฟังแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวของเทศบาลตำบลสันทรายหลวง จากท่านนายกเทศมนตรี นที ดำรงค์ ที่เล่าถึงการอนาคตของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของตำบลสันทรายหลวง ย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ด้านทิศเหนือชานเมืองเชียงใหม่ ท่านนายกเทศมนตรีได้ริเริ่มพัฒนาคลองน้ำโจ้ ซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเสีย และน้ำแล้ง และที่สำคัญคือลำน้ำเส้นนี้ ไหลผ่านกลางเขตพื้นที่เทศบาลถึง 8.4 กม. หากทำให้ลำน้ำเส้นนี้กลายเป็นพื้นที่ริมน้ำสาธารณะชั้นดีได้แล้ว พื้นที่ริมน้ำนี้จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเชื่อมโยงสวนสาธารณะของรัฐและเอกชนเข้าไว้ด้วยกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้คนในย่านนี้เข้าถึงสวนของรัฐและเอกชนได้ด้วยการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานอย่างปลอดภัย ที่สำคัญคือร่มรื่นและรื่นรมย์ จากนโยบายและการลงมือทำจริง 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

ปัจจุบันนี้จึงมีสวนทั้งของรัฐและเอกชนเกาะไปกับแม่น้ำโจ้ถึง 8 แห่ง กลายเป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่สำคัญและเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ทำให้เมืองสันทรายหลวงที่มีขนาด 36 ตร.กม. ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยกว่า 15,000 ครอบครัว เป็นเมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี ด้วยการเดินเข้าถึงพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพ

หากเราลองหลับตาแล้วจินตนาการว่า ทุกเมืองมีนายกเทศมนตรีที่มีวิสัยทัศน์พร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชนในการร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะดี ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วมีคนอย่างน้าปุ๊กและภาคเอกชนรายอื่น ๆ ที่พร้อมเปลี่ยนและแบ่งปันที่ดินของตนเองให้กลายเป็นสวนสาธารณะ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมในเมือง หรือเป็นพื้นที่ค้าขายร่วมสมัย ที่ให้คนในย่านได้เข้าไปใช้ประโยชน์สาธารณะฟรี สภาพนิเวศทางธรรมชาติของเมือง และความสัมพันธ์ของผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองร่วมกันจะเปลี่ยนไปแบบไหนกันนะ เราคงจะรักเมืองที่เราอยู่มากกว่านี้เป็นแน่ คนที่มาเที่ยวเมืองของเรา ก็คงตกหลุมรักเมืองของเราจากความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ คลองที่สะอาดใส และเสียงของนกนานา

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่
สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

นิเวศของความสัมพันธ์ที่พึ่งเริ่มต้น

ตอนนี้สวนแก้วคำเอ้ยผ่านมา 1 ฤดูฝนแล้ว

 ต้นจามจุรีใหญ่ 2 ต้นเดิมได้รับการฟื้นฟู จนแผ่กิ่งก้านใหญ่ให้คนได้มานอนปูเสื่อกลางลานหญ้าเขียว ทางเดินในสวนเริ่มคึกคักทั้งช่วงเช้าตรู่และตอนค่ำ ลูกหลานจูงพ่อแม่และปู่ย่ามาเดินเล่นเหมือนในภาพที่น้าปุ๊กตั้งใจไว้ มีที่ให้เด็ก ๆ และน้องหมาได้ปล่อยพลัง 

สระน้ำใหญ่ในสวนแวดล้อมด้วยบัวหลวงไทย บัวสาย และพืชชายน้ำพื้นถิ่นที่เด็ก ๆ รุ่นนี้อาจจะไม่ค่อยรู้จักแล้ว อย่างกระจูด บอน กระจับ และกกต่าง ๆ ขึ้นผสมผสานกันเหมือนกับบึงในธรรมชาติ มีนกนางแอ่นหางลวด นกที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำและเมืองบินโฉบน้ำให้เห็น โซนทุ่งดอกไม้เริ่มค่อย ๆ เซ็ตตัวเองให้รู้จักสภาพของดินที่นี่ 

ในโซนสนามเด็กเล่น แม้จะยังไม่มีเครื่องเล่นไม้ แต่เนินหญ้ากลางลานทรายและบึงน้ำบึงเล็กที่ผู้ออกแบบตั้งใจไว้ให้เด็กได้คุ้นเคยกับการเล่นกับธรรมชาติ ก็กลายเป็นสวรรค์ของเด็กเล็ก ๆ ที่ให้เขาได้ลองเอาเท้าคู่เล็ก ๆ จุ่มโคลน เล่นในสระตื้น ๆ อย่างปลอดภัย เพื่อจะได้เรียนรู้เองว่าธรรมชาติอาจไม่ใช่สิ่งสกปรก ปนเปื้อนด้วยเชื้อโรคเสียทุกอย่าง เงาของดอยสุเทพและตึกสูงสะท้อนในบึงอยู่เคียงกัน ปลายหนาวนี้คงมีเด็ก ๆ เอาว่าวมาเล่นลมเหมือนปีก่อน

หลายคนที่มาวิ่งออกกำลังกายที่นี่บ่อย ๆ ก็กลายเป็นคนคุ้นหน้ากัน ทักและไถ่ถามสารทุกข์กัน คนในย่านก็สัมผัสสัมพันธ์กันผ่านการมาใช้สวน คงเหมือนกับความสัมพันธ์ของธรรมชาติที่ค่อย ๆ ถูกฟื้นคืนที่นี่

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

อีกไม่กี่ฤดูฝนข้างหน้า กล้าไม้พื้นถิ่นในโซนป่าปลูกจะกลายเป็นไม้ใหญ่ คนแถบนี้จะได้เห็นต้นไม้ที่เคยขึ้นอยู่ในนิเวศแถบนี้แต่หายไปนาน อย่างตะเคียนหนู ไคร้นุ่น โมกมัน หรือคำมอกหลวง ผลไม้ต่าง ๆ ที่ลงไว้เมื่อปีที่แล้วก็คงจะโต ให้ผลที่หอมหวาน และเปลี่ยนโลกทัศน์ที่เคยมีว่าสวนสาธารณะไม่ควรมีผลไม้ ให้กลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าในอดีต

“น้ารอดแล้ว แต่คนอื่น ๆ ต้องรอดด้วย” 

น้าปุ๊กตอบคำถามด้วยประโยคสั้น ๆ ที่เราวกกลับมาถามซ้ำอีกที ว่าทำไมน้าถึงเอาที่ดินที่มีมูลค่ามหาศาลมาทำสวนให้คนอื่นใช้ ปลูกต้นไม้และผลไม้ให้คนอื่น ๆ ได้ชื่นชม ได้ชิม เราจึงหมดคำถามด้วยคำตอบของน้าและความรู้สึกที่ว่า เมื่อชีวิตคนคนหนึ่งไปสู่จุดที่พบความร่มเย็นในชีวิตแล้ว เขาคงไม่ปรารถนาจะอยู่ในร่มเงานั้นเพียงคนเดียว ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังทุกข์ร้อน ต้นไม้ที่เขาปลูกและดูแล จึงเผื่อแผ่ให้กับทุกคนที่ปรารถนาความร่มเย็นนั้น 

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

ปัจจุบันทางโครงการกำลังมองหาผู้ประกอบการและผู้จัดการพื้นที่เพื่อร่วมกันต่อยอดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครอบครัวและคนทั่วไปในพื้นที่ ทำให้สวนแก้วคำเอ้ยมีรายได้หมุนเวียนในการดูแลสวนในระยะยาว

สวนแก้วคำเอ้ย

ที่ตั้ง : ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 20.00 น.

Facebook : สวนแก้วคำเอ้ย สวนสุขภาพ ลู่วิ่ง ลู่จักรยาน สนามเด็กเล่น เชียงใหม่

เจ้าของโครงการ : ณัฏฐ์รมณ อยู่เย็น (ติดต่อ 08 1906 2226 หรือ [email protected])

Writer

ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร

สถาปนิกผู้ก่อตั้งใจบ้านสตูดิโอและคุณพ่อลูกหนึ่ง ที่สนใจงานฟื้นฟูธรรมชาติผ่านงานออกแบบ กำลังหัดเขียนสื่อสารเรื่องราวการเรียนรู้จากธรรมชาติ และประสบการณ์ rewilding

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load