6 พฤศจิกายน 2561
5.79 K
The Cloud X SC Asset

 

A road for cars becomes a road for people.

ความสำเร็จในการเปลี่ยนโฉมหน้าคลองช็องกเยช็อน (Cheonggyecheon Stream) ใจกลางกรุงโซล และแนวคิดสวนสาธารณะลอยฟ้า (Elevated, Linear park) จาก The High Line ของ New York สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาพื้นที่ในเมืองหลายๆ แห่ง

เช่นเดียวกับ Seoullo7017 ที่ถูกเปลี่ยนโฉมจากสะพานยกระดับเหนือสถานีกรุงโซล (The Seoul Station Highway Overpass) ภายใต้การดูแลของ Seoul Metropolitan Government หน่วยงานกำกับดูแลการก่อสร้างของกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ที่ตัดสินใจเปลี่ยนสะพานยกระดับข้ามแยกที่ใช้งานมาเกือบ 50 ปี เป็นสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าความยาวกว่า 1 กิโลเมตรขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพของเมืองและเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการเดินเท้าของผู้คน

Seoullo7017

 

01

ถึงเวลาเปลี่ยนภาพจำ

หลังสงครามเกาหลียุติลง ประเทศเกาหลีใต้เริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่จะเอื้อความสะดวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งสะพานยกระดับ Seoul Station (The Seoul Station Highway Overpass) เส้นนี้ที่เปิดใช้งานในปี 1970 คือหนึ่งในนั้น ถูกออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของบริเวณสถานีกรุงโซล (The Seoul Station) เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นและความแออัดของการจราจร

นอกจากนั้น โครงสร้างขนาดใหญ่ของทางด่วนและความคดเคี้ยวทำให้สะพานยกระดับสายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล เป็นภาพจดจำแรกสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามา และเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของผู้คนในกรุงโซล

จนในช่วงปลายปี 1990 เกิดการถกเถียงถึงความปลอดภัยของสะพานยกระดับแห่งนี้ขึ้น ทั้งความสูงเพียง 17 เมตรจากพื้นดินและโครงสร้างเดิมที่มีการใช้งานอย่างยาวนาน ตลอดจนผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยใกล้เคียง ซึ่งลงเอยด้วยนโยบายปิดทางด่วนสายนี้ในปี 2006 พร้อมกับแผนการรื้อถอนทางด่วนเส้นนี้ออกไป ก่อนจะมีการเสนอให้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าในท้ายที่สุดภายใต้ชื่อ 서울로 Seoullo 7017

Seoullo7017

Seoullo7017

 

02

เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเมือง

สวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 เริ่มต้นโครงการปรับปรุงและก่อสร้างในปี 2015 และเปิดให้ใช้งานในเดือนพฤษภาคมปี 2017 ผ่านการออกแบบของ MVRDV บริษัทสถาปนิกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยคำนึงถึงการเข้าถึงการใช้งานพื้นที่ของผู้คนทุกคน ทั้งบันได บันไดเลื่อน ลิฟต์ และทางลาดสำหรับขึ้นลง ทั้งยังเชื่อมต่อกับทางข้าม ทางม้าลาย และจุดเปลี่ยนถ่ายแต่ละบริเวณอย่างต่อเนื่อง

นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะสีเขียวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและทำหน้าที่ทางเดินลอยฟ้าแล้ว ในแง่ของพืชพรรณ มีการรวบรวมพันธุ์ไม้กว่า 200 ชนิด จำนวนกว่า 24,000 ต้น พร้อมทั้งให้ข้อมูลพันธุ์ไม้ควบคู่กัน และในอนาคตยังมุ่งหมายให้สวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้เป็นสถานที่หนึ่งในการอนุบาลและเลี้ยงดูแลกล้าไม้ใจกลายเมืองซึ่งสามารถขนย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่นๆ ของเมืองต่อไปได้

Seoullo7017

ในเชิงการใช้งานกับบริบทโดยรอบ ทางเดินสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ช่วยทำหน้าที่เชื่อมสองฟากของพื้นที่ที่ถูกกั้นด้วยแนวถนนที่ขวักไขว่ด้านล่าง สร้างความเชื่อมต่อกับ 17 เส้นทางสู่สถานที่สำคัญใกล้เคียงเช่น Seoul Station Square บริเวณสถานีกรุงโซล (The Seoul Station) สถานี Hoehyeon บริเวณตลาดนัมแดมุน การเดินทางไปสู่ภูเขานัมซาน และย่านเมียงดง

Seoullo7017

นอกเหนือไปจากนั้นบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดแนว ทั้งศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ คาเฟ่ มินิมาร์ท สวนหย่อม จุดชมวิว ตลอดจนเวทีขนาดเล็ก

 

    

03

เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความหมาย

เมื่อมองสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ในมุมของภูมิสถาปนิกแบบเราคิดว่าในแง่ของการออกแบบ (Design) และรายละเอียด (Detail) อาจจะไม่ได้หวือหวาหรือที่ตื่นตาตื่นใจมากนัก ออกไปในทางเรียบง่าย สะดวกต่อการใช้งานและดูแลรักษา ซึ่งภาษาที่ใช้ในการออกแบบภาพรวมหลักๆ ที่เรารับรู้ได้คือการใช้วงกลม แสดงออกมาในองค์ประกอบต่างๆ บนสะพานอย่างสังเกตได้ชัดเจน

ส่วนในแง่ของการออกแบบพืชพรรณเราคิดว่าทำได้ดี เราเห็นถึงความหลายหลายของชนิดพืชพรรณที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วง ตลอดความยาวของสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้ ทั้งยังสอดคล้องกับความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างในแต่จุด

การปลูกพืชพรรณบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ใช้วิธีการหล่อคอนกรีตวงกลมขึ้นมาเป็นกระบะปลูก ความสูงของแท่นคอนกรีตแตกต่างกันไปตามความต้องการดินปลูกของพืชพรรณแต่ชนิดนั้นๆ ทำให้บางจุดสามารถปรับเป็นที่นั่งวงกลมควบคู่กันไปได้ด้วย อีกทั้งด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นส่วนใหญ่ของกรุงโซล ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ยืนต้นเพื่อให้ร่มเงามากนัก จึงเป็นข้อได้เปรียบในเชิงโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักในการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่

Seoullo 7017 Seoullo 7017

 

04

ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ก่อนจะไปเยือนสวนสาธารณะสอยฟ้า Seoullo7017 เราได้รับความเห็นจากเพื่อนที่เคยมาเยือนแล้ว ต่างให้ความเห็นว่าเฉยๆ บ้าง ไม่มีอะไรบ้าง ซึ่งวันที่เราเลือกไปก็เป็นวันธรรมดา ผู้คนใช้ชีวิตปกติ และไม่ได้มีกิจกรรมใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดผู้คน ทำให้พบว่าที่นี่ไม่ใช่จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่ม Tourist เมื่อเทียบกับคลองช็องกเยช็อนที่แม้ไม่ได้จัดแสดงแสง สี เสียง ก็ยังมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปอยู่ตลอดไม่ขาดสาย

ซึ่งการเดินบนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้า Seoullo7017 ในช่วงเวลาแบบนี้ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่เรียบง่าย ผู้คนหลายช่วงวัยใช้พื้นที่บนสวนสาธารณะทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้สัญจรไปมาและพักผ่อนหย่อนใจไปด้วยกัน

Seoullo 7017

เราเห็นเด็กเล็กๆ มากับพ่อแม่ มากับคุณครู ผู้คนวัยหนุ่มสาว พนักงานออฟฟิศเดินพูดคุยกัน รวมถึงผู้สูงอายุก็มาพบปะกันบนนี้ เป็นพื้นที่ผู้คนใช้เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงสังคมร่วมกัน

สำหรับเราเองนี่คือความธรรมดาที่เราประทับใจ การได้เห็นว่าพื้นที่นี้ถูกใช้งานแม้ไม่ต้องพยายามสร้างกิจกรรมใดๆ เพื่อเรียกคนให้หลั่งไหลเข้ามา แสดงให้เราเห็นถึงความยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ปริมาณคนเป็นตัวชี้วัด แต่กลับใช้ความสม่ำเสมอในการใช้งานเป็นตัวพิสูจน์ เราได้เห็นพื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นและถูกใช้งานโดยผู้คนที่เป็นเจ้าของเมืองนี้อย่างแท้จริง

Seoullo 7017

                 

05

เก่าแต่เก๋า

อีกเรื่องที่เราสังเกตเห็นคือตลอดระยะทางเดิน เราจะพบคนดูแลที่เป็นคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณ เราได้เห็นผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการให้บริการ และสามารถทำหน้าที่ต่างๆ ในสังคม เช่นเดียวกับอีกหลายสถานที่ในกรุงโซล นั่นหมายความว่านอกจากการให้งานและสร้างกิจกรรมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุขึ้นแล้ว การออกแบบพื้นที่และบริบทในการใช้งานจะต้องไม่มีข้อจำกัดต่อผู้คนไม่ว่าช่วงวัยหรือสภาพร่างกายใดก็ตาม                   

Seoullo7017 คืออีกสถานที่ที่บอกเล่าการเปลี่ยนผ่านของกรุงโซล จากสะพานยกระดับข้ามแยกที่ทำหน้าที่เพียงแค่ต้องการเชื่อมสองฟากของถนน สู่ทางเดินสวนสาธารณะสีเขียวที่นอกจะเชื่อมการเดินเท้า ยังเชื่อมความสัมพันธ์และความเป็น ‘เมือง’ ให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี

เป็นคุณลุงทางยกระดับลอยฟ้าอายุ 50 ปีที่อยู่กับโซลมาเนิ่นนาน แต่ก็ยังพร้อมปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและความเปลี่ยนแปลง แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าเก่าแต่เก๋าได้ยังไง

Seoullo 7017

 

แนวคิดการออกแบบในเชิง Master Planning ของ Seoullo 7017 ถือเป็นการสร้างจุดศูนย์รวม (Node) ให้เกิดขึ้นในย่าน ส่งผลให้ราคาที่ดินโดยรอบสูงขึ้นกว่า 30% ก่อนจะขยายการพัฒนาออกไปแบบรัศมี

เรามีโอกาสได้ฟัง ดร.ชำนาญ ติรภาส จาก REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หัวหน้าโครงการ ‘Neighbourhood Bangkadi’ (เนเบอร์ฮูด บางกะดี) โครงการที่อยู่อาศัยต้นแบบที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต จากความร่วมมือกันระหว่าง SC Asset และภาควิชาการอย่าง REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Neighbourhood Bangkadi

“ประเทศไทยเป็นเมืองตัวเดี่ยวที่มีการกระจายเมืองออกไปโดยไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานมารองรับ และไม่การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ชัดเจน เมื่อชุมชนที่อยู่อาศัยอยู่ไกลจุดศูนย์กลาง จึงยิ่งทำให้เกิดการใช้รถเพื่อเดินทางมากกว่าเดิม

“Neighbourhood Bangkadi เป็นการสร้างย่านที่อยู่อาศัยที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต เป็นการสร้างจุดศูนย์รวม (Node) เพื่อให้เป็นแหล่งงาน แหล่งการค้า ศูนย์กลางในแง่ต่างๆ ย่านนั้นอยู่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้สามารถพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทางไปส่วนอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้น”

เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย ที่เราจะมีโอกาสเห็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ทั้งคนในโครงการและชุมชนที่อยู่โดยรอบสามารถใช้ร่วมกันได้ และยังเป็นจุดศูนย์รวม (Node) ของย่านเกิดขึ้นแบบจริงๆ จังสักที

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

อติพร เกตุแก้ว

ภูมิสถาปนิกอ่อนหัดผู้อยู่ในโหมด Love-Hate แต่ยังคงให้เวลากับการหาคำตอบว่าแลนด์สเคปคืออะไร ใช้ชีวิตด้วยใบหน้าสดได้ แม้จะแต่งหน้าจัดเป็นบางวัน ชอบวาดรูปและคิดว่าทำได้ดี ฟังเพลง อ่านนิยาย แล้วก็ตามให้ทันเรื่องดราม่า เป็นงานอดิเรก

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

25 พฤษภาคม 2565
2.37 K

‘หัวหิน’ เป็นทะเลโปรดของคนไทยมานาน เริ่มตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้มาถึงหัวหินเมื่อ พ.ศ. 2454 จากนั้นก็มีการสร้างบ้านพักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สร้าง ‘โรงแรมรถไฟ’ โรงแรมชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพาให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทยไปด้วย

วันเวลาผ่านไป บ้านเราก็ผุดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้น หากอยากไปพักผ่อนกายใจกับญาติมิตรในช่วงวันหยุดสั้น ๆ หัวหินก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนนึกถึง ด้วยความน่ารักเรียบง่ายของเมือง ความสวยที่จับต้องได้ของชายหาด และที่สำคัญคือเดินทางง่าย ถ้าเทียบกับการนั่งรถจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศลงไปเที่ยวทะเลใต้

แต่ในความคลาสสิกนั้น ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่

“หัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวมาก แต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สาธารณะติดทะเลที่ให้คนเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าลองนึกดู เวลาไปหัวหิน เราก็ต้องไปพักโรงแรม เดินเข้าร้านอาหาร เราถึงจะไปทะเลได้” ปุ๊ก สถาปนิกชุมชนว่า

และมากไปกว่าพื้นที่ติดทะเลที่นักท่องเที่ยวต้องการ ‘พื้นที่สาธารณะดี ๆ’ สำหรับให้เจ้าบ้านใช้พบปะพูดคุยกัน ออกกำลังกาย เข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เรียกว่ายังขาดแคลนการพัฒนายิ่งกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่สุดท้ายจาก 8 พื้นที่ ใน ‘โครงการลานกีฬาวัฒนธรรมชุมชน’ โครงการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือร่วมกับท้องถิ่น 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง จึงมาอยู่ที่หัวหิน

ปุ๊ก-นฤมล พลดงนอก สถาปนิกชุมชน และ เป้-รัฐพงศ์ ปิ่นแก้ว ภูมิสถาปนิกจากสถาบันอาศรมศิลป์ จะมาแชร์เรื่องราวของโปรเจกต์เนรมิตสวนหลวงราชินีที่ทรุดโทรม 19 ไร่ และพื้นที่ข้างเคียงอีก 6 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่เดียวในหัวหิน ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน ทั้งการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การจัดงานแฟร์ การทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม การค้าขาย การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการพักผ่อนริมทะเลโดยไม่ต้องเสียเงินเข้า

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

ตามหาพื้นที่ที่ใช่

อาศรมศิลป์ได้เข้าหาเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เพื่อคุยในขั้นแรก

“พอเราอธิบายโครงการและเป้าหมายที่อยากจะพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางเทศบาลเขาก็เห็นด้วยและชอบมาก เพราะว่ามันไปตรงกับโครงการที่เขาทำอยู่แล้ว คือ หัวหินสร้างสุข” ปุ๊กเริ่มเล่าที่การพูดคุยกับท้องถิ่น

จากนั้นเทศบาลก็เตรียมหลากหลายพื้นที่ในความดูแลมาเสนอทีมออกแบบ แล้วทีมออกแบบก็ทำ Site Analysis วิเคราะห์ไซต์กลับไปให้เทศบาล

เทศบาลเสนอมาทั้งหมด 4 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า พื้นที่ริมคลองใกล้โรงเรียนเขาตะเกียบ พื้นที่เลียบคลองบริเวณชุมชนบ่อฝ้าย และสวนหลวงราชินี 19 ไร่

“จากการวิเคราะห์ทุกพื้นที่ เราคิดว่าสวนหลวงราชินีนี่แหละที่ทำแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด ตอบโจทย์คนในชุมชน แล้วก็เป็นพื้นที่ของเทศบาล การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่น่าจะทำได้ง่าย” ปุ๊กสรุปการตัดสินใจให้เราฟัง ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เลือกพื้นที่นี้มาดำเนินโครงการ คือการที่มีส่วนหนึ่งติดทะเล

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

“จริง ๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้วนะคะ แต่เริ่มเก่า และยังต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ดีขึ้น”

สวนหลวงราชินี 19 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกที่มีบริเวณใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์รวมราชการ มีอาคารตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ดับเพลิง มีการสร้างเป็นศูนย์โอท็อปไว้ แต่ไม่มีการจัดการที่ดีจึงเริ่มรกร้าง มีส่วนออกกำลังกายอย่างคอร์ทแบดมินตัน สนามฟุตซอล และมีพื้นที่ลานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่คนหัวหินใช้จัดมหกรรมงานแฟร์ต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ติดทะเลที่รอการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เชื่อมต่อกับสวนหลวงราชินีอีก 6 ไร่ ซึ่งเทศบาลให้เพิ่มเติมมา เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง และมีคลองสำหรับระบายน้ำจากตัวเมืองลงทะเล เมื่อรวมสวนหลวงราชินีและพื้นที่ที่เพิ่มมาแล้ว ก็จะมีพื้นที่โครงการทั้งหมด 25 ไร่

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

รู้จักคนหัวหิน

“หลังจากคุยกับเทศบาล เราก็ลงชุมชนเพื่อสำรวจ ทำความรู้จัก ถามความเห็นชาวบ้านเบื้องต้น” โฟกัสกรุ๊ป เป็นงานพาร์ตสำคัญที่ทีมสถาปนิกชุมชนจะได้ไปเห็นบริบทเดิม มองภาพกิจกรรม หรือภาพคนในพื้นที่ออก งานนี้กินเวลา 2 วันในการคุยกับกลุ่มชาวบ้านต่าง ๆ

“เราลงไปที่ชุมชนของเขา ก็เลยได้รู้ว่าป้า ๆ เขาอยู่กันแบบนี้นะ ที่เขาเป็นกลุ่มลีลาศ เขาเต้นกันอยู่ตรงนี้นะ สมาชิกเขามีเท่าไหร่” ปุ๊กบอกว่าหัวหินมีกลุ่มกิจกรรมที่แน่นแฟ้น สถาปนิกจึงต้องทำการบ้านเรื่องนี้ให้มาก

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

เมื่อรู้จักชุมชนเบื้องต้นแล้ว อาศรมศิลป์ก็จัดเวทีใหญ่ที่เทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่

“เวทีที่นี่คนมาเยอะมาก อยากได้กี่คนก็บอกได้เลย ถ้าขอ 80 ก็ได้ 100 ขอ 100 ก็ได้ 150” ปุ๊กเล่าอย่างอารมณ์ดี หัวหินเป็นอีกที่ที่เธอประทับใจเรื่องการมีส่วนร่วมมาก “ทุกคนอยากมาแสดงความคิดเห็น เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำคัญ พอเขารู้ว่าเทศบาลจะพัฒนา ทุกคนก็ตื่นเต้น อยากมาร่วมรับฟัง”

“พื้นที่สาธารณะที่หัวหินมีอยู่มันไม่ตอบโจทย์ ไม่เอื้อให้คนมาใช้งาน ทุกคนมองแต่เรื่องท่องเที่ยว เรื่องทะเล แต่เรื่องพื้นที่สุขภาวะที่มาจากความต้องการของคนในพื้นที่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าไหร่”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

คนนับร้อยในวันนั้นคือกลุ่มคนที่เทศบาลเชิญมา มีทั้งกลุ่มผู้ใช้งานเดิม หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่ กลุ่มชุมชนที่อยู่ในละแวกนั้น กลุ่มกิจกรรมที่คิดว่าจะมาใช้งาน อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มลีลาศ กลุ่มกีฬา แบดมินตัน ฟุตซอล และโรงเรียนต่าง ๆ

“นอกจากจะมีคนในชุมชนโดยทั่วไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เข้ามา ส่วนใหญ่เขาจะกลัวการถูกไล่ที่ เวลาเราไปเดินลงไซต์ แล้วดูเหมือนเป็นคนมาพัฒนาพื้นที่ เขาถามเราว่าจะไล่ที่เขาไหม” เป้พูด ปกติแล้วในสวนหลวงราชินีจะมีร้านค้า บ้างเป็นรถเข็นหาบเร่แผงลอย บ้างก็เป็นซุ้มที่ได้สัมปทานขาย

สถาปนิกชุมชนได้นำความต้องการที่สำรวจจากชาวบ้านในวันนั้น มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการลงชุมชนตอนแรก แล้วนำมาสรุปผลร่วมกัน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ทีมออกแบบแลนด์สเคปไปเก็บข้อมูลด้านกายภาพของสวนหลวงราชินี

“เราพาน้อง ๆ ในทีม 7 – 8 คน ไปเดินสำรวจ พูดคุยกับคนในสวนว่าเขามาทำอะไร ต้องการอะไรบ้าง พอตกเย็นเราก็มาเริ่ม Sketch Design กันว่าผังจะเป็นยังไง” ภูมิสถาปนิกอธิบายวิธีการทำงาน

ในที่สุดก็แบ่งพื้นที่ 25 ไร่ ออกมาเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ สวนเพื่อการออกกำลังกาย สวนศิลปะและวัฒนธรรม สวนแห่งการพักผ่อน และสวนแห่งการเรียนรู้

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สร้างสวน-สร้างสุข

“คอนเซ็ปต์เราคือสวนสร้างสุข” เป้เล่าถึงแบบ Final ที่ได้

สร้างสุข หมายถึงทั้งสุขกายและสุขใจ ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมออกแบบตามความต้องการ มีการแบ่งโซนที่เหมาะสม แต่ก็เชื่อมต่อพื้นที่เพื่อการปฏิสัมพันธ์ ปลอดภัยสำหรับคนและรถ ทั้งยังมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบนิเวศด้วยแนวคิดของ ร.9 เป็นที่ระลึกที่สวนอยู่ใกล้วังไกลกังวล

“เราคงหลายฟังก์ชันไว้ที่ตำแหน่งเดิม เช่น สนามฟุตซอล สนามแบดมินตัน หรือเวที แล้วเราก็ปรับปรุงพื้นที่และแทรกกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไป” เป้เริ่มอธิบายที่ส่วนแรก ‘สวนเพื่อการออกกำลังกาย’ “อย่างสนามฟุตซอลเดิม เราปรับปรุงพื้นผิวใหม่ให้มีความเป็นทะเล แล้วก็เพิ่มลู่วิ่งลูปเล็กที่จะเชื่อมต่อกับลูปใหญ่ข้างนอก”

“ตรงนี้เมื่อก่อนจะเป็นเวทีเดิม มีลานโล่งไว้จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง จริง ๆ เราอยากทำลานให้เป็นสวนเลยนะครับ แต่ชุมชนกังวลว่าจะจัดกิจกรรมไม่ได้ ก็เลยดีไซน์เป็นต้นไม้แทรกเข้าไป ลดความร้อนของพื้นที่ดาดแข็ง เพื่อให้คนมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ในทุก ๆ วัน และเมื่อถึงเวลาที่เขาจะใช้งานใหญ่ก็จัดได้ รถยนต์ก็ยังเข้าไปจอดได้เหมือนเดิม ส่วนเวทีเราก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

พื้นที่สตรีทอาร์ตที่เคยมี นักออกแบบก็คงไว้ที่มุมเดิม เพิ่มเติมคือขยายพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ชาวหัวหินมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และจัดความเรียบร้อยให้ดี

สำหรับการแยกขยะเพื่อนำไปรียูส-รีไซเคิล ซึ่งเมืองนี้มีกลุ่มคนและนักเรียนที่จัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว อาศรมศิลป์ก็ได้จัดทำ Station สำหรับแยกขยะให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น รวมถึงศึกษาความต้องการของกลุ่มแยกขยะในการดีไซน์ Station ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

“ส่วนต่อมาเป็นพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมครับ” เขาเล่าต่อเนื่องมาถึงส่วนที่ 2 “ตรงนี้มีอาคารเดิมเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์ขายของโอท็อป แล้วก็มีตำรวจท่องเที่ยว เราเลยยึดโยงกับเรื่องราวเดิม โดยเพิ่มพื้นที่ชาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกอาคารให้คนเข้ามาใช้งานได้ มีคอร์ทสำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีพื้นที่ให้ผู้สนใจในกิจกรรมนั่งดู”
แล้วกลุ่มกิจกรรมของหัวหิน อย่างป้า ๆ กลุ่มลีลาศที่เหล่าสถาปนิกชุมชนได้ไปเยี่ยมเยียนมาในตอนแรก ก็จะได้ใช้พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมนี้ในการฝึกซ้อม

มาถึงส่วนพื้นที่ติดทะเล ซึ่งเรียกว่าเป็น ‘สวนแห่งการพักผ่อน’ สำหรับทำกิจกรรมสบาย ๆ

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สถาปนิกพยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ สนามเด็กเล่นที่มีก็ยังคงอยู่ แต่ปรับปรุงให้กลายเป็นธีมทะเล เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับทะเลเมื่อได้มาเล่น มีการปรับปรุงศาลาให้ผู้สูงอายุมาพบปะพูดคุย นั่งเล่นหมากฮอร์สกัน

“แสดงดนตรีในสวนได้ด้วยนะครับ” เป้เปิดภาพ Amphitheatre ที่ทีมออกแบบให้เราดู “วันไปดูไซต์ เราเห็นกลุ่มดนตรีของหัวหินมาเล่นกัน ก็เลยเตรียมพื้นที่รองรับให้เขา”

ส่วนพื้นที่หน้าหาด ก็ปรับปรุงลดความดาดแข็งของโครงสร้างให้สวยงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ต่อไปคนหัวหินและนักท่องเที่ยว ก็จะเข้ามาทำกิจกรรมพร้อมดื่มด่ำวิวทะเลกับครอบครัวได้ที่นี่

ถนนด้านหน้าของสวนแห่งการพักผ่อนที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างแต่ละโซน ได้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นให้มีความรู้สึกว่าเป็นถนนที่คนเดินถึงกันได้มากขึ้น ทำกิจกรรมได้มากขึ้น และรองรับร้านค้าต่าง ๆ ที่มาตั้งได้ พร้อมทั้งมีการทำที่จอดรถรองรับใกล้ ๆ เพื่อให้ผู้คนใช้วิธีจอดด้านนอกแล้วเดินเข้าไป แทนการขับต่อมาจอดถึงด้านใน และผ่านบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมของแต่ละโซนนี้

“เราอยากเชื่อมแต่ละพื้นที่ให้คนแต่ละกลุ่มมีการปฏิสัมพันธ์กัน” เป้พูดถึงหนึ่งในแนวคิดของสวนสร้างสุข “อย่างคนที่มาเพื่อออกกำลังกาย เขาก็เชื่อมไปที่การเรียนรู้วัฒนธรรมได้ คนที่มาพักผ่อน ดูทะเล เขาก็จะศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากสวนแห่งการเรียนรู้ได้”

‘สวนแห่งการเรียนรู้’ ส่วนสุดท้ายที่เป้อธิบาย เป็น Station เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและการบำบัดน้ำ 

จากเดิมที่เป็นจุดรับน้ำเสียจากตัวเมืองหัวหินอยู่แล้ว ทางภูมิสถาปนิกก็ได้ศึกษาจากกรณีโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย แล้วปรับปรุงระบบที่นี่ให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จากตอนแรกที่เป็นคอนกรีต ก็ปรับปรุงใหม่ มีการปลูกต้นไม้น้ำเพื่อลดความเป็นดาดแข็งลงไป โดยเลือกพืชพรรณที่ทนความเค็มและเน้นต้นไม้ท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนสวนแห่งการเรียนรู้นี้ จะได้เรียนรู้กระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเลในบรรยากาศที่น่าเดินเล่น

“เราเพิ่มแลนด์มาร์กตรงส่วนนี้เป็นหอชมวิว ขึ้นไปชมเมืองหัวหินและวิวทะเลได้” เป้บอกกับเราว่านี่เป็นการเพิ่มจุดสนใจให้คนเดินมาเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ ซึ่งนอกจากคนที่มาใช้สวนจะเข้ามาชมได้แล้ว เมื่อปรับปรุงใหม่จะเปิดทางเข้าบริเวณหลังวัดไกลกังวล เพื่อให้คนจากวัดเข้ามาใช้ได้ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

หัวหินหลากมิติ

“บางทีคนจะมองแค่เรื่องเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ลืมเรื่องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วคนที่ขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้ ก็คือคนหัวหินที่ทำอาชีพบริการ ทำอาชีพค้าขาย เราต้องให้ทำเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” ปุ๊กพูดในฐานะคนนอกที่เข้าไปคลุกคลีกับคนท้องถิ่นจนผูกพัน

“ถ้ากายดี ใจดี สังคมดี มันจะส่งผลไปเรื่องเศรษฐกิจเอง”

จากที่มองเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้หากนึกถึงหัวหิน ปุ๊กเห็น ‘คน’ มากขึ้น เวลาไปเธอก็จะชอบเข้าไปคุยกับคน ดูว่าเขากำลังทำกิจกรรมอะไรกัน เธอได้รู้แล้วว่าที่นี่มีผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเมืองไปในทุกวัน จนเป็นที่ที่คนไทยยังนึกถึง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

“พื้นที่ 25 ไร่ ตรงนี้ ถ้ามัน Success คนก็จะรู้จักหัวหินในหลายมิติ” 

ทีมออกแบบวาดหวังว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่เรียนรู้สวนหลวงราชินีนี้จะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวแวะมาใช้เวลา มาดูสวนบำบัดน้ำ เดินช้อปของกินจากรถเข็น พาลูกชมคนหัวหินเล่นดนตรี มานั่งเล่นดูคลื่นอย่างสบายอารมณ์ร่วมกับคนในพื้นที่

แล้วทะเลหัวหินก็จะไม่เป็นเพียงของคนที่มาทานอาหารในร้านริมหาด หรือคนที่จ่ายเงินนอนโรงแรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นทะเลของทุกคนอย่างแท้จริง

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

ภาพ : สถาบันอาศรมศิลป์

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load