21 พฤษภาคม 2561
12.34 K
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2018
เวลา 20.30 น. โดยประมาณ ตามเวลาประเทศไทย
ที่ วินด์เซอร์ สหราชอาณาจักร

Royal Wedding

รถม้าพระที่นั่งวิ่งนำขบวนผ่านใจกลางเมืองวินด์เซอร์หลังเสร็จพิธีทางศาสนา

เราได้แต่ยิ้มตามไปพร้อมๆ กับอีกร้อยล้านคนทั่วโลกที่เฝ้าชมภาพถ่ายทอดสดพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และพระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ กับ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงฮอลลีวูด

ภาพบรรยากาศอันชื่นมื่นไม่ต่างจากหน้าสุดท้ายของเทพนิยายที่เราคุ้นเคย ต่างก็แต่เพียง เจ้าชายในยุคนี้เขาไม่เคียงคู่กับเจ้าหญิงกันแล้ว

7 วันก่อนหน้า
ที่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ทันทีที่รู้ว่ามีช่างภาพไทยคนหนึ่งตั้งใจออกเดินทางไปเก็บภาพงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล ถึงประเทศอังกฤษ เราก็นัดหมาย โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี เพื่อชวนคุยถึงที่มาที่ไป รวมถึงเบื้องหลังการเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมพิธีสำคัญนี้

โอ๊ต ชัยสิทธิ์

หลายปีก่อน โอ๊ตเป็นช่างภาพเพียงไม่กี่คนบนโลก และเป็นช่างภาพไทยเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของชุดภาพงานพิธีเสกสมรสเจ้าชายวิลเลียมและแคทเธอรีน มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เมื่อปี ค.ศ. 2011 ที่สมบูรณ์ที่สุด ผสมรวมกับความตั้งใจและสายตาที่ไวต่อการจับอารมณ์และความรู้สึกทำให้เขาเป็นช่างภาพที่คู่บ่าวสาวและบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งไทยและเทศไว้วางใจที่สุดคนหนึ่ง

รางวัลและชื่อเสียงของการเป็นช่างภาพระดับโลกไม่ใช่สิ่งที่ทำให้โอ๊ตนำติดตัวไปร่วมงานสำคัญนี้ด้วย แต่เลือกที่จะไปอย่างช่างภาพคนหนึ่งที่เชื่อในคุณค่าของภาพประวัติศาสตร์

ก่อนออกเดินทาง โอ๊ตยอมรับกับเราว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะได้รูปอย่างที่ตั้งใจหรือเปล่า แต่จากแววตาในตลอดการสนทนา โอ๊ตทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่าภาพจากพิธีเสกสมรสของรัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษชุดนี้มีความหมายและเต็มไปด้วยความรู้สึกยินดีมากแค่ไหน

We keep this love in a photograph…

“…We made these memories for ourselves”

โอ๊ตบอกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่พยายามพาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์สำคัญๆ เพียงเพื่ออยากเป็นคนหนึ่งที่บันทึกภาพประวัติศาสตร​์

เพราะรู้ว่าไม่ใช่ภาพที่จะถ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต

โอ๊ต ชัยสิทธิ์

“ผมได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสตามเสด็จฯ เพื่อถวายงานฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพฯ ครั้งแรกเมื่ออายุ 19 ปี และ 3 ปีต่อมาก็ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็รู้สึกอย่างลึกซึ้งกับคุณค่าของภาพที่ผมถ่าย” โอ๊ตเล่าถึงครั้งหนึ่งที่เคยเป็นช่างภาพในสำนักพระราชวัง ได้รับโอกาสสำคัญในการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของประเทศ เช่น พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในรัชกาลที่ 9

และครั้งนี้ก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลก เพราะไม่มีราชวงศ์ไหนในโลกที่มีพิธีภิเษกสมรสยิ่งใหญ่เท่าราชวงศ์อังกฤษ และถ้าหากพลาดจากงานนี้อาจจะต้องรออีกหลายสิบปีถึงจะเป็นงานของเจ้าชายจอร์จ

“เมื่อทราบข่าวพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล เราก็คุยกันกับแฟนว่าเราอยากจะเก็บภาพเหตุการณ์นี้ให้ครบทั้งสองพระองค์ ก็เลยตัดสินใจซื้อตั๋วไป เราไม่รู้หรอกว่าจะได้รูปหรือเปล่า แต่เรารู้ว่าเราได้ทำแล้ว ดีกว่าเรานั่งดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านแล้วนั่งเสียดายว่าทำไมเราไม่มา”

The Royal Wedding 2011 

Prince William and Catherine Middleton

ที่มาที่ไปมา

นับจากพิธีเสกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เมื่อปี ค.ศ. 1981 งานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ พิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและแคทเธอรีน มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เมื่อปี ค.ศ. 2011

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โอ๊ตเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษพอดีและรับถ่ายภาพงานแต่งอยู่แล้ว ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ควรพลาดงานสำคัญ จึงตัดสินใจวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำโดยไม่ต้องมีใครมอบหมาย โอ๊ตเริ่มจากหาข้อมูลพิธีจากบทความและข่าว เดินสำรวจเส้นทาง ก่อนจะหาตำแหน่งจุดที่ยืน คิดถึงภาพและจำนวนช็อตที่ต้องการจะถ่าย โดยไม่ได้คาดหวังว่ารูปจะออกมาลักษณะไหน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในเวลานั้น

จุดยืน

โอ๊ตเล่าย้อนเหตุการณ์เบื้องหลังชุดภาพประวัติศาสตร์ครั้งที่เขาได้เก็บภาพพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและแคทเธอรีน มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ให้ฟังว่า เขาเริ่มจากเลือกประจำการอยู่บริเวณเยื้องๆ กับหอคอยเอลิซาเบธ (บิ๊กเบน) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะได้เห็นทั้งรถพระที่นั่งของเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี่ พระอนุชา เสด็จฯ ออกจากพระราชวังไปยังโบสถ์เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ และรถม้าพระที่นั่งวิ่งออกจากโบสถ์ไปยังพระราชวังบักกิงแฮม

Royal Wedding

โดยหลังจากที่โอ๊ตได้ช็อตรถพระที่นั่งไปโบสถ์เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ เขาก็ใช้เวลาช่วงที่รอพิธีการด้านในเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบ แต่ด้วยตำแหน่งที่อยู่ทำให้เขาขยับเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้มาก ก่อนจะได้ภาพเจ้าชายวิลเลียมและแคทเธอรีน มิดเดิลตัน ประทับบนรถม้าพระที่นั่ง

Royal Wedding

“จังหวะนี้โชคดีสุดๆ ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดียังไง คือตลอดทางที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ผ่านมาพระองค์ไม่ได้หันพระพักตร์มาทางนี้เลย เราก็ได้แต่ภาวนา และจังหวะที่รถเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้าเรา ทั้งสองพระองค์ก็หันพระพักตร์มาพอดี ยิ่งเมื่อรวมกับองค์ประกอบของรูปในตอนนั้นซึ่งดีมากๆ เพราะมีทั้งทหารอยู่ข้างหน้า บรรยากาศของผู้คน รวมถึงการพลิ้วไหวของธงชาติที่โบกพัดเข้ารับกันพอดี” โอ๊ตเล่าพร้อมเปิดภาพเหตุการณ์วันนั้นให้เราดูอีกครั้ง ซึ่งนอกจากช็อตภาพที่คิดไว้ในใจแล้ว โอ๊ตยังได้ภาพของคนสำคัญในพระราชพิธีครบถ้วน ทั้งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ เจ้าชายชาร์ลส์พร้อมคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ และเจ้าชายแฮร์รี่

เราไม่ได้กระโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว อยู่คนเดียว

แม้จะฟังดูคล้ายทุกอย่างเป็นใจให้โอ๊ตทั้งหมด แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างง่ายดาย

ช่วงจังหวะที่โอ๊ตเดินย้ายจากจุดเดิมไปพระราชวังพร้อมกันกับคนกว่าแสนคนที่อยู่ตรงนั้น กว่าจะถึงพระราชวังก็สายเสียแล้ว ผู้คนหลั่งไหลกันจับจองพื้นที่ด้านหน้าเต็มอัตรา ทำให้จุดที่เขาอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ภาพช็อตสำคัญ

สิ่งที่โอ๊ตทำก็คือ เขาตัดสินใจกระโดดลงไปในบ่อน้ำพุเพื่อถ่ายภาพช็อตสุดท้ายที่ตั้งใจ

Royal Wedding

“ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ แล้วก็กระโดดนะ เราก็คิดก่อนนะว่าจะทำยังไงดี มันคือโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น สถานการณ์ตอนนั้นคือข้างๆ เป็นเสาไฟที่มีฝรั่งคนหนึ่งปีนขึ้นไปแล้วโทรศัพท์หาแม่เขา พร้อมตะโกนลงมาท่ามกลางคนกว่าแสนคนว่า ‘Everyone says hello to my mom.’ ทุกคนก็ส่งเสียง ‘เฮ!!’ ดังมาก เราก็คิดเลยว่าถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างแล้วตำรวจวิ่งเข้ามาจับ ตำรวจจะจับผู้ชายบนเสาไฟก่อน ตอนนั้นมีสตินะ หยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋าไว้แล้วกระโดด ตู้ม! ลงไปในสระน้ำ แล้วปีนขึ้นตามสเต็ปของบ่อน้ำพุ ซึ่งช็อตที่ได้มาจริงๆ ไม่ใช่ช็อตที่ทั้งสองพระองค์จูบครั้งแรกเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นเราใจเสียเลยเพราะไม่ทันช็อตนี้ กระโดดลงน้ำมาแล้วด้วย ที่จำได้คือตาเราไม่ยอมออกจาก View finder เลย ทุกคนก็ตะโกน ‘Kiss again, kiss again’ ในที่สุดก็ได้ภาพประวัติศาสตร์นั้นมา

Royal Wedding

“เมื่อเหตุการณ์จบลง ช่วงที่เราปีนออกมาจากน้ำพุก็มีคนเดินเข้ามาหาเรา เขาก็ถามว่าเราถ่ายภาพไปเพื่ออะไร ถ่ายให้ใครหรือเปล่า อาจจะเพราะหน้าตาเราดูเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ตอนนั้นคิดในใจว่าต่อให้เป็นตำรวจมาจับเราก็ยอม จะปรับอะไรก็ได้ แต่ขอว่าอย่าลบรูปผม” โอ๊ตบอกว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของเขา เพราะนอกจากจะได้รูปที่สมบูรณ์อย่างที่ตั้งใจ เขายังเป็นช่างภาพเพียงไม่กี่คนในโลกและเป็นเพียงคนเดียวในไทยที่เป็นเจ้าของชุดภาพประวัติศาสตร์นี้

โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ Royal Wedding

The Royal Wedding 2018

Prince Harry and Meghan Markle

I Will

คุณอาจจะสงสัยเหมือนกันกับเราว่า ด้วยชื่อเสียงช่างภาพระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากบ่าวสาวบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งไทยและเทศ รวมถึงรางวัลภาพถ่ายจากสมาคมช่างภาพงานแต่งของโลก อะไรทำให้โอ๊ตตัดสินใจใช้แผนการเดิม เดินทางไปเก็บภาพงานพระราชพิธีเสกสมรสประหนึ่งช่างภาพธรรมดาๆ คนหนึ่ง

“เพราะมันยืดหยุ่นกว่ากันเยอะเลย แทนที่จะทำเรื่องขอเข้าไปถ่ายแบบทางการที่จะต้องอยู่ประจำจุดที่อนุญาต ซึ่งขยับย้ายไปไหนมาไหนอย่างที่อยากทำไม่ได้ เราก็เลยไปอย่างเงียบๆ เพราะอยากได้ภาพบรรยากาศในอีกมุมที่มีชีวิตชีวามากกว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ เพราะรูปภาพชุดนี้คงไม่ได้ทำให้ผมโด่งดังขึ้นในการเป็นช่างภาพงานแต่ง ไม่เลย ไม่เกี่ยวกัน ผมแค่เป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับงานประวัติศาสตร์ อย่างน้อยคนจะรู้ว่ามีคนไทยมีภาพชุดนี้เหมือนกัน” โอ๊ตตอบพร้อมย้ำว่าเขาวางแผนเตรียมตัวดีกว่าเก่า ซึ่งอันดับแรกก็คือการเตรียมตัวเรื่องอุปกรณ์

“คราวนี้เราเตรียมกล้องไป 2 ตัว ใช้เลนส์เทเลให้ซูมได้ไกลขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Canon เมื่อมีกล้องที่เหมือนถ่ายบอล ก็ต้องเตรียมชุดเหมือนถ่ายบอลไปด้วย เตรียมขาตั้งกล้องแบบขาเดียว และซ้อมแบกกล้อง จากนั้นวางโปรแกรมเส้นทาง ตอนแรกตั้งใจจะเช่าบ้านที่วินด์เซอร์เพื่อสะดวกในการเดินทางและเก็บของ แต่เห็นราคาบ้านเช่าที่เป็นแสนก็เลยล้มแผนนี้ไป แล้วใช้วิธีเดินทางด้วยรถไฟ ซึ่งที่พักใกล้สุดในราคาที่รับได้คือเดิน 30 นาทีจากสถานีรถไฟ สำหรับเส้นทางพิธีในวันงานนั้นก็ยาวใช้ได้ เราก็ต้องไปดูสถานที่จริงเพื่อสำรวจก่อนว่าจะอยากได้ฉากพื้นหลังแบบไหน จุดที่ยืนอยู่จะย้ายไปอีกจุดได้ขนาดไหน”

I Do, I Do

“รอบนี้บอกเลยว่ายากกว่ารอบที่แล้วมากๆ เพราะสถานที่ที่วินด์เซอร์แคบกว่าที่ลอนดอนมาก

การเดินทางจำกัด สิ่งที่เจอหน้างาน ความไม่แน่นอนของทุกอย่าง เรามาสำรวจเส้นทางวางแผนล่วงหน้า 3 วันก่อนวันงาน รวมวันนี้ที่ถ่ายจริงแล้วเป็น 4 วัน ซึ่งเราเปลี่ยนแผนกันทุกวันจนวินาทีสุดท้าย ถึงเลือกตำแหน่งที่เราจะไปถ่ายรูป ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Victoria Barracks เป็นจุดที่ขบวนสวนสนามออกไปรับเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนที่พระราชวังวินด์เซอร์ เลือกจุดนี้เพราะคิดว่าน่าจะได้ภาพที่เล่าเรื่องของการออกไปรับและกลับเข้ามาพระราชวัง”

Royal Wedding Royal Wedding Royal Wedding

โอ๊ตเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า การเก็บภาพพิธีเสกสมรสครั้งนี้มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำให้การทำงานค่อนข้างจำกัดกว่าคราวที่แล้วมาก และมีปัญหาที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่ตลอด เช่น การเป็นคนไทยที่เมื่อเทียบความสูงกับคนส่วนใหญ่ในบริเวณนั้นแล้วแพ้ราบคาบ ยิ่งเจอกับโทรศัพท์มือถือ ไม้เซลฟี่ คนโบกธง โอ๊ตเลยตัดสินใจหนึ่งวันก่อนวันงานซื้อเก้าอี้พับตัวหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้

“สำคัญที่สุดคือ จังหวะของขบวนรถม้าพระที่นั่งเสด็จฯ มานั้นเร็วมาก ประกอบกับขบวนมีลักษณะเกาะกลุ่มกัน ระยะห่างของทหารม้านำขบวนและรถม้าพระที่นั่งอยู่ติดกันมาก ทำให้เราไม่เห็นว่าพระองค์เสด็จฯ มาแล้วหรือยัง รู้ตัวอีกทีคือ รถพระที่นั่งอยู่ตรงหน้าเราแล้ว จังหวะที่ยกกล้องขึ้นมา ทั้งสองพระองค์หันพระพักตร์ไปอีกด้าน เราก็ยิ่งลุ้นเข้าไปใหญ่ โชคดีที่พระองค์มาพอดี วินาทีนั้นเรากดชัตเตอร์รัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เรามีเวลาแค่ 4 วินาทีสำหรับภาพช็อตนี้”

Royal Wedding

“สำหรับเรา เราพอใจมากนะ การรอคอย 8 ชั่วโมงเพื่อ 4 วินาทีนี้ที่คุ้มค่ามาก เราดีใจที่เป็นคนหนึ่งที่มีภาพพิธีเสกสมรสของทั้งสองรัชทายาทแห่งราชวงศ์อังกฤษ”

Royal Wedding Royal Wedding สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะ

“สิ่งที่ประทับใจ เรื่องแรกคือ คนที่อยู่รอบๆ เรานั่งรถไฟเที่ยวแรกจากที่พักมาถึงที่นี่ 6 โมงเช้า สิ่งที่พบก็คือคนที่มาร่วมงานราชพิธีเสกสมรสรอบนี้เดินทางมาจากทั่วโลกจริงๆ ทุกคนที่อยู่รอบตัวเรามาด้วยใจจริงๆ แม้จะมาจากต่างที่ต่างถิ่นกัน แต่เป็นกันเองและช่วยเหลือกันดีมากๆ เรื่องที่สองคือ ทิม เป็นตำรวจประจำตรงจุดที่เรายืนอยู่ ซึ่งทิมจะคอยอัพเดตสถานการณ์ และพูดคุยเล่นกับทุกคนที่มารอ สร้างบรรยากาศให้ทุกคนรู้สึกสนุกสนาน และเรื่องสุดท้ายคือ บรรยากาศ สังเกตเลยว่ารอบนี้ทุกคนแต่งตัวจัดเต็มมาก มีการคิดเครื่องแต่งกายกันมาเต็มที่ แต่งตัวเป็นดาราคนดัง เด็กๆ แต่งตัวเป็นเจ้าสาวน่ารักๆ เหมือนทุกคนมาร่วมงานแต่งงานนี้จริงๆ ทุกคนสนุกกับการเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีนี้”

Royal Wedding Royal Wedding

โอ๊ต ชัยสิทธฺ์

Now and Forever

“จุดที่ยากที่สุดคือการต้องตัดสินใจในแต่ละวินาที คิดอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะทำอะไร เหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นต้องยกกล้องขึ้นมานะ เพราะช็อตนี้กำลังจะเล่าเรื่องอะไรบางอย่าง ช็อตนี้ต้องวิ่งมุดแล้วนะ ช็อตนี้ต้องกระโดดลงน้ำแล้วนะ เราไม่รู้หรอกว่าถูกหรือผิด ทั้งหมดเป็นเรื่องสัญชาตญาณ และความเชื่อของเราที่มองเห็นคุณค่าของการถ่ายภาพ เราเห็นคุณค่าว่าภาพนี้จะเป็นอย่างไร บางคนอาจจะมองว่าภาพตรงหน้าเป็นแบบนี้ ฉันจะถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ ฉันโอเคแล้ว แต่สำหรับผม ผมอยากได้ภาพที่อยู่ในฟอร์แมตที่ผมคิดว่าดีที่สุด ผมสามารถพิมพ์ภาพออกมาได้” โอ๊ตเล่า

ก่อนจะทิ้งท้ายเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับใครที่สนใจอยากเปิดโอกาสให้ตัวเองเข้าไปเก็บภาพเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ดูบ้างดังนี้

“ลำดับแรกคือทำตัวเองให้คล่องตัวที่สุด ใส่รองเท้าที่สบายเพราะยืนเยอะ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยจากบ้าน เรื่องนี้สำคัญมาก อีกเรื่องพูดไปก็อาจจะเข้าตัว อย่าพะรุงพะรัง แต่ที่เตรียมไปตอนนี้ก็พะรุงพะรังใช้ได้เลย พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมอาหารหรือขนมไว้จิบๆ เพราะไม่รู้ว่าจะนานเท่าไหร่”

โอ๊ต ชัยสิทธิ์

ภาพ :   ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี
Copyright: OAT-CHAIYASITH
www.oat-chaiyasith.com
IG: oat_chaiyasith

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.65 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load