กาแฟที่อร่อยที่สุดในโลกคือกาแฟที่ไหน?

ไม่น่ามีคำตอบสำหรับคำถามนี้แน่นอนครับ

กาแฟอร่อยขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนดื่มเป็นหลัก

แต่ถ้าหากจะถามว่ากาแฟที่ดีเป็นอย่างไร มันก็พอมีคำตอบอยู่ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

เวลาเข้าไปในร้านกาแฟ เราจะได้ยินชื่อเมล็ดกาแฟเป็นชื่อประเทศต่างๆ เช่น บราซิล โคลอมเบีย เคนย่า เอธิโอเปีย คุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นบ้าง แต่ถ้าแยกให้ละเอียดลงไปอีก เราจะได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยเลยเช่นชื่อเขตปลูก ชื่อไร่ ชื่อสวน หรือแหล่งผลิตกาแฟ ไร่ไหนสวนไหนปลูกกาแฟ และมีกระบวนการทำกาแฟที่ดีก็มักจะได้รับความสนใจ และถูกรุมซื้อด้วยราคางาม

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้กาแฟไทยกำลังถูกพัฒนากันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการไปพัฒนาร่วมกับคนปลูกกาแฟ ผลที่เห็นตอนนี้คือกาแฟไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
แล้วถ้าถามว่ากาแฟไทยที่ไหนอร่อยที่สุด ก็ไม่น่ามีคำตอบให้คำถามนี้เช่นกันครับ แต่ต้องบอกว่ากาแฟไทยมีหลายแหล่งปลูกที่เข้าขั้นมาตรฐานที่โลกยอมรับแล้ว

เคยได้ยินชื่อ ‘อมก๋อย’ ไหมครับ

 

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง สูงในระดับที่ปลูกกาแฟได้ อมก๋อยอยู่ในหุบเขา มีถนนหลวงเข้าสู่ตัวเมืองแค่ทางเดียว เมื่อสัก 20 – 30 ปีก่อน พอเข้าหน้าฝนอมก๋อยแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลยก็ว่าได้ แต่ในความห่างไกลจากผู้คน สภาพอากาศ และภูมิประเทศชั้นเลิศ ส่งผลให้อมก๋อยเป็นแหล่งที่เหมาะสมกับการปลูกพืช เรียกว่าปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตที่ดีออกมา อมก๋อยเคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ของไทยแต่ถูกกวาดล้างจนหมด และถูกทดแทนด้วยการปลูกพืชชนิดอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือกาแฟ

แต่กาแฟอมก๋อยเริ่มเป็นที่รู้จักก็เมื่อไม่นานนี้เอง สำหรับผม เริ่มรู้จักอมก๋อยจากชื่อ Sopa’s Estate ที่เริ่มต้นดูแลทั้งหมดโดยผู้หญิงตัวเล็กคนเดียวที่ชื่อ โสภา-บงกชษศฎา ไชยพรหม
พี่โสภาเห็นกาแฟในอมก๋อยมาตั้งแต่กาแฟต้นแรกถูกปลูกลงในดินของอมก๋อย แต่หันมาสนใจเรื่องกาแฟจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งที่ผมชอบในตัวพี่โสภาคือ อยู่ๆ เธอคิดจะทำกาแฟก็ลงมือทำโดยไม่ได้มีความรู้อะไรเลย ในตอนเริ่มต้นพี่โสภาใช้เงินเก็บที่มีซื้อสวนต่อจากคนอื่น ในสวนนั้นมีพืชหลายชนิด รวมถึงกาแฟ พี่โสภาเล่าว่า ที่ผ่านมา ใช้วิธีอ่านหนังสือกับถามผู้รู้เวลาที่ทำตามตำราแล้วไม่ได้ผลเท่านั้น

ช่วงแรกที่พี่โสภาเอากาแฟที่ตัวเองทำไปส่งขาย หลายครั้งก็ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลเรื่องคุณภาพต่างๆ นานา จนทำให้เธอคิดว่าวันหนึ่งอยากจะทำกาแฟอมก๋อยให้มีคุณภาพดีและเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่านี้
พี่โสภาลองส่งกาแฟของตัวเองเข้าไปประกวดในงานประกวดเมล็ดกาแฟของไทย เหตุผลที่ส่งประกวดก็เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่ทำมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ในปีแรกๆ กาแฟที่เธอลงมือทำได้มาด้วยความรู้จากการอ่านทั้งหมด และอยู่ในระดับดีจนน่าพอใจ พี่โสภารวบรวมข้อผิดพลาดที่ได้รับมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมส่งประกวดอีกครั้งในปีถัดไป

พัฒนาการที่ก้าวกระโดดทำให้กาแฟจาก 2 หมู่บ้านของอมก๋อยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 3 ในปีเดียวกัน หลังจากปลูกปั้นมา 5 ปีเต็ม

กาแฟอมก๋อยของพี่โสภาได้อันดับที่ 1 ได้รับการประมูลต่อไปโดย ตู๋-ต่อพงศ์ ตันตราภรณ์ เจ้าของแบรนด์ Espressoman Supply ในราคาสูงลิ่ว และทำให้พี่ตู๋เริ่มสังเกตเห็นว่า กาแฟจากตอนใต้ของเชียงใหม่จะต้องมีอะไรไม่ธรรมดาแน่นอน

พี่ตู๋ถึงกับต้องขึ้นมาหาพี่โสภาถึงอมก๋อยเพื่อดูว่าทำไมกาแฟของที่นี่ถึงมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นได้ขนาดนี้ นอกจากจะเห็นว่าสภาพแวดล้อมของอมก๋อยนั้นดีเพราะอยู่ไม่ห่างจากป่าสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดของไทยและพม่า ความบริสุทธิ์ของทั้งดินและป่าก็ส่งผลต่อกาแฟให้มีรสชาติเฉพาะตัว

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ผมขึ้นมาเชียงใหม่ในช่วงนอกฤดูกาลทำกาแฟ เพื่อที่จะไปอมก๋อยกับพี่ตู๋ซึ่งขึ้นมาทำวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ วิสาหกิจชุมชนที่ทั้งที่พี่ตู๋และพี่โสภาร่วมกันสร้างขึ้น

ทั้งคู่บอกผมว่า ที่ตั้งอมก๋อยบีนส์ขึ้นก็เพราะอยากพัฒนากาแฟของอมก๋อยและสนับสนุนกาแฟไทยให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ป่า

พี่ตู๋และพี่โสภาขับรถขึ้นไปดูต้นกาแฟที่เพิ่งเริ่มปลูกใหม่ อากาศบนดอยที่ปลูกกาแฟผิดกับด้านล่างลิบลับ ฝน หมอก และอากาศเย็น เริ่มเข้ามาปกคลุม จากดินเริ่มเปลี่ยนเป็นโคลน การขับรถขึ้นมาต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าด้วยทางที่ค่อนข้างทุลักทุเล รถจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจนถึงสวน คนก็ต้องเปลี่ยนไปใช้รองเท้าเดินป่าแทนผ้าใบธรรมดา ที่สำคัญ ต้องแต่งกายให้มิดชิด เพราะสวนกาแฟที่อุดมสมบูรณ์นั้นไม่ต่างจากป่า ไม่ใช้ยาและสารเคมี เป็นแหล่งชุมนุมของตัวชี้วัดความบริสุทธิ์อย่างทากเป็นจำนวนมาก
อมก๋อยบีนส์เชื่อเรื่องป่า เมื่อป่าที่สมบูรณ์คือหัวใจที่ทำให้กาแฟของอมก๋อยรสชาติดี ก็เลยชวนเกษตรกรมาช่วยกันปลูกกาแฟ และช่วยกันปลูกป่าเพื่อดูแลป่าไปด้วยเสียเลย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ปลูก

อมก๋อยบีนส์ เป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนที่ทำตั้งแต่คัดเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ดี เพาะต้นกล้า แล้วนำไปปลูก ช่วยลงไปจัดการสวน ช่วยตกแต่งสวน เพื่อให้ได้ต้นกาแฟที่สุขภาพดีที่สุด รวมถึงแนะนำการเก็บเกี่ยว อย่างที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน มีการทดลองเก็บเมล็ดกาแฟในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงตามคำแนะนำของ เอโกะ-Eko Purnomowidieko ผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนากาแฟชาวอินโดนีเซีย ที่ใช้หลักการข้างขึ้นข้างแรม เพราะเมื่อพระจันทร์เต็มดวงพืชจะดูดน้ำไปสู่ลำต้น ใบ และผล มากที่สุด ช่วงนั้นจึงเหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวกาแฟ
จำได้ว่าตอนหนึ่งขณะที่นั่งคุยกัน พี่ตู๋หยิบกาแฟซองที่เขียนว่า Full Moon ขึ้นมาดริปกินกลางวงสนทนา พอได้จิบเข้าไป รสที่ค่อนข้างชัดและแตกต่างจากกาแฟไทยที่ผ่านมาทำให้ผมถึงกับต้องคว้าซองมาถ่ายรูปบันทึกเอาไว้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

โพรเซส

เป็นหน้าที่หลักของ Sopa’s Estate ของพี่โสภาในการคัดเลือกกาแฟด้วยตัวเองถึงสวนของลูกสวนที่ขายผลกาแฟให้ พี่โสภารับซื้อจากชาวสวนกาแฟทั่วอมก๋อยด้วยราคาที่สูงกว่าปกติ แต่ต้องแลกด้วยการคัดเลือกที่ละเอียดอ่อนมากๆ เช่น ดูสีที่แดงของผลที่เก็บมาได้ ต้องเก็บด้วยมืออย่างถูกวิธี ผลกาแฟต้องสีแดงฉ่ำหมดทั้งลูก ไม่ติดสีเขียวมาเลย และเมื่อเก็บได้ต้องนำมาส่งทันที แม้จะเก็บได้ปริมาณที่ไม่ได้เยอะมาก พี่โสภายอมเสียค่าขนส่งให้เพื่อจะได้กาแฟสดๆ ไปผ่านกระบวนการล้าง ปอกเปลือก หมัก ขัดเมือก และตากต่อทันที และยังเปิดโรงตากให้เกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ได้อีกด้วย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ชิม

คนปลูกกาแฟแทบไม่เคยรู้ว่ากาแฟที่ตัวเองส่งต่อนั้นรสชาติเป็นอย่างไร พี่โสภาจึงสร้างร้านกาแฟเล็กๆ ในตัวอำเภออมก๋อยไว้ให้เกษตรกรลูกสวนได้ชิมกาแฟของตัวเองแบบง่ายๆ

เมื่อทำโครงการ ‘อมก๋อยบีนส์’ พี่ทั้งสองคนเลยพัฒนาให้มีศูนย์การเรียนรู้เรื่องกาแฟเสียเลย โดยมี Espressoman Supply ซัพพอร์ตเรื่องอุปกรณ์ให้ทั้งหมด มีเครื่องคั่วขนาดเล็กเพื่อใช้คั่วกาแฟชิมได้ทันที ไม่ต้องส่งลงมาคั่วในเมืองแล้วส่งกลับมาชิมเหมือนที่ผ่านๆ มา รวมถึงสอนให้คนปลูกกาแฟได้ชิมกาแฟเพื่อเปรียบเทียบรสและแยกความแตกต่างระหว่างกาแฟแต่ละชนิดได้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟประมูล

วิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์จัดประมูลเมล็ดกาแฟทุกๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าถึงเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากความตั้งใจของเกษตรกรหลายหมู่บ้านของอมก๋อย รายได้จากการประมูล 10% จะนำมาเข้าสู่กองทุนของวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมเกษตรกร และนำไปจัดกิจกรรมของวิสาหกิจชุมชนต่อไป

เมื่อผมได้ขึ้นมาเห็นอมก๋อยด้วยตัวเอง ได้ชิมกาแฟจากหมู่บ้านต่างๆ ในอมก๋อยที่รวบรวมโดยวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ ผมจึงเห็นปัจจัยต่างๆ ที่จะพัฒนากาแฟที่เคยได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งข้อได้เปรียบเรื่องป่า ธรรมชาติ และอากาศ ที่ดีกว่าแหล่งปลูกกาแฟอื่นๆ หลายที่ เรื่องของคนก็สำคัญไม่แพ้กัน โมเดลการให้ความรู้และทดลองไปด้วยกันทั้งระบบช่วยทำให้กาแฟที่คิดว่าดีมากแล้วนั้นยิ่งดีขึ้นในแบบยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

กาแฟที่เห็นตรงกันว่าอร่อยตั้งแต่คนปลูก คนทำกาแฟ จนถึงคนดื่มกาแฟ อาจจะนับว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดก็ได้ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

นับตั้งแต่ ‘ภาวะโลกร้อน’ เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญโดยนักสิ่งแวดล้อม ‘ความยั่งยืน’ ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่ดังคู่กันมาในฐานะหนทางที่จะช่วยให้รอดจากวิกฤตคำแรก

ยิ่งเมื่อโลกใบเดิมถูกซ้ำเติมด้วยมหันตภัยไวรัสโคโรนา แนวคิดเรื่องความยั่งยืนจึงฝังรากลงในความตระหนักรู้ของคนทั่วไป กลายเป็นวาระระดับสากลที่ทุก ๆ วงการยึดถือเป็นหลักใหญ่ในการขับดันไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ภาคธุรกิจจึงตกผลึกแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาลที่ดี (Governance) หรือ ‘ESG’ ซึ่งกำลังผงาดขึ้นมาเป็นมาตรฐานสากลในการดำเนินกิจการของนานาอารยประเทศ

เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ไม่เฉพาะผู้ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม และการทำธุรกิจยุคนี้ก็ไม่ใช่แค่วัดผลกำไรหรือขาดทุน การรักษาทรัพยากรคน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปสู่คนรุ่นหลังก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ทำการค้าควรพิจารณาถึง เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจของตนในวันหน้า

เมื่อความยั่งยืนทางสังคมและธุรกิจโคจรมาบรรจบกัน จึงเป็นที่มาของเวทีสัมมนา ‘ทายาทรุ่นสอง : ESG’ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ESG มากหน้าหลายตา มาร่วมให้ความรู้เรื่องความยั่งยืน แนวโน้มธุรกิจยุคใหม่ ตลอดจนเคล็ดวิธีการปรับตัวของนักธุรกิจรุ่นลูกหลานที่จะขึ้นมารั้งบังเหียนต่อไปในวันที่โลกเปลี่ยนแปลง

เห็นได้จากประโยคเด็ดแฝงแง่คิดทั้ง 10 ประโยคที่ The Cloud คัดเอามาเล่าสู่กันฟังในบทความนี้

12 บทเรียนด้านความยั่งยืนจากงานสัมมนา ‘ทายาทรุ่นสอง : ESG’ ที่คนทำธุรกิจยุคนี้ควรรู้

บทเรียนข้อที่ 1
“เราไม่ได้อยู่ในยุค Climate Change แต่อยู่ในยุค Climate Crisis”

คุณอนันตชัย ยูรประถม

12 บทเรียนด้านความยั่งยืนจากงานสัมมนา ‘ทายาทรุ่นสอง : ESG’ ที่คนทำธุรกิจยุคนี้ควรรู้

คำพูดที่ฟังน่าหวั่นใจของผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (SBDi) มาพร้อมกับสถิติต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาไม่สมดุล เมื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงมาก ทุกอย่างก็ส่งผลต่อธุรกิจ ในยามปกติการบริหารงานเป็นเรื่องเฉพาะของบริษัท แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ธุรกิจอื่นก็ให้ความสนใจต่อคู่ค้าว่าจะฝ่าฟันปัญหาวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไปได้อย่างไร ผู้ทำการค้ายุคนี้จึงควรใส่ใจเรื่องเหล่านี้ นอกเหนือจากผลการค้าด้วย

บทเรียนข้อที่ 2
“แค่เปลี่ยนหลอดไฟแล้วไม่ระวังเรื่องความปลอดภัย ก็ไม่ผ่านหลักสิทธิมนุษยชน”

คุณอนันตชัย ยูรประถม

“คนทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และควรมีสิทธิที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและจิตใจ แค่บริษัทให้ลูกจ้างใช้เก้าอี้ขาพิการต่อขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ ก็ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว”

หัวใจของ ESG โดยเฉพาะ S และ G นั้นผูกพันกับหลักสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติอย่างแยกกันไม่ออก ผู้อำนวยการอนันตชัยได้ยกตัวอย่างนโยบายและการทำ CSR ที่ขัดต่อหลักการนี้หลายกรณี พร้อมทั้งชี้ให้เห็นกันชัด ๆ ว่าเหตุใดจึงประสบความล้มเหลวและได้รับกระแสตอบรับด้านลบเอามาก

บทเรียนข้อที่ 3
“ถ้าเรามองด้วยแว่นของความรอบคอบบวกกับวิสัยทัศน์ ทุกอย่างเป็นโอกาสได้หมด”

คุณสฤณี อาชวานันทกุล

12 บทเรียนด้านความยั่งยืนจากงานสัมมนา ‘ทายาทรุ่นสอง : ESG’ ที่คนทำธุรกิจยุคนี้ควรรู้

ท่ามกลางความกังวลต่อการเทรนด์ธุรกิจโลกที่ ESG กำลังมาแรง นักวิชาการอิสระและผู้ก่อตั้งบริษัท ป่าสาละ จำกัด ได้แนะนำวิธีการปรับตัวในยุคนี้ว่าเจ้าของธุรกิจต้องประเมินปัจจัยเสี่ยง ESG อย่างรอบด้าน มองให้ชัดว่ากิจการสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างไร และมีปัจจัยภายนอกใดที่กระทบต่อบริษัทของเราบ้าง การฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า หรือชุมชน ก็เป็นประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากเจ้าของกิจการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาประกอบกัน ก็จะมองเห็นโอกาสในทางธุรกิจได้อย่างแน่นอน

บทเรียนข้อที่ 4
“E-S-G ต้องมีเป้าหมาย ถ้ามีเป้าหมาย จะทำได้ชัดเจนมากขึ้น”

คุณอนัฆ นวราช

12 บทเรียนด้านความยั่งยืนจากงานสัมมนา ‘ทายาทรุ่นสอง : ESG’ ที่คนทำธุรกิจยุคนี้ควรรู้

ทายาทรุ่นสามของโรงแรมและสถานที่พักผ่อนเก่าแก่ในจังหวัดนครปฐมอย่าง สวนสามพราน เป็นคนรุ่นแรกของครอบครัวที่ได้นำวิธีการแบบ ESG มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจดั้งเดิมของคุณตาคุณยายได้อย่างเห็นผล คุณอนัฆเล่าจากประสบการณ์ตรงของตนว่าการแยกแยะเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลออกจากกันจะช่วยให้เห็นผลชัดยิ่งขึ้น พลางเทียบให้เห็นว่าอะไรคือ E, S และ G ที่เขาได้ปลูกฝังให้กับสามพรานโมเดลของตนเอง เช่น การทำเกษตรอินทรีย์ให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี และการทำให้ลูกค้าได้ทราบข้อเท็จจริงของสินค้า เพื่อให้แบรนด์เขามีความโปร่งใส จับต้องได้

บทเรียนข้อที่ 5
“ผมมองเป็นเรื่องต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ”

คุณอนัฆ นวราช

นอกจากสวนสามพรานที่คุณอนัฆกลับมาสานต่อกิจการที่ครอบครัวได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 60 ปีก่อนแล้ว ทายาทสวนสามพรานรุ่นหลานคนนี้ยังแตกหน่อธุรกิจของตระกูลออกเป็นแบรนด์ Patom Organic Living เมื่อปี 2558 ซึ่งมีทั้งฟาร์ม โรงงาน ตลาดขายผลิตภัณฑ์ และคาเฟ่ที่วางอยู่บนฐานความยั่งยืนด้วย

“ถ้ามองเป็นเรื่องต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น” ผู้ให้กำเนิดชื่อยี่ห้อ Patom ขยายว่าต้นน้ำของเขาคือการเพาะปลูกที่ดี สามารถทำให้ผู้บริโภครู้จักและไว้ใจผู้ปลูกได้ กลางน้ำนั้นคือโรงงานที่ผลิตได้มาตรฐานสากล ส่วนปลายน้ำคือผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้าได้ในราคาเป็นธรรม ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ตัวเขาได้หมักบ่มจากการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน

บทเรียนข้อที่ 6
“Small Step Makes Big Differences”

คุณพิมภัทรา ทันด่วน

ข้อคิดบางส่วนจากเหล่าวิทยากรงานทายาทรุ่นสอง 2022 ที่บ่งบอกว่าการดำเนินธุรกิจรุ่นใหม่ต้องควบคู่ไปกับความยั่งยืน

Practika โรงงานออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง ถือกำเนิดขึ้นและดำเนินกิจการมาหลายสิบปีด้วยแนวคิดที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีใครรณรงค์เรื่อง ESG ในฐานะผู้มาก่อนกาล คุณพิมภัทรา เจ้าของโรงงานรุ่นที่สองได้แนะนำเคล็ดลับการทำ ESG ในองค์กรด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน อย่างเช่นการรียูสกระดาษ ก่อนขยับขยายสู่ขั้นตอนที่ยากกว่า เช่นหาผู้เป็นแบบอย่างในบริษัท ลำพังคำพูดแค่คนเดียวอาจไม่มีผลต่อส่วนรวมมากนัก แต่ถ้าทุกคนได้เริ่มลงมือทำ และมีการสื่อสารที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ความแตกต่างก็จะเกิดขึ้น สมดังคติ “Small step makes big differences”

บทเรียนข้อที่ 7
“ทุกอย่างที่เราทำ เราต้องกลับคืนสู่พนักงาน”

คุณพิมภัทรา ทันด่วน

ไม่ว่าฝุ่น เหล็ก ไม้ กระดาษ หรือใด ๆ ก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นขยะของเหลือทิ้ง Practika จะนำไปแปรรูปหรือขายต่อให้ได้เม็ดเงินกลับมาเสมอ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นคุณประโยชน์ต่อพนักงานนับร้อย ๆ คน สิ่งนี้คุณพิมภัทราได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยุคคุณพ่อที่ได้ซื้อไซโลดูดฝุ่นขนาดใหญ่มาตั้งแต่ 33 ปีก่อน เพราะไม่ต้องการให้พนักงานซึ่งเป็นเสมือนคนในครอบครัวต้องทนสูดดมมลภาวะ เมื่อมาถึงรุ่นลูก เงินที่ได้รับจากการรีไซเคิลขยะก็ถูกนำกลับมาทำกิจกรรมสร้างความสุขแก่คนในองค์กร อาทิ การทำปุ๋ยอินทรีย์ให้ต้นไม้รอบโรงงาน เป็นผักผลไม้ที่สามารถเก็บกินได้ทุกชนิด

คงเพราะหลักธรรมาภิบาลเช่นนี้ พนักงานในรั้ว Practika หลายคนจึงสมัครใจทำงานอยู่กับโรงงานเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยเจ้าของเก่า จวบจนวันนี้ที่หลายคนมีอายุเป็นปู่เป็นตา

บทเรียนข้อที่ 8
“การช่วยเหลือสังคมเป็นสิ่งยากมาก ถ้าเราเห็นแต่ตัวเราเพียงอย่างเดียว”

คุณปิติ ภิรมย์ภักดี

กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เริ่มประเด็นได้น่าสนใจตั้งแต่ประโยคแรก เนื่องจากการลงทุนทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายและค่าเสียโอกาสไม่น้อย ผู้บริหารหลายคนคงมีความคิดว่ากำไรของบริษัทควรนำไปปันผลเป็นเงินโบนัสให้พนักงานหรือลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ จะเป็นประโยชน์กว่า แต่คุณปิติเชื่อว่าหากความคิดอย่างนี้ยังคงมีอยู่ ESG ก็คงไม่เกิดขึ้น ผู้ทำธุรกิจจึงควรมองถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง มิใช่ยึดความต้องการของผู้กระทำเป็นที่ตั้ง อย่างโจทย์ใหญ่ของบุญรอดฯ คือ จะเป็นองค์กรที่อยู่ร่วมกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างมีความสุขแบบยั่งยืน

บทเรียนข้อที่ 9
“ESG เริ่มต้นจากความจริงใจ”

คุณปิติ ภิรมย์ภักดี

ในอดีต กิจกรรมการทำ CSR อาจถูกมองเป็นเครื่องมือทำการตลาด หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ผู้ทำ แต่ ณ วันนี้ สภาพแวดล้อมและสังคมผันแปรไปด้วยผลกระทบจากหลาย ๆ ส่วน การจะทำ ESG หรือ CSR จำเป็นต้องมีความจริงใจก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยความสม่ำเสมอที่จะช่วยให้แผนการดังกล่าวบรรลุเป้าประสงค์ คุณปิติ ผู้ก่อตั้งโครงการ‘สิงห์อาสา’ โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ดำเนินงานมาร่วม 11 ปี ย้ำว่าการช่วยเหลือสังคมบางด้านอาจไม่มีคนเห็น แต่ถ้าคิดว่าดีก็ต้องเดินหน้าทำต่อไป ต้องมองให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาว่าคืออะไร และช่วยเหลือให้ครบทุกมิติ ที่สำคัญที่สุดคือต้องทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะเรียกว่ามีความจริงใจ และสังคมได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

บทเรียนข้อที่ 10
“รุ่นลูกจงมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่รุ่นพ่อทำ”

คุณปิติ ภิรมย์ภักดี

ปิดท้ายด้วยคำถามที่มีหลายคนสงสัย ว่าทายาทรุ่นที่สี่ของผู้ผลิตเบียร์สิงห์เคยพบปัญหาระหว่างวัยกับคนรุ่นพ่อแม่บ้างหรือไม่? คุณปิติตอบชัดว่าสำหรับตัวเขา สถานะไม่ใช่ปัญหา แต่คือมุมมองที่ต่างกันด้วยวัยและประสบการณ์ชีวิต

คนรุ่นลูกต้องขอบคุณสิ่งที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่สร้างมาให้จนถึงวันที่ส่งไม้ต่อ การทำงานกับคนรุ่นก่อน มีทั้งบทบาทของสมาชิกครอบครัว และบทบาทของเพื่อนร่วมงาน ต้องแยกแยะ 2 บทบาทนี้ให้ชัดเจน อยู่ที่ทำงานก็สื่อสารกันแบบเพื่อนร่วมงาน อยู่ที่บ้านก็คุยแบบคนในครอบครัว ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทำธุรกิจต้องการความคิดเห็นหรือมุมมองที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้จะสามารถนำมาประสานต่อยอดเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้ 

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load