กาแฟที่อร่อยที่สุดในโลกคือกาแฟที่ไหน?

ไม่น่ามีคำตอบสำหรับคำถามนี้แน่นอนครับ

กาแฟอร่อยขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนดื่มเป็นหลัก

แต่ถ้าหากจะถามว่ากาแฟที่ดีเป็นอย่างไร มันก็พอมีคำตอบอยู่ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

เวลาเข้าไปในร้านกาแฟ เราจะได้ยินชื่อเมล็ดกาแฟเป็นชื่อประเทศต่างๆ เช่น บราซิล โคลอมเบีย เคนย่า เอธิโอเปีย คุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นบ้าง แต่ถ้าแยกให้ละเอียดลงไปอีก เราจะได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยเลยเช่นชื่อเขตปลูก ชื่อไร่ ชื่อสวน หรือแหล่งผลิตกาแฟ ไร่ไหนสวนไหนปลูกกาแฟ และมีกระบวนการทำกาแฟที่ดีก็มักจะได้รับความสนใจ และถูกรุมซื้อด้วยราคางาม

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้กาแฟไทยกำลังถูกพัฒนากันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการไปพัฒนาร่วมกับคนปลูกกาแฟ ผลที่เห็นตอนนี้คือกาแฟไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
แล้วถ้าถามว่ากาแฟไทยที่ไหนอร่อยที่สุด ก็ไม่น่ามีคำตอบให้คำถามนี้เช่นกันครับ แต่ต้องบอกว่ากาแฟไทยมีหลายแหล่งปลูกที่เข้าขั้นมาตรฐานที่โลกยอมรับแล้ว

เคยได้ยินชื่อ ‘อมก๋อย’ ไหมครับ

 

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง สูงในระดับที่ปลูกกาแฟได้ อมก๋อยอยู่ในหุบเขา มีถนนหลวงเข้าสู่ตัวเมืองแค่ทางเดียว เมื่อสัก 20 – 30 ปีก่อน พอเข้าหน้าฝนอมก๋อยแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลยก็ว่าได้ แต่ในความห่างไกลจากผู้คน สภาพอากาศ และภูมิประเทศชั้นเลิศ ส่งผลให้อมก๋อยเป็นแหล่งที่เหมาะสมกับการปลูกพืช เรียกว่าปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตที่ดีออกมา อมก๋อยเคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ของไทยแต่ถูกกวาดล้างจนหมด และถูกทดแทนด้วยการปลูกพืชชนิดอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือกาแฟ

แต่กาแฟอมก๋อยเริ่มเป็นที่รู้จักก็เมื่อไม่นานนี้เอง สำหรับผม เริ่มรู้จักอมก๋อยจากชื่อ Sopa’s Estate ที่เริ่มต้นดูแลทั้งหมดโดยผู้หญิงตัวเล็กคนเดียวที่ชื่อ โสภา-บงกชษศฎา ไชยพรหม
พี่โสภาเห็นกาแฟในอมก๋อยมาตั้งแต่กาแฟต้นแรกถูกปลูกลงในดินของอมก๋อย แต่หันมาสนใจเรื่องกาแฟจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งที่ผมชอบในตัวพี่โสภาคือ อยู่ๆ เธอคิดจะทำกาแฟก็ลงมือทำโดยไม่ได้มีความรู้อะไรเลย ในตอนเริ่มต้นพี่โสภาใช้เงินเก็บที่มีซื้อสวนต่อจากคนอื่น ในสวนนั้นมีพืชหลายชนิด รวมถึงกาแฟ พี่โสภาเล่าว่า ที่ผ่านมา ใช้วิธีอ่านหนังสือกับถามผู้รู้เวลาที่ทำตามตำราแล้วไม่ได้ผลเท่านั้น

ช่วงแรกที่พี่โสภาเอากาแฟที่ตัวเองทำไปส่งขาย หลายครั้งก็ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลเรื่องคุณภาพต่างๆ นานา จนทำให้เธอคิดว่าวันหนึ่งอยากจะทำกาแฟอมก๋อยให้มีคุณภาพดีและเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่านี้
พี่โสภาลองส่งกาแฟของตัวเองเข้าไปประกวดในงานประกวดเมล็ดกาแฟของไทย เหตุผลที่ส่งประกวดก็เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่ทำมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ในปีแรกๆ กาแฟที่เธอลงมือทำได้มาด้วยความรู้จากการอ่านทั้งหมด และอยู่ในระดับดีจนน่าพอใจ พี่โสภารวบรวมข้อผิดพลาดที่ได้รับมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมส่งประกวดอีกครั้งในปีถัดไป

พัฒนาการที่ก้าวกระโดดทำให้กาแฟจาก 2 หมู่บ้านของอมก๋อยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 3 ในปีเดียวกัน หลังจากปลูกปั้นมา 5 ปีเต็ม

กาแฟอมก๋อยของพี่โสภาได้อันดับที่ 1 ได้รับการประมูลต่อไปโดย ตู๋-ต่อพงศ์ ตันตราภรณ์ เจ้าของแบรนด์ Espressoman Supply ในราคาสูงลิ่ว และทำให้พี่ตู๋เริ่มสังเกตเห็นว่า กาแฟจากตอนใต้ของเชียงใหม่จะต้องมีอะไรไม่ธรรมดาแน่นอน

พี่ตู๋ถึงกับต้องขึ้นมาหาพี่โสภาถึงอมก๋อยเพื่อดูว่าทำไมกาแฟของที่นี่ถึงมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นได้ขนาดนี้ นอกจากจะเห็นว่าสภาพแวดล้อมของอมก๋อยนั้นดีเพราะอยู่ไม่ห่างจากป่าสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดของไทยและพม่า ความบริสุทธิ์ของทั้งดินและป่าก็ส่งผลต่อกาแฟให้มีรสชาติเฉพาะตัว

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ผมขึ้นมาเชียงใหม่ในช่วงนอกฤดูกาลทำกาแฟ เพื่อที่จะไปอมก๋อยกับพี่ตู๋ซึ่งขึ้นมาทำวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ วิสาหกิจชุมชนที่ทั้งที่พี่ตู๋และพี่โสภาร่วมกันสร้างขึ้น

ทั้งคู่บอกผมว่า ที่ตั้งอมก๋อยบีนส์ขึ้นก็เพราะอยากพัฒนากาแฟของอมก๋อยและสนับสนุนกาแฟไทยให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ป่า

พี่ตู๋และพี่โสภาขับรถขึ้นไปดูต้นกาแฟที่เพิ่งเริ่มปลูกใหม่ อากาศบนดอยที่ปลูกกาแฟผิดกับด้านล่างลิบลับ ฝน หมอก และอากาศเย็น เริ่มเข้ามาปกคลุม จากดินเริ่มเปลี่ยนเป็นโคลน การขับรถขึ้นมาต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าด้วยทางที่ค่อนข้างทุลักทุเล รถจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจนถึงสวน คนก็ต้องเปลี่ยนไปใช้รองเท้าเดินป่าแทนผ้าใบธรรมดา ที่สำคัญ ต้องแต่งกายให้มิดชิด เพราะสวนกาแฟที่อุดมสมบูรณ์นั้นไม่ต่างจากป่า ไม่ใช้ยาและสารเคมี เป็นแหล่งชุมนุมของตัวชี้วัดความบริสุทธิ์อย่างทากเป็นจำนวนมาก
อมก๋อยบีนส์เชื่อเรื่องป่า เมื่อป่าที่สมบูรณ์คือหัวใจที่ทำให้กาแฟของอมก๋อยรสชาติดี ก็เลยชวนเกษตรกรมาช่วยกันปลูกกาแฟ และช่วยกันปลูกป่าเพื่อดูแลป่าไปด้วยเสียเลย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ปลูก

อมก๋อยบีนส์ เป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนที่ทำตั้งแต่คัดเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ดี เพาะต้นกล้า แล้วนำไปปลูก ช่วยลงไปจัดการสวน ช่วยตกแต่งสวน เพื่อให้ได้ต้นกาแฟที่สุขภาพดีที่สุด รวมถึงแนะนำการเก็บเกี่ยว อย่างที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน มีการทดลองเก็บเมล็ดกาแฟในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงตามคำแนะนำของ เอโกะ-Eko Purnomowidieko ผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนากาแฟชาวอินโดนีเซีย ที่ใช้หลักการข้างขึ้นข้างแรม เพราะเมื่อพระจันทร์เต็มดวงพืชจะดูดน้ำไปสู่ลำต้น ใบ และผล มากที่สุด ช่วงนั้นจึงเหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวกาแฟ
จำได้ว่าตอนหนึ่งขณะที่นั่งคุยกัน พี่ตู๋หยิบกาแฟซองที่เขียนว่า Full Moon ขึ้นมาดริปกินกลางวงสนทนา พอได้จิบเข้าไป รสที่ค่อนข้างชัดและแตกต่างจากกาแฟไทยที่ผ่านมาทำให้ผมถึงกับต้องคว้าซองมาถ่ายรูปบันทึกเอาไว้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

โพรเซส

เป็นหน้าที่หลักของ Sopa’s Estate ของพี่โสภาในการคัดเลือกกาแฟด้วยตัวเองถึงสวนของลูกสวนที่ขายผลกาแฟให้ พี่โสภารับซื้อจากชาวสวนกาแฟทั่วอมก๋อยด้วยราคาที่สูงกว่าปกติ แต่ต้องแลกด้วยการคัดเลือกที่ละเอียดอ่อนมากๆ เช่น ดูสีที่แดงของผลที่เก็บมาได้ ต้องเก็บด้วยมืออย่างถูกวิธี ผลกาแฟต้องสีแดงฉ่ำหมดทั้งลูก ไม่ติดสีเขียวมาเลย และเมื่อเก็บได้ต้องนำมาส่งทันที แม้จะเก็บได้ปริมาณที่ไม่ได้เยอะมาก พี่โสภายอมเสียค่าขนส่งให้เพื่อจะได้กาแฟสดๆ ไปผ่านกระบวนการล้าง ปอกเปลือก หมัก ขัดเมือก และตากต่อทันที และยังเปิดโรงตากให้เกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ได้อีกด้วย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ชิม

คนปลูกกาแฟแทบไม่เคยรู้ว่ากาแฟที่ตัวเองส่งต่อนั้นรสชาติเป็นอย่างไร พี่โสภาจึงสร้างร้านกาแฟเล็กๆ ในตัวอำเภออมก๋อยไว้ให้เกษตรกรลูกสวนได้ชิมกาแฟของตัวเองแบบง่ายๆ

เมื่อทำโครงการ ‘อมก๋อยบีนส์’ พี่ทั้งสองคนเลยพัฒนาให้มีศูนย์การเรียนรู้เรื่องกาแฟเสียเลย โดยมี Espressoman Supply ซัพพอร์ตเรื่องอุปกรณ์ให้ทั้งหมด มีเครื่องคั่วขนาดเล็กเพื่อใช้คั่วกาแฟชิมได้ทันที ไม่ต้องส่งลงมาคั่วในเมืองแล้วส่งกลับมาชิมเหมือนที่ผ่านๆ มา รวมถึงสอนให้คนปลูกกาแฟได้ชิมกาแฟเพื่อเปรียบเทียบรสและแยกความแตกต่างระหว่างกาแฟแต่ละชนิดได้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟประมูล

วิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์จัดประมูลเมล็ดกาแฟทุกๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าถึงเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากความตั้งใจของเกษตรกรหลายหมู่บ้านของอมก๋อย รายได้จากการประมูล 10% จะนำมาเข้าสู่กองทุนของวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมเกษตรกร และนำไปจัดกิจกรรมของวิสาหกิจชุมชนต่อไป

เมื่อผมได้ขึ้นมาเห็นอมก๋อยด้วยตัวเอง ได้ชิมกาแฟจากหมู่บ้านต่างๆ ในอมก๋อยที่รวบรวมโดยวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ ผมจึงเห็นปัจจัยต่างๆ ที่จะพัฒนากาแฟที่เคยได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งข้อได้เปรียบเรื่องป่า ธรรมชาติ และอากาศ ที่ดีกว่าแหล่งปลูกกาแฟอื่นๆ หลายที่ เรื่องของคนก็สำคัญไม่แพ้กัน โมเดลการให้ความรู้และทดลองไปด้วยกันทั้งระบบช่วยทำให้กาแฟที่คิดว่าดีมากแล้วนั้นยิ่งดีขึ้นในแบบยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

กาแฟที่เห็นตรงกันว่าอร่อยตั้งแต่คนปลูก คนทำกาแฟ จนถึงคนดื่มกาแฟ อาจจะนับว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดก็ได้ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ขึ้นชื่อว่า ‘เกลือ’ คุณศัพท์ที่มาต่อท้ายควรเป็น ‘เค็ม’ มิใช่ ‘หวาน’

แต่ ‘เกลือหวาน’ นั้นมีอยู่จริงที่จังหวัดปัตตานี

แม้นรสเกลือชนิดนี้จะไม่หวานเป็นน้ำตาลเหมือนอย่างชื่อ ถึงกระนั้นก็ไม่เค็มจนขมปากดังเช่นเกลือปกติ รสชาติเค็มพอเหมาะพอควรนี้เป็นเหตุให้เกลือปากอ่าวปัตตานีถูกคนในพื้นที่เรียกเป็นภาษามลายูว่า การัม มานิส (Garam Manis) ใส่คำบรรยายไทยได้ว่า ‘เกลือหวาน’

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

ชาวปัตตานีเคยทำการัม มานิส เพื่ออุปโภค บริโภค และส่งออกไปขายยังดินแดนข้างเคียงมานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรปาตานีที่รุ่งโรจน์ แต่แล้วในรอบหลายสิบปีหลัง ที่นาและชาวนาเกลือหวานกลับลดจำนวนลงอย่างน่าตกใจ ด้วยปัจจัยทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคม ผสมเข้าด้วยกัน

เพื่อรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านและสืบสานจิตวิญญาณแห่งเกลือหวานปัตตานี ใน พ.ศ. 2565 นี้ กลุ่มผู้จัดงานเทศกาลสร้างสรรค์ประจำปี Pattani Decoded 2022 เมื่อวันที่ 2 – 4 กันยายนที่ผ่านมา
ได้ยกเอาเกลือหวานเป็นธีมหลักประจำงาน พร้อมทั้งเชิญชวนเหล่าศิลปินมาร่วมสร้างผลงานให้เกิดความตระหนักรู้ต่อเกลือหวานไปด้วยกัน

คนหนึ่งซึ่งไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา ผู้ก่อตั้งโรงงานเซรามิกเบญจเมธา

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

“จุดเริ่มต้นคือเราถูกทาบทามให้มาแจมกับงาน Pattani Decoded ในปี 2019 แค่แจมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ปีนี้เราได้ดูแลในส่วนของงานคราฟต์ เราก็ว่าน่าจะสนุก แล้วเป็นธีมเกลือที่รู้สึกว่ามันดูสำคัญ”

ดีไซเนอร์มือทองจากอำเภอปะนาเระส่งยิ้มกว้าง พลางเริ่มนำชมอาคาร ม.อ.ปัตตานีภิรมย์ ซึ่งได้รับการดัดแปลงสถานที่ชั่วคราวไว้เป็นที่จัดแสดงงานศิลปะชุดใหม่แกะกล่องของเขา

“พอเราเริ่มจับ เริ่มหาสตอรี่เกี่ยวกับเกลือหวาน มันกลับเชื่อมโยงทางตระกูลตัวเอง เชื่อมโยงถึงคุณตา คุณทวด ที่เคยขายของ เคยมีสำเภา เคยโล้สำเภา” เอ็มโซเฟียนผายมือไปที่ป้ายชื่อนิทรรศการซึ่งตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส บ่งบอกอดีตของตัวเขาที่เคยโลดแล่นอยู่ในสถาบันศิลปะที่แวร์ซายส์และปารีส

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

‘Le Sel de la Vie’ มีความหมายว่า เกลือแห่งชีวิต

“ผลงานที่ผมทำทั้งหมดจะบอกว่ามันเกิดจากแรงบันดาลใจจากเกลือเพียงอย่างเดียว แล้วเรารู้สึกว่าเกลือมันเชื่อมโยงงานคราฟต์ทั้งหมดได้” เขาพูดก่อนหล่นคติสำคัญที่กลายเป็นหัวใจของนิทรรศการนี้

“หากไม่มีเกลือก็จะไม่มีชีวิต หากไม่มีชีวิตก็จะไม่มีวิถี หากไม่มีวิถีก็จะไม่มีศิลปหัตถกรรม และหากไม่มีศิลปหัตถกรรมก็จะไม่มีอารยธรรม”

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

เอ็มโซเฟียนชี้ให้เราเห็นว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีเกลืออันเป็นวัตถุดิบและเครื่องถนอมอาหารที่สำคัญแล้ว อาหารการกินที่สำคัญในวัฒนธรรมมลายูปัตตานีคงพลิกโฉมไปชั่วกาล น้ำบูดู ข้าวยำ ปลาเค็ม ทุกอย่างนี้ย่อมเกิดขึ้นหรือคงความโอชะไม่ได้หากไร้เกลือหวาน ดังนั้นเขาจึงตั้งใจออกแบบงานทุกชิ้นเพื่อเน้นย้ำว่าเกลือนั้นสำคัญต่อชีวิตเพียงไร ซึ่งเราจะขอยกมาเล่าเฉพาะบางชิ้น ดังนี้

ชิ้นที่ 1 จากดิน สู่เกลือ

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

เริ่มด้วยหมู่หม้อทำมือทรงสวยที่วางประดับลดหลั่นกันอยู่ข้างประตูทางเข้า

“เครื่องปั้นดินเผากูบังบาเดาะเป็นหม้อสำหรับต้มสมุนไพร หม้อดิน หม้อยา ดินเผาในอดีตใส่เกลือไม่ได้ เพราะมันจะชื้นและซึม ผมก็เลยต้องเคลือบมัน พอเคลือบมันก็เกิดฟังก์ชันใหม่ เลยได้ตอกย้ำว่าเราต้องทำภาชนะใส่เกลือกับดินเผาในของเราแล้วล่ะ เพราะว่าเขาก็ทำเครื่องปั้นดินเผากันมา

“กลุ่มชุมชนนี้ทำเครื่องปั้นดินเผายาวนานอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้เริ่มหาย ๆ ไป เราคิดว่าเราจะเอาวิธีคิดของเกลือไปออกแบบ ก็เลยออกแบบลวดลายใหม่ ๆ กับเขา เพราะว่าลายเขาเป็นลายพื้น ๆ”

ลวดลายใหม่ ๆ ที่ว่านี้ เอ็มโซเฟียนวาดเขียนเป็นลายกองเกลือ ลายดอกเกลือ รวมถึงลายนกตีนเทียนที่พบได้ตามนาเกลือ เพื่อแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพที่เกิดขึ้นในนาเกลือ

ชิ้นที่ 2 ระเหย

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

ปลาเค็มที่ชาวบ้านตากไว้ จะตากได้อย่างไรถ้าไม่ใช้เกลือหมัก

นักออกแบบคนเก่งคำนึงถึงขั้นตอนการระเหยน้ำทะเล ดิน และเกลือ ก่อนได้แง่คิดว่าถาดตากปลาเค็มของชาวบ้านมีส่วนเชื่อมโยงกับเกลือ จึงแนะนำให้ชาวชุมชนบ้านทุ่งที่มีฝีมือด้านหัตถกรรมทำงานชิ้นนี้

ลวดลายบนถาดตากปลาเค็มเป็นลายดอกพิกุลเล็ก ๆ เอ็มโซเฟียนลองจับมาขยาย บอกสี บอกลายในการสานกระจูดให้เป็นแนวทางของกลุ่มแม่บ้าน เกิดเป็นงานหัตถศิลป์ที่งามตากว่าจะเป็นเพียงถาดกระด้งตากปลาอย่างสามัญ

ชิ้นที่ 3 เสียงเรียกจากนาเกลือ

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

นาเกลือหวานโดยส่วนมากตั้งอยู่ ณ บริเวณตันหยงลุโละ ใกล้อ่าวปัตตานี

เมื่ออดีตกาลนานโพ้น ได้มีชาวจีนล่องเรือสำเภามาค้าขายที่นี่ และเศษซากอารยธรรมที่พวกเขาได้ทิ้งเอาไว้ในพื้นที่ดังกล่าวคือกระเบื้องเคลือบซึ่งล้วนมีสภาพแตกหัก

“ตันหยงลุโละเป็นท้องนาเกลือแห้ง พอแห้งเมื่อไหร่กระเบื้องนี้โผล่ขึ้นมาเต็มเลย” เจ้าของผลงานเน้นเสียง “สันนิษฐานว่าในอดีตก็เป็นแหล่งที่สำหรับซื้อขาย ปัตตานีเคยเป็นท่าเรือสำหรับคนซื้อขายของในอดีต มันอาจเป็นได้ว่าเขาคัดคุณภาพ อันไหนแตกก็โยนทิ้งทะเลกันมากมาย”

แม้ถูกทิ้งขว้างในวันวาน หากในวันนี้ สายตาคนยุคใหม่อย่างเอ็มโซเฟียนกลับมองว่าคุณค่าของเศษกระเบื้องเหล่านี้อยู่ที่ความเสียหายนี้ต่างหาก หาไม่แล้วเขาคงไม่เห็นความสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใน

“สิ่งที่มันเรียบ ๆ เรามองไม่เห็นว่าด้านในมันมีอะไร แต่ว่าเมื่อวันใดมันสูญเสียไปหรือว่ามันหักพังแล้ว มันจะเห็นความสำคัญ แล้วความเสียหายนั้นก็ทำให้เราเห็นอารยธรรม จับคาแรกเตอร์นี้มาสร้างความสำคัญให้กับมันใหม่” เขาเล่าถึงสาเหตุที่นำเศษกระเบื้องมาสร้างงานชิ้นนี้

ชิ้นที่ 4 รอนแรม

La Sel de la Vie รวมผลงานศิลปะจากนาเกลือหวานปัตตานี โดยเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา

เล่าเรื่องเรือสำเภาจีนไปแล้ว เอ็มโซเฟียนเปลี่ยนมาเล่าเรื่องเรือสินค้าของปัตตานีโบราณบ้าง

ชุดจานแขวนผนังเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติการขายเครื่องลายครามและเกลือหวานของปัตตานีที่ออกเดินทางไปทั่วคาบสมุทรมลายูไปจนถึงหมู่เกาะอินโดนีเซีย

“แม่บอกผมว่า สมัยก่อนคุณปู่ของแม่หรือคุณทวดของผม มีเรือสำเภาลำสุดท้ายในปัตตานี และเป็นหุ้นส่วนในอดีต ผมรู้สึกประทับใจมากจนอยากจะต่อยอดด้านนี้ เลยลองทำคาแรกเตอร์เป็นคอลเลกชันของสำเภา แล้วก็สร้างงานเป็นแผนที่ปัตตานีในอดีต”

จากการศึกษาข้อมูลเพื่อผลิตงานชิ้นนี้ แผนที่โบราณได้ตกทอดถึงมือผู้ก่อตั้งเบญจเมธาเซรามิก เขาพบว่าเรือจากปัตตานี หรือปาตานีในอดีตล่องไปขายเกลือถึงตรังกานู จึงลองสเก็ตช์แผนที่เหมือนจริง

“เราอยากถ่ายทอดความเป็นปัตตานีด้วยงานชิ้นนี้ ด้วยการรอนแรมของคนสมัยก่อน เดินทางไปแต่ละที่ ไปกัวลาลัมเปอร์ ไปสิงคโปร์ ไปมะละกา ไปสลังงอร์ เป็นต้น”

ชิ้นที่ 5 เชื่อมโยง

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

รายรอบนาเกลือหวาน เป็นผืนป่าชายเลนอันเขียวชอุ่ม ต้นโกงกางแผ่รากไพศาล สะกิดต่อมความคิดสร้างสรรค์ของเอ็มโซเฟียนจนเกิดเป็นงานคราฟต์เก๋ไก๋อีกหนึ่งชิ้น

“ช่วงส่วนของโกงกางที่เราเห็นว่ามันแตก ๆ อยู่ในนาเกลือ เราก็เก็บมาเป็นของที่ระลึก แล้วก็เอามาสร้างตัวตนใหม่ สร้างเรื่องราวใหม่ให้เกี่ยวกับการเชื่อมโยง” 

ส่วนรูปวาดบนเครื่องถ้วยที่ประดับอยู่บนเศษโกงกาง ผู้สร้างงานจงใจให้สื่อถึงธรรมชาติของนาเกลือยุคก่อน จึงถ่ายทอดรูปสิ่งเหล่านั้นลงบนชิ้นงาน

“ทุกอย่างมีการเชื่อมโยง ไม่ว่าความสัมพันธ์ทางชีวภาพ ความสมบูรณ์ทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมด้วย เชื่อมโยงเรื่องของคนทำเกลือ เรือสำเภาในอดีต นกตีนเทียน ปลาตีน ปลากระบอก หรือว่าปลากะตักที่เราทำบูดูกัน แล้วก็ปูดำ”

ชิ้นที่ 6 Wau Kapalayar

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

ว่าวพื้นเมืองมลายูที่เรียกว่า เบอร์อามัส (Beramas) ตัวใหญ่ แขวนอยู่บนผนังฝั่งที่มองเห็นเด่นมาแต่ไกล ออกแบบด้วยน้ำมือดีไซเนอร์ที่หลงใหลในเครื่องไม้เครื่องมือที่พึ่งลมทุกชนิด

“เรารู้สึกว่าเรามีความผูกพัน ชอบเรื่องของสำเภา กังหันลม ว่าว หรือว่าธนูที่ผมยิงทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่ามันมีคาแรกเตอร์อะไรบางอย่าง แม้กระทั่งแมลง

“เราก็เลยออกแบบชิ้นงานชิ้นหนึ่งให้เป็นประติมากรรม โดยที่เอาทักษะเชิงช่างของคนทำว่าวมาลองออกแบบดู เขาก็สร้างสรรค์มาให้เรา เราสเก็ตช์ส่งคอนเซ็ปต์ไปให้คุยกัน จนให้ความสำคัญว่าเราอยากพัฒนาทักษะเชิงช่างของคนในพื้นที่อยู่แล้ว แล้วก็สร้างออกแบบให้เขาได้ทำงานกันต่อ” 

ชิ้นที่ 7 Derndin tools

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

แผงเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานหัตถกรรมของบ้านเดินดินชุดนี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าเพียงแต่ผู้ออกแบบไม่ได้ลงพื้นที่นาเกลือ และพบของดีในธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งของบ้านเกิด

“พอเราทำเรื่องเกลือ มันก็ทำให้เราไปสัมผัสกับทุ่งนาเกลือ ในบริเวณนั้นป่าชายเลนดันมีต้นคราม แล้วเราก็สนใจว่าทำไมปัตตานีมีครามด้วย” เอ็มโซเฟียนสารภาพถึงความไม่รู้ของตัวเขาในอดีต 

“ผมก็เพิ่งรู้นะว่ามีต้นครามด้วย ในประวัติศาสตร์หนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ปัตตานีส่งออกคือคราม ซึ่งหายไปแล้ว ประมาณ 70 กว่าปีได้ จากหลักฐานที่ได้เป็นข้อตั้งคำถามว่ามันหายไปยังไง แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไม่มีเหลือให้เห็นเลย ผมก็ว่ามันน่าสนใจ เลยจะลองจับครามสักที ไปเกี่ยวเอง ย้อมเองเลย”

ครั้นได้ลองเกี่ยวครามด้วยตัวเองแล้ว เอ็มโซเฟียนนึกสนุก อยากออกแบบเคียวเกี่ยวครามดูบ้าง ผลที่ตามมาก็คือชุดอุปกรณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือมลายูโบราณอันปรากฏแก่สายตาเราอยู่นี้

ชิ้นที่ 8 เกลอเกลือ

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

ประติมากรรมชิ้นใหญ่เท่าความสูงมนุษย์ชิ้นนี้ได้รับการออกแบบร่วมกันโดยมิตรรักดีไซเนอร์ 4 ราย ซึ่งเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา ได้เชื้อเชิญผองเพื่อน ประกอบไปด้วย ดร.กรกต อารมย์ดี, ศุภชัย แกล้วทนงค์ และ วลงค์กร เทียนเพิ่มพูล มาเล่นสนุกไปด้วยกัน

“เรารู้สึกว่ามันมีการเชื่อมโยงความเป็นเพื่อนของเรามาอยู่แล้ว พอมีงานเกลือ เรารู้สึกว่าเกลือจะต้องดึงมาเชื่อมโยงกัน แล้วก็วางคอนเซ็ปต์เป็น ‘เกลอเกลือ’ ก็ดึงความเป็นเพื่อน ๆ แต่ละคนเข้ามา อย่างกรกตก็เป็นคนบ้านแหลม มีความเชี่ยวชาญด้านเกลืออยู่แล้ว เกลือบ้านแหลมกับเกลือปัตตานีก็ต้องมาคุยกันแล้วแหละ แล้วเราก็ดึงทีมสกลเฮ็ดมาด้วยเพราะว่าเป็นเกลือสินเธาว์อีก งานชิ้นนี้เลยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านเกลือ”

จึงเป็นที่มาของผลึกเกลือซึ่งเกิดขึ้นจากการหลอมรวมศาสตร์และศิลป์ของหัตถกรรมแต่ละประเภทที่แต่ละคนมีความรู้ความเชี่ยวชาญมาผสานเข้าไว้ด้วยกัน ให้ตกผลึกทางความคิดจากการทำงานร่วมกันผ่านเจ้าผลึกเกลือชิ้นยักษ์ในงาน Pattani Decoded ประจำปีนี้

“พอทำงานมันก็ตกผลึกด้วยกันว่า กระบวนการทำงานหลาย ๆ อย่างทำให้เราเห็น เราถอดอัตตาของเรา แต่ละคนก็มีคาแรกเตอร์อยู่แล้ว แต่พอเราทำงานร่วมกัน หาจุดร่วมกัน ทำงานต่างที่กันด้วยนะ ส่งแบบ ส่งอะไรกัน ผลปรากฏเป็นงานชิ้นหนึ่ง เรารู้สึกว่ามันคือการตกผลึกอะไรบางอย่าง ก็เลยอยากจะนำเสนอผ่านประติมากรรมชิ้นนี้

“ผลึกหนึ่งผลึกมันต้องมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างถึงจะเกิดขึ้น เกลือจะไม่เกิดขึ้นถ้าเกิดฝนตกชุ่ม กว่าจะเป็นผลึกได้ต้องใช้ช่วงจังหวะที่มันงดงามจริง ๆ ถึงจะเกิดเป็นผลึกได้ แล้วเราก็สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่จะก่อเกิดเป็นมัน บางทีมันก็ไม่เรียบร้อยนะ แต่รู้สึกว่าก็เป็นองค์ประกอบทั้งหมดที่ทำให้ผลึกนี้เกิดขึ้นได้”

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

ท่ามกลางงานออกแบบมากมายหลายสิบชิ้น เราอดสงสัยไม่ได้ว่าคนต้นคิดงานสร้างสรรค์เหล่านี้มีความประทับใจงานชิ้นใดมากเป็นพิเศษหรือเปล่า จึงไม่รอช้าที่จะถามความคาใจข้อนี้กับเขา

“ประทับใจในการทำงานของช่างทุกคน เพราะว่าเราไม่โฟกัสตรงผลผลิต เราโฟกัสตรงกระบวนการ เพราะฉะนั้นกระบวนการเราผ่านแล้ว แล้วก็อย่างอื่นเรามอบหมายหมดแล้ว มันออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ บางทีมันเป็นจังหวะ” เอ็มโซเฟียนตอบหน้าชื่นตาบาน

“ตอนนี้มันอาจจะเป็นกระบวนการที่ทำแบบจำลอง แต่ถ้าเกิดขยับไปอีก อีกคนหนึ่งอาจจะดีกว่านี้ สิ่งที่ผมพยายามบอกตัวเองว่ามันคือการออกแบบที่ดีควรจะมีจุดความสัมพันธ์ในเรื่องของจิตสำนึก แล้วก็การสร้างอะไรใหม่ ๆ ไม่ใช่การที่ทำผลงานแล้วแช่แข็ง แล้วก็ Copy-paste อยู่ตลอดเวลา ฟังก์ชันเปลี่ยนยุคสมัยยังเปลี่ยน ก็ควรจะหาฟังก์ชันอะไรใหม่ ๆ เรารู้สึกว่าเราต้องสร้างนวัตกรรมตลอดเวลา แล้วก็ยอมรับที่จะเจอปัญหา

“พอเวลาเจอปัญหาก็สร้างฟังก์ชันใหม่ ๆ กับยุคสมัย ในอดีตมันมีแบบนี้ เราไม่ลืมรากเหง้านะ แต่เราก็ต้องมุ่งหน้าไปเพื่อจะสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ถ้าเกิดเรามีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ความเป็นมลายู เรารักษาได้ แต่ว่าเราต้องเดินหน้าที่จะสร้างฟังก์ชันอะไรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ผมจะให้ความสำคัญกับกระบวนการมาก แล้วก็จะมีความสุขกับการทำงานครับ” เจ้าของนิทรรศการ ‘เกลือแห่งชีวิต’ จบบทสนทนา

ย้อนชมงานคราฟต์ในธีมเกลือหวานที่ ‘เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา’ ออกแบบมาเพื่อจัดแสดงในงาน Pattani Decoded 2022

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ไรวินทร์ วันทวีทรัพย์

ช่างภาพผู้หลงรักกล้องเก่าและชอบเสียงชัตเตอร์เป็นชีวิตจิตใจ IG : 551mm

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load