กาแฟที่อร่อยที่สุดในโลกคือกาแฟที่ไหน?

ไม่น่ามีคำตอบสำหรับคำถามนี้แน่นอนครับ

กาแฟอร่อยขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนดื่มเป็นหลัก

แต่ถ้าหากจะถามว่ากาแฟที่ดีเป็นอย่างไร มันก็พอมีคำตอบอยู่ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

เวลาเข้าไปในร้านกาแฟ เราจะได้ยินชื่อเมล็ดกาแฟเป็นชื่อประเทศต่างๆ เช่น บราซิล โคลอมเบีย เคนย่า เอธิโอเปีย คุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นบ้าง แต่ถ้าแยกให้ละเอียดลงไปอีก เราจะได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยเลยเช่นชื่อเขตปลูก ชื่อไร่ ชื่อสวน หรือแหล่งผลิตกาแฟ ไร่ไหนสวนไหนปลูกกาแฟ และมีกระบวนการทำกาแฟที่ดีก็มักจะได้รับความสนใจ และถูกรุมซื้อด้วยราคางาม

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตอนนี้กาแฟไทยกำลังถูกพัฒนากันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการไปพัฒนาร่วมกับคนปลูกกาแฟ ผลที่เห็นตอนนี้คือกาแฟไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
แล้วถ้าถามว่ากาแฟไทยที่ไหนอร่อยที่สุด ก็ไม่น่ามีคำตอบให้คำถามนี้เช่นกันครับ แต่ต้องบอกว่ากาแฟไทยมีหลายแหล่งปลูกที่เข้าขั้นมาตรฐานที่โลกยอมรับแล้ว

เคยได้ยินชื่อ ‘อมก๋อย’ ไหมครับ

 

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง สูงในระดับที่ปลูกกาแฟได้ อมก๋อยอยู่ในหุบเขา มีถนนหลวงเข้าสู่ตัวเมืองแค่ทางเดียว เมื่อสัก 20 – 30 ปีก่อน พอเข้าหน้าฝนอมก๋อยแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลยก็ว่าได้ แต่ในความห่างไกลจากผู้คน สภาพอากาศ และภูมิประเทศชั้นเลิศ ส่งผลให้อมก๋อยเป็นแหล่งที่เหมาะสมกับการปลูกพืช เรียกว่าปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตที่ดีออกมา อมก๋อยเคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ของไทยแต่ถูกกวาดล้างจนหมด และถูกทดแทนด้วยการปลูกพืชชนิดอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือกาแฟ

แต่กาแฟอมก๋อยเริ่มเป็นที่รู้จักก็เมื่อไม่นานนี้เอง สำหรับผม เริ่มรู้จักอมก๋อยจากชื่อ Sopa’s Estate ที่เริ่มต้นดูแลทั้งหมดโดยผู้หญิงตัวเล็กคนเดียวที่ชื่อ โสภา-บงกชษศฎา ไชยพรหม
พี่โสภาเห็นกาแฟในอมก๋อยมาตั้งแต่กาแฟต้นแรกถูกปลูกลงในดินของอมก๋อย แต่หันมาสนใจเรื่องกาแฟจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งที่ผมชอบในตัวพี่โสภาคือ อยู่ๆ เธอคิดจะทำกาแฟก็ลงมือทำโดยไม่ได้มีความรู้อะไรเลย ในตอนเริ่มต้นพี่โสภาใช้เงินเก็บที่มีซื้อสวนต่อจากคนอื่น ในสวนนั้นมีพืชหลายชนิด รวมถึงกาแฟ พี่โสภาเล่าว่า ที่ผ่านมา ใช้วิธีอ่านหนังสือกับถามผู้รู้เวลาที่ทำตามตำราแล้วไม่ได้ผลเท่านั้น

ช่วงแรกที่พี่โสภาเอากาแฟที่ตัวเองทำไปส่งขาย หลายครั้งก็ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลเรื่องคุณภาพต่างๆ นานา จนทำให้เธอคิดว่าวันหนึ่งอยากจะทำกาแฟอมก๋อยให้มีคุณภาพดีและเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่านี้
พี่โสภาลองส่งกาแฟของตัวเองเข้าไปประกวดในงานประกวดเมล็ดกาแฟของไทย เหตุผลที่ส่งประกวดก็เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่ทำมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ในปีแรกๆ กาแฟที่เธอลงมือทำได้มาด้วยความรู้จากการอ่านทั้งหมด และอยู่ในระดับดีจนน่าพอใจ พี่โสภารวบรวมข้อผิดพลาดที่ได้รับมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมส่งประกวดอีกครั้งในปีถัดไป

พัฒนาการที่ก้าวกระโดดทำให้กาแฟจาก 2 หมู่บ้านของอมก๋อยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 3 ในปีเดียวกัน หลังจากปลูกปั้นมา 5 ปีเต็ม

กาแฟอมก๋อยของพี่โสภาได้อันดับที่ 1 ได้รับการประมูลต่อไปโดย ตู๋-ต่อพงศ์ ตันตราภรณ์ เจ้าของแบรนด์ Espressoman Supply ในราคาสูงลิ่ว และทำให้พี่ตู๋เริ่มสังเกตเห็นว่า กาแฟจากตอนใต้ของเชียงใหม่จะต้องมีอะไรไม่ธรรมดาแน่นอน

พี่ตู๋ถึงกับต้องขึ้นมาหาพี่โสภาถึงอมก๋อยเพื่อดูว่าทำไมกาแฟของที่นี่ถึงมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นได้ขนาดนี้ นอกจากจะเห็นว่าสภาพแวดล้อมของอมก๋อยนั้นดีเพราะอยู่ไม่ห่างจากป่าสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดของไทยและพม่า ความบริสุทธิ์ของทั้งดินและป่าก็ส่งผลต่อกาแฟให้มีรสชาติเฉพาะตัว

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ผมขึ้นมาเชียงใหม่ในช่วงนอกฤดูกาลทำกาแฟ เพื่อที่จะไปอมก๋อยกับพี่ตู๋ซึ่งขึ้นมาทำวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ วิสาหกิจชุมชนที่ทั้งที่พี่ตู๋และพี่โสภาร่วมกันสร้างขึ้น

ทั้งคู่บอกผมว่า ที่ตั้งอมก๋อยบีนส์ขึ้นก็เพราะอยากพัฒนากาแฟของอมก๋อยและสนับสนุนกาแฟไทยให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ป่า

พี่ตู๋และพี่โสภาขับรถขึ้นไปดูต้นกาแฟที่เพิ่งเริ่มปลูกใหม่ อากาศบนดอยที่ปลูกกาแฟผิดกับด้านล่างลิบลับ ฝน หมอก และอากาศเย็น เริ่มเข้ามาปกคลุม จากดินเริ่มเปลี่ยนเป็นโคลน การขับรถขึ้นมาต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าด้วยทางที่ค่อนข้างทุลักทุเล รถจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจนถึงสวน คนก็ต้องเปลี่ยนไปใช้รองเท้าเดินป่าแทนผ้าใบธรรมดา ที่สำคัญ ต้องแต่งกายให้มิดชิด เพราะสวนกาแฟที่อุดมสมบูรณ์นั้นไม่ต่างจากป่า ไม่ใช้ยาและสารเคมี เป็นแหล่งชุมนุมของตัวชี้วัดความบริสุทธิ์อย่างทากเป็นจำนวนมาก
อมก๋อยบีนส์เชื่อเรื่องป่า เมื่อป่าที่สมบูรณ์คือหัวใจที่ทำให้กาแฟของอมก๋อยรสชาติดี ก็เลยชวนเกษตรกรมาช่วยกันปลูกกาแฟ และช่วยกันปลูกป่าเพื่อดูแลป่าไปด้วยเสียเลย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ปลูก

อมก๋อยบีนส์ เป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนที่ทำตั้งแต่คัดเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ดี เพาะต้นกล้า แล้วนำไปปลูก ช่วยลงไปจัดการสวน ช่วยตกแต่งสวน เพื่อให้ได้ต้นกาแฟที่สุขภาพดีที่สุด รวมถึงแนะนำการเก็บเกี่ยว อย่างที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน มีการทดลองเก็บเมล็ดกาแฟในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงตามคำแนะนำของ เอโกะ-Eko Purnomowidieko ผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนากาแฟชาวอินโดนีเซีย ที่ใช้หลักการข้างขึ้นข้างแรม เพราะเมื่อพระจันทร์เต็มดวงพืชจะดูดน้ำไปสู่ลำต้น ใบ และผล มากที่สุด ช่วงนั้นจึงเหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวกาแฟ
จำได้ว่าตอนหนึ่งขณะที่นั่งคุยกัน พี่ตู๋หยิบกาแฟซองที่เขียนว่า Full Moon ขึ้นมาดริปกินกลางวงสนทนา พอได้จิบเข้าไป รสที่ค่อนข้างชัดและแตกต่างจากกาแฟไทยที่ผ่านมาทำให้ผมถึงกับต้องคว้าซองมาถ่ายรูปบันทึกเอาไว้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

โพรเซส

เป็นหน้าที่หลักของ Sopa’s Estate ของพี่โสภาในการคัดเลือกกาแฟด้วยตัวเองถึงสวนของลูกสวนที่ขายผลกาแฟให้ พี่โสภารับซื้อจากชาวสวนกาแฟทั่วอมก๋อยด้วยราคาที่สูงกว่าปกติ แต่ต้องแลกด้วยการคัดเลือกที่ละเอียดอ่อนมากๆ เช่น ดูสีที่แดงของผลที่เก็บมาได้ ต้องเก็บด้วยมืออย่างถูกวิธี ผลกาแฟต้องสีแดงฉ่ำหมดทั้งลูก ไม่ติดสีเขียวมาเลย และเมื่อเก็บได้ต้องนำมาส่งทันที แม้จะเก็บได้ปริมาณที่ไม่ได้เยอะมาก พี่โสภายอมเสียค่าขนส่งให้เพื่อจะได้กาแฟสดๆ ไปผ่านกระบวนการล้าง ปอกเปลือก หมัก ขัดเมือก และตากต่อทันที และยังเปิดโรงตากให้เกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ได้อีกด้วย

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

ชิม

คนปลูกกาแฟแทบไม่เคยรู้ว่ากาแฟที่ตัวเองส่งต่อนั้นรสชาติเป็นอย่างไร พี่โสภาจึงสร้างร้านกาแฟเล็กๆ ในตัวอำเภออมก๋อยไว้ให้เกษตรกรลูกสวนได้ชิมกาแฟของตัวเองแบบง่ายๆ

เมื่อทำโครงการ ‘อมก๋อยบีนส์’ พี่ทั้งสองคนเลยพัฒนาให้มีศูนย์การเรียนรู้เรื่องกาแฟเสียเลย โดยมี Espressoman Supply ซัพพอร์ตเรื่องอุปกรณ์ให้ทั้งหมด มีเครื่องคั่วขนาดเล็กเพื่อใช้คั่วกาแฟชิมได้ทันที ไม่ต้องส่งลงมาคั่วในเมืองแล้วส่งกลับมาชิมเหมือนที่ผ่านๆ มา รวมถึงสอนให้คนปลูกกาแฟได้ชิมกาแฟเพื่อเปรียบเทียบรสและแยกความแตกต่างระหว่างกาแฟแต่ละชนิดได้
อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟประมูล

วิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์จัดประมูลเมล็ดกาแฟทุกๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าถึงเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากความตั้งใจของเกษตรกรหลายหมู่บ้านของอมก๋อย รายได้จากการประมูล 10% จะนำมาเข้าสู่กองทุนของวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมเกษตรกร และนำไปจัดกิจกรรมของวิสาหกิจชุมชนต่อไป

เมื่อผมได้ขึ้นมาเห็นอมก๋อยด้วยตัวเอง ได้ชิมกาแฟจากหมู่บ้านต่างๆ ในอมก๋อยที่รวบรวมโดยวิสาหกิจชุมชนอมก๋อยบีนส์ ผมจึงเห็นปัจจัยต่างๆ ที่จะพัฒนากาแฟที่เคยได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งข้อได้เปรียบเรื่องป่า ธรรมชาติ และอากาศ ที่ดีกว่าแหล่งปลูกกาแฟอื่นๆ หลายที่ เรื่องของคนก็สำคัญไม่แพ้กัน โมเดลการให้ความรู้และทดลองไปด้วยกันทั้งระบบช่วยทำให้กาแฟที่คิดว่าดีมากแล้วนั้นยิ่งดีขึ้นในแบบยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

กาแฟที่เห็นตรงกันว่าอร่อยตั้งแต่คนปลูก คนทำกาแฟ จนถึงคนดื่มกาแฟ อาจจะนับว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดก็ได้ครับ

อมก๋อย, ไร่กาแฟ, เชียงใหม่, แหล่งปลูกกาแฟ, กาแฟ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

คุณก็เป็นอีกคนใช่ไหมที่ไม่ชอบโรงพยาบาล?

นอกจากการไปที่นั่นหมายถึงเราหรือคนใกล้ชิดเจ็บป่วย ทั้งคุณและฉันต่างรู้ดีว่าโรงพยาบาลไม่ใช่ที่รื่นรมย์ ไม่ว่าจะเป็นความแออัดของผู้คนที่มานั่งรอคิวยาวเหยียดแต่เช้า จนถึงบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความป่วยไข้ จะว่าไป ความไม่น่าสบายนี้อยู่คู่กับคำว่าโรงพยาบาลมานาน แต่ก็เหมือนปัญหาโลกแตกที่เราได้แต่เจอแล้วทำใจ

ฉันคิดแบบนั้น จนได้รู้จักโครงการที่ชื่อว่า ‘ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล’

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

โครงการนี้เกิดขึ้นจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ชื่อ เสาวนีย์ สังขาระ เธอไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง แต่คือผู้กำกับภาพยนตร์สาวที่ต้องก้าวเข้า ‘โรงพยาบาลลำพูน’ ในฐานะญาติคนไข้ เพราะพ่อของเธอป่วยเป็นมะเร็ง และได้สัมผัสประสบการณ์ไม่ต่างจากคนอื่น ตั้งแต่การนั่งรอคิวตั้งแต่ตี 5 ถึง 5 โมงเย็น จนถึงความทุกข์ใจจากอาการป่วยของคนที่รัก ตอนแรกเสาวนีย์ก็พร่ำบ่น จนวันหนึ่ง เธอตัดสินใจลุกขึ้นแก้ปัญหาเตียงคนไข้ที่ตั้งอยู่ตรงทางเดินซึ่งทุกคนเดินชนได้ จนย้ายเตียงหลบมุมได้สำเร็จ ทั้งที่เธอนั่งเฉยๆ ก็ได้ และคนอื่นที่มองอยู่ก็ไม่มีใครทำอะไร

ตั้งแต่วันนั้น เสาวนีย์ตระหนักว่าตัวเองก็เปลี่ยนบางสิ่งได้ เธอจึงเลิกบ่นแล้วเริ่มเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็กๆ อย่างเอายากันยุงไปให้ญาติที่ต้องนอนค้าง หอบหนังสือที่บ้านไปให้คนอื่นอ่านระหว่างรอ จากนั้น เธอก็ขยับเลเวลด้วยการเขียนโครงการส่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

“เราเห็น สสส. เขาประกาศโครงการว่าให้ทำโครงการทำพื้นที่สร้างสรรค์ในพื้นที่แออัด ซึ่งเราก็ไปฟังการเสนอโครงการ ทุกคนพูดว่าพื้นที่แออัดก็คือสลัม เราก็บอกเลยว่า เฮ้ย ไม่ใช่สลัม โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศนี่แหละแออัดยิ่งกว่าสลัมอีก สถิติที่เขาบอกว่าวันละ 1,700 คน นั่นแค่คนไข้ ญาติผู้ป่วยอีกเท่าตัว เท่ากับวันละสามพันกว่า แล้วโรงพยาบาลเล็กแค่นั้น ที่นั่งล้นตลอด เราก็เลยเสนอ สสส. ซึ่งเขาก็โอเคเลย บอกว่าไม่มีใครเคยทำ มันท้าทายมาก ถ้าทำได้ทำเลย” เสาวนีย์เล่า

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบายขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

และนี่เองคือต้นกำเนิดของโครงการ ‘ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล’ ซึ่งผู้บริหารของโรงพยาบาลลำพูนเห็นดีเห็นงามด้วย

โครงการนี้คืออะไร? เสาวนีย์อธิบายว่า มันคือโครงการที่ตั้งใจเปลี่ยนโรงพยาบาลให้เป็นพื้นที่สบายที่สุด เพราะคนมาที่นี่ล้วนแต่ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ แต่พื้นที่โรงพยาบาลเดิมกลับมีจุดไม่น่าสบายหลายอย่าง โดยโครงการไม่ได้เกิดจากการขับเคลื่อนของเธอคนเดียว แต่มีกำลังสำคัญคือเหล่าเด็กชาวลำพูน เพราะเสาวนีย์ซึ่งทำงานอาสากับเยาวชนมานานแล้วมองว่า เด็กๆ คือเจ้าของพื้นที่ซึ่งจะต้องเติบโตไปกับโรงพยาบาลแห่งนี้  

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

โครงการนี้เริ่มต้นที่ไหน? เสาวนีย์กล่าวว่า เธอเริ่มจากชวนเด็กๆ เข้าสำรวจโรงพยาบาลเพื่อให้ ‘เข้าใจ’ ปัญหา ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่อย่างเรามักพร่ำบ่นและโทษคนอื่นเพราะไม่เคยเข้าไปรับรู้ปัญหาถึงแก่น ขณะที่เมื่อเด็กๆ เข้าสำรวจและพูดคุยกับคนในโรงพยาบาล พวกเขาจึงตระหนักว่าที่เก้าอี้บางแถวว่างเปล่าทั้งที่คนแน่น ก็เพราะอยู่ในตำแหน่งแดดส่องร้อนเกินทน ที่คนเดินชนกันเพราะไม่มีป้ายบอกทาง ส่วนที่ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นจนน่าบ่น ก็ไม่ใช่เพราะคุณป้าแม่บ้านอู้งาน แต่เพราะมีคนทำความสะอาดแค่ 2 คน ขณะที่มีคนเข้าใช้เกือบ 2,000

เมื่อเข้าใจ เด็กๆ ย่อมมองปัญหาด้วยสายตาใหม่  เลิกบ่นเลิกโทษคนอื่น และตั้งต้นแก้ไขได้จากต้นตอ หลังจากนั้น ทางแก้มากมายจึงงอกงาม

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

โครงการนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง? สำหรับพื้นที่ทางกาย ตอนนี้โครงการได้เข้าไปปรับเปลี่ยนตำแหน่งแถวที่นั่ง ทำสนามเด็กเล่น จนถึงเปลี่ยนพื้นที่ในโรงพยาบาลส่วนหนึ่งให้กลายเป็น ‘ลานสบาย’ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่ได้มีงบประมาณเยอะ ลานนี้จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของหลายฝ่าย มีสถาปนิกชุมชนมาออกแบบ มีการขอบริจาคต้นไม้ มีการยืมอุปกรณ์ไม่ได้ใช้ของโรงพยาบาลมาประยุกต์ใช้ และวัสดุอย่างไม้ไผ่ที่ใช้ก็ตัดมาจากบ้านผู้กำกับสาวนี่แหละ

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

ส่วนพื้นที่ทางใจ นอกจากเด็กๆ จะนำดนตรีและศิลปะมาช่วยผ่อนคลายญาติคนไข้ การเปลี่ยนแปลงดีๆ ที่เกิดเป็นรูปธรรมยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่าง ‘คนนอก’ และ ‘คนใน’ เสาวนีย์ได้ไปนำเสนอโครงการกลางที่ประชุมของโรงพยาบาล บุคลากรฝ่ายต่างๆ ล้วนเข้าใจและสนับสนุนสิ่งที่เธอทำ ยิ่งกว่านั้นคือเสนอสิ่งที่อยากทำให้คนไข้ และลงมาสานสัมพันธ์กับผู้ป่วยเอง เช่น ขอให้โครงการไปจัดกิจกรรมให้หอผู้ป่วยในบ้าง ร่วมสอนผู้ป่วยโรคมะเร็งทำกิจกรรมบำบัดใจอย่างการจัดดอกไม้ หรือเดินมาร่วมร้องเพลงกับเด็กๆ

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบายขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบายขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องดีๆ น่าชื่นใจ เมื่อมองให้ลึก โครงการขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาลคือผลจากการรวมพลังของคนตัวเล็กที่มีส่วนร่วมในพื้นที่แห่งเดียวกัน ไม่มีคนนอก ไม่มีคนใน มีแต่คนที่เข้าใจกัน มองเห็นปัญหา แล้วช่วยกันแก้ไข
ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

มองให้ลึกกว่านั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มต้นได้จากคนตัวเล็กๆ 1 คน

“เราเป็นคนที่ชอบคิดว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง แล้วเรื่องโรงพยาบาลเอง เราก็ไปโรงพยาบาลเพราะใครสักคนป่วย เลยคิดว่าทำไมตัวเองไม่ลุกขึ้นจัดการ ปล่อยให้เป็นภาระของหมอพยาบาลเท่านั้นเหรอ ซึ่งถ้าทุกคนเปลี่ยนทัศนคติได้ มองว่าเห็นปัญหาแล้วก็ต้องแก้ไขสิ อย่าไปบ่น เราก็จะไปช่วยกัน ที่จริงทัศนคตินี้ใช้ได้กับทุกเรื่องด้วยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องโรงพยาบาล” เสาวนีย์บอกฉัน

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

ไม่ต้องเป็นคนตำแหน่งใหญ่โต ไม่ต้องมีทุนหนา แค่ญาติคนไข้คนหนึ่งก็ก่อเกิดแรงกระเพื่อมได้ ขอเพียงตัดสินใจลงมือแก้ปัญหา เสาวนีย์เล่าให้ฉันฟังว่า อีกสิ่งหนึ่งที่โครงการกำลังทำคือ ‘เรือนพักญาติ’ ที่จะช่วยสร้างพื้นที่สบายให้ญาติที่มาเฝ้ารอคนไข้ เพราะพวกเขาล้วนมีพลัง เมื่อสบายตัวสบายใจขึ้นย่อมช่วยเหลือโรงพยาบาลได้มากมาย ‘เปลี่ยนใจรอให้เป็นพลัง’ คือคำที่เสาวนีย์พูดติดปากเสมอ และแน่นอน เรือนพักนี้ก็จะเกิดขึ้นจากการระดมทุน จากการร่วมมือร่วมใจของทุกคน

ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล : โปรเจกต์เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่แล้วสบาย

ตอนนี้พ่อของเสาวนีย์ปลอดภัยแข็งแรงแล้ว แต่ถึงจากนี้ เสาวนีย์อาจแวะเวียนไปโรงพยาบาลนานๆ ครั้ง เธอก็ยืนยันว่าโครงการขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาลจะยังดำเนินต่อแน่นอน เพราะผู้กำกับสาวรู้แล้วว่าเธอสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดไหน

ส่วนฉันเมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ ก็อดทอดสายตาลงมองมือตัวเองไม่ได้

คนตัวเล็กอย่างฉัน สองมือเล็กๆ ของฉัน คงทำอะไรได้กว่าที่คิดมากนัก

Facebook l ขอพื้นที่สบายในโรงพยาบาล

Writer & Photographer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load