ช่วงการประกวด ‘Miss Universe’ ของทุกปี ฉันมีส่วนร่วมกับเวทีนี้แค่ 2 เรื่อง

หนึ่ง ฉันมีเพื่อนชื่อ อัจฉรี บัวเขียว หรือเทียน รองอันดับหนึ่ง Miss Universe Thailand 2017 ซึ่งนานๆ ทีเราจะได้มีโอกาสไปทานอาหารด้วยกัน ฉันมักใช้โอกาสบนโต๊ะอาหารถามไถ่ถึงประสบการณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งในการประกวดสาวงามที่ทรงพลังที่สุดในประเทศ และประสบการณ์ที่เธอได้รับจากการทำงานร่วมกับทางกองประกวดฯ

สอง การเป็นผู้ชมแถวหน้าสำหรับชมการถ่ายทอดสดการประกวดที่โรงอาหารคณะกับเพื่อนๆ ของฉัน ซึ่งถ้าถามว่าผู้ชายดูบอลแล้วรู้สึกยังไงเวลาทีมที่เขารักทำประตูได้ กะเทยเวลาดูนางงามแล้วได้ยินเสียงประกาศ ‘Thailand’ จากสตีฟ ฮาร์วี่ย์ ก็คงแสดงออกเหมือนกัน

ต่างกันที่ผู้ชายส่งเสียงโทนต่ำ แต่พวกเราส่งเสียงโทนสูงเหมือนผู้หญิง

ก่อนที่เราจะส่งสาวงามไปเวทีระดับโลกได้ เธอผู้นั้นจะต้องผ่านการคัดเลือกจากเวทีการประกวด ‘Miss Universe Thailand’ ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดและส่งตัวแทนสาวงามจากองค์กร Miss Universe Organization แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ปีแล้วปีเล่าที่เราได้เห็นสาวงามที่เพียบพร้อมทั้งกิริยาท่าทาง รูปร่าง ความสามารถ และทัศนคติ ซึ่งผ่านการคัดเลือกและขัดเกลาอย่างเข้มข้น จนเป็นสาวงามที่งามอย่างครบเครื่อง พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ณ เวลานี้ เราทราบแล้วว่าผู้ชนะเลิศการประกวด Miss Universe Thailand 2018 คือ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ ผู้จัดการธนาคารวัย 23 ปี ดีกรีเกียรตินิยมอันดับสองจาก University of Nevada, Las Vegas ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยในปีนี้

บนเวที Miss Universe Thailand ในรอบตัดสินที่มีผู้เข้าประกวดเพียง 40 คนเท่านั้น

ฉันในนามผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 ขอฉวยป้าย ALL AREA จากทีมงานเพื่อสอดส่อง เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย พูดคุยกับทีมงาน และฟังเบื้องหลังเส้นทางของ Miss Universe Thailand

ที่ฉันเชื่อว่าพิเศษมากกว่าใคร

หนึ่งในร้อย

หมายเลข 41 นางสาวสุรภัทราวดี เมธุชุติกุล คาตาโอกะ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นิตยสารออนไลน์ The Cloud และคุณทรงกลด บางยี่ขัน ส่งเข้าประกวด

ผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 เดินทางมายังรอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอนตามนัดหมายเพื่อพบ คุณออน-ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand ก่อนการประกวดรอบ Preliminary 2 ชั่วโมง

รอสักพัก ฉันจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฮอลล์ก่อนที่การประกวดจะเริ่ม

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ถึงแม้ว่าที่นั่งทั้งหมดที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับ ‘แฟนนางงาม’ ที่ถือบัตรชมการประกวดในตอนนี้ยังว่างเปล่า ฉันยอมรับว่าหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้และมากขึ้นไปทุกทีเมื่อได้มาอยู่ท่ามกลางสถานที่คัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เวทีที่ผู้หญิงทุกคนในโลกต่างฝันถึงว่าสักวัน เธอจะก้าวขึ้นไปบนนั้น

การเตรียมงานในช่วงเวลา 4 โมงเย็นยังเป็นไปด้วยความขะมักเขม้น ทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง นักร้อง ผู้เข้าประกวดที่ซ้อมเดินเป็นรอบสุดท้าย ผู้กำกับเวทีที่คอยซ้อมคิวเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

และคุณออน ที่กำลังลงรายละเอียดกับงานทั้งหมดบนเวที

จุดประสงค์ของการประกวด Miss Universe Thailand นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าการหาตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย

“จุดประสงค์ของการหานางงามในความคิดของออนคือ ตามหาคนที่เป็นแบบอย่างหรือเป็นไอดอลให้กับคนในยุคนั้น อย่าง พี่ปุ๋ย (ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ปี 1988) ยุคนั้นคุณแม่ที่มีลูกก็จะตั้งชื่อลูกว่าปุ๋ย เพราะพี่ปุ๋ยรักเด็ก เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี พร้อมช่วยเหลือสังคม การประกวดนางงามจึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนยุคนั้น

“ส่วนคุณสมบัติของนางงามในแต่ละปี เราไม่สามารถบอกได้ว่าอยากได้นางงามแบบไหน สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาให้เราคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศมากกว่า เพราะเขาต้องเดินมาสมัครกับเรา แต่ถ้าถามว่าจะเลือกใครใน 40 คนนี้ คนคนนั้นต้องทำให้เราสัมผัสพลังบางอย่างในตัวของเขา และเราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเขาว่าเขามีอะไรบางอย่าง แม้ไม่สามารถตอบได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“ความสวยมันมีหลายแบบมาก เราอาจจะต้องเลือกความสวยในแบบที่สากลยอมรับ นอกจากความสวยแล้ว ต้องมีทัศนคติที่ดี ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ถึงผู้อื่นได้และที่สำคัญคือ ต้องมีความพยายามที่จะต่อสู้ ต้องเป็นนักสู้เพื่อจะขึ้นไปอยู่บนเวทีโลก” คุณออนกล่าวถึงคุณสมบัติของหญิงสาวที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

เดือนในหมู่ดาว

“อะไรเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประกวดนางงามมากที่สุด” ฉันถาม

“ออนเข้าใจว่าเวทีประกวดนางงามมีเยอะมาก จนคนอาจจะเหมารวมว่าเวทีนางงามคือเวทีที่ขายเรือนร่าง ใช้ผู้หญิงเป็นวัตถุประเภทหนึ่ง จริงๆ แล้วอยากจะให้มองคอนเซปต์ของแต่ละเวทีที่มีจุดขายที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเวทีของเรา เราจะไม่ลดทอนคุณค่า แต่จะยกระดับและแสดงศักยภาพของความเป็นผู้หญิงที่มีภาวะผู้นำและเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อไปต่อสู้กับสาวงามชาติอื่นได้ เสน่ห์ของเวทีนี้คือผู้จัดเป็นผู้หญิงและเราเห็นคุณค่าในตัวผู้หญิงด้วยกัน”

ในปีนี้การประกวด Miss Universe Thailand มีผู้สมัครกว่า 300 คน จากนั้นคัดเลือกจากใบสมัครให้เหลือ 72 คน เพื่อเข้าสู่การสัมภาษณ์เชิงทัศนคติ โดยเป็นการสัมภาษณ์ทั้งตัวผู้เข้าประกวดและผู้ปกครองของผู้เข้าประกวด ซึ่งบางคนอาจกลัวการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับคณะกรรมการในห้องแอร์เย็นเฉียบ

“เราไม่ได้ถามคำถามโหดร้ายเลยนะ เราถามเพื่อทำความรู้จักกันว่า บ้านเป็นยังไง คุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไร และมีวิธีการเลี้ยงลูกยังไง ถึงเก่งและโตเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้ บ่อยครั้งก็เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติกันมากกว่า หรือบางคนที่มาอาจจะยังไม่พร้อมในปีนี้ เราก็ถือโอกาสแนะนำเพราะเชื่อว่าอย่างน้อยเขาจะได้พัฒนา เพื่อว่าปีหน้าเขาจะกลับมาประกวดใหม่”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ความน่าสนใจของการประกวดในปีนี้ คือประวัติของผู้สมัครที่มีพื้นฐานชีวิต การศึกษา ภูมิลำเนา และอาชีพที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง เนติบัณฑิต ทหารหญิง หรือผู้จัดการธนาคาร

แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เมื่อเข้าสู่รอบ 40 คนสุดท้าย คุณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของการเก็บตัว

การเก็บตัวในปีนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ ตลอด 8 วัน 7 คืน ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างหมู่ผู้เข้าประกวดและทีมงาน ทั้งทัศนศึกษา และเข้าคลาสเรียนต่างๆ เพื่อพัฒนาสาวงามสู่เวทีการประกวดจริง

“เรารู้สึกว่าการประกวด Miss Universe Thailand เป็นเหมือนโรงเรียน คุณจบหลักสูตรนี้ไปคุณต้องไม่อายใคร และเราก็ไม่อายคนอื่นเหมือนกัน บทเรียนแรกคือเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เราสอนวิธีการทานบุฟเฟต์ ต่อมาคือเรื่องของการตอบคำถามที่เราเน้นฝึกกันทุกเช้า ให้ตอบคำถามกับเพื่อน ฝึกทักษะการพูดต่อหน้าที่ชุมชน และการฝึกพัฒนาความคิดซึ่งเราจะปูพื้นฐานทุกอย่างให้

“นอกจากนี้ยังมีวิชาการแสดง ให้ฝึกรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีผ่านการแสดงสีหน้าและท่าทาง หรือแม้กระทั่งการเรียนเต้น ซึ่งเป็นวิธีการฝึกบริหารพื้นที่บนเวที ที่สำคัญทักษะทุกอย่างที่เรียนรู้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้” คุณออนกล่าวถึงกิจกรรมการเก็บตัวที่น้อยคนจะรู้

เกมกลยุทธ์

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว ตำแหน่งผู้ชนะในการประกวด คือความฝันที่กลายเป็นความจริง คือชีวิตที่เปลี่ยนไปภายในชั่วข้ามคืน

หนึ่งถึงสองเดือนหลังการประกวดจบลง สิ่งแรกที่คุณออนจะเริ่มทำกับตัวแทนสาวไทย คือการปรับทัศนคติ

“เราต้องทำความเข้าใจกันก่อน สิ่งหนึ่งที่เวทีนี้ไม่เคยเปลี่ยนคือ เราไม่เคยเปลี่ยนใครให้เป็นใคร เราต้องทำความรู้จักแล้วก็ดึงตัวตนออกมา คุณเป็นคนแบบไหน ข้อดีหรือข้อด้อยของคุณคืออะไร อยากจะพัฒนาอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความต้องการของตัวบุคคลนั้น โดยเราจะเป็นคนแนะนำสิ่งที่ใช่และไม่ใช่ พร้อมกับดึงศักยภาพของเขาออกมาให้ชัดเจน

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เป็นนางงามนั้นไม่ง่ายเลยนะ ก่อนที่จะมาสู้กับคน 40 คนต้องสู้กับตัวเอง แถมยังต้องมาแบกรับภาระความหวังของกองเชียร์ แฟนคลับ ซึ่งมีทั้งชอบ ไม่ชอบ ถูกใจ ไม่ถูกใจ ความกดดันจึงมาอยู่ที่นางงามเต็มๆ สิ่งที่ท้าทายคือ เมื่อชีวิตคุณเปลี่ยน จิตใจคุณต้องพร้อม เราต้องบอกเพื่อให้เขารู้ตัวว่า จากนี้เขาจะมีสปอตไลต์ส่องลงมา มันดันเป็นความหวังใส่เข้าไป เขาจะต้องพัฒนาตัวเพื่อเป็นตัวแทนที่พร้อมที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น น้ำตาล (ชลิตา ส่วนเสน่ห์ Miss Universe Thailand 2016) ถ้าสมมติเราไม่ทำอะไร น้ำตาลก็จะเป็นเพียงผู้หญิงที่มีหน้าทรงไทย มีโหนกชัด แต่เมื่อได้คุยถึงตัวตนของเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนที่ต่อสู้ เขาไม่ได้เกิดมาจากชีวิตที่ดี มีฐานะที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่าสำหรับเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนรักแม่ เขาแบ่งเบาภาระแม่ จะเห็นว่าเรื่องราวของน้ำตาลอาจไม่ใช่เรื่องราวของคนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ น่าจดจำ เราจะทำยังไงให้คนรักตัวตนของเขา มันยากนะ แต่ต้องทำให้ได้”

ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่คุณออนรับตำแหน่งผู้จัดการกองประกวดฯ ซึ่งเริ่มต้นปีแรกด้วยการส่งแนท (อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ Miss Universe Thailand 2015) เข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายของการประกวด Miss Universe ในปีนั้น มาจนถึงน้ำตาลที่เข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้าย และมารีญา (มารีญา พูนเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017) ในปี 2560 ที่สามารถเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้าย เป็นสถิติการประกวดที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ก็ยังไม่เข้าใกล้มุงกุฎนางงามจักรวาล เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คุณออนและกองประกวดฯ จะต้องแก้เกมอยู่ตลอดเวลา เพราะการประกวดในระดับโลกครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงเหลือเกิน

“มันยิ่งกว่าเกมอีกนะ มันเหนื่อย (หัวเราะ) มันต้องดูคู่แข่งด้วยเหมือนกัน เช่นปีนี้เราอาจจะประกวดก่อนประเทศอื่น อาจจะเสียเปรียบในการเห็นคู่แข่ง จึงเป็นการแก้เกมว่าจะต้องส่งใครเข้าไป หลายปีที่ผ่านมาเราอาจจะคิดว่าผู้หญิงที่จะได้ไปเวทีนี้ต้องสูง หรือเอาความเด่นข่ม มันไม่ใช่ เช่นปีที่แล้วแอฟริกาใต้ (Demi-Leigh Nel-Peters มิสยูนิเวิร์ส 2017 จากประเทศแอฟริกาใต้) เขาสูงแค่ 167 เซนติเมตร ปัจจัยแต่ละอย่างไม่ได้คงที่ ออนว่าเขามองหาความแตกต่างในความหลากหลายเหมือนกัน”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ไปสู่จักรวาล

สิ่งหนึ่งที่กองประกวดฯ ต้องรับมืออยู่เสมอคือเรื่องดราม่า

การประกวดทั้งเวทีในประเทศไทยและต่างประเทศ ย่อมมีเรื่องให้ถกเถียงกันอยู่ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ทั้งการตัดสิน หรือองค์ประกอบใดก็ตามที่ทำให้เราไปไม่ถึงมงกุฏที่ฝันไว้

ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าคุณออนและกองประกวดฯ รับมือกับดราม่าในอินเทอร์เน็ตยังไงบ้าง

“มันต้องแยกประเภทของดราม่าก่อน ถ้าในมุมมองของออนจะมองว่าดราม่าเกิดจากความคิดต่างอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่การแข่งขันต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ ดราม่าเกิดขึ้นมาจากความผิดหวังในผลการตัดสินที่เกินการควบคุมของเรา ปกติมนุษย์ทั่วไปต้องหาเหตุผลว่าทำไม แต่บางครั้งมันไม่มีเหตุผลหรอก เพราะเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเพราะอะไร ถ้าถามเรา น้องๆ ผู้เข้าประกวดทำได้ดีที่สุดแล้ว เราจะไปหาคนผิดทำไม เราแค่ต้องทำใจเรื่องดราม่า มันเป็นเรื่องปกติ”

นอกจากจะมีข้อบังคับจากองค์การนางงามจักรวาลสำหรับการจัดประกวดในแต่ละปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณออนซึมซับจากการทำงานและนำมาปรับใช้อยู่เสมอ คือวิธีการทำงานจาก คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการประกวดที่เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการจัดการประกวดทุกครั้ง

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เราอยู่วงการนางงามมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่คุณแดงจะเป็นผู้ถือสิทธิ์การจัดประกวดก็เป็นคุณพ่อ (คุณชาติเชื้อ กรรณสูต) สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือประสบการณ์ เรารู้เลยว่าคนที่รักในงานที่ทำจะทำงานออกมาได้ดี คุณแดงทำให้เห็นว่าเมื่อลงมือทำแล้วต้องลงมือด้วยตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างคืองานที่ละเอียดอ่อน เช่นวันนี้ที่คุณแดงดูผังการจัดที่นั่งของการประกวดด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าคนดูจะนั่งแล้วเห็นไม่ชัด จึงลองนั่ง แล้วกลับมาบอกออนว่า “เธอ ฉันรู้สึกว่าเก้าอี้ตรงนี้มันเห็นแค่สามส่วนสี่เอง ฉันต้องมาขยับเก้าอี้ให้คนดู เพราะฉันไม่อยากให้เขาซื้อบัตรมาแล้วเห็นไม่ชัด

“จะเห็นว่าคุณแดงดูแลผู้ที่มาเข้าประกวดเหมือนลูกหลานของตัวเอง ดูแลความปลอดภัยและห่วงใยเพราะคิดแทนพ่อแม่ของน้องๆ ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้ความละเอียดเหล่านี้มาจากคุณแดง” คุณออนพูดถึงวิธีการทำงานที่เธอได้รับจากคุณแดง

ในการประกวด Miss Universe Thailand มีการขายบัตรเข้าชมการประกวดรอบตัดสิน และบัตรก็ขายหมดอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว

“มันก็เหมือนเชียร์บอลนะ เพียงแต่คนละความรู้สึก คุณต้องมาดูเอง บรรยากาศของกองเชียร์ สีสัน ต้องยอมรับว่า เวลาชมภาพถ่ายทอดเราจะไม่ได้เห็นสิ่งนั้น แฟนๆ ก็อยากเห็นตัวเป็นๆ ของคนที่เขาเชียร์ เขาอาจจะตามจากโซเชียลมีเดีย เขาได้มาเจอเพื่อนใหม่ ได้มาเจอคนที่รักที่ชอบในสิ่งเดียวกันรวมตัวกัน” บรรยากาศเหล่านี้คือ เสน่ห์ของการประกวดที่แฟนเวทีประกวดนางงามรายการนี้ไม่ยอมพลาด

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“ทุกวันนี้เราติดตามดูนางงามเหมือนแฟนรายการเรียลิตี้เลย ซึ่งตั้งแต่ที่กองประกวดฯ เพิ่มช่องทางการติดต่อบนโซเชียลมีเดียให้ชัดมากขึ้น เราได้เห็นฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ ตั้งแต่ในวันแรกที่ยื่นใบสมัคร แล้วขยายฐานไปเรื่อยๆ ทำให้น้องที่เป็นตัวแทนเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหลายมิติ ในเรื่องของกิจกรรม ความคิด ความอ่านที่อยากสื่อสารกับแฟนคลับหรือประชาชน ก่อนจะขยายฐานไปสู่ฐานกลุ่มมวลชนจำนวนมากได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีเป็นตัวกลางที่ดี เรารู้สึกขอบคุณแฟนคลับที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีพวกเขาที่คอยสนับสนุน ช่วยโหวต ช่วยแชร์จนเกิดเป็นกระแส เราก็คงมาถึงจุดนี้ไม่ได้”

ภาพการต้อนรับสาวงามกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่นจนแน่นขนัดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นภาพที่เห็นคุ้นตาทุกปี ทำให้เห็นพลังความรักที่แฟนนางงามมีให้แก่ตัวแทนประเทศไทยแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ในฐานะคนทำงานเบื้องหลัง เรารู้สึกภูมิใจในทุกผลงานที่เด็กๆ ทุกคนทำ การที่เขาได้มีคนรักเขา ได้กระแสตอบรับที่ดี เราดีใจแทนเขานะ เหล่านี้จะเป็นความทรงจำที่ดีไปตลอดชีวิต เพราะเขาเป็นเหมือนฮีโร่คนหนึ่งของประเทศ ทั้งที่เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง” คุณออนกล่าวถึงความสำเร็จหลังการประกวด

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

74 ปี สำหรับมนุษย์อาจเป็นเวลายาวนานกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรบางประเทศ

แต่สำหรับประเทศที่ก่อตั้งมาได้ 74 ปี คงต้องจัดไว้ในหมวดประเทศเกิดใหม่ ซึ่งทยอยถือกำเนิดขึ้นทุกมุมโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปิดฉากลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร

ตัวเลขดังกล่าวคืออายุปัจจุบันของ ‘รัฐอิสราเอล’ ประเทศเล็ก ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 ตามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติซึ่งยินยอมให้ชนชาติยิวจัดตั้งรัฐบนแผ่นดินที่เคยเป็นบ้านของพวกเขาเมื่อหลายพันปีที่แล้ว ก่อนพวกเขาแตกสานซ่านเซ็นไปยังดินแดนข้างเคียง ไม่ว่ายุโรป เอเชีย หรือแอฟริกา

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ที่ตั้งของประเทศใหม่นี้ยังเป็นแผ่นดินในพันธสัญญาที่พระเป็นเจ้าในศาสนายูดาห์ทรงให้คำมั่นว่าจะประทานเป็นที่อยู่อาศัยแก่ยิวทั้งมวล ด้วยสำนึกทางชาติพันธุ์เต็มเปี่ยมในกมล พี่น้องชาวยิวที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศได้อพยพหลั่งไหลเข้ามาสร้างชีวิตใหม่ในอิสราเอล พร้อมกับวัฒนธรรมที่ติดตัวมาจากดินแดนเดิมของพวกเขา อิสราเอลจึงเป็นชาติเกิดใหม่ที่คลาคล่ำด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมในหลาย ๆ เรื่อง

หนึ่งในนั้นคือเรื่องอาหาร

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

เช้าวันศุกร์ที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2022 เรามีนัดพิเศษกับสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยที่ Helena Greek Restaurant Bangkok ร้านอาหารกรีกน้องใหม่ท้ายซอยสุขุมวิท 51 เพื่อทำความรู้จักกับ ‘อาหารอิสราเอล’ ซึ่งทางสถานทูตภูมิใจนำเสนอ

ในความรับรู้ของชาวไทยทั่วไป อิสราเอลคือประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง แม้ต่างเชื้อชาติศาสนากับปวงประเทศอาหรับที่อยู่รายล้อม ทว่าหน้าตาผิวพรรณของผู้คน ตลอดจนอาหารการกินคงไม่แปลกแยกจากกันนัก กลับกันชาติยุโรปยังน่าจะแตกต่างจากอิสราเอลมากกว่า

มายาคติข้างต้นได้นำความกังขามหาศาลโถมทับใจเรา ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินว่าสถานที่จัดงานคือร้านอาหารกรีก ซึ่งดูไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องอันใดกับประเทศของชาวยิว และยิ่งงงตึ้บกว่าเก่า เมื่อได้พบเจ้าหน้าที่สถานทูตหลายท่าน ที่ล้วนแต่มีประพิมพ์ประพายค่อนไปทางชาวตะวันตก ไม่ใช่แขกขาวชาวตะวันออกกลางอย่างที่เราวาดภาพไว้ในใจตอนแรก

คงเป็นบทเรียนแรกที่ ออร์นา ซากิฟ (Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตอิสราเอล เตรียมไว้สอนแขกชาวไทยเช่นเรา ก่อนที่งาน ‘Israel’s Diversity: Stories Behind the Dishes’ ในวันนี้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

หลากที่มา

ครั้นผู้เข้าร่วมงานประจำที่บนโต๊ะอาหารกันอย่างพร้อมหน้า ท่านทูตซากิฟจึงลุกขึ้นกล่าวเบื้องหน้าธงชาติพื้นหลังขาวที่กึ่งกลางมีลายดาวดาวิดหกแฉกสีน้ำเงิน

“อิสราเอลเป็นประเทศอายุน้อย ประชาชนชาวอิสราเอลที่เห็นในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่อพยพมาจากต่างประเทศได้ไม่นานค่ะ” เธอเข้าสู่ประเด็นทันทีที่เสร็จสิ้นการอารัมภบท

ผู้แทนประเทศอิสราเอลเล่าว่า ก่อนการก่อตั้งชาติของเธอเมื่อ ค.ศ. 1948 ชาวยิวไม่เคยมีประเทศของตัวเองมานานนับพัน ๆ ปี พวกเขาพลัดพรายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่เอเชียตะวันตก ยุโรปใต้ ยุโรปตะวันออก เรื่อยไปถึงแอฟริกาตะวันตกอันไกลลิบอย่างอัลจีเรียและโมร็อกโก เป็นชนกลุ่มน้อยที่ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนาจากคนส่วนใหญ่ในสังคมเหล่านั้น แต่ขณะเดียวกัน ชาวยิวก็ได้รับเอาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนในชาตินั้น ๆ มาปนเปในวิถีชีวิตตน จนเกิดเป็นความแตกต่างในหมู่ยิวด้วยกันเอง

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ชาวยิวที่ถือสัญชาติอิสราเอลทุกวันนี้ หากไม่ใช่รุ่นที่อพยพเข้ามาด้วยตัวเอง ก็มักจะเป็นคนที่เกิดในอิสราเอลไม่รุ่นที่ 1 ก็รุ่นที่ 2 ทุกครอบครัวจะทราบกันดีว่าปู่ย่าตาทวดของตนย้ายถิ่นมาจากประเทศใด อีกทั้งหลายคนก็ยังพูดภาษาในดินแดนที่พวกเขาจากมาได้ นอกเหนือจากภาษาฮีบรูของชาวยิวด้วย

“ในอิสราเอล ถ้าคุณจะแต่งงาน ครอบครัวคุณจะถามเลยว่าคนรักของคุณเกิดที่ไหน พ่อแม่ของเขาย้ายมาจากประเทศอะไร ถ้าพ่อแม่ของเขาเกิดในอิสราเอลเหมือนกัน ก็จะถามถึงรุ่นปู่ย่าต่อไป” ทูตสาวยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพ ก่อนบอกกับเราทุกคนว่าเธอเป็นคนอิสราเอลเชื้อสายโปแลนด์ ที่ครอบครัวได้ย้ายจากโปแลนด์มาอยู่อิสราเอลหลังการสถาปนารัฐอิสราเอลเมื่อ 74 ปีก่อนนั่นเอง

ยามคนอิสราเอลจะดูกันว่าอีกฝ่ายมาจากที่ใด ถ้าไม่ฟังภาษาที่เขาใช้สื่อสารภายในบ้าน ของกินบนโต๊ะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชี้ชัดได้เหมือนกัน เพราะครอบครัวที่มีพื้นเพมาจากรัสเซียก็มักจะกินอาหารรัสเซีย ครอบครัวที่ย้ายมาจากโมร็อกโกก็จะนิยมอาหารแบบแอฟริกาเหนือ หรือครอบครัวไหนที่เคยอาศัยอยู่ประเทศกรีซ ก็จะช่ำชองด้านการปรุงอาหารกรีกและเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหลายแหล่ ดังเช่นเจ้าของร้าน Helen Restaurant แห่งนี้ที่เป็นชาวอิสราเอลเหมือนกัน

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

หลากวิธีทำ

ปูพื้นความเข้าใจเรื่องประเทศ เชื้อชาติ และอาหารกันพอหอมปากหอมคอแล้ว แต่เพราะสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ ท่านทูตซากิฟพร้อมด้วยรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต อาเรียล ไซด์มัน เลยนำแขกในงานทุกคนออกไปยังบริเวณเฉลียงที่โต๊ะใหญ่ 3 – 4 ตัววางเป็นแถวเป็นแนว โดยมีพืชผักและเครื่องปรุงนานาชนิด ตั้งรอให้เลือกหยิบไปใช้กับเครื่องครัวที่ไม่เหมือนกันบนโต๊ะแต่ละตัว

ท่ามกลางผู้คนที่สวมผ้ากันเปื้อนยืนหน้าสลอน นักการทูตทั้งสองเชื้อเชิญให้แขกผู้มีเกียรติทุกคนได้ทดลองทำอาหารอิสราเอลด้วยน้ำมือตนเองทั้งหมด 3 เมนู ได้แก่ ชักชูกา (Shakshuka), ฟาลาเฟล (Falafel) และขนมปังคาลา (Challa) โดยมีเชฟประจำร้านคอยสาธิตและช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

เริ่มต้นกันที่ ‘ชักชูกา’ ไข่ลวกกะทะร้อนสไตล์แอฟริกาเหนือซึ่งปรุงด้วยมะเขือเทศ พริก กระเทียม ยี่หร่า น้ำมันมะกอก ให้รสจัดจ้านถูกลิ้นคนไทย

เมนูนี้แพร่เข้ามาในอิสราเอลโดยชาวยิวจากอัลจีเรีย ตูนีเซีย และโมร็อกโก ผู้คนส่วนใหญ่ชอบที่จะรับประทานเป็นอาหารเช้ารับวันใหม่ แต่ด้วยรสชาติอันโอชะ คนอีกไม่น้อยจึงไม่อาจเก็บความอร่อยของชักชูกาไว้ดื่มด่ำเฉพาะมื้อเช้าได้ เราจึงพบชักชูกาได้ทั่วไปในประเทศอิสราเอล ทุกที่ ทุกมื้ออาหาร

ฐานนี้ เชฟใหญ่สอนให้ผู้ร่วมเวิร์กชอปฝานพริกหยวก กระเทียม มะเขือเทศ เป็นชิ้นบาง ส่งเสียงฉับ ๆ ดังกึกก้อง แล้วจึงนำทั้งหมดเทรวมกันลงในกระทะ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว
ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

กริ๊ง! นาฬิกาจับเวลาในมือคุณไซด์มันส่งสัญญาณบอกหมดเวลา ถึงคราวต้องย้ายฐานกันแล้ว

เราละสายตาจากกระทะผัดชักชูกาที่เชฟกำลังเร่งมือผัดส่วนผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกันอย่างขมีขมัน แล้วหันไปให้ความสนใจกับ ‘ฟาลาเฟล’ ของทอดที่สีสันส่วนผสมดูคล้ายกุยช่ายทอด แต่สัณฐานกลมดิก

ทฤษฎีว่าด้วยที่มาของอาหารชนิดนี้ยังเป็นที่โต้แย้งกันไม่มีวันจบสิ้น บางกระแสว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากอียิปต์เมื่อ 1,000 ปีก่อน บ้างว่ามาจากอินเดียนานกว่านั้น และบ้างก็ว่าเพิ่งมีเมื่อร้อยกว่าปีมานี้ สมัยที่อังกฤษยึดครองตะวันออกกลางเป็นดินแดนอารักขา

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ความจริงจะเป็นเช่นไร คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ทำการสืบค้นต่อไป เนื่องจากขณะนี้เชฟกำลังเร่งรัดเราให้ปั้นก้อนฟาลาเฟลจากถั่วหัวช้าง ถั่ว และเครื่องเทศ ซึ่งตัวเขาได้คลุกทุกอย่างใส่หม้อรอเราไว้แล้ว หน้าที่ของเราในฐานะผู้ทำเวิร์กชอปคือปั้นพวกมันให้แน่นที่สุด เพื่อที่เวลาลงกระทะจะได้ไม่แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

รอยังไม่ทันจะเบื่อ ก็ได้ฟาลาเฟลกลิ่นหอมฉุย ขนาดเท่าลูกชิ้น มากินแก้หิวกันพลาง ๆ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว
ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

นาฬิกาลั่นเสียงดังกังวานอีกครั้ง เป็นเหตุให้เราต้องขยับจากฐานฟาลาเฟล มายังฐานสุดท้าย คือฐานทำ ‘คาลา’ ซึ่งมีจุดรวมสายตาอยู่ ณ กะละมังสแตนเลสบรรจุก้อนแป้ง

สำหรับประชาชาติยิวที่มีมากกว่า 14 ล้านคนทั่วโลก คาลาเป็นมากกว่าขนมปังที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เจ้าขนมปังที่มีทรวดทรงเหมือนเปียผม ยังเป็นดั่งพันธะที่ผูกมัดมนุษย์กับพระเจ้า

ทั้งนี้เพราะคัมภีร์โตราห์ของชาวยิวเล่าย้อนไปในสมัยที่บรรพบุรุษของพวกเขาถูกเนรเทศ ต้องใช้ชีวิตระเหเร่ร่อนอยู่ท่ามกลางความแร้นแค้น พระเจ้าจึงมีรับสั่งให้พวกเขาแสดงความศรัทธาต่อพระองค์ ด้วยการแยกขนมปังบางส่วนของพวกเขาเพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะ หลังจากที่พวกเขาเดินทางเข้าสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์โดยสวัสดิภาพ อนุชนชาวยิวจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาว่า ต้องอบและรับประทานขนมปังคาลาทุกวาระสำคัญในศาสนายูดาห์ ยกเว้นเทศกาลปัสคาที่ต้องกินขนมปังไร้เชื้อเท่านั้น

แต่เดิมขนมปังคาลาไม่ได้มีรูปแบบชัดเจนตายตัว ส่วนรูปแบบที่แพร่หลายในอิสราเอลทุกวันนี้ได้รับมาจากชาวยิวในยุโรป บางครั้งจะโรยงาให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

วิธีทำคาลาก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่แป้งที่หมักยีสต์และน้ำตาลมา ตอกไข่และเติมเนยลงไปเล็กน้อยให้ได้เนื้อแป้งที่นิ่มหยุ่น แล้วทิ้งไว้ในที่อุ่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

จากนั้นนำแป้งที่เตรียมไว้มาแยกเป็นชิ้น ๆ นวดทุกชิ้นเป็นเส้นยาว และนำแป้ง 2 เส้นมาผูกร้อยกันในลักษณะเดียวกับถักเปีย นำไปอบในเตาที่ให้ความร้อนสูง 180 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ราว 25 นาที เท่านี้ก็จะได้คาลาสีน้ำตาลนวลตาสมดั่งใจแล้ว

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

หลากความอร่อย

เวิร์กชอปทั้ง 3 ฐานจบลงด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหมด แต่คงเป็นเพราะทุกคนขลุกอยู่กับการครัวทั้งที่ท้องยังว่าง ท้องไส้ของแต่ละคนจึงเริ่มส่งเสียงจ๊อก ๆ ท่านทูตซากิฟและคุณไซด์มันเลยอาสานำแขกทุกคนกลับเข้าห้องอาหาร โดยปล่อยให้ขั้นตอนการปรุงที่เหลือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเชฟตัวจริงต่อไป

กลับมารอบนี้ โต๊ะบุฟเฟต์ตัวยาวที่ก่อนหน้ายังคลุมด้วยผ้าทึบกลับเปิดโล่ง เผยความอุดมสมบูรณ์ของ ‘อาหารอิสราเอล’ สารพัดเมนูซึ่งดูคล้ายอาหารชาติอื่นไปเสียทุกจาน นี่กระมังความหลากหลายของอิสราเอลที่ท่านทูตและคณะตั้งใจจะอวดให้เราเห็น

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย
เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

มื้อกลางวันที่ทุกคนตั้งตารอนี้ ทางสถานทูตได้ทยอยเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยและสลัดจานเล็ก ต่อด้วยอาหารจานหลักซึ่งมีเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเลือกตักในถาดบุฟเฟต์ได้ตามอัธยาศัย ก่อนตบท้ายด้วยของหวาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมนูใด ก็มักจะมีเรื่องราวการนำเข้ามาโดยชาวยิวจากที่นั่นที่นี่เสมอ

บางเมนูมีชื่อที่ฟ้องชัดว่าไม่ใช่อาหารพื้นถิ่นของอิสราเอลเป็นแน่แท้ ยกตัวอย่างเช่นสลัดกรีก (Greek Salad) ซึ่งหาพบได้แทบทุกภัตตาคารในอิสราเอล หรือปลาโมร็อกโก (Moroccan Fish) ที่ชาวอิสราเอลนิยมกินเป็นมื้อเย็นวันศุกร์คู่กับขนมปังคาลา

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

บางเมนูเป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในตะวันออกกลาง อย่าง ฮุมมุส (Hummus) อาหารเนื้อเหลวละม้ายครีม ทำจากถั่วหัวช้างผสมซอสงาบด เป็นที่นิยมทั้งในอิสราเอล อิหร่าน จอร์แดน เลบานอน ตลอดจนภูมิภาคแอฟริกาเหนือที่เป็นถิ่นทะเลทราย

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

แต่ก็มีอีกหลายเมนูที่ชาวอิสราเอลแสดงความเป็นเจ้าของได้อย่างสมภาคภูมิ อาทิ ขนมปังคาลา และเบเกิลเยรูซาเลม (Jerusalem Bagel)

“อิ่ม” คือคำแรกที่เราบอกกับตัวเองเมื่อแขกเหรื่อทยอยมาอำลาท่านทูต

อิ่มท้อง… ที่ได้กินของอร่อยนานาชาติในมื้อเดียว

อิ่มสมอง… ที่ได้รับรู้ข้อมูลใหม่ ๆ และสาระน่าสนใจของอาหารแต่ละจานที่กินเข้าไป

อิ่มใจ… ที่ได้รับไมตรีจิตจากเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยทุกคน

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

จบจากมื้อนี้ ถ้ามีใครถามว่าอาหารอิสราเอลมีรสยังไง

“รสหลากหลาย” นี่แหละ ที่จะเป็นคำตอบของเรา

ภาพ : สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load