3 กรกฎาคม 2561
7.10 K

ช่วงการประกวด ‘Miss Universe’ ของทุกปี ฉันมีส่วนร่วมกับเวทีนี้แค่ 2 เรื่อง

หนึ่ง ฉันมีเพื่อนชื่อ อัจฉรี บัวเขียว หรือเทียน รองอันดับหนึ่ง Miss Universe Thailand 2017 ซึ่งนานๆ ทีเราจะได้มีโอกาสไปทานอาหารด้วยกัน ฉันมักใช้โอกาสบนโต๊ะอาหารถามไถ่ถึงประสบการณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งในการประกวดสาวงามที่ทรงพลังที่สุดในประเทศ และประสบการณ์ที่เธอได้รับจากการทำงานร่วมกับทางกองประกวดฯ

สอง การเป็นผู้ชมแถวหน้าสำหรับชมการถ่ายทอดสดการประกวดที่โรงอาหารคณะกับเพื่อนๆ ของฉัน ซึ่งถ้าถามว่าผู้ชายดูบอลแล้วรู้สึกยังไงเวลาทีมที่เขารักทำประตูได้ กะเทยเวลาดูนางงามแล้วได้ยินเสียงประกาศ ‘Thailand’ จากสตีฟ ฮาร์วี่ย์ ก็คงแสดงออกเหมือนกัน

ต่างกันที่ผู้ชายส่งเสียงโทนต่ำ แต่พวกเราส่งเสียงโทนสูงเหมือนผู้หญิง

ก่อนที่เราจะส่งสาวงามไปเวทีระดับโลกได้ เธอผู้นั้นจะต้องผ่านการคัดเลือกจากเวทีการประกวด ‘Miss Universe Thailand’ ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดและส่งตัวแทนสาวงามจากองค์กร Miss Universe Organization แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ปีแล้วปีเล่าที่เราได้เห็นสาวงามที่เพียบพร้อมทั้งกิริยาท่าทาง รูปร่าง ความสามารถ และทัศนคติ ซึ่งผ่านการคัดเลือกและขัดเกลาอย่างเข้มข้น จนเป็นสาวงามที่งามอย่างครบเครื่อง พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ณ เวลานี้ เราทราบแล้วว่าผู้ชนะเลิศการประกวด Miss Universe Thailand 2018 คือ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ ผู้จัดการธนาคารวัย 23 ปี ดีกรีเกียรตินิยมอันดับสองจาก University of Nevada, Las Vegas ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยในปีนี้

บนเวที Miss Universe Thailand ในรอบตัดสินที่มีผู้เข้าประกวดเพียง 40 คนเท่านั้น

ฉันในนามผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 ขอฉวยป้าย ALL AREA จากทีมงานเพื่อสอดส่อง เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย พูดคุยกับทีมงาน และฟังเบื้องหลังเส้นทางของ Miss Universe Thailand

ที่ฉันเชื่อว่าพิเศษมากกว่าใคร

หนึ่งในร้อย

หมายเลข 41 นางสาวสุรภัทราวดี เมธุชุติกุล คาตาโอกะ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นิตยสารออนไลน์ The Cloud และคุณทรงกลด บางยี่ขัน ส่งเข้าประกวด

ผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 เดินทางมายังรอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอนตามนัดหมายเพื่อพบ คุณออน-ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand ก่อนการประกวดรอบ Preliminary 2 ชั่วโมง

รอสักพัก ฉันจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฮอลล์ก่อนที่การประกวดจะเริ่ม

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ถึงแม้ว่าที่นั่งทั้งหมดที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับ ‘แฟนนางงาม’ ที่ถือบัตรชมการประกวดในตอนนี้ยังว่างเปล่า ฉันยอมรับว่าหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้และมากขึ้นไปทุกทีเมื่อได้มาอยู่ท่ามกลางสถานที่คัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เวทีที่ผู้หญิงทุกคนในโลกต่างฝันถึงว่าสักวัน เธอจะก้าวขึ้นไปบนนั้น

การเตรียมงานในช่วงเวลา 4 โมงเย็นยังเป็นไปด้วยความขะมักเขม้น ทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง นักร้อง ผู้เข้าประกวดที่ซ้อมเดินเป็นรอบสุดท้าย ผู้กำกับเวทีที่คอยซ้อมคิวเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

และคุณออน ที่กำลังลงรายละเอียดกับงานทั้งหมดบนเวที

จุดประสงค์ของการประกวด Miss Universe Thailand นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าการหาตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย

“จุดประสงค์ของการหานางงามในความคิดของออนคือ ตามหาคนที่เป็นแบบอย่างหรือเป็นไอดอลให้กับคนในยุคนั้น อย่าง พี่ปุ๋ย (ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ปี 1988) ยุคนั้นคุณแม่ที่มีลูกก็จะตั้งชื่อลูกว่าปุ๋ย เพราะพี่ปุ๋ยรักเด็ก เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี พร้อมช่วยเหลือสังคม การประกวดนางงามจึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนยุคนั้น

“ส่วนคุณสมบัติของนางงามในแต่ละปี เราไม่สามารถบอกได้ว่าอยากได้นางงามแบบไหน สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาให้เราคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศมากกว่า เพราะเขาต้องเดินมาสมัครกับเรา แต่ถ้าถามว่าจะเลือกใครใน 40 คนนี้ คนคนนั้นต้องทำให้เราสัมผัสพลังบางอย่างในตัวของเขา และเราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเขาว่าเขามีอะไรบางอย่าง แม้ไม่สามารถตอบได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“ความสวยมันมีหลายแบบมาก เราอาจจะต้องเลือกความสวยในแบบที่สากลยอมรับ นอกจากความสวยแล้ว ต้องมีทัศนคติที่ดี ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ถึงผู้อื่นได้และที่สำคัญคือ ต้องมีความพยายามที่จะต่อสู้ ต้องเป็นนักสู้เพื่อจะขึ้นไปอยู่บนเวทีโลก” คุณออนกล่าวถึงคุณสมบัติของหญิงสาวที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

เดือนในหมู่ดาว

“อะไรเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประกวดนางงามมากที่สุด” ฉันถาม

“ออนเข้าใจว่าเวทีประกวดนางงามมีเยอะมาก จนคนอาจจะเหมารวมว่าเวทีนางงามคือเวทีที่ขายเรือนร่าง ใช้ผู้หญิงเป็นวัตถุประเภทหนึ่ง จริงๆ แล้วอยากจะให้มองคอนเซปต์ของแต่ละเวทีที่มีจุดขายที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเวทีของเรา เราจะไม่ลดทอนคุณค่า แต่จะยกระดับและแสดงศักยภาพของความเป็นผู้หญิงที่มีภาวะผู้นำและเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อไปต่อสู้กับสาวงามชาติอื่นได้ เสน่ห์ของเวทีนี้คือผู้จัดเป็นผู้หญิงและเราเห็นคุณค่าในตัวผู้หญิงด้วยกัน”

ในปีนี้การประกวด Miss Universe Thailand มีผู้สมัครกว่า 300 คน จากนั้นคัดเลือกจากใบสมัครให้เหลือ 72 คน เพื่อเข้าสู่การสัมภาษณ์เชิงทัศนคติ โดยเป็นการสัมภาษณ์ทั้งตัวผู้เข้าประกวดและผู้ปกครองของผู้เข้าประกวด ซึ่งบางคนอาจกลัวการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับคณะกรรมการในห้องแอร์เย็นเฉียบ

“เราไม่ได้ถามคำถามโหดร้ายเลยนะ เราถามเพื่อทำความรู้จักกันว่า บ้านเป็นยังไง คุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไร และมีวิธีการเลี้ยงลูกยังไง ถึงเก่งและโตเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้ บ่อยครั้งก็เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติกันมากกว่า หรือบางคนที่มาอาจจะยังไม่พร้อมในปีนี้ เราก็ถือโอกาสแนะนำเพราะเชื่อว่าอย่างน้อยเขาจะได้พัฒนา เพื่อว่าปีหน้าเขาจะกลับมาประกวดใหม่”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ความน่าสนใจของการประกวดในปีนี้ คือประวัติของผู้สมัครที่มีพื้นฐานชีวิต การศึกษา ภูมิลำเนา และอาชีพที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง เนติบัณฑิต ทหารหญิง หรือผู้จัดการธนาคาร

แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เมื่อเข้าสู่รอบ 40 คนสุดท้าย คุณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของการเก็บตัว

การเก็บตัวในปีนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ ตลอด 8 วัน 7 คืน ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างหมู่ผู้เข้าประกวดและทีมงาน ทั้งทัศนศึกษา และเข้าคลาสเรียนต่างๆ เพื่อพัฒนาสาวงามสู่เวทีการประกวดจริง

“เรารู้สึกว่าการประกวด Miss Universe Thailand เป็นเหมือนโรงเรียน คุณจบหลักสูตรนี้ไปคุณต้องไม่อายใคร และเราก็ไม่อายคนอื่นเหมือนกัน บทเรียนแรกคือเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เราสอนวิธีการทานบุฟเฟต์ ต่อมาคือเรื่องของการตอบคำถามที่เราเน้นฝึกกันทุกเช้า ให้ตอบคำถามกับเพื่อน ฝึกทักษะการพูดต่อหน้าที่ชุมชน และการฝึกพัฒนาความคิดซึ่งเราจะปูพื้นฐานทุกอย่างให้

“นอกจากนี้ยังมีวิชาการแสดง ให้ฝึกรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีผ่านการแสดงสีหน้าและท่าทาง หรือแม้กระทั่งการเรียนเต้น ซึ่งเป็นวิธีการฝึกบริหารพื้นที่บนเวที ที่สำคัญทักษะทุกอย่างที่เรียนรู้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้” คุณออนกล่าวถึงกิจกรรมการเก็บตัวที่น้อยคนจะรู้

เกมกลยุทธ์

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว ตำแหน่งผู้ชนะในการประกวด คือความฝันที่กลายเป็นความจริง คือชีวิตที่เปลี่ยนไปภายในชั่วข้ามคืน

หนึ่งถึงสองเดือนหลังการประกวดจบลง สิ่งแรกที่คุณออนจะเริ่มทำกับตัวแทนสาวไทย คือการปรับทัศนคติ

“เราต้องทำความเข้าใจกันก่อน สิ่งหนึ่งที่เวทีนี้ไม่เคยเปลี่ยนคือ เราไม่เคยเปลี่ยนใครให้เป็นใคร เราต้องทำความรู้จักแล้วก็ดึงตัวตนออกมา คุณเป็นคนแบบไหน ข้อดีหรือข้อด้อยของคุณคืออะไร อยากจะพัฒนาอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความต้องการของตัวบุคคลนั้น โดยเราจะเป็นคนแนะนำสิ่งที่ใช่และไม่ใช่ พร้อมกับดึงศักยภาพของเขาออกมาให้ชัดเจน

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เป็นนางงามนั้นไม่ง่ายเลยนะ ก่อนที่จะมาสู้กับคน 40 คนต้องสู้กับตัวเอง แถมยังต้องมาแบกรับภาระความหวังของกองเชียร์ แฟนคลับ ซึ่งมีทั้งชอบ ไม่ชอบ ถูกใจ ไม่ถูกใจ ความกดดันจึงมาอยู่ที่นางงามเต็มๆ สิ่งที่ท้าทายคือ เมื่อชีวิตคุณเปลี่ยน จิตใจคุณต้องพร้อม เราต้องบอกเพื่อให้เขารู้ตัวว่า จากนี้เขาจะมีสปอตไลต์ส่องลงมา มันดันเป็นความหวังใส่เข้าไป เขาจะต้องพัฒนาตัวเพื่อเป็นตัวแทนที่พร้อมที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น น้ำตาล (ชลิตา ส่วนเสน่ห์ Miss Universe Thailand 2016) ถ้าสมมติเราไม่ทำอะไร น้ำตาลก็จะเป็นเพียงผู้หญิงที่มีหน้าทรงไทย มีโหนกชัด แต่เมื่อได้คุยถึงตัวตนของเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนที่ต่อสู้ เขาไม่ได้เกิดมาจากชีวิตที่ดี มีฐานะที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่าสำหรับเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนรักแม่ เขาแบ่งเบาภาระแม่ จะเห็นว่าเรื่องราวของน้ำตาลอาจไม่ใช่เรื่องราวของคนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ น่าจดจำ เราจะทำยังไงให้คนรักตัวตนของเขา มันยากนะ แต่ต้องทำให้ได้”

ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่คุณออนรับตำแหน่งผู้จัดการกองประกวดฯ ซึ่งเริ่มต้นปีแรกด้วยการส่งแนท (อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ Miss Universe Thailand 2015) เข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายของการประกวด Miss Universe ในปีนั้น มาจนถึงน้ำตาลที่เข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้าย และมารีญา (มารีญา พูนเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017) ในปี 2560 ที่สามารถเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้าย เป็นสถิติการประกวดที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ก็ยังไม่เข้าใกล้มุงกุฎนางงามจักรวาล เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คุณออนและกองประกวดฯ จะต้องแก้เกมอยู่ตลอดเวลา เพราะการประกวดในระดับโลกครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงเหลือเกิน

“มันยิ่งกว่าเกมอีกนะ มันเหนื่อย (หัวเราะ) มันต้องดูคู่แข่งด้วยเหมือนกัน เช่นปีนี้เราอาจจะประกวดก่อนประเทศอื่น อาจจะเสียเปรียบในการเห็นคู่แข่ง จึงเป็นการแก้เกมว่าจะต้องส่งใครเข้าไป หลายปีที่ผ่านมาเราอาจจะคิดว่าผู้หญิงที่จะได้ไปเวทีนี้ต้องสูง หรือเอาความเด่นข่ม มันไม่ใช่ เช่นปีที่แล้วแอฟริกาใต้ (Demi-Leigh Nel-Peters มิสยูนิเวิร์ส 2017 จากประเทศแอฟริกาใต้) เขาสูงแค่ 167 เซนติเมตร ปัจจัยแต่ละอย่างไม่ได้คงที่ ออนว่าเขามองหาความแตกต่างในความหลากหลายเหมือนกัน”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ไปสู่จักรวาล

สิ่งหนึ่งที่กองประกวดฯ ต้องรับมืออยู่เสมอคือเรื่องดราม่า

การประกวดทั้งเวทีในประเทศไทยและต่างประเทศ ย่อมมีเรื่องให้ถกเถียงกันอยู่ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ทั้งการตัดสิน หรือองค์ประกอบใดก็ตามที่ทำให้เราไปไม่ถึงมงกุฏที่ฝันไว้

ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าคุณออนและกองประกวดฯ รับมือกับดราม่าในอินเทอร์เน็ตยังไงบ้าง

“มันต้องแยกประเภทของดราม่าก่อน ถ้าในมุมมองของออนจะมองว่าดราม่าเกิดจากความคิดต่างอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่การแข่งขันต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ ดราม่าเกิดขึ้นมาจากความผิดหวังในผลการตัดสินที่เกินการควบคุมของเรา ปกติมนุษย์ทั่วไปต้องหาเหตุผลว่าทำไม แต่บางครั้งมันไม่มีเหตุผลหรอก เพราะเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเพราะอะไร ถ้าถามเรา น้องๆ ผู้เข้าประกวดทำได้ดีที่สุดแล้ว เราจะไปหาคนผิดทำไม เราแค่ต้องทำใจเรื่องดราม่า มันเป็นเรื่องปกติ”

นอกจากจะมีข้อบังคับจากองค์การนางงามจักรวาลสำหรับการจัดประกวดในแต่ละปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณออนซึมซับจากการทำงานและนำมาปรับใช้อยู่เสมอ คือวิธีการทำงานจาก คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการประกวดที่เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการจัดการประกวดทุกครั้ง

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เราอยู่วงการนางงามมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่คุณแดงจะเป็นผู้ถือสิทธิ์การจัดประกวดก็เป็นคุณพ่อ (คุณชาติเชื้อ กรรณสูต) สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือประสบการณ์ เรารู้เลยว่าคนที่รักในงานที่ทำจะทำงานออกมาได้ดี คุณแดงทำให้เห็นว่าเมื่อลงมือทำแล้วต้องลงมือด้วยตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างคืองานที่ละเอียดอ่อน เช่นวันนี้ที่คุณแดงดูผังการจัดที่นั่งของการประกวดด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าคนดูจะนั่งแล้วเห็นไม่ชัด จึงลองนั่ง แล้วกลับมาบอกออนว่า “เธอ ฉันรู้สึกว่าเก้าอี้ตรงนี้มันเห็นแค่สามส่วนสี่เอง ฉันต้องมาขยับเก้าอี้ให้คนดู เพราะฉันไม่อยากให้เขาซื้อบัตรมาแล้วเห็นไม่ชัด

“จะเห็นว่าคุณแดงดูแลผู้ที่มาเข้าประกวดเหมือนลูกหลานของตัวเอง ดูแลความปลอดภัยและห่วงใยเพราะคิดแทนพ่อแม่ของน้องๆ ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้ความละเอียดเหล่านี้มาจากคุณแดง” คุณออนพูดถึงวิธีการทำงานที่เธอได้รับจากคุณแดง

ในการประกวด Miss Universe Thailand มีการขายบัตรเข้าชมการประกวดรอบตัดสิน และบัตรก็ขายหมดอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว

“มันก็เหมือนเชียร์บอลนะ เพียงแต่คนละความรู้สึก คุณต้องมาดูเอง บรรยากาศของกองเชียร์ สีสัน ต้องยอมรับว่า เวลาชมภาพถ่ายทอดเราจะไม่ได้เห็นสิ่งนั้น แฟนๆ ก็อยากเห็นตัวเป็นๆ ของคนที่เขาเชียร์ เขาอาจจะตามจากโซเชียลมีเดีย เขาได้มาเจอเพื่อนใหม่ ได้มาเจอคนที่รักที่ชอบในสิ่งเดียวกันรวมตัวกัน” บรรยากาศเหล่านี้คือ เสน่ห์ของการประกวดที่แฟนเวทีประกวดนางงามรายการนี้ไม่ยอมพลาด

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“ทุกวันนี้เราติดตามดูนางงามเหมือนแฟนรายการเรียลิตี้เลย ซึ่งตั้งแต่ที่กองประกวดฯ เพิ่มช่องทางการติดต่อบนโซเชียลมีเดียให้ชัดมากขึ้น เราได้เห็นฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ ตั้งแต่ในวันแรกที่ยื่นใบสมัคร แล้วขยายฐานไปเรื่อยๆ ทำให้น้องที่เป็นตัวแทนเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหลายมิติ ในเรื่องของกิจกรรม ความคิด ความอ่านที่อยากสื่อสารกับแฟนคลับหรือประชาชน ก่อนจะขยายฐานไปสู่ฐานกลุ่มมวลชนจำนวนมากได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีเป็นตัวกลางที่ดี เรารู้สึกขอบคุณแฟนคลับที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีพวกเขาที่คอยสนับสนุน ช่วยโหวต ช่วยแชร์จนเกิดเป็นกระแส เราก็คงมาถึงจุดนี้ไม่ได้”

ภาพการต้อนรับสาวงามกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่นจนแน่นขนัดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นภาพที่เห็นคุ้นตาทุกปี ทำให้เห็นพลังความรักที่แฟนนางงามมีให้แก่ตัวแทนประเทศไทยแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ในฐานะคนทำงานเบื้องหลัง เรารู้สึกภูมิใจในทุกผลงานที่เด็กๆ ทุกคนทำ การที่เขาได้มีคนรักเขา ได้กระแสตอบรับที่ดี เราดีใจแทนเขานะ เหล่านี้จะเป็นความทรงจำที่ดีไปตลอดชีวิต เพราะเขาเป็นเหมือนฮีโร่คนหนึ่งของประเทศ ทั้งที่เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง” คุณออนกล่าวถึงความสำเร็จหลังการประกวด

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.62 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load