ช่วงการประกวด ‘Miss Universe’ ของทุกปี ฉันมีส่วนร่วมกับเวทีนี้แค่ 2 เรื่อง

หนึ่ง ฉันมีเพื่อนชื่อ อัจฉรี บัวเขียว หรือเทียน รองอันดับหนึ่ง Miss Universe Thailand 2017 ซึ่งนานๆ ทีเราจะได้มีโอกาสไปทานอาหารด้วยกัน ฉันมักใช้โอกาสบนโต๊ะอาหารถามไถ่ถึงประสบการณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งในการประกวดสาวงามที่ทรงพลังที่สุดในประเทศ และประสบการณ์ที่เธอได้รับจากการทำงานร่วมกับทางกองประกวดฯ

สอง การเป็นผู้ชมแถวหน้าสำหรับชมการถ่ายทอดสดการประกวดที่โรงอาหารคณะกับเพื่อนๆ ของฉัน ซึ่งถ้าถามว่าผู้ชายดูบอลแล้วรู้สึกยังไงเวลาทีมที่เขารักทำประตูได้ กะเทยเวลาดูนางงามแล้วได้ยินเสียงประกาศ ‘Thailand’ จากสตีฟ ฮาร์วี่ย์ ก็คงแสดงออกเหมือนกัน

ต่างกันที่ผู้ชายส่งเสียงโทนต่ำ แต่พวกเราส่งเสียงโทนสูงเหมือนผู้หญิง

ก่อนที่เราจะส่งสาวงามไปเวทีระดับโลกได้ เธอผู้นั้นจะต้องผ่านการคัดเลือกจากเวทีการประกวด ‘Miss Universe Thailand’ ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดและส่งตัวแทนสาวงามจากองค์กร Miss Universe Organization แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ปีแล้วปีเล่าที่เราได้เห็นสาวงามที่เพียบพร้อมทั้งกิริยาท่าทาง รูปร่าง ความสามารถ และทัศนคติ ซึ่งผ่านการคัดเลือกและขัดเกลาอย่างเข้มข้น จนเป็นสาวงามที่งามอย่างครบเครื่อง พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ณ เวลานี้ เราทราบแล้วว่าผู้ชนะเลิศการประกวด Miss Universe Thailand 2018 คือ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ ผู้จัดการธนาคารวัย 23 ปี ดีกรีเกียรตินิยมอันดับสองจาก University of Nevada, Las Vegas ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยในปีนี้

บนเวที Miss Universe Thailand ในรอบตัดสินที่มีผู้เข้าประกวดเพียง 40 คนเท่านั้น

ฉันในนามผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 ขอฉวยป้าย ALL AREA จากทีมงานเพื่อสอดส่อง เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย พูดคุยกับทีมงาน และฟังเบื้องหลังเส้นทางของ Miss Universe Thailand

ที่ฉันเชื่อว่าพิเศษมากกว่าใคร

หนึ่งในร้อย

หมายเลข 41 นางสาวสุรภัทราวดี เมธุชุติกุล คาตาโอกะ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นิตยสารออนไลน์ The Cloud และคุณทรงกลด บางยี่ขัน ส่งเข้าประกวด

ผู้เข้าประกวดหมายเลข 41 เดินทางมายังรอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอนตามนัดหมายเพื่อพบ คุณออน-ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand ก่อนการประกวดรอบ Preliminary 2 ชั่วโมง

รอสักพัก ฉันจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฮอลล์ก่อนที่การประกวดจะเริ่ม

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ถึงแม้ว่าที่นั่งทั้งหมดที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับ ‘แฟนนางงาม’ ที่ถือบัตรชมการประกวดในตอนนี้ยังว่างเปล่า ฉันยอมรับว่าหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้และมากขึ้นไปทุกทีเมื่อได้มาอยู่ท่ามกลางสถานที่คัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เวทีที่ผู้หญิงทุกคนในโลกต่างฝันถึงว่าสักวัน เธอจะก้าวขึ้นไปบนนั้น

การเตรียมงานในช่วงเวลา 4 โมงเย็นยังเป็นไปด้วยความขะมักเขม้น ทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง นักร้อง ผู้เข้าประกวดที่ซ้อมเดินเป็นรอบสุดท้าย ผู้กำกับเวทีที่คอยซ้อมคิวเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

และคุณออน ที่กำลังลงรายละเอียดกับงานทั้งหมดบนเวที

จุดประสงค์ของการประกวด Miss Universe Thailand นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าการหาตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย

“จุดประสงค์ของการหานางงามในความคิดของออนคือ ตามหาคนที่เป็นแบบอย่างหรือเป็นไอดอลให้กับคนในยุคนั้น อย่าง พี่ปุ๋ย (ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ปี 1988) ยุคนั้นคุณแม่ที่มีลูกก็จะตั้งชื่อลูกว่าปุ๋ย เพราะพี่ปุ๋ยรักเด็ก เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี พร้อมช่วยเหลือสังคม การประกวดนางงามจึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนยุคนั้น

“ส่วนคุณสมบัติของนางงามในแต่ละปี เราไม่สามารถบอกได้ว่าอยากได้นางงามแบบไหน สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาให้เราคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศมากกว่า เพราะเขาต้องเดินมาสมัครกับเรา แต่ถ้าถามว่าจะเลือกใครใน 40 คนนี้ คนคนนั้นต้องทำให้เราสัมผัสพลังบางอย่างในตัวของเขา และเราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเขาว่าเขามีอะไรบางอย่าง แม้ไม่สามารถตอบได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“ความสวยมันมีหลายแบบมาก เราอาจจะต้องเลือกความสวยในแบบที่สากลยอมรับ นอกจากความสวยแล้ว ต้องมีทัศนคติที่ดี ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ถึงผู้อื่นได้และที่สำคัญคือ ต้องมีความพยายามที่จะต่อสู้ ต้องเป็นนักสู้เพื่อจะขึ้นไปอยู่บนเวทีโลก” คุณออนกล่าวถึงคุณสมบัติของหญิงสาวที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

เดือนในหมู่ดาว

“อะไรเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประกวดนางงามมากที่สุด” ฉันถาม

“ออนเข้าใจว่าเวทีประกวดนางงามมีเยอะมาก จนคนอาจจะเหมารวมว่าเวทีนางงามคือเวทีที่ขายเรือนร่าง ใช้ผู้หญิงเป็นวัตถุประเภทหนึ่ง จริงๆ แล้วอยากจะให้มองคอนเซปต์ของแต่ละเวทีที่มีจุดขายที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเวทีของเรา เราจะไม่ลดทอนคุณค่า แต่จะยกระดับและแสดงศักยภาพของความเป็นผู้หญิงที่มีภาวะผู้นำและเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อไปต่อสู้กับสาวงามชาติอื่นได้ เสน่ห์ของเวทีนี้คือผู้จัดเป็นผู้หญิงและเราเห็นคุณค่าในตัวผู้หญิงด้วยกัน”

ในปีนี้การประกวด Miss Universe Thailand มีผู้สมัครกว่า 300 คน จากนั้นคัดเลือกจากใบสมัครให้เหลือ 72 คน เพื่อเข้าสู่การสัมภาษณ์เชิงทัศนคติ โดยเป็นการสัมภาษณ์ทั้งตัวผู้เข้าประกวดและผู้ปกครองของผู้เข้าประกวด ซึ่งบางคนอาจกลัวการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับคณะกรรมการในห้องแอร์เย็นเฉียบ

“เราไม่ได้ถามคำถามโหดร้ายเลยนะ เราถามเพื่อทำความรู้จักกันว่า บ้านเป็นยังไง คุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไร และมีวิธีการเลี้ยงลูกยังไง ถึงเก่งและโตเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้ บ่อยครั้งก็เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติกันมากกว่า หรือบางคนที่มาอาจจะยังไม่พร้อมในปีนี้ เราก็ถือโอกาสแนะนำเพราะเชื่อว่าอย่างน้อยเขาจะได้พัฒนา เพื่อว่าปีหน้าเขาจะกลับมาประกวดใหม่”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ความน่าสนใจของการประกวดในปีนี้ คือประวัติของผู้สมัครที่มีพื้นฐานชีวิต การศึกษา ภูมิลำเนา และอาชีพที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทันตแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง เนติบัณฑิต ทหารหญิง หรือผู้จัดการธนาคาร

แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เมื่อเข้าสู่รอบ 40 คนสุดท้าย คุณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของการเก็บตัว

การเก็บตัวในปีนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ ตลอด 8 วัน 7 คืน ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างหมู่ผู้เข้าประกวดและทีมงาน ทั้งทัศนศึกษา และเข้าคลาสเรียนต่างๆ เพื่อพัฒนาสาวงามสู่เวทีการประกวดจริง

“เรารู้สึกว่าการประกวด Miss Universe Thailand เป็นเหมือนโรงเรียน คุณจบหลักสูตรนี้ไปคุณต้องไม่อายใคร และเราก็ไม่อายคนอื่นเหมือนกัน บทเรียนแรกคือเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เราสอนวิธีการทานบุฟเฟต์ ต่อมาคือเรื่องของการตอบคำถามที่เราเน้นฝึกกันทุกเช้า ให้ตอบคำถามกับเพื่อน ฝึกทักษะการพูดต่อหน้าที่ชุมชน และการฝึกพัฒนาความคิดซึ่งเราจะปูพื้นฐานทุกอย่างให้

“นอกจากนี้ยังมีวิชาการแสดง ให้ฝึกรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีผ่านการแสดงสีหน้าและท่าทาง หรือแม้กระทั่งการเรียนเต้น ซึ่งเป็นวิธีการฝึกบริหารพื้นที่บนเวที ที่สำคัญทักษะทุกอย่างที่เรียนรู้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้” คุณออนกล่าวถึงกิจกรรมการเก็บตัวที่น้อยคนจะรู้

เกมกลยุทธ์

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว ตำแหน่งผู้ชนะในการประกวด คือความฝันที่กลายเป็นความจริง คือชีวิตที่เปลี่ยนไปภายในชั่วข้ามคืน

หนึ่งถึงสองเดือนหลังการประกวดจบลง สิ่งแรกที่คุณออนจะเริ่มทำกับตัวแทนสาวไทย คือการปรับทัศนคติ

“เราต้องทำความเข้าใจกันก่อน สิ่งหนึ่งที่เวทีนี้ไม่เคยเปลี่ยนคือ เราไม่เคยเปลี่ยนใครให้เป็นใคร เราต้องทำความรู้จักแล้วก็ดึงตัวตนออกมา คุณเป็นคนแบบไหน ข้อดีหรือข้อด้อยของคุณคืออะไร อยากจะพัฒนาอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความต้องการของตัวบุคคลนั้น โดยเราจะเป็นคนแนะนำสิ่งที่ใช่และไม่ใช่ พร้อมกับดึงศักยภาพของเขาออกมาให้ชัดเจน

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เป็นนางงามนั้นไม่ง่ายเลยนะ ก่อนที่จะมาสู้กับคน 40 คนต้องสู้กับตัวเอง แถมยังต้องมาแบกรับภาระความหวังของกองเชียร์ แฟนคลับ ซึ่งมีทั้งชอบ ไม่ชอบ ถูกใจ ไม่ถูกใจ ความกดดันจึงมาอยู่ที่นางงามเต็มๆ สิ่งที่ท้าทายคือ เมื่อชีวิตคุณเปลี่ยน จิตใจคุณต้องพร้อม เราต้องบอกเพื่อให้เขารู้ตัวว่า จากนี้เขาจะมีสปอตไลต์ส่องลงมา มันดันเป็นความหวังใส่เข้าไป เขาจะต้องพัฒนาตัวเพื่อเป็นตัวแทนที่พร้อมที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น น้ำตาล (ชลิตา ส่วนเสน่ห์ Miss Universe Thailand 2016) ถ้าสมมติเราไม่ทำอะไร น้ำตาลก็จะเป็นเพียงผู้หญิงที่มีหน้าทรงไทย มีโหนกชัด แต่เมื่อได้คุยถึงตัวตนของเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนที่ต่อสู้ เขาไม่ได้เกิดมาจากชีวิตที่ดี มีฐานะที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่าสำหรับเขา เราเห็นว่าเขาเป็นคนรักแม่ เขาแบ่งเบาภาระแม่ จะเห็นว่าเรื่องราวของน้ำตาลอาจไม่ใช่เรื่องราวของคนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ น่าจดจำ เราจะทำยังไงให้คนรักตัวตนของเขา มันยากนะ แต่ต้องทำให้ได้”

ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่คุณออนรับตำแหน่งผู้จัดการกองประกวดฯ ซึ่งเริ่มต้นปีแรกด้วยการส่งแนท (อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ Miss Universe Thailand 2015) เข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายของการประกวด Miss Universe ในปีนั้น มาจนถึงน้ำตาลที่เข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้าย และมารีญา (มารีญา พูนเลิศลาภ Miss Universe Thailand 2017) ในปี 2560 ที่สามารถเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้าย เป็นสถิติการประกวดที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ก็ยังไม่เข้าใกล้มุงกุฎนางงามจักรวาล เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คุณออนและกองประกวดฯ จะต้องแก้เกมอยู่ตลอดเวลา เพราะการประกวดในระดับโลกครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงเหลือเกิน

“มันยิ่งกว่าเกมอีกนะ มันเหนื่อย (หัวเราะ) มันต้องดูคู่แข่งด้วยเหมือนกัน เช่นปีนี้เราอาจจะประกวดก่อนประเทศอื่น อาจจะเสียเปรียบในการเห็นคู่แข่ง จึงเป็นการแก้เกมว่าจะต้องส่งใครเข้าไป หลายปีที่ผ่านมาเราอาจจะคิดว่าผู้หญิงที่จะได้ไปเวทีนี้ต้องสูง หรือเอาความเด่นข่ม มันไม่ใช่ เช่นปีที่แล้วแอฟริกาใต้ (Demi-Leigh Nel-Peters มิสยูนิเวิร์ส 2017 จากประเทศแอฟริกาใต้) เขาสูงแค่ 167 เซนติเมตร ปัจจัยแต่ละอย่างไม่ได้คงที่ ออนว่าเขามองหาความแตกต่างในความหลากหลายเหมือนกัน”

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

ไปสู่จักรวาล

สิ่งหนึ่งที่กองประกวดฯ ต้องรับมืออยู่เสมอคือเรื่องดราม่า

การประกวดทั้งเวทีในประเทศไทยและต่างประเทศ ย่อมมีเรื่องให้ถกเถียงกันอยู่ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ทั้งการตัดสิน หรือองค์ประกอบใดก็ตามที่ทำให้เราไปไม่ถึงมงกุฏที่ฝันไว้

ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าคุณออนและกองประกวดฯ รับมือกับดราม่าในอินเทอร์เน็ตยังไงบ้าง

“มันต้องแยกประเภทของดราม่าก่อน ถ้าในมุมมองของออนจะมองว่าดราม่าเกิดจากความคิดต่างอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่การแข่งขันต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ ดราม่าเกิดขึ้นมาจากความผิดหวังในผลการตัดสินที่เกินการควบคุมของเรา ปกติมนุษย์ทั่วไปต้องหาเหตุผลว่าทำไม แต่บางครั้งมันไม่มีเหตุผลหรอก เพราะเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเพราะอะไร ถ้าถามเรา น้องๆ ผู้เข้าประกวดทำได้ดีที่สุดแล้ว เราจะไปหาคนผิดทำไม เราแค่ต้องทำใจเรื่องดราม่า มันเป็นเรื่องปกติ”

นอกจากจะมีข้อบังคับจากองค์การนางงามจักรวาลสำหรับการจัดประกวดในแต่ละปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณออนซึมซับจากการทำงานและนำมาปรับใช้อยู่เสมอ คือวิธีการทำงานจาก คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการประกวดที่เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการจัดการประกวดทุกครั้ง

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“เราอยู่วงการนางงามมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่คุณแดงจะเป็นผู้ถือสิทธิ์การจัดประกวดก็เป็นคุณพ่อ (คุณชาติเชื้อ กรรณสูต) สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือประสบการณ์ เรารู้เลยว่าคนที่รักในงานที่ทำจะทำงานออกมาได้ดี คุณแดงทำให้เห็นว่าเมื่อลงมือทำแล้วต้องลงมือด้วยตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างคืองานที่ละเอียดอ่อน เช่นวันนี้ที่คุณแดงดูผังการจัดที่นั่งของการประกวดด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าคนดูจะนั่งแล้วเห็นไม่ชัด จึงลองนั่ง แล้วกลับมาบอกออนว่า “เธอ ฉันรู้สึกว่าเก้าอี้ตรงนี้มันเห็นแค่สามส่วนสี่เอง ฉันต้องมาขยับเก้าอี้ให้คนดู เพราะฉันไม่อยากให้เขาซื้อบัตรมาแล้วเห็นไม่ชัด

“จะเห็นว่าคุณแดงดูแลผู้ที่มาเข้าประกวดเหมือนลูกหลานของตัวเอง ดูแลความปลอดภัยและห่วงใยเพราะคิดแทนพ่อแม่ของน้องๆ ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้ความละเอียดเหล่านี้มาจากคุณแดง” คุณออนพูดถึงวิธีการทำงานที่เธอได้รับจากคุณแดง

ในการประกวด Miss Universe Thailand มีการขายบัตรเข้าชมการประกวดรอบตัดสิน และบัตรก็ขายหมดอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว

“มันก็เหมือนเชียร์บอลนะ เพียงแต่คนละความรู้สึก คุณต้องมาดูเอง บรรยากาศของกองเชียร์ สีสัน ต้องยอมรับว่า เวลาชมภาพถ่ายทอดเราจะไม่ได้เห็นสิ่งนั้น แฟนๆ ก็อยากเห็นตัวเป็นๆ ของคนที่เขาเชียร์ เขาอาจจะตามจากโซเชียลมีเดีย เขาได้มาเจอเพื่อนใหม่ ได้มาเจอคนที่รักที่ชอบในสิ่งเดียวกันรวมตัวกัน” บรรยากาศเหล่านี้คือ เสน่ห์ของการประกวดที่แฟนเวทีประกวดนางงามรายการนี้ไม่ยอมพลาด

Miss Universe Thailand, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ชิชญาสุ์ กรรณสูต, ผู้จัดการกองประกวด

“ทุกวันนี้เราติดตามดูนางงามเหมือนแฟนรายการเรียลิตี้เลย ซึ่งตั้งแต่ที่กองประกวดฯ เพิ่มช่องทางการติดต่อบนโซเชียลมีเดียให้ชัดมากขึ้น เราได้เห็นฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ ตั้งแต่ในวันแรกที่ยื่นใบสมัคร แล้วขยายฐานไปเรื่อยๆ ทำให้น้องที่เป็นตัวแทนเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหลายมิติ ในเรื่องของกิจกรรม ความคิด ความอ่านที่อยากสื่อสารกับแฟนคลับหรือประชาชน ก่อนจะขยายฐานไปสู่ฐานกลุ่มมวลชนจำนวนมากได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีเป็นตัวกลางที่ดี เรารู้สึกขอบคุณแฟนคลับที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีพวกเขาที่คอยสนับสนุน ช่วยโหวต ช่วยแชร์จนเกิดเป็นกระแส เราก็คงมาถึงจุดนี้ไม่ได้”

ภาพการต้อนรับสาวงามกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่นจนแน่นขนัดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นภาพที่เห็นคุ้นตาทุกปี ทำให้เห็นพลังความรักที่แฟนนางงามมีให้แก่ตัวแทนประเทศไทยแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ในฐานะคนทำงานเบื้องหลัง เรารู้สึกภูมิใจในทุกผลงานที่เด็กๆ ทุกคนทำ การที่เขาได้มีคนรักเขา ได้กระแสตอบรับที่ดี เราดีใจแทนเขานะ เหล่านี้จะเป็นความทรงจำที่ดีไปตลอดชีวิต เพราะเขาเป็นเหมือนฮีโร่คนหนึ่งของประเทศ ทั้งที่เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง” คุณออนกล่าวถึงความสำเร็จหลังการประกวด

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

23 มิถุนายน 2564
672

6 ตุลาคม พ.ศ.​ 2519 วันวิปโยคของประวัติศาสตร์ไทย

ผู้มีอำนาจเข้าล้อมปราบขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นักศึกษาและปัญญาชนหัวก้าวหน้าต้องหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอด ภายหลังจากเหตุการณ์ ทำให้บรรยากาศความเคลื่อนไหวภายในเมืองต้องเงียบเชียบ สื่อถูกปิดปาก บทเพลงที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เป็นต้นทางของบทเพลงเพื่อชีวิตต่างก็หยุดบรรเลงไปพร้อมกับผู้ขับร้องที่หนีเข้าป่า ไม่ต่างกับเพื่อนปัญญาชนคนอื่นๆ

ท่ามกลางบรรยากาศอันวังเวงนั้นเอง จู่ๆ ก็มีบทเพลงขับขานเรื่องราวของสามัญชนและสังคมดังขึ้นมาจากทิวดอยแดนเหนือ อุ๊ยคำ เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมของหญิงชราที่ลูกหลานทอดทิ้ง ณ ขณะนั้น บทเพลงแห่งสามัญชนถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง และทำให้หลายคนรู้จักศิลปินหนุ่มจากเชียงใหม่ นาม จรัล มโนเพ็ชร

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

กระทั่งนักศึกษาและปัญญาชนออกจากป่ากลับสู่เมือง ศิลปินคนนี้ก็ยังแต่งเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน เป็นกำลังใจให้พวกเขา หากเพลง คิดถึงบ้าน หลายคนรู้จักในชื่อ เดือนเพ็ญ ที่แต่งขึ้นเป็นบทกวีโดย นายผี หรือ อัศนี พลจันทร ก่อนจะถูกนำมาแปลงเป็นเพลง เพลงนี้เป็นเพลงที่ปัญญาชนในป่าใช้ขับร้องเพื่อปลอบประโลมใจตนเอง ยามออกจากป่ามา รางวัลแด่คนช่างฝัน ของจรัล ก็คือบทเพลงที่ช่วยมอบขวัญกำลังใจให้แก่พวกเขา เป็นดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทองให้กับพวกเขาสู้สู่วันใหม่ข้างหน้า และเป็นบทเพลงที่นำมาใช้ขับร้องสร้างกำลังใจให้ผู้คนทั่วไปจนถึงทุกวันนี้

จรัล มโนเพ็ชร ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินนักร้องเป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลต่างๆ รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชันโฟล์กซองคำเมืองของประเทศไทย ด้วยบทเพลงจำนวนมากที่ถูกขับร้องด้วยคำเมืองหรือภาษาเหนือ ทั้งบอกเล่าสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น วัฒนธรรมของภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งเนื้อหากินใจและพูดแทนใจสามัญชน 

บ้างก็แฝงไปด้วยอารมณ์ขันชวนสนุก ทำให้หลายคนรู้จักกับภาษาเหนือ และบทเพลงของจรัลยังคงถูกขับร้องทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง สาวมอเตอร์ไซค์, พี่สาวครับ, บ้านบนดอย, สาวเชียงใหม่, ลูกข้าวนึ่ง, หมะเมี๊ยะ, มิดะ, ล่องแม่ปิง, ของกิ๋นคนเมือง, คนสึ่งตึง ที่หลายคงคุ้นหูและรู้จักกันดี รวมถึงบทเพลงอีกจำนวนมาก

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง
จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

นอกจากบทบาทการเป็นนักร้อง จรัลยังเป็นหนึ่งคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปินล้านนาให้คนทั่วไปรู้จักเป็นวงกว้าง และยังมีโอกาสแสดงความสามารถทางการแสดงในภาพยนตร์กับละครจำนวนมาก รวมถึงหนึ่งในละครเวทียิ่งใหญ่เรื่องเยี่ยมที่เคยเกิดขึ้นในไทย อย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ หรือ ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า โดย ยุทธนา มุกดาสนิท ซึ่งจรัลได้รับบท ดอนกิโฆเต้ ตัวเอกของเรื่อง มี ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รับบทเดียวกันในอีกรอบการแสดง

จากผลงานจำนวนมากมายที่กล่าวมา ทำให้ศิลปินชาวเหนือคนนี้มีภาระจากหน้าที่การงานจำนวนมาก และที่เขาต้องทำงานมากมายขนาดนี้ก็ไม่ใช่เพื่อเงินทองสำหรับตัวเขาเพียงผู้เดียว แต่เขาต้องการจะรวบรวมเงินทุนเพื่อจัดตั้งให้เกิด ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปินล้านนา’ รวมถึงช่วยเหลือความเคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรมล้านนาอีกจำนวนมาก 

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

แต่แล้วในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.​ 2544 แผ่นดินล้านนาก็ต้องสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก 

จรัล มโนเพ็ชร จากไปไม่มีวันหวนคืน เหลือไว้แต่คุณูปการจำนวนมากที่เคยทำไว้กับเมืองเหนือที่เขารักยิ่ง

“วันนี้ผมกำลังจะทำงานที่ค่อนข้างหนักอีกแล้ว ผมก็หวังใจว่าท่านผู้ชม ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านจะสนับสนุนให้กลุ่มที่ทำงานชมรมส่งเสริมศิลปินล้านนาได้มีโอกาสได้ดูแลให้เป็นมูลนิธิ เพื่อว่าการทำงานจะได้สืบสานมั่นคงต่อไปในภายหน้า เพราะผมเชื่อว่าวันหนึ่งผมก็ต้องจากไป ผมต้องไปอยู่แล้ว ไปวันไหนไม่รู้ และยังมีกิเลสตัณหาอยู่ในกมลสันดานเล็กน้อย คือ ยังห่วงงานตัวเองอยู่ ถ้ามีองค์กรที่มั่นคงดูแลไว้แล้ว ก็น่าจะดี…” 

จรัล มโนเพ็ชร กล่าวก่อนเข้าเพลง อุ๊ยคำ ในคอนเสิร์ต ม่านไหมใยหมอก ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2541

ในวาระครบรอบ 20 ปี การจากไปของ จรัล มโนเพ็ชร ผู้คนกลุ่มหนึ่งที่รักศิลปินคนนี้จึงคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นเพื่อเชิดชูและสานต่อความฝันของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของล้านนาในนาม ‘จรัลรำลึก’ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ความฝันของอ้ายจรัลมีอยู่ไม่กี่เรื่อง อย่างแรก อ้ายจรัลเป็นคนที่อยากทำหอศิลป์สล่าเลาเลือง ซึ่งแปลว่าศิลปินที่งดงามอลังการ เพื่อบันทึกการทำงานทั้งหมดของศิลปินภาคเหนือไว้ ปัจจุบันความฝันนี้ของอ้ายสำเร็จแล้วเมื่อต้นปี และตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูน อีกความฝันของอ้ายจรัลก็คือ การฟื้นผืนแผ่นดินนี้ให้งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ในอดีต ซึ่งเราต้องการสานฝันอันนี้ของอ้าย” อาจารย์ธเนศวร์ เริ่มเล่าที่มาของโครงการจรัลรำลึกที่เขาจัดทำขึ้นกับเพื่อนฝูง

“เนื่องจากใกล้จะครบวาระยี่สิบปีที่อ้ายจรัลจากไป ลูกสาวบอกกับผมว่า ถ้ารุ่นพ่อไม่ทำอะไร จะไม่มีใครทำอีกแล้วนะ ปัจจุบันลูกสาวของผมอายุสามสิบสอง เขาได้ยินผมพูดเรื่องอ้ายจรัลมาตั้งแต่เล็กๆ แต่คนที่โตมากับเขาไม่มีใครพูดถึงเลย ลูกสาวผมกลายเป็นคนอธิบายเรื่องของอ้ายจรัลให้คนในรุ่นของเขาฟัง เขาเลยรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว คนรุ่นผมต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ให้กับศิลปินที่สร้างความดีไว้กับเมืองเหนือจำนวนมากในวาระนี้

“ตอน พ.ศ. 2520 ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นผมกับเพื่อนกำลังประชุมกันเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่บ้านของผมในนิวยอร์ก มีแต่คนหัวก้าวหน้าที่อยู่ที่นั้นมารวมกัน แล้วก็มีคนหนึ่งหยิบเทปของอ้ายจรัลมาเปิด ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะเป็นเพลงที่ร้องด้วยภาษาคำเมือง ผมเองก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลง ชอบแต่งเพลง ผมเคยมีความคิดที่อยากจะลองแต่งเพลงภาษาคำเมืองขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที พอได้ยินบทเพลงของอ้ายจรัลในวันนั้น จึงทำให้ผมทึ่งและชื่นชมในศิลปินคนนี้ โดยติดตามผลงานเขาตลอด กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ทีนี้การมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ทำให้ผมได้เห็นไอเดียดีๆ อะไรเท่ๆ จากที่นู่นเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยปักกิ่งมีรูปปั้นของนักเขียนนวนิยายชื่อดังของโลกอยู่ นั่นก็คือ มิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดฺร้า (Miguel de Cervantes Saavedra) ผู้ประพันธ์เรื่อง ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า ซึ่งผมทราบมาว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงชื่นชมนักเขียนคนนี้อย่างมาก เมื่อไหร่ที่พระองค์ท่านมีโอกาสไปประเทศจีน ก็จะต้องหาโอกาสไปวางดอกไม้หน้ารูปปั้นนี้ให้ได้ เรื่องราวนี้ทำให้ผมประทับใจอย่างมาก และวันนี้ นี่คือเรื่องราวของศิลปินที่โด่งดังมากที่สุดและเป็นคนแรกของเชียงใหม่ แม้ว่าตัวของอ้ายจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีคนเขียนถึงอยู่ ผมอาจจะเขียนถึงเยอะกว่าคนอื่นหน่อย” 

อาจารย์ธเนศวร์หัวเราะสนุกหลังแซวตนเอง ก่อนเล่าต่อด้วยความเพลิดเพลิน “ยังคงมีคนฟังเพลงของอ้าย ชื่นชมผลงานของอ้ายอยู่ และปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครแทนอ้ายได้ ผมเลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อระลึกถึงและชื่นชมผลงานของแก ส่งต่อให้กับคนรุ่นถัดไป ผมจึงมีความคิดว่า นี่คือเวลาเหมาะสมแล้วที่เราจะมีรูปปั้นของ จรัล มโนเพ็ชร ตั้งในที่สาธารณะให้ผู้คนได้มาชื่นชมและเรียนรู้แรงบันดาลใจจากอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

โครงการจรัลรำลึกเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 และประกาศให้คนทั่วไปรับทราบถึงแนวคิดการสร้างรูปปั้น จรัล มโนเพ็ชร บนเพจเฟซบุ๊กชื่อเดียวกับโครงการ เพื่อขอระดมทุนสนับสนุนสำหรับการสร้างอนุสาวรีย์

“อ้ายจรัลเป็นศิลปินที่บอกเล่าเรื่องราวของสามัญชนผ่านบทเพลงจำนวนมาก เพราะอ้ายมีใจให้กับมวลชนผู้ยากไร้ มีใจให้กับท้องถิ่น ไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงที่ออกมาก็ล้วนเป็นอย่างนี้ตลอด เราเลยตั้งใจกันว่าจะให้การสร้างอนุสาวรีย์ของอ้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมใจของสามัญชนที่รักอ้ายจรัล ซึ่งเราต้องใช้เงินในการทำให้สำเร็จทั้งสิ้นประมาณสี่แสนกว่าบาท แต่ทางโครงการจรัลรำลึกของเราตัดสินใจจะตั้งเป้ายอดระดมทุนไว้ที่ห้าแสนบาท 

“นอกจากค่าทำรูปปั้น เราตั้งใจช่วยสานฝันที่อ้ายอยากช่วยเหลือและส่งเสริมศิลปินล้านนา โดยเงินที่เหลือจากการทำรูปปั้น เราตั้งใจแบ่งออกเป็นสองส่วน หนึ่ง สำหรับจัดทำเป็นรางวัลจรัล มโนเพ็ชร มอบให้กับศิลปินที่โดดเด่นเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมทุกๆ ปี สอง เราจะทำกองทุนจรัล มโนเพ็ชร เพื่อมอบทุนให้แก่เด็กที่สนใจด้านศิลปะวัฒนธรรม แต่มีฐานะยากจน ให้มีโอกาสเล่าเรียนในสิ่งที่เขาสนใจ เราตั้งกฎไว้ว่าจะรายงานยอดระดมทุนทุกสัปดาห์บนเพจ จะไม่มีการถอนแม้แต่บาทเดียว เพราะถือว่านี่เป็นเงินที่พี่น้องบริจาคมาเพื่อทำรูปปั้นอ้ายจรัลเท่านั้น”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ภารกิจการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับศิลปินล้านนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น

ในแต่ละสัปดาห์หลังจากประกาศการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้ผู้คนทั่วไปรับทราบ ทางทีมจรัลรำลึกจะมีการจัดงานเสวนาไลฟ์ผ่านทางเพจจรัลรำลึก โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง อันยา โพธิวัฒน์ ภรรยาของจรัล มาพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับจรัล จำนวนทั้งหมด 18 หัวข้อเสวนา อาทิ มรดกของจรัล มโนเพ็ชร ต่อล้านนาและสังคมไทย ผู้คนหลากหลายในเพลงจรัล ลมหายใจเชียงใหม่กับเพลงอ้ายจรัล เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจก็กลับไปตามชมได้ที่เพจจรัลรำลึก หรืออ่านจากหนังสือ กึ๊ดเติงหาอ้ายจรัล ซึ่งรายได้จากการซื้อหนังสือจะถูกนำไปสมทบทุนของโครงการ 

นอกจากงานเสวนายังมีการจัดคอนเสิร์ตจรัลรำลึก ณ เชียงดาว โดยมีศิลปินถิ่นเหนือมาร่วมกันทำการแสดงเพลงของจรัล มโนเพ็ชร เพื่อนำเงินจากตั๋วคอนเสิร์ตมาสนับสนุนโครงการ ซึ่งจัดไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

จากจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคม โครงการจรัลรำลึกก็ระดมทุนจนครบตามที่ต้องการได้ในเดือนมกราคมปีนี้ จากการช่วยเหลือของผู้คนที่รักจรัล หลังจากนั้นทางทีมก็เริ่มต้นงานปั้นทันที โดยได้ อาจารย์ภูธิป บุญตันบุตร ศิลปินปั้นมือดีชาวเชียงใหม่รับหน้าที่เป็นประติมากร โดยรูปปั้นจรัล มโนเพ็ชร ที่ทางทีมจรัลรำลึกตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น มีขนาดเท่าตัวจริง เป็นศิลปินสามัญชน ไม่สูงใหญ่ ไม่ชูกีตาร์หรือซึงให้ดูอลังการ ไม่อวดตัว ไม่มีแท่นยกสูงจากพื้น หากแต่เรียบง่ายในลักษณะนั่งเล่นกีตาร์บนม้านั่งที่วางกับพื้น เป็นสามัญชนติดดิน ดั่งที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเหนือผู้นี้เป็น

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อ้ายจรัลเป็นคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่น นี่เป็นสิ่งที่คนรอบตัวของอ้ายเล่าให้ผมฟัง หลังจากเริ่มต้นปั้นรูปปั้นของอ้าย” อาจารย์ภูทิป เริ่มต้นเล่าเรื่องราวการทำงานปั้น “ผมเริ่มต้นการปั้นจากแบบสเก็ตช์ของ รศ.ดร.สุกรี เกษรเกศรา ที่เป็นผู้แนะนำผมให้เป็นผู้รับผิดชอบการปั้นรูปปั้นของอ้ายจรัล ซึ่งขั้นตอนการปั้น ผมได้รับความช่วยเหลือจากป้าหมู (อันยา โพธิวัฒน์) ภรรยาของอ้ายจรัล เพื่อให้ปั้นออกมาเหมือนอ้ายที่สุด เดิมผมใช้ภาพต้นแบบจากปกเทปที่อ้ายใส่เสื้อหนาๆ 

“ป้าหมูทักว่า ปกติอ้ายจรัลไม่ใส่ ใส่เพื่อถ่ายปกเท่านั้น ป้าหมูเลยกลับไปเอาเสื้อผ้าที่อ้ายใช้จริงๆ มาให้ใช้เป็นแบบ มีทั้งรองเท้า นาฬิกา แหวน ที่อ้ายจรัลใส่บ่อยๆ ซึ่งตอนปั้นส่วนนาฬิกา ถ้าปั้นหน้าปัดโล้นๆ จะดูไม่สวย ก็เลยคิดว่าน่าจะใส่อะไรที่บ่งบอกถึงการรำลึกถึงอ้าย ผมเลยใช้วันสุดท้ายที่อ้ายหยุดไว้ตอนจากไปมาใส่ เพื่อให้ยังอยู่ต่อไป”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อีกส่วนที่มีการปรับค่อนข้างละเอียดก็คือรอยยิ้มของอ้าย ซึ่งผมใช้วิธีศึกษาจากรูปภาพต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ตอนแรกผมปั้นเป็นหน้าที่ยังไม่ยิ้ม ส่งให้ทีมจรัลรำลึกและหลายคนที่ใกล้ชิดกับอ้ายจรัลดู เกือบทุกคนก็เล่าให้ผมฟังว่า ปกติเวลาอ้ายจรัลอยู่กับคนอื่น อ้ายเป็นคนยิ้มง่าย เป็นคนที่ยิ้มแล้วดูอบอุ่นมาก ทุกคนเลยอยากให้รูปปั้นเป็นตอนอ้ายยิ้ม ผมก็เลยไปค้นหาจังหวะที่อ้ายยิ้มจากบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ แต่ก็ยังคงไม่เหมือนตัวตนของอ้าย 

“กระทั่งป้าหมูส่งภาพถ่ายของอ้ายรูปหนึ่งมาให้ เป็นรูปที่อ้ายจรัลยิ้มเล็กน้อย รวมถึงแววตาของอ้ายก็ยิ้มด้วยเช่นกัน โดยผมได้ความช่วยเหลือจาก อาจารย์อ๊อฟ (อัษฎายุธ อยู่เย็น) มาช่วยปั้นส่วนใบหน้าของอ้าย กระทั่งออกมาเหมือนรอยยิ้มของอ้ายจรัล อย่างที่คนใกล้ชิดของอ้ายเคยได้รับขณะที่อ้ายยังมีชีวิตอยู่” นักปั้นเล่ากระบวนการ

เป็นรอยยิ้มที่เคยทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงรักในตัวตนของศิลปินผู้นี้…

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“สำหรับสถานที่ตั้งของรูปปั้นอ้ายจรัล ที่จังหวัดเชียงใหม่เรามีรูปปั้นที่เป็นอนุสาวรีย์ อย่าง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว ผมมองว่านั้นไม่ใช่ตัวตนของอ้ายจรัล” อาจารย์ธเนศวรพูดเรื่องประเด็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ 

“เราตั้งใจว่าจะวางรูปปั้นของอ้ายไว้ใต้ต้นไม้ นั่งเล่นกีตาร์ขับกล่อมผู้คนใต้ต้นไม้อยู่ในมุมเล็กๆ ไม่มีท่าทีอหังการแต่อย่างใด อาจจะต้องก้มผ่านกิ่งไม้เข้าไปถึงจะมองเห็นด้วยซ้ำไป ที่สำคัญ เราอยากให้รูปปั้นของอ้ายตั้งอยู่ในที่สาธารณะ ไม่มีรั้วกั้น อยู่ข้างนอก ผู้คนที่มาโอบกอดอ้ายได้ตลอดเวลา จะร้องเพลงกับอ้ายหรือนั่งกินเบียร์กับอ้ายก็ได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง 

“และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ผ่านไปผ่านมา จะต้องคอยช่วยดูแลรูปปั้นของอ้ายอย่างแน่นอน นี่ถึงจะเหมาะกับศิลปินสามัญชนติดดิน เราต้องการให้รูปปั้นนี้เป็นสมบัติของประชาชน และให้อ้ายเป็นแรงบันดาลใจกับทุกคน”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ตอนนี้ทีมจรัลรำลึกกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นขอสถานที่ตั้งให้ตรงตามความตั้งใจไว้ให้ได้มากที่สุด

“ผมยืนยันเรื่องความต้องการให้รูปปั้นของอ้ายอยู่ในที่สาธารณะ เพราะผมเชื่อว่านี่จะเป็นที่ที่อ้ายใกล้ชิดกับผู้คนทั่วไปได้มากที่สุด ผมต้องการให้ผู้คนได้เรียนรู้เรื่องราวของอ้าย บทเพลงของอ้าย รวมถึงให้อ้ายสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ผมมองว่าเพลงของอ้ายส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน และยังใช้การได้จนถึงเดี๋ยวนี้ เพราะปัญหาหลายอย่างที่ถูกพูดในเพลง ก็ยังไม่ถูกแก้ไข 

“อุ๊ยคำ ยังเดี่ยวดายจนถึงทุกวันนี้ สาวโรงบ่ม ก็เปลี่ยนไปจากขี่จักรยานไปโรงบ่มตอนนี้ก็ไปอยู่โรงงานอุตสาหกรรมที่กรุงเทพฯ ปัญหาการจราจรในเพลง ตากับหลาน ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ สาวมอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาแล้วมอเตอร์ไซค์เอารถเก๋งแล้ว มันยังเป็นปัญหาเดิมๆ ที่เปลี่ยนบริบทไปเรื่อยๆ 

“ที่ต้องพูดให้ไปไกลกว่านั้นคือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาจากผลผลิตของสังคมในยุคนั้นๆ ประเด็นที่น่าห่วงใยก็คือ เราอยากเห็นคนอย่างอ้ายจรัล มโนเพ็ชร เกิดมาใหม่ในยุคนี้ และอธิบายสังคม ณ ตอนนี้ ซึ่งคือใครกันล่ะ…”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ภาพ : จรัลรำลึก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากสานความฝันของอ้ายจรัล มโนเพ็ชร ในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่สนใจนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมและสภาพสังคม สามารถสนับสนุนผ่านโครงการของจรัลรำลึก ผ่านทาง Facebook : จรัลรำลึก

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load