19 พฤศจิกายน 2561

พังงา ภูเก็ต กระบี่ 3 จังหวัดอันดามันกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่ยุคใหม่

จากเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพาทรัพยากรทะเลเป็นหลัก วันนี้เมืองเหล่านี้กำลังเพิ่มศักยภาพของตัวเอง พัฒนาบ้านและพัฒนาคน เพื่อสร้างเมืองที่สามารถจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติได้ โดยตั้งเป้าว่าจะสร้างเส้นทางเทศกาลกีฬาและศิลปะระดับสากล

เริ่มจากพังงา ที่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่เมืองกีฬาจักรยาน

ณ เขาหลัก จุดเกิดเหตุสึนามิ พังงาคือจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตคลื่นยักษ์ที่พัดเข้า 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันใน พ.ศ. 2547 บ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สิน ของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวหลายพันคนจมหายไปไปในมหาสมุทร

14 ปีผ่านไป พังงากลับมางดงามและพร้อมอ้าแขนเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จังหวัดนี้เพิ่งจัดงาน L’ÉTAPE THAILAND การแข่งขันปั่นจักรยานมาราธอนรายการ 70 กิโลเมตร และ 140 กิโลเมตร ที่ได้ทีมงาน Tour de France มาช่วยจัดด้วยมาตรฐานสากล เปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นหมุดหมายท่องเที่ยวใหม่ของนักปั่นทั่วไทยและทั่วโลก

นักปั่นจักรยานหลากหลายสัญชาติเดินทางมาปั่นจักรยานเลียบเส้นทางธรรมชาติของพังงากว่า 1,500 คน ตามมาด้วยผู้ติดตามจำนวน 3 – 4 เท่าตัว แม้เป็นช่วงเวลาหน้าฝน เมืองชายฝั่งทะเลนี้ก็คึกคักขึ้นมาทันตา

พังงา, เทศกาลจักรยาน พังงา, เทศกาลจักรยาน

คลื่นยักษ์พัดผ่านไปแล้ว วันนี้ภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมมือกันสร้างบทถัดไปของจังหวัดแสนสวยของภาคใต้

จากเมืองเหมืองแร่เก่า พังงาปรับตัวเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล และในวันที่ทะเลต้องการพักเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พังงาก็จัดงานเทศกาลกีฬา เป็นเสน่ห์ใหม่ที่ทำให้เมืองนี้น่าจับตามอง

ก่อนนักท่องเที่ยวออกสตาร์ทจากจุดเริ่มปั่นที่อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 และจบเส้นทางที่ตะกั่วป่า อดีตเมืองเหมืองดีบุก เราขอพาไปพบเบื้องหลังการจัดเทศกาลจักรยานความร่วมมือระหว่างไทย-ฝรั่งเศสที่ปลุกเมืองเล็กๆ ทางใต้ของไทยให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ปันปั่น

Tour de France เป็นหนึ่งในการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก การแข่งจักรยานมาราธอนทั่วฝรั่งเศสจัดต่อเนื่องตั้งแต่ ค.ศ. 1903 เว้นแต่ช่วงสงครามโลก 2 ครั้งเท่านั้นที่งดไป การปั่นต่อเนื่องมา 100 กว่าปีนี้ทำให้มีแฟนคลับทั่วโลกอยากปั่นตามรอยแชมเปี้ยนบ้าง จึงเกิดการจัดงาน L’Étape du Tour การแข่งขันจักรยานมาราธอนสำหรับมือสมัครเล่น จำลองเส้นทางปั่นตามเมืองเล็กๆ เทือกเขาในฝรั่งเศสของมืออาชีพ มีการดูแลเส้นทาง ระบบการสมัครแข่งขัน และดูแลความปลอดภัยเสมือนได้แข่ง Tour de France จริงๆ

นักปั่นต่างชื่นชอบการแข่งขันรายการนี้และชาวบ้านแต่ละเมืองที่เส้นทางจักรยานทอดผ่านก็ชอบเหมือนกัน เพราะเมืองของพวกเขาจะได้รับการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไปในตัว ทั้งนักปั่นและแฟนคลับกีฬาจักรยานจะหลั่งไหลเข้ามาที่งาน แม้การแข่งขันจบลงไปแล้วก็ยังโปรโมตเส้นทางแข่งขันได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ได้รับรองมาตราฐานจาก Tour de France

ความสำเร็จของ L’Étape ทำให้การแข่งขันจากฝรั่งเศสนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดทั่วโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้จัดงานนี้

ปักหมุดประเทศไทย

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน. หรือ TCEB) เล่าว่าปกติจังหวัดแถบอันดามันประเทศไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่มาหา Sea Sand Sun อยู่แล้ว แต่จากการศึกษา เขาพบว่ายังมีคนที่ชอบกีฬา ดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่งคนพวกนี้ติดตามไปร่วมงานเทศกาลเหล่านี้ไปที่ต่างๆ ทั่วโลก

ทางทีม สสปน.ได้ไปเจอทีม Amaury Sport Organisation (ASO) ทีมผู้จัดงาน L’Étape ที่ประเทศฝรั่งเศส พวกเขากำลังอยากขยายเส้นทางจักรยานมาอาเซียนพอดี เนื่องจากรายการแข่งขันนี้มีฐานแฟนคลับมาก จากการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดงาน (Feasibility Study) พบว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม  สสปน. จึงตัดสินใจประมูลลิขสิทธิ์งานนี้ โดยสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์งาน และเป็นผู้ริเริ่มบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ สนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ การจัดการ เพื่อถอดองค์ความรู้และต่อยอด อีกทั้งยังสนับสนุนด้านการศึกษาผลวิจัยการจัดงานครั้งนี้

พังงา, เทศกาลจักรยาน พังงา, เทศกาลจักรยาน

ผอ. สสปน. อธิบายว่า นักเดินทางที่เข้ามาเพราะการจัดประชุมนิทรรศการหรือเทศกาลระดับนานาชาติ หรือที่เรียกว่า MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) เป็นนักเดินทางคุณภาพสูง มีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างน้อย 2 – 3 เท่า แถมใครๆ ก็อยากมาเมืองไทยเพราะประชุมหรือร่วมกิจกรรมเสร็จก็อยู่เที่ยวต่อได้

นอกจากประเทศไทยจะสามารถดึงกลุ่มคนมาจัดประชุมในเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หรือ พัทยาแล้ว สสปน. เล็งเห็นว่าจังหวัดอื่นๆ ก็สามารถสร้างจุดขายให้กับประเทศไทยในเรื่องการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติเพื่อดึงดูดนักเดินทางเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน

“จุดแรกที่เรามองคือ จังหวัดที่ได้รับเลือกนั้นจะกลายเป็นสถานที่ที่โลกปักหมุดไว้ว่าใช้จัดงานเทศกาลระดับนานาชาติได้ อย่างงาน L’ÉTAPE THAILAND by Tour de France ที่พังงานี้ เราศึกษาแล้วว่าถ้าได้จัดงานนี้อย่างน้อย 3 ปีติดต่อกันที่พังงา คนจะจำได้ว่า พังงาเป็นเมืองที่จัดการแข่งขันกีฬาจักรยานระดับนานาชาติที่น่าเชื่อถือ และทั้งผู้จัดงานและนักเดินทางก็จะอยากมาจัดงานหรือร่วมงานที่นี่อีก”

จิรุตถ์กล่าวอย่างมั่นใจในตัวเทศกาลจักรยานและศักยภาพของพังงา

พังงา x จักรยาน

พังงา, เทศกาลจักรยาน

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ส่งไม้ต่อมาที่ออร์แกไนเซอร์ชาวไทยที่จัดงาน บุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Move Asia เล่าว่า พวกเขาตัดสินใจเลือกจัดงานพังงา เพราะเป็นเมืองรองที่ไม่พลุกพล่าน สามารถปิดถนนจัดการแข่งขันได้ มีโรงแรมที่ได้มาตรฐานนับหมื่นห้อง การบริการดี เดินทางได้สะดวก ภูมิประเทศสวยงาม เส้นทางปั่นมีทั้งภูเขา ทะเล และย่านเมืองเก่าเสร็จสรรพ

ข้อสำคัญคือนักเดินทางส่วนใหญ่เลือกพังงาเพราะต้องการพักผ่อนเงียบๆ ท่ามกลางธรรมชาติและความสงบ การแข่งกีฬาจักรยานที่เสียงไม่ดัง สร้างมลพิษ หรือขยะน้อย จึงเหมาะสม ไม่รบกวนตัวตนเดิมของเมือง

“พอเลือกพังงา เราก็ต้องอธิบายให้เข้าใจว่างานนี้คืออะไร และจะช่วยเหลือเมืองอย่างไร เจ้าเมือง ชุมชน หมู่บ้าน ประชาชน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ต่างๆ ยินยอมไหม ซึ่งเขาตกลง เพราะเมื่อรายการนี้เข้ามา ถนนหนทางตลอดรายการแข่งขันได้ซ่อมหมด คนในชุมชนสร้างรายได้โดยการขายของได้ เราเลยจัดเส้นทางเริ่มงานที่เขาหลักและจบที่ตะกั่วป่าเพื่อกระจายรายได้ให้ชาวบ้านมากที่สุด

พังงา, เทศกาลจักรยาน

“ปกติถ้าไม่ใช่ช่วง High Season ที่พักแถวเขาหลักจะค่อนข้างเงียบเหงา แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้น แล้วพอไปจบที่ตะกั่วป่า ชาวบ้านตลอดเส้นทางตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสเข้ามา หลังจากนี้ถ้าคนปั่นตามรอย เขาอาจจะสร้างตลาดเล็กๆ ต้อนรับนักปั่น เม็ดเงินก็ไหลไปให้เศรษฐกิจชุมชนมากขึ้น”

นักปั่น 1,500 คนในการแข่งขัน L’Étape ครั้งแรกในไทยนี้มีทั้งกลุ่มนักปั่นในภาคใต้ที่อยากได้รายการดีๆ เข้ามาในบ้าน นักปั่นจากกรุงเทพฯ และภาคอื่นๆ ที่อยากลองปั่นไกลบ้าน สุดท้ายคือกลุ่มแฟน L’Étape ที่สมัครออนไลน์ และลงทุนบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาแข่ง เพราะเป็นแฟนคลับงานนี้อยู่แล้ว

“ข้อดีของ L’Étape คือเขามีไบเบิลมาให้เราได้เรียนรู้มาตราฐานทั้งหมด ตั้งแต่การวัดพื้นที่ การขนส่ง ความปลอดภัย เขามอบประสบการณ์ให้เรายกระดับการจัดงานไปอีกขั้น”

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ออร์แกไนเซอร์ไทยมั่นใจว่าการจัดงานแข่งจักรยานปีถัดๆ ไปจะมีผู้สนใจลงสมัครมากขึ้น โดยเทศกาลแข่งจักรยานมาราธอนนี้สามารถขยายจนรองรับผู้แข่งขันได้ถึง 4,000 – 5,000 คน

“การคำนวณนี้ผมคิดถึงความปลอดภัยเป็นหลัก แล้วก็ความเหมาะสมและคุณภาพ พังงาไม่จำเป็นต้องรับคนเป็นหมื่นๆ คนแบบฝรั่งเศส แต่เราควรสร้างคุณภาพ และรักษาคุณภาพที่เรามีอยู่แล้วให้ยั่งยืน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จังหวัดนี้จะกลายเป็น Sport Destination ถาวร”

แขกบ้านแขกเมือง

พังงา, เทศกาลจักรยาน

“ผมแปลกใจตั้งแต่มาที่นี่ครั้งแรก ได้เห็นนักปั่นมากมายที่มีจักรยานดีๆ ตามท้องถนน เราได้เจอกลุ่มนักปั่นมือสมัครเล่นที่ปั่นกันจริงจังตั้งแต่ก่อนเรามา”

Florian Pavia ผู้จัดการโครงการ L’Étape ชาวฝรั่งเศสเอ่ยอย่างจริงใจ

“ปัจจุบันเราจัดการแข่งขัน L’Étape ประมาณ 15 เมืองทั่วโลก ไม่นับ L’Étape du Tour ที่จัดที่ฝรั่งเศสทุกเดือนกรกฎาคมของทุกปี เราพยายามมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ใกล้เคียงการแข่ง Tour de France ที่สุดให้มือสมัครเล่น นอกจากพวกเขาอยากมีประสบการณ์ผจญภัยแบบเดียวกับมืออาชีพ อีกเหตุผลที่แฟนๆ ทั่วโลกสมัครมาแข่ง เพราะเขารู้ว่านี่เป็นการแข่งจักรยานที่มาตราฐานสูงมาก มีระบบจัดการที่ดี เส้นทางสวยงามท้าทาย มีการรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม”

Clément Galzy ผู้จัดการการพัฒนาฝ่ายเอเชียของ ASO เล่าเสริมต่อ

“เกณฑ์ในการเลือกประเทศจัดงาน คือต้องเป็นประเทศที่คนชอบขี่จักรยาน รู้จัก Tour de France และอยากแข่งขันแบบนั้นบ้าง มีเส้นทางสวยงามและปลอดภัยสำหรับนักปั่น อย่างที่นี่มีทะเลและชายหาดที่สวยมากๆ เราไม่เคยจัดการแข่งขันใกล้ชายฝั่งขนาดนี้ นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดที่เราเคยจัดมา การจัดงานที่นี่ช่วยทำให้เทศกาลเราให้น่าสนใจขึ้นด้วย

ถึงภูเขาจะไม่สูงมากแบบเทือกเขาแอลป์ และเส้นทางปั่นไม่โหดเท่าที่ฝรั่งเศสก็ตาม สภาพแบบนั้นบางทีก็ยากเกินไป อากาศที่โหดร้ายสำหรับนักปั่นที่สุดคืออากาศหนาวและลมแรง ที่นี่อากาศอบอุ่นดี ถึงมีฝนบ้าง แต่ถ้าคุ้นชินก็ไม่เป็นไร”

พังงา, เทศกาลจักรยาน

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ข้อสำคัญคือพังงาคือมีเนินเขาและทางราบให้ปั่น ซึ่งจำเป็นมาก เพราะ L’Étape มีเกณฑ์มอบรางวัลเหมือน Tour de France โดยทุกรางวัลแจกเป็นคู่ให้ผู้หญิงและผู้ชาย นักปั่นที่ถึงเส้นชัยคนแรกจะได้แจ็กเก็ตสีเหลือง คนที่ปั่นขึ้นเขาได้เร็วที่สุดจะได้แจ็กเก็ตลายจุด ส่วนคนที่ปั่นได้เร็วที่สุดในระยะทางสั้นบนทางราบจะได้แจ็กเก็ตสีเขียว และเยาวชนน่องเหล็กอายุไม่เกิน 25 ปีที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้แจ็กเก็ตสีขาวไปครอง

ทีมผู้จัดจากฝรั่งเศสยอมรับว่าการจัดงานครั้งแรกในเมืองใหม่ยากเสมอ แต่พวกเขาได้รับความร่วมมือดีมากจากคนท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและคนพังงาเองช่วยเหลือเต็มที่มากให้งานนี้เกิดขึ้นได้สำเร็จ

“1,500 คนถือเป็นตัวเลขที่ดีสำหรับการจัดการแข่งขันครั้งแรก ปกติซีรีส์อื่นมีคนสมัครเท่านี้หรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ วันก่อนผมเจอนักปั่นจากดับลินที่มาเมืองไทยเพื่อแข่งงานนี้โดยเฉพาะ พวกเราคิดว่าเป็นแนวโน้มที่ดีมากสำหรับปีต่อไป พังงามีศักยภาพสูงมาก เราไม่ได้อยากจัดงานนี้แค่ครั้งเดียว แต่อยากสร้างงานนี้ร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น และพัฒนาการแข่งขันต่อไป”

พังงา, เทศกาลจักรยาน

หนึ่งในนักปั่นที่มาสร้างสีสันในงานนี้คือ Alberto Contador อดีตแชมป์ 2 สมัยของ Tour de France ที่เกษียณจากการแข่งระดับอาชีพ แต่ยังคงคว้าจักรยานคู่ใจมาปั่นในการแข่งขันมาราธอนที่พังงา

“ปกติผมไม่ค่อยได้มาปั่นในเอเชีย ผมเลยตื่นเต้นและรอคอยที่จะได้มาปั่นที่เมืองไทย ที่นี่สวยและน่าทำความรู้จักมากครับ” อดีตแชมป์ชาวสเปนกล่าวยิ้มๆ

เจ้าบ้านต้อนรับ

พังงา, เทศกาลจักรยาน

นอกจากความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ ทีมผู้จัดชาวไทยและชาวต่างชาติ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายคือชาวจังหวัดพังงาที่เปิดบ้านต้อนรับแขกอย่างเต็มที่

“พังงามีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก เรามีแม่น้ำลำคลอง ก่อนลงไปสู่ทะเลก็มีป่าชายเลนเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย น้ำทะเลเราก็ใส พืชเชิงเดี่ยวเราไม่มาก สองข้างทางเป็นป่าไม้ ทุ่งนา สวนผลไม้ เงยหน้าขึ้นไปมีภูเขาสูงกับต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติ มีอุทยานแห่งชาติถึง 4 อุทยาน นี่คือข้อดีของจังหวัดที่ชาวพังงาอยากรักษาไว้”

ศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา อธิบายลักษณะของเมือง

“เราไม่ได้อยากเน้นนักท่องเที่ยวเยอะๆ นึกภาพว่าถ้าเขามาเจอคนเยอะเต็มหาด เขาก็ไม่อยากมาอีก เราไม่ได้อยากอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยวอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องเอาปริมาณมาสู้กัน ทรัพยากรธรรมชาติก็เสื่อมโทรม เรามีทั้งการประมง การเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งต้องทำให้ยั่งยืน เริ่มต้นที่ตัวพังงา คนพังงาต้องรักและดูแลพังงา ทุกคนมีส่วนปรุงแต่งพังงาให้น่าเที่ยวทั้งสิ้น”

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ฤดูมรสุมและการถนอมทรัพยากรทางทะเลทำให้การท่องเที่ยวทางน้ำเกิดขึ้นไม่ได้ตลอดทั้งปี ชาวพังงาจึงพยายามหากิจกรรมทางบกที่ไม่รบกวนธรรมชาติ ทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรมและกีฬามารองรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ผู้ว่าจังหวัดดูแลเรื่องการซ่อมถนนและจัดอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนตลอดเส้นทาง 140 กิโลเมตร กวดขันคุณภาพที่พัก การบริการ อาหาร และการขนส่ง ให้ได้มาตรฐานและเพียงพอ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายดูแลผู้คนและธรรมชาติอย่างจริงจัง

“งานแข่งจักรยานนี้เหมาะสมลงตัวกับจังหวัด แข่งเสร็จแล้วก็ต่อเนื่องไปเที่ยวทะเลต่อได้ เรียกได้ว่าไม่เค็มจนเกินไป ได้รสชาติอื่นด้วย ผมเชื่อว่าคนที่มาแข่งขันหรือผู้ติดตามประทับใจในธรรมชาติของพังงา เราเตรียมถอดรหัสบทเรียนผลจากการแข่งขันนี้แล้ว”

ผู้ว่าตบท้ายอย่างมั่นใจ มือของทุกฝ่ายที่ช่วยกันสร้างการแข่งขันจักรยานระดับโลก และการดูแลสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับเมืองใต้ ทำให้เส้นทางเบื้องหน้าของพังงาเต็มเปี่ยมด้วยความหวัง

พังงา, เทศกาลจักรยาน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ L’ÉTAPE THAILAND by Tour de France ได้ที่

Facebook: L’Etape Thailand by Le Tour de France

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ MICE business ในประเทศไทย

www.businesseventsthailand.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

29 พฤศจิกายน 2565

“เรื่องนี้เราจะไม่รอ”

เป็นคำพูดที่ นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทยเน้นย้ำกับ The Cloud เพื่อแสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการร่วมเปลี่ยนผ่านสังคมธุรกิจของประเทศไทยไปสู่กระบวนการที่ยั่งยืน แม้เรื่องนี้จะไม่ง่าย แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็ยินดีที่จะก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อชวนทุกคนเดินไปด้วยกัน

เป้าหมายที่ทุกองค์กรทั่วโลกตั้งใจทำให้สำเร็จ คือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของมนุษยชาติ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด แนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี หรือ ESG ถูกหยิบยกมาใช้บ่อยขึ้น และกำลังจะกลายเป็นขอบเส้นของมาตรฐานการทำธุรกิจในบริบทใหม่ที่ทุกคนต้องเดินตาม

เปลี่ยนวันนี้ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน และธนาคารกสิกรไทยก็เริ่มต้นมาได้สักพักแล้ว

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

เริ่มต้นที่ตัวเรา

สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน คือการชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมของผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เริ่มจากกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่ทำได้ทันที จากนั้นเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ส่วนที่ยากที่สุดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

การจัดการภายในจึงเป็นสิ่งที่เริ่มได้เร็วกว่าทางอื่น

“เรามองมาที่การทำงานของเรา ว่าอะไรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะบ้าง นั่นก็คือรถยนต์ที่เราใช้ เรามีรถเป็นพันคัน สองคือการใช้ไฟฟ้า แม้เราจะไม่ใช่โรงงาน แต่ก็มีสาขา มีสำนักงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 7 อาคาร ซึ่งใช้ไฟฟ้าพอสมควร

“ถามว่าจะไม่ใช้รถหรือไฟฟ้าได้ไหม ก็ไม่ได้ เราพยายามปรับไปใช้น้ำมัน E85 ก็ช่วยลดคาร์บอนได้บ้าง สุดท้ายเราจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคต ดังนั้น รถหมดสัญญาแล้วก็จะทยอยเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าครับ ส่วนเรื่องการใช้ไฟฟ้า เราติดโซลาร์เซลล์ตามสาขาต่าง ๆ คิดว่าน่าจะประมาณ 200 – 300 สาขาที่ธนาคารเป็นเจ้าของพื้นที่และมีศักยภาพในการติดตั้งได้ จากทั้งหมด 800 สาขาที่มี ก็ช่วยลดค่าไฟได้ 10 – 20% ที่เหลือก็ต้องหักล้างเรื่องคาร์บอนเครดิตเอาอีกที” 

ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีร่องรอยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

Green Transition การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่เป็นไปได้

เป้าหมายที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย โดยธนาคารมีความตั้งใจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานของธนาคาร ใน พ.ศ. 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอของธนาคารตามทิศทางของประเทศ ด้วยชุดความคิดที่เป็นไปได้และทำได้จริงมากกว่าการประกาศเป้าหมายเท่ ๆ

“สิ่งที่ท้าทายคือ พอร์ตสินเชื่อของเรามีถึง 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่มาก เราต้องดูว่าจะเริ่มตรงไหน จบตรงไหน ทำได้จริงแค่ไหน ซึ่งเราทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นกับว่าลูกค้าเอากับเราด้วยไหม เราก็ต้องไปเฟ้นหาว่าลูกค้ากลุ่มไหนจะไปด้วยกันต่อ เราเพิ่งจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาวิเคราะห์พอร์ตสินเชื่อของเรา ดูเป็นรายอุตสาหกรรมเลย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มที่เราจะเน้น โดยประเมินออกมาเป็น 3 เซกเตอร์ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ 27% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา ส่วนอีก 2 อันคิดเป็นสัดส่วน 13% ถ้าทำทั้งหมด 5 กลุ่มนี้ ก็จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา อย่างธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้าเป็นพอร์ตที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐทั้งเรื่องพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าด้วย เรื่องนี้เราจับตามองอยู่ แต่เราก็ไม่รอนะ เราคุยกับลูกค้าไปเลยว่าพอจะเปลี่ยนตรงไหน อย่างไรได้บ้าง”

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่างเข้าใจและรู้ถึงความสำคัญของ ESG รวมทั้งรายงานต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล คุณกฤษณ์มองว่านี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“สุดท้ายเราต้องพูดเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ อย่างพวกถ่านหิน เราก็ไม่ปล่อยกู้ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ เราทำแบบนี้มาได้สักปีหนึ่งแล้ว คือของเดิมที่มีอยู่ แต่ถ้าเขาจะปรับปรุงเพื่อลดการใช้ถ่านหินลง เราก็พร้อมคุย เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่าเราจะตัดพวกเขาออกไปได้ เพราะว่าเวลาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว เราก็ต้องอยู่กับเขาไปอีก 20 ปี สมมติสร้างโรงงานมา 5 พันล้านแล้ว จะมีใครมาปิดมันง่าย ๆ ดังนั้น ต้องช่วยกันคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง

“ช่วงที่ผ่านมามีประชุมกับกลุ่มนักลงทุนตลอด ล่าสุดมีกลุ่มที่เข้ามาขอคุยเรื่อง ESG อย่างเดียวเลย ดูว่าเราเป็นอย่างไร อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ เราก็รู้สึกดี ผมเองไม่ได้มีคำตอบให้เขาทุกอย่าง แต่เราบอกเขาเรื่อง KBank Way คือ Walk the Talk พูดแล้วก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด”

เรียบง่ายแต่หนักแน่นเอาเรื่อง สำคัญวิถีของธนาคารกสิกรไทย

ความยั่งยืนทำคนเดียวไม่ได้

สิ่งที่เป็นอุปสรรคและความท้าทายของธนาคารคือ การชวนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมาร่วมเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนี้อาจต้องใช้ทั้งแรงผลักและแรงจูงใจมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

“ความท้าทายของเราคือลูกค้าขนาดที่เล็กลงมา ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เขาจะมองว่าพอต้องใช้เงินลงทุนที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนหรือกำไรที่ได้อาจจะลดลง แล้วแบบนี้แรงจูงใจที่จะให้เขาทำคืออะไร อย่างลงทุนทำโรงงานสีเขียว 100 ล้านบาท ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการก็จะคิดว่าทำไปทำไม อย่างแรกเราต้องมีแรงจูงใจ เราเองต้องไปชวนลูกค้าคุย เอาตัวเลขไปเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจ อันที่สองผมว่าภาครัฐก็ต้องเข้ามาช่วยด้วย ผมคิดว่าภาครัฐควรทำเป็นรายอุตสาหกรรมไป ไม่ต้องทำผ่านระบบธนาคาร บอกไปเลยว่าถ้าใครเดินมาทางนี้ จะได้แบบนี้ ถ้าใครไม่ทำตามนี้ ก็จะเกิดผลแบบนี้ ภาครัฐก็ต้องเล่น 2 บทด้วย” 

ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการกำหนดนิยามและจัดหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำนิยามและหมวดหมู่ เพื่อให้ภาครัฐ ธนาคาร และกลุ่มธุรกิจ มีความเข้าใจตรงกันและมีจุดที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดแผนและนโยบายต่าง ๆ ขององค์กร ซึ่งสถาบันการเงินต้องประเมินความเสี่ยง รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกก้าวของการร่วมมือกันในวงที่กว้างขึ้น

“ในต่างประเทศเขาบังคับผ่านกฎหมายเป็นรายอุตสาหกรรมเลยนะ เริ่มจากการวัดคาร์บอนก่อน พิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรมไป ซึ่งปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีเรื่องพวกนั้น ตอนนี้เริ่มแล้วแต่ยังเป็นภาพกว้าง ๆ อยู่ ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ เราเอาสิ่งนั้นมาเชื่อมกับธุรกิจเยอะขึ้น ผมเป็นกรรมการผู้จัดการที่ดูแลด้านเป้าหมายสินเชื่อและด้านความเสี่ยง ดูว่าเป็นอย่างไร รายได้มาจากทางไหน เสี่ยงอย่างไร ผมก็เอาเรื่อง ESG ใส่ไปด้วย มันยากขึ้นคือเป้าสินเชื่อก็ต้องทำให้ได้ เรื่อง ESG ก็ต้องทำให้ชัดว่าพอร์ตสินเชื่อเราจะวิ่งไปทางไหน และทำไมต้องเป็นทางนั้น นี่เป็นโจทย์ทางธุรกิจไปแล้ว

“เรามี Climate Pillar เป็นเสาหลักอันใหม่ขึ้นมา คือรวมโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาไว้ด้วยกัน แล้วทางนี้ก็จะเอามาตั้งเป็นเป้า เราอยากเป็นผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคก็ต้องออกมาทำก่อน ทั้งการตั้งเป้าหมาย มีคำมั่นสัญญา ผู้นำในความหมายของเราไม่ใช่ผู้นำที่ทิ้งคนอื่นนะ แต่เป็นผู้นำที่ชวนคนอื่นเข้ามาทำด้วย มีคนถามว่ากลัวคนอื่นมาแข่งมั้ย ผมตอบว่าผมชอบเลย มาแข่งเรื่อง ESG ถือว่าดี ใครมีวิธีดี ๆ หรือเทคโนโลยีอย่างไรก็มาแชร์กัน เรื่องนี้อยากชวนมาแข่งนะ เพื่อทำให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้มากขึ้น ตอนนี้เราพยายามสร้างมาตรฐานใหม่และคุยกับแบงก์ชาติ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน ถ้าลูกค้าไม่เอาด้วยก็จะเกิดช้าครับ”

การเปลี่ยนแปลงที่มีผลในวงกว้าง จะฉายเดี่ยวไม่ได้

เป้าหมายความยั่งยืนที่ชี้วัดได้

แล้วตอนนี้ธนาคารกสิกรไทยมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืนอยู่เท่าไหร่ 

นี่คือคำตอบ

“ประมาณ 1 – 2 % ของสินเชื่อทั้งหมดครับ เมื่อก่อนมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวว่าวัดยังไง ปีนี้เราเริ่มนับแล้ว ตอนนี้จะชัดขึ้นว่าอันไหนได้หรือไม่ได้ อาคารสร้างขึ้นมาแบบประหยัดพลังงานหรือเปล่า สร้างอย่างไร เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกอันที่เราเน้น เนื่องจากปล่อยคาร์บอนเยอะ ต้องมีกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนการพิจารณาเครดิต เราทำมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น ลูกค้าอยากทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ฟังดูน่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เราก็ดูว่าเขากู้เงินไปแล้วจะใช้ทำอะไรบ้าง คืนอะไร อย่างไร มาตรฐานสากลของสิ่งนั้นคืออะไร ปล่อยมลพิษไปแล้วกระทบอะไรมั้ย เทคโนโลยีที่ใช้คืออะไร ถ้าผ่านตามมาตรฐานหมด ก็จะเข้าไปคณะกรรมการของธนาคาร ถ้าเขาไฟเขียวถึงจะเอามาดูต่อ แปลว่าถ้าไม่ได้ตามมาตรฐาน เราก็จะไปคุยถึงปัญหา หา Solution ให้ลูกค้า แต่ถ้ายังทำไม่ได้เราไม่คุยด้วย

“ตอนนี้เราตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวเข้าไปในระบบอีกสัก 2 แสนล้านบาท เราอยากชวนธุรกิจมาทำกันเพิ่ม เรื่องความยั่งยืนนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ยังไงก็จุดติด แต่ว่าสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางจะยากหน่อย ส่วนประชาชนทั่วไปก็เป็นเรื่องวิถีชีวิต อย่างรถหรือบ้านที่ประหยัดพลังงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน เราอยากเป็นต้นแบบเรื่องความยั่งยืนให้พวกเขา

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

“ส่วนการตรวจสอบมันก็จะมีกระบวนการอยู่ เราดูว่าเครื่องจักรเขาเป็นไปตามที่กำหนดมั้ย มีทีมลงไปดู มีกระบวนการทบทวนวงเงิน เวลาเราให้เงินใครไป เราก็ต้องไปติดตามและดูแล ถือเป็นความท้าทายเวลาที่เราจะทำเรื่องความยั่งยืนให้ใหญ่ขึ้น บางอย่างอาจต้องมีองค์กรภายนอกเข้ามาช่วย สุดท้ายก็จะเกิดการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย” 

ธนาคารกสิกรไทยประกาศตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมเป็นวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2573 แม้ใน 3 ไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2565 ตัวเลขจะยังไปไม่ถึงจุดที่หวัง ซึ่งธนาคารได้ให้สินเชื่อไปแล้วกว่า1.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังคงผลักดันต่อและคาดว่าขนาดของสินเชื่อใน พ.ศ. 2566 น่าจะโตได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

“ตัวเลขพวกนี้จะสะท้อนว่าเราทำได้และทำจริงมั้ย ปล่อยไปแล้วเป็นไง ติดข้อจำกัดอะไรบ้าง อีกเรื่องคือแผนที่วางไว้ ลูกค้าเดินด้วยกับเราหรือเปล่า เรามีองค์ความรู้ที่จะขยายไปอุตสาหกรรมอื่นมั้ย ซึ่งโจทย์พวกนี้ต้องรวมไว้ใน Climate Pillar ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของทีมขายไปแล้ว พวกเขาก็รับโจทย์ไป ผมเองก็ถูกคาดหวังให้รายงานตัวเลขพวกนี้ตลอดกับบอร์ดและสื่อมวลชน ผมเชื่อว่าการที่เราแชร์เรื่องพวกนี้ได้ เป็นการตอกย้ำว่าเราทำตามที่สัญญาและเห็นว่ามันสำคัญ”

เมื่อ The Cloud ถามคุณกฤษณ์ว่าเป้าหมายที่ประกาศออกมาดูจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา ถือว่าธนาคารระวังตัวไปหน่อยหรือไม่ คำตอบที่ได้น่าสนใจทีเดียว

“ผมว่าบางเรื่องเราทำคนเดียวไม่ได้ จะมาประกาศว่าจะไม่ปล่อยกู้ให้พวกธุรกิจพลังงานเลย หยุดปล่อยกู้หมดถ้าไม่ใช่ธุรกิจสีเขียว ทำแบบนี้เท่ากับเราทิ้งลูกค้านะ ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่มีเหตุผล เพราะว่าลูกค้ากับเราต้องไปด้วยกันต่างหาก ผมว่าเราต้องคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ ถ้าเหมาะสมเราก็จะทำ ถ้าอันไหนทำได้เราก็จะให้คำมั่นสัญญา สิ่งที่เราทำคือ Walk the Talk อันไหนเราสัญญาจะทำ เราทำ แต่สิ่งที่เราจะไม่ทำคือเราจะไม่รอ บางคนบอกว่าเรื่องนี้รอได้ รอคนอื่นทำไปก่อน แต่ที่กสิกรไทยเราไม่รอครับ”

พูดแล้วทำ อันไหนไม่ทำก็ไม่พูด

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

ยั่งยืนที่วิถีชีวิตและโอกาสเติบโต

สิ่งที่แยกจากกันไม่ได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ คือการพาทุกคนไปข้างหน้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนก็เช่นกัน สิ่งที่ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยเป็นห่วงคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนทางออกสำหรับเกษตรกรที่อยู่ในระบบนับล้านรายจะยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งเกษตรกรเองอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็ยังมีราคาสูง บทบาทของภาครัฐจึงสำคัญมากในการออกนโยบายและมาตรการจูงใจเพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้เกิดขึ้น

ชุดความคิดใหม่ ๆ นอกกรอบจึงต้องนำมาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งที่ดีให้ผู้บริโภคปรับตัวได้เร็วขึ้น

“เรามีโครงการ SolarPlus คือคิดว่าถ้าเราสามารถคุยกับลูกบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ ให้พวกเขาอนุญาตให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยที่เราออกเงินให้ เขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ลูกบ้านได้ประหยัดค่าไฟ โดยที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ติดตั้ง สุดท้ายแล้วลูกบ้านไม่ต้องใช้เงินลงทุน บริษัทติดตั้งก็ได้ธุรกิจเพิ่ม ธนาคารเราได้เรื่องคาร์บอนเครดิต แต่จะยากตรงการขออนุญาตและกระบวนการนี่ล่ะครับที่ต้องผลักดันกันต่อไป นี่เป็นวิธีคิดที่ออกมานอกกรอบ หรืออย่างโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้วให้มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขาธนาคารได้ นี่ก็เริ่มแล้วและจะขยายต่อไป

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

“นอกจากมิติของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ธนาคารเราทำได้มากคือมิติด้านสังคม ผ่านโจทย์สำคัญเรื่องความครอบคลุมทางการเงิน ปัจจุบันคนใช้ K PLUS มีประมาณ 20 ล้านรายแล้ว แต่ก็ยังมีรายย่อยที่เข้าถึงบริการสินเชื่อยากลำบาก เราก็พยายามทำให้พวกเขาเข้าถึงเงินได้มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเราทำให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มได้ 5 – 6 แสนราย ปีหน้าก็จะไปต่อ เรื่องนี้ต้องดูควบคู่กับปัญหาหนี้ครัวเรือนด้วยนะ ถ้าดันให้สินเชื่อโตมากเกินไป ก็เหมือนธนาคารทำบาป เพราะต้องดูเรื่องความสามารถในการชำระด้วย หนี้กับรายได้ต้องโตคู่กัน หน้าที่เราคือต้องให้กู้กับคนที่เขาชำระหนี้คืนได้ ไม่ใช่ปล่อยให้กับคนที่เขาใช้หนี้แล้วไม่เหลือเงินกินใช้เลย การไปไล่เติมหนี้ฝั่งเดียวมันทำได้ชั่วครั้งชั่วคราว ต้องทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วย การทำให้เข้าถึงแหล่งเงินเป็นแค่การเปิดประตู แต่การทำให้เขาเติบโตต่างหากคือสิ่งที่ยั่งยืน”

ปรับที่วิธีคิด เปลี่ยนที่กระบวนการ 

นี่คือก้าวใหม่ที่น่าจับตาของธนาคารกสิกรไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load