1 พฤศจิกายน 2561
4.08 K
The Cloud X SC Asset

 

Sweat in Style!

คือคำโปรยในเว็บไซต์แนะนำพื้นที่สาธารณะใหม่เอี่ยมของเมืองโกเทนเบิร์ก (Gothenburg) เมืองท่าทางตอนใต้ของสวีเดน ที่ชื่อว่า Jubileumsparken 0.5

สั้นแต่เฉียบ และสะท้อนความเป็นสวีเดนไว้ได้อย่างโคตรเท่ เพราะสำหรับชาวสวีเดน แสงอาทิตย์ อากาศบริสุทธิ์ และทุกสิ่งที่เป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิต แม้จะเป็นประเทศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี แต่เมื่อฤดูร้อนมาถึงคนสวีเดนต่างกระตือรือร้นที่จะออกมาทำกิจกรรมเสียเหงื่อนอกบ้าน

ตามเราไปดูพื้นที่สาธารณะที่ทำให้หนุ่มสาวสวีเดนเสียเหงื่อแบบมีสไตล์! ซึ่งเราขอจำกัดความเจ๋งไว้ด้วยคำไทยที่สั้นและเฉียบไม่แพ้กันว่าที่นี่คือ ‘เมืองหนูทดลอง’ ชัดๆ

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

01

ของขวัญ…แด่เมืองที่คุณรัก

Jubileumsparken 0.5 คือหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่ชาวเมืองจะมอบให้แก่เมืองโกเทนเบิร์กที่จะมีอายุครบ 400 ปีในปี 2021 ของขวัญแฮนด์เมดนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจและร่วมคิดแบบ DIY เพื่อปรับปรุงย่านให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ Meeting Place ที่พักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะสำหรับทุกเพศทุกวัยในหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคนชอบทำสวน วัยรุ่นเล่นสเกตบอร์ด คนวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือคู่รักที่มาดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาย่าน Frihanmen

ย่านท่าเรือและอุตสาหกรรมเก่าในเมืองโกเทนเบิร์ก เมืองท่าหลักตอนใต้ของประเทศสวีเดน ย่าน Frihanmen ถูกสร้างเป็นท่าเรือตั้งแต่ยุค 1920 รายล้อมไปด้วยลานคอนกรีตขนาดยักษ์ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง และมองเห็นเมืองได้แบบ 360 องศา ที่สำคัญ ยังเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ซึ่ง ‘น้ำ’ คือหัวใจและดีเอ็นเอของคนเมืองนี้ รวมไปถึงชาวสวีเดนอีกด้วย

ดังนั้น ย่านนี้จึงเปลี่ยนโฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ River City โดยมีแนวคิดหลักๆ คือ Connect the city, Embrace the water and Reinforce the centre เพื่อเชื่อมคนเมืองกับน้ำให้ได้เข้าถึงกัน ให้ได้ใกล้ชิดน้ำและรักน้ำรวมถึงสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

02

0.5

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project สวนนี้ถูกสร้างเพื่อเป็น Prototype 1:1 ขนาดเท่าของจริง เพื่อให้คนทดลองใช้งานจริง เปรียบเสมือนการเดินทางมาครึ่งทางก่อนถึงเส้นชัย คล้ายๆ กับวันซ้อมก่อนจะถึงวันจริง หลังจากนี้พื้นที่ถูกเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะของจริงในอนาคต หรือ 1.0 นั่นเอง

Mini-laboratories เพื่อเทสต์ไอเดีย เริ่มตั้งแต่ 2013 โดยสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจะเป็นเพียงของชั่วคราวเท่านั้น

เพื่อให้นักอออกแบบ นักผังเมือง นักวิจัย มาเก็บข้อมูลเพื่อไปพัฒนาโครการจริงในอนาคต และสร้างทางเลือกในรูปแบบใหม่ ค้นหารูปแบบทำงานร่วมมือกับชุมชนและรัฐบาล โดยหัวใจหลักคือ เข้าใจความต้องการของคนในชุมชน ไม่เพียงแต่เก็บข้อมูลเรื่องการใช้งานหรือกิจกรรม แต่ยังรวมไปถึงเก็บข้อมูลการปฏิสัมพันธ์ในสังคม (Social Norm) และการรับรู้ของพื้นที่อีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

03

Do-It-(Y)ourself As An Unlocking Instrument

การทำงานร่วมมือระหว่าง Top-down and Bottom-up กล่าวคือทางผู้บริหารเมืองริเริ่มนโยบายให้ปรับปรุงเมืองลงมาก่อน โดยใช้พลังขับเคลื่อนจากแนวคิดจากชุมชน เป็นเหมือนการปลดล็อกและเติมเต็มความเข้าใจระหว่างรัฐและชุมชน โครงการนี้ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างโปร่งใส จัดเวิร์กช็อประหว่างรัฐ สถาปนิก และอาสาสมัครจากชุมชน จัดทัวร์บรรยายเกี่ยวกับโครงการและความเป็นมาของพื้นที่ เพิ่มการสื่อสารผ่านทาง Social Media ต่างๆ

การจัดเวิร์กช็อปช่วยปลดล็อกไอเดียและจินตการของของคนในชุมชนให้ได้เห็นภาพเมืองในฝัน กิจกรรมหรือรูปแบบเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน Jubileum Park นี้ถูกปั้นขึ้นมาจากผู้ที่รู้จักเมืองนี้ดีที่สุด ก็คือชาวโกเทินเบิร์กนั่นเอง จะใครล่ะ!

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

04

ลองของ

ตอนที่ได้ลงไปเที่ยวโกเทนเบิร์กช่วงวันหยุดยาว ด้วยเกียรติของความเป็นภูมิสถาปนิก ก็อดไม่ได้ที่จะไปส่องดูงานออกแบบซะหน่อย

เพื่อนสถาปนิกจึงแนะนำให้ลองไปดูส่วนนี้ มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแต่มันคูลนะ เราจึงได้ค้นข้อมูลตามเวบไซต์สถาปนิกจนพบว่า Jubileum Park โปรเจกต์นี้ได้รับการกล่าวถึงในแง่การออกแบบที่แปลกตาและกระบวนการมีส่วนรวม

เราจึงต้องตามไปดู พอไปถึงพื้นที่ลานคอนกรีตกว้างใหญ่มาก แต่ตัวโปรเจกต์จริงๆ นั้นขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เราคิดว่าเดินแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงหมด ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นเดินเล่นไปเกินครึ่งวัน เพราะมีกิจกรรมหลายรูปแบบมาก

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไฮไลต์ของพื้นที่แห่งนี้ก็คืออาคารซาวน่า (Sauna) ในข้อมูลของเวบโกเทนเบิร์กเขียนคำโปรยว่า Sweat In Style! ยิ่งชวนให้น่าเข้าไปค้นหาอย่างยิ่ง เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปเพราะต้องจองล่วงหน้า

ซาวน่าออกแบบโดยสถาปนิกจาก Raumlabor Berlin ร่วมกับเวิร์กช็อปกับคนในชุมชน 24 คน และเลือกใช้สังกะสีเป็นวัสดุภายนอก เพื่อสะท้อนความงามของย่านอุตสาหกรรม และยังคงเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่โดยรอบอย่างไม่แปลกแยก ส่วนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ด้านข้างสร้างจากขวดแก้วรีไซเคิลจำนวนถึง 12,000 ขวด งานมีความโดดเด่นถึงขนาดได้เป็น Shortlisted ของงานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นสวีเดน ปี 2015 ส่งผลให้งานทดลองชั่วคราวได้กลายเป็นงานถาวรของพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ถัดมาคือสระว่ายน้ำสาธารณะในทะเลสาบแบบไร้คลอรีน การกระโดดน้ำนั้นเรียกได้ว่าคือชีวิตจิตใจของชาวสวีเดน เป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในช่วงซัมเมอร์ สระว่ายน้ำนี้ออกแบบไม่ได้หวือหวามากนัก ตามสวีดิชมินิมอลสไตล์ มีเพียงแค่พื้นไม้ไว้สำหรับเดินรอบด้าน เพื่อเน้นให้คนได้เอนจอยกับการว่ายน้ำและวิวพาราโนมิกของเมือง นอกจากนี้ เพื่อความใกล้ชิดกับน้ำ ทางโครงการได้จัดให้มีการทดลองขับเรือเล็กซึ่งเปิดให้บริการฟรี! เราก็ไม่รอช้ากระโดดลงเรือ ขับวนรอบอ่าวไปเลย

หลังจากเดินวนดูไฮไลต์รอบๆ เราจึงพุ่งตรงมาที่สนามเด็กเล่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้หาดทรายจำลอง ภาพที่เห็นดูแปลกตามาก ไม่เหมือนของเล่นเด็กทั่วไป เป็นกึ่ง Installation Art เรียกว่า Berget ที่แปลว่า ภูเขา ทำจากไม้อัดรีไซเคิล เหมือนเป็นด่านให้เด็กวิ่งซ่อนหา และมี Interactive Water เมื่อวิ่งผ่านจะมีเซนเซอร์น้ำไหล ถูกใจเด็กโข่งอย่างเรายิ่งนัก และมีตาข่ายสำหรับปีนป่ายที่ทำมาจากสายเซฟตี้เบลต์รีไซเคิล พ่นสีคัลเลอร์ฟูล

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ด้านข้างเป็นกำแพงสูง เรียงร้อยต่อด้วยท่อประปา เป็นกลไกของเล่นที่ผสานการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ของน้ำ เรียกว่าเราแย่งเด็กเล่นเลยทีเดียว

ถัดออกไปไกลหน่อยจะเจอลานสเกตบอร์ดแบบ Derby Ring ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวของลานแบบ Outdoor Roller Derby Ring โดยเปิดให้เล่นฟรีตลอดปี นอกจากกิจกรรมออกเหงื่อแล้ว ยังมีส่วนของแปลงปลูกผักสวนครัว เอาใจผู้สูงวัยหรือผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

05

ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

เพื่อนที่ทำงานชาวสวีเดนเธอชื่อว่า ลินน์ ตอนที่ลินน์เป็นนักศึกษาภูมิสถาปัตย์ เธอตัดสินใจเลือกตรงนี้เป็นโปรเจต์ทีสิส หลังจากที่ศึกษาข้อมูล เธอถึงรู้ว่าโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ชาวเมืองหลงรักและผูกพันกับตรงนี้ไปแล้วจนถึงขั้นไม่อยากให้รื้อถอนต้นแบบจำลองนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำการทดลองที่เกิด Dialog กับชุนชนและได้รู้จักคนเมืองเพิ่มมากขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไม่เพียงแค่โปรเจกต์นี้จะปรับโฉมย่านอุตหกรรมและลานคอนกรีตยักษ์ให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองทั้งด้านการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน แก้ไขปัญหาอาชญากรรม กระตุ้นกระบวนการมีส่วนรวม เป็นโครงการที่ยอมทุ่มงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจก่อนที่จะใช้เงินลงทุนมหาศาลสร้างจริง

ถือเป็นของขวัญชิ้นยอดที่น่าภาคภูมิใจแก่เมืองนี้จริงๆ

Jubileumsparken 0.5 เป็นพื้นที่สาธารณะที่หนุ่มสาวสวีเดนรักมาก เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และที่สำคัญ วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้คือวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเน้นการทำน้อยแต่มาก เน้นฟังก์ชัน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของคนสแกนดิเนเวียรุ่นใหม่

ผู้คนยุคใหม่ใช้ชีวิตบนความต้องการและคาดหวังที่สอดรับกับเทรนด์การอยู่อาศัยโลก หมายความว่านอกเหนือจากความต้องการพื้นฐาน เช่น การออกแบบที่ใช้ประโยชน์ได้จริง เหมาะกับการอยู่อาศัย การเดินทางสะดวก ระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคตจะต้องเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คนอีกด้วย โดยเฉพาะนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่

‘Neighbourhood Bangkadi’ (เนเบอร์ฮูด บางกะดี) คือหนึ่งในโมเดลการสร้างที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่ ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง SC Asset และ REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยทำการวิจัยพื้นที่และความต้องการของผู้คนในย่านนั้นกว่า 500 คน ถึงตัวตนและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยทำแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึก (Site & Program Analysis)

ที่สำคัญ โครงการนี้ออกแบบเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คน โดยการศึกษาแนวโน้มการอยู่อาศัยในอนาคต (Future Living Trends) เช่น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพแนวโน้มด้านเทคโนโลยีแนวโน้มด้านการทำงานที่เทคโนโลยีเอื้อให้คนทำงานอยู่บ้านมากขึ้น และแนวโน้มด้านสังคม เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาโมเดลเป็นไปอย่างเข้าอกเข้าใจผู้คนที่สุด

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

นวรัตน์ ยังสำราญ

ภูมิสถาปนิกที่โลดแล่นทำงานในสวีเดน กว่าครึ่งชีวิตทำงานในต่างวัฒนธรรม สวีเดน สิงคโปร์ และไทย หลงใหลการอยู่อย่างสงบในสวนสาธารณะและเดินเข้าป่า พอๆ กับ เดินเล่นเพลินๆ ชมความคึกคักในเมืองใหญ่ เชื่อว่า Green & Blue Spaces คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองและชีวิต

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

25 พฤษภาคม 2565
2.37 K

‘หัวหิน’ เป็นทะเลโปรดของคนไทยมานาน เริ่มตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้มาถึงหัวหินเมื่อ พ.ศ. 2454 จากนั้นก็มีการสร้างบ้านพักของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สร้าง ‘โรงแรมรถไฟ’ โรงแรมชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพาให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทยไปด้วย

วันเวลาผ่านไป บ้านเราก็ผุดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้น หากอยากไปพักผ่อนกายใจกับญาติมิตรในช่วงวันหยุดสั้น ๆ หัวหินก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนนึกถึง ด้วยความน่ารักเรียบง่ายของเมือง ความสวยที่จับต้องได้ของชายหาด และที่สำคัญคือเดินทางง่าย ถ้าเทียบกับการนั่งรถจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศลงไปเที่ยวทะเลใต้

แต่ในความคลาสสิกนั้น ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่

“หัวหินเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวมาก แต่ไม่ค่อยมีพื้นที่สาธารณะติดทะเลที่ให้คนเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าลองนึกดู เวลาไปหัวหิน เราก็ต้องไปพักโรงแรม เดินเข้าร้านอาหาร เราถึงจะไปทะเลได้” ปุ๊ก สถาปนิกชุมชนว่า

และมากไปกว่าพื้นที่ติดทะเลที่นักท่องเที่ยวต้องการ ‘พื้นที่สาธารณะดี ๆ’ สำหรับให้เจ้าบ้านใช้พบปะพูดคุยกัน ออกกำลังกาย เข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เรียกว่ายังขาดแคลนการพัฒนายิ่งกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่สุดท้ายจาก 8 พื้นที่ ใน ‘โครงการลานกีฬาวัฒนธรรมชุมชน’ โครงการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือร่วมกับท้องถิ่น 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง จึงมาอยู่ที่หัวหิน

ปุ๊ก-นฤมล พลดงนอก สถาปนิกชุมชน และ เป้-รัฐพงศ์ ปิ่นแก้ว ภูมิสถาปนิกจากสถาบันอาศรมศิลป์ จะมาแชร์เรื่องราวของโปรเจกต์เนรมิตสวนหลวงราชินีที่ทรุดโทรม 19 ไร่ และพื้นที่ข้างเคียงอีก 6 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่เดียวในหัวหิน ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน ทั้งการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การจัดงานแฟร์ การทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม การค้าขาย การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการพักผ่อนริมทะเลโดยไม่ต้องเสียเงินเข้า

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

ตามหาพื้นที่ที่ใช่

อาศรมศิลป์ได้เข้าหาเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เพื่อคุยในขั้นแรก

“พอเราอธิบายโครงการและเป้าหมายที่อยากจะพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ทางเทศบาลเขาก็เห็นด้วยและชอบมาก เพราะว่ามันไปตรงกับโครงการที่เขาทำอยู่แล้ว คือ หัวหินสร้างสุข” ปุ๊กเริ่มเล่าที่การพูดคุยกับท้องถิ่น

จากนั้นเทศบาลก็เตรียมหลากหลายพื้นที่ในความดูแลมาเสนอทีมออกแบบ แล้วทีมออกแบบก็ทำ Site Analysis วิเคราะห์ไซต์กลับไปให้เทศบาล

เทศบาลเสนอมาทั้งหมด 4 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า พื้นที่ริมคลองใกล้โรงเรียนเขาตะเกียบ พื้นที่เลียบคลองบริเวณชุมชนบ่อฝ้าย และสวนหลวงราชินี 19 ไร่

“จากการวิเคราะห์ทุกพื้นที่ เราคิดว่าสวนหลวงราชินีนี่แหละที่ทำแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด ตอบโจทย์คนในชุมชน แล้วก็เป็นพื้นที่ของเทศบาล การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่น่าจะทำได้ง่าย” ปุ๊กสรุปการตัดสินใจให้เราฟัง ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เลือกพื้นที่นี้มาดำเนินโครงการ คือการที่มีส่วนหนึ่งติดทะเล

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

“จริง ๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้วนะคะ แต่เริ่มเก่า และยังต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ดีขึ้น”

สวนหลวงราชินี 19 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกที่มีบริเวณใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์รวมราชการ มีอาคารตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ดับเพลิง มีการสร้างเป็นศูนย์โอท็อปไว้ แต่ไม่มีการจัดการที่ดีจึงเริ่มรกร้าง มีส่วนออกกำลังกายอย่างคอร์ทแบดมินตัน สนามฟุตซอล และมีพื้นที่ลานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่คนหัวหินใช้จัดมหกรรมงานแฟร์ต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ติดทะเลที่รอการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เชื่อมต่อกับสวนหลวงราชินีอีก 6 ไร่ ซึ่งเทศบาลให้เพิ่มเติมมา เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง และมีคลองสำหรับระบายน้ำจากตัวเมืองลงทะเล เมื่อรวมสวนหลวงราชินีและพื้นที่ที่เพิ่มมาแล้ว ก็จะมีพื้นที่โครงการทั้งหมด 25 ไร่

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

รู้จักคนหัวหิน

“หลังจากคุยกับเทศบาล เราก็ลงชุมชนเพื่อสำรวจ ทำความรู้จัก ถามความเห็นชาวบ้านเบื้องต้น” โฟกัสกรุ๊ป เป็นงานพาร์ตสำคัญที่ทีมสถาปนิกชุมชนจะได้ไปเห็นบริบทเดิม มองภาพกิจกรรม หรือภาพคนในพื้นที่ออก งานนี้กินเวลา 2 วันในการคุยกับกลุ่มชาวบ้านต่าง ๆ

“เราลงไปที่ชุมชนของเขา ก็เลยได้รู้ว่าป้า ๆ เขาอยู่กันแบบนี้นะ ที่เขาเป็นกลุ่มลีลาศ เขาเต้นกันอยู่ตรงนี้นะ สมาชิกเขามีเท่าไหร่” ปุ๊กบอกว่าหัวหินมีกลุ่มกิจกรรมที่แน่นแฟ้น สถาปนิกจึงต้องทำการบ้านเรื่องนี้ให้มาก

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหัวหิน ด้วยสวนหลวงราชินีโฉมใหม่ ทะเลที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียเงิน

เมื่อรู้จักชุมชนเบื้องต้นแล้ว อาศรมศิลป์ก็จัดเวทีใหญ่ที่เทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่

“เวทีที่นี่คนมาเยอะมาก อยากได้กี่คนก็บอกได้เลย ถ้าขอ 80 ก็ได้ 100 ขอ 100 ก็ได้ 150” ปุ๊กเล่าอย่างอารมณ์ดี หัวหินเป็นอีกที่ที่เธอประทับใจเรื่องการมีส่วนร่วมมาก “ทุกคนอยากมาแสดงความคิดเห็น เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำคัญ พอเขารู้ว่าเทศบาลจะพัฒนา ทุกคนก็ตื่นเต้น อยากมาร่วมรับฟัง”

“พื้นที่สาธารณะที่หัวหินมีอยู่มันไม่ตอบโจทย์ ไม่เอื้อให้คนมาใช้งาน ทุกคนมองแต่เรื่องท่องเที่ยว เรื่องทะเล แต่เรื่องพื้นที่สุขภาวะที่มาจากความต้องการของคนในพื้นที่ยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าไหร่”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

คนนับร้อยในวันนั้นคือกลุ่มคนที่เทศบาลเชิญมา มีทั้งกลุ่มผู้ใช้งานเดิม หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่ กลุ่มชุมชนที่อยู่ในละแวกนั้น กลุ่มกิจกรรมที่คิดว่าจะมาใช้งาน อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มลีลาศ กลุ่มกีฬา แบดมินตัน ฟุตซอล และโรงเรียนต่าง ๆ

“นอกจากจะมีคนในชุมชนโดยทั่วไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เข้ามา ส่วนใหญ่เขาจะกลัวการถูกไล่ที่ เวลาเราไปเดินลงไซต์ แล้วดูเหมือนเป็นคนมาพัฒนาพื้นที่ เขาถามเราว่าจะไล่ที่เขาไหม” เป้พูด ปกติแล้วในสวนหลวงราชินีจะมีร้านค้า บ้างเป็นรถเข็นหาบเร่แผงลอย บ้างก็เป็นซุ้มที่ได้สัมปทานขาย

สถาปนิกชุมชนได้นำความต้องการที่สำรวจจากชาวบ้านในวันนั้น มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการลงชุมชนตอนแรก แล้วนำมาสรุปผลร่วมกัน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ทีมออกแบบแลนด์สเคปไปเก็บข้อมูลด้านกายภาพของสวนหลวงราชินี

“เราพาน้อง ๆ ในทีม 7 – 8 คน ไปเดินสำรวจ พูดคุยกับคนในสวนว่าเขามาทำอะไร ต้องการอะไรบ้าง พอตกเย็นเราก็มาเริ่ม Sketch Design กันว่าผังจะเป็นยังไง” ภูมิสถาปนิกอธิบายวิธีการทำงาน

ในที่สุดก็แบ่งพื้นที่ 25 ไร่ ออกมาเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ สวนเพื่อการออกกำลังกาย สวนศิลปะและวัฒนธรรม สวนแห่งการพักผ่อน และสวนแห่งการเรียนรู้

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สร้างสวน-สร้างสุข

“คอนเซ็ปต์เราคือสวนสร้างสุข” เป้เล่าถึงแบบ Final ที่ได้

สร้างสุข หมายถึงทั้งสุขกายและสุขใจ ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมออกแบบตามความต้องการ มีการแบ่งโซนที่เหมาะสม แต่ก็เชื่อมต่อพื้นที่เพื่อการปฏิสัมพันธ์ ปลอดภัยสำหรับคนและรถ ทั้งยังมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบนิเวศด้วยแนวคิดของ ร.9 เป็นที่ระลึกที่สวนอยู่ใกล้วังไกลกังวล

“เราคงหลายฟังก์ชันไว้ที่ตำแหน่งเดิม เช่น สนามฟุตซอล สนามแบดมินตัน หรือเวที แล้วเราก็ปรับปรุงพื้นที่และแทรกกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไป” เป้เริ่มอธิบายที่ส่วนแรก ‘สวนเพื่อการออกกำลังกาย’ “อย่างสนามฟุตซอลเดิม เราปรับปรุงพื้นผิวใหม่ให้มีความเป็นทะเล แล้วก็เพิ่มลู่วิ่งลูปเล็กที่จะเชื่อมต่อกับลูปใหญ่ข้างนอก”

“ตรงนี้เมื่อก่อนจะเป็นเวทีเดิม มีลานโล่งไว้จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ปีละ 1 – 2 ครั้ง จริง ๆ เราอยากทำลานให้เป็นสวนเลยนะครับ แต่ชุมชนกังวลว่าจะจัดกิจกรรมไม่ได้ ก็เลยดีไซน์เป็นต้นไม้แทรกเข้าไป ลดความร้อนของพื้นที่ดาดแข็ง เพื่อให้คนมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ในทุก ๆ วัน และเมื่อถึงเวลาที่เขาจะใช้งานใหญ่ก็จัดได้ รถยนต์ก็ยังเข้าไปจอดได้เหมือนเดิม ส่วนเวทีเราก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย
ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

พื้นที่สตรีทอาร์ตที่เคยมี นักออกแบบก็คงไว้ที่มุมเดิม เพิ่มเติมคือขยายพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ชาวหัวหินมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และจัดความเรียบร้อยให้ดี

สำหรับการแยกขยะเพื่อนำไปรียูส-รีไซเคิล ซึ่งเมืองนี้มีกลุ่มคนและนักเรียนที่จัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว อาศรมศิลป์ก็ได้จัดทำ Station สำหรับแยกขยะให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น รวมถึงศึกษาความต้องการของกลุ่มแยกขยะในการดีไซน์ Station ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

“ส่วนต่อมาเป็นพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมครับ” เขาเล่าต่อเนื่องมาถึงส่วนที่ 2 “ตรงนี้มีอาคารเดิมเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์ขายของโอท็อป แล้วก็มีตำรวจท่องเที่ยว เราเลยยึดโยงกับเรื่องราวเดิม โดยเพิ่มพื้นที่ชาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกอาคารให้คนเข้ามาใช้งานได้ มีคอร์ทสำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีพื้นที่ให้ผู้สนใจในกิจกรรมนั่งดู”
แล้วกลุ่มกิจกรรมของหัวหิน อย่างป้า ๆ กลุ่มลีลาศที่เหล่าสถาปนิกชุมชนได้ไปเยี่ยมเยียนมาในตอนแรก ก็จะได้ใช้พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมนี้ในการฝึกซ้อม

มาถึงส่วนพื้นที่ติดทะเล ซึ่งเรียกว่าเป็น ‘สวนแห่งการพักผ่อน’ สำหรับทำกิจกรรมสบาย ๆ

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

สถาปนิกพยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ สนามเด็กเล่นที่มีก็ยังคงอยู่ แต่ปรับปรุงให้กลายเป็นธีมทะเล เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับทะเลเมื่อได้มาเล่น มีการปรับปรุงศาลาให้ผู้สูงอายุมาพบปะพูดคุย นั่งเล่นหมากฮอร์สกัน

“แสดงดนตรีในสวนได้ด้วยนะครับ” เป้เปิดภาพ Amphitheatre ที่ทีมออกแบบให้เราดู “วันไปดูไซต์ เราเห็นกลุ่มดนตรีของหัวหินมาเล่นกัน ก็เลยเตรียมพื้นที่รองรับให้เขา”

ส่วนพื้นที่หน้าหาด ก็ปรับปรุงลดความดาดแข็งของโครงสร้างให้สวยงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ต่อไปคนหัวหินและนักท่องเที่ยว ก็จะเข้ามาทำกิจกรรมพร้อมดื่มด่ำวิวทะเลกับครอบครัวได้ที่นี่

ถนนด้านหน้าของสวนแห่งการพักผ่อนที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างแต่ละโซน ได้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นให้มีความรู้สึกว่าเป็นถนนที่คนเดินถึงกันได้มากขึ้น ทำกิจกรรมได้มากขึ้น และรองรับร้านค้าต่าง ๆ ที่มาตั้งได้ พร้อมทั้งมีการทำที่จอดรถรองรับใกล้ ๆ เพื่อให้ผู้คนใช้วิธีจอดด้านนอกแล้วเดินเข้าไป แทนการขับต่อมาจอดถึงด้านใน และผ่านบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมของแต่ละโซนนี้

“เราอยากเชื่อมแต่ละพื้นที่ให้คนแต่ละกลุ่มมีการปฏิสัมพันธ์กัน” เป้พูดถึงหนึ่งในแนวคิดของสวนสร้างสุข “อย่างคนที่มาเพื่อออกกำลังกาย เขาก็เชื่อมไปที่การเรียนรู้วัฒนธรรมได้ คนที่มาพักผ่อน ดูทะเล เขาก็จะศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากสวนแห่งการเรียนรู้ได้”

‘สวนแห่งการเรียนรู้’ ส่วนสุดท้ายที่เป้อธิบาย เป็น Station เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและการบำบัดน้ำ 

จากเดิมที่เป็นจุดรับน้ำเสียจากตัวเมืองหัวหินอยู่แล้ว ทางภูมิสถาปนิกก็ได้ศึกษาจากกรณีโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย แล้วปรับปรุงระบบที่นี่ให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จากตอนแรกที่เป็นคอนกรีต ก็ปรับปรุงใหม่ มีการปลูกต้นไม้น้ำเพื่อลดความเป็นดาดแข็งลงไป โดยเลือกพืชพรรณที่ทนความเค็มและเน้นต้นไม้ท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนสวนแห่งการเรียนรู้นี้ จะได้เรียนรู้กระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเลในบรรยากาศที่น่าเดินเล่น

“เราเพิ่มแลนด์มาร์กตรงส่วนนี้เป็นหอชมวิว ขึ้นไปชมเมืองหัวหินและวิวทะเลได้” เป้บอกกับเราว่านี่เป็นการเพิ่มจุดสนใจให้คนเดินมาเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ ซึ่งนอกจากคนที่มาใช้สวนจะเข้ามาชมได้แล้ว เมื่อปรับปรุงใหม่จะเปิดทางเข้าบริเวณหลังวัดไกลกังวล เพื่อให้คนจากวัดเข้ามาใช้ได้ด้วย

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

หัวหินหลากมิติ

“บางทีคนจะมองแค่เรื่องเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่แค่แหล่งท่องเที่ยว แต่ลืมเรื่องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วคนที่ขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้ ก็คือคนหัวหินที่ทำอาชีพบริการ ทำอาชีพค้าขาย เราต้องให้ทำเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” ปุ๊กพูดในฐานะคนนอกที่เข้าไปคลุกคลีกับคนท้องถิ่นจนผูกพัน

“ถ้ากายดี ใจดี สังคมดี มันจะส่งผลไปเรื่องเศรษฐกิจเอง”

จากที่มองเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้หากนึกถึงหัวหิน ปุ๊กเห็น ‘คน’ มากขึ้น เวลาไปเธอก็จะชอบเข้าไปคุยกับคน ดูว่าเขากำลังทำกิจกรรมอะไรกัน เธอได้รู้แล้วว่าที่นี่มีผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเมืองไปในทุกวัน จนเป็นที่ที่คนไทยยังนึกถึง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

“พื้นที่ 25 ไร่ ตรงนี้ ถ้ามัน Success คนก็จะรู้จักหัวหินในหลายมิติ” 

ทีมออกแบบวาดหวังว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่เรียนรู้สวนหลวงราชินีนี้จะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวแวะมาใช้เวลา มาดูสวนบำบัดน้ำ เดินช้อปของกินจากรถเข็น พาลูกชมคนหัวหินเล่นดนตรี มานั่งเล่นดูคลื่นอย่างสบายอารมณ์ร่วมกับคนในพื้นที่

แล้วทะเลหัวหินก็จะไม่เป็นเพียงของคนที่มาทานอาหารในร้านริมหาด หรือคนที่จ่ายเงินนอนโรงแรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นทะเลของทุกคนอย่างแท้จริง

ปรับพื้นที่ สวนหลวงราชินี รวม 25 ไร่ เพื่อให้คนหัวหินมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพื้นที่สาธารณะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย

ภาพ : สถาบันอาศรมศิลป์

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load