1 พฤศจิกายน 2561
The Cloud X SC Asset

 

Sweat in Style!

คือคำโปรยในเว็บไซต์แนะนำพื้นที่สาธารณะใหม่เอี่ยมของเมืองโกเทนเบิร์ก (Gothenburg) เมืองท่าทางตอนใต้ของสวีเดน ที่ชื่อว่า Jubileumsparken 0.5

สั้นแต่เฉียบ และสะท้อนความเป็นสวีเดนไว้ได้อย่างโคตรเท่ เพราะสำหรับชาวสวีเดน แสงอาทิตย์ อากาศบริสุทธิ์ และทุกสิ่งที่เป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิต แม้จะเป็นประเทศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี แต่เมื่อฤดูร้อนมาถึงคนสวีเดนต่างกระตือรือร้นที่จะออกมาทำกิจกรรมเสียเหงื่อนอกบ้าน

ตามเราไปดูพื้นที่สาธารณะที่ทำให้หนุ่มสาวสวีเดนเสียเหงื่อแบบมีสไตล์! ซึ่งเราขอจำกัดความเจ๋งไว้ด้วยคำไทยที่สั้นและเฉียบไม่แพ้กันว่าที่นี่คือ ‘เมืองหนูทดลอง’ ชัดๆ

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

01

ของขวัญ…แด่เมืองที่คุณรัก

Jubileumsparken 0.5 คือหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่ชาวเมืองจะมอบให้แก่เมืองโกเทนเบิร์กที่จะมีอายุครบ 400 ปีในปี 2021 ของขวัญแฮนด์เมดนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจและร่วมคิดแบบ DIY เพื่อปรับปรุงย่านให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ Meeting Place ที่พักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะสำหรับทุกเพศทุกวัยในหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคนชอบทำสวน วัยรุ่นเล่นสเกตบอร์ด คนวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือคู่รักที่มาดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาย่าน Frihanmen

ย่านท่าเรือและอุตสาหกรรมเก่าในเมืองโกเทนเบิร์ก เมืองท่าหลักตอนใต้ของประเทศสวีเดน ย่าน Frihanmen ถูกสร้างเป็นท่าเรือตั้งแต่ยุค 1920 รายล้อมไปด้วยลานคอนกรีตขนาดยักษ์ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง และมองเห็นเมืองได้แบบ 360 องศา ที่สำคัญ ยังเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ซึ่ง ‘น้ำ’ คือหัวใจและดีเอ็นเอของคนเมืองนี้ รวมไปถึงชาวสวีเดนอีกด้วย

ดังนั้น ย่านนี้จึงเปลี่ยนโฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ River City โดยมีแนวคิดหลักๆ คือ Connect the city, Embrace the water and Reinforce the centre เพื่อเชื่อมคนเมืองกับน้ำให้ได้เข้าถึงกัน ให้ได้ใกล้ชิดน้ำและรักน้ำรวมถึงสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

02

0.5

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project สวนนี้ถูกสร้างเพื่อเป็น Prototype 1:1 ขนาดเท่าของจริง เพื่อให้คนทดลองใช้งานจริง เปรียบเสมือนการเดินทางมาครึ่งทางก่อนถึงเส้นชัย คล้ายๆ กับวันซ้อมก่อนจะถึงวันจริง หลังจากนี้พื้นที่ถูกเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะของจริงในอนาคต หรือ 1.0 นั่นเอง

Mini-laboratories เพื่อเทสต์ไอเดีย เริ่มตั้งแต่ 2013 โดยสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจะเป็นเพียงของชั่วคราวเท่านั้น

เพื่อให้นักอออกแบบ นักผังเมือง นักวิจัย มาเก็บข้อมูลเพื่อไปพัฒนาโครการจริงในอนาคต และสร้างทางเลือกในรูปแบบใหม่ ค้นหารูปแบบทำงานร่วมมือกับชุมชนและรัฐบาล โดยหัวใจหลักคือ เข้าใจความต้องการของคนในชุมชน ไม่เพียงแต่เก็บข้อมูลเรื่องการใช้งานหรือกิจกรรม แต่ยังรวมไปถึงเก็บข้อมูลการปฏิสัมพันธ์ในสังคม (Social Norm) และการรับรู้ของพื้นที่อีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

03

Do-It-(Y)ourself As An Unlocking Instrument

การทำงานร่วมมือระหว่าง Top-down and Bottom-up กล่าวคือทางผู้บริหารเมืองริเริ่มนโยบายให้ปรับปรุงเมืองลงมาก่อน โดยใช้พลังขับเคลื่อนจากแนวคิดจากชุมชน เป็นเหมือนการปลดล็อกและเติมเต็มความเข้าใจระหว่างรัฐและชุมชน โครงการนี้ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างโปร่งใส จัดเวิร์กช็อประหว่างรัฐ สถาปนิก และอาสาสมัครจากชุมชน จัดทัวร์บรรยายเกี่ยวกับโครงการและความเป็นมาของพื้นที่ เพิ่มการสื่อสารผ่านทาง Social Media ต่างๆ

การจัดเวิร์กช็อปช่วยปลดล็อกไอเดียและจินตการของของคนในชุมชนให้ได้เห็นภาพเมืองในฝัน กิจกรรมหรือรูปแบบเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน Jubileum Park นี้ถูกปั้นขึ้นมาจากผู้ที่รู้จักเมืองนี้ดีที่สุด ก็คือชาวโกเทินเบิร์กนั่นเอง จะใครล่ะ!

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

04

ลองของ

ตอนที่ได้ลงไปเที่ยวโกเทนเบิร์กช่วงวันหยุดยาว ด้วยเกียรติของความเป็นภูมิสถาปนิก ก็อดไม่ได้ที่จะไปส่องดูงานออกแบบซะหน่อย

เพื่อนสถาปนิกจึงแนะนำให้ลองไปดูส่วนนี้ มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแต่มันคูลนะ เราจึงได้ค้นข้อมูลตามเวบไซต์สถาปนิกจนพบว่า Jubileum Park โปรเจกต์นี้ได้รับการกล่าวถึงในแง่การออกแบบที่แปลกตาและกระบวนการมีส่วนรวม

เราจึงต้องตามไปดู พอไปถึงพื้นที่ลานคอนกรีตกว้างใหญ่มาก แต่ตัวโปรเจกต์จริงๆ นั้นขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เราคิดว่าเดินแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงหมด ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นเดินเล่นไปเกินครึ่งวัน เพราะมีกิจกรรมหลายรูปแบบมาก

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไฮไลต์ของพื้นที่แห่งนี้ก็คืออาคารซาวน่า (Sauna) ในข้อมูลของเวบโกเทนเบิร์กเขียนคำโปรยว่า Sweat In Style! ยิ่งชวนให้น่าเข้าไปค้นหาอย่างยิ่ง เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปเพราะต้องจองล่วงหน้า

ซาวน่าออกแบบโดยสถาปนิกจาก Raumlabor Berlin ร่วมกับเวิร์กช็อปกับคนในชุมชน 24 คน และเลือกใช้สังกะสีเป็นวัสดุภายนอก เพื่อสะท้อนความงามของย่านอุตสาหกรรม และยังคงเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่โดยรอบอย่างไม่แปลกแยก ส่วนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ด้านข้างสร้างจากขวดแก้วรีไซเคิลจำนวนถึง 12,000 ขวด งานมีความโดดเด่นถึงขนาดได้เป็น Shortlisted ของงานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นสวีเดน ปี 2015 ส่งผลให้งานทดลองชั่วคราวได้กลายเป็นงานถาวรของพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ถัดมาคือสระว่ายน้ำสาธารณะในทะเลสาบแบบไร้คลอรีน การกระโดดน้ำนั้นเรียกได้ว่าคือชีวิตจิตใจของชาวสวีเดน เป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในช่วงซัมเมอร์ สระว่ายน้ำนี้ออกแบบไม่ได้หวือหวามากนัก ตามสวีดิชมินิมอลสไตล์ มีเพียงแค่พื้นไม้ไว้สำหรับเดินรอบด้าน เพื่อเน้นให้คนได้เอนจอยกับการว่ายน้ำและวิวพาราโนมิกของเมือง นอกจากนี้ เพื่อความใกล้ชิดกับน้ำ ทางโครงการได้จัดให้มีการทดลองขับเรือเล็กซึ่งเปิดให้บริการฟรี! เราก็ไม่รอช้ากระโดดลงเรือ ขับวนรอบอ่าวไปเลย

หลังจากเดินวนดูไฮไลต์รอบๆ เราจึงพุ่งตรงมาที่สนามเด็กเล่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้หาดทรายจำลอง ภาพที่เห็นดูแปลกตามาก ไม่เหมือนของเล่นเด็กทั่วไป เป็นกึ่ง Installation Art เรียกว่า Berget ที่แปลว่า ภูเขา ทำจากไม้อัดรีไซเคิล เหมือนเป็นด่านให้เด็กวิ่งซ่อนหา และมี Interactive Water เมื่อวิ่งผ่านจะมีเซนเซอร์น้ำไหล ถูกใจเด็กโข่งอย่างเรายิ่งนัก และมีตาข่ายสำหรับปีนป่ายที่ทำมาจากสายเซฟตี้เบลต์รีไซเคิล พ่นสีคัลเลอร์ฟูล

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ด้านข้างเป็นกำแพงสูง เรียงร้อยต่อด้วยท่อประปา เป็นกลไกของเล่นที่ผสานการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ของน้ำ เรียกว่าเราแย่งเด็กเล่นเลยทีเดียว

ถัดออกไปไกลหน่อยจะเจอลานสเกตบอร์ดแบบ Derby Ring ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวของลานแบบ Outdoor Roller Derby Ring โดยเปิดให้เล่นฟรีตลอดปี นอกจากกิจกรรมออกเหงื่อแล้ว ยังมีส่วนของแปลงปลูกผักสวนครัว เอาใจผู้สูงวัยหรือผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

05

ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

เพื่อนที่ทำงานชาวสวีเดนเธอชื่อว่า ลินน์ ตอนที่ลินน์เป็นนักศึกษาภูมิสถาปัตย์ เธอตัดสินใจเลือกตรงนี้เป็นโปรเจต์ทีสิส หลังจากที่ศึกษาข้อมูล เธอถึงรู้ว่าโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ชาวเมืองหลงรักและผูกพันกับตรงนี้ไปแล้วจนถึงขั้นไม่อยากให้รื้อถอนต้นแบบจำลองนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำการทดลองที่เกิด Dialog กับชุนชนและได้รู้จักคนเมืองเพิ่มมากขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไม่เพียงแค่โปรเจกต์นี้จะปรับโฉมย่านอุตหกรรมและลานคอนกรีตยักษ์ให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองทั้งด้านการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน แก้ไขปัญหาอาชญากรรม กระตุ้นกระบวนการมีส่วนรวม เป็นโครงการที่ยอมทุ่มงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจก่อนที่จะใช้เงินลงทุนมหาศาลสร้างจริง

ถือเป็นของขวัญชิ้นยอดที่น่าภาคภูมิใจแก่เมืองนี้จริงๆ

Jubileumsparken 0.5 เป็นพื้นที่สาธารณะที่หนุ่มสาวสวีเดนรักมาก เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และที่สำคัญ วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้คือวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเน้นการทำน้อยแต่มาก เน้นฟังก์ชัน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของคนสแกนดิเนเวียรุ่นใหม่

ผู้คนยุคใหม่ใช้ชีวิตบนความต้องการและคาดหวังที่สอดรับกับเทรนด์การอยู่อาศัยโลก หมายความว่านอกเหนือจากความต้องการพื้นฐาน เช่น การออกแบบที่ใช้ประโยชน์ได้จริง เหมาะกับการอยู่อาศัย การเดินทางสะดวก ระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคตจะต้องเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คนอีกด้วย โดยเฉพาะนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่

‘Neighbourhood Bangkadi’ (เนเบอร์ฮูด บางกะดี) คือหนึ่งในโมเดลการสร้างที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่ ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง SC Asset และ REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยทำการวิจัยพื้นที่และความต้องการของผู้คนในย่านนั้นกว่า 500 คน ถึงตัวตนและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยทำแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึก (Site & Program Analysis)

ที่สำคัญ โครงการนี้ออกแบบเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คน โดยการศึกษาแนวโน้มการอยู่อาศัยในอนาคต (Future Living Trends) เช่น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพแนวโน้มด้านเทคโนโลยีแนวโน้มด้านการทำงานที่เทคโนโลยีเอื้อให้คนทำงานอยู่บ้านมากขึ้น และแนวโน้มด้านสังคม เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาโมเดลเป็นไปอย่างเข้าอกเข้าใจผู้คนที่สุด

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

นวรัตน์ ยังสำราญ

ภูมิสถาปนิกที่โลดแล่นทำงานในสวีเดน กว่าครึ่งชีวิตทำงานในต่างวัฒนธรรม สวีเดน สิงคโปร์ และไทย หลงใหลการอยู่อย่างสงบในสวนสาธารณะและเดินเข้าป่า พอๆ กับ เดินเล่นเพลินๆ ชมความคึกคักในเมืองใหญ่ เชื่อว่า Green & Blue Spaces คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองและชีวิต

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

29 พฤศจิกายน 2565

‘สวนแก้วคำเอ้ย’ เป็นสวนสาธารณะชุมชนแห่งใหม่ที่ผุดขึ้นกลางดงหมู่บ้านจัดสรรของชานเมืองเชียงใหม่ หากฟังจากชื่อหรืออ่านจากป้ายทางเข้า ชื่อนี้ก็อาจจะให้ความรู้สึกวินเทจแบบคนเมืองล้านนา แต่เรื่องราวของการเกิดสวนสาธารณะแห่งนี้ สร้างขึ้นจากความคิดฝันของคุณป้าเพียงหนึ่งคน 

ต้องบอกเลยว่าเป็นสวนสาธารณะที่ลงทุนโดยเอกชนเพื่อชุมชนที่ไม่ธรรมดาเลย คอลัมน์นี้เราจึงอยากแบ่งปันเรื่องราวของสวนแก้วคำเอ้ย และความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อว่าเราจะมีสวนแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ ๆ ในโลกที่อนาคตและคุณภาพชีวิตของพวกเราที่อยู่อาศัยในเมือง ขึ้นอยู่กับการมีพื้นที่สีเขียวที่มีทั้งคุณภาพ ปริมาณ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

เมื่อการสร้างสวนสาธารณะ = การทำบุญ

หลายเมืองสำคัญของโลกออกแบบมาตรการและกลไกในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียวให้กับเมือง ภายใต้แนวคิด Privately Owned Public Space (POPS) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน แทนการเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐแต่ฝ่ายเดียว โดยรัฐจะออกมาตรการสร้างแรงจูงใจต่างๆ เช่น การให้สิทธิ์เอกชนในการพัฒนาเพิ่มขึ้น รวมทั้งการลดหย่อนภาษี เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกัน 

สมมติฐานของแรงจูงใจของการพัฒนาเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ ในโลกที่กรอบคิดของการตัดสินใจตั้งอยู่บนหลักของเศรษฐศาสตร์และการลงทุน แต่ถ้ามองกลับเข้ามาในบริบทของเมืองไทย หลายครั้งการเริ่มต้นการพัฒนาไม่ได้มาจากหลักคิดทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นหลักคิดที่มาจากความเชื่อ ความศรัทธา หรือระบบคุณค่าที่อยู่ภายในล่ะ เราจะนับหลักการแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลการพัฒนาพื้นที่สีเขียวสาธารณะ สำหรับอนาคตชุมชนเมืองของเราได้รึเปล่า 

นี่จึงเป็นคำถามนี้น่าคิดและสืบค้น เพื่อขยายโมเดลนี้ในบริบทแบบไทย ๆ ที่มีต้นทุนอยู่แล้วในวัฒนธรรมของเรา 

“บางครั้งการทำบุญ ไม่จำเป็นต้องทำกับวัดเสมอไปก็ได้นะ” ณัฏฐ์รมณ อยู่เย็น หรือ น้าปุ๊ก บอกกับเราว่าทำไมถึงเอาที่ดินมรดกกว่า 12 ไร่ในทำเลทอง บนถนนวงแหวนย่านเศรษฐกิจและหมู่บ้านจัดสรร มาทำเป็นสวนสาธารณะให้คนมาใช้ฟรี 

“น้าไม่ได้ต่อต้านการเข้าวัดนะ น้าก็ยังไปทำบุญที่วัดที่เคารพและศรัทธาอยู่ แต่การสร้างสวนให้คนในชุมชนรอบ ๆ ได้มาใช้เวลาด้วยกัน คนแก่มากับหลาน ๆ พ่อแม่จูงตายายมาเดินเล่น น้าว่าอันนี้ก็เป็นการทำบุญนะ และสวนแบบนี้เป็นภาพที่น้าอยากเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ น้าเลยทำเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษของน้า” 

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ สวนแก้วคำเอ้ย ซึ่งทำเพื่ออุทิศให้คุณทวดผู้ชายนามว่า ‘แก้ว’ และคุณทวดผู้หญิง นามว่า ‘คำเอ้ย’

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่
สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

ความจริงวันนี้ จากความฝันเมื่อวันวาน

หากฟังเรื่องราวชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงปัจจุบันของน้าปุ๊ก เธอเป็นเด็กสตรีวิทย์ที่อยากเรียนศิลปากรคณะออกแบบ แต่เข้าเรียนพยาบาล โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ก่อนเข้ารับราชการเป็นนักวิจัยการแพทย์ทหาร ต้องอยู่ในป่ารักษาทหารพรานที่ติดเชื้อมาลาเรีย จากนั้นเธอผันตัวเองมาเป็นนักข่าวและทำงานด้านภูมิศาสตร์สารสนเทศให้กับกองทัพ ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองแผน ก่อนตำแหน่งสุดท้ายจะกลายมาเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ รับหน้าที่ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองและแม่ป่วยที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ พร้อมลงมือทำธุรกิจโรงแรมของตัวเองเพื่อดูแลที่ดินมรดก 

นี่คือชีวิตโลดโผนของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย จนท้ายที่สุดก็พบว่า อะไรคือคุณค่าสำหรับตัวเองแล้วยังไม่ได้ลงมือทำ และเป็นสิ่งที่อยากทำไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไป 

“มีคนมาขอซื้อและขอเช่าเป็นโกดังเก็บของบ้าง ทำสนามฟุตบอลบ้าง คอนโดบ้าง หลายปีก่อนก็มีโครงการจะทำโลมาโชว์” น้าปุ๊กร่ายยาวถึงโครงการต่าง ๆ ที่มีนักพัฒนาและนักลงทุนมาติดต่อ 

“แต่น้าเสียดายถ้าที่ดินของบรรพบุรุษจะต้องกลายเป็นพื้นที่พาณิชย์ไปทั้งหมด เพราะใจจริงน้าอยากให้พื้นที่นี้เป็นคล้าย ๆ Senior Living Campus แต่ก็ต้องลงทุนสูงมาก ๆ เลยมาลงตัวที่การเริ่มทำสวนขึ้นมาก่อน 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

“ซึ่งในอนาคตอยากให้คนมาร่วมทำตลาดอินทรีย์ชุมชนวันเสาร์-อาทิตย์ มีร้านเครื่องดื่มสุขภาพ มีศาลาไม้สำหรับกิจกรรมศิลปะหรือวัฒนธรรมล้านนาให้กับเด็ก ๆ เช่น ทำตุง ทำของเล่น หรือย้อมผ้า ให้เด็กซ่อมผ้าได้เอง มีพ่อครูแม่ครูจากชุมชนต่าง ๆ หรือคนสูงอายุที่ว่างอยู่บ้านเฉย ๆ มาสอน มีพื้นที่เกษตรสอนให้เด็ก ๆ ได้ปลูกต้นไม้ ตอนกิ่งเป็น ในสวนมีเลนวิ่ง เลนจักรยานขาไถให้เด็ก หรือช่วงซัมเมอร์ก็จัดแคมป์ให้เด็ก ๆ เล่นในพื้นที่ธรรมชาติได้ เด็กจะได้ไม่ติดอยู่กับบ้านและจอมือถือ”

ช่วงปีโควิด ซึ่งเป็นปีที่คนต้องอยู่แต่ในบ้าน ไปไหนไม่ได้ และไม่มีที่ผ่อนคลายจิตใจ น้าปุ๊กเลยติดต่อสถาปนิก ใจบ้านสตูดิโอ JaiBaan Studio ให้ลองมาดูพื้นที่ และเสนอดูว่าจะวางผังและปรับปรุงที่ดินอย่างไร เพราะที่ดินถูกทิ้งร้างมานาน มีเพียงต้นจามจุรีใหญ่ 2 ต้น สระน้ำเดิมกลางที่ดิน และเศษปูนจากการก่อสร้างทางลอดของถนนวงแหวน 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่
สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

เมื่อจุดสีเขียวเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายสวนในเมือง 

หากใครผ่านไปบนถนนวงแหวนรอบสอง ย่านแม่โจ้-สันทราย จะเห็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ตั้งอยู่ ซึ่งปัจจุบันสวนแก้วคำเอ้ยเปิดให้คนมาใช้แล้ว กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวอีกแห่งของเมืองเชียงใหม่ที่คนอยู่อาศัยในย่านเทศบาลตำบลสันทรายหลวงได้มาใช้ 

หากเราลากรัศมีวงกลมโดยมีสวนแก้วคำเอ้ยอยู่ตรงกลางออกไปเป็นระยะทาง 800 ม. ซึ่งเป็นระยะการเดินทางด้วยเท้าแบบสบาย ๆ ประมาณ 15 นาที หรือถ้าปั่นจักรยานก็ราว 5 นาทีไม่เกินนั้น จะเห็นว่าสวนแห่งนี้มีศักยภาพให้บริการผู้คนที่ในหมู่บ้านจัดสรรรอบ ๆ ถึง 11 หมู่บ้าน รวมทั้งบ้านเรือนในละแวกรวม 1,000 กว่าหลังคาเรือน 

สวนนี้จึงเป็น ‘สวน 15 นาที’ หรือ ‘15-Minute Garden’ โมเดลของการทำให้สวนเพื่อให้คนเข้าถึงได้ด้วยการเดินไม่เกิน 15 นาที ซึ่งไม่ได้มีอยู่แต่ในต่างประเทศ แต่เกิดขึ้นจริงที่นี่ด้วยความร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และชุมชนที่ร่วมมือกันอย่างแข็งขันที่เทศบาลตำบลสันทรายหลวง

เราได้มีโอกาสฟังแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวของเทศบาลตำบลสันทรายหลวง จากท่านนายกเทศมนตรี นที ดำรงค์ ที่เล่าถึงการอนาคตของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของตำบลสันทรายหลวง ย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ด้านทิศเหนือชานเมืองเชียงใหม่ ท่านนายกเทศมนตรีได้ริเริ่มพัฒนาคลองน้ำโจ้ ซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเสีย และน้ำแล้ง และที่สำคัญคือลำน้ำเส้นนี้ ไหลผ่านกลางเขตพื้นที่เทศบาลถึง 8.4 กม. หากทำให้ลำน้ำเส้นนี้กลายเป็นพื้นที่ริมน้ำสาธารณะชั้นดีได้แล้ว พื้นที่ริมน้ำนี้จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเชื่อมโยงสวนสาธารณะของรัฐและเอกชนเข้าไว้ด้วยกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้คนในย่านนี้เข้าถึงสวนของรัฐและเอกชนได้ด้วยการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานอย่างปลอดภัย ที่สำคัญคือร่มรื่นและรื่นรมย์ จากนโยบายและการลงมือทำจริง 

สวนแก้วคำเอ้ย : ที่ดินมรดกย่านเศรษฐกิจของคุณป้า สู่สวนสาธารณะดี ๆ เพื่อชาวเชียงใหม่

ปัจจุบันนี้จึงมีสวนทั้งของรัฐและเอกชนเกาะไปกับแม่น้ำโจ้ถึง 8 แห่ง กลายเป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่สำคัญและเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ทำให้เมืองสันทรายหลวงที่มีขนาด 36 ตร.กม. ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยกว่า 15,000 ครอบครัว เป็นเมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี ด้วยการเดินเข้าถึงพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพ

หากเราลองหลับตาแล้วจินตนาการว่า ทุกเมืองมีนายกเทศมนตรีที่มีวิสัยทัศน์พร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชนในการร่วมสร้างพื้นที่สาธารณะดี ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วมีคนอย่างน้าปุ๊กและภาคเอกชนรายอื่น ๆ ที่พร้อมเปลี่ยนและแบ่งปันที่ดินของตนเองให้กลายเป็นสวนสาธารณะ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมในเมือง หรือเป็นพื้นที่ค้าขายร่วมสมัย ที่ให้คนในย่านได้เข้าไปใช้ประโยชน์สาธารณะฟรี สภาพนิเวศทางธรรมชาติของเมือง และความสัมพันธ์ของผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองร่วมกันจะเปลี่ยนไปแบบไหนกันนะ เราคงจะรักเมืองที่เราอยู่มากกว่านี้เป็นแน่ คนที่มาเที่ยวเมืองของเรา ก็คงตกหลุมรักเมืองของเราจากความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ คลองที่สะอาดใส และเสียงของนกนานา

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่
สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

นิเวศของความสัมพันธ์ที่พึ่งเริ่มต้น

ตอนนี้สวนแก้วคำเอ้ยผ่านมา 1 ฤดูฝนแล้ว

 ต้นจามจุรีใหญ่ 2 ต้นเดิมได้รับการฟื้นฟู จนแผ่กิ่งก้านใหญ่ให้คนได้มานอนปูเสื่อกลางลานหญ้าเขียว ทางเดินในสวนเริ่มคึกคักทั้งช่วงเช้าตรู่และตอนค่ำ ลูกหลานจูงพ่อแม่และปู่ย่ามาเดินเล่นเหมือนในภาพที่น้าปุ๊กตั้งใจไว้ มีที่ให้เด็ก ๆ และน้องหมาได้ปล่อยพลัง 

สระน้ำใหญ่ในสวนแวดล้อมด้วยบัวหลวงไทย บัวสาย และพืชชายน้ำพื้นถิ่นที่เด็ก ๆ รุ่นนี้อาจจะไม่ค่อยรู้จักแล้ว อย่างกระจูด บอน กระจับ และกกต่าง ๆ ขึ้นผสมผสานกันเหมือนกับบึงในธรรมชาติ มีนกนางแอ่นหางลวด นกที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำและเมืองบินโฉบน้ำให้เห็น โซนทุ่งดอกไม้เริ่มค่อย ๆ เซ็ตตัวเองให้รู้จักสภาพของดินที่นี่ 

ในโซนสนามเด็กเล่น แม้จะยังไม่มีเครื่องเล่นไม้ แต่เนินหญ้ากลางลานทรายและบึงน้ำบึงเล็กที่ผู้ออกแบบตั้งใจไว้ให้เด็กได้คุ้นเคยกับการเล่นกับธรรมชาติ ก็กลายเป็นสวรรค์ของเด็กเล็ก ๆ ที่ให้เขาได้ลองเอาเท้าคู่เล็ก ๆ จุ่มโคลน เล่นในสระตื้น ๆ อย่างปลอดภัย เพื่อจะได้เรียนรู้เองว่าธรรมชาติอาจไม่ใช่สิ่งสกปรก ปนเปื้อนด้วยเชื้อโรคเสียทุกอย่าง เงาของดอยสุเทพและตึกสูงสะท้อนในบึงอยู่เคียงกัน ปลายหนาวนี้คงมีเด็ก ๆ เอาว่าวมาเล่นลมเหมือนปีก่อน

หลายคนที่มาวิ่งออกกำลังกายที่นี่บ่อย ๆ ก็กลายเป็นคนคุ้นหน้ากัน ทักและไถ่ถามสารทุกข์กัน คนในย่านก็สัมผัสสัมพันธ์กันผ่านการมาใช้สวน คงเหมือนกับความสัมพันธ์ของธรรมชาติที่ค่อย ๆ ถูกฟื้นคืนที่นี่

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

อีกไม่กี่ฤดูฝนข้างหน้า กล้าไม้พื้นถิ่นในโซนป่าปลูกจะกลายเป็นไม้ใหญ่ คนแถบนี้จะได้เห็นต้นไม้ที่เคยขึ้นอยู่ในนิเวศแถบนี้แต่หายไปนาน อย่างตะเคียนหนู ไคร้นุ่น โมกมัน หรือคำมอกหลวง ผลไม้ต่าง ๆ ที่ลงไว้เมื่อปีที่แล้วก็คงจะโต ให้ผลที่หอมหวาน และเปลี่ยนโลกทัศน์ที่เคยมีว่าสวนสาธารณะไม่ควรมีผลไม้ ให้กลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าในอดีต

“น้ารอดแล้ว แต่คนอื่น ๆ ต้องรอดด้วย” 

น้าปุ๊กตอบคำถามด้วยประโยคสั้น ๆ ที่เราวกกลับมาถามซ้ำอีกที ว่าทำไมน้าถึงเอาที่ดินที่มีมูลค่ามหาศาลมาทำสวนให้คนอื่นใช้ ปลูกต้นไม้และผลไม้ให้คนอื่น ๆ ได้ชื่นชม ได้ชิม เราจึงหมดคำถามด้วยคำตอบของน้าและความรู้สึกที่ว่า เมื่อชีวิตคนคนหนึ่งไปสู่จุดที่พบความร่มเย็นในชีวิตแล้ว เขาคงไม่ปรารถนาจะอยู่ในร่มเงานั้นเพียงคนเดียว ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังทุกข์ร้อน ต้นไม้ที่เขาปลูกและดูแล จึงเผื่อแผ่ให้กับทุกคนที่ปรารถนาความร่มเย็นนั้น 

สวนสาธารณะของชุมชนสร้างจากมือคนธรรมดา ที่อยากเผื่อแผ่ความร่มเย็นให้คนอื่น ทั้งพ่อแม่ ตายาย และเด็ก ๆ รุ่นใหม่

ปัจจุบันทางโครงการกำลังมองหาผู้ประกอบการและผู้จัดการพื้นที่เพื่อร่วมกันต่อยอดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครอบครัวและคนทั่วไปในพื้นที่ ทำให้สวนแก้วคำเอ้ยมีรายได้หมุนเวียนในการดูแลสวนในระยะยาว

สวนแก้วคำเอ้ย

ที่ตั้ง : ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 – 20.00 น.

Facebook : สวนแก้วคำเอ้ย สวนสุขภาพ ลู่วิ่ง ลู่จักรยาน สนามเด็กเล่น เชียงใหม่

เจ้าของโครงการ : ณัฏฐ์รมณ อยู่เย็น (ติดต่อ 08 1906 2226 หรือ [email protected])

Writer

ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร

สถาปนิกผู้ก่อตั้งใจบ้านสตูดิโอและคุณพ่อลูกหนึ่ง ที่สนใจงานฟื้นฟูธรรมชาติผ่านงานออกแบบ กำลังหัดเขียนสื่อสารเรื่องราวการเรียนรู้จากธรรมชาติ และประสบการณ์ rewilding

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load