1 พฤศจิกายน 2561
4 K
The Cloud X SC Asset

 

Sweat in Style!

คือคำโปรยในเว็บไซต์แนะนำพื้นที่สาธารณะใหม่เอี่ยมของเมืองโกเทนเบิร์ก (Gothenburg) เมืองท่าทางตอนใต้ของสวีเดน ที่ชื่อว่า Jubileumsparken 0.5

สั้นแต่เฉียบ และสะท้อนความเป็นสวีเดนไว้ได้อย่างโคตรเท่ เพราะสำหรับชาวสวีเดน แสงอาทิตย์ อากาศบริสุทธิ์ และทุกสิ่งที่เป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิต แม้จะเป็นประเทศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี แต่เมื่อฤดูร้อนมาถึงคนสวีเดนต่างกระตือรือร้นที่จะออกมาทำกิจกรรมเสียเหงื่อนอกบ้าน

ตามเราไปดูพื้นที่สาธารณะที่ทำให้หนุ่มสาวสวีเดนเสียเหงื่อแบบมีสไตล์! ซึ่งเราขอจำกัดความเจ๋งไว้ด้วยคำไทยที่สั้นและเฉียบไม่แพ้กันว่าที่นี่คือ ‘เมืองหนูทดลอง’ ชัดๆ

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

01

ของขวัญ…แด่เมืองที่คุณรัก

Jubileumsparken 0.5 คือหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่ชาวเมืองจะมอบให้แก่เมืองโกเทนเบิร์กที่จะมีอายุครบ 400 ปีในปี 2021 ของขวัญแฮนด์เมดนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจและร่วมคิดแบบ DIY เพื่อปรับปรุงย่านให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ Meeting Place ที่พักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะสำหรับทุกเพศทุกวัยในหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคนชอบทำสวน วัยรุ่นเล่นสเกตบอร์ด คนวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือคู่รักที่มาดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาย่าน Frihanmen

ย่านท่าเรือและอุตสาหกรรมเก่าในเมืองโกเทนเบิร์ก เมืองท่าหลักตอนใต้ของประเทศสวีเดน ย่าน Frihanmen ถูกสร้างเป็นท่าเรือตั้งแต่ยุค 1920 รายล้อมไปด้วยลานคอนกรีตขนาดยักษ์ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง และมองเห็นเมืองได้แบบ 360 องศา ที่สำคัญ ยังเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ซึ่ง ‘น้ำ’ คือหัวใจและดีเอ็นเอของคนเมืองนี้ รวมไปถึงชาวสวีเดนอีกด้วย

ดังนั้น ย่านนี้จึงเปลี่ยนโฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ River City โดยมีแนวคิดหลักๆ คือ Connect the city, Embrace the water and Reinforce the centre เพื่อเชื่อมคนเมืองกับน้ำให้ได้เข้าถึงกัน ให้ได้ใกล้ชิดน้ำและรักน้ำรวมถึงสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

02

0.5

Jubileumsparken 0.5 คือ Place Making Project สวนนี้ถูกสร้างเพื่อเป็น Prototype 1:1 ขนาดเท่าของจริง เพื่อให้คนทดลองใช้งานจริง เปรียบเสมือนการเดินทางมาครึ่งทางก่อนถึงเส้นชัย คล้ายๆ กับวันซ้อมก่อนจะถึงวันจริง หลังจากนี้พื้นที่ถูกเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะของจริงในอนาคต หรือ 1.0 นั่นเอง

Mini-laboratories เพื่อเทสต์ไอเดีย เริ่มตั้งแต่ 2013 โดยสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจะเป็นเพียงของชั่วคราวเท่านั้น

เพื่อให้นักอออกแบบ นักผังเมือง นักวิจัย มาเก็บข้อมูลเพื่อไปพัฒนาโครการจริงในอนาคต และสร้างทางเลือกในรูปแบบใหม่ ค้นหารูปแบบทำงานร่วมมือกับชุมชนและรัฐบาล โดยหัวใจหลักคือ เข้าใจความต้องการของคนในชุมชน ไม่เพียงแต่เก็บข้อมูลเรื่องการใช้งานหรือกิจกรรม แต่ยังรวมไปถึงเก็บข้อมูลการปฏิสัมพันธ์ในสังคม (Social Norm) และการรับรู้ของพื้นที่อีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

03

Do-It-(Y)ourself As An Unlocking Instrument

การทำงานร่วมมือระหว่าง Top-down and Bottom-up กล่าวคือทางผู้บริหารเมืองริเริ่มนโยบายให้ปรับปรุงเมืองลงมาก่อน โดยใช้พลังขับเคลื่อนจากแนวคิดจากชุมชน เป็นเหมือนการปลดล็อกและเติมเต็มความเข้าใจระหว่างรัฐและชุมชน โครงการนี้ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างโปร่งใส จัดเวิร์กช็อประหว่างรัฐ สถาปนิก และอาสาสมัครจากชุมชน จัดทัวร์บรรยายเกี่ยวกับโครงการและความเป็นมาของพื้นที่ เพิ่มการสื่อสารผ่านทาง Social Media ต่างๆ

การจัดเวิร์กช็อปช่วยปลดล็อกไอเดียและจินตการของของคนในชุมชนให้ได้เห็นภาพเมืองในฝัน กิจกรรมหรือรูปแบบเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน Jubileum Park นี้ถูกปั้นขึ้นมาจากผู้ที่รู้จักเมืองนี้ดีที่สุด ก็คือชาวโกเทินเบิร์กนั่นเอง จะใครล่ะ!

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

04

ลองของ

ตอนที่ได้ลงไปเที่ยวโกเทนเบิร์กช่วงวันหยุดยาว ด้วยเกียรติของความเป็นภูมิสถาปนิก ก็อดไม่ได้ที่จะไปส่องดูงานออกแบบซะหน่อย

เพื่อนสถาปนิกจึงแนะนำให้ลองไปดูส่วนนี้ มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแต่มันคูลนะ เราจึงได้ค้นข้อมูลตามเวบไซต์สถาปนิกจนพบว่า Jubileum Park โปรเจกต์นี้ได้รับการกล่าวถึงในแง่การออกแบบที่แปลกตาและกระบวนการมีส่วนรวม

เราจึงต้องตามไปดู พอไปถึงพื้นที่ลานคอนกรีตกว้างใหญ่มาก แต่ตัวโปรเจกต์จริงๆ นั้นขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เราคิดว่าเดินแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงหมด ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นเดินเล่นไปเกินครึ่งวัน เพราะมีกิจกรรมหลายรูปแบบมาก

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไฮไลต์ของพื้นที่แห่งนี้ก็คืออาคารซาวน่า (Sauna) ในข้อมูลของเวบโกเทนเบิร์กเขียนคำโปรยว่า Sweat In Style! ยิ่งชวนให้น่าเข้าไปค้นหาอย่างยิ่ง เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปเพราะต้องจองล่วงหน้า

ซาวน่าออกแบบโดยสถาปนิกจาก Raumlabor Berlin ร่วมกับเวิร์กช็อปกับคนในชุมชน 24 คน และเลือกใช้สังกะสีเป็นวัสดุภายนอก เพื่อสะท้อนความงามของย่านอุตสาหกรรม และยังคงเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่โดยรอบอย่างไม่แปลกแยก ส่วนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ด้านข้างสร้างจากขวดแก้วรีไซเคิลจำนวนถึง 12,000 ขวด งานมีความโดดเด่นถึงขนาดได้เป็น Shortlisted ของงานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นสวีเดน ปี 2015 ส่งผลให้งานทดลองชั่วคราวได้กลายเป็นงานถาวรของพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ถัดมาคือสระว่ายน้ำสาธารณะในทะเลสาบแบบไร้คลอรีน การกระโดดน้ำนั้นเรียกได้ว่าคือชีวิตจิตใจของชาวสวีเดน เป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในช่วงซัมเมอร์ สระว่ายน้ำนี้ออกแบบไม่ได้หวือหวามากนัก ตามสวีดิชมินิมอลสไตล์ มีเพียงแค่พื้นไม้ไว้สำหรับเดินรอบด้าน เพื่อเน้นให้คนได้เอนจอยกับการว่ายน้ำและวิวพาราโนมิกของเมือง นอกจากนี้ เพื่อความใกล้ชิดกับน้ำ ทางโครงการได้จัดให้มีการทดลองขับเรือเล็กซึ่งเปิดให้บริการฟรี! เราก็ไม่รอช้ากระโดดลงเรือ ขับวนรอบอ่าวไปเลย

หลังจากเดินวนดูไฮไลต์รอบๆ เราจึงพุ่งตรงมาที่สนามเด็กเล่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้หาดทรายจำลอง ภาพที่เห็นดูแปลกตามาก ไม่เหมือนของเล่นเด็กทั่วไป เป็นกึ่ง Installation Art เรียกว่า Berget ที่แปลว่า ภูเขา ทำจากไม้อัดรีไซเคิล เหมือนเป็นด่านให้เด็กวิ่งซ่อนหา และมี Interactive Water เมื่อวิ่งผ่านจะมีเซนเซอร์น้ำไหล ถูกใจเด็กโข่งอย่างเรายิ่งนัก และมีตาข่ายสำหรับปีนป่ายที่ทำมาจากสายเซฟตี้เบลต์รีไซเคิล พ่นสีคัลเลอร์ฟูล

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ด้านข้างเป็นกำแพงสูง เรียงร้อยต่อด้วยท่อประปา เป็นกลไกของเล่นที่ผสานการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ของน้ำ เรียกว่าเราแย่งเด็กเล่นเลยทีเดียว

ถัดออกไปไกลหน่อยจะเจอลานสเกตบอร์ดแบบ Derby Ring ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวของลานแบบ Outdoor Roller Derby Ring โดยเปิดให้เล่นฟรีตลอดปี นอกจากกิจกรรมออกเหงื่อแล้ว ยังมีส่วนของแปลงปลูกผักสวนครัว เอาใจผู้สูงวัยหรือผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

 

05

ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

เพื่อนที่ทำงานชาวสวีเดนเธอชื่อว่า ลินน์ ตอนที่ลินน์เป็นนักศึกษาภูมิสถาปัตย์ เธอตัดสินใจเลือกตรงนี้เป็นโปรเจต์ทีสิส หลังจากที่ศึกษาข้อมูล เธอถึงรู้ว่าโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ชาวเมืองหลงรักและผูกพันกับตรงนี้ไปแล้วจนถึงขั้นไม่อยากให้รื้อถอนต้นแบบจำลองนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำการทดลองที่เกิด Dialog กับชุนชนและได้รู้จักคนเมืองเพิ่มมากขึ้น

Jubileumsparken 0.5, สวีเดน

ไม่เพียงแค่โปรเจกต์นี้จะปรับโฉมย่านอุตหกรรมและลานคอนกรีตยักษ์ให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองทั้งด้านการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน แก้ไขปัญหาอาชญากรรม กระตุ้นกระบวนการมีส่วนรวม เป็นโครงการที่ยอมทุ่มงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจก่อนที่จะใช้เงินลงทุนมหาศาลสร้างจริง

ถือเป็นของขวัญชิ้นยอดที่น่าภาคภูมิใจแก่เมืองนี้จริงๆ

Jubileumsparken 0.5 เป็นพื้นที่สาธารณะที่หนุ่มสาวสวีเดนรักมาก เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และที่สำคัญ วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้คือวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเน้นการทำน้อยแต่มาก เน้นฟังก์ชัน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของคนสแกนดิเนเวียรุ่นใหม่

ผู้คนยุคใหม่ใช้ชีวิตบนความต้องการและคาดหวังที่สอดรับกับเทรนด์การอยู่อาศัยโลก หมายความว่านอกเหนือจากความต้องการพื้นฐาน เช่น การออกแบบที่ใช้ประโยชน์ได้จริง เหมาะกับการอยู่อาศัย การเดินทางสะดวก ระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคตจะต้องเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คนอีกด้วย โดยเฉพาะนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่

‘Neighbourhood Bangkadi’ (เนเบอร์ฮูด บางกะดี) คือหนึ่งในโมเดลการสร้างที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความเป็นชุมชนน่าอยู่ ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง SC Asset และ REDEK ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยทำการวิจัยพื้นที่และความต้องการของผู้คนในย่านนั้นกว่า 500 คน ถึงตัวตนและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยทำแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึก (Site & Program Analysis)

ที่สำคัญ โครงการนี้ออกแบบเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คน โดยการศึกษาแนวโน้มการอยู่อาศัยในอนาคต (Future Living Trends) เช่น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพแนวโน้มด้านเทคโนโลยีแนวโน้มด้านการทำงานที่เทคโนโลยีเอื้อให้คนทำงานอยู่บ้านมากขึ้น และแนวโน้มด้านสังคม เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาโมเดลเป็นไปอย่างเข้าอกเข้าใจผู้คนที่สุด

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Neighbourhood Bangkadi เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

นวรัตน์ ยังสำราญ

ภูมิสถาปนิกที่โลดแล่นทำงานในสวีเดน กว่าครึ่งชีวิตทำงานในต่างวัฒนธรรม สวีเดน สิงคโปร์ และไทย หลงใหลการอยู่อย่างสงบในสวนสาธารณะและเดินเข้าป่า พอๆ กับ เดินเล่นเพลินๆ ชมความคึกคักในเมืองใหญ่ เชื่อว่า Green & Blue Spaces คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองและชีวิต

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

เมื่อเกิดสถานที่ใหม่ๆ คนย่อมชอบใจและชอบไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่น่าคิดเช่นกันว่า ในวันที่พื้นที่มากมายถูกทำลายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมบางอย่างอาจสร้างรอยแผลให้กับพื้นที่เดิมก็เป็นได้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ถูกทำลายเพียงครึ่งเดียว ทิ้งซากบ้านไม่สมบูรณ์เอาไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างน่าเจ็บใจนัก 

สถานที่ที่ว่าคืออดีตของ Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดกะทัดรัดที่ถูกสร้างทับซากบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ฉุกเฉินเหมาะกับชื่อ 

พื้นที่เล็กๆ แต่มีประโยชน์เหลือหลาย แถมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับชุมชนชาวอูล็อตได้อย่างไร เชื่อว่าถ้าลองไปทำความรู้จักต้นแบบทางสถาปัตย์สุดน่ารัก จะอยากให้เจ้าฉากโค้งไปช่วยเยียวยาพื้นที่ คน และชุมชน ในอีกหลายมุมเมือง 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ครึ่งหนึ่งของบ้านนี้ โดนทำลายหายไป

ก่อนอื่นต้องขอเท้าความถึงเมืองรื่นรมย์อย่างอูล็อตที่ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์และศิลปะ ผสมผสานระหว่างยุคกลางและยุคสมัยใหม่เอาไว้ เลยไม่น่าแปลกใจหากเห็นที่นี่มีโรงเรียนการออกแบบหรือศิลปหัตถกรรมมากมาย  

ไม่นานก็มีโครงการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างทางเท้าใหม่ บ้านหลังหนึ่งตั้งขวางแผนการสร้างดังกล่าวอย่างเหมาะเจาะ รัฐบาลเลยซื้อ Can Sau House และรื้อถอนเพื่อจัดแนวถนนด้านหน้าโบสถ์อย่างที่ตั้งใจ แต่เรื่องนี้คงจะจบผ่านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่เหลือเศษซากแปลกประหลาดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แถมส่วนที่เหลือไว้เป็นเพียงโครงกำแพง 3 หยัก และฝาผนังร่วมของซากบ้าน 

ไม่น่าดูเอาเสียเลย

ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อต Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Esteve Moner

กระทั่ง ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อตคงคิดเช่นกัน ว่าจะปล่อยเมืองแห่งศิลปะมายาวนานมีซากปรักหักพังเช่นนี้ได้อย่างไร จึงมอบหมายให้ Unparelld’arquitectes สตูดิโอสถาปัตย์ชื่อดังในเมือง นำโดย เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner) ลงมือปรับปรุงบ้านเว้าแหว่งตรงข้ามโบสถ์ให้กลับมาดูดีและมีประโยชน์ใช้สอยอีกครั้ง  

เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner)

พื้นที่สาธารณะเพิงโค้ง

โจทย์ที่ได้รับไม่ง่าย เพราะพวกเขาต้องจัดรูปแบบพื้นที่ใหม่ให้เข้ากับโครงสร้างเดิม และยังต้องคงเอกลักษณ์ให้เข้ากับถนนสายนี้ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์การออกแบบพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง ทำเป็นฉากอิฐโค้ง 3 ตอน เจาะช่องวงกลมด้านบน และเจาะช่องเล็กๆ ไว้ 4 ช่อง เพื่อใส่กระจก แล้วมาประกอบกันเป็นฟาซาด (Façade) แสนสวย

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Unparelld’arquitectes

 

นอกจากความสวยงาม การก่ออิฐแดงเสริมเข้าไปในผนังเดิม และสร้างช่องเปิดเผยให้เห็นร่องรอยผนังเก่าด้านหลัง ส่วนร่องรอยการรื้อถอนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น เพราะทั้งคู่ตั้งใจเก็บไว้เป็นความทรงจำของเมือง พวกเขาเลือกใช้โครงเหล็กสีแดง คู่สีที่กลมกลืนกัน ค้ำยันเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้าง ส่วนกิมมิกด้านบนสุด คือ สถาปัตยกรรม Vault หลังคาโค้งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับพื้นที่ 113 ตารางเมตร และเติมดวงไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานโค้ง ทำให้พื้นที่สว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ส่องแสงสว่างไสวในยามค่ำคืน ฟื้นให้พื้นที่กลับมาคึกคัก 

เพื่อไม่ให้เสียชื่อเมืองศิลปะ ควิม โดมีน (Quim Domene) ศิลปินผู้คร่ำหวอดด้านการสร้างงานในพื้นที่สาธารณะ เลยมาช่วยรังสรรค์ช่องกระจกด้วยการหยิบเอาองค์ประกอบรอบๆ พื้นที่มาแต่งแต้ม อย่างโมเสกลวดลายเรขาคณิตบนกระจกกลม เป็นแพตเทิร์นกระเบื้องสุดคราฟต์ หัตถกรรมขึ้นชื่อของสเปน และออกแบบช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่าง 4 ช่อง เติมไอคอนสัญลักษณ์ของเมือง รูปจำลองพระแม่มารีย์ รายชื่อร้านดั้งเดิมที่เคยมี และผังเมืองเก่าแห่งนี้เข้าไป

ความน่ารักในการออกแบบอีกอย่างคือ ใช้วัสดุและช่างในท้องถิ่นทั้งหมด

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
เปลี่ยนซากบ้านเก่าเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนสเปนเปิดตลาด จัดคอนเสิร์ต และใช้งานตามใจนึก

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เริ่มเห็นเจ้าโค้งนี้เป็นรูปเป็นร่าง จะว่าปรับปรุงเสร็จแล้วก็ว่าใช่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้พื้นที่นี้ปรับตามสถานการณ์และการใช้งานของแต่ละคน เขาจึงออกแบบอย่างเป็นกลางและกลมกลืนกับบริบทเดิม ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับกิจกรรมทุกประเภท

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ลานละเล่น แล้วแต่ชาวเมือง

พื้นที่ใหม่ไฉไลแบบนี้ มีหรือชาวเมืองอูล็อตจะพลาด กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้จึงครึกครื้นเป็นพิเศษ จัดทั้งงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต และพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากอยู่ห่างจากโบสถ์ Tura เพียงชั่วข้ามถนน ส่วนสมาคมในท้องถิ่นเอง ก็ใช้พื้นที่สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วย 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน
ภาพ : Roger Serrat-Calvó

ความเจ๋งของที่นี่คือเป็นพื้นที่อะไรก็ได้ตามใจนึก ขึ้นอยู่กับความสนใจและประสบการณ์ และก็แล้วแต่คนจะให้นิยามว่าคืออะไร มันจึงเป็นได้ทั้งเพิง ฉาก เวที และพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอย่างหลัง ในแง่การออกแบบเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ในการสรรหาพื้นที่มาสร้าง Public Space ให้ผู้คนได้ออกมาเจอกัน และเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ เพราะเมื่อมีคนมาใช้งาน จะเป็นแว่นขยายให้เกิดโปรเจกต์สร้างสรรค์เช่นนี้ตามมาอีกมาก

ที่สำคัญ ยังเป็นการปรับโฉมใหม่โดยไม่ลืมคิดถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ พร้อมใส่จิตวิญญาณของเมืองไว้อย่างครบถ้วน

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตซากปรักหักพังทิ้งร้าง จะสร้างก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อบริบทของชุมชนเมือง อนาคต เราว่าโอกาสที่จะได้เห็นพื้นที่สร้างสรรค์เกิดขึ้นทั่วหัวถนน คงไม่เกินจริงเกินไป สำหรับเมืองพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง

www.dezeen.com

www.archdaily.com

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load