เราพบตัวฆาตกรที่ฆ่าประเสริฐแล้ว

ยังไม่ดูละครตอนถัดไปก็รู้ว่า ย้งทรงยศ สุขมากอนันต์ และทีมเขียนบทเป็นคนมอบความตายให้พี่ชายคนโตของตระกูลจิระอนันต์อย่างเลือดเย็น

ประวัติของทีมเขียนบทที่สร้างคดีอื้อฉาวในหน้าจอช่างน่าประหลาดใจ ตรงที่พวกเขาแทบไม่เคยฆ่าตัวละครกันมาก่อน นอกจากย้งที่ปลุกกระแส #ใครฆ่านานะ คนอื่นๆ ไม่เคยเขียนบทสืบสวนสอบสวนสักคน

เลือดข้นคนจาง, อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ เป็นนักเขียนบทอิสระที่เชี่ยวชาญสายดราม่าประเภทพ่อแม่ลูกวัยรุ่น เคยเขียนบทและกำกับ วัยอลวน 4

เลือดข้นคนจาง, มีน-ทศพร เหรียญทอง

มีนทศพร เหรียญทอง เขียนบทหนังของ GDH อย่าง น้อง.พี่.ที่รัก และ SOS skate ซึม ซ่าส์

เลือดข้นคนจาง, กัน-ศุภฤกษ์ นิงสานนท์

กันศุภฤกษ์ นิงสานนท์ ถนัดเรื่องรักโรแมนติก เขียนบท คิดถึงวิทยา และ เพื่อนที่ระลึก

เลือดข้นคนจาง, แฮม-วสุธร ปิยารมณ์

และ แฮมวสุธร ปิยารมณ์ เขียน เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ฉลาดเกมส์โกง และ Shoot! I love you

นอกจากนี้ยังมี ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร, กาเหว่า-ชลลดา เตียวสุวรรณ จัส-จัสติน่า สุวรรณวิหค และตัวผู้กำกับเองที่สร้างสรรค์บทให้สมบูรณ์

แนวทางแต่ละคนดูแตกต่างห่างไกลจากละครประเภทฆ่ากันเองในบ้าน แต่ส่วนผสมระหว่างผู้กำกับและคนเขียนบทเหล่านี้แหละที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนดูติดละครกันทั้งบ้านทั้งเมือง ด้วยละครสนุก พล็อตฉลาดล้ำชวนกุมขมับขบคิดว่าใครหนอที่ก่อเหตุฆาตกรรมอุกอาจในบ้านได้ลงคอ มาพร้อมกับกองทัพนักแสดงมหาศาลทั้งรุ่นเด็กและผู้ใหญ่ที่ปล่อยของชวนติดตามกันเต็มที่

วิธีคิดเบื้องหลังความสำเร็จของละครเรื่องนี้คืออะไร ทีมงานเบื้องหลังเปิดใจเล่ากลยุทธ์อย่างหมดเปลือก

เลือดข้นคนจาง

จากซีรีส์รักใสๆ กลายเป็นละครฆาตกรรม

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากโจทย์ของ 9 x 9 ของ 4NOLOGUE ว่าจะทำละครหรือซีรีส์ที่มีเด็กผู้ชายจำนวนมาก เขาไม่ขออะไรมาก เป็นแนวรักวัยรุ่น F4 ก็ได้ เราก็เริ่มคิดถึงซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป แต่พี่ย้งก็คิดใหญ่ขึ้น เขารักเด็กๆ เหล่านี้ และรู้สึกว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตสู่กลุ่มคนที่กว้างที่สุด เขาไม่ได้อยากฉายให้คนกลุ่มเดิมดู ได้เรตติ้งเท่าเดิม ถ้าอยากจะดันเด็ก ก็ต้องทำให้ดังได้จริงๆ

มีน นักเขียนบทที่เริ่มต้นปลูกปั้น เลือดข้นคนจาง ตั้งแต่วันแรกเล่าที่มาของโครงการ เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่มหลายๆ คนในรูปแบบละครหลังข่าว ไม่ใช่ซีรีส์รักโรแมนติกที่จับกลุ่มวัยรุ่น ย้งนึกถึงครอบครัวคนจีนที่มีลูกพี่ลูกน้องมากมาย เพราะตัวเขาเองก็มีญาติที่เคยเล่นกันตอนเด็กๆ

เขาจินตนาการว่าถ้าเด็กพวกนี้โตขึ้นมาแล้วไม่สนิทกันจะเป็นยังไง ตัวอย่างมาจากซีรีส์ฮ่องกงสมัยก่อนที่ตัวละครฟาดฟันกัน เขาก็ตั้งโจทย์ว่าลูกพี่ลูกน้องจะมาฟาดฟันกันได้เพราะอะไร พ่อแม่ทะเลาะกันรึเปล่า ปัญหาใหญ่ขนาดไหนถึงมาห้ำหั่นกัน ก็เริ่มคิดกัน งั้นพ่อตาย และคนในบ้านเป็นคนฆ่า

กัน นักเขียนที่บุกเบิกโครงเรื่องมาด้วยกันเสริมต่อ

พี่ย้งไปคุยกับช่อง ONE เขาอยากฉายช่องวันมาก ไปขอ Prime Time มาด้วย ซึ่งช่วงเวลานั้นปกติมีรายการมวย ไม่ใช่ซีรีส์หรือละคร และทางนั้นไม่เคยให้เวลานี้กับคนอื่นเลย เขาก็แบกความคาดหวังมาว่าต้องการันตีเรตติ้งด้วย จะทำตามใจตัวเองไม่ได้

ทีมเขียนบทอธิบายว่า ซีรีส์ที่เคยทำกันมา อย่าง Hormones วัยว้าวุ่น, I HATE YOU I LOVE YOU หรือซีรีส์กีฬา เป็นภาพยนตร์ชุดที่สร้างจากคอนเซปต์ที่แข็งแรงเป็นแกนหลัก และมักมีตอนจบในแต่ละตอนเป็นประเด็นๆ ไป ต่างจากละครไทยที่นิยมดัดแปลงจากนิยาย มีรูปแบบตอนจบที่ชัดเจนคาดเดาได้

ซีรีส์จะเข้าถึงคนเฉพาะกลุ่ม มีวิธีการเล่าคล้ายภาพยนตร์ เล่าเรื่องด้วยการกระทำ แช่ภาพได้บ้าง ขณะที่ละครจะเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากกว่า ละครที่ดึงดูดคนมักมีเรื่องฉูดฉาดอย่างเมียหลวงเมียน้อย ขัดแย้งวิวาท

วิธีคิดละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง คือคิดถึงกลุ่มคนดูที่อยากไปถึง แล้วใส่รสชาติลงไป มีดาราผู้ใหญ่ที่คนดูทั่วไปรู้จักเป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่โตขึ้น เรียกได้ว่าวัยไหนก็ดูได้ทั้งครอบครัว

เลือดข้นคนจาง

เลือดข้นคนจาง

ศึกษากงสี

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะทำละครสืบสวนแนวญาติพี่น้องห้ำหั่น ปรุงรสด้วยเมโลดราม่าเผ็ดร้อน ทีมเขียนบทก็ลงสืบค้นข้อมูลอย่างถึงพริกถึงขิง โดยเริ่มต้นจากขนบตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน แหล่งข้อมูลสำคัญคือผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ ตั่วซุงของครอบครัวจีนที่เข้ามาตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเรื่องราวตลอด

เรารีเสิร์ชหลายทาง วิธีเช็กง่ายมาก ถ้าพูดคำว่ากงสีใส่ใครแล้วหน้าเขามีปฏิกิริยา แบบนั้นต้องเข้าไปถามเลย เพราะเขาได้รับผลกระทบถ้วนหน้ากับระบบนี้

กันเผยเคล็ดลับความจีนอันสมจริง ทีมเขียนบทสอบถามเรื่องราวครอบครัวที่มีกิจการที่อยู่ในข่ายกงสี เช่น โรงแรม ร้านเสื้อผ้า บริษัทเมล็ดพันธุ์ผัก กิจการรถทัวร์ และกิจการโรงสีข้าวที่ลูกสาวตัดสินใจออกจากตำแหน่ง เพราะพ่อแบ่งกิจการให้ลูกชายทั้งหมด

แปลกดีที่ขนบมันเหมือนกันมาก เราก็เป็นสะใภ้ครอบครัวจีน จนตอนนี้เริ่มกลายเป็นผู้ต้องหาแล้วว่า อากิ๋มเขาเอาเรื่องในครอบครัวไปเล่ารึเปล่าอ้ำเล่าประสบการณ์ตรงแบบขำๆ

สิ่งที่เราพบจากการค้นคว้าคือขนบเป็นต้นตอของปัญหา คนในครอบครัวรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยนะ ในเมืองจีนหรือประเทศที่มีคนจีนอยู่มีการให้ความสำคัญลูกชายมากกว่าลูกสาว ลูกสะใภ้ต้องคัดมาอย่างดีเพื่อผลิตหลานชาย ส่วนลูกสาวเดี๋ยวต้องใช้นามสกุลคนอื่น ลูกที่เกิดจากลูกสาวก็เรียกว่าหลานนอก ลูกจากลูกชายเรียกว่าหลานใน

แม้ยังไม่มีเรื่องกงสีเข้ามาก็รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีก คนเรามีเรื่องทะเลาะกันกี่เรื่องเองในชีวิต ก็เรื่องเงิน เรื่องผู้หญิง หน้าที่การงาน ยิ่งเป็นกงสีที่ทำธุรกิจก็จะชัดเจน

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

สืบมากกว่าคดีนายห้างทอง

ต่อจากเรื่องกงสีคือเรื่องคดีฆาตกรรม แม้เรื่องจะเปิดตัวด้วยพี่คนโตถูกยิงตายในบ้าน คล้ายคลึงกับคดีโด่งดังในอดีต แต่ทีมเขียนบทยืนยันว่าไม่ได้นำเรื่องราวของคดีตระกูลธรรมวัฒนะมาเป็นต้นแบบ แต่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่เคยผ่านตา

ชีวิตจริงไม่เคยมีคนตายที่บ้านเรา เราก็ต้องศึกษาว่าเมื่อเกิดคดีคนตายในครอบครัวขึ้น ตำรวจจะมองรูปคดียังไง คดีธรรมวัฒนะเป็นหนึ่งในหลายๆ คดีที่เราศึกษา ลองคลี่คดีของเราออกมาสิคะ จะเห็นว่าไม่เหมือนเลยอ้ำเอ่ยชัดเจน

เรื่องที่เราสนใจคือวิธีที่ตำรวจตั้งประเด็นผู้ต้องสงสัย เมื่อเกิดการฆาตกรรม จะมีการเรียงลำดับผู้ต้องสงสัย 1. ผู้ที่เจอศพคนแรก 2. ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการตายของคนคนนี้ 3. คนที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้เขาเป็นฆาตกร ความขัดแย้งอาจไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ มีอย่างอื่นมากกว่าที่ทำให้คนฆ่าคนได้

นักเขียนบททั้งสี่คนมีประสบการณ์อ่านหนังสือหรือเสพหนังและซีรีส์สืบสวนสอบสวนมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครเคยเขียนบทแนวนี้มาก่อน คนที่มีประสบการณ์มากที่สุดคือผู้กำกับที่จับเป็นประเด็นใครฆ่านานะใน I HATE YOU I LOVE YOU ดังนั้น ทีมงานจึงต้องทำการบ้านหนักเรื่องคดีฆาตกรรม และวางหมากดักความคิดคนดูในทุกตอน พอคนดูสงสัยใคร ตอนต่อไปก็จะบิดความเป็นไปได้ไปอีกทาง

บทเกลี่ยความน่าสงสัยในครอบครัวในประเด็นต่างๆ กันไป เช่น ภัสสรเป็นเรื่องกงสี ธุรกิจครอบครัว คริสเป็นเรื่องความรักของสามีภรรยา แล้วเดี๋ยวก็จะมีปัญหาต่อๆ ไปที่มาพร้อมตัวละครอื่น

บางคดีที่เราศึกษา ผู้ที่ฆ่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง ฆ่าเพื่อปกป้องอีกคนอ้ำกล่าวเป็นนัย แม้ไม่มีการเซ็นสัญญาห้ามสปอยล์ตอนจบ แต่ทีมเขียนบทย้ำว่าจะไม่บอกตัวฆาตกรเป็นอันขาด เพราะถ้าบอกไปก่อน การดูละครจะเสียอรรถรสแน่ๆ

เรื่องนี้ไม่ใช่ละครหาคนร้าย มันจะไม่หยุดแค่ว่าใครฆ่าแล้วจบ ลึกลงไปในนั้น อะไรคือสิ่งที่คนคนนั้นทำ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะพาไปให้ถึงกันเผยคำใบ้อีกอย่างให้ลองขบคิด

มันคือเรื่องมนุษย์ เส้น A คือพล็อตสืบสวนสอบสวน เส้น B คือพล็อตความสัมพันธ์ของคน ซึ่งสำคัญมาก เราไม่รู้หรอกว่าถึงรึเปล่า แต่ถ้าถึงก็คือดูละครแล้วย้อนดูตัว เศษเสี้ยวในนั้นเหมือนเรา เหมือนคนในครอบครัวเรา ที่สุดเราเรียนรู้อะไรจากมันตอนจบนักเขียนที่อาวุโสสุดในทีมตบท้ายประเด็นฆาตกรรม

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

ออกแบบตัวละครจาก 9 หนุ่ม

ระหว่างที่ค้นคว้าข้อมูลและวางพล็อต โปรเจกต์ 9 X 9 ก็ออดิชันเด็กหนุ่ม 9 คนมาฝึกฝนและทดสอบทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝึกร้องเพลง เต้น และแสดง ไปด้วยพร้อมๆ กัน เมื่อการวางตัวนักแสดงเริ่มนิ่ง ทีมเขียนบทจึงเข้าไปสังเกตเวิร์กช็อปการแสดงของนักแสดงรุ่นใหม่เหล่านี้

คนที่โดดเด่นก็จะเด่นตั้งแต่อยู่ในคลาส คนนี้ดูร้ายๆ คนนี้สุขุม คนนี้ร่าเริง มันเริ่มเห็นชัดขึ้น พอเรารู้ว่ามี 9 คนแน่ๆ เราก็สร้างตัวละครจากเขา

กันเล่าความประทับใจที่ทำให้ทีมเขียนบทตัดสินใจเลือก ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร กับ เจเจกฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาเป็นศัตรูคู่หลักในศึกของตระกูลจิระอนันต์

วันหนึ่งมีแบบฝึกหัดขอเก้าอี้ระหว่างต่อกับเจเจ ต่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ เจเจต้องทำยังไงก็ได้ให้ได้เก้าอี้มา เจเจพูดว่าพี่คือคนที่เก่งมาก วันหนึ่งผมจะไปอยู่ในระดับพี่เหมือนกับเป็นเป้าหมายของเขา เรารู้สึกว่าเคมีมันได้มาก ทั้งคู่ตัวสูงใกล้กัน ตี๋เหมือนกัน เราเริ่มเชื่อแล้วว่าถ้าทั้งคู่เป็นพี่น้องในตระกูลจีน จะห้ำหั่นเป็นขั้วตรงข้ามกันได้ ดีเทลอื่นๆ ก็เริ่มก่อขึ้นมา บ้านนี้ลูกคนเดียวมั้ย ไอ้ไอซ์ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) หน้ามึงต่างจากคนอื่นที่สุด มึงต้องไปเป็นลูกบ้านเล็กแล้วแหละ

ตัวละครอื่นๆ ถูกวางตามโครงสร้างบท โดยนักแสดงรุ่นใหญ่ทั้งรุ่นอาม่าอากงและรุ่นพ่อแม่ผ่านจอแก้วจอเงินกันมาโชกโชน พวกเขาคือจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมบทบาทให้น่าเชื่อถือและน่าลุ้นติดตามมากยิ่งขึ้น ความเอ็นดูหนุ่มๆ ลูกบ้านนั้นบ้าง บ้านนี้บ้าง พ่วงมากับความคิดถึงฝีไม้ลายมือการแสดงของป๊าม้าทั้งนั้น

เลือดข้นคนจาง
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

แซ่บแบบละคร แต่ละเอียดอ่อนแบบภาพยนตร์

เลือดข้นคนจาง เป็นละคร Soap Opera เรื่องแรกของนาดาว บางกอก

ไม่ใช่ซีรีส์วัยรุ่น ไม่ได้จับแค่กลุ่มคนดูวัยหนุ่มสาวเหมือนเดิม ทั้งที่ผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงานล้วนถนัดการทำหนังและซีรีส์ครองใจวัยรุ่นมาตลอด สิ่งที่ทำให้พวกเขาเอาชนะใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ครั้งนี้คือการเลือกแข่งในสนามของตัวเอง เขียนงานแบบที่ตัวเองเชื่อและผู้กำกับชอบให้ดีที่สุด

เราไม่ได้คิดว่าเราจะไปสู้กับใคร เราไม่ใช่คนประเภทเขียนบทเมียน้อยแย่งผัว พี่ย้งก็ไม่ใช่ แม้เราอยากทำละครตบตีแบบนั้น เราก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าละครแบบนั้นไม่ดีนะ แต่เรามีรสนิยมอีกแบบ คือรสนิยมแบบภาพยนตร์มีน มือเขียนหนังและซีรีส์วัยรุ่นกล่าวอย่างจริงใจ

มันยากไปสำหรับเรา มันต้องคิดอีกแบบ บทพูดประเภทน้ำหน้าอย่างหล่อนเหรอ ใช้สารส้มล้างยังไม่หมดคาวเลยอะไรแบบนี้เราเขียนกันไม่ได้ เขาไปถึงเบอร์เอาแกงกะหรี่ราดแล้ว เรายังแกงจืดอยู่เลยอ้ำ มือเขียนบทอิสระที่ถนัดประเด็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเอ่ย

ละครของนาดาวจึงมีลักษณะแบบลูกผสม มีพล็อตเมโลดราม่าหนักๆ แบบละครหลังข่าว ขยี้ขนบที่เป็นปมของคนดู มีการเล่าเรื่องด้วยเสียง ตัวละครพูดเยอะขึ้น ใส่สกอร์เพลงเยอะขึ้น เพื่อดึงความสนใจคน แต่ยังคงรสนิยมแบบหนัง จัดวางภาพประณีต ถ่ายทำอย่างเนี้ยบกริบ และให้ความสำคัญกับการตัดต่อด้วย ภาพที่ออกมาจึงแปลกตาและคราฟต์แบบภาพยนตร์

“ผลตอบรับดีเท่าที่คิดไว้นะ ในความคิดเรา พี่ย้งทำได้อีกแล้ว สิ่งที่เขาพยายามทำให้เกิดขึ้น พอไปถึงคนดู เขาอินกับจุดนี้จริงๆ บางอย่างเราคิดว่าทำไมเขาต้องละเอียดขนาดนี้ อย่างซีนเรียงแถวในงานศพ เรารู้สึกว่าในหนังไม่มีเวลาเล่าลำดับทุกอย่างหรอก แต่พอพี่ย้งบอกว่า ต้องเล่า เราก็เห็นว่า เออ คนอินกับจุดนี้จริงๆ เขารู้ว่าต้องทำยังไงคนถึงจะอินได้ เราเองก็สนุกเหมือนกันที่เห็นว่าพี่ย้งทำอะไรออกมาขายบ้าง หรือเขาพยายามแมสขึ้นยังไงแฮมเอ่ย

ทีมบทประสานเสียงอย่างมั่นใจว่าเลือดข้นคนจางที่เราได้เห็นไปไม่กี่ตอนเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น กว่าจะถึงตอนที่ 18 ที่เป็นตอนจบ จะยังมีเรื่องอีกแยะให้ติดตามแน่ๆ

ทุกปัญหามีทางลงของมัน จะมีความหวังในสถาบันครอบครัว เป็นความตั้งใจของพี่ย้งเลย เขาจะไม่จบอย่างหดหู่ ปัญหาจะต้องถูกแก้ได้ เขาบอกว่ากูชอบความหวัง’”

มีนตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ บทสรุปของ เลือดข้นคนจาง จะเป็นอย่างไร เราคงต้องหาคำตอบกันจากในหน้าจอ

แต่สิ่งที่เรามั่นใจตั้งแต่ละครเริ่มฉาย คือการก้าวมาสร้างสิ่งใหม่โดยไม่ยึดติดขนบเดิมของนาดาว บางกอก สร้างความสนุกและกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงในวงการละครขึ้นมาอีกครั้ง

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ช่วงนี้ท้องฟ้าเมืองไทยเป็นสีเทา แฝงด้วยความเศร้าแบบไม่ต้องอธิบาย เป็นบรรยากาศความโศกเศร้าที่รวมใจไทยเป็นหนึ่ง

พระเมรุมาศที่งดงามปานภาพวาดสวรรค์บนดินตั้งตะหง่านอยู่เบื้องหน้า ช่างสมพระเกียรติและสะดุดตา เพราะการสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งใดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ต้นข้าวพลิ้วไหวรอแตกรวงช่วงปลายเดือนตุลาคม เสียงน้ำจากฝายที่ล้นเอ่อ ชะลอตกลงมาเป็นชั้นๆ ยังแก้มลิงที่รอรับ และคันดินที่โค้งตัวเป็นเลขเก้าไทย มุมมองเบื้องหน้าพระเมรุมาศเห็นเป็นทุ่งนาที่ให้ความรู้สึกเศร้าจับใจยามมอง

การจัดวางเป็นภาพที่เห็นแล้วคงจะทำให้นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และสิ่งที่ท่านได้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย

วันนี้ เราในฐานะภูมิสภาปนิกรุ่นใหม่ ได้รับโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิกชั้นครูจากกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร และได้เข้ามาดูงานก่อนวันพระราชพิธีจริง

พี่เข้ากรมศิลป์ปี 2530 พอจบจากคณะสถาปัตย์ฯ จุฬาฯ ตั้งใจไว้จะไปที่กรมศิลป์ตั้งแต่ฝึกงานตอนปี 4 รู้สึกผูกพันกับกรมศิลป์ เพราะตอนไปฝึกงาน พี่ไปฝึกงานวางผังที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ก็ไปดูเรื่องภูมิสถาปัตย์ แล้วรู้สึกประทับใจ ชอบตั้งแต่ตอนนั้นเลย แล้วก็เลยคิดว่าจบมาน่าจะอยากไปอยู่ที่กรมศิลป์ ทำงานเกี่ยวกับเรื่องอนุรักษ์ เรื่องวัฒนธรรม เรื่องออกแบบแบบไทยๆ”

พี่พรธรรมกล่าวจนเราสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นจากนิสิตสถาปัตย์ฯ ปี 4

โดยประสบการณ์ การหาสิ่งที่ตัวเองชอบก็เป็นสิ่งที่ยากในชีวิตวัยเรียน แต่การมุ่งมั่นและพร้อมกระทำงานด้านอนุรักษ์อย่างจริงจังและเจาะจงอย่าง อาารย์พรธรรม นับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา จนเราแอบคิดในใจว่า การทำงานประเภทนี้และมีโอกาสได้รับใช้แผ่นดิน สร้างพระเมรุมาศหลายพระเมรุมาศ จนมาถึงองค์ปัจจุบัน คงไม่ใช่ใครก็ได้ อ.พรธรรมจึงถูกเลือกให้มารับงานนี้ตั้งแต่ต้น

“งานพระเมรุมาศเป็นงานที่ต้องออกแบบให้ถูกต้องตามประเพณี เป็นงานที่ต้องรักษาและสืบสาน สมัยก่อน เคยทำอย่างไร ก็ต้องทำตามนั้นให้ถูกต้องตามราชประเพณี เช่น พื้นที่ใช้สอย ทิศทางขบวนเสด็จ หรือพื้นที่ใช้สอย ที่จะต้องรักษาไว้ เป็นการสืบสานตามแบบแผนประเพณีเดิม ในอีกด้านหนึ่ง เราสามารถนำเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ใหม่ลงไปได้ เช่นการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศครั้งนี้ เรามีส่วนในการนำเสนอแนวความคิดที่น่าจะเหมาะสมกับความเป็นพระเมรุมาศของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งแตกต่างและพิเศษกว่าครั้งก่อนที่เคยทำมา โดยเฉพาะการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม งานครั้งก่อนๆ จะมองในมิติที่ไม่ลึก หรือลงรายละเอียด จะเน้นตัวสถาปัตยกรรมไทยประเพณีมากกว่า

“ครั้งนี้เราทำงานเป็นทีม งานภูมิสถาปัตยกรรมเป็นหนึ่งทีมที่เข้าไปร่วมงานตั้งแต่ถวายแบบสมเด็จพระเทพฯ ในช่วงเริ่มต้น นับว่าเป็นเรื่องที่ดี พี่เคยร่วมงานออกแบบพระเมรุมาศกับ อาจารย์อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติที่เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งตอนนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งหมด 3 งาน คือ พระเมรุมาศสมเด็จย่า พระพี่นาง และเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ

“พระเมรุมาศองค์แรกที่พี่ได้มีโอกาสช่วยอาจารย์อาวุธ คืองานของสมเด็จย่า ท่านให้โอกาสวิชาชีพภูมิสถาปัตยกรรมมามีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย ท่านคิดแบบเองได้ หรือถ้าท่านจะเขียนแบบทำเป็นลวดลายตามแนวคิดของท่านก็ได้ แต่ท่านเห็นว่าตอนนี้ในกรมศิลปากรมีภูมิสถาปนิกแล้ว เลยให้โอกาสมาร่วมออกแบบ

“การออกแบบพระเมรุของสมเด็จย่าเป็นการออกแบบลวดลายพื้น hardscape สมัยก่อนจะคิดเรื่องการออกแบบพระเมรุอย่างเดียว พื้นที่โดยรอบก็ปล่อยเป็นลาน และจัดสวนตามปกติ พระเมรุมาศสมเด็จย่ามีการออกแบบลวดลายพื้นเชิงสัญลักษณ์ สื่อถึงความเป็นภูมิจักรวาล ถ้าพระเมรุมาศเปรียบเสมือนการจำลองศูนย์กลางจักรวาล ภูมิสภาปัตยกรรมก็เป็นองค์ประกอบของจักรวาลที่ทำให้เห็นภาพของจักรวาลสมบูรณ์ขึ้น คือไม่ได้มีแต่พระเมรุมาศหรือเขาพระสุเมรุ ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางจักรวาลเพียงอย่างเดียว เนื้องานภูมิสถาปัตยกรรมจะช่วยสื่อถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ทวีปทั้งสี่ กำแพงจักรวาล สีทันดรมหาสมุทร ทำให้เห็นภาพสมบูรณ์ขึ้น

 

“งานที่สองของสมเด็จพระพี่นางฯ ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น คือได้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ฐานรอบพระเมรุมาศ เป็นการออกแบบป่าหิมพานต์ จักรวาล ตามคติความเชื่อของไทยในไตรภูมิพระร่วง มีเขาพระสุเมรุอยู่ตรงกลาง สีทันดรมหาสมุทร มีสัตตบริภัณฑ์ ทวีปทั้งสี่ และกำแพงจักรวาล การออกแบบส่วนที่อยู่ตรงฐานพระเมรุมาศของสมเด็จพระพี่นางฯ มีลักษณะเป็นป่าหิมพานต์ มีการออกแบบเป็นโขดหินที่มีลักษณะพิเศษ คือไม่ใช่โขดหินแบบธรรมชาติ แต่ได้แรงบันดาลใจจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง แนวโขดหินนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของงานนี้ นอกจากการออกแบบลวดลายพื้น และประติมากรรมโขดหินแล้ว ยังใช้ไม้ดัดไทยและพืชพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่โดยรอบ นับว่าได้ก้าวขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง

“ต่อมา การออกแบบพระเมรุมาศของสมเด็จพระเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ ประกอบด้วยการออกแบบลวดลายพื้นและการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมรอบๆ ด้วย แต่คราวนี้มีองค์ประกอบพิเศษที่เพิ่มอีกอย่างหนึ่งก็คือสัตว์หิมพานต์

สามงานที่ผ่านมามีสถาปนิกเป็นผู้ควบคุมภาพรวมทั้งหมด การออกแบบต้องขึ้นกับสถาปนิกผู้ออกแบบเป็นหลัก แต่งานพระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 เราทำงานกันเป็นทีม งานภูมิสถาปัตยกรรมจึงมีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้างตั้งแต่ต้น เช่นเรื่องของการวางผังที่คิดถึงเรื่องของแกน เรื่องแนวคิดการเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่อยู่รอบพระเมรุมาศ หรือพื้นที่ทางด้านทิศเหนือ ที่มีแนวคิดในการออกแบบเป็นนาข้าว ตามโจทย์ที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 และองค์ประกอบของเมืองที่อยู่ล้อมรอบ แตกต่างจากการออกแบบครั้งก่อนๆ ที่เน้นเรื่องความสวยงามของพื้นที่ สถาปัตยกรรม และความเชื่อภูมิจักรวาล

“ครั้งนี้นำเอาความคิดในเรื่องความหมายที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการออกแบบ เช่น รอบพระเมรุมาศ ที่ผ่านมาไม่เคยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในการโอบล้อมรอบพระเมรุมาศ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รอบฐานพระเมรุเป็นสระน้ำ เป็นสระอโนดาต เราอยากจะสื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าทรงเกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘น้ำ’ เช่น ฝนหลวง กังหันชัยพัฒนา แก้มลิง ฝายทดน้ำ น้ำคือความหมายที่สื่อถึง ความสุข ความอุดมสมบูรณ์ และพื้นที่เกษตรกรรม

“น้ำจึงเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการออกแบบ และเป็นเรื่องที่พิเศษสำหรับพระเมรุมาศครั้งนี้

 

“พื้นที่ด้านหน้าก็มีแนวคิดอีกอย่างหนึ่ง พระเมรุองค์ก่อนๆ ก็จะปลูกดอกไม้สวยงาม แต่ครั้งนี้เป็นงานภูมิสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงพระราชกรณียกิจ โครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เราอยากนำเสนอให้คนได้เห็นว่าท่านทรงทำอะไรให้กับพวกเราชาวไทยบ้าง อย่างน้อยเห็นแล้วจะได้น้อมรำลึกว่านี่คือสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำ ด้านหน้าแทบไม่ได้เป็นการออกแบบใหม่ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าว กังหันน้ำชัยพัฒนา บ่อน้ำ แก้มลิง เราเพียงแต่นำสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้มาจัดให้มันอยู่ในรูปที่สมดุลกับผังด้านใน ให้มีความสอดคล้องกลมกลืนสวยงาม เพราะองค์ประกอบทั้งหมดมาจากสิ่งที่ทรงทำทั้งหมดเลย มันก็เลยสื่อถึงพระองค์ท่านในเชิงสัญลักษณ์

“พื้นที่ในการออกแบบจึงมี 2 ที่ซึ่งต่างกัน คือด้านงานพระเมรุมาศเป็นภาพสวรรค์ ที่มีตัวแทนคือน้ำแทนในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนข้างหน้าคือภาพของพระองค์ตอนที่ยังมีพระชนม์ชีพ คือมีสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำและพระราชทานให้กับคนไทย

ความพิเศษของในหลวงคือ ท่านไม่ใช่กษัตริย์ทั่วไป ท่านลำบากมา 70 ปี ภาพที่พี่จำในข่าวทีวี คือตอนพี่เป็นเด็ก พี่เห็นในทีวีทุกเย็นเลย ท่านเสด็จฯ ไปภาคเหนือภาคใต้ที่เราเห็นเป็นสารคดีที่เห็นในปัจจุบัน เมื่อก่อนเป็นข่าวตอนเย็นทุกวัน คนรุ่นพี่จะรู้เลยว่า ตอนเย็นจะมีข่าวพระเจ้าอยู่หัวทรงงานในที่ต่างๆ ภาพที่เราเห็นคือท่านไม่ถือพระองค์ ท่านถ่อมตัว ทั้งที่ท่านมีบารมีที่มากมาย งานภูมิสถาปัตยกรรมของพื้นที่ด้านหน้าเป็นลักษณะของการถ่อมตัว คือไม่ได้ยิ่งใหญ่ เช่น ข้าว บ่อน้ำ คันนา เราเข้าไปสัมผัสได้ สัมผัสถึงท่านที่ท่านอยู่ข้างบน แต่โน้มลงมาหาเราตรงนี้เป็นสิ่งที่อยากนำเสนอผ่านพื้นที่ภูมิสถาปัตยกรรม

ภูมิสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงในหลวง ต้องไม่ได้มีแต่ความสวยงามอย่างเดียว ต้องดูแล้วมีความหมาย เกิดประโยชน์ เอาไปต่อยอดได้ ต้องมีสิ่งที่เป็นสาระ และเป็นประโยชน์จริงๆ เช่น โครงการต่างๆ บนพื้นที่ ทุ่งนาที่เคยแห้งแล้ง หรือภูเขาที่โดนตัดไม้แต่ตอนนี้กลายเป็นป่าสมบูรณ์ หรือพื้นที่ที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น พี่ว่าภูมิสถาปัตย์ในมุมมองของท่านคือการพลิกฟื้น ทำสภาพแวดล้อมจากสิ่งที่ใช้งานไม่ได้ให้ดีขึ้น ใช้ประโยชน์ได้ เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม และทำให้ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นประกอบอาชีพการเกษตรได้ต่อไปได้ นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านสร้างชีวิต สร้างความสุข ให้กับประชาชนของท่าน

งานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มีปัญหาอะไรบ้างคะ

ปัญหาที่สำคัญคือระยะเวลาที่สั้นมาก มีเวลาคิดแบบประมาณเดือนถึงเดือนครึ่ง หลังจากพระองค์ท่านสวรรคตแล้วประมาณ 2 วัน ทีมสถาปนิกเข้าไปเฝ้าไปถวายแบบก่อน เพื่อให้สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระราชวินิจฉัยเลือกว่าพระเมรุในครั้งนี้จะมีลักษณะอย่างไร เป็นรูปแบบไหน เมื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยเลือกแบบบุษบกเก้าหลังแล้ว ภูมิสถาปนิกก็เข้าไปร่วมออกแบบการวางผัง และแนวคิดการออกแบบด้านภูมิสถาปัตยกรรมของพื้นที่

หลังจากนั้น ก็ดำเนินการออกแบบจนจบภายในระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง พร้อมนำแบบไปพัฒนาเป็นแบบก่อสร้างและลงพื้นที่ การก่อสร้างอาคารพระเมรุมาศเริ่มลงมือก่อสร้างประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนงานภูมิทัศน์ดำเนินการทีหลัง เนื่องจากมีเวลาน้อยมาก ต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ งานบางอย่างไม่สามารถทำในพื้นที่ได้ ต้องไปทำข้างนอก แล้วนำมาประกอบภายหลัง งานที่ดำเนินการจัดสร้างจากภายนอกกับการก่อสร้างบนพื้นที่ภายในต้องวางแผนอย่างดี เมื่อนำมาประกอบกันจะต้องลงตัว รวมทั้งการติดตั้งระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า อุปสรรคอย่างที่สองคือ สภาพดินฟ้าอากาศ ปีนี้ฝนตกเกือบทุกวัน งานภูมิสถาปัตยกรรมเป็นงานกลางแจ้ง งานปูพื้น พอฝนตกลงมา มีน้ำขัง พื้นดินบดอัดไม่ได้ ต้องมีการแก้ไขอยู่บ่อยๆ เช่น พื้นเมื่อเดินไปแล้วรับน้ำหนักไม่ได้ แก้เป็นเรื่องๆ ไป เพื่อให้งานนี้ออกมาดีที่สุด

พี่พรธรรมได้มีโอกาสเข้าถวายงาน มีสิ่งใดที่ประทับใจ

“ครั้งแรกที่ไปถวายแบบกับพระองค์ท่าน เสนอการวางผัง 2 ทางเลือก เพื่อให้พระองค์ท่านทรงมีพระราชวินิจฉัย ระหว่างที่ออกแบบมีสิ่งที่ประทับใจมาก และถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงกับวิชาชีพเรา เมื่อท่านดูเนื้องานและแนวคิดของเราแล้วตรัสถามว่า ‘เป็นภูมิสถาปนิกหรือ’

“เราต้องถวายความคืบหน้าราวสัปดาห์ละครั้ง เป็นงานสเกตช์ลงกระดาษร่างด้วยดินสอ หรือพิมพ์จากคอม เราได้เข้าเฝ้าถวายงานอยู่ 5 – 6 ครั้ง เป็นการพัฒนาแบบขึ้นไปเรื่อยๆ การพัฒนาแบบและนำเสนอส่วนใหญ่จะได้รับพระราชวินิจฉัยเห็นชอบทุกครั้ง ซึ่งเราต้องคิดให้ดีที่สุดก่อน

“งานออกแบบพระเมรุมาศนี้ เราออกแบบทางเลือกไว้ คิดแต่ละส่วน แล้วให้พระองค์ท่านมีพระราชวินิจฉัย  เราจึงนำไปทำต่อ บางอย่างท่านก็พระราชทานข้อแนะนำเพิ่มเติม เช่น ไม้ดัดที่จะนำมาใช้ ที่สระโนดาต ว่าให้ไปติดต่อที่วัดคลองเตยใน เป็นไม้ดัดที่ถูกต้องตามตำรากระบวนไม้ดัดไทย จากที่เราได้เคยเรียนกับท่านอาจารย์ไขแสง ซึ่งเป็นผู้สอนเรื่องประวัติศาสตร์สวนไทย โดยมีตำราไม้ดัดไทยที่กล่าวเกี่ยวกับเรื่องไม้ดัด ไม้ฉาก ไม้ตลก ไม้เอนชาย ไม้ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งหาคนดัดไม้ตามตำราไทยได้น้อยมากๆ หรือไม่มีใครทำได้ แล้วมาทราบครั้งนี้ ว่าหลวงพ่อวัดคลองเตยในทำได้ตามแบบไม้ดัดไทยจริงๆ เพราะไม้ดัดตามท้องตลาดไม่ใช่ไม้ดัดไทย เนื่องจากพระองค์ท่านรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จึงทรงชี้แนะให้เราได้รู้จักและไปประสาน ทำให้เราก็ได้รับความรู้ด้วย”

 

เราได้ยืนหน้าพระเมรุมาศที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเบื้องหน้าเป็นนาข้าว บ่อน้ำ คันดิน มันทำให้คิดถึงพระองค์อย่างจับใจ สิ่งที่จะสื่อถึงท่านไม่สามารถนิยามได้เพียงพระเมรุมาศ สถาปัตยกรรมแห่งกษัตริย์ แต่คุณประโยชน์ที่ท่านได้ให้ไว้กับแผ่นดินเป็นสิ่งที่ทำให้เราชาวไทยซึ่งยืนบนพื้นแผ่นดินนี้จดจำไว้ไม่เลือน ช่างการถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ที่ถ่อมตนเป็นที่สุด

ทำไม…ความธรรมดาเหล่านี้ทำให้ทุกครั้งที่เรามองไปโดยรอบธรรมชาติ ภูมิทัศน์พื้นฐานของประเทศไทย ก็อดใจคิดถึงพระองค์ไปไม่ได้ พระองค์ยังคงสถิตในทุกพื้นที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ของไทย ช่างเป็นบุญที่ฉันเกิดเป็นคนไทยในรัชสมัยของท่านอย่างแท้จริง

รายละเอียดประกอบภาพ
  • มีหญ้าแฝกอยู่ข้างหน้า มีบ่อน้ำ มีแก้มลิง และเดี๋ยวจะมีกังหันน้ำอยู่ข้างหน้า 2 ตัว เครื่องเติมอากาศก็จะอยู่ตรงกลาง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงดำริทั้งหมดเลย ข้างหน้าก็จะเป็นข้าวปทุมธานี 1 ข้าวที่แตกกอก็คือข้าวหอมมะลิ 105 ไปใกล้ๆ จะหอมมาก ที่ออกรวงอยู่คือข้าวปทุมธานี 80 เป็นข้าวที่องค์การข้าวคัดเลือกมาให้ว่า 3 สายพันธุ์นี้เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 หญ้าแฝกก็ปลูกตามลักษณะที่ทรงแนะนำให้ปลูกเพื่อรักษาหน้าดิน
  • ดินตรงกลางที่อยู่ตรงเลขเก้าเป็นดินที่นำมาจากโครงการช่างหัวมันกับห้วยทราย บนแผ่นดินที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินผ่าน เราขอมาเป็นมงคลสำหรับแปลงนาแห่งนี้ จะได้มีความหมาย ถ้ามีการเปิดระบบน้ำเราจะได้ยินเสียงน้ำ ในแปลงนาจะได้กลิ่นข้าวหอมมะลิ
  • อีกอย่างที่เราออกแบบคือสระอโนดาต จะเป็นสระน้ำตื้นๆ ภายในสระเป็นประติมากรรมโขดหินที่อยู่ล้อมรอบ ฐานพระเมรุ 60×60 เมตร ความกว้างสระประมาณ 4 เมตร แล้วก็จะมีสระน้ำ มีโขดหินรอบๆ คราวนี้สัตว์ที่อยู่แต่ละด้านก็จะไม่เหมือนกัน เอามาจากตำราที่เขียนไว้ในไตรภูมิกถา ทิศเหนือเป็นช้าง ทิศตะวันตกเป็นม้า ทิศใต้เป็นโค ทิศตะวันออกเป็นสิงห์
  • พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมกำมะลอ คือไม่ได้ถาวร มันชั่วคราว วัสดุจะเป็นไม้อัด กระดาษ ผ้า มาก่อสร้าง ดูไกลๆ เหมือนกับของถาวร แต่ดูใกล้ๆ มันจะหยาบๆ
  • ต้นตะโกที่เป็นของวัด ลีลาของการดัดจะแตกต่างออกไป ไม้เฉียง ไม้ฉาก ไม้เชิงชาย เราไม่ได้โชว์ทั้งกระถางจะมีผ้าใบมาปิดและพ่นสีเป็นโขดหิน แล้วมีพวกสนเลื้อยมาแซมๆ ไม่ให้ดูแข็งมาก พอสะท้อนท้องฟ้าจะดูเบาขึ้น
  • พื้นขาวๆ คือการเเสดงสัญลักษณ์ของทวีปทั้งสี่ ถ้าดูจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นลายพื้นเป็นสัญลักษณ์ของ 4 มุม เส้นเหลืองๆ แทนกำแพงจักรวาล คือถ้ามองจากข้างบนคือจักรวาล 1 จักรวาลที่มีเขาพระสุเมรุอยู่ตรงกลาง
  • อันนี้เป็นลิฟต์สำหรับคนสูงอายุ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน คนสำคัญ มุขหน้าสำหรับพระเจ้าอยู่หัว ส่วนตรงรับรองแขกจุได้ 2,400 คน พื้นที่ตรงนี้ทั้งหมดจุได้ 7,000 คน

Save

Save

Save

Save

Save

Writer & Photographer

Avatar

กชกร วรอาคม

ภูมิสถาปนิก ผู้ออกแบบงานพื้นที่สาธารณะ อุทยานจุฬาฯ 100 ปี, สวนป๋วย 100 ปี, สวนสุขวนา และอีกหลากหลายพื้นที่เพื่อเมืองที่ดี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load