เราพบตัวฆาตกรที่ฆ่าประเสริฐแล้ว

ยังไม่ดูละครตอนถัดไปก็รู้ว่า ย้งทรงยศ สุขมากอนันต์ และทีมเขียนบทเป็นคนมอบความตายให้พี่ชายคนโตของตระกูลจิระอนันต์อย่างเลือดเย็น

ประวัติของทีมเขียนบทที่สร้างคดีอื้อฉาวในหน้าจอช่างน่าประหลาดใจ ตรงที่พวกเขาแทบไม่เคยฆ่าตัวละครกันมาก่อน นอกจากย้งที่ปลุกกระแส #ใครฆ่านานะ คนอื่นๆ ไม่เคยเขียนบทสืบสวนสอบสวนสักคน

เลือดข้นคนจาง, อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ เป็นนักเขียนบทอิสระที่เชี่ยวชาญสายดราม่าประเภทพ่อแม่ลูกวัยรุ่น เคยเขียนบทและกำกับ วัยอลวน 4

เลือดข้นคนจาง, มีน-ทศพร เหรียญทอง

มีนทศพร เหรียญทอง เขียนบทหนังของ GDH อย่าง น้อง.พี่.ที่รัก และ SOS skate ซึม ซ่าส์

เลือดข้นคนจาง, กัน-ศุภฤกษ์ นิงสานนท์

กันศุภฤกษ์ นิงสานนท์ ถนัดเรื่องรักโรแมนติก เขียนบท คิดถึงวิทยา และ เพื่อนที่ระลึก

เลือดข้นคนจาง, แฮม-วสุธร ปิยารมณ์

และ แฮมวสุธร ปิยารมณ์ เขียน เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ฉลาดเกมส์โกง และ Shoot! I love you

นอกจากนี้ยังมี ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร, กาเหว่า-ชลลดา เตียวสุวรรณ จัส-จัสติน่า สุวรรณวิหค และตัวผู้กำกับเองที่สร้างสรรค์บทให้สมบูรณ์

แนวทางแต่ละคนดูแตกต่างห่างไกลจากละครประเภทฆ่ากันเองในบ้าน แต่ส่วนผสมระหว่างผู้กำกับและคนเขียนบทเหล่านี้แหละที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนดูติดละครกันทั้งบ้านทั้งเมือง ด้วยละครสนุก พล็อตฉลาดล้ำชวนกุมขมับขบคิดว่าใครหนอที่ก่อเหตุฆาตกรรมอุกอาจในบ้านได้ลงคอ มาพร้อมกับกองทัพนักแสดงมหาศาลทั้งรุ่นเด็กและผู้ใหญ่ที่ปล่อยของชวนติดตามกันเต็มที่

วิธีคิดเบื้องหลังความสำเร็จของละครเรื่องนี้คืออะไร ทีมงานเบื้องหลังเปิดใจเล่ากลยุทธ์อย่างหมดเปลือก

เลือดข้นคนจาง

จากซีรีส์รักใสๆ กลายเป็นละครฆาตกรรม

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากโจทย์ของ 9 x 9 ของ 4NOLOGUE ว่าจะทำละครหรือซีรีส์ที่มีเด็กผู้ชายจำนวนมาก เขาไม่ขออะไรมาก เป็นแนวรักวัยรุ่น F4 ก็ได้ เราก็เริ่มคิดถึงซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป แต่พี่ย้งก็คิดใหญ่ขึ้น เขารักเด็กๆ เหล่านี้ และรู้สึกว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตสู่กลุ่มคนที่กว้างที่สุด เขาไม่ได้อยากฉายให้คนกลุ่มเดิมดู ได้เรตติ้งเท่าเดิม ถ้าอยากจะดันเด็ก ก็ต้องทำให้ดังได้จริงๆ

มีน นักเขียนบทที่เริ่มต้นปลูกปั้น เลือดข้นคนจาง ตั้งแต่วันแรกเล่าที่มาของโครงการ เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่มหลายๆ คนในรูปแบบละครหลังข่าว ไม่ใช่ซีรีส์รักโรแมนติกที่จับกลุ่มวัยรุ่น ย้งนึกถึงครอบครัวคนจีนที่มีลูกพี่ลูกน้องมากมาย เพราะตัวเขาเองก็มีญาติที่เคยเล่นกันตอนเด็กๆ

เขาจินตนาการว่าถ้าเด็กพวกนี้โตขึ้นมาแล้วไม่สนิทกันจะเป็นยังไง ตัวอย่างมาจากซีรีส์ฮ่องกงสมัยก่อนที่ตัวละครฟาดฟันกัน เขาก็ตั้งโจทย์ว่าลูกพี่ลูกน้องจะมาฟาดฟันกันได้เพราะอะไร พ่อแม่ทะเลาะกันรึเปล่า ปัญหาใหญ่ขนาดไหนถึงมาห้ำหั่นกัน ก็เริ่มคิดกัน งั้นพ่อตาย และคนในบ้านเป็นคนฆ่า

กัน นักเขียนที่บุกเบิกโครงเรื่องมาด้วยกันเสริมต่อ

พี่ย้งไปคุยกับช่อง ONE เขาอยากฉายช่องวันมาก ไปขอ Prime Time มาด้วย ซึ่งช่วงเวลานั้นปกติมีรายการมวย ไม่ใช่ซีรีส์หรือละคร และทางนั้นไม่เคยให้เวลานี้กับคนอื่นเลย เขาก็แบกความคาดหวังมาว่าต้องการันตีเรตติ้งด้วย จะทำตามใจตัวเองไม่ได้

ทีมเขียนบทอธิบายว่า ซีรีส์ที่เคยทำกันมา อย่าง Hormones วัยว้าวุ่น, I HATE YOU I LOVE YOU หรือซีรีส์กีฬา เป็นภาพยนตร์ชุดที่สร้างจากคอนเซปต์ที่แข็งแรงเป็นแกนหลัก และมักมีตอนจบในแต่ละตอนเป็นประเด็นๆ ไป ต่างจากละครไทยที่นิยมดัดแปลงจากนิยาย มีรูปแบบตอนจบที่ชัดเจนคาดเดาได้

ซีรีส์จะเข้าถึงคนเฉพาะกลุ่ม มีวิธีการเล่าคล้ายภาพยนตร์ เล่าเรื่องด้วยการกระทำ แช่ภาพได้บ้าง ขณะที่ละครจะเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากกว่า ละครที่ดึงดูดคนมักมีเรื่องฉูดฉาดอย่างเมียหลวงเมียน้อย ขัดแย้งวิวาท

วิธีคิดละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง คือคิดถึงกลุ่มคนดูที่อยากไปถึง แล้วใส่รสชาติลงไป มีดาราผู้ใหญ่ที่คนดูทั่วไปรู้จักเป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่โตขึ้น เรียกได้ว่าวัยไหนก็ดูได้ทั้งครอบครัว

เลือดข้นคนจาง

เลือดข้นคนจาง

ศึกษากงสี

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะทำละครสืบสวนแนวญาติพี่น้องห้ำหั่น ปรุงรสด้วยเมโลดราม่าเผ็ดร้อน ทีมเขียนบทก็ลงสืบค้นข้อมูลอย่างถึงพริกถึงขิง โดยเริ่มต้นจากขนบตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน แหล่งข้อมูลสำคัญคือผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ ตั่วซุงของครอบครัวจีนที่เข้ามาตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเรื่องราวตลอด

เรารีเสิร์ชหลายทาง วิธีเช็กง่ายมาก ถ้าพูดคำว่ากงสีใส่ใครแล้วหน้าเขามีปฏิกิริยา แบบนั้นต้องเข้าไปถามเลย เพราะเขาได้รับผลกระทบถ้วนหน้ากับระบบนี้

กันเผยเคล็ดลับความจีนอันสมจริง ทีมเขียนบทสอบถามเรื่องราวครอบครัวที่มีกิจการที่อยู่ในข่ายกงสี เช่น โรงแรม ร้านเสื้อผ้า บริษัทเมล็ดพันธุ์ผัก กิจการรถทัวร์ และกิจการโรงสีข้าวที่ลูกสาวตัดสินใจออกจากตำแหน่ง เพราะพ่อแบ่งกิจการให้ลูกชายทั้งหมด

แปลกดีที่ขนบมันเหมือนกันมาก เราก็เป็นสะใภ้ครอบครัวจีน จนตอนนี้เริ่มกลายเป็นผู้ต้องหาแล้วว่า อากิ๋มเขาเอาเรื่องในครอบครัวไปเล่ารึเปล่าอ้ำเล่าประสบการณ์ตรงแบบขำๆ

สิ่งที่เราพบจากการค้นคว้าคือขนบเป็นต้นตอของปัญหา คนในครอบครัวรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยนะ ในเมืองจีนหรือประเทศที่มีคนจีนอยู่มีการให้ความสำคัญลูกชายมากกว่าลูกสาว ลูกสะใภ้ต้องคัดมาอย่างดีเพื่อผลิตหลานชาย ส่วนลูกสาวเดี๋ยวต้องใช้นามสกุลคนอื่น ลูกที่เกิดจากลูกสาวก็เรียกว่าหลานนอก ลูกจากลูกชายเรียกว่าหลานใน

แม้ยังไม่มีเรื่องกงสีเข้ามาก็รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีก คนเรามีเรื่องทะเลาะกันกี่เรื่องเองในชีวิต ก็เรื่องเงิน เรื่องผู้หญิง หน้าที่การงาน ยิ่งเป็นกงสีที่ทำธุรกิจก็จะชัดเจน

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

สืบมากกว่าคดีนายห้างทอง

ต่อจากเรื่องกงสีคือเรื่องคดีฆาตกรรม แม้เรื่องจะเปิดตัวด้วยพี่คนโตถูกยิงตายในบ้าน คล้ายคลึงกับคดีโด่งดังในอดีต แต่ทีมเขียนบทยืนยันว่าไม่ได้นำเรื่องราวของคดีตระกูลธรรมวัฒนะมาเป็นต้นแบบ แต่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่เคยผ่านตา

ชีวิตจริงไม่เคยมีคนตายที่บ้านเรา เราก็ต้องศึกษาว่าเมื่อเกิดคดีคนตายในครอบครัวขึ้น ตำรวจจะมองรูปคดียังไง คดีธรรมวัฒนะเป็นหนึ่งในหลายๆ คดีที่เราศึกษา ลองคลี่คดีของเราออกมาสิคะ จะเห็นว่าไม่เหมือนเลยอ้ำเอ่ยชัดเจน

เรื่องที่เราสนใจคือวิธีที่ตำรวจตั้งประเด็นผู้ต้องสงสัย เมื่อเกิดการฆาตกรรม จะมีการเรียงลำดับผู้ต้องสงสัย 1. ผู้ที่เจอศพคนแรก 2. ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการตายของคนคนนี้ 3. คนที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้เขาเป็นฆาตกร ความขัดแย้งอาจไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ มีอย่างอื่นมากกว่าที่ทำให้คนฆ่าคนได้

นักเขียนบททั้งสี่คนมีประสบการณ์อ่านหนังสือหรือเสพหนังและซีรีส์สืบสวนสอบสวนมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครเคยเขียนบทแนวนี้มาก่อน คนที่มีประสบการณ์มากที่สุดคือผู้กำกับที่จับเป็นประเด็นใครฆ่านานะใน I HATE YOU I LOVE YOU ดังนั้น ทีมงานจึงต้องทำการบ้านหนักเรื่องคดีฆาตกรรม และวางหมากดักความคิดคนดูในทุกตอน พอคนดูสงสัยใคร ตอนต่อไปก็จะบิดความเป็นไปได้ไปอีกทาง

บทเกลี่ยความน่าสงสัยในครอบครัวในประเด็นต่างๆ กันไป เช่น ภัสสรเป็นเรื่องกงสี ธุรกิจครอบครัว คริสเป็นเรื่องความรักของสามีภรรยา แล้วเดี๋ยวก็จะมีปัญหาต่อๆ ไปที่มาพร้อมตัวละครอื่น

บางคดีที่เราศึกษา ผู้ที่ฆ่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง ฆ่าเพื่อปกป้องอีกคนอ้ำกล่าวเป็นนัย แม้ไม่มีการเซ็นสัญญาห้ามสปอยล์ตอนจบ แต่ทีมเขียนบทย้ำว่าจะไม่บอกตัวฆาตกรเป็นอันขาด เพราะถ้าบอกไปก่อน การดูละครจะเสียอรรถรสแน่ๆ

เรื่องนี้ไม่ใช่ละครหาคนร้าย มันจะไม่หยุดแค่ว่าใครฆ่าแล้วจบ ลึกลงไปในนั้น อะไรคือสิ่งที่คนคนนั้นทำ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะพาไปให้ถึงกันเผยคำใบ้อีกอย่างให้ลองขบคิด

มันคือเรื่องมนุษย์ เส้น A คือพล็อตสืบสวนสอบสวน เส้น B คือพล็อตความสัมพันธ์ของคน ซึ่งสำคัญมาก เราไม่รู้หรอกว่าถึงรึเปล่า แต่ถ้าถึงก็คือดูละครแล้วย้อนดูตัว เศษเสี้ยวในนั้นเหมือนเรา เหมือนคนในครอบครัวเรา ที่สุดเราเรียนรู้อะไรจากมันตอนจบนักเขียนที่อาวุโสสุดในทีมตบท้ายประเด็นฆาตกรรม

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

ออกแบบตัวละครจาก 9 หนุ่ม

ระหว่างที่ค้นคว้าข้อมูลและวางพล็อต โปรเจกต์ 9 X 9 ก็ออดิชันเด็กหนุ่ม 9 คนมาฝึกฝนและทดสอบทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝึกร้องเพลง เต้น และแสดง ไปด้วยพร้อมๆ กัน เมื่อการวางตัวนักแสดงเริ่มนิ่ง ทีมเขียนบทจึงเข้าไปสังเกตเวิร์กช็อปการแสดงของนักแสดงรุ่นใหม่เหล่านี้

คนที่โดดเด่นก็จะเด่นตั้งแต่อยู่ในคลาส คนนี้ดูร้ายๆ คนนี้สุขุม คนนี้ร่าเริง มันเริ่มเห็นชัดขึ้น พอเรารู้ว่ามี 9 คนแน่ๆ เราก็สร้างตัวละครจากเขา

กันเล่าความประทับใจที่ทำให้ทีมเขียนบทตัดสินใจเลือก ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร กับ เจเจกฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาเป็นศัตรูคู่หลักในศึกของตระกูลจิระอนันต์

วันหนึ่งมีแบบฝึกหัดขอเก้าอี้ระหว่างต่อกับเจเจ ต่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ เจเจต้องทำยังไงก็ได้ให้ได้เก้าอี้มา เจเจพูดว่าพี่คือคนที่เก่งมาก วันหนึ่งผมจะไปอยู่ในระดับพี่เหมือนกับเป็นเป้าหมายของเขา เรารู้สึกว่าเคมีมันได้มาก ทั้งคู่ตัวสูงใกล้กัน ตี๋เหมือนกัน เราเริ่มเชื่อแล้วว่าถ้าทั้งคู่เป็นพี่น้องในตระกูลจีน จะห้ำหั่นเป็นขั้วตรงข้ามกันได้ ดีเทลอื่นๆ ก็เริ่มก่อขึ้นมา บ้านนี้ลูกคนเดียวมั้ย ไอ้ไอซ์ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) หน้ามึงต่างจากคนอื่นที่สุด มึงต้องไปเป็นลูกบ้านเล็กแล้วแหละ

ตัวละครอื่นๆ ถูกวางตามโครงสร้างบท โดยนักแสดงรุ่นใหญ่ทั้งรุ่นอาม่าอากงและรุ่นพ่อแม่ผ่านจอแก้วจอเงินกันมาโชกโชน พวกเขาคือจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมบทบาทให้น่าเชื่อถือและน่าลุ้นติดตามมากยิ่งขึ้น ความเอ็นดูหนุ่มๆ ลูกบ้านนั้นบ้าง บ้านนี้บ้าง พ่วงมากับความคิดถึงฝีไม้ลายมือการแสดงของป๊าม้าทั้งนั้น

เลือดข้นคนจาง
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

แซ่บแบบละคร แต่ละเอียดอ่อนแบบภาพยนตร์

เลือดข้นคนจาง เป็นละคร Soap Opera เรื่องแรกของนาดาว บางกอก

ไม่ใช่ซีรีส์วัยรุ่น ไม่ได้จับแค่กลุ่มคนดูวัยหนุ่มสาวเหมือนเดิม ทั้งที่ผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงานล้วนถนัดการทำหนังและซีรีส์ครองใจวัยรุ่นมาตลอด สิ่งที่ทำให้พวกเขาเอาชนะใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ครั้งนี้คือการเลือกแข่งในสนามของตัวเอง เขียนงานแบบที่ตัวเองเชื่อและผู้กำกับชอบให้ดีที่สุด

เราไม่ได้คิดว่าเราจะไปสู้กับใคร เราไม่ใช่คนประเภทเขียนบทเมียน้อยแย่งผัว พี่ย้งก็ไม่ใช่ แม้เราอยากทำละครตบตีแบบนั้น เราก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าละครแบบนั้นไม่ดีนะ แต่เรามีรสนิยมอีกแบบ คือรสนิยมแบบภาพยนตร์มีน มือเขียนหนังและซีรีส์วัยรุ่นกล่าวอย่างจริงใจ

มันยากไปสำหรับเรา มันต้องคิดอีกแบบ บทพูดประเภทน้ำหน้าอย่างหล่อนเหรอ ใช้สารส้มล้างยังไม่หมดคาวเลยอะไรแบบนี้เราเขียนกันไม่ได้ เขาไปถึงเบอร์เอาแกงกะหรี่ราดแล้ว เรายังแกงจืดอยู่เลยอ้ำ มือเขียนบทอิสระที่ถนัดประเด็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเอ่ย

ละครของนาดาวจึงมีลักษณะแบบลูกผสม มีพล็อตเมโลดราม่าหนักๆ แบบละครหลังข่าว ขยี้ขนบที่เป็นปมของคนดู มีการเล่าเรื่องด้วยเสียง ตัวละครพูดเยอะขึ้น ใส่สกอร์เพลงเยอะขึ้น เพื่อดึงความสนใจคน แต่ยังคงรสนิยมแบบหนัง จัดวางภาพประณีต ถ่ายทำอย่างเนี้ยบกริบ และให้ความสำคัญกับการตัดต่อด้วย ภาพที่ออกมาจึงแปลกตาและคราฟต์แบบภาพยนตร์

“ผลตอบรับดีเท่าที่คิดไว้นะ ในความคิดเรา พี่ย้งทำได้อีกแล้ว สิ่งที่เขาพยายามทำให้เกิดขึ้น พอไปถึงคนดู เขาอินกับจุดนี้จริงๆ บางอย่างเราคิดว่าทำไมเขาต้องละเอียดขนาดนี้ อย่างซีนเรียงแถวในงานศพ เรารู้สึกว่าในหนังไม่มีเวลาเล่าลำดับทุกอย่างหรอก แต่พอพี่ย้งบอกว่า ต้องเล่า เราก็เห็นว่า เออ คนอินกับจุดนี้จริงๆ เขารู้ว่าต้องทำยังไงคนถึงจะอินได้ เราเองก็สนุกเหมือนกันที่เห็นว่าพี่ย้งทำอะไรออกมาขายบ้าง หรือเขาพยายามแมสขึ้นยังไงแฮมเอ่ย

ทีมบทประสานเสียงอย่างมั่นใจว่าเลือดข้นคนจางที่เราได้เห็นไปไม่กี่ตอนเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น กว่าจะถึงตอนที่ 18 ที่เป็นตอนจบ จะยังมีเรื่องอีกแยะให้ติดตามแน่ๆ

ทุกปัญหามีทางลงของมัน จะมีความหวังในสถาบันครอบครัว เป็นความตั้งใจของพี่ย้งเลย เขาจะไม่จบอย่างหดหู่ ปัญหาจะต้องถูกแก้ได้ เขาบอกว่ากูชอบความหวัง’”

มีนตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ บทสรุปของ เลือดข้นคนจาง จะเป็นอย่างไร เราคงต้องหาคำตอบกันจากในหน้าจอ

แต่สิ่งที่เรามั่นใจตั้งแต่ละครเริ่มฉาย คือการก้าวมาสร้างสิ่งใหม่โดยไม่ยึดติดขนบเดิมของนาดาว บางกอก สร้างความสนุกและกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงในวงการละครขึ้นมาอีกครั้ง

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
668

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load