9 Jun 2018
6 PAGES
1 K

ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมาเยือนโรงแรมด้วยเหตุผลอื่นนอกจากไปพักอาศัยมาก่อน จนกระทั่งได้รู้จักงานที่ชื่อ Hotel Art Fair

อธิบายอย่างกระชับ, Hotel Art Fair คืองานอาร์ตแฟร์ที่จัดในโรงแรม โดยใช้ห้องพักแต่ละห้องเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ คล้ายการย้ายแต่ละแกลเลอรี่มาอยู่ในห้องแต่ละห้อง โดยในแต่ละปีจะหมุนเวียนเปลี่ยนโรงแรมไปเรื่อยๆ ซึ่งปีนี้จัดที่โรงแรม 137 Pillar Suites & Residences Bangkok ในซอยสุขุมวิท 39

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

ในฐานะผู้ที่เคยไปร่วมงาน Hotel Art Fair มีเรื่องน่าสนใจหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการได้พบเจอตัวละครหลากหลายในวงการศิลปะ ทั้งแกลเลอรี่ ศิลปิน นักสะสม และคนในวงการสร้างสรรค์ มารวมตัวในสถานที่ที่แตกต่างจากที่คุ้นเคย หรือการได้สังเกตการจัดการพื้นที่ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดอย่างโรงแรม

งานศิลปะชิ้นใหญ่ขนย้ายอย่างไร ผนังห้องห้ามเจาะจะแสดงงานอย่างไร เตียงห้ามย้ายจัดการอย่างไร หรือในพื้นอันแสนจำกัดจะจัดสรรพื้นที่อย่างไร

สิ่งเหล่านี้ล้วนอาศัยไหวพริบและการแก้ปัญหาของผู้จัดแสดงงาน

ด้วยความอยากรู้ความตั้งใจเบื้องต้นและวิธีคิดเบื้องหลัง เราจึงนัดพูดคุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ แห่งฟาร์มกรุ๊ป (FARMGROUP) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งงานงานนี้ เพื่อถามไถ่สิ่งต่างๆ ให้คลายสงสัย ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปชมงานศิลปะที่นอนรอเราอยู่ในห้องต่างๆ

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

LOBBY

วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ

“การอยู่ด้วยกันพลังมันเยอะกว่าต่างคนต่างอยู่”

“ความตั้งใจแรกของการจัด Hotel Art Fair คือผมอยากส่งเสริมงานศิลปะและส่งเสริมธุรกิจโรงแรม ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลที่จะทำงานกับโรงแรมที่คนไทยเป็นเจ้าของ เพราะหนึ่ง มันติดต่อง่าย ได้คุยกับเจ้าของคนไทยเลย ไม่ต้องไปขอต่างประเทศ ซึ่งหลักในการเลือกหนึ่งของเราคือต้องเป็นโรงแรมที่ชื่นชมงานออกแบบ ชื่นชมศิลปะ โรงแรมที่ผ่านมาที่เราเลือกจึงมักจะเป็นโรงแรมบูทีกเล็กๆ เนื่องจากโรงแรมเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะใส่ใจเรื่องศิลปะและงานดีไซน์มากกว่า

“โรงแรมเองก็ได้ประโยชน์จากการจัดงานนี้ อย่างช่วงปี 2016 งานจัดที่ Ad Lib สุขุมวิทซอย 1 ซึ่งก่อนหน้านั้นคนก็ไม่รู้ว่าในซอยนี้มีโรงแรมสวยขนาดนี้อยู่ด้วย แต่หลังจากที่ผมไปจัดงานคนก็เต็มตลอด หรืออย่างปี 2017 ที่จัดที่โรงแรม Volve ก็ถือเป็นงาน Grand Opening ของโรงแรมไปเลย เรารู้สึกว่านี่เป็นการตอบแทนโรงแรมบูทีกที่เขาใส่ใจกับดีไซน์ ทำให้คนได้รู้จักเขามากขึ้น

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ที่ผ่านมาผมทำเรื่อง Event Design ทำเรื่อง Experience Design อยู่แล้ว การทำงาน Hotel Art Fair มันก็เป็นการแก้โจทย์ในทุกๆ ปี เพราะโรงแรมเปลี่ยนไปทุกครั้ง ทุกงานมันเป็นการเรียนรู้ใหม่ มาปีนี้เงื่อนไขมันอาจจะเปลี่ยนไป สิ่งที่เรียนรู้จากปีที่แล้วอาจจะใช้ไม่ได้ แต่สิ่งที่อยู่กับเราตลอดคือแกลลอรี่หรือศิลปินที่มาเช่าห้องต่อจากเรา เราก็เรียนรู้ในการปฏิบัติตัวกับเขา เรามองว่าเขาไม่ใช่ผู้เช่า แต่มองเขาเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่มีเขาก็ไม่มีเรา เราก็พัฒนาความสัมพันธ์ตรงนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันค่อนข้างสำคัญนะ เพราะการอยู่ด้วยกันตรงนี้พลังมันเยอะกว่าต่างคนต่างอยู่

แกลเลอรี่แต่ละแห่งที่มาร่วมแสดงงานเขาก็ไม่ได้คิดว่ามาแข่งขันกันนะ แต่เขามองว่าได้มาเจอกัน มาคุยกัน ว่าทำอย่างไรศิลปะมันถึงไปได้ ทำอย่างไรศิลปะมันถึงจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศได้ การที่เขาได้มาอยู่ด้วยกันที่นี่สามวันมันเอื้อให้ทุกคนทำงานเป็นทีม เอื้อให้ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แล้วผมหวังว่ามันจะสร้างมาตรฐานอะไรบางอย่างได้

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ในการไปเชิญชวนศิลปินมาผมต้องใช้งานปีที่ผ่านๆ มาเป็นพอร์ตฟอลิโอ ทำให้เขาเห็นว่ามาร่วมงานนี้แล้วคุ้ม ยกตัวอย่างปีที่แล้วเราเชิญศิลปินกัมพูชามาทำ Live Painting ในงาน ซึ่งเขาก็แฮปปี้มาก จนปีนี้เขาก็ติดต่อมาเองว่าอยากจะมาเช่าห้องกับเรา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยืนยันว่างานมันสำเร็จจริงๆ

“ส่วน Joan Cornellà เป็นเพื่ิอนกับผม ตอนที่ผมไป Art Basel ที่ฮ่องกงก็ไปปาร์ตี้ด้วยกันมาเลยคุยกับเขามาตั้งนานแล้วว่าถ้าเกิดจัดงานนี้อีกครั้งก็อยากชวนมา เพราะว่าคนไทยชอบงานคุณเยอะ เขาก็มาในฐานะเพื่อนเลย ไม่ได้เอาแกลเลอรี่ ไม่ได้เอาผู้จัดการมา แล้วงานที่เขาเอามาก็ค่อนข้างพิเศษ เป็นงานชิ้นเล็กซึ่งสวยมาก แล้วราคาก็น่าจะจับต้องได้สำหรับตลาดไทย

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ปีนี้เราจะจัดที่โรงแรมชื่อ 137 Pillar Suites & Residences Bangkok เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่เคยจัดงานมา โดยเราจะมีงานจัดแสดงทั้งหมด 34 ห้อง ซึ่งห้องที่ใหญ่ที่สุดของปีที่แล้วยังไม่เท่าห้องเล็กสุดของปีนี้เลย

ตัวโลโก้เราดีไซน์ขึ้นมาใหม่ตามชื่อโรงแรม 137 Pillar Suites & Residences Bangkok ซึ่ง Pillars แปลว่าเสา ในขณะเดียวกันปีนี้เราจัดชั้นบน เมื่อมองผ่านกระจกออกไปก็จะเห็นวิวกรุงเทพฯ มุมสูง ผมเลยรู้สึกว่าการขึ้นมาบนตึกสูงเป็นการเปรียบเปรยคล้ายๆ ว่าศิลปะไทยกำลังยกระดับขึ้น เราเลยมีคอนเซปต์ที่ใช้กันภายใน คือ ‘Art in The Sky, Art in The Rise’ งานกราฟิกดีไซน์ปีนี้ทั้งหมดมันจึงเพี้ยนๆ หน่อย เพราะเราบังคับให้อ่านจากล่างขึ้นบน ทุกอย่างเหมือนเดินขึ้นลิฟต์

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ข้อจำกัดในการจัดงานที่โรงแรมคือเราไม่สามารถย้ายเตียงออกจากห้องได้ แล้วทางโรงแรมเขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะต้องมีของชิ้นใหญ่ผ่านประตูนอกจากคนกับกระเป๋าเดินทางเข้าไป แต่พอเราจัดงานศิลปินบางคนก็จะถามว่าเอาเตียงออกได้ไหม ผมจะเอารูปปั้นใหญ่มา ซึ่งข้อจำกัดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ถือเป็นสิ่งท้าทายที่เราต้องคุยกับผู้จัดการของโรงแรมว่าทำได้ไหม

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“อีกเรื่องหลักๆ คือโรงแรมห้ามเจาะผนัง แต่งานศิลปะมันต้องห้อย ถือเป็นความท้าทายของทุกคนที่ต้องคิดว่าจะมีทริคอะไรบ้าง ส่วนผมมีหน้าที่แค่คุมกฎเกณฑ์เบื้องต้นว่าของตรงนี้อย่าทำให้เสียหายนะ แบบนี้ทำไม่ได้นะ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของแกลเลอรี่กับศิลปินแล้วว่าเขาจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร

“ปีนี้เราต้องพึ่งพาลิฟต์ขนของเยอะ เราต้องไปดูว่าลิฟต์ขนของใหญ่แค่ไหน เอาอะไรขึ้นได้บ้างอันนี้ต้องยกเครดิตให้ทีมงานที่ต้องจัดตารางเซ็ตอัพ 34 ห้องให้คนร้อยกว่าคนทยอยขึ้นมา

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ผมว่าวงการศิลปะไทยเพิ่งจะผ่านช่วงที่ซบเซามา เพราะเราเพิ่งผ่านช่วงของความโศกเศร้าและประเทศเราก็อยู่ในช่วงที่อึมครึมไม่รู้ว่าจะไปทางไหนด้วย แต่เรามองมันในแง่ดีนะ เพราะถ้าเราดูประวัติศาสตร์ศิลป์ในโลก ศิลปะที่เกิดขึ้นมันสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมตอนนั้น เหมือนศิลปินบันทึกความรู้สึกเอาไว้ และช่วงนี้ศิลปินมีแรงบันดาลใจเยอะมาก บางคนก็มองในแง่ดีว่าตอนนี้เราอยู่ในจุดต่ำสุดที่กำลังจะมีแต่ขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นได้จากหลายงานเลยที่ศิลปินมักจะเสอนความคิดเห็น ปลดปล่อยความรู้สึก สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ หรือสื่อสารอะไรก็ตาม

“มีอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นคือช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมามีศิลปินเกิดใหม่เยอะมาก อาจจะเพราะว่าสตรีทอาร์ตทำให้ศิลปะเชื่อมโยงกับผู้คนมากขึ้น ไม่ได้อยู่เฉพาะแค่ในแกลเลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งประเทศเราก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว หลังๆ เราเลยเริ่มเห็นว่าโซเชียลมีเดียมันทำให้เราได้พบกับศิลปินไทยใหม่ๆ ซึ่งผมมองว่าดีกว่าที่สิงคโปร์ด้วยซ้ำ

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมประทับใจ คือปีที่แล้วมีคนมางานแล้วได้จับจ่ายซื้องานศิลปะที่ชอบ ผมเห็นเขากอดรูปวาดอันหนึ่งอยู่ ห่อไว้เรียบร้อย ผมก็เลยไปชวนคุยว่าวันนี้ได้อะไรไปครับ ชอบไหมครับ เขาก็บอกว่าเห็นงานนี้ในอินเทอร์เน็ตมานาน หามานานไม่รู้ว่าจะไปซื้อที่ไหน วันนี้มาเดินงานนี้อยู่ดีๆ ก็เห็นคนเอางานนี้มาโชว์ ดีใจมากเลย คือก่อนหน้านี้เขามีเงินแค่ไหนก็ไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อที่ไหนได้ ผมเลยรู้สึกว่าตอนนี้ศิลปะกับศิลปินไทยอยู่แต่ในเฟซบุ๊กไม่ได้ หรือจะรอวันที่แกลลอรี่โทรมาเพื่อให้คุณมีโซโล่โชว์มันไม่ได้ มันต้องมีอะไรแบบนี้ให้คนมาแสดงความสามารถให้คนอื่นเห็น

“สุดท้ายผมว่าศิลปะมันเป็นเรื่องดีสำหรับชีวิตเรานะ ผมว่าคนคนหนึ่งต้องมีดนตรีมีศิลปะอยู่ในชีวิต มันทำให้คนอ่อนโยนกับโลกมากขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ใช่นักสะสมก็ไม่ต้องมาซื้องานก็ได้ แค่มาเดินเพื่อมาเสพ มาลองดู ให้ศิลปะทำหน้าที่ของมัน ผมว่าเขาก็น่าจะได้อะไรกลับไปเยอะแล้ว

“ศิลปะอยู่บนโลกมาเป็นพันๆ ปีแล้ว แล้วมันก็ยังคงอยู่ต่อไป เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา และผมว่าการที่เรามีศิลปะเข้ามาในชีวิตมันมากขึ้นจะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น”

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

ROOM 2901

ผู้เข้าพัก : อาจารย์กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย

“การที่จัดในโรงแรมผมมองมันเป็นข้อดีนะ เพราะบางครั้งการที่เราจัดแสดงงานศิลปะในแกลเลอรี่มันจะขาวๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย การดิสเพลย์ในโรงแรมมันอาจจะยากกว่า แต่ในแง่ของผู้เสพ เขาจะจินตนาการออกว่าเวลางานศิลปะอยู่ในห้องของเขาหน้าตาจะเป็นยังไง มันมีสิ่งแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยอยู่ ก็เลยตอบโจทย์ว่าถ้าชิ้นนี้ไปอยู่ที่บ้านฉัน มันจะเข้ากันไหม มันจะเหมาะมั้ยกับพื้นที่ของตัวเอง

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

“ผมว่างานแบบนี้จำเป็น จริงๆ คนไทยมีความสามารถเยอะมาก แต่ไม่มีพื้นที่รองรับ แล้วการที่มีอีเวนต์แบบนี้ มันเป็นการเปิดพื้นที่รองรับให้กับคน แล้วมันจะเกิดขึ้นทุกๆ ปี อย่างน้อยมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้คนรุ่นหลังได้มีช่องทางในการที่จะพรีเซนต์ตัวเองออกไป

“ศิลปะทำให้คนเริ่มมองเห็นความงาม เริ่มเห็นว่าตัดต้นไม้แบบนี้ไม่ถูกนะ มันไปกระทบกับเรื่องของชีวิต ทั้งการทานอาหาร วิธีการแต่งตัว การออกแบบอาคาร สถานที่ ทุกอย่างเหมือนมันบ่มเพาะมาจากศิลปะล้วนๆ บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำแต่มันเข้าไปอยู่ในตัวแล้ว

“พอเราเริ่มมองหาความงาม มันทำให้บ้านเมืองของเราสวยขึ้นๆ แต่งานศิลปะพวกนี้มันริ่มจากข้างในใกล้ตัวเราก่อน”

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

ROOM 3203

ผู้เข้าพัก : Joan Cornellà

“ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานนิตยสารมาก่อน ช่วง 5 – 6 ปีหลังมานี้เพิ่งหันมาทำงานศิลปะอย่างจริงจัง เพราะผมรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมทำได้ดี ถึงอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะตั้งตัวได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าให้ไปทำอย่างอื่นจะทำได้หรือเปล่า

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาจัดงานร่วมกับ Hotel Art Fair เพราะว่าผมรู้จักกับผู้จัดงานมาก่อน อีกอย่างหนึ่งคือผมกำลังจะมีนิทรรศการที่กรุงเทพฯ อีกรอบด้วย เลยคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาร่วมงานนี้”

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

เช็กอินโรงแรมใจกลางเมือง คุยกับ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ เรื่องเบื้องหลังงาน Hotel Art Fair 2018

ภาพ:  นัทธมน แก้วแป้นผา

Hotel Art Fair 2018

สถานที่ : โรงแรม 137 Pillars Suits & Residence ซอยสุขุมวิท 39

วันที่ 9-10 มิถุนายน 2661 เวลา 11.00-23.00 น.

CONTRIBUTORS

เอม มฤคทัต

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ที่อยากจะลองทำงานเขียน หลงรักทุกอย่างที่เป็นสีพีชและภาพยนตร์จิบลิ มีความสามารถพิเศษในการกินข้าววันละ 5 มื้อ

นัทธมน แก้วแป้นผา

เด็กภาพยนตร์ที่ชอบการถ่ายภาพมากกว่าดูหนัง