ขณะที่ตัวเรามองหาชีวิต Work-life Balance ธุรกิจเองก็ต้องการ Work-heart Balance

มากกว่าการบริการที่เป็นหัวใจหลักของการประกอบธุรกิจ คือการใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเองให้บริการลูกค้าจนเกินหน้าที่ หรือเป็นพาร์ตเนอร์ที่พร้อมแนะนำสิ่งที่เหมาะสม ตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้า

The Cloud จึงชวนคุณมาทำความรู้จักกับ 4 ผู้ประกอบการจาก 4 กิจการที่นอกจากจะ Work Hard แล้วยัง Work-heart Balance อีกด้วย ทั้งนักบันทึกความทรงจำผู้เล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายสุดคราฟต์ เจ้าของร้านหนังสือและนิตยสารอิสระผู้เก่งกาจในการคัดสรรหนังสือเท่ๆ นักสะสมความทรงจำของอดีตที่อัพเดตเทรนด์ตลอดเวลา และที่ปรึกษาการลงทุนผู้ให้บริการด้วยความยินดี

ตามไปดูวิธีคิดและทำธุรกิจด้วยหัวใจของผู้ประกอบการที่มีหัวใจด้วยกัน

1

ช่างภาพผู้รับงานถ่ายภาพงานแต่งงานเพียง 30 งานต่อปี

การบริการด้วยหัวใจของ โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี หรือ OAT-CHAIYASITH
เจ้าของสตูดิโอ PAAP Production & Studio และ Next Photographic

ทำธุรกิจ

หากเราจะเรียก โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ว่า ‘ศิลปิน’ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะงานทุกงานของเขาประณีตไม่ต่างจากงานของจิตรกรมากฝีมือ ซึ่งนับจนถึงวันนี้ โอ๊ตอยู่ในวงการถ่ายภาพมา 15 ปีแล้ว

จุดเริ่มต้นจากการทำงานที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยพื้นฐานการเรียนด้านการออกแบบ ทำให้เขาตั้งคำถามด้วยปัญหาก่อนเสมอ เขาสังเกตภาพงานแต่งงานของคู่รักจากต่างประเทศด้วยความรู้สึกของภาพที่ช่างกินใจ ดื่มด่ำ และเข้มข้น เหลือเกิน แต่เมื่อตัดกลับมาที่ประเทศไทย “ยืนตรงแบ็กดร็อปนะครับ ยิ้มนะครับ แชะ!”  “ผมนับถึงสามยกมือกดไลก์นะครับ แชะ!”

หลังจากตั้งคำถาม เขากลับมาวิเคราะห์และตกตะกอน พร้อมกลับมาเมืองไทยด้วยความคิดใหม่ แม้คนจะมองว่าการถ่ายภาพงานแต่งงานแบบ OAT-CHAIYASITH มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ทำมาหากินในประเทศที่ชอบภาพสไตล์เดิมๆ ไม่ได้หรอก

แต่เขาพิสูจน์แล้วว่ามีคนต้องการและมองหาสิ่งนี้เหมือนกันกับเขา

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ธุรกิจที่มีจุดยืนว่าจะเป็นศิลปินที่คราฟต์ช่วงเวลาและวันพิเศษของลูกค้า

“เราเรียกบริการถ่ายภาพของเราว่า Documentaly Wedding Photography คนเราแต่งงานวันเดียว มีวันพิเศษแค่วันนั้นวันเดียวในชีวิต เรากำลังได้รับมอบหมายให้เล่าเรื่องราวในวันพิเศษที่สุดของคนคู่หนึ่ง เราให้ความสำคัญกับช่วงเวลานั้น เพราะมีเงินมากเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ แนวคิดในการทำธุรกิจจึงต่างออกไป เราจะเป็นศิลปินที่คราฟต์วันพิเศษของเขาออกมาผ่านภาพถ่าย ให้เป็นเหมือนไทม์แมชชีนที่จะพาเขากลับไปสู่ห้วงความรู้สึกนั้นเพียงเขาได้ดูภาพของเรา”

เมื่อโจทย์ของเขาต่างออกไปจากตลาดช่างภาพประเทศไทย การทำงานย่อมแตกต่างไปด้วย

ในโลกของทุนนิยม แน่นอนว่าธุรกิจส่วนใหญ่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่โอ๊ตเดินสวนทาง เขาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ด้วยการรับงานถ่ายภาพเพียง 30 งานต่อปี

“เมื่อเราจำกัดงานแค่ 30 งานต่อปี เราสามารถใส่ใจกับทุกองค์ประกอบได้มากกว่า เพราะเราทำสิ่งที่เหนือกว่าการถ่ายภาพ เราเล่าไปถึงความเป็นตัวตนของเขา งานของเราจึงต้องใช้เวลา เราคราฟต์งานออกมาเป็นเดือน เราตกตะกอน ดูแล้วดูอีกเพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาดีที่สุด เวลาลูกค้าได้งานเราไป ไม่ใช่ได้แค่ภาพสวย แต่เขาได้วินาทีนั้นกลับมา ได้รอยยิ้มนั้นกลับมา ได้แววตาจากคนที่เขารักกลับมา เพราะฉะนั้น การทำธุรกิจของเราคือการเห็นคุณค่าของเวลา”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

ไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก แต่เอาตัวตนของลูกค้าเป็นหลัก

“ภรรยาเคยถามว่า ทำไมไม่หาคนมาช่วย งานของเราคืองานศิลปะ ช่วยไม่ได้ทุกอย่างหรอก อย่างเลโอนาร์โด ดา วินชี เขาคงไม่ให้คนอื่นมาวาดรูปให้แล้วบอกว่าเป็นของตัวเอง มันควรจะออกมาจากตัวตนของเรา ความคิดของเรา เขาสามารถจะช่วยเราเตรียมผ้าใบ แต่เขาไม่สามารถจบงานได้เหมือนเรา

“เราเล่าเรื่องด้วยภาพเพียงภาพเดียว ไม่มีเสียงประกอบช่วย ไม่มีการขยับหรือเคลื่อนไหว ตอนลูกค้าได้รับภาพแล้วน้ำตาซึมเยอะมาก เราพาเขากลับไปสู่ช่วงเวลาของวันนั้นได้ เป็นแบบนั้นเพราะเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก เราเอาความเป็นตัวตนของลูกค้าเป็นหลัก เล่าผ่านความจริงของเขา

“เมื่อไหร่ที่เรื่องราวมันจริงคนสัมผัสได้เสมอ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอินกับเรื่องราวความรู้สึกของคนอื่น Imperfect is perfect เป็นคำที่เราพูดตลอดเวลา ชีวิตเราไม่มีอะไรสมบูรณ์ คนนะไม่ใช่โฆษณา หันมาทุกมุมแล้วจะสวยหมด ชีวิตจริงของเราคือรอยยิ้ม มันธรรมดามาก เราทุกคนเพอร์เฟกต์ที่เป็นตัวของตัวเอง เราเป็นเพอร์เฟกชันนิสนะ แต่ก็เชื่อในความไม่สมบูรณ์ของชีวิต”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

3 หัวใจของการบริการที่ทำให้ OAT-CHAIYASITH แตกต่าง

นอกเหนือจากบริการถ่ายทอดเรื่องราวสุดพิเศษด้วยภาพถ่ายของ OAT-CHAIYASITH เขายังมีบริการโปรดักชันและสตูดิโอถ่ายภาพครบวงจรจาก PAAP Production & Studio และ Next Photographic กิจการน้องใหม่ล่าสุดสำหรับคนรักการถ่ายภาพ

“การบริการของทุกกิจการภายใต้แบรนด์ OAT-CHAIYASITH เราจะเอาใจลูกค้ามาใส่ใจเรา เราคิดเสมอว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราต้องการอะไร เราจะไม่คิดเพียงว่าเราทำงานให้กับเขา แต่เราจะคิดถึงผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า สอง เราตั้งมาตรฐานระดับสูงให้กับลูกค้าเสมอ สาม เราจะไม่ตกเป็นทาสของทุนนิยม เราไม่ต้องการขยายการผลิตจนเป็นเครื่องจักร แต่เราสร้างมูลค่ากับสินค้าและการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งหมดเป็นหัวใจหลักในการบริการของเรา”

2

ร้านหนังสืออิสระที่เชื่อในหนังสือที่ดีและขายหนังสืออย่างตั้งใจ

การบริการด้วยใจจริงและจริงใจของ อาร์ท-สิโรตม์ จิระประยูร
เจ้าของร้านหนังสือ The Booksmith และ The Papersmith by The Booksmith

ทำธุรกิจ

ก่อนจะเปิดร้านหนังสือเฉพาะทางเขาคลุกคลีกับหนังสือมาเนิ่นนาน อาร์ท-สิโรตม์ จิระประยูร เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียบุ๊คส์ จำกัด จนมีทิศทางของตนเองจึงออกมาเปิดร้านหนังสือซึ่งเป็นความฝันตั้งแต่สมัยวัยเรียน ประจวบเหมาะเขาเจอร้านให้เช่าย่านนิมมานเหมินท์ จึงเกิดเป็น ‘The Booksmith’ ร้านหนังสือร้านแรกของเขาก่อนจะทยอยเพิ่มจำนวนหน้าหนังสือจนปัจจุบันมีมากถึง 7 สาขา

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

แผนธุรกิจที่รัดกุมรักษาจิตวิญญาณความเป็นร้านหนังสือ

“เราเป็นร้านหนังสือกึ่งเฉพาะทาง เราอยากให้รายได้หลักมาจากการขายหนังสือเป็นหลัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่หนังสือ Non-book มีรายได้จากการขายเกินกว่า 10% เราจะทำการคุมกำเนิดทันที แสดงว่าเราจะต้องหาให้เจอว่าปัญหาของหนังสือคืออะไร แล้วแก้ปัญหารายได้หลักของธุรกิจก่อน

“เราจะไม่มองเฉพาะบรรทัดแรกว่าร้านมีรายได้เพิ่มขึ้นนะ แต่เรามองบรรทัดสุดท้ายว่ารายได้มาจากอะไรบ้าง ฉะนั้น รายได้หลักเราต้องมาจากหนังสือเพราะเราเป็นร้านหนังสือ ถ้ามัวโลดเต้นดีใจกับรายได้บรรทัดแรก เราจะมองว่า ‘งั้นขายอะไรก็ได้เพื่อเงิน’ จิตวิญญาณความเป็นร้านหนังสือจะหลุดทันที”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

คัดสรร ขาย และกระจายความเสี่ยง

กระบวนการทำงานของธุรกิจหนังสือไม่ได้ซับซ้อน ออกจะตรงไปตรงมาเสียด้วยซ้ำ เราดูแคตตาล็อกหนังสือ คัดหนังสือ สั่งหนังสือ พอหนังสือมาก็ขาย ขายไม่ได้ก็ส่งต่อไปยังสาขาอื่นก่อน สุดท้ายก็ทำหนังสือเสนอสถาบัน ส่วนหนังสือที่เราเอาลงจากชั้นวางมันมีทางไปเสมอ เพราะเรามีสาขา และเราจัดหนังสือให้กับ TCDC และสถาบันการศึกษา เราจัดส่งตามรายการที่มีให้เขาเลือก บางทีหนังสือที่เราเลือกมามีเนื้อหาหนักมากจนไม่เหมาะกับการขายปลีก มันเหมาะกับการเป็นหนังสือห้องสมุดมากกว่า

“เราเป็นคล้ายกับ Supply Chain ต้องมีหนังสือให้ครบจนถึงปลายน้ำ เป็นเหตุผลว่าทำไมร้านหนังสือจะต้องขยายสาขา เพราะการขยายสาขาคือการกระจายไข่ให้ไปอยู่หลายตะกร้า หนังสือมีทางหมุนเวียน ความจริงหนังสือก็เหมือนแฟชั่น ร้านหนังสือไม่สามารถมีหนังสือเล่มเดิมอยู่ได้ ในขณะที่คอนเทนต์ใหม่ออกมาทุกวัน อย่างนั้นเราจะกลายเป็นร้านหนังสือที่โอลด์แฟชั่น เราจำเป็นต้องมีของใหม่ ฉะนั้น ของใหม่จะเข้าไม่ได้ถ้าของเก่าไม่ออก การขยายสาขาถือเป็นการให้โอกาสหนังสือใหม่เข้ามา”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ร้านหนังสือเพื่อนคุย

“เรามองว่าลูกค้าก็คือลูกค้า และลูกค้าก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง การสื่อสารบางอย่างต้องนุ่มนวลกันบ้าง ไม่ได้เป็นธุรกิจไปเสียหมด ต้องมีการพูดคุยและสื่อสาร ถ้าลูกค้าได้คุยในประเด็นหรือเนื้อหาที่โดนใจเขา เขาจะอยากกลับมาอีก หลังจากนั้น 10 ครั้งเขาอาจจะไม่เจอใครที่คุยกับเขาเรื่องหนังสือ แต่มันบันทึกลงไปในใจเขาแล้ว การสร้างความประทับใจแรกนั้นสำคัญ เขาจะมาเป็นร้อยครั้งแล้วมาลองครั้งที่ 2 ที่ 3 เราว่ามันช้าไป

“ถ้าลูกค้าเข้ามาในร้านทุกครั้งแล้วเราปฏิบัติกับเขาด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกันตั้งแต่ครั้งแรก ให้ข้อมูลอย่างที่เราอยากให้ เหมือนที่เราอยากคุยกับคนรู้จัก ถ้าให้ลูกค้าเขาเลือกหนังสือคนเดียวมันก็ดูใจไม้ไส้ระกำไปเสียหน่อย พอลูกค้าหยิบหนังสือขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง เราลองถามหรือลองคุยกับเขาบางทีหนังสือเล่มเดียวกัน เราก็บอกเขาว่าอย่าซื้อเลยเล่มนี้ ซื้ออีกเล่มดีกว่า ถ้าเราซื่อสัตย์กับเขา บางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ ลองคุยกับเขาดูก่อน เราว่านั่นคือบริการที่ลูกค้าต้องการจากร้านหนังสือ”

3

ร้านขายของเก่าที่อัพเทรนด์ใหม่ตลอดเวลา

การบริการด้วยใจรักของ ต๋อง-สุพจน์ ศิริพรเลิศกุล
เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน PAPAYA STUDIO

ทำธุรกิจ

ของสะสมกว่าแสนชิ้นของ ต๋อง-สุพจน์ ศิริพรเลิศกุล บนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร มีตั้งแต่ถ้วยถังกะลังหม้อจนถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะของดีจากดีไซเนอร์ชื่อดัง ของเก่าเก็บจากทั่วทุกมุมโลกล้วนบรรจุอยู่ในโกดังห้องยักษ์ บอกเลยว่าขายทุกชิ้น! ไม่มีชิ้นไหนไม่ขาย พ่วงด้วยบริการเช่าสินค้าและสตูดิโอสำหรับถ่ายโฆษณา มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ ครบจบในสถานที่เดียว

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

โกดังของสะสมที่มีของทุกอย่างครบ จบในที่เดียว

“ก่อนหน้านั้นเราเป็นสถาปนิก ของทั้งหมดเก็บสะสมส่วนตัวตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นงานอดิเรกของเรา เราสะสมของเพราะใจรัก ทำมาเกือบจะ 30 ปีแล้ว ร้านเราขนาดใหญ่ของเยอะ รายได้มาจากการเช่าสินค้าเป็นส่วนใหญ่ เวลาลูกค้าขาดของเข้าฉาก เขามาร้านเราจะได้ของครบ มาครั้งเดียวแล้วจบ คนวงการโฆษณา ภาพยนตร์ จะรู้จักเราดีเลย ลูกค้าอีกกลุ่มจะเป็นคนชอบสะสมและชอบของตกแต่งบ้าน”

จุดเด่นของปาปาย่า สตูดิโอ คือความหลากหลายของสินค้า เท่จนเก๋ แปลก และไม่เหมือนใคร

“ความเป็นตัวตนเราแข็งแรงและชัดเจน ถ้าลูกค้านึกไม่ออกว่าอยากได้อะไรมาตั้งสักมุมหนึ่งของบ้าน เขาอาจมาเดินร้านเราเพื่อมองหาไอเดีย ถ้าเป็นดีไซเนอร์แล้วมีของในใจ ส่วนใหญ่มาเดินแล้วจะเจอ บางทีลูกค้าหยิบของมาถามว่าราคาเท่าไหร่ เราก็ใจหาย ชิ้นนั้นเราชอบ เราจะบอกราคาแพงนิดหนึ่ง ภาวนาว่าอย่าซื้อไปเลย (หัวเราะ) จะเป็นสไตล์นั้น แต่ของเราขายทุกชิ้น”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

ศิลปะการขายของเก่า

“เรามีความสุขมากกับการซื้อของ การขายไม่ค่อยชอบ ถ้าบอกให้ไปซื้อของเรามีความสุขที่สุดเลย แล้วไม่เหน็ดไม่เหนื่อยด้วยนะ เราจะไปหาของและอัพเดตของจากต่างประเทศทุกเดือนเมษายน ส่วนใหญ่จะไปแถบประเทศยุโรปทั้งหมด ร้านเราจะมีของหมุนเวียนเข้ามาตลอด เราจะมองเทรนด์ปีหน้าจากเมืองนอกและพยายามหาของแนวนั้นเข้ามา ถึงแม้จะเป็นร้านขายของเก่าแต่เราก็อัพเดตเทรนด์ใหม่ด้วย

“เวลาจะไปซื้อของเราต้องมีความรู้เรื่องของเก่า สำคัญเคย ของทุกชิ้นจะต้องมีราคาในหัวอยู่แล้ว ถ้าเรามองว่าชิ้นนี้ขายได้ 8,000 เราควรจะซื้อไม่เกิน 4,000 ถ้าโชคเข้าข้างเราซื้อของดีในราคาถูก ซื้อ 3,000 ขาย 30,000 เพราะคนขายของเก่าในโลกไม่มีใครรู้จักของหมดทุกแบบหรอก บางทีเราขายไปแล้วยังไม่เคยเจอของแบบนั้นวนกลับมาอีกรอบเลย”

นอกจากบริการขายและเช่าสินค้า อาต๋องยังใจดีให้คำปรึกษาด้านการตกแต่งบ้านและร้านค้า แถมหาของตามใจลูกค้าด้วยงบประมาณจำกัด หรือซื้อของไปนานจนเบื่อก็กลับมาเพื่อให้อาต๋องซื้อคืนก็มี

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ความสุขและความสนุกของธุรกิจร้านขายของเก่าที่อัพเดตเทรนด์ใหม่อยู่ตลอด

“งานของเรามันเหมาะกับคนใจรัก เราทำงานไม่เคยหยุดเลยนะ ทำงานเต็มจำนวน 365 วัน กลายเป็นความคุ้นเคย เรามีความสุขกับของเก่า ยิ่งอยู่ของไม่ได้น้อยลงเลย ยิ่งอยู่ของยิ่งมากขึ้น บางทีขายหนึ่งชิ้นแต่ซื้อเข้ามา 3 ชิ้น ตั้งแต่ทำมาไม่ได้เอาเงินออกนะ เอาเงินใส่เข้าไป เอาอย่างอื่นมาซื้อของใส่เข้าไป เรามองว่าของเหมือนเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง ถ้าพูดเชิงธุรกิจไม่น่าจะคุ้มด้วยซ้ำ แต่เราทำด้วยใจ

“สมมติว่าคุณอาจจะเปลี่ยนของบางอย่างในบ้าน เก้าอี้สักตัวที่ชอบนั่งเป็นประจำ เพิ่มโคมไฟสักอันเข้าไปตั้ง เวลาเข้าไปในบ้านมันให้ความรู้สึกอบอุ่น ของเก่าดีอย่างตรงใช้นานแล้วเบื่อก็ยังมีราคาอยู่ มัน Forever นั่นแหละเสน่ห์ของของเก่า”

4

การบริการด้วยความเข้าใจและเชี่ยวชาญ

จากที่ปรึกษาการลงทุนของ Citigold by Citibank

เพราะการลงทุนไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวอีกต่อไป! เราขอแนะนำให้รู้จัก ‘Citigold’ บริการการลงทุนทั้งในและต่างประเทศจาก ‘Citibank’ ด้วยบริการด้านการลงทุนที่มีเจ้าหน้าที่ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เป็นเหมือนคนสนิท คอยใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ แถมเข้าใจเราในทุกเป้าหมายการลงทุนอีกด้วย

ที่ปรึกษาการลงทุนที่มั่นใจได้

กว่าจะเป็นคนสนิทคอยใส่ใจและให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าหน้าที่ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลทุกคน ขอย้ำเลยว่าทุกคน จะต้องผ่านการสอบ LOCAL LICENSE (SINGLE LICENSE) และ INTERNAL LICENSE BY CITI AND RM Certified by Wharton เพราะฉะนั้นไว้ใจได้เลย

“เราสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจริงๆ เราบริการด้วยความจริงใจ เพราะเราเชื่อว่าการบริการที่ดีต้องออกมาจากหัวใจที่รักในการบริการ และเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล เราพร้อมที่จะช่วยลูกค้าแก้ปัญหาและมอบคำแนะนำอย่างซื่อตรง”

ตัวช่วยในการออกแบบการลงทุนอย่างเข้าใจ

“ในการทำงานของเรา เราทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าผ่านการพูดคุยด้านเพื่อทำความเข้าใจในสภานภาพทางการเงินและความต้องการทางการเงิน จากนั้นเราจะเลือกพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้ามากที่สุด โดยอาศัยเครื่องมืออัจฉริยะคอยแสดงสถานะพอร์ตการลงทุนและเป้าหมายของการลงทุน มากไปกว่านั้นเราจะมีการทบทวนพอร์ตการลงทุนว่ามีการกระจายความเสี่ยงเพียงพอหรือไม่ ด้วยเทคโนโลยี Total Wealth Advisor  ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของซิตี้โกลด์”

Heart of Gold

“ในทุกวันของการทำงานไม่มีครั้งไหนที่เราไม่สนุก เราชอบพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นกับลูกค้าหลากหลายอาชีพ เราว่ามันมากกว่าอาชีพนะ เหมือนเรากลายเป็นเพื่อนของเขาคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษา สิ่งเหล่านั้นเหมือนเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สามารถเติมเต็มความสุขให้กับเราได้ทุกวัน”

พิเศษเฉพาะลูกค้าซิตี้โกลด์ใหม่ที่สมัครออนไลน์และลงทุนในกองทุนรวม และ / หรือ ตราสารหนี้กับซิตี้โกลด์ 5 ล้านบาทขึ้นไป รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ วันนี้ – 31 มี.ค. 62

ต่อที่ 1 รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด สูงสุด 20,000 คะแนน

ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

สนใจรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิตี้โกลด์ กรุณาติดต่อ 0-2081-0999 หรือเข้าไปที่ https://citi.asia/ThScCg411

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ลูกหลานไม่รับสืบทอด 

ช่องว่างระหว่างวัยทำให้ความคิดเห็นไม่ตรงกัน 

การจัดการเรื่องระบบและความรู้สึกภายในครอบครัวเริ่มมีความซับซ้อน 

การปรับตัวไปพร้อมเทคโนโลยีในยุคที่การแข่งขันสูงคือความท้าทาย

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาล้านแปดที่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญในศตวรรษที่ 21 

แต่ในมุมมองของ ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai และตลาดหลักทรัพย์ LiVEx ปัญหาคือจุดเริ่มต้นให้คนมองหาลู่ทางไปต่อ รวมถึงสร้างโอกาสในการผลักดันให้บริษัทของตนเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากตลาดทุน

งานวิจัยทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจครอบครัวทั้งในไทยและต่างประเทศอยู่ได้เพียง 3 รุ่นก็จะหายไป การหลงเหลือถึงรุ่นที่ 4 มีโอกาสเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น 

ดังนั้น ความท้าทายในตอนนี้คือทำอย่างไรให้ธุรกิจครอบครัวซึ่งเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศได้รับการสืบทอดและอยู่อย่างมีคุณภาพต่อไปได้

ความท้าทาย ‘ภายใน’

ทำอย่างไรไม่ให้จบที่ความขัดแย้ง

หากจะเล่าให้เห็นภาพ สมัยก่อนปู่ย่าเริ่มกิจการ มีลูก 4 คน ลูกเขยและลูกสะใภ้อีก 4 คน มีหลานอีกบ้านละ 3 คน รวมทั้งหมด 22 คนใน 3 รุ่น จะเห็นได้ว่าความซับซ้อนภายในเพิ่มขึ้นทั้งช่วงวัยและความคิดที่ต่างกัน 

ปู่และย่าเริ่มต้นจากความยากจน หากมาจากจีนก็อาจมาพร้อมเสื่อผืนหมอนใบ สิ่งที่คิดถึงจึงเป็นความประหยัดและการทำงานหาเงินอย่างหนัก

ต่อมารุ่นพ่อแม่เริ่มมีเงิน มีเครือข่ายคนรู้จักทำให้กิจการเติบโต แต่ยังได้นิสัยประหยัดมา

มาถึงรุ่นลูกจะเห็นความแตกต่างคือ พ่อแม่รวยระดับหนึ่ง ชีวิตลูกสบาย บางคนได้ไปเรียนต่างประเทศ

ไม่มีวิธีคิดที่ถูกหรือผิด หากแต่เป็นความแตกต่างของมุมมองและตัวเลือกที่แต่ละรุ่นได้รับ

ความซับซ้อนของธุรกิจครอบครัวจึงเพิ่มขึ้นจากจำนวนคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ความยากในกรณีที่ต้องการให้คนในเข้ามาบริหารจึงเป็นการคัดเลือกผู้สืบทอด เนื่องจากครอบครัวมักมีความรู้สึกส่วนตัวผสมอยู่ทั้งความชอบและไม่ชอบ

ในทางตรงกันข้าม การปฏิเสธการรับสืบทอดของหลานก็มีความเป็นไปได้ พวกเขาอาจไม่ชอบธุรกิจนี้จากที่เห็นปู่ย่าต้องลำบาก พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ หรือพวกเขาอาจมีความฝันของตนเอง แต่การคัดเลือกคนนอกเข้ามาก็ไม่ง่ายเช่นกัน เมื่อปราการที่แข็งแกร่งที่สุดคือความผูกพัน คนนอกหรือจะเถียงคนในชนะ

“ประเด็นตรงนี้เป็นเรื่องของระบบการกำกับ (Governance) ทำอย่างไรที่จะแยกบทบาทระหว่างเจ้าของ กรรมการ และผู้บริหารออกจากกัน เรามีสิ่งที่เรียกว่าธรรมนูญครอบครัว (Family Charter) คือข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกเพื่อสร้างความสามัคคี”

แต่ระบบที่ดีอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ คุณประพันธ์บอกว่า ระบบควรมีควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูที่ดี เพราะหากเจอคนไม่ดีในครอบครัว หรือต้องการหาผลประโยชน์ส่วนตัว ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดคงหนีไม่พ้นการทะเลาะ หรือหนักกว่านั้นอาจนำไปสู่การแย่งมรดกหรือการใช้ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความสูญเสีย

“สำหรับการหาผู้สานต่อ ควรให้ลูกเข้ามามีส่วนร่วม แต่พ่อแม่ต้องทำธุรกิจให้มีคุณค่าและมีโอกาสเติบโต วางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้า ทำระบบบัญชีให้มีประสิทธิภาพและถูกต้อง มีระบบควบคุมภายใน มีระบบข้อมูลให้ดู ต้องวางแผนสืบทอดกิจการให้ลูกรู้ เข้าใจ และเห็นว่ามันมีลู่ทางในอนาคต

“เรื่องเหล่านี้จัดการได้ระดับหนึ่งด้วยการมีระบบที่ดี กติกาที่ดี และการหาคนที่ดี ถึงแม้ลูกหลานจะไม่รับก็ยังสามารถขายกิจการต่อได้”

ความท้าทาย ‘ภายนอก’

ปรับให้ได้ ไปให้ถึง

การแข่งขันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง คือสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญหน้า คุณประพันธ์ตั้งคำถามว่า ครอบครัวในปัจจุบันรับมือและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ยิ่งถ้าระบบกำกับที่กล่าวไปข้างต้นไม่ดี โอกาสที่ธุรกิจไปต่อไม่ได้ยิ่งสูง 

ขณะที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ถนัด ระบบที่บริหารกันเองภายในจำเป็นต้องแบ่งใช้ความสามารถของแต่ละบุคคลให้ชัดเจนและตรงจุด ส่วนระบบการบริหารงานอย่างมืออาชีพมีช่องทางให้สรรหาคนเก่งเข้ามาอยู่แล้ว

“ในบรรดาธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ขนาดใหญ่ไม่ต้องห่วงอะไรมาก เพราะมีความสามารถในการเข้าถึงทุกอย่าง สิ่งที่น่าดูคือการจัดการภายในครอบครัวว่าเกิดปัญหาหรือไม่ ขนาดกลางอาจมีปัญหาเยอะ เพราะไม่ได้มีทรัพยากรมากเท่าแบบแรก แต่ที่ยากที่สุดคือขนาดเล็ก เพราะอยู่ในจุดที่ต้องคิดว่าทำแล้วคุ้มหรือไม่ บางคนจะทำก็ไม่ไหว จะขายก็เสียดาย แล้วที่สำคัญคือธุรกิจขนาดเล็กมีค่อนข้างเยอะในประเทศ”

ประพันธ์เล่าภาพรวมในมุมที่ตลาดหลักทรัพย์มองเห็น อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกในธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกำจัดทิ้ง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีที่ทำให้ลูกหลานผู้รับสืบทอดรัก เข้าใจ และอินไปกับงานของพวกเขา หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานก็ยังให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนความสัมพันธ์ที่สายเลือดเดียวกันมีให้กัน

สิ่งสำคัญที่ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ย้ำอีกครั้งคือ การหาจุดสมดุลระหว่างระบบและความสัมพันธ์ รวมถึงเตรียม 5 สิ่งให้พร้อมเพื่อให้กิจการดำเนินต่อได้ คือ การกำหนดกติกาในครอบครัวให้ชัดเจน เตรียมระบบภายในให้โปร่งใส สร้างเสริมความรู้ความสามารถให้เพียงพอ ศึกษากลยุทธ์ที่ทำให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

Family Business Cases Archives

เปิดเคสธุรกิจครอบครัวไทยไปไกลระดับโลก

01 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – TU

หากพูดถึงบริษัทผลิตและส่งออกอาหารทะเล คงไม่พูดถึง Thai Union ไม่ได้ เพราะธุรกิจครอบครัวไทยไปไกลระดับโลกนับตั้งแต่ก่อตั้งใน พ.ศ. 2520 ภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท ก่อนเปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบัน

ไกรสร จันศิริ เริ่มจากการทำโรงงานทูน่ากระป๋องที่สมุทรสาครเป็น OEM ไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง จนในที่สุดได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ SET เมื่อ พ.ศ. 2537 ระดมทุนได้ 440 ล้านบาท และปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องอันดับหนึ่งของโลก

“บริษัทใช้เครื่องมือในตลาดทุน โดยเทกโอเวอร์บริษัทเพื่อเพิ่มแบรนด์ในอเมริกาชื่อว่า Chicken of the Sea ซึ่งเป็นผู้ผลิตทูน่าอันดับ 3 ของอเมริกาในปี 2540 จากนั้นจึงซื้อแบรนด์เพิ่มในยุโรปอย่าง King Oscar Rogen Fisch John West และลงทุนเพิ่มอีกในเอเชีย

“แต่สิ่งสำคัญคือเขาไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ เขาไปไกลกว่านั้นคือเรื่องของนวัตกรรม มีศูนย์วิจัย มีนักวิทยาศาสตร์นับร้อย นอกจากนี้ยังทำเรื่อง ESG และความยั่งยืน เพราะเวลาเข้าไปอยู่ตลาดระดับโลก กติกาก็เป็นระดับโลกเช่นกัน ตาข่ายที่จับปลาทำจากอะไร ขนาดความถี่ต้องเท่าไหร่ การดูแลแรงงานประมงต้องเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องตรงตามมาตรฐานสากลทั้งหมด”

คุณประพันธ์เล่าเพิ่มว่า Market Capitalization หรือ Market Cap ในวันที่เข้าตลาดของไทยยูเนี่ยนอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท เวลาผ่านไป 28 ปี มูลค่าอยู่ที่ 82,075 ล้านบาท และเคยพุ่งสูงกว่าแสนล้านบาทมาแล้ว ในปัจจุบัน การบริหารเปลี่ยนมือผู้บริหารมาสู่ลูกชายอย่าง ธีรพงศ์ จันศิริ ซึ่งทั้งหมดคือพลังของตลาดทุนและการรู้จักต่อยอด 

02 บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) – JUBILE

ธุรกิจครอบครัว 4 รุ่น ประวัติศาสตร์ 93 ปี เริ่มจากร้านขายเพชรย่านสะพานเหล็ก สู่ตลาดหลักทรัพย์ วิโรจน์ พรประกฤต ทายาทรุ่น 3 ปรับธุรกิจสู่การก่อตั้งบริษัทใน พ.ศ. 2536 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ต่อมาจึงเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ระดมทุนได้ 98 ล้านบาทใน พ.ศ. 2552

จากรายได้ 550 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 1,820 ล้านบาทใน พ.ศ. 2562 กำไรพุ่งสูงขึ้นทุกปีจาก 60 ล้านบาท สู่ 267 ล้านบาทใน พ.ศ. 2563 ขณะที่ Market Cap พุ่งจาก 476 ล้านบาท สู่ 5,097 ล้านบาทในปัจจุบัน

“บริษัทโตขึ้น 3 เท่า แต่มูลค่าโตขึ้น 10 เท่า ข้อดีคือส่งต่อให้ลูกหลานได้ เพราะเป็นธุรกิจครอบครัวที่เปลี่ยนสู่สถาบัน การมีผู้ถือหุ้น มีการตั้งคณะกรรมการจากครอบครัวและบุคคลภายนอกช่วยเรื่องระบบการกำกับ โดยครอบครัวยังมีบทบาทได้เหมือนเดิม

“การเข้าตลาด มีระบบที่ดีทำให้คนอยากเข้ามาทำงาน และที่น่าสนใจคือ นี่เป็นโอกาสของยูบิลลี่ในการสร้างการยอมรับในวงกว้าง คุณวิโรจน์ พรประกฤต ได้รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมของบริษัทจดทะเบียนใน MAI นั่นคือความภูมิใจ และรุ่นที่ 4 อัญรัตน์ พรประกฤต ก็ได้รางวัลผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ด้วย”

03 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) – ILINK

ธุรกิจครอบครัวจำหน่ายและนำเข้าอุปกรณ์ระบบข่ายสัญญาณคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินการโดยพ่อและลูก ก่อตั้งโดย สมบัติ อนันตรัมพร ใน พ.ศ. 2538 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai พ.ศ. 2547 ได้เงินระดมทุน 85 ล้านบาท และย้ายไปตลาดหลักทรัพย์ SET ใน พ.ศ. 2558

“พอเข้ามาภาพลักษณ์ดีขึ้น ได้โปรเจกต์สำคัญคือวางระบบโครงข่ายสื่อสารในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นยังทำโครงการเคเบิลใต้น้ำหลายโครงการ รายได้เติบโตจาก 488 ล้านบาท ขึ้นไปถึงหลัก 6 พันล้านบาท Market Cap เติบโต 10 เท่า จาก 340 ล้านบาทสู่ 3,969 ล้านบาทในปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือ พ.ศ. 2559 เขามี Spin-off เข้าตลาดอีกคือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) – ITEL

“คุณสมบัติและคุณ ชลิดา อนันตรัมพร มีลูกคือ คุณลิลรฎา อนันตรัมพร คุณณัฐนัย อนันตรัมพร และ คุณวริษา อนันตรัมพร ลูกชายคือคุณณัฐนัยเข้ามาบริหาร ITEL และนำเข้าตลาดทุน ตอนรุ่นพ่อเข้าตลาดระดมทุนได้ 85 ล้านบาท รุ่นลูกเข้าตลาดได้ 1,040 ล้านบาท แสดงให้เห็นการเติบโต ตอนนี้ทั้งสองบริษัทได้ย้ายเข้า SET แล้วเรียบร้อย”

ประพันธ์เสริมต่อว่า การมีข้อมูลโปร่งใส ระบบบัญชีถูกต้อง ระบบควบคุมภายในที่ไม่รั่วไหล ระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ คือการทำให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นและสะท้อนถึงความแข็งแรงของบริษัท อีกอย่างคือการมี Business Model ที่ดีเพื่อเติบโต

ทั้ง 3 เคสพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมถึง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาใช้ตลาดทุนแล้วประสบความสำเร็จเช่นกัน เพียงแต่การจะไปถึงจุดหมายได้ พวกเขาต้องผ่านอุปสรรคหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมระบบ เตรียมคน และการทุ่มเทเวลา ส่วนสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมอย่างจริงจังและขาดไม่ได้ คือ องค์ความรู้พื้นฐาน

LiVE Platform

ทางเลือกในการสร้างโอกาสให้ธุรกิจครอบครัวไปต่อ

ตลาดหลักทรัพย์ SET อายุ 47 ปี มีบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมกว่า 600 บริษัท นับตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปัจจุบันอายุ 23 ปี มีบริษัทเข้าร่วม 197 บริษัท และมีบริษัทที่เติบโตย้ายไป SET อีก 51 บริษัท

To Make the Capital Market Work for Everyone คือวิสัยทัศน์ที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการทำให้ตลาดทุนเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม 

เมื่อมีเป้าหมายเช่นนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงขยายบทบาทมาที่ SMEs (Small and Medium-sized Enterprises) และ Startups สร้างกระดานที่ 3 คือ LiVE Exchange (LiVEx) เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs และ Startups เข้ามาระดมทุนในเกณฑ์ที่ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว พร้อมค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ด้วยความเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเข้าจดทะเบียนใน mai และ SET ต่อไป

แต่ในการช่วยวงกว้าง ตลาดหลักทรัพย์สร้างอีกอย่างคือ LiVE Platform (ลงทะเบียนเรียนฟรีได้ที่ www.live-platforms.com/) เพราะอยากให้ทุกคนมี Entrepreneurial Skills ซึ่งเป็น Life Skills ที่ควรมีไม่ต่างจากการว่ายน้ำ แบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ

‘Education Platform’ สำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้นและคนทั่วไปที่สนใจ ปูพื้นฐานครอบคลุม 5 หมวด ได้แก่ ผู้ประกอบการอย่างยั่งยืนและนวัตกรรม การบริหารจัดการ การตลาด การบัญชี การเงินและการระดมทุน รวมกว่า 50 หลักสูตร ผ่านระบบ e-Learning โดยในปีหน้าจะมีหมวดธุรกิจครอบครัวเพิ่มเติม

‘Scaling Up Platform’ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไปต่อเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในส่วนนี้จะมีหลักสูตรเชิงลึกครอบคลุมทั้งเรื่องบัญชี กฎหมาย การประเมินมูลค่าธุรกิจ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมให้กว่า 49 หลักสูตร 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้เรื่องระบบงานในการบริหาร การพาธุรกิจรายใหญ่และรายเล็กมาเจอกัน การให้คำปรึกษา ตอบคำถามโดยผู้รู้ รวมไปถึงบริการเอกสารสัญญามาตรฐานฟรี ร่างโดยบริษัท Baker Mckenzie ที่ปรึกษากฎหมายข้ามชาติอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

ลงทะเบียนเพียง 3 นาที ก็มีองค์ความรู้มากมายให้คนไทยได้หยิบใช้ ทั้งยังเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีวันหมดอายุ คุณประพันธ์กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค การเรียนออนไลน์จึงเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้สนใจเข้าถึงแหล่งความรู้พื้นฐานเพื่อการเติบโตได้เป็นอย่างดี

“การเข้าตลาดทุนคือเครื่องมือและทางเลือก ไม่จำเป็นที่ทุกธุรกิจครอบครัวต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะเราไม่มีทางรับได้ทั้งหมด และไม่ทางที่นักลุงทุนจะซื้อทุกบริษัท แต่พวกเขาควรมีความรู้ว่าบริษัทที่เติบโต เขาทำอย่างไร จากนั้นจึงนำข้อดีมาปรับใช้ เราจะมีทางเลือกมากขึ้น ให้ลูกหลานสืบต่อหรือให้คนเก่งมาบริหาร โดยลูกหลานก็ถือหุ้น รับเงินปันผล

“ผมยังยืนยันว่าธุรกิจครอบครัวมีเสน่ห์ตรงที่มีความเชื่อใจและเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้อยู่ต่อไปอย่างมีความสุขและเติบโต 

“ผมคิดว่า 3 สิ่งนี้คือ การมีกติกาที่ชัดเจน มีความโปร่งใสในเรื่องเงินทอง และคัดสรรคนมีความสามารถเข้ามาร่วมงาน โดยเริ่มต้นจากการมีความรู้เป็นอันดับแรก”

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load