จากการชวนเชิญของ คุณตามกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อและสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ ทำให้ The Cloud มีโอกาสร่วมนั่งเป็นสักขีพยานของการประชุมนักเขียนเด็กเป็นครั้งแรกในโลกและในประเทศไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้เป็นการรวบรวมนักเขียน นักกวี นักแปล และนักวาดภาพประกอบ จากสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ อายุระหว่าง 8 – 13 ปี ที่เคยได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นระดับชาติ อย่างเด็กหญิงซายูริ ซากาโมโตะ (ซายูริ) เขียนหนังสือ บันทึกของซายูริ ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น พ.ศ. 2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กหญิงติณณา แดนเขตต์ (ตินติน) เขียนหนังสือ กราบ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น พ.ศ. 2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ และ เด็กหญิงในใจ เม็ทซกะ (ในใจ) เขียนหนังสือ ความในใจ ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดหนังสือดีเด่น พ.ศ. 2560 ประเภทบันเทิงคดีสำหรับเด็กอายุ 6 – 11 ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ

ยังมีนักเขียน นักกวี นักแปล นักวาดภาพประกอบ ที่กำลังจะมีผลงานจัดพิมพ์เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 11 คน ในหัวข้อว่าด้วย

  • พจนานุกรมสำหรับเด็ก
  • วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน  
  • หุ่นยนต์ทำแทนมนุษย์ไม่ได้
  • กวีและนักเขียนเด็กจะดูแลโลกได้อย่างไร
  • และสารพัดหัวข้อสนุกที่เผยจินตนาการของเด็กตัวจิ๋ว แต่ความคิดความอ่านไม่จิ๋วตามตัว

การประชุมนักเขียนจัดขึ้น ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ และคุณเกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน นอกจากเด็กๆ จะได้รับความรู้จากการเดินชมสถาปัตยกรรมรอบบริเวณ ยังถือเป็นการมาเคารพและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเปรียบเสมือนต้นแบบของเหล่านักบันทึกตัวน้อย เพราะพระองค์ทรงเป็นนักทำหนังสือ กวี นักประพันธ์บทละคร และนักแปล

 

1. การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมนักเขียน กวี นักแปล และนักวาดภาพประกอบเด็ก มาประชุมกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และนัยว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลก

สถานที่จัดการประชุมอยู่บนเรือนไม้หลังสวยของเจ้าพระยารามราฆพ ซึ่งคุณเกล้ามาศจัดบรรยากาศให้เหมือนห้องทรงพระอักษรของรัชกาลที่ 6 ด้านหนึ่งเป็นทิวไม้ ด้านหนึ่งเป็นท้องทะเล โต๊ะยาวกลางห้องจึงถูกล้อมด้วยเด็กๆ และคุณตามกุฏ หากมองออกไปยังหน้าต่างด้านขวาจะเห็นสีเขียวขจีของต้นไม้ หน้าต่างด้านซ้ายเห็นหาดทรายและแสงแดดกระทบน้ำทะเลเปล่งแสงระยิบระยับ

  2. นักเขียน กวี นักแปล และนักวาดภาพประกอบ ทั้ง 11+1 คน มีจุดเริ่มต้นและรู้จักกันผ่านการเขียนสมุดบันทึกไม่มีเส้นของสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ ได้แก่ ซายูริ (นักเขียน นักวาดรูป) ตินติน (นักเขียน นักวาดรูป) ในใจ (นักเขียน นักแปล นักวาดรูป) ปริม (กวี นักวาดรูป) พิณ (กวี นักวาดรูป) ขวัญข้าว (นักเขียน นักวาดรูป) ภูมิ (นักแปล นักวาดรูป) ลายคราม (นักพับกระดาษเล่าเรื่อง) ดิน (นักเขียน นักวาดรูป) ปั้น (นักเขียน นักวาดรูป) เบญ่า (นักเขียน นักวาดรูป) และ พลอย หัวหิน (อดีตนักเขียนบันทึก ปัจจุบันหันมาเอาดีทางด้านกีฬา)

 

3. หลังจากเปิดงานและแนะนำตัว คุณตามกุฏเปิดการประชุมด้วยการถามความเห็นว่า การเขียนบันทึกให้ดีต้องทำอย่างไรบ้าง สรุปใจความของคำตอบได้ว่า การเขียนให้ดีต้องมาจากจินตนาการ ใช้ความคิดและประสบการณ์ของผู้เขียนถ่ายทอดไปยังผู้อ่าน การเขียนยังทำให้ดินสร้างคำใหม่ได้อย่างมีความมั่นใจ เช่น คำว่า ‘สุริยะอาทิตย์’ แปลว่า อาทิตย์อาทิตย์ เป็นการย้ำคำว่าอาทิตย์ให้หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม

4. การเขียนบันทึกนำไปสู่คำถามก่อนเขียนบันทึก ก่อนที่นักเขียนจะลงมือเขียน เขาจะนึกถึงประสบการณ์ สิ่งที่พบที่เจอในแต่ละวัน ทั้งน่าจดและไม่น่าจำ แต่ก็นำกลับมาจดลงบนสมุดบันทึก ก่อนที่นักวาดภาพประกอบจะจรดปลายดินสอพวกเขามักจินตนาการ

ขวัญข้าวนักวาดวัย 10 ขวบจะนึกถึงสัตว์ที่ไม่มีในโลกนี้ แต่มีในโลกจินตนาการของเธอ เพราะเธอชอบวาดสัตว์ประหลาด ในใจจะนึกถึงประสบการณ์ดีๆ ในแต่ละวันแล้วนำกลับมาเขียน เมื่ออ่านแล้วจะได้กลับมาคิดถึง

ส่วนตินตินขอเขียนบันทึกเฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันจันทร์ เพราะวันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดี เอาไว้วาดรูป

สุดท้ายดินตอบว่า ก่อนจะลงมือเขียนเขาจะคิดว่า “ผมจะทำให้ตัวเองมีความสุขได้อย่างไรในแต่ละวัน” เป็นคำตอบที่คุณตามกุฏบอกให้ทุกคนจดลงไปบนสมุดบันทึก แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจด

 

5. เด็กๆ ลงความเห็นว่าสมุดบันทึกของพวกเขาควรมีขนาดกะทะรัด พกพกง่าย สะดวกต่อการหยิบขึ้นมาเขียน หยิบขึ้นมาวาด ปกแข็งจะดีกว่าเพราะทนทาน

ดินอยากให้สมุดบันทึกใช้กระดาษปอนด์ผสมสี (กระดาษถนอมสายตา)

ส่วนปั้นอยากได้สมุดบันทึกที่ด้านหน้าโล่ง ให้เจ้าของสมุดบันทึกเป็นคนออกแบบหน้าปกเอง ซึ่งในใจเองก็เห็นด้วย

คุณตามกุฏรับข้อเสนอของเด็กๆ ไว้ และชวนตินตินให้ออกแบบสมุดเป็นรูปทรงอื่นแทนสี่เหลี่ยม เพราะตินตินอยากมีสมุดบันทึกรูปไอศกรีม

6. การจะเป็นนักเขียน คลังคำศัพท์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ารู้คำน้อยก็จะเขียนได้น้อย แน่นอนว่าการสะสมคำจะต้องมาจากการอ่าน อ่านมากคลังก็จะสะสมคำมาก การเปิดพจนานุกรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแต่ก็ยังเป็นปัญหาสำหรับเด็ก ด้วยขนาดใหญ่โตมโหฬาร พกติดตัวลำบาก หรือบางครั้งใช้งานยากจนทำให้เด็กไม่อยากใช้ อย่างกรณีของในใจ เวลาเธอไม่เข้าใจคำศัพท์ก็จะเปิดหาความหมาย พออ่านความหมายแล้วมีบางคำไม่เข้าใจ ก็ต้องเปิดพจนานุกรมไปหาความหมายของคำนั้น หาไปหามาจนลืมไปแล้วว่าคำแรกหมายความว่าอะไร

คุณตามกุฏจึงเสนอว่า ถ้ามีพจนานุกรมสำหรับเด็ก มีใครเห็นด้วยและอยากใช้บ้าง มติเป็นเอกฉันท์จากการยกแขนขึ้นสูงมากกว่าครึ่งของผู้เข้าประชุมว่า เด็กอยากมีพจนานุกรมสำหรับเด็ก แต่ต้องมีขนาดเล็กพกพาได้ สีสันสวยงามให้เด็กอยากหยิบใช้งาน มีภาพประกอบคำศัพท์ มีสำนวนไทย และมีคำอ่านออกเสียง คล้ายภาษาอังกฤษที่มีการอ่านออกเสียงตามโฟเนติกส์ เพราะเวลาเด็กอ่านไม่ออก ก็จะทำให้เขียนคำผิด

 

7. จากการสังเกตเด็กๆ ทั้ง 11+1 คนมีรูปแบบการศึกษาค่อนข้างหลากหลาย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ  โรงเรียนทางเลือก โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น และโฮมสคูล ไม่ว่าแต่ละสถาบันจะมีรูปแบบการสอนอย่างไร ก็ยังมีวิชาที่เด็กๆ อยากให้โรงเรียนสอน เพราะพวกเขาอยากเรียนตามความชอบและความถนัดของตนเอง ในขณะเดียวก็เรียนวิชาหลักควบคู่กันไปด้วย

พิณ เด็กหญิงผู้รักภาษาไทย เสนอว่า เธอขอเวลาว่างวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อเรียนสิ่งที่ชอบ ดินบอกว่า เด็กควรเรียนวิชาหลักและวิชาหลักๆ วิชาหลักๆ คือภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ส่วนภาษาไทยและสังคมศาสตร์เป็นวิชาหลัก เพิ่มเติมวิชาศิลปะและดนตรีด้วย ปริมยกมือเสนอวิชาเกษตร เพราะเด็กจะได้ไม่อดตาย ได้อยู่กับธรรมชาติ และเป็นการฝึกอาชีพ

8. พิณแสดงความเห็นในหัวข้อวิชาที่อยากให้โรงเรียนสอนอีกครั้งหลังจากฟังเพื่อนๆ ตอบ เธอบอกว่า ควรเรียนในสิ่งที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ เพราะในอนาคตหุ่นยนต์จะมาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด คุณตามกุฏได้ที ถามเด็กๆ ต่อว่า แล้วอะไรบ้างที่หุ่นยนต์ทำแทนมนุษย์ไม่ได้ เด็กๆ นิ่งคิดสักครู่ก่อนจะแย่งกันยกมือพร้อมตอบว่า การเรียน การใช้จินตนาการก็เป็นคำตอบยอดฮิต และที่สำคัญ การเขียนเป็นคำตอบสำคัญของคำถาม แต่ซายูริกระซิบบอกคุณตามกุฏว่า “ความอ่อนโยนแบบมนุษย์ หุ่นยนต์ทำไม่ได้”

 

  9. การประชุมเดินทางมาถึงคำถามสุดท้าย พลังของเด็กๆ ยังคงเต็มปรอท คุณตามกุฏถามเด็กๆ ว่า ในฐานะนักเขียน กวี นักแปล และนักวาดภาพประกอบ เราจะดูแลโลกดวงนี้อย่างไร แน่นอนว่าหน้าที่สำคัญของนักเขียนคือ เขียนแล้วต้องคิดถึงผู้อื่น การช่วยโลกในฐานะนักเขียนก็คือการเขียน เขียนเพื่อบอกเล่าวิธีการดูแลรักษาโลกในแบบของเราเอง จากความคิด จากจินตนาการ และจากจิตวิญญาณของนักเขียน กวี นักแปล และนักวาดภาพประกอบ

 

10. จากคำถามนักเขียนและกวีเด็กจะช่วยโลกได้อย่างไร คุณตามกุฏฝากเด็กๆ ไปคิดต่อเป็นการบ้าน แต่บางคนขยันขอยกมือตอบก่อน

ดินบอกว่า ไม่ควรปล่อยสารพิษอย่างก๊าซมีเทน และพยายามไม่ทำให้เกิดควัน ลายครามของดรับถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ ซายูริก็ของดใช้ถุงพลาสติกด้วย และจะเขียนบอกให้ทุกคนรู้ว่าไม่ควรทำร้ายโลก

ปริมจะเขียนโคลงให้คนหันมาดูแลธรรมชาติ ภูมิ เด็กชายผู้ทำหนังสือเล่มแรกขายด้วยตนเอง เสนอว่า “ผมควรจะแปลหนังสือความรู้เป็นภาษาไทย เพราะมีหนังสือดีๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษเยอะมาก และหลายคนอาจจะคิดว่าการช่วยโลกมันยากเกินไป ผมเลยจะเขียนหนังสือวิธีดูแลโลก บางคนไม่เชื่อว่าผมจะทำได้ แต่ผมจะพยายาม เพื่อจะบอกกับทุกคนว่าการช่วยโลกไม่ยาก ถ้าเราเริ่มจากสิ่งง่ายๆ”

11. การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ท่านกล่าวชื่นชมและรับข้อเสนอของเด็กๆ ไว้พิจารณา ทั้งพจนานุกรมสำหรับเด็ก การจดบันทึก และการเรียนตามความชอบ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน กล่าวว่า น่าจะให้มีห้องเรียน On Demand สำหรับเรียนตามความสนใจผ่านสื่อออนไลน์ แต่คุณตามกุฏบอกว่า เคยมีการเรียนแบบนี้กับเด็กในประเทศสิงคโปร์ ปรากฏว่าเด็กเหล่านั้นมีจิตใจแข็งกระด้าง นับเป็นการเรียนที่ขาดความเป็นชีวิต อย่างไรก็ตาม เราหวังว่าข้อเสนอของเด็กทั้ง 11+1 คนจะเห็นผลชัดเจนแจ่มแจ้งไม่วันใดก็วันหนึ่ง

 

11+1. ก่อนจบการประชุม เด็กๆ มีข้อความสั้นๆ ฝากถึงรัฐบาล พิณอาสายืนขึ้นคนแรก “ฝากถึงรัฐบาล ให้ลดการบ้านลงหน่อยนะคะ จะได้มีเวลาเพิ่มไปทำสิ่งที่ชอบ”

ส่วนดินก็เอาด้วย ดินขอเวลาเพิ่มจากการเรียนวันละ 30 นาทีเอาไว้อ่านหนังสือ และเสนอว่าไม่ควรมีกวดวิชา เพราะเรียนรู้จากหนังสือก็ได้

ปริมอยากให้มีโรงเรียนสอนวิชาหนังสือโดยเฉพาะ คำตอบของเธอทำเอาคุณตามกุฏเอ่ยปากชม เพราะรอคำตอบนี้อยู่พอดี

สุดท้ายภูมิบอกว่า ควรเน้นวิชาภาษาอังกฤษ และวิธีสอนภาษาอังกฤษที่ดีคือการพูดคุยกัน ไม่ใช่การเรียนแกรมม่าเพียงอย่างเดียว และเปลี่ยนการสอนให้นักเรียนเลือกวิชาที่อยากจะเรียนด้วยตนเอง แต่ก็ต้องมีวิชาที่ควรเรียนด้วย เพราะถ้าโฟกัสเพียงวิชาเดียว เขาก็จะไม่มีความรู้ด้านอื่นเลย

มากกว่าการประชุม เป็นการสะท้อนความคิด จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี สิ่งที่พวกเขาคิด พวกเขาพูด พวกเขาทำ ไม่ด้อยไปกว่าใคร เด็กเหล่านี้เริ่มต้นจากความชอบ ชอบบันทึก ชอบเขียน ชอบวาด ชอบแปล ชอบภาษา และสารพัดความชอบ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ความชอบของพวกเขาเป็นจริง คือคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญกับความชอบของพวกเขาด้วย

สุดท้าย คุณตามกุฏฝากคุณพ่อคุณแม่เก็บการบ้าน ผลงานเขียน หรือผลงานภาพ ของเด็กไว้  เพราะประเทศของเรายังขาดคนพิจารณาว่างานเขียนของเด็กนั้นเป็นเพชรหรือก้อนกรวด อย่างต้นฉบับของตินติน เป็นการบ้านจากโรงเรียนที่ฉายแววนักเขียน จนได้รับการอนุมัติเป็นหนึ่งในนักเขียนของสำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ และคว้ารางวัลดีเด่นระดับชาติ ฉะนั้น งานเขียนเพียง 1 หน้าเป็นเข็มทิศกำหนดชีวิตของพวกเขาได้

ขอบคุณสมุดบันทึกไม่มีเส้นที่ทำให้เด็กทั้ง 11+1 คนมาเจอกัน

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในย่านเขตสถานทูต (Diplomatic Enclave) กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ท่ามกลางกำแพงสูงและรั้วลวดหนาม ปรากฏกำแพงหนึ่งที่มีสีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตา จนหลายคนยกมือถือเข้ามาถ่ายรูป ลวดลายนั้นคล้ายคลึงกับลวดลายบนรถบรรทุกที่วิ่งไปมาในปากีสถาน ที่เรียกว่า Truck Art แต่ก็มีลวดลายของไทยด้วย เบื้องหลังกำแพงคือ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด 

อะไรคือ Truck Art แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

แบทเทิลแห่งสีสัน

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

จุดเริ่มของศิลปะบนรถบรรทุกเข้ามาในเอเชียใต้เมื่อมีการนำเข้ารถบรรทุก Bedford จากอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2463 Bedford เป็นบริษัทลูกของบริษัท GM ตอนแรกรถบรรทุกพวกนี้ไม่ได้ประดับประดาอะไรมากมายนัก จนเมื่อ พ.ศ. 2483 ที่มีการใช้รถบรรทุกขนส่งทางไกล บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มเอาตราบริษัทติดที่รถบรรทุก เพื่อให้ผู้พบเห็นรู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร และยังเป็นการโฆษณาไปในตัว 

คนขับรถตอนนั้นเห็นว่า ไหน ๆ จะพ่นสีโฆษณาบริษัทแล้ว ก็เลยขอแต่งแต้ม เติมนั่นเติมนี่นิดหน่อย มาถึงจุดที่เริ่มหยุดไม่อยู่ มีการแข่งขันกันแบบสนุก ๆ แฝงความจริงจังระหว่างคนขับว่า รถใครจะมีสีสันและการตกแต่งที่กิ๊บเก๋กว่ากัน จนกลายเป็นว่ารถบรรทุกทุกคันต้องมีการตกแต่งประดับประดาไม่มากก็น้อย แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะมากไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเจอเจ้าที่จัดเต็ม ของเราจะดูดร็อปไป 

การตกแต่งนอกจากลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีการใช้ผ้า ใช้โซ่ห้อยเป็นสาย ติดกระดิ่งเล็ก ๆ กรุ๊งกริ๊ง ๆ อีกด้วย จุดที่ต้องทำให้โดดเด่นคือ ส่วนหัว ด้านหน้าของรถที่ยื่นสูงขึ้นไปหรือเรียกว่า มงกุฎ (Crown) กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ไปเยือนปากีสถาน โดยเฉพาะฝรั่งซึ่งอาจคุ้นกับแนวสีพาสเทล มาเจอการตกแต่งแบบแม่สีจัด ๆ ก็เกิดอาการตื่นตะลึง ถ่ายภาพไปโชว์เพื่อน ๆ จน Truck Art ปากีสถานเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ในสมัยที่ทหารอเมริกันเข้าไปในอัฟกานิสถาน ก็เห็นรถพวกนี้สีสันสวยงามวิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งมาแต่ไกล เลยเรียกว่า รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

เรื่องราวผ่านลวดลาย

เพื่อเจาะลึกถึงศิลปะแขนงนี้ เราไปดูวิธีการทำ Truck Art ถึงอู่ในเมืองราวัลปินดี เขาบอกว่าวิธีการทำมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ลงรองพื้น จากนั้นก็ลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ ซึ่งคุณลุงคาลิดที่กำลังลงสีอยู่บนนั่งร้านสูงบอกว่า ทำมานาน 40 ปีแล้ว ถึงตอนนี้อายุ 70 แต่ลุงยังแข็งแรง ว่าแล้วก็โชว์พลังโดยการปีนลงมาอย่างคล่องแคล่ว ลุงบอกจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหว ดีใจที่คนต่างชาติชอบผลงานของคนปากีฯ ความปลื้มปีติของลุงฉายผ่านแววตามากประสบการณ์

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ลุงคาลิด

ลวดลายบนรถบรรทุกนี้น่าสนใจ มีตั้งแต่ลายอักษร พืช สัตว์ท้องถิ่น และสัตว์ในจินตนาการ เช่น นกยูง นกอินทรีย์ ม้าบิน ดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงไอดอลจากวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ตลอดจนนักการเมือง นักปราชญ์ กวี บางคนให้วาดรูปลูกตัวเองไว้บนรถด้วย ทำให้มีกำลังใจทำงาน เพราะรู้ว่าหยาดเหงื่อของเขานั้นทำเพื่อครอบครัว เราได้คุยกับคนขับรถบรรทุกจากเมืองเปชาวา เชื้อสายพัชตุน หรือที่ไทยเรียกว่า ปาทาน เขาบอกว่ารถบรรทุกมีรูปบ้านในชนบทของเขาด้วย “เวลาขับรถไปส่งสินค้าไกล ๆ หันมาดูรถ เห็นวิวบ้านเกิด จะได้หายคิดถึงบ้านไปได้บ้าง”

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

เมื่อลงสีแล้วก็จะส่งไปยังแผนกประดับเพิ่มเติม เพื่อติดแผ่นอะลูมิเนียมเพิ่มความเงางามโดดเด้ง สะท้อนแสงแดดระยิบระยับยามกลางวัน มองเห็นได้แต่ไกล หากต้องการแอดวานซ์ไปอีกก็จะส่งต่อไปยังแผนกติดไฟ ประดับไฟในจุดต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย ทำให้การตกแต่งใช้เวลาราว 1 – 2 เดือน หากทำแบบจัดเต็ม ค่าใช้จ่ายอาจจะเกือบ ๆ แสนบาทเลยทีเดียว 

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ถ้าใช้งานไปแล้วอยากตกแต่งเพิ่ม ก็มีร้านขายชุดแต่งเพิ่มเติม น้องที่ขายชุดแต่งบอกว่า ขายได้ดีมาก รวม ๆ แล้วค่าตกแต่งรถทั้งหมดอาจจะแพงว่าบ้านของคนขับรถเสียอีก แต่เขาถือว่าเป็นการลงทุนเชิงธุรกิจ เพราะลูกค้ามักจ้างรถบรรทุกที่ตกแต่งเยอะ มากกว่ารถที่ตกแต่งน้อย

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ร้านขายชุดแต่งเพิ่ม

นอกจากประดับประดารถบรรทุกแล้ว บางรายยังตกแต่งรถบัสโดยสารด้วย เราโชคดีที่ได้ขับมาเจอรถบัสที่คนปากีสถานเรียกว่า รถบัสแคชเมียร์ เป็นรถบัสโดยสารขับไปตามภูเขาสูงชัน คันที่เราเจอตกแต่งอย่างสวยงาม จังหวะเขาจอดรับผู้โดยสาร เลยรีบลงไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ขนาดคนปากีฯ เองยังบอกว่า คันนี้สวยมาก ไม่ค่อยได้เห็นวิ่งในเมือง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบัสแคชเมียร์

สะท้อนรากลึกวัฒนธรรม

งานศิลปะบนรถบรรทุกของชาวปากีสถานสะท้อนวัฒนธรรมหลายอย่างของชาวปากีสถาน ซึ่งบางทีคนไทยอาจจะไม่คิดมาก่อน เพราะบางทีเห็นหน้าเขาเข้ม ๆ ไว้หนวดไว้เครา เราก็จะเกรง ๆ แต่จากประสบการณ์ที่ได้พบปะพูดคุยกับคนปากีฯ เห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนชัดเจน จริงใจ แค่ขอไปถ่ายรูปรถบรรทุก เขาก็ยิ้มรับ เชื้อเชิญอย่างเต็มที่ อย่างคนขับรถคนหนึ่ง เข้าไปขอถ่ายรูป เขาหันหลังกลับ คิดว่าวิ่งหนี ปรากฎว่าวิ่งไปที่รถแล้วโผล่หน้ามาตรงหน้าต่างยิ้มแป้น บอกให้ถ่ายมุมนี้ มุมเด็ดของผม แถมยังบอกว่า ดีใจที่รถเขาแต่งแค่เบสิก ๆ หน้าสด เรายังสนใจ (ขณะที่เราหันมองไปที่รถ มันเบสิกตรงไหนหว่า จัดเต็มขนาดนั้น) ทุกคนที่ได้พบนอกจากชวนคุยสนุกสนานแล้ว ยังชวนไปดื่มชาปากีอีกด้วย (Chai – ชาใส่นม โรยเครื่องเทศ หอมมัน อร่อยมาก)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันบนรถบรรทุกเหล่านั้นยังสะท้อนถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงของคนปากีฯ ซึ่งนอกจากคุยสนุกแล้ว ยังชอบเสียงเพลงที่เร้าใจและการเต้นรำ ผมเคยนั่งรถไปต่างจังหวัด เจอเขาทำถนน ต้องจอดรถรอนาน ขณะที่เราก็อาจจะร้อนใจตามประสา แต่กลับเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเปิดเพลง แล้วลงมาเต้นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา คนแถวนั้นได้ยินเสียงเพลงเร้าใจก็ออกมาร่วมด้วย จนถนนเปิด รถเคลื่อนได้ คนก็หัวเราะวิ่งขึ้นรถไปต่อ ทำให้คิดได้ว่าเวลาเจออุปสรรคที่นอกเหนือการควบคุม บางคนเลือกร้อนใจ แต่บางคนก็เลือกจะทำสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้น แล้วผ่านมันไปในเวลาที่เท่า ๆ กัน แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันของปากีสถานยังสะท้อนในอาหารการกินของคนพื้นเมืองที่มีสีสันและรสชาติจัดจ้านน่าทานจากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่จัดเต็ม ตั้งแต่ข้าวบริยานี ไก่ย่างติกกา แกงต่าง ๆ อย่างเช่น Chicken Achari Handi จนไปถึงของหวานอย่าง Gajrela ซึ่งอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไป

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ศิลปะดั้งเดิมในกระแสดิจิทัล

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
ไซเยอร์ ข่าน

ไซเยอร์ ข่าน ศิลปินที่เราชวนให้มาวาดภาพศิลปะแนวรถบรรทุกบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด มาจากเมืองเปชาวา ห่างจากกรุงอิสลามาบัดไปเกือบ 200 กิโลเมตร เป็นศิลปินดาวรุ่งรุ่นใหม่ มีผลงานทั้งในและต่างประเทศ แต่โชคไม่ดีที่ธุรกิจของเขาซบเซาลงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 เขาบอกว่างานทำสีรถบรรทุกหายไปแทบจะหมดสิ้น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา หันมาลงสีสิ่งของเล็ก ๆ เช่น กาน้ำชา ถ้วย ถาด รองเท้า แล้วลงรูปในโซเชียล ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี 

สถานทูตเราก็เห็นข่าวนี้ จึงติดต่อให้เขามารับงาน เขาดีใจมากเพราะถือเป็นงานใหญ่ เขาบอกอย่างภูมิใจว่า งานนี้จะสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก และเป็นเกียรติในฐานะศิลปินที่ได้เผยแพร่ศิลปะของปากีสถาน ทั้งยังมีส่วนเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนปากีสถาน และเราเองก็เชื่อว่า ชื่อเสียงของเขาจะได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างประเทศและคณะทูตในกรุงอิสลามาบัด

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

ไซเยอร์เล่าว่า งานของเขาใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยใช้พู่กันผสมสีเฉดต่าง ๆ และลงสีด้วยมือ ซึ่งเขาเรียนมาจากลุงตั้งแต่อยู่ ม.1 เทคนิคนี้เริ่มสูญหายไปจากการเข้ามาของศิลปะแบบดิจิทัล ที่ออกแบบลวดลายได้คมชัด ผลิตได้จำนวนมากในรูปแบบของสติกเกอร์แล้วเอาไปพ่นสี ทำให้ผลิตงานได้รวดเร็ว ลูกค้าไม่ต้องรอนาน รวมถึงราคาอาจถูกลง เขาจึงพยายามรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมนี้ไว้ โดยพยายามฝึกลูกศิษย์อยู่หลายคน แต่งานศิลปะเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนฝึกฝน รวมทั้งต้องอยู่กับกลิ่นสีและทินเนอร์ตลอดทั้งวัน เด็กรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาทำงานได้ไม่นานก็หายไป ตอนนี้เหลือเพียง 2 คน แต่ก็พยายามจะสานต่องานที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป

เราคุยกันถึงลวดลายที่วาดบนกำแพง เป็นสิ่งของ สถานที่ ผู้คนทั้งไทยและปากีสถาน ซึ่งในปากีสถานมีสิ่งของที่ทั้งเราและเขาคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ๊ก ปิ่นโต เขามีเมืองตักศิลา ซึ่งทำครกเหมือนกับที่อ่างศิลาบ้านเราเลย แม้กระทั่งรถสิบล้อไทยในสมัยก่อน ลักษณะและการวาดลวดลายต่าง ๆ คล้ายกัน รวมไปถึงเรือกอและของทางใต้ ลวดลายสดใสก็คล้ายคลึงกับแนว Truck Art ของปากีสถาน

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงทาสี เพราะสีเดิมเริ่มแสดงร่องรอยความเก่า ทั้งจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 10 ปี ลาย Truck Art บนกำแพงของสถานทูตไทยจึงเป็นคำตอบของพวกเราที่สถานทูต เพื่อเป็นการลดทอนความแข็งกร้าวของกำแพงลง แสดงถึงการน้อมรับศิลปะประเทศเจ้าภาพ สร้างความรู้สึกดีให้คนที่พบเห็น ลวดลายสดใสสะท้อนความเป็นมิตรร่าเริงของทั้งผู้คนทั้งสองประเทศ 

ภาพทิวทัศน์ของปากีสถานและไทยทำให้คนที่ผ่านไปมานึกถึงบ้าน รวมทั้งคนไทยที่ไปสถานทูต หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยเองที่นาน ๆ ได้กลับบ้านกันสักที กำแพงนี้เปรียบเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ยาวกว่า 220 ฟุต สำหรับศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงาน เราดีใจที่เป็นส่วนเล็ก ๆ สนับสนุนการสืบสานศิลปะ Truck Art แนวดั้งเดิมของปากีสถานให้ได้รับการยอมรับต่อไป สถานทูตไทยอีกแห่งที่ได้ริเริ่มทำสิ่งนี้คือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ที่ใช้ศิลปะโมเสกพื้นเมืองประดับประดาหน้าสถานทูตอย่างสวยงาม

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อมีคนพูดต่อ ๆ กันไป ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ของปากีสถานก็ให้ความสนใจออกข่าวกันใหญ่โต คนผ่านไปมาก็มักจะหยุดถ่ายรูป มีคนปากีฯ บอกว่า ได้ยินผู้บริหารระดับสูงของปากีสถานคุยกันถึงกำแพงสถานทูตไทยอย่างชื่นชม และบอกว่าเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของสองประเทศได้ดี 

ไซเยอร์บอกว่า ตอนนี้เขาได้รับการติดต่อจากหลายที่ รวมทั้งสถานทูตหลายแห่ง เพราะมีคนเห็นผลงานของเขาบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ตอนนี้ไซเยอร์กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อแสดงงานศิลปะของเขา เราก็หวังจะเห็นเขารวมทั้งศิลปินอื่น ๆ ประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจ ไร้ซึ่งพรมแดน เป็นภาษาที่ไม่ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์แบบภาษาเขียน แต่กลับทำให้รู้สึกได้ ทำให้ผู้คนต่างวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ เป็นมิตรกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

Writer & Photographer

จักรกฤดิ กระจายวงศ์

เป็นนักการทูต ลูกครู (ที่เชื่อว่า) งานการทูตไม่ได้เหมือนในละคร แต่เป็นงานที่ต้องออกไปร่วมทุกสุขกับคน เข้าถึงใจคน จึงจะเข้าใจเขา เข้าใจความต้องการเขา จึงทำงานได้ถูกต้อง ผมชอบการเดินทาง และถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load