พรุ่งนี้เป็นวันแรกของการเปิดขายบัตรงาน Big Mountain Music Festival 9

ปีที่แล้วงาน Big Mountain Music Festival ครั้ง 8 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการดนตรีไทย ด้วยการทำให้บัตรเข้างานกว่า 60,000 ใบขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว คิดง่ายๆ ว่าในแต่ละชั่วโมง มีคนกดซื้อบัตร 2,000 กว่าคนพร้อมกัน มันเป็นไปได้ยังไง

วันนี้เรามีนัดกับ พี่เจ๋อ-ภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บนชั้น 42 อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ผู้จะมาเล่าให้เราฟังถึงความสนุกของการทำเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยหลักคิดแบบคนโฆษณา 

เทศกาลดนตรียุค 4.0 ที่บัตร Sold Out ในวันเดียว

เพราะทำงานในเอเจนซี่มากว่า 20 ปี ทำให้พี่เจ๋อมีมายด์เซ็ตแบบคนโฆษณาที่เข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี “ตอนที่ผมเริ่มมาดูแลธุรกิจเพลงของแกรมมี่ และได้ร่วมทำ Big Mountain 8 กับ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผมบอกพี่เต็ดไปว่าสิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเดิมพฤติกรรมของคนไปเทศกาลดนตรีจะไม่รีบร้อน เพราะไม่เหมือนคอนเสิร์ตที่มีการระบุที่นั่ง และต้องรีบซื้อเพื่อจับจองที่นั่งที่ดีที่สุด คนไปเทศกาลดนตรีจึงรู้สึกว่าซื้อบัตรเมื่อไหร่ก็ได้ ไปซื้อหน้างานยังไงก็มีบัตรเหลือ

“เราต้องทำให้คนที่รอซื้อบัตรวันสุดท้าย มาซื้อบัตรวันแรกให้หมด” หลังพูดประโยคนี้ ลูกน้องพี่เจ๋อมองบนกันแทบทุกคน เพราะบทพิสูจน์ที่มีมากว่า 30 ปีของแกรมมี่บอกว่าการที่จะทำให้บัตร Sold Out มันยากมาก ยิ่งเป็นบัตรเทศกาลดนตรี ไม่ใช่คอนเสิร์ตแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย

แต่พี่เจ๋อพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า พร้อมวางเงินเดิมพันกับลูกน้องเลยว่า มันเป็นไปได้!

“หัวใจใหญ่ที่สุดของการทำงานในโลกสมัยใหม่ที่เขาเรียกกันว่ายุค 4.0 เนี่ย สำหรับผมมันคือการทำงานร่วมกับผู้บริโภค ดังนั้น ถ้าอยากจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ก็ต้องเข้าใจพวกเขาก่อน”

สื่อสารการตลาดด้วยการวางขนมปังให้คนไล่งับ

ถ้าใครยังจำได้ ปีที่แล้ว Big Mountain สร้างปรากฏการณ์คืนวัวให้ประชาชน ป๋าเต็ดถูกจับเป็นตัวประกัน ศิลปินออกมาบอยคอต เรียกร้องให้กลับไปจัด Big Mountain ที่เขาใหญ่ “เล่นใหญ่กันซะจนคนรู้สึกว่าปีนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ” พี่เจ๋อเล่ายิ้มๆ

สถานที่จัดงานมีความสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้บริโภค ชื่องานก็บอกอยู่แล้วว่า Big Mountain ดังนั้น งานนี้ต้องจัดที่เขาใหญ่เท่านั้น

“แม้จะวางเงินล่วงหน้าสถานที่ที่แก่งกระจานไปแล้ว แต่เราก็ยอมทิ้งเงินแล้วมาหาสถานที่จัดงานใหม่ที่เขาใหญ่ ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะหาพื้นที่จุคนเกือบ 80,000 คนรวมทีมสตาฟฟ์ด้วย” แต่สุดท้ายทีมงานก็เจอพื้นที่ขนาด 700 ไร่สำหรับจัด Big Mountain 8

Big Mountain 9

พี่เจ๋อเล่าว่าสิ่งหนึ่งที่ อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม พูดเสมอคือ “โลกยุคปัจจุบันต้องสื่อสารด้วย Marketing Lead ไม่ใช่ Production Lead”

“อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ งาน Big Mountain ถ้าสื่อสารด้วย Production Lead เราก็จะบอกว่าปีนี้แสง สี เสียง ไลน์อัพศิลปิน เป็นยังไง ซึ่งมันอาจจะไม่พอถ้าเราอยากปรับพฤติกรรมผู้บริโภค

“เมื่อเป็น Marketing Lead เราต้องมาวางกลยุทธการสื่อสารทางการตลาดและ Strategic Pricing ใหม่ทั้งหมด อย่างบัตร Early Cow มีมาตั้งหลายปีแล้ว แต่ทำไมคราวนี้มันถึงพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เราต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นมูลค่าและความพิเศษของบัตรเข้างานชนิดนี้ให้ได้”

จึงเป็นที่มาของความเล่นใหญ่ในแคมเปญคืนวัวให้ประชาชนที่สื่อสารออกไปอย่างตรงจุด โดนกลุ่มเป้าหมาย และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ทำให้บัตรขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรก

“มันคือคอนเทนต์ที่เรียกว่า Journey Campaign ที่ไม่ได้ให้ Viral Clip แค่ตัวเดียวเป็นคำตอบ แต่เป็นการวางขนมปังให้คนไล่งับไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงขนมปังชิ้นสุดท้าย ผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลทั้งหมดไปแบบไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เป็น Story Telling รูปแบบหนึ่ง

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการสื่อสารทุกครั้งต้องใช้ Journey Campaign เท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ” พี่เจ๋อเสริม พร้อมกับเปิดทีเซอร์คลิปงาน Big Mountain 9 ให้เราดู

มันเว่อร์มาก

ดูหนังบิ๊กเมาน์เท่น 9 เสร็จ พี่วัวต้องเงยหน้าอ่ะ เพราะถ้าก้มหน้าน้ำตามันจะไหลออกมา หือออ ซึ้งเว่อร์ T_TPepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 กลับมาแล้วนะ(เสียงสั่น)กลับมายังไง ไปดูกันเอง ดูแล้ว อนุญาตให้สปอยล์เพื่อนเลย สปอยล์กันเยอะๆนะแล้วเจอกันทุกโค“มัน เว่อร์ มาก”PEPSI presents BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 98-9 ธันวาคม 2561 ที่ The Ocean เขาใหญ่ ถนนธนะรัชต์#BMMF9 #มันเว่อร์มาก———————————————-เตรียมตัวให้ดี บัตร Early Cow “ราคาดี-วันเดียว-ซื้อง่าย”• “ราคาดี”บัตร EARLY COW 1,900 บาท (จากราคาปกติ 2,500 บาท)บัตร VIP EARLY COW สบายเว่อร์ 3,000 บาท (จากราคาปกติ 3,500 บาท)• “วันเดียว” 5 ตุลาคม 2561 (8.00 น. – 23.45 น. เท่านั้น)• “ซื้อง่าย” Counter Service All ticket ใน ร้าน 7-Eleven ทุกสาขาหมายเหตุ :- ราคาบัตร EARLY COW และ VIP EARLY COW จำหน่ายวันเดียว 5 ตุลาคม 2561 เวลา 8.00 น. – 23.45 น. เท่านั้น (หรือจนกว่าบัตรจะหมด)- ราคาบัตรนี้สามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วัน (ไม่มีการจำหน่ายบัตรวันเดียว)- ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน (เด็กส่วนสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้างานฟรี)- โปรโมชั่นอื่นๆ รอติดตามได้ทางเพจ

Posted by Big Mountain Music Festival on Ahad, 9 September 2018

“ปีที่แล้วเราสื่อสารด้วย Story Telling ไปแล้ว Big Mountain 9 ปีนี้เราก็เปลี่ยนกลยุทธการสื่อสารใหม่ทั้งหมด เพราะผมไม่เชื่อในฟอร์แมต อย่างเวลาอ่านหนังสือที่ว่าด้วยความสำเร็จ ถ้าเราทำตามความสูตรนั้นเป๊ะๆ มันมักจะไม่สำเร็จหรอก เพราะมันเป็นการเขียนความสำเร็จย้อนหลัง”

ค่ายลูกเสือ + คอนเสิร์ต + ตลาดนัดแบกะดิน + ปาร์ตี้ EDM

พี่เจ๋อเล่าให้ฟังว่า เป้าหมายของ Big Mountain 9 ในปีนี้คือจะต้องมีคนไปร่วมงานถึง 80,000 คน เมื่อรวมทีมงานก็น่าจะมีคนอยู่ในงานเกือบ 90,000 คน แค่ฟังก็ตื่นเต้นแล้ว เมื่อคิดภาพคนเรือนแสนรวมตัวอยู่ด้วยกันในที่เดียว

เฟสติวัลแบบนี้จึงเป็นเหมือนวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่มหกรรมดนตรี “เรากำลังสร้างวัฒนธรรมกับคนหมู่มาก โดยมีดนตรีกรรมเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าหากัน คนที่มาเฟสติวัลจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมบางอย่างที่ไม่สามารถเสพได้จากกิจกรรมประเภทอื่น

“มันเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณอาจจะไม่ได้สัมผัสแบบนี้อีก เหมือนตอนเรียน รด. แล้วต้องไปเขาชนไก่ เราก็บ่นร้อนกันฉิบหาย แต่มันจะเป็นเรื่องที่เราเล่าทั้งชีวิตไม่รู้จบ” เปรียบเทียบให้ฟังสนุกๆ ว่าเหมือนค่ายลูกเสือผสมคอนเสิร์ต ผสมตลาดนัดแบกะดิน และปาร์ตี้ EDM ที่รวมทุกรสชาติ จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าแบรนด์ Big Mountain

“ใช่แล้วครับ Big Mountain เป็นแบรนด์ และเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงมากด้วย เพราะพี่เต็ดสร้างแบรนด์นี้ไว้ดีมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้ผมก็เขินๆ นะที่ให้สัมภาษณ์คนเดียวโดยไม่มีพี่เต็ด” พี่เจ๋อพูดไปยิ้มไป

ในอนาคตไม่เกิน 3 ปี พี่เจ๋ออยากเห็น Big Mountain มีคนไปร่วมงานทะลุแสนคนให้ได้ “ถ้าเราจะไประดับแสนคน แต่ไม่สร้างความประทับใจใหม่ ไม่มีทางที่เราจะเดินไปถึงจุดนั้นได้แน่ๆ ปีนี้เราตั้งเป้าหมายไว้ที่ 80,000 คน ผมไม่รู้หรอกว่าบัตรทั้ง 80,000 ใบจะขายหมดตั้งแต่วันแรกเหมือนปีที่แล้วหรือเปล่า แต่ก็เป็นเป้าหมายที่อยากทำให้มันสำเร็จ”

9 ปีก็เรื่องของมึง!

ปีนี้เป็นปีที่ 9 ของ Big Mountain Music Festival

“ตอนแรกผมคุยกับพี่เต็ดว่าอยากเฉลิมฉลอง 9 ปี เพราะทำงานโฆษณามาก่อน เราจึงรู้ว่าคนทุกวันนี้ไม่ได้อยากฟังเรื่องของแบรนด์ แต่เขาอยากฟังเรื่องของตัวเอง Don’t Self Gratulation ถ้าเป็นภาษาที่ไม่สุภาพหน่อยก็คือ ‘เรื่องของมึง’ ดังนั้น ถ้าเราอยากเล่าว่าเรามีมา 9 ปีแล้ว เราต้องพูดผ่านเรื่องของเขา และคิดให้ออกว่าเขาอยากฟังเรื่องอะไร”

พี่เจ๋ออธิบายให้ฟังว่า คนมา Big Mountain มี 3 กลุ่มด้วยกันคือ ไม่เคยมา มาแล้วอยากกลับมาอีก และมาแล้วแต่คงไม่กลับมาแล้ว

“เวลามองไปเนี่ย เราเชื่อว่ามันมีคนที่โตมากับ Big Mountain นะ บางคนเจอแฟนในงาน บางคนเคยมากับแฟน เลิกกันแล้วกลับมากับแฟนใหม่ บางคนเลิกกันแล้วกลับมารักกันที่งาน บางคู่ขอแต่งงานกันที่นี่ บางคู่พาลูกกลับมาก็มี

“ประชากรเป็นแสนคนมีความทรงจำกับ Big Mountain ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ปีนี้เราเลยรวมทุกความทรงจำตลอด 8 ปีที่ผ่านมา อย่างเวที UFO ที่ดูดมนุษย์ขึ้นไป หลายคนคงยังจำกันได้ หรือเวที Trasher ซอย 2 ครั้งนี้ก็จะกลับมาแบบกวนตีนๆ คือเราจะเขียนไว้ว่า ‘เวทีลับ’ ที่เดินเข้างานมาจะเจอมันเป็นเวทีแรกเลย มองเผินๆ คุณจะนึกว่ามันเป็นส้วม เพราะเราแต่งหลอกให้เหมือนเป็นห้องน้ำ

“อีกอย่างที่จะกลับมาคือ พาราด็อกซ์วัวทัวร์ ที่เราให้วงพาราด็อกซ์ตระเวนเล่นแม่งทุกเวที แล้วแต่ละเวทีเล่นไม่เหมือนกันด้วยนะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะแจ็กพ็อตแตกได้ดูตอนพวกเขาเล่นอยู่ที่เวทีไหน” พี่เจ๋อเล่าพลางหัวเราะ

มัน เว่อร์ มาก

นี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องไลน์อัพศิลปินที่ขนกันมาที่เขาใหญ่ในปีนี้กว่า 200 วง พี่เจ๋ออธิบายให้เราฟังว่า เหตุผลที่ Big Mountain ต้องจัดช่วงปลายปี เพราะงานนี้เป็นเหมือนบทสรุปของวงการดนตรีว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“เรารู้ว่าปีนี้ฮิปฮอปมาแรง เราเลยเปิดเวทีที่ 9 ขึ้นมาใหม่ เป็น Hip Hop Stage หรืออย่างปีที่แล้วที่มีลำไย ไหทองคำ มาแจมในงานของเราด้วย ไม่ใช่ว่าอยู่คนละค่ายแล้วจะมาจอยกันไม่ได้”

Big Mountain 9

นอกจากความครบเครื่องของดนตรีแล้ว พี่เจ๋อเล่าว่า ปีนี้มีการเพิ่มส่วนของ Non-music เข้าไปในงานด้วย

“ปีนี้เป็นปีแรกที่งานของเราจะมีตลกคาเฟ่ ปัจจุบัน วงการตลกคาเฟ่ถดถอยและค่อยๆ หายไปจากประเทศ เพราะคาเฟ่ปิดตัว เพราะฉะนั้น คณะตลกจะมีพื้นที่หลักๆ คือรายการทีวี และด้วยความที่เราอยู่แกรมมี่ เราเห็นเรตติ้งรายการทีวีเกือบจะทุกรายการ เรารู้ว่ารายการประเภทไหนมีคนตอบสนองเยอะ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรายการที่มีคณะตลกอยู่ เราเลยมีไอเดียที่จะเปิดวัวฮาคาเฟ่ขึ้น”

พี่เจ๋อบอกว่า ‘วัวฮาคาเฟ่’ ก็จะเป็นอีกหนึ่ง Subset ของแบรนด์ Big Mountain แบบเดียวกับ ‘ผับอโคจร’

“หลังจบงานปีที่แล้ว ผมอ่านความคิดเห็นของผู้ร่วมงานเป็นหมื่นคอมเมนต์ เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อยากให้เพิ่มหรือปรับปรุงอะไร เพื่อเอามาพัฒนาให้งานมันดีขึ้นในปีต่อๆ ไป อย่างเรื่องรถติดที่เป็นปัญหาทุกปี เพราะมีทางเข้าออกทางเดียว ครั้งนี้เราเลยเปิดประตูเข้าออก 3 ทาง คนที่ขับรถมาก็เข้าประตูหนึ่ง คนที่นอนเต็นท์ในงานก็เข้าอีกประตูหนึ่งไปเลย”

พี่เจ๋อยังบอกอีกว่า ปีนี้มีบัตร VIP สำหรับคนที่อยากซื้อความสะดวกสบาย ซึ่งนอกจากจะได้จอดรถตรงข้ามงานแล้ว ยังมีชัตเทิลบัสรับส่งถึงหน้าทางเข้า มีจุดชาร์จแบตโทรศัพท์ฟรี 48 ชั่วโมง และมีห้องน้ำติดแอร์ให้ด้วย เวอร์สุดๆ ไปเลย

“สำหรับบัตรธรรมดาไม่ต้องน้อยใจ ปีนี้เราเพิ่มห้องน้ำเป็น 2 เท่า เชื่อว่าทุกคนมีที่เยี่ยวแน่นอนครับ” พี่เจ๋อบอกอย่างอารมณ์ดี “แต่เอาจริงๆ ว่าเรื่องห้องน้ำเนี่ยเป็นปัญหาระดับสากลนะ ถึงคุณจะไปเฟสติวัลระดับสากลที่ดีที่สุดในโลกยังไง ไม่มีเฟสติวัลไหนหรอกครับที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่เยี่ยว คนในงานตั้งหลายแสนคน บางงานจัดในทะเลทราย บางงานจัดกลางป่า ทุกที่มีปัญหาเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย”

พี่เจ๋อเล่าว่า ด้วยความอลังการ จัดเต็ม ให้เยอะแยะ แถมโคตรคุ้ม มันเลยนำมาสู่คอนเซปต์งาน Big Mountain ในปีนี้ ‘มัน เว่อร์ มาก’

“คนไปเทศกาลนี้เพราะรักสเน่ห์ของวัฒนธรรม เขาอาจจะไปด้วยความชอบดนตรีประเภทหนึ่ง แต่ได้ดนตรีอีกหลายๆ ประเภทกลับบ้านไปด้วย มันเหมือนเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม”

พี่เจ๋อเล่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่า “สิ่งที่ผมชอบทำมากๆ เวลาไปเฟสติวัล คือไปเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับศิลปินหลังเวที เพราะมันเหมือนเป็นโอกาสที่เราจะได้รวมญาติ

“อีกอย่างที่ชอบทำคือเดินสังเกตคนในงาน คงเป็นนิสัยที่ติดมาตั้งแต่สมัยทำงานโฆษณา ผมอยากรู้ว่าผู้บริโภคคิดอะไรอยู่ สนุกสนานไหม มีประสบการณ์ที่ดีไหม เขายืนต่อคิวซื้อข้าวไข่เจียวนานแล้วด่าแม่ไหม หรือเขาเมาเกินไปหรือเปล่า แต่ผมก็แค่เดินสังเกตเพื่อเอาไปพัฒนาปรับปรุงหลังงาน เพราะคนที่สำคัญที่สุดในงาน Big Mountain ยังคงเป็นพี่เต็ดครับ”

Big Mountain 9

www.bigmountainmusicfestival.com

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
659

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load