เราปฏิบัติกับเด็กเหมือนเขาเป็นเด็ก หรือเป็นมนุษย์คนหนึ่ง?

คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจ เมื่อฉันได้พูดคุยกับ อุ๊-อัจจิมา ณ พัทลุง Festival Director ของเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชนที่จะจัดขึ้นวันที่ 15 – 27 พฤษภาคมนี้ ผู้คัดเลือกละครสำหรับเด็กจากทั่วโลกมาแสดงที่กรุงเทพมหานครเห็นว่าสื่อละครสำหรับเด็กมักพูดเรื่องเทพนิยาย แฟนตาซี และมักแฝงคติสอนใจว่าเด็กควรคิดหรือควรทำอะไรให้ถูกต้อง

อุ๊สนใจงานละครร่วมสมัยที่เปิดกว้าง ไม่ห่อหุ้มเด็กๆ ด้วยความปลอดภัยและข้อสรุปเบ็ดเสร็จ แต่เปิดโอกาสให้เด็กได้รับรู้ชีวิตที่ต่างออกไปจากที่ตัวเองรู้จัก เรียนรู้ที่จะตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตัวเองก่อนผู้ใหญ่บอก

“ละครช่วยฝึกการเรียนรู้เด็กในหลายด้าน ทั้งศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือมีความสด มีความเป็นมนุษย์ การอยู่ร่วมกันระหว่างนักแสดงและผู้ชมเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากหน้าจอ หรือการดูรูปภาพ การดูละครร่วมกับพ่อแม่ แล้วได้หัวเราะ ได้ร้องไห้ไปด้วยกันเป็นการเชื่อมต่อที่ดีของครอบครัว และเด็กๆ ก็จะได้เชื่อมต่อกับคนอื่น ได้สัมผัสประสบการณ์และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากมุมของตัวเอง”

การแสดง 9 เรื่องที่เดินทางมาจาก 7 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เบลเยียม สกอตแลนด์ อินโดนีเชีย และประเทศไทย มีสไตล์หลากหลายตั้งแต่กายกรรมรูปแบบใหม่ การเต้นร่วมสมัย ไปจนถึงละครใบ้และละครหุ่น แต่ละเรื่องเหมาะสมกับผู้ชมแตกต่างกันไป ตั้งแต่วัย 3 ขวบ 7 ขวบ ไปจนถึงทุกเพศทุกวัย

ก่อนบัตรจะเต็มและการแสดงจะเริ่มขึ้น ขอเชิญทำความรู้จักการแสดงทั้ง 9 เรื่อง เลือกเรื่องที่ใช้ แล้วพาเด็กๆ หรือคนที่สนใจไปสร้างประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันตลอด 2 สัปดาห์ของการแสดงกันเถอะ

 

1

Horses

ละครเบลเยียม-ไทยที่เด็กๆ ไทยเป็นนักแสดง

Horses

ประเดิมงานแรกด้วยละครของกลุ่ม kabinet k ที่จัดเวิร์กช็อปความยาว 7 วันกับนักแสดงชาวไทย 12 คน เป็นผู้ใหญ่ 6 คน และเด็กๆ อีก 6 คนที่สมัครเข้ามา ทั้งหมดเต้นรำและเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อแสดงเรื่องราวการอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนตัวใหญ่และคนตัวเล็ก

“Horses เป็นเรื่องของความอยากเป็นผู้ใหญ่และความยังอยากเป็นเด็ก เรื่องของพลังกับความอ่อนแอ เรื่องของการอุ้มและถูกอุ้ม เรื่องของการดั้นด้นเสาะหาก่อนจะยอมแพ้ การค้นหาว่าใครคือผู้เชิดชักใย และการค้นหาท่วงทำนองสอดประสานที่ใช่ระหว่างกัน

“Horses เป็นประจักษ์พยานของพลังและความจริงใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ การแสดงที่นักแสดงค้นหาวิธีการอยู่ร่วมกันและความสัมพันธ์เฉพาะหนึ่งต่อหนึ่งระหว่างชีวิตกับชีวิต เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างม้ากับผู้ขี่ของมัน”

งานนี้เป็นการแสดงเปิดตัวของเทศกาลที่เปิดให้เข้าชมฟรี และปฏิบัติกับเด็กกับผู้ใหญ่อย่างเท่าเทียม คือเป็นนักเต้นที่มีความเป็นมืออาชีพ

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป
เข้าชมฟรี (ลงทะเบียนล่วงหน้า)
สถานที่ : สตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แสดง 2 รอบ วันที่ 17 – 19 พฤษภาคม

 

2

Flaque

กายกรรมโดยกลุ่ม Companie Defracto จากฝรั่งเศส

Flaque Flaque

การแสดงส่วนหนึ่งของงาน French Highlight นี้เป็นของกลุ่ม Companie Defracto กลุ่มศิลปินที่เรียนกายกรรมเองโดยไม่ได้เรียนจากสถาบันไหน และใช้เทคนิค Juggling (โยนสิ่งของ) มาผสมกับการเต้นและดนตรี ผู้ชายสองคนที่ใช้การเล่นจักกลิ้งสนทนากันได้พาการแสดงกายกรรมออกจากกรอบเดิม ไปสู่วิถี New Circus ที่แตกต่างไปจากกายกรรมตามขนบที่เราคุ้นชิน

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
บัตรผู้ใหญ่ : 650 บาท, บัตรเด็ก : 250 บาท
สถานที่ : สตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แสดง 3 รอบ วันที่ 18 – 20 พฤษภาคม

 

 

3

Four go wild in wellies

การเต้นสำหรับเด็ก โดย Independ – Dance 4 จากสกอตแลนด์

Four go wild in wellies Four go wild in wellies

เรื่องราวเกี่ยวกับสี่สหายที่พบว่าสิ่งของที่เตรียมมาแคมป์มีชีวิตขึ้นมาและพากันออกผจญภัย พวกเขาจึงต้องผจญภัยในรองเท้าบู๊ต พร้อมกับหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ และเต็นท์แสนซน เรื่องนี้เข้าใจง่าย ชัดเจน น่ารัก ชวนให้เด็กสนุกได้มาก ที่สำคัญการแสดงอบอุ่นสำหรับเด็กเรื่องนี้มีนักแสดงมืออาชีพสองในสี่คนที่เป็นดาวน์ซินโดรม แต่พวกเขาได้เดินทางทัวร์การแสดงคุณภาพชิ้นนี้มาแล้วหลายประเทศในยุโรป และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับจากละครเรื่องนี้จึงเป็นการลดอคติหรือการตัดสินคนพิการอีกด้วย

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี
บัตรผู้ใหญ่ : 450 บาท, บัตรเด็ก : 150 บาท
สถานที่ : Creative Industries
แสดง 6 รอบ วันที่ 18 – 20 พฤษภาคม

 

4

วาวา The Rice Child

การแสดงหุ่นสายโดยพระจันทร์เสี้ยวการละคร

วาวา The Rice Child วาวา The Rice Child

วาวา The Rice Child เป็นละครหุ่นสื่อผสมของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวที่ทำละครหุ่นมาต่อเนื่องสม่ำเสมอ พวกเขาสนใจประเด็นเด็กแรงงานข้ามชาติ เลยศึกษาข้อมูลและลงพื้นที่ที่จังหวัดสมุทรสาคร เรียนรู้ปัญหาของเด็กๆ ที่พ่อแม่เป็นแรงงานข้ามชาติหรือผู้ลี้ภัย การเกิด เติบโต และเรียนหนังสือ ในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย

พระจันทร์เสี้ยวการละครจึงนำประเด็นหนักนี้มาย่อยเล่าอย่างเรียบง่าย ผสมผสานกับนิทานพื้นบ้านลุ่มน้ำโขง นิทานน้ำเต้า เพื่อให้ผู้ชมเด็กๆ กับครอบครัวได้นั่งดูชีวิตของเด็กน้อยวาวา เด็กแรงงานข้ามชาติกับมิตรภาพกับเพื่อนคนไทยไปด้วยกัน และได้เห็นหุ่นสายที่โลดแล่นมีชีวิตชีวาผสมผสานกับภาพจากการวาดทราย หุ่นกระดาษ การเล่นเงา และบทเพลง

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป
บัตรผู้ใหญ่ : 350 บาท, บัตรเด็ก : 100 บาท
สถานที่ : ห้อง 401 ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แสดง 5 รอบ วันที่ 18 – 20 พฤษภาคม

 

 

5

Puno

การเชิดหุ่นโดย Papermoon Puppet Theatre จากอินโดนีเซีย

Puno Puno

ละครหุ่นอบอุ่นเรื่องนี้เล่าเรื่องเด็กที่เสียพ่อไปโดยไม่ได้พูดความในใจ ความเชื่อของอินโดนีเซียเชื่อว่าหลังจากตายใหม่ๆ วิญญาณของผู้ตายจะยังวนเวียนอยู่รอบๆ อีก 40 วัน เด็กน้อย Tala จึงพยายามหาทางสื่อสารกับพ่อของตัวเอง

งานนี้เป็นการแสดงสำหรับเด็กที่พูดถึงความตายอย่างซื่อตรงและงดงาม ไม่ฉาบแต่เรื่องราวสวยงามเทพนิยายให้เด็กๆ แต่พูดถึงความจริงของโลกใบนี้ได้อย่างกินใจน่าดูน่าชม

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
บัตรผู้ใหญ่ : 650 บาท, บัตรเด็ก : 250 บาท
สถานที่ : Creative Industries
แสดง 3 รอบ วันที่ 18 – 20 พฤษภาคม

 

 

6

Primo

การเต้นร่วมสมัยในสระน้ำ โดย Alfredo Zinola จากเยอรมนี

Primo Primo

Primo หมายถึงแรกเริ่มหรือจุดเริ่มต้น ศิลปินเยอรมัน 2 คนจะเต้นแบบมินิมัลในสระน้ำยางขอบใส ให้คนดูจะนั่งหรือนอนรอบๆ สระเพื่อมองการแสดง เป็นงานที่เรียบง่าย สงบ สวยงาม มีความเป็นบทกวี และพาคนดูดำดิ่งเชื่อมโยงกับประสบการณ์เก่าแรกเริ่มของตัวเอง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความได้อย่างเต็มที่

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2 – 5 ปี และผู้ใหญ่
บัตรผู้ใหญ่ : 650 บาท, บัตรเด็ก : 250 บาท
สถานที่ : คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แสดง 5 รอบ วันที่ 25 – 27 พฤษภาคม

 

7

Babymime Show @Star Wars

ละครใบ้ที่เล่าเรื่องครอบครัวสุดซึ้งโดย Babymime

Babymime Show @Star Wars Babymime Show @Star Wars

Babymime เป็นกลุ่มละครใบ้ของ 3 หนุ่มที่ทำงานเพื่อคนดูกลุ่มครอบครัวมานาน เทศกาลนี้จึงขาดพวกเขาไปไม่ได้ Star Wars เป็นคอเมดีดรามาที่เล่าปัญหาในบ้านผ่านสายตาของเด็กออทิสติกที่คลั่งไคล้ Star Wars จึงเห็นภาพพ่อแม่เป็นตัวละครในจินตนาการของตัวเอง รับประกันได้ว่าเรื่องนี้ตลก ซึ้ง มีความสนุกชวนอมยิ้ม อุ่นๆ ในหัวใจตามสไตล์เบบี้ไมม์แน่นอน

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป
บัตรผู้ใหญ่ : 450 บาท, บัตรเด็ก : 150 บาท
สถานที่ : ห้องสตูดิโอชั้นสี่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แสดง 5 รอบ วันที่ 25 – 27 พฤษภาคม

 

 

8

Sarabande

การเล่น Juggling ผสมศิลปการแสดงหลายแขนงโดย Jörg Müller

Sarabande

การแสดงกายกรรมฝรั่งเศสชิ้นนี้ ผสมผสาน Fine Art, Temporary Art และการจักกลิ้งเข้าด้วยกัน โดยศิลปินไม่จักกลิ้งด้วยลูกบอล แต่แขวนท่อเหล็กจากข้างบนเป็น Installation Art แล้วจักกลิ้งแนวราบกับท่อนเหล็กเหล่านี้ ประกอบไปกับดนตรีคลาสสิกของนักเล่นไวโอลินสด งานที่น่าตื่นเต้นนี้ฉีกกรอบการแสดงกายกรรมไปโดยสิ้นเชิง และจะเป็นประสบการณ์ชมการแสดงที่แสนพิเศษสำหรับผู้ชมทุกวัย

เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย
บัตรผู้ใหญ่ : 650 บาท, บัตรเด็ก : 250 บาท
สถานที่ : ศูนย์ศิลปการละครสดใสพันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แสดง 3 รอบ วันที่ 25 – 27 พฤษภาคม

 

9

GABEZ Show

ละครใบ้ผสมการเต้นโดยกลุ่ม GABEZ จากญี่ปุ่น

GABEZ Show GABEZ Show

ปิดท้ายด้วยละครใบ้สนุกๆ และการเต้นเปี่ยมคุณภาพของสองหนุ่มฮิโตชิและมาสะจากโอกินาวา พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากชาร์ลี แชปลิน และคณะนักดนตรีที่มีมุกตลกแพรวพราวชาวญี่ปุ่น The Drifters การฝึกฝนมายาวนานหลายปีทำให้จังหวะการเคลื่อนไหวของพวกเขาเนี้ยบกริบ ขำกลิ้ง เข้าใจง่าย แม้จะไม่ได้อ้าปากพูดเลยสักคำ ภาษากายของพวกเขาก็เอาชนะใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป
บัตรผู้ใหญ่ : 650 บาท, บัตรเด็ก : 250 บาท
สถานที่ : ศูนย์ศิลปการละครสดใสพันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แสดง 5 รอบ วันที่ 24 – 27 พฤษภาคม

จองบัตรละครทุกเรื่องได้ที่นี่

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
2 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load