เดี๋ยวนี้เดินเข้าคาเฟ่ร้านไหนก็มักจะมีเมนู Signature ให้เลือกแทบทุกร้าน เทรนด์การสร้างสรรค์เมนู Signature นี้เป็นที่น่าสนใจ เพราะเรามองว่าเทรนด์นี้เป็นประโยชน์กับทั้งคาเฟ่และคนที่ชอบดื่มกาแฟ เมนูกาแฟที่บวกความคิดสร้างสรรค์ถูกคิดขึ้นมาให้คนรักกาแฟตามไปชิมกันมากขึ้นไม่เว้นแต่ละเดือน คนทำก็ได้ฝึกทั้งฝีมือ คิดและทดลองพัฒนากาแฟให้ไม่หยุดอยู่กับที่

สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษในเมนูกาแฟแนวสร้างสรรค์คือต้องใช้ทักษะและความสามารถของบาริสต้าหรือคนชงกาแฟ ที่ต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะของกาแฟที่เสิร์ฟเป็นอย่างดี นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ลงไปในแต่ละแก้ว ปรับปรุงและทดลองสูตร ส่วนผสมบางอย่างก็ช่วยให้รสกาแฟนั้นดียิ่งขึ้น บางส่วนผสมก็ทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ที่เหนือความคาดหมาย

รายการ Thailand Creative Barista Challenge By Boncafe เป็นรายการแข่งขันกาแฟที่เราให้ความสนใจทุกปี นอกจากจะได้เห็นสุดยอดบาริสต้าจากทั่วประเทศมาโชว์ของประลองฝีมือกันแล้ว ยังได้ผลลัพธ์เป็นเมนู Signature ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และผ่านการทดลองของบาริสต้าที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รอบภูมิภาค จนเป็นตัวแทนเข้ามายังรอบชิงแชมป์ประเทศ

มาดูกันว่า 3 เมนูที่เป็นสุดยอดของรายการ Thailand Creative Barista Challenge By Boncafe จะหน้าตาเป็นอย่างไร และใครคือบาริสต้าเจ้าของเมนูเหล่านั้นบ้าง

 

White Flower Blossom

ศราวุธ หมั่นงาน
Roots Coffee

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

เมนู Signature จาก แบงค์-ศราวุธ หมั่นงาน บาริสต้าจาก Roots Coffee เลือกใช้กาแฟ Kenya ของ Boncafe ที่แบงค์บอกว่า กาแฟเคนย่ามีลักษณะพิเศษคือให้กลิ่นดอกไม้ป่าที่ชัดมาก มีรสของน้ำผึ้งและดอกไม้ มีรสทิ้งท้ายเป็นความเปรี้ยวแบบลูกพีช แบงค์เลยได้ไอเดียในการทำ Signature จากสัมผัสทั้งหมดที่ได้จากกาแฟเคนย่าเป็นหลัก  

แบงค์เลือกที่จะนำเสนอความเป็นดอกไม้ของกาแฟเคนย่าด้วยการใช้ดอกเก๊กฮวยมาเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้ได้กลิ่นของดอกไม้ ถึงขนาดลงทุนไล่ชิมเก๊กฮวยของหลายๆ ร้านเพื่อเทียบรสที่ชอบที่สุด จนได้เก๊กฮวยที่ชงแล้วไม่เฝื่อนแบบที่ชอบจนได้ ด้วยความบังเอิญตอนที่ซื้อเก๊กฮวยแห้งมาเพื่อทำส่วนผสม เกิดได้เก๊กฮวยขาว ซึ่งเก๊กฮวยขาวที่ว่าไม่มีกลิ่นเก๊กฮวยอย่างที่เราคุ้นกันอยู่เลย แต่กลับได้กลิ่นดอกไม้ขาวซึ่งเป็นกลิ่นที่ได้จากการชิมกาแฟเคนย่า

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

เมื่อได้เก๊กฮวยมาแล้วลองต้มกลับมีกลิ่นเขียวติดมาด้วย แบงค์จึงปรึกษากับผู้รู้เรื่องชา และพบว่าเวลาชงชามักจะเทน้ำแรกทิ้ง เลยนำเอาวิธีนั้นมาใช้เตรียมน้ำเก๊กฮวยที่ได้ คือการพรมน้ำร้อนให้ทั่วดอกเก๊กฮวยทิ้งไว้ก่อนสัก 30 วินาที แล้วเทน้ำทิ้ง หลังจากนั้นค่อยใช้น้ำที่ได้จากการชงน้ำที่สองที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ และรสไม่ฝาดเตรียมไว้ใช้ตอนแข่งต่อไป

ส่วนผสมพิเศษอีกอย่างที่สื่อได้ถึงดอกไม้และกาแฟเคนย่าคือ น้ำผึ้ง แบงค์ใช้น้ำผึ้งป่าที่ได้มาจากป่าแถบภาคตะวันออกของไทย เป็นป่าที่สมบูรณ์ส่งผลให้น้ำผึ้งที่ได้มามีความซับซ้อนของกลิ่นและรสของดอกไม้นานาชนิดที่ผึ้งไปหามาสะสมไว้ บวกกับไซรัปของดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ที่ใส่เพิ่มความพิเศษของน้ำผึ้งขึ้นไปอีก

ส่วนผสมท้ายที่สุดของ White Flower Blossom คือพีชที่นำมาสกัดเป็นน้ำพีชเข้มข้น เมื่อผสมส่วนผสมทั้งหมดแล้วเขย่าจนเข้ากัน เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยดอกไม้ขาวดอกเล็ก 1 ดอกด้านบน

หน้าตาของกาแฟที่ดูเรียบง่าย แต่การเลือกส่วนผสมที่นำมาใช้กลับมีความซับซ้อนและสอดคล้องไปกับคอนเซปต์ที่ตั้งใจเอาไว้ รสของเมนู White Flower Blossom จึงเป็นการไฮไลต์รสชาติของกาแฟเคนย่าออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เชื่อว่าให้คนที่นึกไม่ออกว่ารสของกาแฟเคนย่าเป็นอย่างไร หากได้ลองชิมเมนูนี้น่าจะเข้าใจความเป็นกาแฟเคนย่ามากขึ้นอย่างแน่นอน

 

Mellow Cloud

ศักรินทร์ จินต์วาณิชกาล
Somersault Coffee Roasters

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

Mellow Cloud เมนู Signature ของ เซฟ-ศักรินทร์ จินต์วาณิชกาล บาริสต้าและนักคั่วกาแฟแห่งร้าน Somersault Coffee Roasters ที่ใช้ผลไม้เขตร้อนตามความชอบส่วนตัวเป็นคอนเซปต์ในการสร้างสรรค์เมนูขึ้นมา เซฟเป็นนักคั่วกาแฟ จึงมีความเข้าใจขอคาแรกเตอร์ของกาแฟหลายๆ ชนิดเป็นอย่างดี เมื่อลองชิมกาแฟของ Boncafe หลายๆ ตัว พบว่า Indonesia Lasuna Sumatra เป็นกาแฟที่มีคาแรกเตอร์ตรงกับใจมากที่สุด มีรสผลไม้ชัดเจน และมีกลิ่นเครื่องเทศผสมอยู่นิดๆ เลยเลือกกาแฟจากเขตร้อนมาใช้แข่งขัน

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

เซฟทดลองผสมกาแฟกับผลไม้เขตร้อนหลายๆ อย่างก็ไม่เข้ากันกับกาแฟ จนลองผสมกับน้ำลิ้นจี่ ปรากฎว่าได้รสที่เข้ากันได้ดี ส่วนกลิ่นของสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟสุมาตราที่เซฟเลือกใช้ เซฟลองไฮไลต์มันขึ้นมาด้วยไซรัปพิเศษที่ปรุงขึ้นมาเองจากเครื่องเทศอย่างกานพูล เปลือกเลมอน อัลมอนด์ ไทม์ อบเชย และใบกระวาน ที่จริงเซฟได้แรงบันดาลใจสูตรไซรัปนี้จาก Felernum เป็นไซรัปที่ใช้ทำค็อกเทล แต่เนื่องจากกลิ่นของเครื่องเทศบางอย่างใน Felernum แรงเกินไปจนกลบกินของกาแฟ เซฟเลยลงมือทำมันเองเสียเลย

เซฟทำช็อตเอสเพรสโซจากเครื่องชง ก่อนที่จะกรองผ่านกระดาษกรอง 2 ชั้น เพราะต้องการตัดความขม และให้กาแฟมีความใสมากที่สุด ก่อนที่จะเขย่าส่วนผสมทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน เทใส่แก้ว กลิ่นของลิ้นจี่จะแทรกเข้าไปอยู่ในฟอง หลังจากนั้นจึงรมด้วยไอที่ได้จากน้ำแช่สเปียร์มินต์และเปลือกเลมอน ก่อนที่ไอจะเข้าไปรวมตัวกับฟองก่อนหน้านี้ และทำให้กลิ่นของลิ้นจี่ในฟองกลายเป็นกลิ่นแอปเปิ้ลเขียวขึ้นมา

ทั้งหมดนี้ถูกคิดมาหมดแล้วว่าจิบแรกที่กินเข้าไปจะต้องได้กลิ่นของแอปเปิ้ลเขียวซึ่งเป็นรสหลักของกาแฟ Indonesia Lasuna Sumatra และจิบต่อไปจะได้กลิ่นลิ้นจี่และความหอมแบบผลไม้เขตร้อน ตามด้วยกลิ่นเครื่องเทศตบท้ายอย่างที่เซฟตั้งใจไว้

 

Lunar Eclipse

พชร วุฒิเพียรเลิศ
AKHA  AMA

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

เมนู Signature ที่ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้เป็นเมนูชื่อ Lunar Eclipse ของ ฟิล์ม-พชร วุฒิเพียรเลิศ ที่เลือกใช้กาแฟเคนย่าของ Boncafe ที่มีรสชาติเป็นดอกไม้ในเขตร้อน

ฟิล์มเลือกใช้กระเจี๊ยบซึ่งเป็นหนึ่งที่ได้จากการชิมกาแฟเคนย่าเป็นรสชาติหลักที่ใช้ทำเมนูนี้ กระเจี๊ยบถูกแปลงให้กลายเป็นไซรัป ด้วยการนำไปคั่วกับเมล็ดผักชีเพื่อให้ได้กลิ่นหอมก่อนจะนำมาต้มกับน้ำ แยกหม้อกันกับน้ำตาลที่เคี่ยวจนกลายเป็นคาราเมล แล้วนำทั้งสองหม้อมารวมกัน เคี่ยวต่อแบบช้าๆ วิธีนี้จะทำให้ได้ไซรัปที่เข้มข้น แต่ไม่หวานจนเกินไป

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

ส่วนผสมอีกอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายที่จะพบได้ในกาแฟคือน้ำข้าวต้ม ฟิล์มเลือกใช้น้ำข้าวต้มเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเครื่องดื่มทั้งหมด เพราะสุดท้ายหลังจากผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน มันจะทำให้เครื่องดื่มเจือจางลงไปมาก เลยต้องหาอะไรบางอย่างเพิ่มความเข้มข้นขึ้น ทดลองทั้งน้ำฟักทอง น้ำอ้อย แต่ก็ยังไม่น่าพอใจ ไอเดียการใช้น้ำข้าวต้มมาจากที่ฟิล์มรู้มาว่า สมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่เขากินแค่น้ำข้าวต้มเป็นเครื่องดื่มกันเป็นปกติอยู่แล้ว เลยคิดว่าน้ำข้าวต้มที่ไม่มีรสจะเป็นตัวเพิ่มความเข้มข้นที่ดีได้

ฟิล์มทดลองต้มข้าวกับน้ำเอง แต่ไม่ได้ผลอย่างที่คิดไว้ แต่สุดท้ายฟิล์มก็เจอน้ำข้าวต้มที่ดีเพียงพอสำหรับเมนูของเขาจนได้ ตอนแข่งระดับภูมิภาค ฟิล์มใช้ข้าวต้มพุ้ยจากร้านข้าวต้มข้างๆ คาเฟ่ที่เขาทำงานมากรองเอาข้าวออก แล้วใช้น้ำที่เหลือมาเป็นส่วนผสม พอมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟิล์มเลือกซื้อข้าวต้มจากย่านเยาวราชมาใช้ ซึ่งทดแทนกันได้อย่างดี

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

หลังจากนำส่วนผสมทุกอย่างผสมและเขย่าให้เข้ากัน เทใส่แก้วทรงสูง ฟิล์มใช้ไอจากชามะลิผสมกับลูกจันทน์พ่นใส่ในแก้ว ปิดทับด้วยช็อกโกแลตแผ่นด้านบน ให้กลิ่นชามะลิและลูกจันทน์อวลอยู่ในแก้ว แล้ววางกลีบกุหลาบด้านบนช็อกโกแลตเพื่อความสวยงาม

บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge บาริสต้า, Bon cafe, ร้านกาแฟ, Thailand Creative Barista Challenge

เมนูของฟิล์มไม่เพียงแค่ไฮไลต์รสของกาแฟเคนย่าเท่านั้น แต่ฟิล์มตั้งใจสร้างรสชาติใหม่ๆ จากกาแฟเคนย่าให้ดูน่าสนใจขึ้นอีกด้วย ความเห็นของกรรมการที่เห็นตรงกันว่าเมนู Lunar Eclipse ของฟิล์มมีความซับซ้อนของรสชาติชัดเจน ช่วยยืนยันตำแหน่งแชมป์ Thailand Creative Barista Challenge by Boncafe ได้อย่างเป็นเอกฉันท์

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
661

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load