19 กรกฎาคม 2561
2.34 K

คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่น่าจะรื่นรมย์กับการเดินเท้าเท่าใดนัก

ทั้งที่ในศตวรรษนี้เมืองต่างๆ ทั่วโลกต่างกระตุ้นบรรดานักวางผังเมืองและสถาปนิกให้ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด ‘การเดินเท้านิยม’ อย่างเต็มที่ แนวคิดที่ว่าคือ นโยบายทางด้านเมืองที่เชื้อเชิญให้ผู้คนออกมาเดินถนน ปั่นจักรยาน และอยู่ในพื้นที่สาธารณะของเมือง เป็นการพัฒนาเมืองให้มีชีวิตชีวา ปลอดภัย ยั่งยืน และมีสุขภาวะที่ดี

มหานครนิวยอร์กมีเป้าประสงค์สูงสุดเป็นหมุดหมายที่ว่า และเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2007

ชาวกรุงเทพฯ อย่างเราอย่าเพิ่งถอดใจ เพราะตอนนี้มีองค์กรเล็กๆ แห่งหนึ่งกำลังเร่งศึกษาหาหนทางฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ ทีละเล็กทีละน้อย เพื่อไปสู่ปลายทางการเป็นเมืองแห่งสุขภาวะที่ผู้คนมีความสุขกับการเดินเท้าในชีวิตประจำวัน

องค์กรนี้มีชื่อว่า ‘ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง’

คุณอาจแปลกใจ เมื่อรู้ว่าหนึ่งในโครงการแรกๆ ที่พวกเขาทำคือการสร้าง ‘ทางม้าลายต้นแบบ’ ที่เป็นมิตรกับเมืองและผู้คน

ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม

เมื่อพูดถึงพื้นที่สาธารณะ คนส่วนมากคงนึกถึงสวนสาธารณะเป็นอันดับแรก ทั้งที่พื้นที่สาธารณะไม่จำเป็นต้องเป็นสวน ไม่ต้องใหญ่โต และไม่ต้องเป็นอาคาร พื้นที่สาธารณะของเมืองที่ใกล้ชิดผู้คนมากที่สุดอยู่ในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ แต่มักจะถูกละเลยอย่างน่าน้อยใจก็คือ ทางผ่านอย่างถนน ทางเท้า ป้ายรถเมล์ ไปจนถึงใต้ทางด่วน

‘ทางม้าลาย’ เป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะทางผ่านที่ถูกหลงลืมเหล่านั้น

นี่คือที่มาของ ‘Art and Crossing ศิลปะ พา ข้าม’ ทางม้าลายกราฟฟิตี้สีสันสดใสที่พาดผ่านระหว่างสยามสแควร์ซอย 1 ไปจนถึงซอย 3 ซึ่งศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมืองทำขึ้นภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม

โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาแนวทางการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่มีความยืดหยุ่นต่อกิจกรรมที่หลากหลาย (Flexible Public Space) พูดง่ายๆ ให้เห็นภาพก็คือ นอกจากหน้าที่หลักแล้ว เรายังปรับเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะนั้นๆ ให้ใช้งานในรูปแบบอื่นได้ด้วย ถือเป็นการฟื้นฟูและเพิ่มความหลากหลายให้กับการใช้งานพื้นที่

ทางม้าลายกลายพันธุ์แห่งนี้ นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นทางข้ามให้ความปลอดภัยกับคนเดินเท้าแล้ว ยังถือเป็นศิลปะสาธารณะประจำท้องถนน ซึ่งทำให้มองเห็นทางข้ามได้ชัดเจน เป็นสัญลักษณ์เตือนผู้ขับขี่ ช่วยสานต่อให้ทางม้าลายและทางเท้ากลายเป็นพื้นที่เดียวกัน ซ้ำยังแฝงนัยว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นมิตรและให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าเป็นลำดับแรก

2choey หรือ บอม-เชิดศักดิ์ เม้ยขันหมาก ศิลปินผู้ที่มาร่วมงานกับศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง เล่าให้เราฟังถึงความท้าทายในการออกแบบผลงานที่ต้องเป็นทั้งงานศิลปะและเครื่องการันตีความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน

ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม

สยามสแควร์ คือพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ของวัยรุ่น ทางม้าลายจึงถูกตีความออกมาภายใต้แนวคิด ‘สนามเด็กเล่น’ ในการออกแบบต้องพยายามเก็บลายเส้นทางม้าลายเดิมของพื้นที่เอาไว้ เพื่อให้คนขับรถและคนเดินเท้ารับรู้ เข้าใจ ได้ทันทีว่า บริเวณนี้คือทางม้าลาย ผ่านการใช้สีสันสดใสช่วยให้มองเห็นได้สะดุดตาและชัดเจนในระยะไกล”

โจทย์ใหญ่ที่สุดของบอมจึงไม่ใช่แค่การออกแบบลวดลายและระบายถนนให้สวยงาม แต่ต้องเป็นงานศิลปะที่กลมกลืน สอดคล้องไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพราะถนนที่เปรียบเหมือนผืนผ้าใบของผลงานชิ้นนี้คือ ส่วนหนึ่งของเมืองที่มีองค์ประกอบอื่นๆ ในพื้นที่อีกมากมายซึ่งต้องคำนึงถึง

บอมอธิบายว่า อุปสรรคใหญ่ในการออกแบบทางม้าลายที่สยามแสควร์ซอย 1 คือ ต้องมีพื้นที่วางขยะขนาดใหญ่ในบริเวณทางม้าลายด้วย เขาเลยแก้ปัญหาออกแบบจุดวางขยะเป็นฐานของสปริงบอร์ดกระโดดน้ำ ซึ่งกลมกลืนไปกับผลงานทั้งชิ้นเสียเลย

แล้วทำไมต้องมาทำที่สยามแสควร์ ไปอยู่เอกมัยหรือปิ่นเกล้าได้ไหม

ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม

ได้แน่นอนครับ” บอมตอบด้วยเสียงหนักแน่น “คณะทำงานเลือกสยามสแควร์เป็นพื้นที่นำร่อง เพราะเป็นย่านพาณิชย์หลักใจกลางเมือง เต็มไปด้วยผู้คนและรถสัญจรผ่านไปมามากที่สุดจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ ตามหลักการออกแบบเมืองแล้ว พื้นที่พาณิชย์ที่คนพลุกพล่านแบบนี้ ควรออกแบบเพื่อให้คนเดินเท้าสะดวกสบายกว่าผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นๆ”

บอมเล่าต่อถึงปัญหาที่คนเดินเท้าหลายคนรู้สึก “หลายครั้งเราโทษมารยาทของคนขับขี่ แต่ปัญหาที่แท้จริงอาจเกิดจากการออกแบบพื้นที่เมืองที่ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าไม่มากพอ

บอมทิ้งท้ายว่า “นอกจากความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว เจ้าทางม้าลายที่รับหน้าที่เป็นศิลปะสาธารณะประจำท้องถนนชิ้นนี้ยังช่วยดึงดูดให้ผู้คนเดินเท้าเข้ามายังพื้นที่ เป็นการเพิ่มความคึกคักให้ย่าน และปลูกฝังให้คนในเมืองเริ่มรักการเดินมากขึ้นด้วย”

ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม ทางม้าลาย, Art and Crossing, สยาม

เมืองที่เชื้อเชิญให้ผู้คนออกมาเดิน ปั่นจักรยาน และใช้พื้นที่สาธารณะ อย่างเต็มอกเต็มใจได้นั้น ต้องมีโครงสร้างที่เหมาะสม มีระบบขนส่งสาธารณะดีๆ และมีการใช้งานของเมืองที่หลากหลาย องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาณกิจกรรมและรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยในการใช้งาน

ดังนั้น ‘ทางม้าลายต้นแบบ’ ที่เป็นมิตรกับเมืองและผู้คนนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ บนเส้นทางการพัฒนากรุงเทพฯ ไปสู่การเป็นเมืองสุขภาวะ อันหมายถึง เมืองอยู่ดีมีสุขที่ชีวิตของผู้คนในเมืองงอกงาม

ภาพ: ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space Forum)

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.62 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load