เราเดินขึ้น-เดินลงบันไดวนที่มีภาพกราฟฟิตี้สีสันสดใสของเด็กผู้หญิงสวมชุดกระต่ายขนปุยในเซลส์แกลเลอรี่ XT Ekkamai ระหว่างรอสนทนากับนักพ่นมือดีฉายา Alex Face หรือ พัชรพล แตงรื่น ศิลปินสตรีทอาร์ตเจ้าของคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงสามตาหน้าบึ้งที่ปรากฏกายอยู่ทุกสารทิศทั่วไทย

เล็กบอกกับเราว่า สมัยถือกระป๋องสเปรย์เดินเข้าวงการสตรีทอาร์ตช่วงยุคฟองสบู่แตก เขาเพนต์กราฟฟิตี้เพื่อความสนุกและความสุข แต่คนรอบข้างกลับมองว่าเขาเป็นพวกมือบอน เที่ยวตระเวนหาอาคารร้างเพื่อเอาสีสเปรย์พ่นกำแพง พอยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ความหมายของศิลปะข้างถนนเปลี่ยนไป ผลงานของเขาพัฒนาแข่งกับสีสันของสเปรย์คู่กาย

Alex Face, XT Ekkamai

“ตอนเราพ่นสเปรย์ครั้งแรกแล้วแรงดันจากกระป๋องมันพุ่งออกไปยังกำแพง เรารู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยบางอย่าง มันสนุกและเป็นเสน่ห์ของการพ่นสเปรย์ ส่วนคาแรกเตอร์เด็กเราเริ่มพ่นตอนมีลูก ได้แรงบันดาลใจมาจากเขา ก็เลยเป็นคาแรกเตอร์เด็กหน้าบู้ มาพร้อมกับดวงตาที่สาม”

เจ้าของผลงานเฉลยว่า ดวงตาที่สามมาทีหลังเด็กหน้าบู้ เป็นดวงตาที่คอยสอดส่องดูแล ระวังภัยอันตราย ในทางกลับกันก็เป็นตัวแทนเล่าบางสิ่งบางอย่างที่ดวงตาปกติมองไม่เห็น บางลัทธิ บางศาสนา และบางวัฒนธรรม ชอบและไม่ชอบในตาเดียวกัน บ้างก็ว่าเป็นพลังงานบวกอย่างหนึ่ง

Alex Face, XT Ekkamai

แรงบันดาลใจ

Alex Face นับเป็นศิลปินร่วมสมัยขวัญใจชาวมิลเลนเนียลที่ผ่านร้อนผ่านหนาวพิสูจน์ให้เห็นว่าสตรีทอาร์ตอย่างกราฟฟิตี้ได้รับการยอมรับเรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน แถมศิลปะข้างถนนก็ยกระดับกลายเป็นศิลปะร่วมสมัย อยู่ได้กับทุกพื้นที่ ไม่เพียงแค่กำแพงเก่าหรืออาคารร้าง

“งานศิลปะพวกสตรีทอาร์ตหรือกราฟฟิตี้บอกถึงยุคสมัยได้นะ สีสเปรย์อาจจะเป็นตัวแทนของศิลปะร่วมสมัย สตรีทอาร์ตปัจจุบันนำมาประยุคตกแต่งสถานที่มากกว่าเป็นศิลปะข้างถนน เราว่าศิลปะไม่ใช่แค่ภาพแขวนผนัง แต่เป็นวัฒนธรรมและเป็นทุกอย่างที่สะท้อนออกมาผ่านความคิดสร้างสรรค์ ถ้าประเทศไหนเมืองไหนมีศิลปะที่แข็งแรงแสดงว่าเมืองนั้นประเทศนั้นย่อมมีวัฒนธรรมที่แข็งแรงตามไปด้วย”

Alex Face, XT Ekkamai

เช่นเดียวกันกับเซลส์แกลเลอรี่ XT Ekkamai ที่เป็นมากกว่าเซลส์แกลเลอรี่ แต่เป็น Co-Work & Play Space แถมยังเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะขนาดย่อมของ Alex Face ที่เขาชวนเด็กหญิงหน้าบึ้งสวมชุดกระต่ายทะลุมิติจากบันไดวนออกไปยังกำแพงใหญ่ย่านเอกมัย เพื่อแจกความสดใสและเรียกรอยยิ้มจากชาวเอกเมี่ยนระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว

“เราใช้สัญลักษณ์ของ XT แทนวงกลมทะลุมิติหลากสี แล้วก็เล่นกับพื้นที่อย่างบันไดวน พื้นที่ค่อนข้างบีบและเล็กพอสมควร เราเอาคาแรกเตอร์ความเป็นเด็กมาเล่นสนุกกับการขึ้นลงบันไดเหมือนสไลเดอร์ลงมา แล้วก็ทะลุมิติไปอีกที่หนึ่งได้ ไปโผล่อีกทีตรงกำแพงใหญ่แถวสี่แยกในซอยเอกมัย

“เราเลือกสัญลักษณ์การทะลุมิติมาสื่อสารว่า XT เป็นคอนโดมิเนียมแบบใหม่ เป็น Co-Sharing Facilities แชร์พื้นที่ส่วนกลางกับคอนโดในเครือ XT เหมือนกับการทะลุประตูมิติไปอีกที่หนึ่งได้”

Alex Face, XT Ekkamai

Alex Face, XT Ekkamai

บ้าน

ความพิเศษของ XT คอนโดมิเนียม นอกจากจะออกนอกกรอบคอนโดมิเนียมทั่วไปด้านการแบ่งปันพื้นที่ส่วนกลาง ยังตอบโจทย์หนุ่มสาวชาวมิลเลนเนียลที่มีความเป็นตัวเองพุ่งสูง เบื่อกับกฎและกรอบเดิม พร้อมที่จะ ‘EXTEND YOUR STYLE’ เพราะ XT Ekkamai มีรูปแบบห้องที่ใช่! ให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบเราเลยถือโอกาสแอบถามศิลปินแห่งยุคมิลเลนเนียลว่า

‘ถ้ามีโอกาสออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์ของตัวเอง บ้านหลังนั้นจะเป็นอย่างไร’

“เรากำลังจะสร้างบ้านพอดีเลย แน่นอนว่าเป็นสไตล์เราเต็มๆ คนแถวนั้นคงคิดว่าเราจะสร้างโรงงาน (หัวเราะ) เพราะเราทำบ้านหลังคาสูง 5 เมตร เพื่อเอื้อต่อการทำงานศิลปะขนาดใหญ่ในอนาคต และเพดานสูงทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ส่วนด้านบนเราทำเป็นห้องนอน แล้วก็มีห้องครัวขนาดเล็ก” 

‘บ้าน’ มีความหมายกับ Alex Face อย่างไร เราถามต่อ

“เราว่าบ้านเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญนะ คงทำให้ชีวิตเราเป็นปึกแผ่น เหมือนมีฐานรากมั่นคง ไม่ใช่แค่เรา แต่มีครอบครัว มีลูก มีภรรยา เพื่อนเราเคยบอกว่า ตั้งแต่สร้างบ้านเสร็จ เวลาไปนอนที่ไหนก็ไม่รู้สึกอุ่นใจเหมือนนอนที่บ้าน เราอาจจะรู้สึกแบบนั้นเหมือนกันก็ได้ เพราะบ้านคือที่ที่เราออกแบบมาเพื่อใช้ชีวิต เราพยายามออกแบบให้ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างเต็มที่”

ศิลปินอารมณ์ดีเล่าจบก็เปิดอัลบั้มภาพอวดโฉมแบบร่างบ้านหลังแรกของเขา ก่อนจะเสริมว่า

“บางคนคิดว่าบ้านศิลปินจะต้องรก บ้านเราไม่เป็นแบบนั้น เราพยายามเซ็ตระบบให้เอื้อต่อการทำงาน บางทีหัวกำลังแล่นก็จะหยิบดินสอมาสเกตช์ทันที เราว่าการสเกตช์ก็เหมือนการจดบันทึกประจำวัน แต่เปลี่ยนจากการจดเป็นภาพวาดแทน”

Alex Face, XT Ekkamai Alex Face, XT Ekkamai

แรงบ้านดาลใจ

บ้านหลังแรกของ Alex Face และคอนโดห้องแรกของหนุ่มสาวชาวมิลเลนเนียล คงเหมาะกับคำว่า ‘ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่’ พอดีกันกับ XT คอนโดมิเนียม มีเรือนปลูกรอไว้แล้วให้ผู้อยู่เลือกได้ตามชอบใจ

“ถ้าคนเราสามารถเลือกอยู่ในพื้นที่ที่ต้องการได้จริง จะทำให้รากฐานเขามั่นคง เป็นการต่อยอดความคิดให้เขาทำในสิ่งถนัดได้อย่างทะมัดทะแมงและมีความมั่นใจ เราว่าการเลือกบ้านให้ตรงกับไลฟ์สไตล์สำคัญเหมือนกันนะ บางครั้งเขาอาจจะเหนื่อยจากงาน แต่พอกลับมาบ้านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดำเนินชีวิต

“เรารู้สึกภูมิใจที่ยังเป็นมิลเลนเนียลอยู่ (หัวเราะ) ถ้าผลงานของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งต่อแรงบันดาลใจ ส่งต่อกำลังใจให้กับคนอื่นได้ถือว่าเรามีความสุขแล้ว อย่างเราก็รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินรุ่นก่อนเหมือนกัน เราไปดูงานเขาแล้วไฟลุกโชน กลับไปเราต้องตั้งใจทำงานและทุ่มเท เราว่าเป็นเรื่องดีที่ต้องส่งต่อแรงบันดาลใจให้คลื่นลูกต่อไป ให้เขาพยายามทำอะไรที่สร้างสรรค์และยิ่งใหญ่ขึ้นมา” นักพ่นสีสเปรย์ทิ้งท้ายถึงผลงานเด็กหญิงหน้าบู้ว่าซุกซนอารมณ์ดีในเซลส์แกลเลอรี่ XT Ekkamai

Alex Face, XT Ekkamai

โครงการ XT Ekkamai ราคาเริ่มต้นที่ 4.99 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sansiri.com หรือโทร. 1685

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

16 สิงหาคม 2560
20 K

ถึงนิสิต นักศึกษา ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดสถานะของคุณในตอนนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลาอุดมศึกษาเป็นช่วงเวลาพิเศษในชีวิต เป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะส่งผลกับคุณก่อนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นพื้นที่ให้คุณได้ลองผิดลองถูกเพื่อค้นหาตัวเอง และจะกลายเป็นความทรงจำของวัยเยาว์ที่มีความหมายกับกับคุณ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

The Cloud รวบรวมคำแนะนำหลากหลายของบรรดาบัณฑิตมาไว้ที่นี่ บางคนอาจเพิ่งเรียนจบมาไม่นาน บางคนก็พ้นเครื่องแบบนักศึกษามานานแล้ว นิยามของ ‘การใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่า’ ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เราเชื่อว่าทุกสิ่งควรมีทางเลือก และอยากจะฝากตัวเลือกที่คุณอาจนำไปปรับใช้ก่อนก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไว้ที่นี่

1. ลงเรียนวิชาที่อยากเรียนจริงๆ โดยไม่สนใจเรื่องอื่น

เกรด อาจารย์ เพื่อน และตัวแปรอีกหลายประการ อาจทำให้คุณตัดสินใจเลือกเรียนหรือไม่เรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง ขอแนะนำให้ลงทะเบียนหรือเข้าไป sit in วิชาที่อยากรู้จริงๆ โดยไม่สนว่าวิชานั้นจะง่ายหรือยาก หรือมีข้อแม้ว่าต้องมีเพื่อนเรียนด้วย ลองให้คลาสนั้นเป็นช่วงเวลาที่ตัวคุณจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ และตอบคำถามตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบศาสตร์ที่ศึกษาอยู่ ดีกว่ามาสมัครคอร์สเรียนภายหลัง เพราะค่าเรียนสำหรับผู้ใหญ่อาจแพงกว่ามาก

2. ทำความรู้จักมหาวิทยาลัยในแบบของตัวเอง

นอกจากทำความรู้จักตัวเอง การทำความรู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็สำคัญ ลองเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวของคณะและมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะอ่านประวัติ ตำนาน หรือออกสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและรอบมหาวิทยาลัย คุณอาจค้นพบความสนุกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เช่น ชมรมน่าสนใจ ห้องสมุดน่านั่งทำงาน ร้านอาหารอร่อยนอกคณะ และมุมในสวนแสนสงบ อย่าปล่อยให้สถานที่เรียนที่ต้องไปแทบทุกวันเป็นแค่ความเคยชิน แต่ทำให้มหาวิทยาลัยมีความหมายมากกว่าเดิม

3. ทำกิจกรรมทั้งในและนอกคณะ

ใครๆ คงบอกคุณแล้วแหละว่าควรทำกิจกรรม ก็ความทรงจำที่เราไม่อาจลืมหรือเพื่อนที่คบหาตอนนี้ก็ได้มาจากการเข้าชมรม เข้าค่าย เล่นกีฬา เล่นละครเวที และกิจกรรมนานาในรั้วมหาวิทยาลัยทั้งนั้น การทุ่มใจ กาย และเวลา ให้กลุ่มคนที่มีเป้าหมายร่วมกัน เป็นประสบการณ์พิเศษที่คัดสรรคนบางคนให้เข้ามาในชีวิต แถมยังได้เรียนรู้ทักษะการทำงาน การเข้าสังคม และความเชี่ยวชาญบางอย่างที่ส่งผลต่อการทำงาน

4. มีเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนต่างคณะ

เพื่อนสนิทคอเดียวกันกับคุณอาจไม่ได้อยู่แค่ในคณะหรือชั้นเรียนเดียวกัน ลองทำความรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง และเพื่อนๆ ที่มีตรรกะและความเชี่ยวชาญต่างออกไป บทสนทนาของพวกคุณจะมีอรรถรสแปลกใหม่ เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดช่วยขยายมุมมอง ยิ่งรู้จักคนหลากหลาย ยิ่งได้มิตรภาพ ข้อมูลใหม่ๆ และ connection ที่อาจใช้ได้ในอนาคต

5. สนิทกับอาจารย์สักคน

สำหรับคนที่สนใจด้านวิชาการ อยากเข้าใจสิ่งที่เรียนให้ลึกซึ่งยิ่งขึ้น หรือต้องการปรึกษาผู้ใหญ่สักคน การคุยกับครูบาอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญมาก คำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ อาจทำให้เรามองเห็นเส้นทางการเรียนชัดเจนขึ้น รับมือกับอุปสรรคได้ดีขึ้น รวมถึงได้ข้อมูลต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่น แหล่งข้อมูลนอกห้องเรียน ทุนการศึกษาต่างประเทศ และสถานที่ฝึกงาน

6. สร้างกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อค้นพบที่ทางของตัวเองในมหาวิทยาลัย อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ลองสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ถ้าเป็นหัวหน้าชมรม ลองคิดกิจกรรมใหม่ๆ ไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษา ถ้าได้โอกาสทำค่าย มองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากที่รุ่นพี่เคยทำไว้ คุณอาจได้ฝากชื่อไว้เป็นตำนาน หรืออย่างน้อยก็ได้ท้าทายความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของตัวเอง

7. ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัยให้คุ้ม

การเป็นนิสิต นักศึกษา มีสิทธิประโยชน์มากมาย ลองศึกษาเอกสารที่ได้รับแจกตอนเข้าเรียนใหม่ เว็บไซต์ หรือสอบถามผู้รู้ คุณจะประหลาดใจเมื่อพบว่าได้สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิทำฟัน รหัสอินเทอร์เน็ต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ แถมยังยืมหนังสือห้องสมุดกับเข้าโรงยิมฟรีอีกต่างหาก (*สิทธิประโยชน์นี้แตกต่างกันไปตามสถาบันการศึกษา)

8. ใช้บัตรนิสิต นักศึกษา ให้คุ้มค่า

นอกมหาวิทยาลัย โลกใบนี้ก็ยังมอบสิทธิพิเศษให้เยาวชน นักศึกษาจะได้รับการลดหย่อนค่าบัตรโดยสาร ค่าเยี่ยมชมพิพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก หรือบางครั้งอาจได้สิทธิประโยชน์มาฟรีๆ เลยด้วยซ้ำ ร้านอาหารต่างๆ ก็ชอบจัดโปรโมชันสำหรับคนในวัยเรียน ตักตวงช่วงเวลาที่บัตรนักเรียนนักศึกษายังไม่หมดอายุไว้ให้เต็มที่ เพราะกว่าจะได้สิทธิแบบนี้อีกก็ต้องรอวัยหลังเกษียณ

9. ตามไปกินร้านอร่อยทั่วมหาวิทยาลัย

อย่าปล่อยให้ความจำเจครอบงำช่วงเวลาจับช้อนส้อม มีร้านอร่อยเจ้าประจำน่ะถูกแล้ว แต่การแสวงหาเมนูเด็ดใหม่ๆ เป็นหน้าที่ที่นักผจญภัยทางอาหารพึงกระทำ ลองพัฒนาผัสสะของลิ้นด้วยการออกไปชิมร้านเด็ดเจ้าใหม่ ข้อดีของร้านอาหารในหรือใกล้มหาวิทยาลัยคือความหลากหลายและราคาไม่แพง ชิมแกงของป้าที่คณะแล้ว อย่าลืมก๋วยเตี๋ยวของลุงคณะฝั่งตรงข้าม ผัดไทยของคณะไกลโพ้น หรือขนมหวานของพี่สาวใกล้หอพักนักเรียน เอนจอยชีวิตในมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ควรมีความสุขกับมื้ออาหารที่นี่ด้วย

10. รู้จักบุคลากรในคณะ

นอกจากอาจารย์กับนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยยังมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ขับเคลื่อนสถาบัน การทำความรู้จักสมาชิกในรั้วเดียวกัน ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่รายล้อมด้วยคนแปลกหน้า เมื่อรู้จักบรรณารักษ์ พี่ห้องธุรการ น้าร้านถ่ายเอกสาร ป้าแม่บ้าน หรือพี่ รปภ. บรรยากาศในสถาบันก็ไม่แห้งแล้งเย็นชาจนเกินไปนัก แถมยังอุ่นใจได้ว่าคณะที่เรียนปลอดภัยและอบอุ่น

11. ฝึกงาน

นอกตำราเรียนยังมีประสบการณ์มากมายให้ทดลองเรียนรู้ ไม่ว่าแผนการเรียนจะบังคับให้คุณฝึกงานหรือไม่ ขอแนะนำให้ออกไปฝึกงานที่ๆ ฝันใฝ่อยากทำงานด้วย และขยันทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เต็มที่ ถ้าใจรักชอบก็จะได้ตัดสินใจเดินเส้นทางสายนี้ต่อ ถ้าไม่ชอบ จะได้เตรียมหาลู่ทางเดินต่อไปหลังเรียนจบ รับประกันได้ว่าประสบการณ์ทำงานจะเป็นพอร์ตยอดเยี่ยมสำหรับการสมัครงานครั้งแรก และสอนอะไรมากมายเกี่ยวกับการทำงานในโลกของผู้ใหญ่

12. ทำงานพิเศษ

อีกขั้นของการฝึกงานคือการหาเงินด้วยตนเอง นี่ล่ะความท้าทายของจริงที่จะทำให้เติบโตไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร้านค้าหลังเลิกเรียน ช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย หรือสอนพิเศษเด็กในวันเสาร์-อาทิตย์ ทุกอย่างคือบทเรียนที่จะทำให้คุณเก่งขึ้น อดทนขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น เข้าใจหลายสิ่งได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องรอใครมาสอน ที่สำคัญยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ได้เก็บเงินเพื่อซื้อหาสิ่งต่างๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และเปิดโอกาสให้คุณเข้าใจผู้ปกครองมากขึ้นในวันที่ใกล้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

13. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน

ไม่ว่าจะทำงานออฟฟิศหรือเป็นฟรีแลนซ์ โอกาสลาหยุดไปเที่ยวมีจำกัด และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายรับ ช่วงวันหยุดยาวหรือปิดเทอม ลองออกไปเที่ยวพักผ่อน สร้างความทรงจำดีๆ กับเพื่อนที่ทะเล ป่าเขา หรือไปไกลกว่านั้นก็ได้ถ้าทุนทรัพย์เอื้ออำนวย ใช้เวลาสนุกสดใสให้เต็มที่ ก่อนที่การพบปะเพื่อนฝูงจะกลายเป็นการปรับทุกข์เรื่องงาน

14. มีความรัก*

ข้อนี้สำคัญจนต้องดอกจัน มีรักในวัยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เหมือนจุดเทียนกลางสายฝน (ในวงเล็บว่าต้องมีสติ) ก่อนออกไปสู่สนามจริงในโลกของผู้ใหญ่ สนามซ้อมเล็กๆ ในวิชาความรักจะทำให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น เรียนรู้การจัดสรรเงิน เวลา และพลังกายใจให้กับคนสำคัญที่ก้าวเข้ามาในชีวิต ถ้าความรักจบลง คุณก็ได้ประสบการณ์ ถ้ายังแน่นแฟ้นผูกพัน คุณอาจได้คนร่วมชีวิตต่อไปในอนาคต

15. ทำ thesis ที่รัก

ก่อนจบการศึกษา อย่าทำให้ปีสุดท้ายของการเรียนขื่นขม เลือกหัวข้อธีสิสที่สนใจศึกษาจริงๆ มากกว่าเรื่องที่น่าจะทำง่ายหรือถูกใจอาจารย์ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องอยู่กับโครงงานคือตัวคุณเอง ลองคิดว่าการเลือกธีสิสเหมือนเลือกเนื้อคู่ ถ้าได้คนที่ถูกใจ แม้ต้องตกระกำลำบาก ก็ยังฝืนทำงานให้ลุล่วงได้อย่างไม่ทุกข์ระทม

ขอให้คุณใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่,

ด้วยความปรารถนาดีจาก The Cloud

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load