“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของนักฝันคนหนึ่งที่มองไปยังเส้นทางในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์”

ข้อความขึ้นต้นในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต พอจะทำให้เห็นภาพการเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองใหม่ การกลั่นกรองข้อมูลมหาศาลเป็นหนังสืออ่านง่ายขนาดถนัดมือ เป็นความตั้งใจของทีมงาน ‘สานต่อที่พ่อทำ’ ที่อยากถ่ายทอดแนวคิดการทรงงานของพระราชาให้เรียบง่ายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมพระองค์ในฐานะกษัตริย์ แต่มองเห็นหลักการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานคนหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถแกะรอยและลงมือปฏิบัติตามได้จริงทันที

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานสานต่อที่พ่อทำ จึงได้รู้ว่าไอเดียเบื้องหลังการทำหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา ที่สำคัญคือ ‘The Visionary’ ไม่มีวางแผงขาย เพราะกำลังเปิดให้จอง และจะแจกให้คนไทยที่สนใจฟรีๆ ในเดือนกันยายนที่กำลังมาถึง

ก่อนลงมือสั่งจองหนังสือ มาทำความรู้จักที่มาที่ไปของหนังสือในหลวงที่แปลกที่สุดเล่มหนึ่ง และเหตุผลที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบรวดเดียวกันดีกว่า

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

1. เล่าเรื่องที่ใครๆ ไม่เคยรู้

เบื้องหลังโครงการ ‘สานต่อที่พ่อทำ’ คือกลุ่มคนที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชน นักคิด นักเขียน ครีเอทีฟ ผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งรวมตัวกันกลางปี 2559 เพื่อทำงานบอกเล่าเรื่องราวพ่อของแผ่นดิน ในวาระที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 70 ปี และจะมีพระชนมพรรษา 90 พรรษาในปี 2560 แม้เหตุการณ์ไม่คาดฝันในเดือนตุลาคมปีที่แล้วทำให้โครงการชะงัก แต่สุดท้ายทีมงานทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินหน้าทำงานกันต่อ เกิดเป็นหนังโฆษณาชุดสานต่อที่พ่อทำ 9 เรื่อง, ทริป ‘เดินทางพ่อ’, การ์ตูนเด็ก, และเพจ Facebook สานต่อที่พ่อทำ โดยทีมงานกลุ่มสุดท้ายสนใจถ่ายทอด untold story ของในหลวง ไม่ใช่เรื่องโด่งดังอย่างโครงการในพระราชดำริต่างๆ แต่เป็นอีกแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“พวกเราเป็นเจนวายรุ่นแรกๆ ที่ตอนเด็กยังทันเห็นพระองค์ทรงงานหนัก เสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย แต่ว่าเด็กรุ่นหลังพวกเราไม่กี่ปีไม่ทันเห็นเรื่องเหล่านี้แล้ว ได้แต่ฟังเรื่องราวที่ดูห่างไกล เข้าไม่ถึง เราเลยอยากเล่าเรื่องราวที่จับต้องได้ ไม่อยากเก็บเรื่องของในหลวงไว้บนหิ้ง เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำมีหลักฐาน เลยตั้งใจสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ว่าลองเปิดใจแล้วมารู้จักในหลวงกัน โดยการหาหีบห่อในการเล่าที่ไม่เหมือนเดิม โจทย์ในการหาข้อมูลคือเลือกเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงกันทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแก้มลิง คุณยายถือดอกบัว แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์คนที่ทำงานกับพระองค์จริงๆ เป็นเรื่องดีๆ ที่คนไม่เคยรู้ แล้วเราอยากบอกให้คนอื่นรู้”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

2. กลั่นกรองข้อมูลมหาศาล

“ปัญหาของการหาข้อมูลคือข้อมูลกระจัดกระจาย พระองค์ทรงงานหนักหลายด้านเป็นระยะเวลายาวนานมากๆ แหล่งข้อมูลมีเรื่องในหลวงในมุมเดียว เหลี่ยมเดียว หรือช่วงเวลาเดียว มีเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องป่าไม้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่มีการรวมรวมข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ข้อมูลที่คนไทยรับรู้เลยโดดไปโดดมา เราเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงเต็มไปหมด แต่นึกไม่ออกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาไหน หรือพระองค์ทรงงานด้านไหนอยู่

“ระหว่างที่เราค้นคว้าข้อมูล เราก็รู้จักในหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็น magic ที่ทำให้ทีมทำงานต่อไปไม่หยุด พอได้ข้อมูลแต่ละที่มาเราก็มาต่อจิ๊กซอว์จนเห็นภาพพระองค์ชัดขึ้น จนเรื่องร้อยกันเป็นหนึ่งเดียว”  

ทีมงานเพจสานต่อที่พ่อทำตัดสินใจใช้เวลา 1 ปีเล่าพระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 บนโลกออนไลน์ ย่อยข้อมูลตลอดระยะเวลา 70 ปีให้อยู่ในปีเดียว โดยแบ่งข้อมูลเป็น 12 หมวด สำหรับ 12 เดือน การวางไทม์ไลน์ยาวๆ ทำให้พวกเขาเข้าใจวิธีและพัฒนาการการทำงาน จากการทดลองอ่างเก็บน้ำราคา 60,000 บาท จนถึงเขื่อนระดับหมื่นล้าน การจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อถ่ายทอดให้สนุก เข้าใจง่าย ทำให้พวกเขามองเห็นภาพพระราชาในมุมที่ต่างออกไป

“ช่วงเวลาที่เข้มข้นสุดๆ คือช่วงที่พระองค์มีพระชนมพรรษาสามสิบกว่าพรรษาถึงหกสิบกว่าพรรษา ทรงมีวังในทุกภาคของประเทศไทย พอภาคเหนือหนาวก็เสด็จฯ ขึ้นเหนือ พอภาคใต้น้ำท่วมก็เสด็จฯ ลงใต้ พออีสานแล้งก็เสด็จฯ ไป แล้วก็กลับมากรุงเทพฯ กับหัวหิน วนเป็นวงจรแบบนี้อยู่หลายสิบปี โครงการต่างๆ ถึงเกิดขึ้นทั่วประเทศและดำเนินไปได้พร้อมกัน งานแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน ภาคเหนือมีเรื่องฝิ่น ภาคใต้เรื่องป่าพรุ ภาคอีสานมีเรื่องขาดแคลนน้ำ แล้วยังมีศูนย์ทดลองในภาคกลางอีก เราเลยจัดกลุ่มเรื่องพวกนี้เป็นก้อนๆ เรียงตามไทม์ไลน์ และกลั่นกรองเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราได้ยินกันจนเบื่อ รู้สึกว่ามันจับต้องไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเรียบง่าย สมเหตุสมผล และดีมาก”

การกลั่นกรองเนื้อหาทำให้ทีมงานตกตะกอนข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาเป็นแนวคิดเบื้องหลังการทรงงาน เมื่อสิ่งที่อยากจะเล่ามีมากเกินกว่าจะถ่ายทอดบนพื้นที่ออนไลน์เพียงอย่างเดียว พวกเขาตัดสินใจแปลงข้อมูลเป็นหนังสือชื่อ ‘The Visionary’

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

3. วิสัยทัศน์สำหรับสวมใส่

“เราทำงานโฆษณามา รู้ว่าต้องทำสิ่งที่คนดูอยากดู ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ และเราไม่ได้อยากทำหนังสือประวัติศาสตร์ แต่นึกถึงหนังสือวิเคราะห์การทำงานของ Steve Jobs, Elon Musk หรือ Jack Ma ที่คนสมัยนี้ชอบอ่าน คนรุ่นใหม่ต้องการผู้นำทางความคิด ไอดอลด้านการทำงาน”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำเล่าว่า ตอนแรกหนังสือเล่มนี้จะชื่อ ‘จักรวาลงานของพ่อ’ โดยเน้นเล่าเรื่องงานต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เพจ Facebook ทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่าเรื่องของพระองค์มีมากกว่าการเล่าผ่านสิ่งของ

vision ของพระองค์ต่างหากที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นใด ดังนั้นผู้อ่านควรได้รู้จักพระองค์ในฐานะ ‘คนทำงาน’

พวกเขาทำสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน คือเอาข้อมูลมาแบแล้วเล่นแร่แปรธาตุ ลบไทม์ไลน์เวลาออก แล้วจัดกลุ่มข้อมูลใหม่เป็น 9 บท แต่ละบทถ่ายทอดแนวพระราชดำริการทรงงานที่ในหลวงทรงใช้ตลอดรัชสมัย โดยดีไซน์เส้นทางการอ่านให้ชัดเจน ตรรกะเรียบง่าย ใช้คำราชาศัพท์เพียงเท่าที่จำเป็น ทำให้วิธีคิดในทุกบทนำมาใช้ร่วมกันได้ มีการสรุปใจความเป็น Key of Success ก่อนพลิกไปบทถัดไป

“เราเริ่มเล่าเรื่องจากบทที่ 1 การใช้วิทยุสื่อสาร แก่นคือการสื่อสารเป็นการเชื่อมต่อกับประชาชน บทที่ 2 การใช้อุปกรณ์หรือแผนที่ จริงๆ หมายถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใช้ทำงานได้หลายอย่าง จนจบที่ปรัชญาการทำงานที่คนรู้จักในชื่อเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นเส้นทางการทำงานจากจุดเล็กๆ คิดแก้ปัญหาจนกลายเป็นปรัชญา”

นอกจากเป็นหนังสือแนวคิดการทำงานยุคใหม่ สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แปลกไปจากหนังสือในหลวงเล่มอื่นๆ คือไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ในตัวเล่มเลย

“เราทำหนังสือในหลวงที่ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง เพราะอยากให้มองเห็นสารที่จะสื่อมากกว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำน่าสนใจและดีมาก เลยอยากให้คนเสพเนื้อหาจริงๆ ไม่ใช่ติดภาพว่าเป็นพระราชกรณียกิจของในหลวง เรามีแค่รูปฉลองพระเนตรเป็นสัญลักษณ์ เหมือนเราเอาฉลองพระเนตรหรือ vision ของในหลวงมาให้คุณลองใส่ และอีกแง่นึง คือได้มองย้อนกลับไปว่าเบื้องหลังฉลองพระเนตรของพระองค์ ในหลวงทรงมีพระราชดำริอย่างไร”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

4. ของขวัญสำหรับทุกคน

“หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสุดท้ายในโครงการสานต่อที่พ่อทำ ถ้าสิ่งที่เราทำทั้งหมดเป็นหม้อต้มยา นี่คือเคี่ยวจนได้จอกสุดท้าย กินเข้าไปแล้วนำไปใช้ได้เลย”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำกล่าวตบท้าย

‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต จะแจกฟรีทั่วประเทศสำหรับผู้ที่สนใจคนละ 1 เล่ม เข้าไปสั่งจองและดูรายละเอียดการรับหนังสือได้ใน Facebook Page สานต่อที่พ่อทำ หรือ www.zipeventapp.com/e/The-Visionary ตั้งแต่วันนี้ – 12 กันยายน 2560 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเสียงที่ศิลปิน 9 คน มาอ่านเนื้อหาแต่ละบท คือ บอย โกสิยพงษ์, แต้ว ณฐพร, หมาก ปริญ, ตูน บอดี้แสลม, มาโนช พุฒตาล, ต่อ ธนญชัย, อาย กมลเนตร, ปุ๊ อัญชลี และ ลีโอ พุฒ โดยหนังสือเสียงนี้จะกระจายตามห้องสมุดเสียงและเผยแพร่ทางออนไลน์ พร้อมๆ กับหนังสือเล่ม ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2560

ขอปิดท้ายเบื้องหลังการถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต ด้วยข้อความในหนังสือที่ทีมงานสานต่อที่พ่อทำฝากไว้

“เราเชื่อว่าการสานต่อสิ่งที่ในหลวงทำ คือการนำวิธีคิดที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของพระองค์มาใช้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อใดที่เรามีชีวิตที่ดีขึ้น คนรอบตัวก็ดีขึ้น และสุดท้ายสังคมนี้ก็จะดีขึ้น นั่นต่างหากถึงจะสมประสงค์กับสิ่งที่ในหลวงทรงทุ่มเทกระทำมาตลอดอายุขัยของท่าน”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

FB: สานต่อที่พ่อทำ

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เปี่ยมไปด้วยความหมายทุกขั้นตอน ในงานถ่ายทอดสดทั่วโลก เราต่างได้เห็นว่าเหนือหีบพระบรมศพกษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร ประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่บอกเล่าความนัยพิเศษ

ธงรอยัล สแตนดาร์ด กับเครื่องราชกกุธภัณฑ์สหราชอาณาจักร 3 ชิ้น คือ พระมหามงกุฎอิมพีเรียล สเตต (The Imperial State Crown) พระลูกโลก (The Orb) และพระคทา (The Sceptre) บ่งบอกสถานะความเป็นกษัตริย์

การ์ดสีขาวลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 “In loving and devoted memory, Charles R.” บ่งบอกความเชื่อมโยงระหว่างประมุขผู้ล่วงลับ กับประมุขพระองค์ถัดไปผู้เป็นพระราชโอรส

แล้วพวงหรีดดอกไม้ที่ชูช่อสดสวยอยู่ใต้การ์ดสื่อถึงอะไร วัฒนธรรมดอกไม้ในราชสำนักวินด์เซอร์เป็นอย่างไรกัน ลองมาทำความรู้จักกันเสียหน่อย

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Peter Byrne – PA IMAGES//GETTY IMAGES

ดอกไม้ช่อสุดท้ายบนหีบนี้ออกแบบตามพระราชประสงค์ของคิงชาร์ลส์ คือใช้ดอกไม้และใบพฤกษาจากพระราชวังบักกิงแฮม กับพระตำหนักแคลเรนซ์ ในลอนดอน และพระตำหนักไฮโกรฟ มณฑลกลอสเตอร์เชียร์ เป็นที่รู้กันดีว่าคิงชาร์ลส์ทรงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาแต่ไหนแต่ไร และโปรดการจัดสวนตั้งแต่ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ดังนั้นช่อดอกไม้สดนี้จึงได้รับการออกแบบให้ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่อดอกไม้ประกอบด้วยดอกเมอร์เทิล (Myrtle) โรสแมรี่ และกิ่งโอ๊ก

เมอร์เทิลเป็นดอกไม้สีขาวที่อยู่ในช่อดอกไม้เจ้าสาวราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 1858 ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย พระราชธิดาองค์โตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงพระองค์อื่น ๆ ดอกเมอร์เทิลกลายเป็นธรรมเนียมของราชสำนักที่เจ้าหญิงและสะใภ้หลวงจะทรงถือ เพื่อสื่อถึงความรัก ความหวัง โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขในชีวิตคู่ ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทั้งแคเธอรีน มิดเดิลตัน และเมแกน มาร์เคิล ล้วนถือช่อดอกไม้ที่มีดอกเมอร์เทิลจากตำหนักออสบอร์น อดีตที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษ

เมอร์เทิลที่ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพนี้ ตัดมาจากต้นเมอร์เทิลที่เติบโตจากกิ่งเมอร์เทิลในช่อดอกไม้งานพระราชพิธีสมรสของควีนเอลิซาเบธ กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ในปี 1947 การใช้ดอกไม้ชนิดนี้จึงสื่อถึงความผูกพันต่อพระราชสวามีผู้ล่วงลับในปีที่แล้ว 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Forest & Kim Starr
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Jane6592

ส่วนโรสแมรี่ พันธุ์ไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคอียิปต์และกรีก-โรมันโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของการจดจำตามธรรมเนียมยุโรป ในงานอนุสรณ์สงครามหรืองานศพ ผู้ไว้อาลัยจะโยนโรสแมรี่ลงไปในหลุมศพ บทละครของเชกสเปียร์หลายเรื่องก็ใช้โรสแมรี่ในงานพิธีศพหรือกล่าวถึงผู้เสียชีวิต

“There’s rosemary, that’s for remembrance. Pray you, love, remember.”

โอฟีเลีย นางเอกแห่ง Hamlet เอ่ยถึงพ่อของเธอ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Snowmanradio

ถัดมาคือกิ่งโอ๊กอังกฤษ สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งทนทาน ความอดทน และภูมิปัญญา โอ๊กเป็นไม้ท้องถิ่นขนาดยักษ์ที่สูงใหญ่ พบได้ทั่วประเทศ และมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ไม้เนื้อแข็งทนทานชนิดที่ว่าฟ้าฝ่ายังยืนต้นอยู่ได้ ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่สร้างบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงต่อเรือ โอ๊กเป็นไม้สำคัญทั้งในประวัติศาสตร์และตำนานของอังกฤษ และได้รับสมญานามว่าเป็น The Wooden Walls of Old England 

นอกจากนี้ หรีดดอกไม้นี้ยังประกอบด้วยดอกเพลาร์โกเนียม กุหลาบ ไฮเดรนเยีย ซีดัม ดาเลีย และสกาบิโอซา ซึ่งล้วนมาจากสวนของราชสำนัก

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Christopher Furlong //GETTY IMAGES

ส่วนหรีดบนหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในงานพระราชพิธีก่อนหน้าที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ประกอบด้วยกุหลาบขาว ดาเลียขาว ประดับด้วยกิ่งสนจากพระราชวังบัลมอรัล พิตโตสปอรัม ลาเวนเดอร์ และโรสแมรี่จากพระราชวังวินด์เซอร์ 

ดอกไม้ขาวเป็นที่นิยมในงานศพ กุหลาบและดาเลียขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความสงบ และกุหลาบขาวก็มักอยู่ในช่อดอกไม้ของเจ้าสาวด้วยเช่นกัน ช่อดอกไม้ในพระราชพิธีพิเษกสมรสของควีนวิกตอเรียมีกุหลาบขาว ซึ่งสื่อถึงความผุดผ่อง ความไร้เดียงสา และความซื่อสัตย์ต่อกัน

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Alkis Konstantinidis //GETTY IMAGES

นอกจากนี้ยังมีพวงดอกไม้บนหีบพระบรมศพ เมื่อเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากพระราชวังบัลมอรัลไปที่พระราชวังฮอลีรูด ประกอบด้วยดอกดาเลีย ดอกฟล็อกซ์ ดอกฮีเธอร์สีขาว กิ่งสน และดอกสวีทพี ซึ่งสวีทพีใช้ประดับหีบพระบรมศพเจ้าชายฟิลลิปเช่นกัน พืชพรรณเหล่านี้นำมาจากบัลมอรัล 

ฮีเธอร์สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีของชาวสกอตแลนด์ หายากกว่าฮีเธอร์สีม่วง มีหลายตำนานที่เกี่ยวข้องกับเจ้าดอกไม้มงคลนี้ ตำนานหนึ่งที่จับใจคนที่สุด คือโศกนาฏกรรมของคู่รักชื่อมัลวิน่ากับออสการ์ ซึ่งกำลังจะแต่งงานกัน แต่ออสการ์เสียชีวิตในการสู้รบก่อนวันแต่งงาน ผู้นำข่าวร้ายมาแจ้งแก่ว่าที่เจ้าสาว ด้วยการนำกิ่งฮีเธอร์สีม่วงมามอบให้เธอ เพื่อสื่อถึงความรักของออสการ์อันเป็นนิรันดร์ เมื่อน้ำตาของมัลวิน่าหยดลงบนกลีบดอกไม้ ฮีเธอร์สีม่วงก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาว 

แม้จะเศร้าโศกมาก แต่มัลวิน่าไม่ได้อยากให้ใครต้องพบความเจ็บปวดเช่นเธออีก จึงอธิษฐานให้ฮีเธอร์สีขาวนำโชคดีมาสู่ผู้พบเห็น จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่าช่อดอกไม้เจ้าสาวมักมีฮีเธอร์สีขาว เพื่อสื่อถึงสิริมงคลแห่งชีวิตคู่ 

ส่วนสวีทพี ดอกไม้งามแสนหอมแห่งเดือนเมษายน เป็นสัญลักษณ์ของความสุข การบอกลา การขอบคุณ ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นดอกไม้ประจำยุคเอ็ดวาร์เดียน มักใช้จัดตกแต่งในพิธีวิวาห์หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำ มีสมญานามว่า Queen of Annuals คำว่า สวีทพี ยังเป็นคำใช้เรียกคนรัก เด็ก หรือสัตว์น่ารัก ๆ ด้วยความเอ็นดู 

นอกจากความอ่อนหวานของภาษาดอกไม้ สิ่งที่น่าประทับใจคือการนำพรรณพฤกษาจากสวนในเขตพระราชฐานมาใช้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โปรดธรรมชาติและการจัดสวน พระราชโอรสของพระองค์ก็เช่นกัน การใช้ดอกไม้จากที่ประทับต่าง ๆ ในการอำลาครั้งสุดท้าย จึงสื่อความหมายที่กินใจมาก

แถมท้ายอีกเล็กน้อยเรื่อง Royal Garden สวนอังกฤษของราชวงศ์วินด์เซอร์ลือชื่อเรื่องความงาม มีหนังสือออกมาหลายเล่ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หรือใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ และผลผลิตจากสวนก็เคยนำมาสร้างโปรดักต์หลายครั้ง 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ช่วงโควิดที่ผ่านมา พระราชวังบักกิงแฮมก็ผลิต Buckingham Palace Dry Gin ออกมาจำหน่าย ผู้เขียนจำได้ว่าเป็นข่าวฮือฮาและจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องสั่งจอง ด้วยคำโฆษณาว่าใช้วัตถุดิบ 12 ชนิด เช่น เลมอน เวอร์บีนา ฮอว์ธอร์น ใบมัลเบอร์รี่ ที่เก็บมาจากสวนในพระราชวังบักกิงแฮมอันกว้างใหญ่ไพศาลถึง 16 เฮกเตอร์ เป็นบ้านของนก 30 สายพันธุ์ และดอกไม้ป่ามากกว่า 250 ชนิด

หลังจากนั้นเลยมีผลิตภัณฑ์อีกตัวตามมา คือ Buckingham Palace Sloe Gin คือใส่ลูกสโล หน้าตาคล้าย ๆ บลูเบอร์รีลงไปหมักใน Buckingham Palace Dry Gin ให้ได้รสชาติผลไม้ จินจะออกสีแดง ๆ 

ถ้าไม่ใช่สายดื่ม ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งดอกฮีเธอร์พระราชวังฮอลีรูด พระราชฐานในสกอตแลนด์ แต่เว็บไซต์บอกว่าน้ำผึ้งเก็บมาจากสวนรอบ ๆ พระราชวังบัลมอรัล ซึ่งเต็มไปด้วยดอกฮีเธอร์ อันนี้ก็แปลกใจว่าทำไมตั้งชื่อที่หนึ่ง แต่เก็บน้ำผึ้งมาจากอีกที่ แต่ทั้งสองพระราชวังอยู่ในสกอตแลนด์เหมือนกัน ทั้งสามผลิตภัณฑ์สั่งจองได้ที่ royalcollectionshop.co.uk แต่ไม่มีบริการส่งถึงเมืองไทยนะ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ปี 2022 นี้ คิงชาร์ลส์ก็เพิ่งออกโปรดักต์ร่วมกับแบรนด์น้ำหอม Penhaligon หมาด ๆ เป็นน้ำหอม ‘Highgrove Bouquet’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนพระตำหนักไฮโกรฟในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของคิงชาร์ลส์มาตลอดหลายสิบปี น้ำหอมประกอบด้วยกลิ่นดอกเจอเรเนียม ลาเวนเดอร์ ไฮยาซินธ์ ซิลเวอร์ไลม์ มิโมซา ทูเบอโรส ซีดาร์ รากไอริส และมัสก์ ซึ่งเน้นเรื่องแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการขายเข้ามูลนิธิการกุศลของคิงชาร์ลส์ด้วย 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet

ในการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยของสหราชอาณาจักร เราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ต่าง ๆ เกี่ยวกับสวนในวัง ประเทศแห่งการจัดสวนนี้ดูจะมีอะไรให้ติดตามอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก

www.theguardian.com/uk-news/2022/sep/19/a-handwritten-note-a-crown-and-a-wreath-items-on-queens-coffin-and-what-they-signify

www.townandcountrymag.com/society/tradition/a41277503/flowers-queen-elizabeths-coffin-meaning/

inews.co.uk/news/wreath-queen-coffin-what-mean-symbolism-funeral-flower-display-explained-1865652

www.theluxurytravelgroup.com/blog/drink-like-the-queen-with-the-first-official-buckingham-palace-gin

www.delicious.com.au/drinks/spirits-cocktails/article/queen-launches-sloe-gin-made-buckingham-palace-botanicals/zc28kuoh

en.wikipedia.org/wiki/Rosemary 

tree2mydoor.com/pages/information-trees-celtic-tree-calendar-oak-tree-symbolism

www.historic-uk.com/CultureUK/The-English-Oak/ 

darachcroft.com/news/the-symbolism-of-white-heather-in-scotland

kathleenkarlsen.com/sweet-pea-flower-meaning 

www.royalcollectionshop.co.uk/ 

www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load