หากถามว่า เต้ ภาวิต คือใคร ผลงานของเขาน่าจะแทนคำตอบได้ดีที่สุด

เขาคือศิลปินเจ้าของฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วบอกได้ทันทีว่า ‘นี่งานเต้แน่ๆ’ ที่ผ่านมาเราเห็นงานของเขาในแกลเลอรี่หลายที่ ตั้งแต่งานแรกที่ Jam แถวเจริญราษฎร์ เต้แสดง Performance วาดรูปพร้อมเพื่อนที่มิกซ์เพลงประกอบ ไปจนถึงงานที่ Speedy Grandma และ Bridge Art Space แกลเลอรี่สุดจี๊ดทั้งสองที่ย่านเจริญกรุง จนกระทั่งล่าสุด ตอนนี้เขากำลังแสดงนิทรรศการส่วนตัวในชื่อ Afternoon Person ที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY ซึ่งถือเป็นแกลเลอรี่ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เราเคยไปดูงานเขามา

แต่ครั้งนี้ เต้ไม่ได้แสดงแค่งานจิตรกรรม Painting ของเขา แต่ภายในนิทรรศการยังมีประติมากรรม Installation Art ไปจนถึงแอนิเมชันจัดแสดงด้วย

บ่ายวันเสาร์ เราเดินฝ่าฝนตกพรำๆ จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินีไปยัง BANGKOK CITYCITY GALLERY ตามนัด เมื่อไปถึงเต้นั่งฟังเพลงอยู่ที่โต๊ะหน้าทางเข้า ก่อนจะชวนเราเข้าไปดูงานข้างใน และพามานั่งบนโต๊ะหินที่มีกระดานหมากรุก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Installation ในนิทรรศการนี้ด้วย

แล้วบทสนทนาของเรากับเต้ก็เริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงฝนพรำๆ และเสียงนกร้องประกอบ

เต้ ภาวิต

คุยกับ เต้ ภาวิต ศิลปินลายเส้นดิบ+ดี ถึงนิทรรศการล่าสุดที่ชื่อ ‘Afternoon Person’

14.00 น.
ยามบ่าย

รูปใหญ่ที่สุดในงานคือรูปด้านหลังของเขา เราเอ่ยถามถึงรูปนั้นก่อน เพราะดูจะโดดเด่นกว่าใครเพื่อน

“รูปนี้เราวาดที่นี่ วาดตรงนี้ล่ะ” เต้เริ่มเล่าถึงที่มา “มันค่อนข้าง Abstract แต่เราอยากให้ความรู้สึกว่ามันเป็นห้องหนึ่ง พอจัดแสดงทุกอย่างเสร็จ เราก็มาวาดรูปนี้ บรรยากาศช่วงนั้นก็น่าจะอยู่ในรูปนี้

“Afternoon Person ในความหมายของเรา น่าจะเป็นคนที่ผ่อนคลายๆ รีแลกซ์สำหรับเรา ช่วงเวลา Afternoon’ เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งเสร็จภารกิจอะไรบางอย่างของแต่ละวัน แล้วช่วงเย็นหลังจากนั้น คือเวลาพักผ่อนจริงจัง สำหรับงานนี้ เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างฝันๆ หน่อย เหมือนนอนลงไปกับพื้น หรือลอยๆ อยู่บนอะไรก็ได้” เต้พูดพลางเขี่ยเบี้ยหมากรุกหน้าตาบูดๆ เบี้ยวๆ ของเขา

“แล้วอย่างโต๊ะนี้ ทำไมต้องเป็นโต๊ะหมากรุก” เราถามเจ้าของนิทรรศการ

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

เขาชี้ไปที่ม้าหินข้างๆ “โชว์นี้เราทำตอนอยู่ที่บ้าน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน แถวบ้านเรามีสวนสาธารณะที่เราชอบไปวิ่งตอนเย็นๆ ในสวนมีม้าหินอยู่เต็มไปหมด ม้าหินพวกนี้เป็น Object ที่คนเอาไปใส่ไว้ในสวน เราก็ไม่รู้ว่าใครเอามาวางไว้หรอก แต่เราว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสวน ถ้านึกถึงสวน ในสวนมีต้นไม้ มีบ่อน้ำ มีนกร้อง ม้านั่งพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศนั้น โต๊ะหมากรุกนี่ก็ด้วย เราเลยอยากดึงมันมาอยู่ในนี้ อยากให้คนที่มาดูงานเราได้มานั่งเล่น เหมือนได้บรรยากาศผ่อนคลายแบบนั้น”

“งั้นถ้ามาดูงานแล้วนอนตรงนี้เลยได้มั้ย” เราถามติดตลก

“ได้สิ” เต้ยิ้ม

14.17 น.
เป็นคนวาด แล้วก็เป็นคนดู

ถึงเขาจะเคยบอกว่า ‘ทำงานตามกระแสอารมณ์’ แต่กระบวนการทำงานของเต้ ก็มีการวางแผนมาก่อนระดับหนึ่ง

เขายกตัวอย่างประติมากรรมชิ้นใหญ่ แล้วเล่าว่าเขาทำชิ้นเล็กๆ เป็นโมเดลขึ้นมา 4 ตัว ก่อนจะเลือกอันที่ชอบมาขยายขนาด แต่ในขณะเดียวกันก็มีการ Improvise ไปด้วยในขณะทำงาน

“ปกติเราจะมีภาพอยู่ในหัว แต่บางทีก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เราว่าพอได้อะไรเพิ่มขึ้นมา ผลลัพธ์มันน่าตื่นเต้นดี เพราะพอเราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เวลาเราทำงานทำให้เราไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เราจะกลายเป็นคนดูไปด้วย เหมือนเรากลับมามองดูตัวเองอีกทีว่า ‘เมื่อกี้เราทำอะไรลงไปวะ’ ทำให้เรารอว่าเมื่อไหร่มันจะเสร็จ”

สำหรับเต้ ศิลปะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ แต่เป็นเรื่องที่อยากเล่า เหมือนการจัดฉากขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพยนตร์หรือถ่ายรูป แค่ศิลปะของเขาใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไป สมัยเรียนที่เมลเบิร์น เต้เคยวาดรูปแบบดิจิทัลเพนต์ ก่อนจะหันไปทำภาพ Mural (จิตรกรรมฝาผนัง) จนกระทั่งเริ่มวาดบนแคนวาส

Afternoon Person

Afternoon Person

ระหว่างคุยกันเขายกตัวอย่างรูปคนกับแจกัน “เราอยากได้ซีนอะไรบางอย่าง มีคนนั่งตรงนี้ มีแจกัน มีแสงกระทบตรงนี้ ข้างหลังเป็นกระจก แต่แทนที่จะถ่ายหนังหรือถ่ายภาพ เราเปลี่ยนเทคนิคเป็นการเพนต์ ผลที่ออกมาก็ทำให้มีความเซอร์เรียลมากกว่า การวาดบนสื่อที่แตกต่าง ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป พื้นผิว ขนาด อุปกรณ์ แต่ไม่ได้ลดคุณค่าของงาน ไม่ว่าจะทำแบบดิจิทัล หรือแคนวาส”

“แล้วคิดว่าคนดูเขารู้สึกยังไงบ้างเวลาดูงานของคุณ หรือเคยมีใครถามมั้ยว่าอันนี้มันสวยยังไงวะ” เราสงสัย

“เราแล้วแต่เขานะ เพราะเราก็ไม่ได้จำกัดว่าเขาดูแล้วจะต้องรู้สึกยังไง เราว่าแต่ละคนคงคิดไม่เหมือนกันหรอก มันไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าใจ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว ใครอยากเดินผ่าน แล้วนึกยังไงก็ได้ แต่ว่าถ้าดูแล้วรู้สึกอะไรบางอย่างก็คงมีความหมายล่ะ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดีหรือความรู้สึกไม่ดี

“ส่วนความสวย ความชอบ เราไม่รู้จะอธิบายยังไง มันจำเป็นต้องมีหรือเปล่า เราก็ไม่รู้ แต่ถ้าดูแล้วเราพอใจ ก็คือจบ”

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

14.30 น.
แอนิเมชัน บ้าน และคอนโด

เต้พาเราไปดูแอนิเมชันในแกลเลอรี่อีกห้อง พร้อมเล่าว่าเมื่อก่อนเขาเคยเรียนแอนิเมชันเป็นวิชาเลือกตอนอยู่เมลเบิร์น

“ค้นพบอะไรจากการทำแอนิเมชันบ้าง” เราถามตรงหน้างานศิลปะของเขา

“เราสร้างภาพเคลื่อนไหวได้” เต้ตอบนิ่งๆ พอเห็นเราเงียบไปหลังคำตอบ เต้จึงอธิบายต่อว่า “แอนิเมชันทำให้ได้อีกความรู้สึกหนึ่งในการดู มันได้ความชัดเจนและเล่าเรื่องได้มากขึ้น มันคล้ายการเพนต์ แต่ต้องใช้เวลามากกว่า ยากกว่า อย่างแอนิเมชันชิ้นนี้ชื่อ The Life Luxury Condominium พูดถึงเวลาที่เรามองเข้าไปในตึกที่เป็นคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ เราจะเห็นช่องที่เป็นกระจกต่อๆ กันหลายๆ ช่อง แต่ละช่องก็จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละห้อง หลายๆ ครอบครัว หลายเหตุการณ์ รวมอยู่ด้วยกัน สำหรับเราคอนโดฯ มันจะรู้สึกว่าใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านมากกว่านะ เพราะที่บ้านเราจะมีรั้วมีขอบเขตของมันอยู่”

เต้ ภาวิต

“ห้องนั้นต้องปาร์ตี้กันอยู่แน่เลย” เราชี้ไปที่ช่องที่มีสีสันที่สุดในตึก

“ใช่ อย่างที่บอก เรารับรู้เรื่องของคนรอบๆ ตัวมากกว่าเวลาอยู่คอนโดฯ” เขาตอบ

เท่าที่สังเกต เราพบว่าเต้ทำงานเกี่ยวกับสถานที่มาแล้วหลายชิ้น ก่อนหน้านี้ ทำงานเกี่ยวกับร้านอาหาร สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ตึกร้างตรงสาทร ที่เขาตั้งชื่องานครั้งนั้นว่า Ghost Tower

“ถ้าพูดถึงสถานที่ สถานที่ในฝันของเต้คือที่ไหน” เราสงสัย

“กำลังคิดถึงทะเลทราย เราอยากทำงานกับทะเลทราย มันดูร้อนๆ โล่งๆ” เต้ตอบขณะที่ฝนข้างนอกยังตกอยู่

Afternoon Person

เต้ ภาวิต

14.42 น.
อุบัติเหตที่เกิดเป็นการทดลอง

ในกระบวนการทำงานของเต้ เขาเล่าว่าโดยปกติจะเริ่มจากการจิ้มพู่กันลงไปบนแคนวาสหรือกระดาษเปล่าๆ แล้วก็วาดไป ถ้าพลาดก็วาดทับ

“คำว่า ‘พลาด’ คืออะไร” เราถามสิ่งที่สงสัย

“มันคืออุบัติเหตที่เราไม่คาดคิด หรือบางครั้งอาจเป็นอะไรที่เราไม่ได้ชอบมาก เห็นแล้วไม่พอใจ ถ้าสมมติว่าเราไม่ชอบสีที่ขีดไป เราก็แค่วาดทับมันไปอีกที เป็นการอิมโพรไวส์ แล้วก็พัฒนาต่อไป จากจุดนั้นที่เราทำขึ้นมา พอสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราก็มาดูสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรืออย่างเช่นการที่สีหยดตามแคนวาส เราไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ เราก็แค่ปล่อยมันไปตามธรรมชาติ หรือการเคลื่อนที่ของมือเรา บางทีเราก็ไม่ได้วางแผนว่าจะให้เคลื่อนไปทางไหน เราแค่ปล่อยไปตามนั้น พอเสร็จปุ๊บ เราก็ออกมาดูว่ามันเป็นยังไง เหมือนที่บอกว่าเป็นศิลปิน แล้วก็เป็นคนดูในเวลาเดียวกัน

“เราชอบให้เกิดอุบัติเหตในงานของเรา” เขาย้ำ

“คิดว่าอุบัติเหตสนุกเหรอ” เราถาม

“เราว่าอุบัติเหตมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่มันมีธรรมชาติปนอยู่ อย่างการหยดของสี มันเกิดจากสภาพแวดล้อมด้วย แล้วเรารู้สึกดีกับตรงนั้น”

เต้ตอบพลางมองไปที่ภาพบนจอมอนิเตอร์ภายในนิทรรศการของเขา ตอนนี้เสียงฝนพรำข้างนอกค่อยๆ เบาลง ทำให้รู้ว่าฝนใกล้หยุดแล้ว

เต้ ภาวิต

เต้ ภาวิต

Writer

พีรมณฑ์ ตุลวรรธนะ

เจ้าของเพจ ‘ศิลปะเข้าใจยากจริงหรือ’ อยากให้คนเข้าใจศิลปะ-วัฒนธรรมมากขึ้น แต่ก็อยากกินของอร่อยแล้วก็อยากมีเงินชอปปิ้งด้วย

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ครบรอบ 53 ปีของโครงการหลวง สินค้าสดใหม่ปลอดภัยจากภูเขาที่ยกขบวนมาวางขายในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2532 ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่งานโครงการหลวงได้เข้ามาจัดในพื้นที่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล และได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างดีเสมอมา

ปีนี้งานโครงการหลวง 53 จึงมาภายใต้แนวคิด The Infinite Blooms มอบความสดใสจากผลผลิตที่เติบโตออกดอกออกผลอย่างอุดมสมบูรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมออกแบบจากเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งมีไฮไลต์สนุก ๆ อย่างการเปิดตัวมะเขือเทศเชอร์รีเหลือง ดอกเอเดลไวส์จากเทือกเขาแอลป์ ต้นเฟิร์นกว่า 100 สายพันธุ์ และเวิร์กชอปงานทอผ้าใยกัญชงจากเจ้าของภูมิปัญญา

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ก่อนก้าวเท้าออกไปช้อปปิ้ง เราคัดสินค้าห้ามพลาด ไปจนถึงเรื่องราวเบื้องหลังความสมบูรณ์แบบของผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง ไปจนถึงปลายทาง มาแบ่งปันให้ทุกคนเห็นคุณค่าความตั้งใจของเกษตรกรผ่านตัวอักษรด้านล่างนี้

กาแฟอะราบิกาดอยหลวงอินทนนท์

“กาแฟมีมากมาย แล้วทำไมต้องเป็นกาแฟจากโครงการหลวงอินทนนท์” ถ้าใครกำลังตั้งคำถามนี้อยู่ ต้องมาหาคำตอบด้วยตัวเองในงานโครงการหลวง 53

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

‘ปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 2,500 เมตร บนดอยสูงที่อากาศเย็นชื้นตลอดปี มีร่มเงาของต้นไม้ มีแดดแซมรำไร นับเป็นบ้านอันสมบูรณ์ของต้นกาแฟ’ นี่คือจุดแข็งของอะราบิกาบนดอยอินทนนท์ 

กาแฟที่ดีต้องเลี้ยงลูกบนต้นนาน ๆ เพราะสารอาหารจะได้แทรกซึมเข้าไปในเมล็ดกาแฟเยอะ ๆ เมื่อถึงฤดูสุกในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เมล็ดจะไล่สีจากเขียวเปลี่ยนเป็นแดง เรียกว่ากาแฟเชอร์รี เหล่าเกษตรกรก็จะเก็บเจ้าเมล็ดเชอร์รีไปเข้าเครื่องกะเทาะเปลือกกลายเป็นกาแฟกะลา จากนั้นต้องนำไปล้างเมือกออกโดยการหมักน้ำนานถึง 48 ชั่วโมง เมื่อทำความสะอาดแล้วก็นำไปสีให้เกิดเป็นสารกาแฟ แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการคั่วตามวิถีชาวปกาเกอะญอ คือคั่วหม้อหรือกระทะกลางกองฟืน มีทั้งคั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม แต่ความยากปราบเซียนอยู่ที่จังหวะการคั่ว น้ำหนักมือต้องสม่ำเสมอ คนสารกาแฟอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะทำให้กาแฟสุกไม่เท่ากัน หรือบางส่วนก็ไหม้ไปเลย สุดท้ายก็นำมาบดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  

กว่าจะออกมาเป็นผงกาแฟ 1 ถุง ต้องผ่านหลายขั้นหลายตอนหลายกระบวนการเหลือเกิน

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ปลาเรนโบว์เทราต์ มากับปลาสเตอร์เจียน

เจ้าปลา 2 ชนิดนี้แวกว่ายมาไกลจากอเมริกา เยอรมนี ภูฏาน และรัสเซีย สู่สถานีวิจัยประมงที่สูงดอยอินทนนท์

ปลาเรนโบว์เทราต์ ชื่อนี้ได้มาเพราะเอกลักษณ์ของสีข้างลำตัวหลากสีเหมือนสายรุ้ง ในช่วงที่ปลาอยู่ในสภาวะสมบูรณ์เพศระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม เรนโบว์เทราต์มีต่อมความรู้สึกที่ไวต่อเรื่องอุณหภูมิน้ำกับปริมาณออกซิเจนเป็นอย่างมาก เติบโตได้ดีในน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ยิ่งอุณหภูมิน้ำต่ำลง ปลาก็จะกินอาหารได้มากขึ้น และน้ำที่ไหลต้องเป็นน้ำสะอาดเหมือนน้ำของลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเดิม

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ส่วนสเตอร์เจียนต้องใช้เวลาเลี้ยง 7 ปี ถึงจะให้ไข่ จะแยกออกว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมียตอนอายุ 3 ปี โดยต้องเข้าเครื่องอัลตราซาวนด์เท่านั้น แยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ ปลาสเตอร์เจียนโตเต็มวัยได้ถึง 75 ปี ในช่วงอนุบาลเป็นช่วงที่ดูแลยากที่สุด เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนอาหาร ต้องมีคนสลับกันมาดูตลอด 24 ชั่วโมง

เห็นเลขอายุที่การันตีความแข็งแกร่งของสเตอร์เจียนแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลาจะอึดถึกทนอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ สเตอร์เจียนชอบแหวกว่ายบริเวณน้ำไหล แต่ถ้าน้ำไหลแรงเกินไป มีลมแทรกเข้ามาในท่อทำให้ออกซิเจนเบาบาง ปลาทั้งบ่ออาจตายได้ในเวลาเพียง 60 นาที 

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เพราะเหตุนี้ จึงต้องมีการผลัดเวรคนมาดูแลบ่อตอนกลางคืน หากเกิดปัญหาต้องรีบขึ้นไปปิดวาล์วน้ำบนเขา และอีกสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือ เกษตรกรจะต้องถ่ายน้ำออกจากบ่อทุกวัน และล้างบ่อวันเว้นวัน เพราะสเตอร์เจียนเป็นปลารักสะอาด บวกกับไลฟ์สไตล์ที่ชอบกินอาหารก้อนจากใต้น้ำ การดูแลความสะอาดในบ่อจึงต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ทั้งไข่คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน และความตัวเล็กเนื้อแน่น มีไขมันดีเยอะของเรนโบว์เทราต์ เป็นแรงบันดาลใจให้เชฟรังสรรค์เมนูมากมายขึ้นมา มีขนมจีนน้ำยาปลาเทราต์สำหรับคนรักเส้น ข้าวซอยแห้งปลาเทราต์ที่นำเมนูประจำถิ่นอย่างข้าวซอยมาพลิกแพลงเป็นแบบแห้ง เพิ่มรสสัมผัสที่หลากหลายด้วยปลาเทราต์ทอดกรอบนอกนุ่มใน 

เอเดลไวส์ ดอกไม้แห่งรักแท้

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เจ้าดอกไม้จิ๋วสีขาว ๆ กลีบปุกปุยคล้ายปกคลุมด้วยหิมะนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ เพราะเป็นดอกไม้เมืองหนาวจากสวิตเซอร์แลนด์ ดอกจะบานเพียงปีละ 3 ครั้งเท่านั้น และเมื่อเด็ดดอกออกจากลำต้น รูปลักษณ์ก็จะคงอยู่อย่างนั้นไม่เหี่ยวเฉา จึงสื่อความหมายว่าเป็นดอกไม้แห่งรักแท้

การออกปลูกคือต้องเกิดราก พอมีรากแสดงว่าเขาพร้อมที่จะออกสู่แปลงข้างนอก โดยกระบวนการเกิดรากมีอยู่ 2 วิธี คือ การเกิดรากในขวดแก้วและการเกิดรากในวัสดุปลูก ขั้นตอนการเกิดรากในขวดแก้วนั้นง่ายกว่ามาก แต่ที่หน่วยวิจัยขุนห้วยแห้งเลือกใช้การเกิดรากในวัสดุปลูก เพราะโอกาสรอดของพืชมีความแน่นอนกว่า และเป็นผลดีในระยะยาวต่อการเติบโตของพืชในอนาคต

“เราทำทุกหนทาง ถึงแม้ว่ามันจะยุ่งยากกว่า แต่ขอให้มีต้นรอดไปจนถึงข้างนอก” นี่คือคำพูดที่หนักแน่นของนักวิจัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ที่งดงาม

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เจ้าหน้าที่ต้องเดินสำรวจในห้องทดลองทุกวัน คอยสังเกตวัสดุปลูกไม่ให้แห้งหรือแฉะเกินไป ผู้ดูแลต้องมีความรู้ความชำนาญ และระวังเชื้อจุลินทรีย์ที่จะปนเปื้อนเข้ามา เพราะหากมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน พืชในห้องทดลองจะไม่รอดทั้งหมด โดยส่วนมากเชื้อจะติดมากับคน เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่กระบวนการตัดเนื้อเยื่อ ทุกคนต้องสวมถุงมือทุกครั้ง ชิ้นส่วนห้ามออกนอกกระดาษรองตัด อุปกรณ์ทั้งหมดผ่านการฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งห้ามไปที่แปลงข้างนอกก่อนเข้าห้องทดลอง เพราะอาจมีเชื้อที่ส่งผลต่อพืชติดตัวมาได้

รากของเอเดลไวส์จะเกิดขึ้นและแข็งแรงหลังจากผ่านการบ่มเพาะเป็นเวลา 1 เดือน ดอกจะอุดมสมบูรณ์พร้อมสำหรับนำไปสกัดสารต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในคุณประโยชน์ที่ใส่ในเวชสำอางต่าง ๆ และที่นิยมอีกอย่างคือการสกัดกลิ่นไปใส่ในน้ำหอม โลชั่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม และเครื่องประทินผิว

เฟิร์นและสารพัดพันธุ์ไม้เมืองหนาว 

เมื่อมีไม้ดอก ก็ต้องมีไม้ประดับ

‘เฟิร์น’ คือไม้ประจำถิ่นน้ำตกสิริภูมิ และเป็นต้นไม้ที่น่าจับตาสำหรับงานในครั้งนี้

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์มีเฟิร์นทั้งหมดประมาณ 50 สกุล 100 กว่าสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่โดดเด่นสะดุดตาคือ เฟินกูดดอยแคระ ซึ่งมีที่นี่ที่เดียว เฟิร์นชอบอยู่พื้นที่ร่มรำไร ไม่ต้องการแดด เน้นความชื้นเยอะ ๆ กว่าแต่ละชนิดจะงอก ต้องใช้เวลาเพาะนาน 3 – 6 เดือน บางชนิดใช้เวลาเป็นปี และจะขายได้ต่อเมื่อมีขนาด 4 นิ้วขึ้นไป เพราะต้นเล็กจะมีโอกาสรอดน้อย เฟิร์นเป็นพืชที่โตช้ามาก ผู้ปลูกต้องอาศัยความใจเย็น เฝ้าดูพัฒนาการเจริญเติบโตของเขาทีละนิด

“เราเรียนมาด้านนี้โดยตรงและสนุกกับมัน เรามีความสุขที่ได้ทำ ก็จะทำไปเรื่อย ๆ” ปภาวี โอบอ้อม หนึ่งในเจ้าหน้าที่นักวิชาการเกษตรผู้ดูแลเฟิร์นบอกกับเรา

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

นอกจากเฟิร์น ยังมีพันธุ์ไม้เมืองหนาวอีกนานาชนิด มีไม้ฟอกอากาศแบบถุงและกระถาง ซึ่งมีความยากในการดูแลที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ ถ้าเป็นพืชอวบน้ำ ตระกูลเปปเปอร์ เกล็ดมรกต จะกำหนดไม่ได้ว่า 1 วันต้องรดน้ำเช้าเย็น 1 – 2 ครั้ง แต่ต้องดูที่วัสดุปลูกของไม้แต่ละชนิด ถ้าวัสดุปลูกเริ่มแห้งจึงให้น้ำทันที ถ้าปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง พืชจะเหี่ยวและเน่าในที่สุด ส่วนการดูแลในฤดูฝนก็ต้องเปลี่ยนจากการให้ปุ๋ยทางน้ำ เป็นการฉีดพ่นทางใบแล้วให้พืชสังเคราะห์แสงแทน เพราะหน้าฝนอากาศชื้น ถ้าพืชได้รับปุ๋ยเยอะเกินไปจะน็อกได้

สังเกตได้เลยว่าไม่มีสูตรการปลูกพืชที่ตายตัว แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ เกษตรกรต้องใส่ใจสิ่งมีชีวิตทุกต้น เพื่อดอกใบที่สวยงามอุดมสมบูรณ์

ผองพืชจากที่ราบสูง

มะเขือเทศเชอร์รีเหลือง เปปิโน ผักเคล มะเดื่อฝรั่ง คือผลผลิตที่ปลูกขึ้นในระบบ Substrate หรือการปลูกพืชในวัสดุทดแทนดิน ซึ่งช่วยลดการสะสมโรคแมลง เป็นการป้องกันเชื้อและอุ้มน้ำได้ดี ปลูกได้ทุกหนทุกแห่ง แม้ในบริเวณที่ดินไม่ดีหรือพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และทรัพยากรในการเตรียมดิน ภายใต้การดูแลของ อรรนพ เปรมัษเฐียร หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

มะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในงานนี้เป็นที่แรก คือมะเขือเทศเชอร์รีเหลือง ผลเป็นสีส้ม ๆ เหลือง ๆ ตามชื่อ ไม่ใช่สีแดงสดที่พบได้ตามท้องตลาด จุดเด่นของพันธุ์เหลืองคือมีรสชาติเหลืองหวานและมีสีสันเน้นความสวยงาม สำหรับการปลูกต้องอาศัยการทะนุถนอมเป็นพิเศษ จะมีเจ้าหน้าที่ 1 คนเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด สังเกตความต้องการสารอาหารและน้ำของพืช ไม่ปล่อยให้ต้นแห้งใบเฉา

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53
ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

ผลไม้อีกหนึ่งอย่างที่อยากแนะนำคือ ฟิกหรือมะเดื่อฝรั่ง ลูกเด้ง เต่งตึง เนื้อแดงสดหวานฉ่ำ มีสรรพคุณที่มากกว่าความอร่อย เช่น รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยได้ เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืชแทนการใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่าสารเคมีทั่วไป

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

สำหรับคนที่ชอบทานผัก เราอยากให้ทำความรู้จักกับผักเคล หน้าตาเป็นใบสีเขียวหยิก ๆ จริง ๆ แล้วเคลเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะหล่ำ หลายคนอาจจะรู้จักกันอีกฉายาว่าเป็น ‘คะน้าใบหยิก’ ในความหยักของใบเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งวิตามินซี วิตามินเค มีคลอโรฟิลล์ และโพแทสเซียมสูง เป็นผักที่มาแรงในหมู่คนรักสุขภาพที่อยากให้ทุกคนได้ลอง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

เส้นใยกัญชง สิ่งเดียวที่ม้งมีติดตัว

“สิ่งเดียวที่ม้งมีติดตัวคือกัญชง” นี่คือคำบอกเล่าของประธานกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าจากเส้นใยกัญชง ประจำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดาวม่าง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

เส้นใยกัญชงมีความสำคัญกับชาวม้งตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ทั้งเป็นเชือกมัดสะดือเด็ก ทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทำเป็นกระสอบใส่ข้าวเปลือกข้าวโพดในสวนในไร่ ตลอดจนใช้ในพิธีอวมงคล ชาวบ้านจึงไม่อยากให้วัฒนธรรมเหล่านี้หายไป

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

ทุกวันนี้มีการสืบสานส่งต่อความรู้เรื่องหัตถกรรมจากเส้นใยกัญชงสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในหมู่บ้านแม่สาน้อย แต่ในครั้งนี้ภูมิปัญญาจะถูกบอกเล่ามาไกลถึงเมืองกรุง เพราะผ้าทอทั้งหลายจะมีจัดแสดงและจำหน่ายอย่างอิสระ ใครที่ไม่ได้สนใจแค่ตัวสินค้า แต่อยากเรียนรู้กระบวนการกำเนิดผ้า 1 ผืน พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะภายในงานจะมีเวิร์กชอปสอนตั้งแต่การเตรียมเส้นใยมากกว่า 20 ขั้นตอน ก่อนจะเข้าสู่โลกแห่งการทอใยกัญชง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

‘เมล็ดกาแฟอะราบิกา เนื้อปลาเรนโบว์เทราต์ ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว ขบวนผักผลไม้บนที่ราบสูง และหัตถกรรมพื้นบ้านจากเส้นใยกัญชง’ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลผลิตทั้งหมดที่เกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทหยาดเหงื่อของชาวบ้าน ลงแรงลงใจเพื่อทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ชิ้นที่ดีที่สุด ซึ่งคัดรวมมาไว้ในงานโครงการหลวง 53 รอแค่ทุกคนมาเที่ยวชมชิมช้อปด้วยตัวคุณเอง 

สัมผัสความสดใหม่ของสินค้าทางการเกษตรเสมือนเก็บเกี่ยวจากดอยได้ง่าย ๆ ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่วันที่ 4 – 14 สิงหาคม 2565

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load