หากถามว่า เต้ ภาวิต คือใคร ผลงานของเขาน่าจะแทนคำตอบได้ดีที่สุด

เขาคือศิลปินเจ้าของฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วบอกได้ทันทีว่า ‘นี่งานเต้แน่ๆ’ ที่ผ่านมาเราเห็นงานของเขาในแกลเลอรี่หลายที่ ตั้งแต่งานแรกที่ Jam แถวเจริญราษฎร์ เต้แสดง Performance วาดรูปพร้อมเพื่อนที่มิกซ์เพลงประกอบ ไปจนถึงงานที่ Speedy Grandma และ Bridge Art Space แกลเลอรี่สุดจี๊ดทั้งสองที่ย่านเจริญกรุง จนกระทั่งล่าสุด ตอนนี้เขากำลังแสดงนิทรรศการส่วนตัวในชื่อ Afternoon Person ที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY ซึ่งถือเป็นแกลเลอรี่ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เราเคยไปดูงานเขามา

แต่ครั้งนี้ เต้ไม่ได้แสดงแค่งานจิตรกรรม Painting ของเขา แต่ภายในนิทรรศการยังมีประติมากรรม Installation Art ไปจนถึงแอนิเมชันจัดแสดงด้วย

บ่ายวันเสาร์ เราเดินฝ่าฝนตกพรำๆ จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินีไปยัง BANGKOK CITYCITY GALLERY ตามนัด เมื่อไปถึงเต้นั่งฟังเพลงอยู่ที่โต๊ะหน้าทางเข้า ก่อนจะชวนเราเข้าไปดูงานข้างใน และพามานั่งบนโต๊ะหินที่มีกระดานหมากรุก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Installation ในนิทรรศการนี้ด้วย

แล้วบทสนทนาของเรากับเต้ก็เริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงฝนพรำๆ และเสียงนกร้องประกอบ

เต้ ภาวิต

คุยกับ เต้ ภาวิต ศิลปินลายเส้นดิบ+ดี ถึงนิทรรศการล่าสุดที่ชื่อ ‘Afternoon Person’

14.00 น.
ยามบ่าย

รูปใหญ่ที่สุดในงานคือรูปด้านหลังของเขา เราเอ่ยถามถึงรูปนั้นก่อน เพราะดูจะโดดเด่นกว่าใครเพื่อน

“รูปนี้เราวาดที่นี่ วาดตรงนี้ล่ะ” เต้เริ่มเล่าถึงที่มา “มันค่อนข้าง Abstract แต่เราอยากให้ความรู้สึกว่ามันเป็นห้องหนึ่ง พอจัดแสดงทุกอย่างเสร็จ เราก็มาวาดรูปนี้ บรรยากาศช่วงนั้นก็น่าจะอยู่ในรูปนี้

“Afternoon Person ในความหมายของเรา น่าจะเป็นคนที่ผ่อนคลายๆ รีแลกซ์สำหรับเรา ช่วงเวลา Afternoon’ เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งเสร็จภารกิจอะไรบางอย่างของแต่ละวัน แล้วช่วงเย็นหลังจากนั้น คือเวลาพักผ่อนจริงจัง สำหรับงานนี้ เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างฝันๆ หน่อย เหมือนนอนลงไปกับพื้น หรือลอยๆ อยู่บนอะไรก็ได้” เต้พูดพลางเขี่ยเบี้ยหมากรุกหน้าตาบูดๆ เบี้ยวๆ ของเขา

“แล้วอย่างโต๊ะนี้ ทำไมต้องเป็นโต๊ะหมากรุก” เราถามเจ้าของนิทรรศการ

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

เขาชี้ไปที่ม้าหินข้างๆ “โชว์นี้เราทำตอนอยู่ที่บ้าน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน แถวบ้านเรามีสวนสาธารณะที่เราชอบไปวิ่งตอนเย็นๆ ในสวนมีม้าหินอยู่เต็มไปหมด ม้าหินพวกนี้เป็น Object ที่คนเอาไปใส่ไว้ในสวน เราก็ไม่รู้ว่าใครเอามาวางไว้หรอก แต่เราว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสวน ถ้านึกถึงสวน ในสวนมีต้นไม้ มีบ่อน้ำ มีนกร้อง ม้านั่งพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศนั้น โต๊ะหมากรุกนี่ก็ด้วย เราเลยอยากดึงมันมาอยู่ในนี้ อยากให้คนที่มาดูงานเราได้มานั่งเล่น เหมือนได้บรรยากาศผ่อนคลายแบบนั้น”

“งั้นถ้ามาดูงานแล้วนอนตรงนี้เลยได้มั้ย” เราถามติดตลก

“ได้สิ” เต้ยิ้ม

14.17 น.
เป็นคนวาด แล้วก็เป็นคนดู

ถึงเขาจะเคยบอกว่า ‘ทำงานตามกระแสอารมณ์’ แต่กระบวนการทำงานของเต้ ก็มีการวางแผนมาก่อนระดับหนึ่ง

เขายกตัวอย่างประติมากรรมชิ้นใหญ่ แล้วเล่าว่าเขาทำชิ้นเล็กๆ เป็นโมเดลขึ้นมา 4 ตัว ก่อนจะเลือกอันที่ชอบมาขยายขนาด แต่ในขณะเดียวกันก็มีการ Improvise ไปด้วยในขณะทำงาน

“ปกติเราจะมีภาพอยู่ในหัว แต่บางทีก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เราว่าพอได้อะไรเพิ่มขึ้นมา ผลลัพธ์มันน่าตื่นเต้นดี เพราะพอเราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เวลาเราทำงานทำให้เราไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เราจะกลายเป็นคนดูไปด้วย เหมือนเรากลับมามองดูตัวเองอีกทีว่า ‘เมื่อกี้เราทำอะไรลงไปวะ’ ทำให้เรารอว่าเมื่อไหร่มันจะเสร็จ”

สำหรับเต้ ศิลปะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ แต่เป็นเรื่องที่อยากเล่า เหมือนการจัดฉากขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพยนตร์หรือถ่ายรูป แค่ศิลปะของเขาใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไป สมัยเรียนที่เมลเบิร์น เต้เคยวาดรูปแบบดิจิทัลเพนต์ ก่อนจะหันไปทำภาพ Mural (จิตรกรรมฝาผนัง) จนกระทั่งเริ่มวาดบนแคนวาส

Afternoon Person

Afternoon Person

ระหว่างคุยกันเขายกตัวอย่างรูปคนกับแจกัน “เราอยากได้ซีนอะไรบางอย่าง มีคนนั่งตรงนี้ มีแจกัน มีแสงกระทบตรงนี้ ข้างหลังเป็นกระจก แต่แทนที่จะถ่ายหนังหรือถ่ายภาพ เราเปลี่ยนเทคนิคเป็นการเพนต์ ผลที่ออกมาก็ทำให้มีความเซอร์เรียลมากกว่า การวาดบนสื่อที่แตกต่าง ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป พื้นผิว ขนาด อุปกรณ์ แต่ไม่ได้ลดคุณค่าของงาน ไม่ว่าจะทำแบบดิจิทัล หรือแคนวาส”

“แล้วคิดว่าคนดูเขารู้สึกยังไงบ้างเวลาดูงานของคุณ หรือเคยมีใครถามมั้ยว่าอันนี้มันสวยยังไงวะ” เราสงสัย

“เราแล้วแต่เขานะ เพราะเราก็ไม่ได้จำกัดว่าเขาดูแล้วจะต้องรู้สึกยังไง เราว่าแต่ละคนคงคิดไม่เหมือนกันหรอก มันไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าใจ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว ใครอยากเดินผ่าน แล้วนึกยังไงก็ได้ แต่ว่าถ้าดูแล้วรู้สึกอะไรบางอย่างก็คงมีความหมายล่ะ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดีหรือความรู้สึกไม่ดี

“ส่วนความสวย ความชอบ เราไม่รู้จะอธิบายยังไง มันจำเป็นต้องมีหรือเปล่า เราก็ไม่รู้ แต่ถ้าดูแล้วเราพอใจ ก็คือจบ”

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

14.30 น.
แอนิเมชัน บ้าน และคอนโด

เต้พาเราไปดูแอนิเมชันในแกลเลอรี่อีกห้อง พร้อมเล่าว่าเมื่อก่อนเขาเคยเรียนแอนิเมชันเป็นวิชาเลือกตอนอยู่เมลเบิร์น

“ค้นพบอะไรจากการทำแอนิเมชันบ้าง” เราถามตรงหน้างานศิลปะของเขา

“เราสร้างภาพเคลื่อนไหวได้” เต้ตอบนิ่งๆ พอเห็นเราเงียบไปหลังคำตอบ เต้จึงอธิบายต่อว่า “แอนิเมชันทำให้ได้อีกความรู้สึกหนึ่งในการดู มันได้ความชัดเจนและเล่าเรื่องได้มากขึ้น มันคล้ายการเพนต์ แต่ต้องใช้เวลามากกว่า ยากกว่า อย่างแอนิเมชันชิ้นนี้ชื่อ The Life Luxury Condominium พูดถึงเวลาที่เรามองเข้าไปในตึกที่เป็นคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ เราจะเห็นช่องที่เป็นกระจกต่อๆ กันหลายๆ ช่อง แต่ละช่องก็จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละห้อง หลายๆ ครอบครัว หลายเหตุการณ์ รวมอยู่ด้วยกัน สำหรับเราคอนโดฯ มันจะรู้สึกว่าใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านมากกว่านะ เพราะที่บ้านเราจะมีรั้วมีขอบเขตของมันอยู่”

เต้ ภาวิต

“ห้องนั้นต้องปาร์ตี้กันอยู่แน่เลย” เราชี้ไปที่ช่องที่มีสีสันที่สุดในตึก

“ใช่ อย่างที่บอก เรารับรู้เรื่องของคนรอบๆ ตัวมากกว่าเวลาอยู่คอนโดฯ” เขาตอบ

เท่าที่สังเกต เราพบว่าเต้ทำงานเกี่ยวกับสถานที่มาแล้วหลายชิ้น ก่อนหน้านี้ ทำงานเกี่ยวกับร้านอาหาร สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ตึกร้างตรงสาทร ที่เขาตั้งชื่องานครั้งนั้นว่า Ghost Tower

“ถ้าพูดถึงสถานที่ สถานที่ในฝันของเต้คือที่ไหน” เราสงสัย

“กำลังคิดถึงทะเลทราย เราอยากทำงานกับทะเลทราย มันดูร้อนๆ โล่งๆ” เต้ตอบขณะที่ฝนข้างนอกยังตกอยู่

Afternoon Person

เต้ ภาวิต

14.42 น.
อุบัติเหตที่เกิดเป็นการทดลอง

ในกระบวนการทำงานของเต้ เขาเล่าว่าโดยปกติจะเริ่มจากการจิ้มพู่กันลงไปบนแคนวาสหรือกระดาษเปล่าๆ แล้วก็วาดไป ถ้าพลาดก็วาดทับ

“คำว่า ‘พลาด’ คืออะไร” เราถามสิ่งที่สงสัย

“มันคืออุบัติเหตที่เราไม่คาดคิด หรือบางครั้งอาจเป็นอะไรที่เราไม่ได้ชอบมาก เห็นแล้วไม่พอใจ ถ้าสมมติว่าเราไม่ชอบสีที่ขีดไป เราก็แค่วาดทับมันไปอีกที เป็นการอิมโพรไวส์ แล้วก็พัฒนาต่อไป จากจุดนั้นที่เราทำขึ้นมา พอสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราก็มาดูสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรืออย่างเช่นการที่สีหยดตามแคนวาส เราไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ เราก็แค่ปล่อยมันไปตามธรรมชาติ หรือการเคลื่อนที่ของมือเรา บางทีเราก็ไม่ได้วางแผนว่าจะให้เคลื่อนไปทางไหน เราแค่ปล่อยไปตามนั้น พอเสร็จปุ๊บ เราก็ออกมาดูว่ามันเป็นยังไง เหมือนที่บอกว่าเป็นศิลปิน แล้วก็เป็นคนดูในเวลาเดียวกัน

“เราชอบให้เกิดอุบัติเหตในงานของเรา” เขาย้ำ

“คิดว่าอุบัติเหตสนุกเหรอ” เราถาม

“เราว่าอุบัติเหตมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่มันมีธรรมชาติปนอยู่ อย่างการหยดของสี มันเกิดจากสภาพแวดล้อมด้วย แล้วเรารู้สึกดีกับตรงนั้น”

เต้ตอบพลางมองไปที่ภาพบนจอมอนิเตอร์ภายในนิทรรศการของเขา ตอนนี้เสียงฝนพรำข้างนอกค่อยๆ เบาลง ทำให้รู้ว่าฝนใกล้หยุดแล้ว

เต้ ภาวิต

เต้ ภาวิต

Writer

พีรมณฑ์ ตุลวรรธนะ

เจ้าของเพจ ‘ศิลปะเข้าใจยากจริงหรือ’ อยากให้คนเข้าใจศิลปะ-วัฒนธรรมมากขึ้น แต่ก็อยากกินของอร่อยแล้วก็อยากมีเงินชอปปิ้งด้วย

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

1

กว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ที่ผมเฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กนั่งฟักไข่อยู่อย่างสงบในรังของเขาเอง

แม้นาน หากนกเป็ดผีเล็กก็คลายความเหนื่อยล้าด้วยการสะบัดหัวขับไล่ความง่วงงุน หรือบ้างก็เหยียดปีกไซร้ขน ไม่มีแม้สักเสี้ยวนาทีที่จะลุกยืนเพื่อปรับเปลี่ยนท่าทาง นั่นหมายเพื่อให้ตนได้กกฟักสร้างความอบอุ่นแก่ไข่ทั้ง 3 ใบได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นผมเองที่ความเหนื่อยล้าจากการรอคอยเริ่มเข้าคุกคาม

แต่ก่อนจะทันได้ละสายตาเช่นที่คิดไว้ นกเป็ดผีเล็กก็ยกคอตั้งตรง คล้ายสัมผัสถึงบางสิ่ง

ผมแนบสายตาเข้ากับช่องมองภาพ ด้วยหวังว่าอาจมีนาทีสำคัญของชีวิตเกิดขึ้น 

ขณะลุ้นแทบกลั้นหายใจ จู่ ๆ นกเป็ดผีเล็กอีกตัวก็โผล่จากใต้น้ำขึ้นมาในตำแหน่งใกล้รัง เพียงเท่านั้น เจ้าตัวที่ฟักไข่มาอย่างยาวนานก็ลุกยืนสะบัดขน สะบัดตัวไล่ความเมื่อยล้า ก่อนจะกระโดดผลุงลงน้ำและดำหายไปทันที ปล่อยให้อีกตัวขึ้นไปบนรังและเป็นผู้ทำหน้าที่ฟักไข่ต่อไป

กว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ผมเฝ้ามองการผลัดกันฟักไข่ของนกเป็ดผีเล็กคู่นี้ และเป็น 1 สัปดาห์เต็มกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยไร้วี่แววที่จะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ครั้นเวลาอันมีจำกัดหมดลง ผมจึงจำต้องยุติการเฝ้ารอภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กไว้เพียงเท่านี้ หากยังหวังใจว่าอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า พวกเขาจะยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

2

เมื่อวันที่รอคอยเดินทางมาถึง

ผมรีบลงเรือตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายตามตั้งใจ

ขณะเรือลอยลำในบึงกว้าง หัวใจกลับเร่งร้อนต่างไปจากที่เคยเป็น

พลันมาถึงบังไพรลอยน้ำ ผมกระโจนลงน้ำและเร่งติดตั้งกล้องถ่ายภาพทันที

ครั้นแนบสายตากับช่องมองภาพ บางสิ่งที่ปรากฏในนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไป

สาหร่าย จอกแหน ที่นกเป็ดผีเล็กเคยนำมาคลุมไข่ในรังเช่นคราวก่อน ๆ วันนี้มันหายไป

ใจหายกับสิ่งที่เห็น หากก็ยังพยายามคิดต่ออย่างมีความหวัง

นัยหวังดีนั้น ผมเห็นภาพลูกนกเป็ดผีเล็กฟักออกจากไข่ไปหมดแล้ว

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

หากนัยหวังร้ายนั้น ผมเห็นไข่ทั้ง 3 ใบโดนทำลายจากศัตรูทางธรรมชาติ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องทิ้งรังไป

กระนั้น ผมยังคงเฝ้ารอ

เฝ้ารอ ด้วยหวังลึก ๆ ว่า คงจะมีโอกาสได้เห็นภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้

การรอคอยผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง นกเป็ดผีเล็ก 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นใกล้ ๆ รังอันว่างเปล่า

จากกำลังขยายของเลนส์ถ่ายภาพ ช่วยให้ผมได้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างบนหลังของนกเป็ดผีเล็กตัวหนึ่ง ดูฟูฟ่องต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ไม่นานนักความสงสัยก็คลี่คลาย เมื่อมีชีวิตเล็ก ๆ โผล่หัวออกมาจากขนอันฟูฟ่องบนหลังของเจ้านกเป็ดผีเล็กตัวนั้น

ผมกดชัตเตอร์บันทึกภาพด้วยมืออันสั่นเทา ด้วยตื่นเต้นที่ได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต 

และจากภาพใบแรกในชีวิตนี้เอง ที่นำผมมารู้จักบึงน้ำอันเป็นแหล่งอาศัยของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้อย่างจริงจัง

บึงน้ำที่เป็นบ้านอันอบอุ่นของทั้งนกเป็ดผีเล็กและผองเพื่อนนกน้ำ มีนามว่า ‘บึงละหาน’

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

3

บึงละหาน ที่ผมถือเอาว่าเป็นอาณาจักรของนกน้ำ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 18,000 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบลใหญ่ของอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน และตำบลลุ่มลำชี

ด้วยขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง ที่นี่จึงถูกยกให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ก่อนนั้นบึงละหานหาได้มีสภาพเป็นบึงใหญ่เช่นที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม ซึ่งภายในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่กระจายกันอยู่ห่าง ๆ แต่ละบึงแต่ละบ่อเชื่อมร้อยถึงกันด้วยคลองเล็ก ๆ

เมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำจากห้วยลำคันฉูจะไหลล้นเข้าท่วมทับบ่อต่าง ๆ จนกลายเป็นผืนน้ำเดียวกัน แต่มวลน้ำจะคงอยู่ราว 1 – 2 เดือน จากนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำชี เปิดพื้นที่เดิมให้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้เจริญเติบโตเพื่อรอการกลับมาของฤดูน้ำหลากในปีถัดไปอีกครั้ง

ละหานเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน…

จนกระทั่งระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2547 จังหวัดชัยภูมิมีนโยบายพัฒนาพื้นที่บึงละหาน เริ่มจากการยกคันดินให้เป็นถนนล้อมรอบ พร้อมกับสร้างประตูน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ชุมชนรายรอบได้ใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม การพัฒนาในครั้งนั้น ทำให้สภาพพื้นที่เดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ’ ขนาดใหญ่เช่นทุกวันนี้

ด้วยบึงละหานมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความลึกตลอดทั่วทั้งบึงประมาณ 1.5 – 2.5 เมตร พื้นที่ลักษณะนี้จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณมากมายที่ต่างพากันเกิดขึ้นตามชายน้ำ ใต้น้ำ หรือตามริมตลิ่งเป็นอย่างยิ่ง ไม้น้ำเหล่านี้กลายมาเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ให้แก่กุ้ง หอย ปู ปลา หรือบรรดานกน้ำนานาชนิด รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของบึงละหานดำรงอยู่เช่นนี้มาเนิ่นนาน แต่ใยความสำคัญนัยคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำกลับถูกมองข้ามมาโดยตลอด กระทั่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โครงการขุดลอกขนาดใหญ่จากบางหน่วยงานของรัฐกำลังจะเกิดขึ้นในบึงน้ำแห่งนี้

เมื่อใดก็ตามที่เครื่องจักรเริ่มต้นเดินเครื่องทำงาน เมื่อนั้นพื้นที่อันแสนพิเศษเช่นนี้จะหายไปจากผืนแผ่นดินไทยในทันที

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

4

ธรรมชาติคล้ายรอเวลาอันเหมาะสม

ราวต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ทีมถ่ายทำสารคดีธรรมชาตินาม อาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ได้เข้ามาสำรวจบึงละหาน ด้วยหมายอยากมาถ่ายทำชีวิตของบรรดานกน้ำที่มีอยู่อย่างมากมาย

เพียงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 วันแรกของการสำรวจหาพื้นที่ถ่ายทำ เต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน หนึ่งในทีมที่ลงเรือออกสำรวจ ก็ได้ค้นพบ Red-breasted Merganser (นกเป็ดปากยาวอกแดง) และถ่ายภาพได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศไทย

การพบเจ้า Red-breasted Merganser ซึ่งถือเป็นรายงานแรกของประเทศไทย ไม่ได้ทำให้บึงละหานกลายเป็นที่รู้จักของนักดูนกทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่เจ้านกชนิดใหม่ของไทยยังนำนักวิชาการ นักธรรมชาติวิทยา และผู้สนใจอีกมากมาย เข้ามาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผู้คนมากมายกล่าวถึงบึงละหาน คุณค่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายกันออกไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เช่นนี้เอง จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันของผู้สนใจที่หมายจะศึกษาที่นี่อย่างเป็นระบบ จนได้เริ่มต้นพูดคุยและวางแผนการสำรวจกันอย่างจริงจัง

กระทั่งวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ทางจังหวัดชัยภูมิ ด้วยการนำของ ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด วรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน และชาวบ้าน ได้ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ทีมอาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ พร้อมด้วยอาสาสมัครนักดูนกจากทั่วประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่สำรวจนกทั้งทางน้ำและทางบกกันอย่างเข้มข้น

ผลการสำรวจตลอดทั้ง 2 วัน เราพบนกทั้งสิ้น 105 ชนิด ซึ่งถือเป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่ครอบคลุมพื้นที่แทบทุกตารางนิ้วของบึงละหานเลยทีเดียว

และกิจกรรมการสำรวจนกในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้น นับจากนี้เรายังหมายจะสำรวจบึงละหานในทุกมิติ ทั้งพันธุ์พืช ดิน น้ำ และปลา เพื่อให้ชุดข้อมูลจากระบบนิเวศเป็นสิ่งยืนยันว่า พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีความสำคัญ ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินแห่งนี้มากมายเพียงใด

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

5

กว่า 3 ชั่วโมงที่ได้เฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวแบกลูกน้อยไว้บนหลังว่ายน้ำหากิน…

การแบกลูก ๆ เอาไว้บนหลังเช่นนี้ เนื่องจากลูกน้อยที่เพิ่งออกจากไข่ยังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะปล่อยให้เขาว่ายน้ำกันเอง การให้ลูกอ่อนขึ้นไปซุกอยู่บนหลังของพ่อและแม่จึงเป็นการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของนักล่าในธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย

ภาพนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวที่กำลังผลัดกันให้ลูก ๆ ขี่หลัง เพื่อให้อีกตัวเป็นฝ่ายไปหาอาหารมาป้อนลูกน้อยนั้น เกิดขึ้นไม่ไกลจากรังของพวกเขา

รัง… ที่แม้วันนี้ไม่ได้ใช้เป็นที่ฟักไข่อีกแล้ว หากพวกเขาก็ยังคงวนเวียนกลับมาใช้เป็นที่พัก เพื่อให้ลูก ๆ ได้ลงจากหลังไปหัดว่ายน้ำใกล้ ๆ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะดำรงอยู่ต่อไปอีกราว 1 สัปดาห์ ลูกน้อยจึงแข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำติดตามพ่อแม่ออกไปหากินด้วยกัน

เมื่อลูกน้อยแข็งแรงมากพอ นั่นก็ถึงเวลาที่เส้นทางของเด็กน้อยจะต้องแยกจากพ่อแม่ เพื่อไปเรียนรู้ให้ชีวิตเติบโตได้ด้วยตีนและปีกของตนต่อไป

ขณะเฝ้ามองครอบครัวนกเป็ดผีเล็ก… นกอีแจว นกอีโก้ง ต่างก็บินผ่านเข้ามาหากินรวมกันอยู่ใกล้ ๆ

ภาพนกน้ำที่เดินท่องไปบนใบบัวสายที่กำลังบานดอกสีชมพูเข้มนั้น งดงามยิ่งนัก

ความงามของสรรพชีวิตในบึงละหานที่วันนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามเหมือนเช่นวันที่ผ่านมาอีกต่อไป

ความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหานที่พวกเราได้รับรู้นั้น ล้วนมาจากการได้เห็นลีลาของชีวิตอันเสรี ทั้งบรรดานกน้ำ พืชพันธุ์ และฝูงปลามากมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

วันนี้เราต่างก็หวังว่า ผู้เป็นเจ้าของกุญแจเครื่องจักรมากมายที่กำลังจะเข้ามาขุดลอกบึงละหานในอีกไม่ช้า คงจะได้เห็นความสำคัญของพื้นที่ เช่นเดียวกับที่เราและคนส่วนใหญ่เห็นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว

บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

ขอขอบคุณ

ท่านไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส

ทีมอาชิแคลน โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

นายอภิรัฐ ทัดกลาง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวบ้านโนนหัวช้างทุกท่าน

Writer & Photographer

มนตรี คำสิงห์

เมื่อโควิดระบาด ก็หันเหจากงานฟรีแลนซ์ทั้งถ่ายภาพและเขียนบทความ มุ่งหน้ากลับเข้าสวนเข้านาในที่ดินของครอบครัว เพื่อปลุกปั้นที่อยู่ที่กินบนแผ่นดินผืนสุดท้ายนามปางกระโดนแห่งนี้ นอกจากนั้นก็กำลังพยายามปลุกบึงละหานให้เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของบ้านเรา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load