หากถามว่า เต้ ภาวิต คือใคร ผลงานของเขาน่าจะแทนคำตอบได้ดีที่สุด

เขาคือศิลปินเจ้าของฝีแปรงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วบอกได้ทันทีว่า ‘นี่งานเต้แน่ๆ’ ที่ผ่านมาเราเห็นงานของเขาในแกลเลอรี่หลายที่ ตั้งแต่งานแรกที่ Jam แถวเจริญราษฎร์ เต้แสดง Performance วาดรูปพร้อมเพื่อนที่มิกซ์เพลงประกอบ ไปจนถึงงานที่ Speedy Grandma และ Bridge Art Space แกลเลอรี่สุดจี๊ดทั้งสองที่ย่านเจริญกรุง จนกระทั่งล่าสุด ตอนนี้เขากำลังแสดงนิทรรศการส่วนตัวในชื่อ Afternoon Person ที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY ซึ่งถือเป็นแกลเลอรี่ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เราเคยไปดูงานเขามา

แต่ครั้งนี้ เต้ไม่ได้แสดงแค่งานจิตรกรรม Painting ของเขา แต่ภายในนิทรรศการยังมีประติมากรรม Installation Art ไปจนถึงแอนิเมชันจัดแสดงด้วย

บ่ายวันเสาร์ เราเดินฝ่าฝนตกพรำๆ จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินีไปยัง BANGKOK CITYCITY GALLERY ตามนัด เมื่อไปถึงเต้นั่งฟังเพลงอยู่ที่โต๊ะหน้าทางเข้า ก่อนจะชวนเราเข้าไปดูงานข้างใน และพามานั่งบนโต๊ะหินที่มีกระดานหมากรุก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Installation ในนิทรรศการนี้ด้วย

แล้วบทสนทนาของเรากับเต้ก็เริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงฝนพรำๆ และเสียงนกร้องประกอบ

เต้ ภาวิต

คุยกับ เต้ ภาวิต ศิลปินลายเส้นดิบ+ดี ถึงนิทรรศการล่าสุดที่ชื่อ ‘Afternoon Person’

14.00 น.
ยามบ่าย

รูปใหญ่ที่สุดในงานคือรูปด้านหลังของเขา เราเอ่ยถามถึงรูปนั้นก่อน เพราะดูจะโดดเด่นกว่าใครเพื่อน

“รูปนี้เราวาดที่นี่ วาดตรงนี้ล่ะ” เต้เริ่มเล่าถึงที่มา “มันค่อนข้าง Abstract แต่เราอยากให้ความรู้สึกว่ามันเป็นห้องหนึ่ง พอจัดแสดงทุกอย่างเสร็จ เราก็มาวาดรูปนี้ บรรยากาศช่วงนั้นก็น่าจะอยู่ในรูปนี้

“Afternoon Person ในความหมายของเรา น่าจะเป็นคนที่ผ่อนคลายๆ รีแลกซ์สำหรับเรา ช่วงเวลา Afternoon’ เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งเสร็จภารกิจอะไรบางอย่างของแต่ละวัน แล้วช่วงเย็นหลังจากนั้น คือเวลาพักผ่อนจริงจัง สำหรับงานนี้ เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างฝันๆ หน่อย เหมือนนอนลงไปกับพื้น หรือลอยๆ อยู่บนอะไรก็ได้” เต้พูดพลางเขี่ยเบี้ยหมากรุกหน้าตาบูดๆ เบี้ยวๆ ของเขา

“แล้วอย่างโต๊ะนี้ ทำไมต้องเป็นโต๊ะหมากรุก” เราถามเจ้าของนิทรรศการ

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

เขาชี้ไปที่ม้าหินข้างๆ “โชว์นี้เราทำตอนอยู่ที่บ้าน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน แถวบ้านเรามีสวนสาธารณะที่เราชอบไปวิ่งตอนเย็นๆ ในสวนมีม้าหินอยู่เต็มไปหมด ม้าหินพวกนี้เป็น Object ที่คนเอาไปใส่ไว้ในสวน เราก็ไม่รู้ว่าใครเอามาวางไว้หรอก แต่เราว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสวน ถ้านึกถึงสวน ในสวนมีต้นไม้ มีบ่อน้ำ มีนกร้อง ม้านั่งพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศนั้น โต๊ะหมากรุกนี่ก็ด้วย เราเลยอยากดึงมันมาอยู่ในนี้ อยากให้คนที่มาดูงานเราได้มานั่งเล่น เหมือนได้บรรยากาศผ่อนคลายแบบนั้น”

“งั้นถ้ามาดูงานแล้วนอนตรงนี้เลยได้มั้ย” เราถามติดตลก

“ได้สิ” เต้ยิ้ม

14.17 น.
เป็นคนวาด แล้วก็เป็นคนดู

ถึงเขาจะเคยบอกว่า ‘ทำงานตามกระแสอารมณ์’ แต่กระบวนการทำงานของเต้ ก็มีการวางแผนมาก่อนระดับหนึ่ง

เขายกตัวอย่างประติมากรรมชิ้นใหญ่ แล้วเล่าว่าเขาทำชิ้นเล็กๆ เป็นโมเดลขึ้นมา 4 ตัว ก่อนจะเลือกอันที่ชอบมาขยายขนาด แต่ในขณะเดียวกันก็มีการ Improvise ไปด้วยในขณะทำงาน

“ปกติเราจะมีภาพอยู่ในหัว แต่บางทีก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เราว่าพอได้อะไรเพิ่มขึ้นมา ผลลัพธ์มันน่าตื่นเต้นดี เพราะพอเราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เวลาเราทำงานทำให้เราไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เราจะกลายเป็นคนดูไปด้วย เหมือนเรากลับมามองดูตัวเองอีกทีว่า ‘เมื่อกี้เราทำอะไรลงไปวะ’ ทำให้เรารอว่าเมื่อไหร่มันจะเสร็จ”

สำหรับเต้ ศิลปะเป็นเหมือนการเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ แต่เป็นเรื่องที่อยากเล่า เหมือนการจัดฉากขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพยนตร์หรือถ่ายรูป แค่ศิลปะของเขาใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไป สมัยเรียนที่เมลเบิร์น เต้เคยวาดรูปแบบดิจิทัลเพนต์ ก่อนจะหันไปทำภาพ Mural (จิตรกรรมฝาผนัง) จนกระทั่งเริ่มวาดบนแคนวาส

Afternoon Person

Afternoon Person

ระหว่างคุยกันเขายกตัวอย่างรูปคนกับแจกัน “เราอยากได้ซีนอะไรบางอย่าง มีคนนั่งตรงนี้ มีแจกัน มีแสงกระทบตรงนี้ ข้างหลังเป็นกระจก แต่แทนที่จะถ่ายหนังหรือถ่ายภาพ เราเปลี่ยนเทคนิคเป็นการเพนต์ ผลที่ออกมาก็ทำให้มีความเซอร์เรียลมากกว่า การวาดบนสื่อที่แตกต่าง ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป พื้นผิว ขนาด อุปกรณ์ แต่ไม่ได้ลดคุณค่าของงาน ไม่ว่าจะทำแบบดิจิทัล หรือแคนวาส”

“แล้วคิดว่าคนดูเขารู้สึกยังไงบ้างเวลาดูงานของคุณ หรือเคยมีใครถามมั้ยว่าอันนี้มันสวยยังไงวะ” เราสงสัย

“เราแล้วแต่เขานะ เพราะเราก็ไม่ได้จำกัดว่าเขาดูแล้วจะต้องรู้สึกยังไง เราว่าแต่ละคนคงคิดไม่เหมือนกันหรอก มันไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าใจ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว ใครอยากเดินผ่าน แล้วนึกยังไงก็ได้ แต่ว่าถ้าดูแล้วรู้สึกอะไรบางอย่างก็คงมีความหมายล่ะ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดีหรือความรู้สึกไม่ดี

“ส่วนความสวย ความชอบ เราไม่รู้จะอธิบายยังไง มันจำเป็นต้องมีหรือเปล่า เราก็ไม่รู้ แต่ถ้าดูแล้วเราพอใจ ก็คือจบ”

เต้ ภาวิต

Afternoon Person

14.30 น.
แอนิเมชัน บ้าน และคอนโด

เต้พาเราไปดูแอนิเมชันในแกลเลอรี่อีกห้อง พร้อมเล่าว่าเมื่อก่อนเขาเคยเรียนแอนิเมชันเป็นวิชาเลือกตอนอยู่เมลเบิร์น

“ค้นพบอะไรจากการทำแอนิเมชันบ้าง” เราถามตรงหน้างานศิลปะของเขา

“เราสร้างภาพเคลื่อนไหวได้” เต้ตอบนิ่งๆ พอเห็นเราเงียบไปหลังคำตอบ เต้จึงอธิบายต่อว่า “แอนิเมชันทำให้ได้อีกความรู้สึกหนึ่งในการดู มันได้ความชัดเจนและเล่าเรื่องได้มากขึ้น มันคล้ายการเพนต์ แต่ต้องใช้เวลามากกว่า ยากกว่า อย่างแอนิเมชันชิ้นนี้ชื่อ The Life Luxury Condominium พูดถึงเวลาที่เรามองเข้าไปในตึกที่เป็นคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ เราจะเห็นช่องที่เป็นกระจกต่อๆ กันหลายๆ ช่อง แต่ละช่องก็จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละห้อง หลายๆ ครอบครัว หลายเหตุการณ์ รวมอยู่ด้วยกัน สำหรับเราคอนโดฯ มันจะรู้สึกว่าใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านมากกว่านะ เพราะที่บ้านเราจะมีรั้วมีขอบเขตของมันอยู่”

เต้ ภาวิต

“ห้องนั้นต้องปาร์ตี้กันอยู่แน่เลย” เราชี้ไปที่ช่องที่มีสีสันที่สุดในตึก

“ใช่ อย่างที่บอก เรารับรู้เรื่องของคนรอบๆ ตัวมากกว่าเวลาอยู่คอนโดฯ” เขาตอบ

เท่าที่สังเกต เราพบว่าเต้ทำงานเกี่ยวกับสถานที่มาแล้วหลายชิ้น ก่อนหน้านี้ ทำงานเกี่ยวกับร้านอาหาร สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ตึกร้างตรงสาทร ที่เขาตั้งชื่องานครั้งนั้นว่า Ghost Tower

“ถ้าพูดถึงสถานที่ สถานที่ในฝันของเต้คือที่ไหน” เราสงสัย

“กำลังคิดถึงทะเลทราย เราอยากทำงานกับทะเลทราย มันดูร้อนๆ โล่งๆ” เต้ตอบขณะที่ฝนข้างนอกยังตกอยู่

Afternoon Person

เต้ ภาวิต

14.42 น.
อุบัติเหตที่เกิดเป็นการทดลอง

ในกระบวนการทำงานของเต้ เขาเล่าว่าโดยปกติจะเริ่มจากการจิ้มพู่กันลงไปบนแคนวาสหรือกระดาษเปล่าๆ แล้วก็วาดไป ถ้าพลาดก็วาดทับ

“คำว่า ‘พลาด’ คืออะไร” เราถามสิ่งที่สงสัย

“มันคืออุบัติเหตที่เราไม่คาดคิด หรือบางครั้งอาจเป็นอะไรที่เราไม่ได้ชอบมาก เห็นแล้วไม่พอใจ ถ้าสมมติว่าเราไม่ชอบสีที่ขีดไป เราก็แค่วาดทับมันไปอีกที เป็นการอิมโพรไวส์ แล้วก็พัฒนาต่อไป จากจุดนั้นที่เราทำขึ้นมา พอสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราก็มาดูสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรืออย่างเช่นการที่สีหยดตามแคนวาส เราไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ เราก็แค่ปล่อยมันไปตามธรรมชาติ หรือการเคลื่อนที่ของมือเรา บางทีเราก็ไม่ได้วางแผนว่าจะให้เคลื่อนไปทางไหน เราแค่ปล่อยไปตามนั้น พอเสร็จปุ๊บ เราก็ออกมาดูว่ามันเป็นยังไง เหมือนที่บอกว่าเป็นศิลปิน แล้วก็เป็นคนดูในเวลาเดียวกัน

“เราชอบให้เกิดอุบัติเหตในงานของเรา” เขาย้ำ

“คิดว่าอุบัติเหตสนุกเหรอ” เราถาม

“เราว่าอุบัติเหตมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่มันมีธรรมชาติปนอยู่ อย่างการหยดของสี มันเกิดจากสภาพแวดล้อมด้วย แล้วเรารู้สึกดีกับตรงนั้น”

เต้ตอบพลางมองไปที่ภาพบนจอมอนิเตอร์ภายในนิทรรศการของเขา ตอนนี้เสียงฝนพรำข้างนอกค่อยๆ เบาลง ทำให้รู้ว่าฝนใกล้หยุดแล้ว

เต้ ภาวิต

เต้ ภาวิต

Writer

พีรมณฑ์ ตุลวรรธนะ

เจ้าของเพจ ‘ศิลปะเข้าใจยากจริงหรือ’ อยากให้คนเข้าใจศิลปะ-วัฒนธรรมมากขึ้น แต่ก็อยากกินของอร่อยแล้วก็อยากมีเงินชอปปิ้งด้วย

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

4 พฤศจิกายน 2565

กลิ่นสีและกาวแป้ง ไม่ใช่ภาพยนตร์ระดับตำนานของไทย แต่เป็นบรรยากาศของวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียนของ Museum of Contemporary Art (MOCA)

และ “ใส่รองเท้าอะไรมาคะ” ก็ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคต้อนรับของทีมงานที่ยอมเปิดบ้านเลอะฝุ่นให้เราเข้าไปดูเบื้องหลังการติดตั้งชิ้นงาน The Art of Banksy ก่อนใคร อีเวนต์ใหญ่แห่งปีที่พวกเขาบอกว่าเป็นการดีลงานที่ยุ่งยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระดับ 11 เต็ม 10 

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

ถัดมาอีก 4 วัน เรากลับมาที่นี่อีกครั้ง แบบไม่ต้องกลัวอีกต่อไปว่ารองเท้าคู่ไหนจะพาให้ลื่นล้ม 

ผลงานพร้อมโชว์ โปรเจกเตอร์พร้อมฉาย หูมิกกี้เมาส์จำลองชวนให้นึกถึงทางเข้าสวนสนุกในฝัน เพียงแต่มันกลับตาลปัตรเป็น Dismaland ดินแดนแห่งสงครามและคราบเลือดของศิลปินหัวขบถนิรนามที่ถ้าใครไม่รู้จักชื่อเขา ก็ต้องรู้จักชิ้นงานในตำนานของเขาสักชิ้น ตั้งแต่ Girl With Balloon กราฟฟิตี้รูปเด็กหญิงกับลูกโป่ง, Kissing Coppers สองตำรวจหนุ่มกอดจูบกัน, The Flower Thrower ชายที่กำลังเขวี้ยงช่อดอกไม้ ไปจนถึงการโปรยเงินปลอม Banksy of England รูปเจ้าหญิงไดอาน่า ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา และออกจะต่อต้านระบบทุนนิยมอยู่ไม่น้อย

แต่หากยังไม่รู้ ก็เชื่อว่าคงเห็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ผ่านตามาบ้าง เพราะนิทรรศการนี้ปราศจากความยินยอมของศิลปิน เต็มไปด้วยผลงาน Reproduction ทั้งจริง-ไม่จริงเรียงรายคละกัน แถมจากการจัดแสดงกว่า 18 เมืองทั่วโลก กรุงเทพฯ ยังเป็นที่แรกและที่เดียวที่ยกสตรีทอาร์ตมาไว้ในพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยอีกต่างหาก 

วันนี้เราเดินทางมาพร้อมคำถามค้างคาใจ เพราะคงไม่มีใครที่จะคลายข้อสงสัยทั้งหมดได้ดีมากไปกว่า คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการรุ่นใหม่ไฟแรงแห่ง MOCA 

คนที่กำลังจะหย่อนตัวนั่งลงตรงข้ามเราในไม่ช้า

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Game Changer (2020)

เราเริ่มด้วยการเล่าให้คิดฟังว่า MOCA ในทรรศนะของคนทั่วไป คือพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยงานไทยวิจิตรของปรมาจารย์งานศิลป์ไทย การที่พักหลังเขาหันมาสนใจสตรีทอาร์ตจึงเป็นสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง คิดนึกย้อนไปราว ๆ 4 – 5 ปีก่อน ตอนเข้ามารับหน้าที่บริหารงานต่อจาก เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล พ่อของเขา

“ตั้งแต่คิดเข้ามาทำตรงนี้ เราพยายามให้ MOCA มีศิลปะที่หลากหลายมากขึ้น เข้าถึงศิลปินรุ่นใหม่ไปจนถึงสตรีทอาร์ต มีการจัดงานของศิลปินเด็ก มีงานที่เอาคนรุ่นใหม่อย่าง คุณต่อลาภ ลาภเจริญสุข จัดร่วมกับ อาจารย์ทวี รัชนีกร 

เราเป็นคนละเจนเนอเรชันกับคุณพ่อ รู้สึกว่าอยากทำอะไรใหม่ ๆ ให้คนหลาย ๆ กลุ่มได้ดู”

แม้คิดจะเห็นเช่นนั้น ยังมีบางงานที่พ่อของเขาไม่ค่อยแน่ใจว่าจะจัดดีหรือไม่ แต่พอได้เห็นงานศิลปะแขนงอื่น ๆ เช่น นิทรรศการ DOMESTICATED ของ กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปิน Art Performance ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่จนต้องซื้อเก็บไว้เป็นคอลเลกชันสำหรับจัดแสดง งานสตรีทอาร์ตจึงเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น 

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

โดยที่เจ้าสัวเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าวันหนึ่ง ลูกชายจะเข้ามาขอใช้พื้นที่อีก 2 โถงนิทรรศการถาวรของ อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ และ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ที่พ่อรัก เพื่อจัดงานครั้งใหญ่ที่อาศัยแค่ 2 ห้องนิทรรศการหมุนเวียนไม่พอ

เราถามตามตรงว่า สตรีทอาร์ตก็ควรเป็นศิลปะที่จัดแสดงบนท้องถนนมิใช่หรือ

คิดตอบกลับว่า “มันน่าจะเปลี่ยนบริบทได้” 

สำหรับตัว Street Artist ท้องถิ่นเอง ยังถือเป็นความท้าทายที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากกำแพงเป็นผนังของมิวเซียม ทั้งยังเป็นสถานที่มั่นให้ศิลปินมารวมตัวกันได้ง่ายอีกด้วย

การจัดนิทรรศการสตรีทอาร์ตที่นี่จึงไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ว่า ศิลปินคนนั้นคือใครต่างหาก

Show me the Banksy (2005)

Banksy เป็นศิลปินหนึ่งในความฝันของคิด 

เขาฝันมาตลอดว่าคงเป็นการดีถ้าคนไทยจะมีโอกาสได้เห็นงานของ Banksy เหมือนที่เขาเคยเห็นในต่างประเทศ แต่ความจริงคือที่ผ่านมา Banksy เคยจัดงานนิทรรศการของตัวเองเพียงครั้งเดียวที่ Bristol City Museum บ้านเกิดของเขา เพราะหนึ่งในความเชื่อของศิลปินผู้นี้คือ ศิลปะเป็นของทุกคน 

ถ้าเห็น ให้อนุมานได้เลยว่าจัดขึ้นโดยกลุ่มคนอื่นทั้งสิ้น 

แน่นอนว่า The Art of Banksy ก็เช่นกัน

คิดตื่นจากฝันมาเผชิญหน้ากับความจริง แต่ดันจริงยิ่งกว่าในฝัน เมื่อทีมอีเวนต์ติดต่อมาว่าอยากจัดแสดงนิทรรศการที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

“บริษัท EEG (Expand Entertainment Group) ติดต่อเรามา เขาบอกตั้งแต่แรกว่าจะมีงานออริจินัล มีงาน Reproduction มีงาน Video Mapping มี Installation สร้างขึ้นใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Banksy”

 ถึงจะเข้าใกล้ความฝันเต็มแก่ เขาก็ยังลังเลใจอยู่พอสมควร

“เราชั่งน้ำหนักว่าจะจัดดีไหม” ผู้อำนวยการคิดหนัก ต่อให้ทางผู้จัดงัดความสำเร็จมาเล่าให้ฟังว่ากระแสตอบรับของทั้ง 18 เมืองถล่มทลาย ขนาดมียอดผู้เข้าชมรวมแล้วกว่า 1 ล้านคน อาจเป็นเพราะความจริงอีกอย่าง คือผลตอบรับมีทั้งดีแย่ปนไป และส่วนที่แย่ก็ดันหนักหน่วงเสียนี่

“เราเห็นว่ามันมีดราม่า แต่ทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นงาน Banksy จัดเองหรือคนจัดงานให้ มันก็จะมีประเด็นพวกนี้อยู่แล้ว 

“ทั้งพูดถึงวิธีการทำงานของเขา การที่เขาไปทำงานในพื้นที่สาธารณะ การเอางานไปขึ้นโชว์ที่ MOMA (Museum of Modern Art) โดยเจ้าของพื้นที่ไม่ได้รับรู้ หรือการพูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์ มันเป็นเรื่องที่อยู่ในความสุ่มเสี่ยง อาจจะพูดยากว่าอะไรถูกอะไรผิด

“เจตนาจริง ๆ เราอยากให้คนได้มาเห็นงานนี้ เพราะมันกระจัดกระจายอยู่ตามถนน ตามที่สาธารณะ บางคนเคยเห็นงาน Banksy แต่อาจจะไม่ได้รู้ถึงความหมายของมัน แต่ครั้งนี้เราจับงานทุกอย่างแผ่ออกมาให้เห็นหมดเลย เราคิดว่าถ้าคนได้มาสัมผัสงานนี้จะได้รู้ถึงความคิดและกระบวนการทำงานของเขามากขึ้น

“ตอนนี้มีความเห็นทั้งบวกและลบ แต่เราก็หวังว่าจะมีคนที่ชอบงานนี้ด้วย”

ก่อนหน้าที่ชิ้นงานจะล่องเรือมาเทียบท่า ศิลปะกว่า 150 ชิ้นจัดแสดงที่ประเทศเกาหลีมาก่อนเป็นเวลา 6 เดือน ใน 2 เมือง มีประเด็นร้อนเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ไฟอาจไม่ร้อนระอุเท่า

“MOCA อาจจะเป็นสถานที่ที่คนมองว่าเป็นมิวเซียมแรก ๆ ของประเทศไทย ควรทำทุกอย่างที่มันถูกต้องเป๊ะ ห้ามจัดแสดงงานที่อยู่ในพื้นที่สีเทา ซึ่งทำให้คิดได้เห็นว่า มีมุมมองที่หลากหลายจริง ๆ ในแวดวงศิลปะ”

คุณคาดคะเนถึงกระแสตอบรับเหล่านั้นบ้างไหม – เราถาม

“คาดคะเน แต่ไม่ได้คาดคะเนว่ามันจะเยอะขนาดนี้” คิดหัวเราะเบา แต่เรารู้ว่าวันนั้นเขาคงหัวเราะไม่ออก

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Devolved Parliament (2009)

“คือเราเองก็มีความผิดที่ไม่ได้สื่อสารให้มันเคลียร์” 

เขากำลังจะเปิดอก ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ โปรดอย่าเคืองเขาเร็วนัก 

“มีคนเข้าใจผิดว่านี่เป็นงานที่จัดโดย Banksy หรือเปล่า ซึ่งเราไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่ามันเป็นงานที่ไม่ได้จัดโดยศิลปิน”

ประเด็นที่ว่า เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีหลัง MOCA โพสต์ประชาสัมพันธ์ ด้วยการแปลไทยบางอย่างอาจทำให้หลายคนดีอกดีใจที่จะได้ชมผลงานระดับโลกด้วยตาเปล่า แท้จริงกลับเป็นการรวบรวมผลงานโดยกลุ่มคนหนึ่งมาจัดแสดงเพียงเท่านั้น หนำซ้ำ Banksy ยังไม่รับรู้อีกต่างหาก 

คิดเล่าว่าถ้อยคำทั้งหมดในโพสต์แรกคือคำโปรยของงานที่ทุกเมืองใช้เหมือนกันหมด เนื่องจาก The Art of Banksy มาในรูปแบบแพ็กเกจ แนวทางการจัดแสดงผลงาน แม้กระทั่ง Communication Message ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบของผู้จัดทั้งสิ้น ซึ่งเขายอมรับแต่โดยดีว่า แปลได้ไม่รอบคอบเอาเสียเลย

แล้วคุณเคลียร์กับทางทีมผู้จัดยังไง – เราถามอีก 

“เขาบอกว่าเจอมาทุกประเทศ แต่ครั้งนี้น่าจะเยอะสุดแล้วที่ประเทศไทย” เห็นจะจริงเช่นนั้น

งั้นคุณมีแผนรองรับประเด็นดราม่าที่จะเกิดขึ้นรึเปล่า ถ้าคาดคะเนเอาไว้ – บทสนทนาสนุกขึ้น เพราะคิดตอบว่าไม่ได้ตั้งใจเตรียมรับมือ แต่เขาเลือกที่จะไม่สื่อสารตามกฎระเบียบของทีมผู้จัดอีกแล้ว

โพสต์แถลงการณ์ตามมา คิดจึงบอกครบทุกอย่างว่าภายในนิทรรศการนี้จะมีงานทั้งหมด 150 ชิ้น มีงานจริง 32 ชิ้น ซึ่งได้รับการรองรับจาก Pest Control บริษัทตรวจสอบชิ้นงานจริงของ Banksy โดยเฉพาะ เขาเล่าว่าถ้าย้อนไปดูงานเก่า ๆ ที่เคยมีมา ไม่เคยมี Exhibitor คนไหนพูดเช่นนี้ 

“เราคิดว่าสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการบอกให้ชัด ๆ ไปเลยว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของเรา ไม่ได้จะมาหลอกลวงว่านี่คืองานของ Banksy และทั้งหมดเป็นผลงานจริง” คิดเอ่ยย้ำ

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Shop Until You Drop (2011)

ตามแผนงาน ผลงานศิลปะ 150 ชิ้นนี้ควรเดินทางมาถึง MOCA วันที่ 6 ตุลาคม แต่มันกลับล่าช้าไปหลายอาทิตย์ ทั้งที่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีก่อน 

ผู้อำนวยการพูดตามตรงว่า นี่คืองานที่โหดหินและราคาแพงที่สุดสำหรับเขา 

“ทีมต่างชาติกี่ชีวิตต้องมาถึงที่นี่ เฉพาะ Artist น่าจะ 3 แล้วก็มีทีมงานอีกประมาณ 10 คน และมาก่อนหน้านี้ด้วยรอบหนึ่ง ดูพื้นที่ วัด แล้วก็กลับมาเซ็ตอัปอีก 

“ค่าขนส่ง นำเข้า ค่อนข้างสูงมาก และงานมันก็ต้องขนมาเป็นคอนเทนเนอร์ขึ้นเรือมาทั้งหมด หลาย ๆ ส่วนต้องมาสร้างใหม่ที่นี่ ทั้งผนัง กำแพง ห้องกระจก Infinity Room หรือ Multimedia ต่าง ๆ ทำให้งบในการจัดงานการจัดนิทรรศการนี้สูงมาก สูงสุดเท่าที่เราเคยจัดนิทรรศการมาเลย”

คุยเรื่องซีเรียสมานาน เราถามเขาและลูกทีมเล่น ๆ ว่า ถ้าให้คะแนนความยุ่งยากของงานนี้ เต็ม 10 จะอยู่ที่เท่าไร ทุกคนสบตากันและหัวเราะ ก่อนจะตอบว่า 11

“ซึ่งตอนนี้มองกลับไปก็ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่าที่จัด” ฟังดูติดตลก แต่มีความจริงซ่อนอยู่ในท่าที

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

“เราเหนื่อยมาก ลงทุนไปเยอะ โดนดราม่าด้วย แล้วค่าตั๋วที่คนจะจ่ายบัตรเข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะครอบคลุมที่เราลงไปไหม แต่เราหวังว่าคนมาแล้วจะชื่นชอบ” 

ให้สมกับที่ต้องสื่อสารกับทีมงานชาวตุรกี อังกฤษ เยอรมัน ฯลฯ โดยมีคนเกาหลีเป็น Production Manager 

เรื่องค่าเข้าก็เป็นอีกประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันหนาหู เพราะทุกคนรับรู้ว่า Banksy เป็นศิลปินที่ต่อต้านระบบทุนนิยมขนาดไหน งานของเขาจึงปรากฏอยู่ตามถนนหนทาง แต่คิดอยากอธิบายให้ชัดเจนว่า มันคือต้นทุน ค่าบริหารจัดการ เพื่อให้คนไทยมีโอกาสดูผลงานของศิลปินชื่อดังอื่น ๆ ในอนาคต

ดังนั้น บางความเห็นที่เข้ามาโจมตีว่า “เก็บเงินค่าเข้า กะเอารวยตั้งแต่วันแรก” จึงเป็นไปไม่ได้

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู
คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

Draw The Raised Bridge (2018)

ว่ากันตามตรง ประเทศไทยเองก็เคยมีงานจัดแสดงผลงาน Reproduction ของศิลปินมาแล้วหลายครั้ง แต่คิดเองก็เข้าใจว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะ Banksy ยังมีชีวิตอยู่

“งานที่โชว์ใน MOCA ได้รับการยินยอมจากศิลปินทั้งหมดแล้ว” เขายืนยัน 

“แต่ Banksy เขาไม่เปิดเผยตัวตน การพูดถึงเรื่องการ Reproduction ผลงานกับศิลปินนิรนามเลยค่อนข้างคลุมเครือ

“งานออริจินัลของเขาอยู่ในที่ที่คุณต้องเอาตัวเองไปที่นั่น คุณถึงจะเห็น ไม่ใช่งานที่ยกออกมาจัดแสดงได้ จึงต้องพิจารณากันเป็น Case by Case เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเพื่อไปเห็น ไปสัมผัสของจริง ๆ แต่วันนี้เราเลือกเอาเข้ามา” 

มุมมองหนึ่งจากทีมงานที่คงต้องใส่ว่า Unpopular Opinions ไว้ตัวโต ๆ คือศิลปะยุคใหม่ควรจะไร้ข้อจำกัด และอย่ายึดติดกับคำว่า ออริจินัล มากนัก

ใช่ ที่งานชิ้นนี้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปิน แต่ท้ายที่สุดถ้าคุณเปิดกว้างกับโลกแห่งศิลปะในอนาคตมากขึ้นกว่านี้ เราคงได้เห็นงานสนุก ๆ สร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดอย่างไร้ขีดจำกัดอีกมากมาย เข้าถึงผู้คนที่หลากหลายและแตกต่างอย่างแท้จริง 

“ศิลปะเข้าถึงคนได้มากกว่านั้น มันสื่อสารกับคนได้มากกว่านั้น แล้วทำไมเราถึงไม่ลอง” เขาแสดงความตั้งใจ ถึงจะรู้ว่าเป็นความคิดที่เปลี่ยนกันยาก

“คนที่เขาคิดว่ามันไม่ถูก มันก็คงไม่ถูกอยู่ดี แต่น่าจะมีคุณงามความดีอะไรอยู่บ้างในสิ่งนี้ที่จะช่วยต่อยอดออกไปในอนาคต นิยามศิลปะเป็นอะไรได้อีกตั้งเยอะแยะ เราเป็นมิวเซียมก็เปิดกว้างในคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะทุกคนมีมุมมองเป็นอิสระ” 

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู
คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

คิดมองว่าการ Reproduction ไม่สำคัญเท่าความยินยอมจากศิลปิน แต่เขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันไร้หนทาง วิธีที่แย่ที่สุดอย่างการส่งข้อความส่วนตัวไปหา ทีมงานเขาก็ทำมาแล้ว

“ถ้าเราไม่ได้ความยินยอมจาก Banksy อีกหนึ่งทางเลือกคือไม่จัดงานเลย แต่เรามองว่ามันมีข้อดีอะไรบ้าง เขาเคยบอกแค่ว่า อีเวนต์พวกนี้ไม่เกี่ยวกับผม แต่ไม่ได้บอกว่าพวกคุณไม่ควรไป ซึ่งจริง ๆ งานเหล่านี้คนดูเป็นล้าน มันทำให้ศิลปะเข้าถึงคนมากขึ้น

“เราเลยอยากให้คนมาดูงานแบบ Total Experience มากกว่ามาเดินดูว่าอันไหนของจริงของปลอม เพราะงานของเขามีสิ่งที่พยายามบอกกับเราเยอะแยะมาก”

คำถามง่าย ๆ ถูกโยนให้คิดตามมาว่า ศิลปินที่เขาลงแรงต่อสู้ ต่อกรกับทุก ๆ อย่าง เพื่อให้ได้มาเป็นใครกันแน่ 

แต่ไม่มีใครตอบได้หรอก คิดเองก็ด้วย 

เขารู้เพียงว่าเนื้องานของ Banksy ชวนให้นึกถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ไทยที่มองสังคมหรือมองโลกใบนี้ใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า และการได้มาเดินพิจารณาไปทีละงาน กว่า 700 ตารางเมตร ใน 4 ห้อง จนครบ 150 ชิ้น ก็คงมีพลังมากพอที่จะจุดประกายความคิดบางอย่างของคุณได้ แม้ไม่รู้ว่าเจ้าของผลงานอยู่ที่ไหนหรือเป็นใครก็ตาม

ทิ้งทวนด้วยคำถามสุดท้าย เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่เราคิดว่าน่าแก้ที่สุดในช่วงเวลานี้

นั่นคือ ถ้าอยาก Cover ค่าใช้จ่ายที่เสียไป คุณคิดว่าควรจะต้องมีคนมาดูเท่าไหร่

“50,000 คนก็ยังไม่ Cover เลย” 

เสียงหัวเราะดังกลบการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์งานช่างทั้งหลาย เพื่อให้พร้อมกับรอบสื่อมวลชนในบ่ายอันใกล้นี้

ส่วนเรารีบหยิบมือถือมาค้นหาว่า บัตรเข้าชมมีราคากี่บาทกันแน่

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

The Art of Banksy : Without Limits

จัดแสดงตั้งแต่ 26 ตุลาคม – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 

เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ณ Museum of Contemporary Art (MOCA) (แผนที่)

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ : www.artofbanksy.com/bangkok-thai

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load